วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ตุรกีจะพัฒนาเฮลิคอปเตอร์โจมตีหนัก ATAK-2 ใหม่

Turkey to develop heavier attack helicopter
http://www.janes.com/article/74663/turkey-to-develop-heavier-attack-helicopter

Turkish Aerospace Industries(TAI)/Leonardo T129 ATAK Attack Helicopters in flight(www.tai.com.tr/en)

İsmail Demir รัฐมนตรีทบวงอุตสาหกรรมกลาโหมตุรกี(SSM, Defence Industries Undersecretariat) ได้เปิดเผยเมื่อ 3 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ตุรกีได้เริ่มงานออกแบบสำหรับการพัฒนาเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่ของตนเอง
ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าและหนักกว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ T-129 ATAK ที่กำลังมีสายการผลิตโดย Turkish Aerospace Industries(TAI) ภายใต้สิทธิบัตรของบริษัท Leonardo อิตาลี

ตุรกีมีแผนที่จะพัฒนาสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตีขนาด 6tons ที่เรียกว่า ATAK-2 ที่จะดำเนินการผลิตภายในประเทศด้วยตนเองทั้งหมดโดยปราศจากความช่วยเหลือจากต่างประเทศ
ตามแผนที่จะให้เฮลิคอปเตอร์โจมตี ATAK-2 ติดตั้งระบบที่พัฒนาเองในประเทศอย่างเดียว เฮลิคอปเตอร์ใหม่นี้จะมีขีดความสามารถด้านน้ำหนักบรรทุกเพิ่มขึ้นอย่างมาก

รัฐมนตรี Demir เปิดเผยโครงการพัฒนาเฮลิคอปเตอร์โจมตีหนักนี้ระหว่างการเปิดศูนย์โรงงานอากาศยานใหม่ที่เป็นการลงทุนร่วมกันระหว่าง Sikorsky สหรัฐฯ และ Alp Aviation ตุรกีในเมือง Eskisehir ทางตอนกลางของ Anatolian
โรงงานอากาศยานแห่งใหม่นี้จะเป็นสถานที่ในการผลิตหลายชิ้นส่วนของเฮลิคอปเตอร์เอนกประสงค์ของ Sikorsky คือเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป T-70 Black Hawk ที่ TAI ได้สิทธิบัตรในการผลิตในประเทศและส่งออก

สื่อตุรกีได้รายงานว่า ฮ.โจมตี ATAK-2 นั้นจะมีการนำส่วนประกอบหลักจากเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป TAI T625 ขนาด 10tons มาใช้ เช่นในส่วนระบบอากาศพลศาสตร์อย่างใบพัดประธานและระบบส่งกำลัง
ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาลง เช่นเดียวกับการสร้างความร่วมเหมือนกันทางเทคนิค และลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการเครื่องทั้งสองแบบลง

ก่อนหน้านี้ Temel Kotil ผู้จัดการทั่วไปของ TAI ได้กล่าวว่าบริษัทกำลังดำเนินการออกแบบแนวคิดเฮลิคอปเตอร์โจมตี ATAK รุ่นใหม่ที่มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด 8tons
ซึ่งยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าโครงการดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับโครงการ ฮ.โจมตี ATAK-2 ที่รัฐมนตรี Demir กล่าวถึงล่าสุดนี้หรือไม่

ปัจจุบันกองทัพบกตุรกี(Turkish Land Force) มีเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ Bell AH-1F Cobra และ Bell AH-1W Super Cobra  ซึ่งในอนาคตจะถูกแทนที่โดย ฮ.โจมตี TAI T-129 ATAK ที่มีการสั่งจัดหาแล้วกว่า 50เครื่อง
ตุรกียังมองแนวทางการส่งออกเฮลิคอปเตอร์โจมตีของตนให้ต่างประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และปากีสถานครับ

วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ซาอุดิอาระเบียจะจัดหาระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD สหรัฐฯ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 รัสเซีย

Saudi Arabia – Terminal High Altitude Area Defense and Related Support, Equipment and Services
http://www.dsca.mil/major-arms-sales/saudi-arabia-terminal-high-altitude-area-defense-and-related-support-equipment-and

Terminal High Altitude Area Defense (THAAD) interceptor being fired during an exercise in 2013(wikipedia.org)

Saudi Arabia interested in buying S-400 missile systems
Talks on S-400 purchase are in progress
http://tass.com/defense/969189

Saudi Arabia and Russia sign S-400 MOU
http://www.janes.com/article/74677/saudi-arabia-and-russia-sign-s-400-mou

เอกสารของสำนักงานความร่วมมือด้านความปลอดภัยความมั่นคงสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ประกาศเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาเพื่อแจ้งไปยังสภา Congress เพื่อขอการรับรองว่า
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้ตัดสินใจอนุมัติความเป็นไปได้ในการขายระบบป้องกันพื้นที่เพดานสูงขั้นสุดท้าย THAAD(Terminal High Altitude Area Defense) การสนับสนุน, อุปกรณ์ และการบริการที่เกี่ยวข้องวงเงินประมาณ $15 billion

รัฐบาลราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียได้ขออนุมัติความเป็นไปได้ในการขายรูปแบบ Foreign Military Sale(FMS) สำหรับแท่นยิง THAAD 40ระบบ, อาวุธปล่อยนำวิถีสกัดกั้น(Interceptor Missiles) 360นัด,
ชุดสถานียุทธวิธีเคลื่อนที่ระบบควบคุมการยิงและสื่อสาร(Fire Control and Communications Mobile Tactical Station Group) 16ระบบ, Radar แบบ AN/TPY-2 THAAD 7ระบบ รวมถึงระบบที่เกี่ยวข้องทั้งสิ่งอุปกรณ์ ระบบสนับสนุน การฝึกและการส่งกำลังบำรุง

การอนุมัติความเป็นไปได้ในการขายนี้เป็นการสนับสนุนนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯต่อมิตรประเทศในการสร้างเสริมความมั่นคงของซาอุดิอาระเบียและภูมิภาคอ่าว Persian ในการเผชิญหน้ากับอิหร่านและภัยคุกคามอื่นในภูมิภาค
ซึ่งซาอุดิอาระเบียกำลังมีภัยคุกคามจากขีปนาวุธที่มีการพัฒนาอย่างมากของอิหร่านหลายระบบ รวมถึงขีปนาวุธของกลุ่มติดอาวุธ Houthi ในปฏิบัติการแทรกแซงสงครามกลางเมืองเยเมน ซึ่งมีขีปนาวุธถูกยิงใส่ซาอุดิอาระเบียหลายครั้ง

การจัดหาระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD สำหรับกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศซาอุดิอาระเบีย(RSADF: Royal Saudi Air Defense Force) จะเป็นการยกระดับความสามารถในการป้องกันในระดับนอกชั้นบรรยากาศ(exo-atmospheric) แบบยิงทำลาย(hit-to-kill)
ซาอุดิอาระเบียจะไม่มีความยุ่งยากในการจัดหาระบบ THADD เข้าประจำการในกองทัพตน และการขายครั้งนี้จะไม่ส่งผลใดๆต่อสมดุลทางทหารในภูมิภาค ผู้รับสัญญาหลักของระบบ THAAD คือบริษัท Lockheed Martin Space Systems และ Raytheon สหรัฐฯ

การเสด็จเยือนรัสเซียของพระราชาธิบดี Salman แห่งซาอุดิอาระเบียที่ได้เข้าพบประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ที่ Kremlin ใน Moscow เมื่อวันที่ 5ตุลาคมที่ผ่านมานั้น
ซาอุดิอาระเบียและรัสเซียได้ลงนามข้อตกลงที่ครอบคลุมการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศแบบ S-400 Triumf ที่รวมการสร้างในซาอุดิอาระเบีย

