วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

กองทัพบกไทยจะรับมอบเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ AH-6i สหรัฐฯ

Thailand to receive AH-6 helos







Thailand is set to receive eight AH-6i helicopters (pictured) to replace its seven ageing Bell AH-1F Cobras. (Janes/Gareth Jennings)

กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) จะรับมอบเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ Boeing AH-6i จำนวนหนึ่งโดยสัญญาวงเงิน $103,774,884(ประมาณ ๓,๓๔๒,๕๘๙,๐๑๔บาท) ถูกประกาศโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๕(2022)
ข้อตกลงซึ่งจะเห็นเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i 'Little Bird' ถูกสร้างที่โรงงานอากาศยาน Mesa ของบริษัท Boeing สหรัฐฯในมลรัฐ Arizona จะดำเนินไปจนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025)

ขณะที่เอกสารการแจ้งสัญญาไม่ได้เปิดเผยจำนวน ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i ที่กองทัพบกไทยจะจัดหา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ AH-6i(International) จำนวน ๘เครื่อง
เช่นเดียวกับระบบอาวุธที่เกี่ยวข้อง, อุปกรณ์ และการสนับสนุน แก่ไทยในปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019)(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/ah-6i.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/07/boeing-ah-6i.html)

โดยชุดข้อเสนอการขายรวมมูลค่าวงเงิน $400 million อาวุธและระบบที่เกี่ยวข้องที่ได้รับการอนุมัติประกอบด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Lockheed Martin AGM-114R Hellfire จำนวน ๕๐นัด,
จรวดอากาศสู่พื้นนำวิถี BAE Systems APKWS(Advance Precision Kill Weapon System) จำนวน ๒๐๐นัด, ปืนกลอากาศ Dillion M134 Mini-Gun หกลำกล้องหมุนขนาด 7.62mm จำนวน ๑๐กระบอก,

ปืนกลอากาศ General Dynamics GAU-19/B Gatling gun สามลำกล้องหมุนขนาด 12.7mm จำนวน ๔กระบอก, จรวดอากาศสู่พื้น Hydra ขนาด 70mm จำนวน ๕๐๐นัด,
กล้องมองกลางคืน(NVG: Night Vision Goggles) จำนวน ๒๐ชุด และกล้องตรวจการณ์และชี้เป้าหมาย WESCAM MX-10Di EO/IR(Electro-Optical/Infrared) จำนวน ๘ระบบ

การจัดซื้อจัดจ้างจะทำให้กองทัพบกไทยจะปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1F Cobra จำนวน ๗เครื่องที่มีอายุการใช้งานมานานของตนได้(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/ah-64e-ah-1z.html)
"ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามการปรับปรุงความทันสมัยทางทหารที่กว้างขวาง" สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) กล่าว

"เฮลิคอปเตอร์ AH-6i เหล่านี้ขีดความสามารถการลาดตระเวนและโจมตีเบาสำหรับการสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิดแก่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ, หน่วยทหารราบยานเกราะล้อยาง Stryker และหน่วยป้องกันชายแดน" DSCA สหรัฐฯกล่าว
กองทัพบกไทยยังเป็นผู้ใช้งานส่งออกต่างประเทศรายแรกสำหรับยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV 8x8 จำนวน ๑๓๐คันที่ประจำการ ณ กรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/stryker.html)

แม้ว่ากองบัญชาการการทำสัญญากองทัพบกสหรัฐฯ(US Army Contracting Command) ที่ Redstone Arsenal ในมลรัฐ Alabama ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้มีอำนาจการทำสัญญาสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i ของกองทัพบกไทย
การขายอากาศยานนี้และอื่นๆแก่ประเทศหุ้นส่วนพันธมิตรกำลังได้รับการกำกับดูแลโดยสำนักงานโครงการพิเศษการบินนานาชาติ(MASPO: Multi-National Aviation Special Project Office) ของกองทัพบกสหรัฐฯครับ

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ตุรกีแสดงแบบจำลองเท่าของจริงเครื่องบินขับไล่ TF-X ที่สิงคโปร์ครั้งแรกและมองหาหุ้นส่วน

Singapore Airshow 2022: Turkish Aerospace displays TF-X mock-up, seeks partners


A mock-up of Turkish Aerospace TF-X multi-role combat aircraft on display at the Singapore Airshow 2022. (Janes/Ridzwan Rahmat)

Turkish Aerospace was displayed model of Turkish Fighter (TF) at Defence & Security 2019 in Thailand. (My Own Photo)



บริษัท Turkish Aerospace ตุรกีได้จัดแสดงแบบจำลองขนาดเท่าของจริงของเครื่องบินขับไล่แห่งชาติ TF-X/MMU(Turkish Fighter Experimental/National Combat Aircraft) เป็นครั้งแรกในเอเชีย
และได้แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนของตนที่จะมองหาหุ้นส่วนที่มีศักยภาพในภูมิภาคเอเชีย(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/tf-xmmu.html)

แบบจำลองเท่าของจริงเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ TF-X ซึ่งจัดแสดงภาคพื้นดิน ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2022 ที่ศูนย์จัดแสดง Changi ระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2022 ที่ผ่านมา
ได้ถูกจัดแสดงโดยล้อมรอบด้วยแบบจำลองอาวุธขนาดเท่าของจริง และอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) หลากหลายแบบ

ตัวแทน Turkish Aerospace ตุรกีกล่าวกับ Janes ว่าเครื่องบินขับไล่ TF จะสามารถดำเนินการปฏิบัติภารกิจเต็มรูปแบบทุกภาคส่วนตามแบบแผนที่ถูกระบุกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 ตรวจจับได้ยาก(stealth)
รวมถึงการปฏิบัติงานเป็นทีมร่วมกับอากาศยานไร้คนขับ(MUM-T: Manned-Unmanned Teaming) โดย UAV จะถูกควบคุมด้วยปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence) ตามที่เครื่องบินขับไล่ TF มีนักบินหนึ่งนาย

เครื่องบินขับไล่ต้นแบบ TF-X ได้รับการพัฒนาสำหรับกองทัพอากาศตุรกี(TurAF: Turkish Air Force) และผู้ผลิตสนใจการตลาดเครื่องบินในฐานะส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่กว้างขวางที่จะขยายธุรกิจของตนในเอเชีย
"มันสำคัญที่จะเป็นส่วนหนึ่งของตลาดอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเอเชีย" Temel Kotil ผู้อำนวยการบริหารของ Turkish Aerospace ตุรกีกล่าว

"เรากำลังสร้างการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ที่จะเพิ่มกิจกรรมทางธุรกิจทั้งภาคส่วนการศึกษาและกิจกรรมที่มุ่งเน้นการผลิต เพื่อเพิ่มขยายการแสดงตนของเราในตลาด(เอเชีย)นี้ 
โดยเฉพาะยิ่งในมาเลเซียและคาซัคสถาน เรากำลังทำงานกับรูปแบบธุรกิจใหม่ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดในภูมิภาคในภาคส่วนด้านการบิน" Kotil กล่าว

ในปี 2021 ข้อตกลงการขายของอากาศยานไร้คนขับ ANKA UAV ของ Turkish Aerospace ตุรกีได้ถูกเร่งขึ้นในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของเอเชียและภูมิภาคโดยรอบ
นอกเหนือจาก UAV เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา HÜRJET(https://aagth1.blogspot.com/2020/01/f-35-2020.html) ยังถูกเสนอให้แก่มาเลเซียด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/hawk-108hawk-208.html)

ตามความต้องการโครงการเครื่องบินรบเบา/เครื่องบินขับไล่ฝึก LCA/FLIT(Light Combat Aircraft/Fighter Lead-In Trainer) ของกองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) ใหม่จำนวน 18เครื่อง
Turkish Aerospace กำลังคาดหวังที่จะส่งมอบและผลิตเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา HÜRJET ภายในมาเลเซียจำนวน 15เครื่อง(โดย 3เครื่องแรกน่าจะผลิตที่ตุรกี)ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/kai-fa-50-lca.html)

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

กองทัพเรือเกาหลีใต้พบข้อบกพร่องสำคัญในเรือดำน้ำชั้น Type 214 สามลำของตน

ROK Navy Finds Major Defects on Three of its Type 214 Submarines 

ROKS Yun Bong-gil (SS-077), the fifth Son Won Il-class KSS-II submarine, in Guam on 4-5 June 2019. (wikipedia.org) 


ROKS Jeong Ji (SS-073), the second Son Won Il-class KSS-II submarine, at Busan naval base during MADEX 2019.





กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ประกาศว่ามีข้อบกพร่องต่างๆถูกพบในเรือดำน้ำชั้น Son Won-il(KSS-II) 3ลำจาก 9ลำ เรือดำน้ำ Type 214 ที่พัฒนาโดย Howaldtswerke-Deutsche Werft(HDW) ในเครือบริษัท ThyssenKrupp Marine Systems(TKMS) เยอรมนี
ที่ปัจจุบันอยู่ในประจำการกองเรือดำน้ำกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีจะเผชิญหน้ากับความล้มเหลวครั้งสำคัญในอีกหลายเดือนที่จะถึงข้างหน้า ตามที่เรือดำน้ำหลายลำเข้าสู่การซ่อมทำใหญ่ และรอชิ้นส่วนที่กำลังถูกส่งจากเยอรมนีสำหรับการซ่อมแก้

กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีพบข้อบกพร่องต่างๆในสาย cable ของ inverter module หนึ่งในส่วนประกอบกลางของระบบขับเคลื่อนบนเรือดำน้ำ SS-072 ROKS Son Won-il, เรือดำน้ำ SS-077 ROKS Yoon Bong-gil และเรือดำน้ำ SS-078 ROKS Yoo Gwan-soon
ซึ่งเป็นเรือดำน้ำชั้น Son Won-il ลำที่แรก, ลำที่ห้า และลำที่หกตามลำดับ เรือดำน้ำแต่ละลำจะต้องผ่านการซ่อมทำใหญ่ที่ซับซ้อนและได้รับการซ่อมแก้ นี่จะทำให้เรือแต่ละลำไม่สามารถวางกำลังปฏิบัติการได้อย่างน้อย 4เดือน