Saudi Arabia Military Industries(SAMI) ภาคอุตสาหกรรมทางทหารซาอุดิอาระเบียแถลงถึงบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) ที่ลงนามกับ Rosoboronexport รัฐวิสาหกิจด้านการจัดการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียว่า
"คู่สัญญาทั้งสองจะร่วมมือกันในการจัดตั้งแผนเพื่อการผลิตและบำรุงรักษาชิ้นส่วนของ S-400 ภายในประเทศ"

MOU ดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการผลิตอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Kornet-EM, เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องเพลิง TOS-1A และเครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ AGS-30 ขนาด 30mm ในซาอุดิอาระเบีย
รวมถึงครอบคลุมสิทธิบัตรการผลิตปืนเล็กยาวจู่โจม Kalashnikov AK-103 ขนาด 7.62x39mm ซึ่งมีใช้งานหน่วยรบระดับหัวกะทิของกองทัพบกซาอุดิอาระเบีย(RSLF: Royal Saudi Land Force) แล้ว

"ข้อตกลงยังรวมถึงโครงการการศึกษาและการฝึกสำหรับชาวซาอุดิอาระเบีย เพื่อดำรงความยั่งยืนและการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมทางทหารในซาอุดิอาระเบีย ข้อตกลงนี้คาดว่าจะมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมและเสริมสร้างงานโดยตรงได้หลายร้อยตำแหน่ง
มันจะยังเป็นการส่งมอบวิทยาการล้ำสมัยที่จะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาต่อการกำหนดเป้าหมายการใช้จ่ายทางทหารของราชอาณาจักรภายในประเทศร้อยละ50 ตามแผนยุทธศาสตร์ Vision 2030" SAMI กล่าวแถลง

รัฐบาลซาอุดิอาระเบียประกาศการจัดตั้ง SAMI เมื่อ 17 พฤษภาคม โดยกล่าวว่าตั้งเป้าที่จะนำไปสู่การเป็นหนึ่งใน 25 อันดับบริษัทความมั่นคงชั้นนำของโลก
และเป็นผู้มีส่วนร่วมสำคัญในการบรรลุเป้าหมายที่จะให้การจัดหาทางกลาโหมของราชอาณาจักรมาจากภายในประเทศซาอุดิอาระเบียเองให้ได้ร้อยละ50 ครับ

วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560

รัสเซียปฏิเสธรายงานเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-28 ถูกยิงตกที่ซีเรีย

Defense Ministry refutes reports about downed Russian helicopter in Syria
Russia’s Mi-28 helicopter was not shot down by IS terrorists, but made an emergency landing in Hama due to technical problems, the Defense Ministry says
Valeriy Matytsin/TASS
http://tass.com/defense/969373

กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้แถลงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมว่า เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-28N(NATO กำหนดรหัส Havoc) กองทัพอากาศรัสเซีย(VKS: Russian Aerospace Force) ไม่ได้ถูกยิงตกโดยกองกำลังติดอาวุธก่อการร้ายในซีเรียตามข่าวลือที่ออกมาในสื่อต่างๆ
ตรงกันข้ามเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-28 เครื่องดังกล่าวได้ทำการลงจอดฉุกเฉินที่ Hama ในซีเรียเนื่องจากความขัดข้องทางเทคนิค โดยกล่าวเพิ่มเติมว่านักบินประจำเครื่องทั้งสองนายปลอดภัย

"ในวันที่ 6 ตุลาคม 2017 เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-28 ได้ทำการลงจอดฉุกเฉินเนื่องจากเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิค
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่ ฮ.โจมตี Mi-28 ทำการบินคุ้มกันเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Mi-8 ซึ่งกำลังขนส่งบุคคลจากศูนย์เพื่อการไกล่เกลี่ยคู่กรณีพิพาทของรัสเซีย" กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าว

ตามข้อมูลข้างต้นนักบินประจำเครื่องทั้งสองนายไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด "หน่วยค้นหาและกู้ภัยได้นำตัวพวกเขากลับฐานทัพอากาศโดยทันที ชีวิตและสุขภาพของนักบินไม่อยู่ในภาวะอันตราย
ตามที่นักบินรายงานและจากการตรวจสอบตัวเครื่องเฮลิคอปเตอร์ มันไม่มีการถูกยิงโจมตีแต่อย่างใด" กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลง

อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุครั้งล่าสุดนี้นับอย่างน้อยเป็นครั้งที่สองแล้วที่เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-28N รัสเซียเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิคจนประสบเหตุตกขณะทำการปฏิบัติการรบในซีเรีย
โดยเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2016 ฮ.โจมตี Mi-28N กองทัพอากาศรัสเซียได้เกิดอุบัติเหตุตกใกล้กับเมือง Homs ในซีเรีย และนักบินประจำเครื่องทั้งสองนายเสียชีวิต(http://aagth1.blogspot.com/2016/04/mi-28.html)

ตามรายงานการสอบสวนเบื้องต้นและจากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญทางทหาร ระบุว่าเป็นไปไม่ได้ที่ ฮ.โจมตี Mi-28N จะถูกโจมตีจากผู้ก่อการร้ายจนตก
ทั้งนี้สาเหตุการตกถูกระบุว่าน่าจะมาจากความขัดข้องทางเทคนิคของตัวเฮลิคอปเตอร์หรือความผิดพลาดของนักบินมากกว่า ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุส่วนใหญ่ของเฮลิคอปเตอร์ในกองทัพต่างๆทั่วโลกครับ(http://aagth1.blogspot.com/2016/04/mi-28n_16.html)

วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P กองทัพอากาศพม่าติดตั้งกล้อง TV/FLIR ใหม่

Myanmar Air Force Mi-35P Attack Helicopters was upgraded with new TV/FLIR Electro-Optic.
Russian Helicopters was repair four Myanmarese Mi-35Ps since 2016.
https://www.facebook.com/210114122377899/photos/a.742204619168844.1073741850.210114122377899/1436656123057020/

ภาพที่เผยแพร่ในสื่อสังคม Online แสดงให้เห็นถึงเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-35P (Mi-24P รุ่นส่งออก NATO กำหนดรหัส Hind-F) ของกองทัพอากาศพม่า(Myanmar Air Force: Tatmadaw Lay)
ได้รับการติดตั้งกล้อง TV/FLIR(Forward Looking Infrared) ใหม่ที่ส่วนใต้หัวเครื่อง ซึ่งน่าจะเป็นกล้อง Electro-Optical/Infrared(EO/IR) ในตระกูล GOES-342(OPS-24N) รุ่นใหม่ของ Urals Optical and Mechanical Plant รัสเซีย หรือ Controp DSP-HD อิสราเอล
ซึ่งกล้อง TV/FLIR นี้ได้ถูกนำติดตั้งในการปรับปรุงมาตรฐานเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-24PN ของกองทัพรัสเซีย และติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35M รุ่นส่งออกใหม่ล่าสุดที่มีการจัดหาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก


ตามที่ได้มีรายงานก่อนหน้านี้ช่วงกลางปี 2016 บริษัท Russian Helicopters ในเครือ Rostec รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมความมั่นคงของรัฐบาลรัสเซียได้ลงนามสัญญาในการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P ของกองทัพอากาศพม่าจำนวน 4เครื่อง
โดย 1เครื่องได้ดำเนินการซ่อมที่มหานคร Saint Petersburg รัสเซีย ขณะที่อีก 3เครื่องดำเนินการซ่อมภายในพม่าโดยมีผู้เชี่ยวชาญรัสเซียจากบริษัท Russian Helicopters ให้การสนับสนุนทางเทคนิค(http://aagth1.blogspot.com/2016/06/mi-35p-4.html)
ภาพที่ปรากฎในข้างต้นเป็นการแสดงว่ามี ฮ.โจมตี Mi-35P กองทัพอากาศพม่าอย่างน้อยหนึ่งเครื่องที่ได้รับการปรับปรุงติดกล้อง TV/FLIR เสร็จสิ้นแล้ว โดยมีแบบแผนใกล้เคียงกับ Mi-35P กองทัพอากาศเซเนกัล 2เครื่องที่ปรับปรุงติดตั้งกล้อง Controp DSP-HD เมื่อปี 2016