โดยทำให้เรื่องต่างๆนี้แย่ลง inverter module ถูกผลิตโดยบริษัท Siemens เยอรมนีนั้นไม่สามารถทำการแก้ไขในอู่เรือของเกาหลีได้เนื่องจากอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดวิทยาการและทรัพย์สินทางปัญญา 
ดังนั้นชิ้นส่วนเหล่านี้จะจำเป็นต้องถูกส่งไปเยอรมนีเพื่อซ่อม โดยวงรอบการเดินทางขนส่งคาดว่าจะใช้เวลาถึง 2เดือน ทำให้เรือดำน้ำแต่ละลำจะไม่สามารถปฏิบัติงานได้เป็นเวลาอย่างน้อย 6เดือน

นี่เป็นที่คาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบที่สำคัญต่อความพร้อมของกำลังรบ เรือดำน้ำชั้น Son Won-il ถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในเรือรบที่มีคุณค่าสูงสุดของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี
ในการมอบการป้องปรามที่แข็งแกร่งต่อการคุกคามที่แข็งกร้าวจากกองทัพประชาชนเกาหลี(KPA: Korean People's Army) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2019/10/tiger-shark-torpedo-2020.html)

เรือดำน้ำชั้น Son Won-il ระวางขับน้ำขณะดำอยู่ใต้น้ำ 1,860 tons ติดตั้งระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion) ทำให้เรือสามารถดำอยู่ใต้น้ำได้นานถึง 2สัปดาห์
เรือดำน้ำชั้น Son Won-il สามารถยิงอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนพื้นสู่พื้น Hyunmoo III ที่สามารถโจมตีเป้าหมายที่ระยะไกลถึง 1,000 km ได้(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/slbm-kss-iii.html)

คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เรือดำน้ำชั้น Son Won-il มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการทำลายศักยภาพของฐานยิงขีปนาวุธอัตตาจรของกองทัพประชาชนเกาหลีภายในภาคพื้นดิน
มีบางส่วนกังวลว่าการลดความพร้อมกำลังรบของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี จะเชื้อเชิญการยั่วยุจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ที่อาจจะมองการซ่อมทำใหญ่เรือดำน้ำเป็นโอกาสในการแสดงท่าทีคุกคามมากขึ้น

Siemens เยอรมนีได้รับการประกาศสัญญาวงเงิน 7 billion Korean Won($6 million) เพื่อจะทำการซ่อมเรือดำน้ำชั้น Son Won-il ทั้ง 3ลำแล้ว
งานซ่อมทำเรือดำน้ำ ROKS Son Won-il เริ่มต้นในเดือนมกราคม 2022, งานซ่อมเรือดำน้ำ ROKS Yoon Bong-gil และเรือดำน้ำ ROKS Yoo Gwan-soon จะเริ่มต้นในเดือนสิงหาคม 2022 และเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ตามลำดับ

"เรากำลังมีความร่วมมือกับผู้ผลิต ช่วงเวลาการซ่อมทำใหญ่ได้รับการเว้นระยะลงเพื่อลดผลกระทบเชิงลบของความพร้อมกำลังรบให้น้อยที่สุด" แหล่งข่าวในกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวกับสื่อท้องถิ่น
เรือดำน้ำชั้น Son Won-il 3ลำแรกถูกสร้างโดยบริษัท Hyundai Heavy Industries(HHI) สาธารณรัฐเกาหลี เรือลำที่4, ลำที่6 และลำที่8 สร้างโดยบริษัท Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering(DSME) สาธารณรัฐเกาหลี สลับกับลำที่ 5, ลำที่7 และลำที่9 ที่สร้างโดย HHI

เรือดำน้ำชั้น Son Won-il ลำแรกเข้าประจำการในปี 2007 ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการเรือดำน้ำ KSS-II ของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี เรือลำสุดท้ายของชั้นเรือดำน้ำ SS-082 ROKS Shin Dol-seok เข้าประจำการในปี 2020
เรือดำน้ำชั้น Son Won-il ถูกตั้งชื่อตาม พลเรือเอก Son Won-il ผู้บัญชาการกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีคนแรก โดยมีความยาวเรือ 65m และกว้าง 6.3m มีกำลังพลประจำเรือ 32นาย และสามารถทำความเร็วขณะดำใต้น้ำที่ 20 knots ครับ

คุณลักษณะหลักของเรือดำน้ำชั้น Son Won-il
ระวางขับน้ำ: 1,690 tons ที่ผิวน้ำ / 1,860 tons ขณะดำใต้น้ำ
ความยาว: 65m
ความกว้าง: 6.3m
กินน้ำลึก: 6m
อาวุธ: ท่อยิง torpedo หนักขนาด 533mm จำนวน 8ท่อยิง รองรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ UGM-84 Sub-Harpoon 4นัด
ระบบขับเคลื่อน: เครื่องยนต์ดีเซล MTU 16V-396 สองเครื่อง, เครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้า Piller สองเครื่อง, ระบบ AIP แบบ HDW PEM สองระบบ, motor ไฟฟ้า Siemens Permasyn กำลัง 2.85MW หนึ่งเครื่อง
ความเร็ว: 10 knots บนผิวน้ำ, 20 knots ขณะดำใต้น้ำ
ระยะทำการ: 12,000nmi ที่ผิวน้ำ, 420nmi เมื่อดำใต้น้ำ
กำลังพล: 27+5นาย

วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

KAI เกาหลีใต้ยืนยันเสนอเครื่องบินขับไล่โจมตี FA-50 แข่งขันโครงการจัดหาเครื่องบินรบเบา LCA มาเลเซีย

Singapore Airshow 2022: KAI confirms bid for Malaysia's light combat aircraft programme
A model of the FA-50 at Singapore Airshow 2022. (Janes/Ridzwan Rahmat)



The FA-50 in RoKAF service. (Republic of Korea Air Force)



The Royal Thai Air Force (RTAF)'s T-50TH. (Wing 4 Takhli Royal Thai Air Force )

Air Chief Marshal Napadej Dhupatemiya, the Commander-in-Chief of Royal Thai Air Force delegation meeting with KAI representative at Singapore Airshow 2022. (KAI)

บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีได้ยืนยันการมีส่วนร่วมของตนในโครงการเครื่องบินรบเบา/เครื่องบินขับไล่ฝึก LCA/FLIT(Light Combat Aircraft/Fighter Lead-In Trainer) ของมาเลเซีย
และแบบอากาศยานที่จะเสนอสำหรับความต้องการนี้คือเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ของบริษัท ซึ่งมีพื้นฐานจากเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า T-50 ของ KAI(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/hawk-108hawk-208.html)

กระทรวงกลาโหมมาเลเซียได้ออกการแข่งขันสำหรับโครงการ LCA/FLIT ของกองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) เมื่อเดือนมิถุนายน 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/lcaflit.html)
ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนร่างการปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพอากาศมาเลเซียที่รู้จักในชื่อแผนพัฒนาขีดความสามารถ 2055 (CAP55: Capability Development Plan 2055)(https://aagth1.blogspot.com/2018/08/blog-post_9.html

ในฐานะส่วนหนึ่งของแผน CAP55 นี้ กองทัพอากาศมาเลเซียมองที่จะจัดหาเครื่องบินใหม่จำนวน 18เครื่องที่จะทดแทนฝูงเครื่องบินฝึกไอพ่น Aermacchi MB-339CM จำนวน 7เครื่องที่งดบินไปแล้ว
และเครื่องบินขับไล่ฝึก BAE Systems Hawk Mk 108 สองที่นั่ง และเครื่องบินโจมตีเบา BAE Systems Hawk Mk 208 ที่นั่งเดียว จำนวน 18เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/hawk-208.html)

การพูดคุยกับ Janes ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2022 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2022 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ KAI อธิบายเครื่องบินขับไล่เบา FA-50 ในฐานะระบบที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
ที่ได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) ตั้งแต่ปี 2013(https://aagth1.blogspot.com/2021/10/kai-fa-50.html)

เครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ยังสามารถจะปรับรูปแบบได้อย่างรวดเร็วระหว่างบทบาทภารกิจเครื่องบินขับไล่เบาและเครื่องบินฝึกขั้นก้าวหน้า โดยมีระยะเวลาที่หยุดใช้ปฏิบัติงานน้อยที่สุด
ทำให้มีค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบินที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเครื่องบินแบบอื่นในชั้นเดียวกัน และได้รับการพิสูจน์ต่อคุณสมบัติความพร้อมใช้งานที่ระดับสูงขณะที่ประจำการในกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี

"ข้อเท็จจริงนั้น FA-50 อยู่ในประจำการกับลูกค้าหลายรายทั่วโลกตั้งแต่ตะวันออกกลางจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังพิสูจน์ว่าเครื่องบินสามารถทนต่อการปฏิบัติการในสภาพอากาศและภูมิอากาศที่หลากหลายได้" เจ้าหน้าที่ KAI กล่าว
นอกจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี FA-50 และเครื่องในรุ่นของมันได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศอิรัก, กองทัพอากาศฟิลิปปินส์ และกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force

กองทัพอากาศไทยได้นำเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๒ บ.ขฝ.๒ T-50TH เข้าประจำการที่ ฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔ ตาลี จำนวน ๑๒เครื่อง และกำลังจัดหาเพิ่มเติม ๒เครื่องรวม ๑๔เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/t-50th.html)
ล่าสุดในงาน Singapore Airshow 2022 ที่ผ่านมา พลอากาศเอก นภาเดช ธูปเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศไทยและคณะได้เดินทางเยือนสิงคโปร์ รวมถึงได้มีการเข้าพบกับตัวแทนของบริษัท KAI สาธารณรัฐเกาหลีในงานครับ

วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

อินเดียวางตัวเครื่องบินขับไล่ Tejas เป็นเครื่องบินรบเบาที่ราคาแข่งขันได้มากที่สุดในตลาด

Singapore Airshow 2022: India positions Tejas as most competitively priced light combat aircraft in market







The Tejas Mk1 at the Singapore Airshow 2022. (Janes/Ridzwan Rahmat)



กองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force) กำลังจัดแสดงเครื่องบินขับไล่เบา Tejas LCA(Light Combat Aircraft) ของตนในสิงคโปร์เป็นครั้งแรก ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามที่วางตำแหน่งระบบสำหรับความต้องการในภูมิภาค
กองทัพอากาศอินเดียได้วางกำลังเครื่องบินขับไล่ Tejas สามเครื่องที่สิงคโปร์ในฐานะการเปิดตัวของเครื่องที่งานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2022 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2022
หนึ่งในเครื่องบินขับไล่ Tejas อินเดียถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงภาคพื้นดิน ควบคู่กับคณะตัวแทนทางการรัฐบาลอินเดียผู้ซึ่งอยู่ในงานเพื่อจะอธิบายคุณสมบัติต่างๆของเครื่องบินขับไล่ Tejas LCA