กองทัพอากาศพม่าได้สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P จากรัสเซียในเดือนธันวาคม 2009 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดหาอาวุธวงเงิน $71 million
กองทัพอากาศพม่าได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P ในช่วงปี 2010-2011 ราว 9-10เครื่อง โดยรัสเซียได้ให้ข้อมูลต่อสำนักงานกิจการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ(United Nations Office for Disarmament Affairs) ว่า
ได้ส่งออกเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P ให้พม่า 4เครื่องในปี 2010 และเพิ่มเติมอีก 4เครื่องในปี 2011 รวมทั้งสิ้น 8เครื่อง

กองทัพอากาศพม่าได้นำเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-35P เข้าปฏิบัติการรบจริงครั้งแรกในภารกิจโจมตีที่มั่นกองกำลังติดอาวุธคะฉิ่น KIA ในรัฐคะฉิ่นทางตอนเหนือติดพรมแดนจีนปี 2013 และอีกหลายๆพื้นที่สู้รบเช่นในรัฐฉาน
ซึ่งจากภาพการซ้อมรบร่วมของกองทัพพม่าหรือภาพจากปฏิบัติการรบกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ ฮ.โจมตี Mi-35P พม่าจะติดตั้งอาวุธโจมตีคือ ปืนใหญ่อากาศ 30mm แฝดสองที่หัวเครื่องด้านขวา และกระเปาะจรวดไม่นำวิถี S-5 57mm กับ S-8 80mm ที่คานอาวุธข้างลำตัว
การติดตั้งกล้อง TV/FLIR ใหม่ของ ฮ.Mi-35P นี้นอกจากจะเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจการณ์ชี้เป้าหมายแล้ว ยังเป็นไปได้ที่น่าจะเพิ่มความสามารถในการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อสู้รถถัง(เช่น 9M120 Ataka) ซึ่งยังไม่เคยพบว่ากองทัพอากาศพม่ามีการติดตั้งใช้มาก่อนด้วยครับ

อินเดียเตรียมความพร้อมฐานทัพอากาศเพื่อรองรับเครื่องบินขับไล่ Rafale

India readying IAF base to receive Rafale fighters
India's federal government recently approved INR2.20 billion (USD33.6 million) to develop facilities at an IAF base to accommodate one of two squadrons of the Dassault Rafale fighters (similar to this one) it ordered last year from France. (Dassault)
http://www.janes.com/article/74544/india-readying-iaf-base-to-receive-rafale-fighters

รัฐบาลกลางสาธารณรัฐอินเดียได้อนุมัติงบประมาณวงเงิน 2.2 billion Indian Rupee($33.6 million) เพื่อพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกของฐานทัพกองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force) ทางตอนเหนือของประเทศ
เพื่อรองรับการเข้าประจำการของเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale 2ฝูงบินจำนวน 36เครื่องที่ลงนามจัดหาจากฝรั่งเศสเมื่อปีที่แล้ว

แหล่งข้อมูลทางการกล่าวกับ Jane's เมื่อ 2 ตุลาคมที่ผ่านมาว่ากองทัพอากาศอินเดียจะสร้างที่กำบังอากาศยานแบบแข็งแรง(shelters) โรงเก็บอากาศยาน(hangars) และสิ่งอำนวยความสะดวกการซ่อมบำรุง
ที่ฐานทัพอากาศ Ambala ทางตอนเหนือของ New Delhi 218km สำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale ซึ่งมีกำหนดจะเดินทางถึงที่นั่นในเดือนกันยายน 2019

พวกเขากล่าวว่าผู้เชี่ยวชาญหลายทีมจากบริษัท Dassault ฝรั่งเศสได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศ Ambala ในหลายเดือนที่ผ่านมาและตอนนี้ได้เสร็จสิ้นขั้นตอนของแผนสำหรับการรับมอบฝูงบิน Rafale ฝูงแรกที่จะที่รู้จักในชื่อ 'ศรสุวรรณ'(Golden Arrows)
"Ambala เป็นตัวเลือกที่ชัดเจนสำหรับกองทัพอากาศอินเดียที่จะเป็นฐานของฝูงบิน Rafale ในพื้นที่ตะวันตก ซึ่งเครื่องสามารถจะทำการบินสกัดกั้นต่อภัยคุกคามใดๆที่เป็นไปได้จากกองทัพอากาศปากีสถาน(PAF: Pakistan Air Force)" พลอากาศโท V K Bhatia(เกษียณ)กล่าววิเคราะห์

ฐานทัพอากาศ Ambala มีที่ตั้งห่างจากชายแดนปากีสถาน 200km และเคยถูกโจมตีทางอากาศโดยกองทัพอากาศปากีสถานในสงครามอินเดีย-ปากีสถานครั้งที่สองในปี 1965 ซึ่งทั้งสองประเทศเพื่อนบ้านนี้ทำสงครามใหญ่ระหว่างกันมาแล้วมากกว่าสามครั้งตั้งได้รับเอกราชมากว่า 70ปี
ฐานทัพอากาศ Ambala เป็นที่ตั้งของฝูงบินเครื่องบินโจมตี Jaguar 2ฝูงบิน และเครื่องบินขับไล่ MiG-21 Bison 1ฝูงบินซึ่ง MiG-21 นั้นมีอายุการใช้งามานานล้าสมัยและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

กองทัพอากาศอินเดียยังจะทำการปรับปรุงฐานทัพอากาศ Hashimara ทางตะวันออกของอินเดีย เพื่อเป็นฐานบินของฝูงบิน Rafale ฝูงที่สอง
ซึ่งคาดว่าจะเป็นการวางกำลังที่แนวชายแดนเพื่อการเผชิญหน้ากับจีนที่อินเดียมีปัญหาข้อพิพาททางดินแดนที่ยุ่งยากระหว่างกันอยู่ครับ

วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560

กองทัพบกไทยเตรียมรับมอบรถถังหลัก VT4 จีน และมองเฮลิคอปเตอร์โจมตีสหรัฐฯใหม่แทน AH-1F

Royal Thai Army set to take delivery of VT4s
The Royal Thai Army (RTA) is preparing to take delivery of the first batch of 28 VT4 main battle tanks (MBT) from China, 18 months after agreeing to acquire the platforms for THB4.9 billion (USD147 million).
http://www.janes.com/article/74568/royal-thai-army-set-to-take-delivery-of-vt4s

Thailand plans combat helicopter acquisition
The Royal Thai Army (RTA) plans to acquire combat helicopters to replace its ageing fleet of Bell AH-1F Cobras, Thailand’s Defence Minister Prawit Wongsuwan has confirmed.
http://www.janes.com/article/74753/thailand-plans-combat-helicopter-acquisition

Mass Production Units of VT4(MBT-3000) Main Battle Tanks for Royal Thai Army unveiled in NORINCO ARMOUR DAY 2017 at Inner Mongolia, China, 16 August 2017

Royal Thai Army is looking for 6-8 new Attack Helicopters to replace 7 AH-1F of 3rd Aviation Battalion, Aviation Regiment, Army Aviation Center, include US Boeing AH-64E Apache Guardian and Bell AH-1Z Viper(unknown photo source)

Royal Thai Army have plan to acquire additional 4 Sikorsky UH-60M Black Hawk for 9th Aviation Battalion, Aviation Regiment, Army Aviation Center

กองทัพบกไทย(Royal Thai Army)กำลังเตรียมการรับมอบรถถังหลัก VT4 ใหม่ชุดแรก ๒๘คันจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเวลา ๑๘เดือนหลังจากที่มีการลงนามสัญญาจัดหาวงเงิน ๔,๙๘๔ล้านบาท($147 million) ในปี พ.ศ.๒๕๕๙(2016)
ทางการกระทรวงกลาโหมไทยยืนยันกับ Jane's เมื่อ ๒ ตุลาคมว่ารถถังหลัก VT4(MBT-3000) ที่ผลิตโดย China North Industries Corporation หรือ NORINCO สาธารณรัฐประชาชนจีน
จะเดินทางมาถึงฐานทัพเรือสัตหีบ กองทัพเรือไทย(Royal Thai Navy) ในช่วงสัปดาห์หน้าราววันที่ ๘-๑๕ ตุลาคมที่จะถึงนี้

ทางการไทยกล่าวว่ารถถังหลัก VT4 ชุดแรกนี้จะได้รับการตรวจรับและขนส่งไปยัง กองพันทหารม้าที่๖ กรมทหารม้าที่๖ กองพลทหารม้าที่๓ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นหน่วยแรกที่คาดว่าจะได้รับมอบรถเข้าประจำการ
ทั้งนี้กองทัพบกไทยได้มีการสั่งจัดหารถถังหลัก VT4 ระยะที่๒ จำนวน ๑๑คันวงเงินประมาณ ๒,๐๐๐ล้านบาท($60 million)ในปี พ.ศ.๒๕๖๐(2017) รวมเป็น ๓๙คัน และคาดว่าในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018)จะมีการสั่งจัดหาในระยะที่๓ อีกราว ๑๐คันเพื่อให้มีจำนวนครบ ๑กองพัน ๔๙คัน
โดย NORINCO จีนได้มีการเปิดตัวรถถังหลัก VT4 ในลายพรางคล้าย Woodland NATO ที่เป็นรถในสายการผลิตสำหรับกองทัพบกไทยในงานงานแสดงและสาธิตอาวุธยุทโธปกรณ์ NORINCO Armor Day 2017 ที่เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน เมื่อ ๑๖ สิงหาคมที่ผ่านมา

วันที่ ๓ ตุลาคม พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมไทยได้ให้สัมภาษณ์ตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับการเดินทางเยือนสหรัฐฯของนายกรัฐมนตรีไทย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้เข้าพบประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคมที่ผ่านมา
รัฐมนตรีกลาโหมไทยเปิดเผยว่ากองทัพบกไทยกำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการคัดเลือกแบบเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่เพื่อทดแทน ฮ.จ.๑ AH-1F Cobra ๗เครื่องที่ประจำการใน กองพันบินที่๓ กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก
โดย AH-1F ๔เครื่องที่จัดหามาในปี พ.ศ.๒๕๓๔(1991) แต่เกิดอุบัติเหตุตก ๑เครื่องในปี พ.ศ.๒๕๔๓(2000) และจัดหา AH-1F EDA เพิ่มเติมอีก ๔เครื่องในปี พ.ศ.๒๕๕๕(2012) นั้นปัจจุบันมีอายุการใช้งานมาก มีสภาพสมควรเดินอากาศ(Airworthiness) เพียง ๒เครื่อง ที่เหลืองดบินและใกล้จะหมดชั่วโมงบินใช้งานแล้ว

รัฐมนตรีกลาโหมไทยเปิดเผยว่าการเดินเยือนสหรัฐฯของนายกรัฐมนตรีไทยไม่ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยเป็นเรื่องหลัก โดยปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายอาวุธให้กองทัพไทยตามที่มีการรายงานไปหลายครั้งก่อนหน้า
ในส่วนกองทัพบกไทยนอกจากการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ UH-60M ราว ๔เครื่องเพิ่มเติมจาก UH-60L/UH-60M ที่ประจำการในใน กองพันบินที่๙(ผสม) อยู่แล้ว ๑๒เครื่อง(เดิมมี ๑๓เครื่องแต่ UH-60L ๑เครื่องเกิดอุบัติเหตุตกในปี พ.ศ.๒๕๕๔) เพื่อให้ครบ ๑๖เครื่องตามแผนเดิมที่วางไว้ก่อนปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014)แล้ว
ด้านโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่ ๖-๘เครื่องเพื่อทดแทน ฮ.จ.๑ AH-1F นั้น คณะกรรมการจะมีการพิจารณาคัดเลือกแบบก่อนเสนอให้กระทรวงกลาโหมนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไปในอนาคตตามขั้นตอนปกติ

แบบตัวเลือกเฮลิคอปเตอร์โจมตีของสหรัฐฯสำหรับกองทัพบกไทยนั้นมีสองแบบคือ Boeing AH-64E Apache Guardian และ Bell AH-1Z Viper ซึ่ง AH-64E และ AH-1Z นั้นต่างเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการทดแทน AH-1F Cobra ที่มีการจัดหาไปประจำการในกองทัพหลายประเทศทั่วโลก
ทั้งนี้คณะกรรมการกองทัพบกน่าจะยังพิจารณาแบบ ฮ.โจมตีอื่นจากหลายประเทศ เช่น Airbus Helicopters Tiger ฝรั่งเศส-เยอรมนี, Turkish Aerospace Industries/Leonardo T129 ATAK ตุรกี-อิตาลี,
รวมถึง Mil Mi-28NE กับ Kamov Ka-52 รัสเซีย และ Changhe Aircraft Industries Corporation(CAIC) Z-10 จีน ตามที่ได้มีการวิเคราะห์ไปก่อนหน้านี้ครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/blog-post_18.html)

วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เครื่องบินขับไล่ Typhoon อังกฤษกับอาวุธปล่อยนำวิถี Brimstone มีความคืบหน้า

BAE Systems progresses Project Centurion with Brimstone milestone
A computer-generated impression of how the Typhoon will appear with its Project Centurion weapons fit (minus the Storm Shadow). Source: BAE Systems
http://www.janes.com/article/74465/bae-systems-progresses-project-centurion-with-brimstone-milestone

บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักรได้เสร็จสิ้นก้าวย่างสำคัญที่ส่งผลสนับสนุนต่อการเปิดตัวของโครงการปรับแต่งระบบอาวุธ Project Centurion สำหรับเครื่องบินขับไล่ Typhoon กองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(Royal Air Force) ภายในสิ้นปี 2018
ตามที่ Andy Flynn ผู้อำนวยการการส่งมอบ Eurofighter กล่าวกับ Jane's เมื่อ 28 กันยายน การรณรงค์ทดสอบการบินช่วงฤดูร้อนของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น MBDA Brimstone
ได้ผลสรุปประสบความสำเร็จก่อนหน้าสามวัน ผลที่ได้อาวุธปล่อยนำวิถีที่มีอำนาจการทำลายข้างเคียงต่ำตอนนี้สามารถติดตั้งไปกับ Typhoon ได้อย่างปลอดภัย

"มากกว่า 18เดือนที่ผ่านมาเราได้เสร็จสิ้นการทดสอบการปล่อยอาวุธจำนวนมากของ (อาวุธปล่อยนำวิถีร่อน) Storm Shadow, (อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา) Meteor และ Brimstone ในสหราชอาณาจักร
มีการปลดทิ้ง(jettison) Brimstone 9ครั้ง และการยิง 9ครั้งระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคม-25 กันยายน ตอนนี้เราได้เสร็จสิ้นการบูรณาการอากาศพลศาสตร์และการปล่อยและปลดอาวุธ
นี่หมายความว่าตอนนี้มันปลอดภัยที่จะบินและยิงตลอดท่าทางการบินที่ต้องการอย่างมีประสิทธภาพ นี่เป็นย่างก้าวในเชิงบวกอย่างแท้จริง!" Flynn กล่าวเสริม