การพูดคุยกับ Janes ในงาน นักบินเครื่องบินขับไล่ Tejas LCA นาวาอากาศเอก Manish Tolani อธิบายเครื่องบินขับไล่ Tejas ในฐานะ "เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5" ด้วยขีดความสามารถต่างๆที่ได้รับการพิสูจน์แล้วทุกสภาพอากาศที่หลากหลาย รวมถึงสภาพอากาศร้อนชื้นทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่สภาพอากาศที่หลากหลายมากที่สุดในโลก จากที่ Tejas สามารถทำงานได้ในสภาพอากาศเหล่านี้พิสูจน์ว่ามันยังที่จะสามารถดำเนินภารกิจในส่วนนี้ของโลกได้" นาวาอากาศ Tolani กล่าวเสริม
ในการอ้างถึงความแตกต่างระหว่างสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งแล้งทางภูมิภาคตอนเหนือ กับสภาพอากาศแบบเขตร้อนทางตอนใต้ของของอนุทวีปอินเดีย

ตามข้อมูลที่ได้รับจากกองทัพอากาศอินเดีย ณ งาน Singapore Airshow 2022 เครื่องบินขับไล่ Tejas LCA ได้เริ่มต้นเข้าประจำการปฏิบัติการครั้งแรกในปี 2016(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/tejas.html
เครื่องบินขับไล่ Tejas มีความยาว 13.4m มีปีกกว้าง 8.2m และสูง 4.4m มีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น  13,300 kg และมีเพดานบินสูงสุดที่ 50,000 feet
เครื่องบินขับไล่ Tejas LCA ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ General Electric F404-GE-IN20 หนึ่งเครื่อง และสามารถบรรทุกได้หนักสุดที่ 3,500 kg

ระบบของเครื่องบินขับไล่ Tejas ที่ได้รับการติดตั้งในตัวเครื่องรวมถึง ระบบ Avionic, radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar), ระบบส่งอาวุธปล่อยนำวิถี และระบบควบคุมการบิน(FCS: Flight Control System)
อาวุธที่สามารถติดตั้งได้มีเช่นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ Python-5(https://aagth1.blogspot.com/2021/04/tejas-python-5.html) ที่สร้างโดยบริษัท Rafael Advanced Defense Systems อิสราเอล
และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond-Visual-Range Air-to-Air Missile) แบบ I-Derby ER(Extended Range) โดย Rafael อิสราเอลเช่นกันครับ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

เรือดำน้ำแบบใหม่ของจีนที่พบในช่วง Olympics ฤดูหนาวไม่เหมือนเรือแบบใดของตะวันตก

China’s New Submarine Is Unlike Anything In Western Navies 
Naval News has analyzed the video of the new submarine. It has been geo-located to a point along the Yangtze River, downstream from significant shipyards in Wuhan.



CSIC (China Shipbuilding Industry Corporation) has previously shown small submarine designs, were displayed at the 2017 Defense & Security exhibition in Bangkok, Thailand.



กองทัพเรือสหรัฐ(USN: US Navy) ปฏิบัติการด้วยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เท่านั้น ขณะเดียวกันกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) ไม่เคยยุติการปฏิบัติการเรือดำน้ำตามแบบแม้ว่าพวกมันจะมีขีดความสามารถน้อยกว่า
นี่เป็นทั้งข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบ แต่เรือดำน้ำใหม่ที่พบล่าสุดได้ผลักดันความแตกต่างนี้เพิ่มเติม มันมีขนาดเล็กกว่าเรือดำน้ำตามแบบที่ใช้ในกองทัพเรือชาติชั้นนำอื่นๆมาก(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/type-039c-sonar.html)

ตั้งแต่ที่วีดิทัศน์ที่รั่วไหลออกมาของเรือดำน้ำแบบใหม่ของจีนเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2022 นักวิเคราะห์ต่างๆได้พยายามทำความเข้าใจมัน ขณะที่เรือดำน้ำของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนในภาพรวมมุ่งสู่เรือที่ขนาดใหญ่ขึ้นที่เห็นได้ชัดคือเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์
เรือดำน้ำใหม่นี้ดูจะไม่ตรงกับกระแสที่คาดไว้ มันอาจจะถูกตบตาแต่มันยังมีขนาดเล็ก มันดูไม่เข้ากันกับเรือดำน้ำแบบใดๆที่ปัจจุบันประจำการในกองทัพเรือชาติหลักอื่นๆ เป็นที่ปรากฎว่าจีนได้กำลังทำเรือดำน้ำใหม่นี้ด้วยตนเอง

เรือดำน้ำใหม่ที่เห็นในวีดิทัศน์ความยาวสั้นที่เผยแพร่ในสื่อสังคม Online ของจีน วีดิทัศน์ได้ถูกลบภายหลังจากบัญชีผู้ใช้เริ่มต้นบางราย หลังจากที่สร้างความสนใจ แต่ไม่ได้ก่อนที่เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญ
Naval News สามารถที่จะระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ได้คราวๆ ของวีดิทัศน์ว่าถูกถ่ายที่ช่วงใดช่วงหนึ่งของแม่น้ำ Yangtze ในสาธารณรัฐประชาชนจีน