โครงการ Centurion เป็นการปรับแต่งระบบอาวุธที่นำการผสมผสานระเบิดนำวิถี Laser Raytheon Paveway IV ที่ถูกนำเข้าประจำการแล้ว ร่วมกับ Storm Shadow, Meteor และ Brimstone
เข้ากับเครื่องบินขับไล่ Typhoon FGR4 กองทัพอากาศสหราชอาณาจักร ตามเวลาสำหรับรองรับการปลดประจำการเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado GR4 ในปี 2019
โดย Typhoon FGR4 นั้นเป็นรุ่นที่มีขีดความสามารถในการใช้อาวุธโจมตีภาคพื้นดินได้แต่เป็นอย่างจำกัด โดยเครื่องบินขับไล่ Typhoon F2 ที่กองทัพอากาศอังกฤษประจำการเป็นรุ่นแรกนั้นมีขีดความสามารถเฉพาะการใช้อาวุธอากาศสู่อากาศเท่านั้น

"โครงการ Centurion จากได้รับสัญญาจนถึงเข้าประจำการเป็นเวลา 4ปีครึ่ง รวมการนำ Storm Shadow และ Meteor กับเครื่องนี่เป็นคงามท้าทายมาก เรากำลังมุ่งเน้นไปที่การส่งมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการเมื่อลูกค้าต้องการมัน
มันเกี่ยวกับการใช้พลังของกลุ่มหุ้นส่วน Eurofighter(Airbus เยอรมนีและสเปน, Leonardo อิตาลี และ MBDA สหราชอาณาจักร-ฝรั่งเศส) และพลังทั้งหมดนำเข้าสู่ขีดความสามารถในการส่งมอบ" Flynn กล่าวย้ำ
นอกจากกองทัพอากาศอังกฤษแล้วเครื่องบินขับไล่ Tornado ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตร่วมเริ่มต้นกำลังอยู่ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนปลดประจำการ เช่น เครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado IDS และเครื่องบินขับไล่สงคราม Electronic Tornado ECR กองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) ครับ

วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

อากาศยานรบไร้คนขับ CH-5 UAV จีนทดสอบยิงอาวุธปล่อยนำวิถีใหม่

China’s CH-5 UAV conducts live-fire trial with new precision weapon
CASC’s latest CH-5 armed reconnaissance UAV pictured with guided weapons during a 21 September test at an undisclosed airport in north-western China. Source: Jane's sources
http://www.janes.com/article/74363/china-s-ch-5-uav-conducts-live-fire-trial-with-new-precision-weapon


China Aerospace Science and Technology Corporation(CASC) สาธารณรัฐประชาชนจีนประสบความสำเร็จในการบูรณาการติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีความแม่นยำสูง(PGM: Precision Guided Missile) ใหม่
เข้ากับอากาศยานไร้คนขับเพดานบินปานกลางระยะเวลาทำการนาน(MALE UAV: Medium-Altitude Long-Endurance Unmanned Aerial Vehicle)แบบติดอาวุธ CH-5(Cai Hong 5 หรือ Rainbow 5) ตามที่แหล่งข้อมูลของ Jane's ยืนยัน

การทดสอบล่าสุดมีขึ้นที่สนามบินที่ไม่เปิดเผยทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑล Gansu ระหว่างช่วงเช้าวันที่ 21 กันยายน โดยวิศวกร CASC ประสบความสำเร็จในการติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีความแม่นยำสูงแบบใหม่
ที่มีน้ำหนัก 80kg ติดตั้งหัวรบระเบิดแตกสะเก็ด ทำการยิงแบบจับเป้าหมายก่อนยิง(LOBL: Lock-On Before Launch) จาก CH-5 UAV รุ่นสายการผลิตที่ความสูง 11,482ft.

รายละเอียดเพิ่มเติมของอาวุธปล่อยนำวิถีแบบใหม่ไม่เป็นที่เปิดเผย แม้ว่าจะเป็นที่เข้าใจว่าการทดสอบล่าสุดนี้จะยังเป็นการช่วยให้วิศวกรสามารถทำการทดสอบเพิ่มเติมและปรับแต่งของ CH-5
ทั้งการติดตั้งกล้อง EO/IR(Electro-Optical/Infrared) เช่นเดียวกับระบบชี้เป้าหมายให้อาวุธ และกลไกการปล่อยอาวุธจากรางตำบลติดตั้งอาวุธ

"เราได้สาธิตความสามารถของ CH-5 เพื่อเอาชนะกองกำลังใดๆในสนามรบด้วยความสามารถในการลาดตระเวนและโจมตีของมัน
และความสำเร็จล่าสุดของเราเป็นตัวอย่างถึงความสมบูรณ์พร้อมของผลิตภัณฑ์ขั้นก้าวหน้าของเรา" โฆษกของ CASC กล่าวกับ Jane's

แหล่งข้อมูลในบริษัทยังได้เปิดเผยกับ Jane's ว่าอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังนำวิถี Laser กึ่งอัตโนมัติ(SAL: Semi-Active Laser) แบบ AR-1 ขนาด 45kg ได้ประสบความสำเร็จในการบูรณาการติดตั้งและกับรับรองการใช้งานกับ CH-5 UAV เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
โดยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AR-1 นั้นถูกติดตั้งใช้งานกับอากาศยานไร้คนขับ CH-3 และ CH-4 ที่มีขนาดเล็กกว่าและจีนได้ส่งออกไปใช้งานในหลายประเทศ เช่น เติร์กเมนิสถาน ไนจีเรีย(CH-3) พม่า(CH-3A) ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ และอิรัก(CH-4B) ครับ

วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๖๐-๙

Rafael Spike Anti-Tank Guided Missile of ST Kinetics Singapore display at Defense & Security 2015 exhibition(My Own Photo) 

http://www.dti.or.th/download/file/d10d71b0.pdf
Defence Technology Institute released check the purchase price of materials for 63 related IR Seeker equipments

ความคืบหน้าที่สำคัญของโครงการพัฒนาอาวุธด้วยตนเองของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI(Defence Technology Institute)
คือการออกเอกสารการสอบราคาซื้อวัสดุระบบ IR Seeker จำนวน ๖๓รายการ เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐(2017)
เป็นที่เข้าใจว่าระบบ IR Seeker ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ในโครงการพัฒนาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง(Anti-Tank Guided Missile)
ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาจรวดนำวิถีที่ DTI ประกาศแผนงานพัฒนาต่อจากโครงการจรวดนำวิถีหลายลำกล้อง DTI-1G 302mm และเครื่องจรวดหลายลำกล้อง DTI-2 122mm

ปัจจุบันกองทัพไทยยังมีความต้องการในการจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังแบบใหม่เพื่อทดแทนระบบเก่าที่ปลดประจำการไปได้หลายปีแล้ว
เช่นในส่วนของกองทัพบกไทย(Royal Thai Army) คือโครงการจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังทดแทนระบบ M47 Dragon ที่จัดหามานานซึ่งล้าสมัยและหมดอายุการใช้งานแล้ว
ช่วง ๓-๕ปีก่อนนั้นกองทัพบกไทยได้ประเมินค่าอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังแบบพกพาได้ด้วยชุดยิงขนาดเล็กสองระบบคือ Raytheon-Lockheed Martin FGM-148 Javelin สหรัฐฯ และ Rafael Spike อิสราเอล ซึ่งต่อมามีข้อมูลว่ากองทัพบกไทยเลือก Spike-MR อิสราเอล
อย่างไรก็ตามเนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้กองทัพบกไทยยังไม่มีการดำเนินการจัดหา ATGM ใหม่จนถึงตอนนี้ ซึ่งถ้า DTI จะพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังของไทยเองจนเข้าสู่สายการผลิตและประจำการได้จริงย่อมจะเป็นเรื่องที่ดีมากครับ

AH-1F and AH-1F EDA of 3rd Aviation Battalion, Aviation Regiment, Army Aviation Center, Royal Thai Army(https://www.facebook.com/ball.kittidej)

ตามที่ได้มีการวิเคราะห์การจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแบบเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่ของกองทัพบกไทยเพื่อทดแทน ฮจ.๑ AH-1F และ AH-1F EDA ทั้ง ๗เครื่องที่ประจำการใน กองพันบินที่๓ ศูนย์การบินทหารบกนั้น(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/blog-post_18.html)
ได้ข้อมูลมาเพิ่มเติมบางส่วนครับว่าแบบเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่ที่มีตัวแทนบริษัทประเทศต่างๆมาเสนอให้กองทัพบกไทยพิจารณานั้นน่าจะมีอยู่ด้วยกันดังนี้คือ
Boeing AH-64E Apache Guardian และ Bell AH-1Z Viper สหรัฐฯ, Airbus Helicopters Tiger ฝรั่งเศส-เยอรมนี, Turkish Aerospace Industries/Leonardo T129 ATAK ตุรกี-อิตาลี และ Mil Mi-28NE รัสเซีย โดยเท่าที่ทราบจีนไม่ได้เสนอ Z-10 ของตนให้ไทย

ที่มีข่าวลือมาล่าสุดนั้นตัวเลือกที่กองทัพบกไทยพิจารณาเหลือสองแบบแล้วคือ AH-1Z Viper กับ Tiger โดยมีแนวโน้มว่า AH-1Z จะเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะมีแบบแผนใกล้เคียงกับ ฮ.จ.๑ AH-1F มากที่สุด
ก็ต้องติดตามกันว่าผลที่ออกมาในอนาคตจะเป็นไปตามที่กล่าวมานี้จริงหรือไม่ เพราะได้ข้อมูลมาอีกทางมาระบุว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจใดๆออกมาเลย
โดยการเสนอแบบตัวเลือกเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่ ต่อ ศบบ.นั้นจะมีกำหนดส่งข้อเสนอจนถึงต้นเดือนตุลาคม และคาดว่าจะเริ่มการพิจารณาคัดเลือกแบบได้ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนหรือหลังจากนั้นครับ

ทั้งนี้นอกจากเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่ทดแทน ฮ.จ.๑ AH-1F ขั้นต้น ๑กองร้อยบิน ๘เครื่องแล้ว ตามแผนความต้องการอัตราโครงสร้างศูนย์การบินทหารบกใหม่ในปัจจุบัน
กองทัพบกยังมีความต้องการจัดหา ฮ.โจมตีเพิ่มเติมในแต่ละกองพันบินอากาศยานปีกหมุน อย่างน้อยอีก หนึ่ง ร้อย.บ. ๘เครื่อง เช่นใน กองพันบินที่๙(ผสม)
รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธในแต่ละกองพันบินอากาศยานปีกหมุนอย่างน้อยอีกหนึ่ง ร้อย.บ. ๘เครื่อง เพิ่มเติมจาก ฮ.ลว./อว.๕๕๐ AS550 C3 ๘เครื่องที่ประจำการใน กองพันบินที่๑ (แผนเดิมต้องการขั้นต้น ๑๖เครื่อง)

แต่ทั้งนี้เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ มองว่าเฉพาะส่วน ฮ.ลาดตระเวนคงจะมีแผนปรับปรุงติดตั้งกล้องตรวจการณ์ชี้เป้า Electro-Optical Infrared(EO/IR) ให้ AS550 C3 มากกว่า
ส่วนการจัดหา ฮ.มือสองอย่าง OH-58D Kiowa Warrior ซึ่งกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) เพิ่งจะปลดประจำการไป และส่งออกเครื่องส่วนเกินให้มิตรประเทศในรูปแบบ Excess Defense Article และ Foreign Military Sale นั้น(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/oh-58d-kiowa-warrior.html)
เช่น กองทัพอากาศตูนิเซีย ๒๔เครื่องรวมระบบอุปกรณ์และอาวุธต่างๆมีวงเงินที่ $100.8 million(http://www.dsca.mil/major-arms-sales/tunisia-oh-58d-kiowa-warrior-aircraft-equipment-and-support) แต่มองว่าในระยะยาวแล้วอายุการใช้งานเครื่องจะสั้นเกินไปไม่คุ้มค่าที่จะจัดหามาใช้ครับ

Royal Thai Army AEROS 40D Sky Dragon Airship with 2 Axsys V14-MSII Electro-Optical Infrared camera systems Emergency landing at Pattani, 5 September 2014


Royal Thai Army 3 Axsys V14-MSII Electro-Optical Infrared(EO/IR) camera systems on 3 Bell 212 Helicopters amd 2 V14-MSII  cameras on AEROS 40D Sky Dragon Airship(www.nationgroup.com)

สำหรับเรือเหาะตรวจการณ์ AEROS 40D Sky Dragon สหรัฐฯแบบมีนักบินประจำที่กองทัพบกไทยจัดหามาในปี พ.ศ.๒๕๕๒(2009) และได้ปลดประจำการไปในปี พ.ศ.๒๕๖๐(2017) นี้นั้น
รายงานปัญหาของสมรรถนะตัวเรือเหาะ ทั้งพื้นผิวผ้าใบตัวเรือเหาะเสื่อมสภาพ ค่า Helium gas เพื่อรักษาสภาพรูปทรงเรือเหาะมีค่าใช้จ่ายสูง สมรรถนะความเร็วและเพดานบินต่ำกว่าที่ต้องการ และเคยเกิดอุบัติเหตุลงจอดฉุกเฉินนั้นก็ได้ถูกรายงานไปบ่อยครั้งแล้ว

ทั้งระบบที่จัดหามารวม ๓๔๐ล้านบาท($10.26 million) แบ่งเป็น
รายการแรก ตัวเรือเหาะ ๖๖.๘ล้านบาท($2.01 million), กล้องตรวจการณ์ ๒ชุดและระบบควบคุมและส่งสัญญาณ ๘๗ล้านบาท($2.62 million) รถหุ้มเกราะสถานีควบคุม ๔๐ล้านบาท($ 1.2million) และโรงเก็บพร้อมอุปกรณ์ภาคพื้น ๙ล้านบาท($271,818)
รายการที่สอง อากาศยานปีกหมุนติดตั้งระบบเฝ้าตรวจทางอากาศกล้องตรวจการณ์คุณภาพสูง ๓ระบบ ๑๓๑ล้านบาท($ 3.95 million) นั้น

ในส่วนรถหุ้มเกราะควบคุมและถ่ายทอดสัญญาณแบบ Grizzly Command & Control MRAP(Mine Resistant Ambush Protected) ๑คันนั้นจะมีการขายทอดตลาดไป
ส่วนกล้องตรวจการณ์ Axsys V14-MSII ๒ระบบที่ติดตั้งบนเรือเหาะนั้น จะมีการพิจารณานำไปติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์แบบอื่นต่อไป เช่นเดียวกับที่ติดกับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๒๑๒ Bell 212 ๓เครื่องที่ติดตั้งกล้อง EO/IR Axsys V14-MSII มาก่อนแล้วครับ


Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy's HMV-150 upgraded of V-150 4x4 by Panus Assembly Co.,Ltd Thailand was transited for field test at Narathiwat in 29 September 2017