ตำแหน่งของวีดิทัศน์ที่ถูกถ่ายเป็นปลายแม่น้ำจากอู่เรือใน Wuhan ซึ่งเป็นที่ทราบว่าเป็นสถานที่ที่กำลังสร้างเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/tiktok-type-039c.html)  
และเรือดำน้ำใหม่กำลังเดินทางมุ่งหน้าสู่มหานคร Shanghai ที่ซึ่งเรือดำน้ำบางลำที่อู่เรือ Wuhan สร้างถูกเคลื่อนย้ายเพื่อที่จะทำการติดตั้งระบบต่างๆเพิ่มเติม(https://aagth1.blogspot.com/2021/05/type-039c-yuan.html)

มีสองอู่เรือในนคร Wuhan อู่หนึ่งอยู่ใกล้ใจกลางเมือง และอู่ใหม่กว่าที่อยู่นอกเมืองที่รู้จักอู่เรือ Wuchang ซึ่งเป็นที่สร้างเรือดำน้ำ เน้นว่าอู่เรือเหล่านี้สร้างเฉพาะเรือดำน้ำตามแบบเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีข้อสังเกตว่าเรือดำน้ำใหม่จะเป็นเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์
เรือดำน้ำชั้นหลักที่อู่เรือเหล่านี้สร้างในปัจจุบันคือตระกูลเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Type 039A/B/C/D (NATO กำหนดรหัสชั้น Yuan) อู่เรือกลางเมืองปรากฎว่าจะถูกใช้สำหรับเรือลำแรกของชั้นและงานพิเศษ ดังนั้นเรือดำน้ำใหม่อาจจะถูกสร้างที่นี่

อู่เรือทั้งสองแห่งเป็นส่วนหนึ่งของ China Shipbuilding Industry Corporation(CSIC) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมสร้างเรือของจีน นี่อาจจะมีนัยสำคัญตามที่ก่อนหน้านี้ CSIC จีนได้แสดงแบบเรือดำน้ำขนาดเล็กต่างๆ  
ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๐(2017)(https://aagth1.blogspot.com/2017/11/csoc-s26t.html)

แบบจำลองเรือดำน้ำเหล่านี้ เรือดำน้ำใหม่ที่ปรากฏมีความคล้ายกับทั้งเรือดำน้ำเล็ก MS200 และเรือดำน้ำรักษาฝั่ง S600 ทาง Naval News ประเมินว่าเรือดำน้ำใหม่น่าจะใกล้เคียงกับแบบเรือ S600 แม้ว่าเรือดูน่าจะมีความยาวสั้นกว่า
เรือดำน้ำ S600 ระวางขับน้ำ 600 tons ถูกโฆษณาว่ามีความยาว 50m และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.6m ส่วนหนึ่งของตัวเรือติดตั้งระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion) ถ้าเรือดำน้ำใหม่มีความยาวที่สั้นกว่าอาจจะเป็นเนื่องจากได้ตัดระบบ AIP ออกไป

แบบเรือดำน้ำใหม่ยังเหมือนกับเรือดำน้ำพิเศษที่พบครั้งแรกในปี 2018 ที่เรือดำน้ำนั้นไม่มีส่วนหอเรือ(sail) และไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการใดๆ เป็นที่รู้จักในชื่อ 'เรือดำน้ำไร้หอเรือ'(https://aagth1.blogspot.com/2018/11/blog-post_3.html
ขนาดเรือโดยรวมดูเหมือนกันและหางเสือมีความคล้ายคลึงกันที่เป็นตระกูลไร้ร้อยต่อที่แข็งแรง ที่สำคัญคือเรือดำน้ำไร้อหอเรือนั่นยังถูกสร้างโดย CSIC จีนแม้ว่าจะไม่ใช่ในอู่เรือใน Wuhan

ตามแบบแผนเรือดำน้ำเล็กโดยทั่วไปนั้นมีขีดความสามารถน้อยกว่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมกองทัพเรือชาติหลักต่างๆจึงไม่มีเรือดำน้ำเล็กประจำการ
แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการสร้างที่ถูกกว่า เรือดำน้ำเล็กต้องประนีประนอมต่อข้อด้อยด้านสมรรถนะ, ระยะทำการ และความเร็ว โดยพื้นฐานแล้วพวกมันมีศักยภาพน้อยกว่า

แต่สมดุลนี้อาจจะเปลี่ยนไปอย่างแท้จริง วิทยาการ battery แบบ lithium ใหม่อาจจะมอบเรือดำน้ำเล็กด้วยระยะเวลาปฏิบัติการที่นานมากขึ้น และ/หรือความเร็วมัธยัสถ์ที่สูงขึ้น นี่อาจจะเพิ่มประโยชน์การรบของพวกมันโดยเฉพาะในเขตชายฝั่งที่ซึ่งขนาดที่เล็กกว่าได้เปรียบ 
มีหลักฐานแวดล้อมว่าจีนได้กำลังวิจัย battery แบบใหม่เหล่านี้สำหรับเรือดำน้ำ และแม้แต่เป็นไปได้ว่าจะใช้งานแล้ว แม้ว่าจะไม่ยืนยันก็ตาม การเพิ่มพลังงาน battery อาจจะยังทำให้ติดตั้ง Sonar และระบบการรบที่สมรรถนะสูงขึ้นได้ด้วย