เมื่อ ๒๙ ก.ย.๖๐ เวลา ๑๑๕๐ น.อ.เลอศักดิ์ คชนันทน์ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต. ให้โอวาทและกล่าวต้อนรับกำลังพลส่วนใหญ่ ผลัดเปลี่ยนหน้าที่ ฉก.นย.ทร./ฉก.นย.ภต.ประจำปี งป.๖๑ ณ ชายหาด ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมืองนราธิวาส จว.นราธิวาส 
โดยประกอบด้วยกำลังพลจาก กรมทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ (กรม ทพ.นย.ทร.) กองพันทหารราบที่ ๔, หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง, กองพันลาดตระเวน, กองพันทหารช่าง และกองพันพยาบาล 
ซึ่งกำลังพลดังกล่าว เดินทางมาโดยทางเรือ ประกอบด้วย เรือหลวงอ่างทอง และเรือหลวงมันใน 
ในการนี้ น.อ.เลอศักดิ์ คชนันทน์ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.ได้กล่าวเน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ อยู่บนพื้นฐานและหลักการที่ถูกต้อง มีความซื่ออสัตย์สุจริต มีคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงาน 
นอกเหนือจากภารกิจในการปกป้องอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของชาติแล้ว ภารกิจให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง 
ขอให้กำลังพลทุกนายใช้ศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ในการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้พหุวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น ๆ ทั้งในด้านศาสนา ภาษา ขนบธรรมเนียม ประเพณี และต้องไม่ประมาทโดยเด็ดขาด 
ทั้งนี้ กำลังพลทุกนาย คือตัวแทนของ กองทัพเรือ
https://www.facebook.com/watcharin13/posts/1721711241173324

Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy's new varriant of PHANTOM 380-X1 Cobra 4x4 by Panus Assembly Co.,Ltd Thailand
https://www.facebook.com/rach2511/posts/10214495404436998

การผลัดเปลี่ยนกำลังพลของ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ/หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑(2017) ที่ ค่ายจุฬาภรณ์ จังหวัดนราธิวาส ตามชุดภาพในข้างต้นนั้น
มีการพบว่า นาวิกโยธิน กองทัพเรือไทยได้มีการนำรถหุ้มเกราะล้อยาง HMV-150 ที่บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ ทำการปรับปรุงจากรถหุ้มเกราะล้อยาง V-150 4x4 ที่ประจำการใน กองร้อยยานเกราะ กองพันรถถัง กองพลนาวิกโยธิน มาก่อน
รถเกราะ HMV-150 ต้นแบบที่ถูกนำมาประจำการที่นราธิวาสนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบในภาคสนามจริงเพื่อประเมินค่าก่อนการพิจารณาที่จะดำเนินการปรับปรุงรถเกราะ V-150 ของ นย.ที่มีให้เป็นมาตรฐาน HMV-150 ต่อไป

ซึ่งรถหุ้มเกราะล้อยาง First Win II 4x4 ที่นาวิกโยธินไทยได้รับมอบจากบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd) ไว้ทดลองใช้งาน ๖๐วันก่อนหน้า ก็เป็นรถเกราะป้องกันทุ่นระเบิด MRAP อีกแบบที่น่าจะถูกนำไปใช้ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
นอกเหนือจากรถหุ้มเกราะล้อยาง Phantom 380-X1 ซึ่งเป็นผลงานของบริษัทพนัสที่เข้าประจำการในนาวิกโยธินไทยที่ชายแดนภาคใต้แล้ว และกองทัพเรือไทยกำลังจะจัดหาเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง
โดยได้มีภาพเปิดเผยถึงรถหุ้มเกราะล้อยาง Phantom 380-X1 Cobra ที่การปรับปรุงเพิ่มเติมในบางส่วนด้วยครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/07/hmv-150-first-win-ii.html)





Ceremony of Royal Thai Navy delivered Nari VTOL UAV to Suranaree Task Force, 2nd Army Region, Royal Thai Army, 8 September 2017

ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปอย่างสวยงาม!
กองบัญชาการกองทัพไทย สั่งผลิตโดรนจากกองทัพเรือให้เหล่าทัพต่างๆใช้งาน
เราสามัคคีกัน! เราไม่แบ่งแยกเหล่าทัพ! เราทำงานประสานกัน! สนับสนุนงานวิจัยฯภูมิปัญญาทหารไทย!

เรื่องหนึ่งที่ถูกโยงเข้าหากรณีปัญหาการจัดหาเรือเหาะตรวจการณ์ AEROS 40D Sky Dragon ที่ปลดประจำการไปในข้างต้นบ่อยครั้งคือเรื่องที่มักจะมีกลุ่มคนออกมาเสนอความเห็นว่า "ทำไมทหาร-ตำรวจไม่ใช้ Drone ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้"
ในที่นี้เราจะกล่าวถึงในแง่มุมที่ว่า Drone ที่มักจะถูกกล่าวถึงนั้นคืออากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ซึ่งในความเป็นจริงนั้นแต่ละเหล่าทัพมีการจัดหาและพัฒนา UAV ของไทยเองประจำการและใช้ปฏิบัติการจริงในหลายๆพื้นที่มามากกว่าสิบปีแล้ว
เช่น RQ-11B Raven, DTI Mini UAV กองพันข่าวกรองทหาร, Searcher Mk II กับ Hermes 450 กองร้อยบินอากาศยานไร้คนขับที่๒ กองพันบินที่๒๑ กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก กองทัพบกไทย, Narai(นารายณ์), Ongkot(องคต), DTI RTN KSM150 กับ Falcon-V FUVEC VTOL UAV ขึ้นลงทางดิ่งกองทัพเรือไทย และ Aerostar, TEagle Eyes II, Tiger Shark I/II MALE UAV กองทัพอากาศไทย เป็นต้น ซึ่ง UAV ที่กล่าวชื่อมามีถึง ๗ระบบที่พัฒนาเองในไทย

UAV เหล่านี้ได้มีการนำไปทดสอบใช้งานจริงในพื้นที่ปฏิบัติการมาแล้วทั้งที่ชายแดนภาคใต้หรือตรวจการณ์ในพื้นที่ชายแดนตะวันออกและตะวันตก ตามตัวอย่างที่กองทัพเรือได้ผลิตและส่งมอบ นารายณ์ UAV ให้กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่๒ กองทัพบก และเหล่าทัพอื่นไปใช้งาน
อย่างไรก็ตาม UAV แต่ละแบบทั้งขนาดใหญ่ขนาดเล็กยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถจะทำการบินได้ต่อเนื่องตลอดเวลา ดังนั้นในการตรวจการณ์ต่อเนื่องสมัยนั้นกองทัพบกจึงมีแนวคิดที่จะจัดหาเรือเหาะซึ่งสามารถบินได้ต่อเนื่องนานข้ามวันและประหยัดเชื้อเพลิง
แต่ก็อย่างที่ทราบว่าตัวระบบเรือเหาะ Sky Dragon นั้นมีปัญหาตั้งแต่บริษัทผู้ผลิตที่เอาตัวต้นแบบ Prototype มาขายให้แล้ว รวมถึงเป็นระบบที่ใช้คนบังคับภายในไม่ได้เป็นแบบ Balloon ไร้คนขับผูกประจำที่เพดานบินสูงเหมือนประเทศอื่น ผลที่ออกมาจึงไม่ดีอย่างที่เห็น

นั่นกลับแย่ที่ว่าประเด็นการปลดประจำการเรือเหาะของกองทัพบกไทยกลับถูกโยงเข้ากับการจัดหาของเหล่าทัพอื่น ตัวอย่างเช่นเรือดำน้ำ S26T ที่มีสื่อไร้จรรยาบรรณและผู้ไม่หวังดีต่อชาติโจมตีว่าเมื่อประจำการเรือต้องจมลูกเรือตายยกลำแน่ๆ ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวกันเลย
อีกส่วนที่โยงไปถึงการใช้งานระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ในการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เช่นคำถามที่ว่า "ทำไมกองทัพไทยไม่ใช้ Drone ติดอาวุธในพื้นที่ชายแดนภาคใต้" ซึ่งในที่นี้หมายถึงอากาศยานรบไร้คนขับ(UCAV: Unmanned Combat Aerial Vehicle) 
คำตอบคือสถานการณ์ในพื้นที่นั้นการเพิ่ม 'อำนาจการยิง' ไม่สามารถที่จะใช้แก้ปัญหาอะไรได้เลย และบ่อยครั้งที่คำแนะนำที่มาจากผู้ที่อยู่นอกพื้นที่ซึ่งไม่ได้มีพื้นฐานความรู้จริงแต่อย่างใดมักจะสร้างความลำบากใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จริงมาก