เรือดำน้ำใหม่ของจีนนี้คืออะไร? ทฤษฎีหนึ่งคือเรือดำน้ำนี้ถูกสร้างสำหรับส่งออกเพราะการออกแบบเหมือนกับแนวคิดของเรือดำน้ำ CSIC แสดงในต่างประเทศ
พม่า(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/type-035-ums-minye-kyaw-htin.html) บังกลาเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2017/03/type-035-2.html) และศรีลังกาอาจจะเป็นลูกค้าที่จะเสนอให้ แต่ยังไม่มีรายงานในเรื่องนี้

แถบริ้วขาวที่วางยาวตลอดด้านบนของหอเรืออาจจะบ่งชี้ว่าเรือดำน้ำใหม่อาจจะเป็นเรือสำหรับกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องปกติที่จะเห็นเรือดำน้ำก่อนที่พวกมันจะถูกขึ้นระวางประจำการ
ถ้าจีนจะกำลังประจำการเรือดำน้ำแบบใหม่นี้ มันแสดงถึงการเบี่ยงเบนอย่างใหญ่มากจากยุทธศาสตร์กองทัพเรือชั้นนำอื่นๆ แต่ตามที่เรือดำน้ำเล็กได้มีขีดความสามารถที่สูงขึ้น 

เรือดำน้ำเล็กอาจจะได้รับภารกิจที่มีคุณค่าสำหรับกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนทะเลจีนใต้และหมู่เกาะโดดยรอบดูเหมือนจะมีความเหมาะสมอย่างมาก เรือดำน้ำขนาดเล็กกว่าจะยังคงอยู่ตามหลังเรือดำน้ำที่ขนาดใหญ่กว่า
ซึ่งจะยังได้รับประโยชน์จาก battery แบบใหม่ และเรือดำน้ำที่ขนาดเล็กกว่าจะมีอาวุธที่น้อยกว่าและมีข้อจำกัดน้อยกว่า แต่สมดุลของคุณประโยชน์ของเรือดำน้ำเล็กอาจจะกำลังเปลี่ยนแปลงไปครับ

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

อินโดนีเซียจะรับมอบเครื่องบินขับไล่ Rafale ฝรั่งเศส 6เครื่องแรกในปี 2026

Indonesia to receive six Rafales by 2026



The Indonesian Air Force will receive the first batch of six Rafale fighter aircraft by 2026. (Dassault Aviation)

กองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) จะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ Dassault Rafale ฝรั่งเศส ชุดแรกจำนวน 6เครื่องภายในปี 2026
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2022 โฆษกกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียกล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า เครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 6เครื่องแรกจะถูกส่งมอบภายใน 56เดือนหลังจากลงนามสัญญา(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/rafale-42.html)

เรื่องนี้มีตามมาหลังจากที่อินโดนีเซียลงนามสัญญาจัดหาสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 42เครื่องเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2022 ในเรื่องนี้รัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย Prabowo Subianto ย้ำว่า
มีเพียงเครื่องบินขับไล่ Rafale ชุดแรกจำนวน 6เครื่องเท่านั้นที่อยู่ภายใต้สัญญาที่ลงนามแล้ว และมีสัญญาตามมาสำหรับการสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale เพิ่มเติมอีก 36เครื่อง

Janes เข้าใจว่าวงเงินงบประมาณสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale ชุดแรก 6เครื่องจะมาจากแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/rafale-36.html)
ซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการวางแผนการพัฒนาแห่งชาติอินโดนีเซีย(BAPPENAS: Kementerian Perencanaan Pembangunan Nasional) ก่อน

การจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale ระยะต่อไปที่จะตามมาน่าจะมีแนวทางเดียวกันและได้รับวงเงินงบประมาณจากผู้ให้กู้เงินจากต่างประเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2021/05/rafale.html) โดยสัญญาจะมีผลบังคับใช้ตามการจ่ายเงินล่วงหน้า
การเปิดเผยกรอบระยะเวลาการส่งมอบนี้จะสอดคล้องกับคำสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale F4 มาตรฐานล่าสุด ซึ่งจะพร้อมส่งมอบหลังปี 2025(https://aagth1.blogspot.com/2021/05/rafale-f4.html)

นอกจากนี้บริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศสผู้ผลิตเครื่องบิน Rafale กล่าวว่ากองทัพอากาศอินโดนีเซียจะได้รับ "เครื่องบินขับไล่ Rafale รุ่นล่าสุด" ซึ่งมีข้อสังเกตว่าเครื่องเหล่าจะเป็นมาตรฐาน F4
ณ ขั้นระยะนี้ รูปแบบที่ชัดเจนของเครื่องบินขับไล่ Rafale ของฝรั่งเศสยังไม่ได้รับการยืนยันจากทั้ง Dassault ฝรั่งเศส หรือตัวแทนผู้มีอำนาจของอินโดนีเซีย