ทุกวันนี้ฝ่ายเราพยายามแก้ปัญหาโดยการลดเงื่อนไขที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาลง ในขณะที่กลุ่มก่อความไม่สงบมักจะกระทำการเป็นกลุ่มขนาดเล็กและปะปนกับชาวบ้านในพื้นที่ ถ้าใช้อาวุธทางอากาศจาก UCAV โจมตีความเสียหายข้างเคียงจะสูงเกินกว่าที่เราจะรับได้ 
โดยเฉพาะการถูกนำไปขยายผลความรุนแรงของฝ่ายตรงข้ามเพื่อสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนและต่อนานาชาติ จนนำมาสู่การแทรกแซงจากกลุ่มติดอาวุธก่อการร้ายสากลในพื้นที่ของไทย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยไม่ต้องการให้เกิดขึ้น 
ดังนั้นเราจะไปใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหาใหม่ เหมือนประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศหรือประเทศมหาอำนาจที่มองว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่คนเหมือนพวกตนไม่ได้ เพราะนั่นไม่ใช่วัฒนธรรมของชาวไทย และการทำแบบนั้นยิ่งมีแต่จะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงจากที่เป็นอยู่ตอนนี้ครับ

(การสร้างความเกลียดชังคือสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการทั้งในฝ่ายตนและฝ่ายเรา เราใช้ไฟดับไฟไม่ได้ เราต้องใช้น้ำดับไฟ 
ในอดีตที่ผ่านมาไทยเราแก้ไขและผ่านปัญหาความมั่นคงต่างๆได้ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าในบางสถานการณ์ที่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ แต่ไทยเราก็อดทนโดยเชื่อว่าถ้าน้ำยังน้อยก็ต้องสะสมน้ำให้มากขึ้นแล้วรดน้ำต่อเนื่องไปจนกว่าไฟจะดับมอดหมด 
ทำให้ประเทศไทยไม่ค่อยมีปัญหาอาชญากรรมจากความเกลียดชังทางเชื้อชาติที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก แต่ในอนาคตก็ไม่แน่เพราะผู้คนในสังคมไทยส่วนหนึ่งได้เปลี่ยนไปจากอดีตแล้ว

ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศที่มีสงครามกลางเมืองกับหลายกลุ่มชาติพันธุ์มาตั้งแต่เป็นเอกราชยาวนานถึง ๗๐ปี 
ด้วยพื้นฐานความคิดที่เห็นแก่ตัวของกลุ่มผู้ปกครองประเทศนั้นที่มองว่าเชื้อชาติตนดีสูงส่งกว่ากลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่พวกเขาคิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมทั้งที่อยู่อาศัยร่วมแผ่นดินเดียวกับตนมานาน
จนถูกประชาคมโลกประนามเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การบังคับใช้แรงงานทาส ทหารเด็ก ข่มขืมรุมโทรมแบบเป็นระบบ และมีผู้อพยพจำนวนมากหนีความตายเข้ามาพึ่งประเทศไทยเรา

เราไม่ควรไปฟังความคิดเห็นจากคนไม่ดีบางกลุ่มที่คิดพูดและทำแต่เรื่องร้ายๆ ชอบแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงโดยที่ตัวเองอยู่ในที่ปลอดภัย ค่อยแต่ติเตียนคนทำงานทำความดีเพราะว่าตนเองคิดเลวจึงเหมารวมว่าคนอื่นก็เลวเหมือนกันกับพวกตน  
ซึ่งพวกกลุ่มคนไร้วุฒิภาวะก้าวร้าวหยาบคายที่เรียกร้องการแก้ปัญหาด้วยการสร้างความแตกแยกสุดโต่ง รวมถึงฝักใฝ่แนวคิดการปกครองประเทศแบบอนาธิปไตยเหล่านี้ พอเจอของจริงเข้าเห็นมาหลายรายแล้วลงไปนอนคว่ำหน้าปากสั่นพร่ำแต่ว่า "ไม่ๆ ช่วยด้วย! ฉันยังไม่อยากตาย!" 
และกลุ่มคนที่ชมชอบวิธีการทำความสะอาดบ้านด้วยการจุดไฟเผาบ้านตนเองพวกนี้ละที่เป็นภัยความมั่นคงของชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง ที่สามารถพบเห็นได้แม้แต่ใน Webboard หรือ Group Facebook ทางทหารที่เคยมีชื่อว่าเป็นกลางและพูดคุยกันด้วยเหตุผลทางวิชาการมาตลอดก็ตาม)

new Royal Thai Air Force SAAB 340B+ serial number 70206

ในช่วงเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐ ส่วนของกองทัพอากาศไทยในการปลดประจำการอากาศยานที่มาอายุการใช้งานมานาน และการจัดหาอากาศยานใหม่เพื่อทดแทนส่วนที่ขาด ก็เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามข้อจำกัดของงบประมาณ
ซึ่งอากาศยานแบบล่าสุดที่รับมอบในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้นจะเป็นกลุ่มอากาศยานที่ใช้ในภารกิจตรวจการณ์รวบรวมข่าวกรอง ซึ่งเป็นระบบที่อยู่ในชั้นความลับตามที่ได้รายงานไป(http://aagth1.blogspot.com/2017/09/p180-avanti-ii-evo-saab-340b.html)
การรับมอบอากาศยานรบที่สำคัญของกองทัพอากาศไทยก็จะมีล่าสุดในเดือนมีนาคม ๒๕๖๑(2018) คือการรับมอบเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ KAI T-50TH ตามกำหนดการที่กองทัพอากาศดำเนินการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชนมาตลอดในช่วงหลังมานี้ครับ

สารวัตรนักเรียนเดนนรก: นายสิบเสนารักษ์ในตำนาน


สิบเอก สุเทพ โภชณาหารนุกูล ตำแหน่งนายสิบเสนารักษ์ หมู่ลาดตระเวนตอบโต้ฉุกเฉิน ERRS และหัวหน้าห้อง ม.๓/๑๓
ผู้ใช้อาวุธประจำกายปืนลูกซอง Pump-Action แบบ Winchester Model 1200 กระสุนยางความจุ ๕นัด
แรงบันดาลใจในการออกแบบตัวละครนี้เมื่อกว่า ๑๐-๑๕ปีก่อนก็มาจากชีวประวัติของ Desmond Doss ก่อนที่ภาพยนตร์เรื่อง Hacksaw Ridge จะเข้าฉาย
แต่ความเหมือนก็มีแค่ว่า คุณสุเทพแกปฏิเสธที่สังหารข้าศึกในสนามรบและเป็นเสนารักษ์ เท่านั้น
ท่านที่เคยอ่าน 'สารวัตรนักเรียนเดนนรก' ซึ่งเรื่องราวเกิดในปี พ.ศ.๒๕๓๗-๒๕๓๘ ยุค 1990s คงจะจำได้ว่า
คุณสุเทพแกเป็นคนไทยเชื้อสายจีน เป็นผู้ฝึกวิทยายุทธ และเป็นพ่อครัวด้วย
ถ้ามีโอกาสได้เขียน สารวัตรนักเรียนเดนนรก เล่ม๓ คงจะเป็นภาพนี้ละที่ขึ้นปกหน้าครับ