ถ้าได้รับการยืนยันอินโดนีเซียจะเป็นประเทศผู้ใช้งานส่งออกรายที่สองสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale F4 ต่อจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE: United Arab Emirates) ที่ลงนามจัดหา 80เครื่องในเดือนธันวาคม 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/rafale-f4-80.html)
อินโดนีเซียยังเป็นลูกค้าส่งออกรายที่สองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale ร่วมกับรายแรกอินเดียที่มีประจำการจำนวน 36เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/rafale.html)

นอกจากฝรั่งเศสผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่ Rafale ยังถูกส่งออกให้แก่อียิปต์จำนวน 54เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2021/05/rafale-30.html), กาตาร์จำนวน 36เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2019/06/rafale.html)
กรีซจำนวน 12เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/rafale.html) และโครเอเชียจำนวน 12เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/rafale.html) รวมมีลูกค้าส่งออกล่าสุด 7ประเทศครับ

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

สิงคโปร์ขยายขอบเขตการปฏิบัติการด้วยเฮลิคอปเตอร์ H225M ใหม่

Singapore Airshow 2022: Singapore expands range of operations with new H225M helicopters



A Republic of Singapore Air Force H225M helicopter on the taxiway at Sembawang Air Base. (Janes/Ridzwan Rahmat)





กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ได้ขยายขอบเขตของการปฏิบัติการอากาศยานปีกหมุนที่สามารถดำเนินการทำได้
ตามที่กองทัพอากาศสิงคโปร์เริ่มต้นการนำเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลาง Airbus Helicopters H225M ใหม่ของตนเข้าประจำการ(https://aagth1.blogspot.com/2021/03/h225m.html)

เฮลิคอปเตอร์ H225M ได้รับการสั่งจัดหาโดยกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ภายใต้สัญญาที่ลงนามกับบริษัท Airbus Helicopters ยุโรปในปี 2016
เพื่อที่จะทดแทนฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลาง AS332M Super Puma ที่มีอายุการใช้งานมานานของกองทัพอากาศสิงคโปร์ ซึ่งเข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 1983

การส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ H225M เครื่องแรกมีขึ้นในเดือนมีนาคม 2021 ตั้งแต่นั้นมากองทัพอากาศสิงคโปร์ได้รับมอบ ฮ.H225M เพิ่มเติมอย่างน้อย 3เครื่องแล้ว ตามการเน้นโดย Janes ระหว่างงานประชุมสื่อที่ฐานทัพอากาศ Sembawang เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2022 
ที่จัดขึ้นก่อนงานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2022 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2022 ณ ศูนย์จัดแสดง Changi นั้น

"เมื่อเปรียบเทียบกับ ฮ.Super Puma ฮ.H225M มีพิสัยการบินไกลกว่า มีระยะเวลาทำการบินนานการ และมีความจุน้ำหนักบรรทุกเพิ่มขึ้น การนำร่อง การสื่อสาร และระบบนักบินกล auto-pilot ยังก้าวหน้ากว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ ฮ.รุ่นก่อนหน้า"
เรืออากาศเอก Aruno Segaran นักบินเฮลิคอปเตอร์ H225M จากฝูงบินที่125(125 Squadron) กองทัพอากาศสิงคโปร์ กล่าวในงานบรรยายต่อสื่อเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2022

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับจากรายการของกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ เฮลิคอปเตอร์ H225M มีความเร็วสูงสุดที่ 175 knots น้ำหนักบินขึ้นสูงสุดที่ 11,200 kg และมีระยะทำการไกลสุดที่มากกว่า 400 nmi
เฮลิคอปเตอร์ H225M สามารถรองรับกำลังพลได้มากกว่า 20นาย รวมถึงผู้ป่วยส่งกลับทางสายแพทย์บนเปลสนาม 11ราย และสามารถบรรทุกสัมภาระด้วยสายยึดภายนอกลำตัวได้ถึง 4,750 kg

และเฮลิคอปเตอร์ H225M ได้รับการติดตั้งด้วยระบบตรวจจับกล้อง EO/IR(Electro-Optic and Infrared), ระบบระบุตำแหน่งบุคคล, Radar ตรวจสภาพอากาศ, 
ชุดระบบสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) บูรณาการ และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม(SATCOM: Satellite Communication) กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์เสริม

อย่างไรก็ตามชุดภาพที่ได้จากการนำเฮลิคอปเตอร์ H225M กองทัพอากาศสิงคโปร์เตรียมมาจัดแสดงในงาน Singapore Airshow 2022 หนึ่งวันก่อนการเริ่มงานวันแรกเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2022 นั้น
ยังได้รับการติดตั้งรอกกว้าน และทุ่นลอยที่ฐานล้อสำหรับการลงจอดฉุกเฉินบนน้ำ ท่อไอเสียเครื่องยนต์ติดตัวลดการแพร่สัญญาณความร้อน Infrared(IR) โดยหมายเลขเครื่องปรากฏคือ "08" ครับ

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ฟินแลนด์ลงนามจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A สหรัฐฯในโครงการ HX

Finland signs for F-35s



Finland is to receive 64 Block 4 standard F-35As from 2025 to 2030. (US Air Force)



ฟินแลนด์ได้ลงนามข้อตกลงชุดแรกที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter (JSF) สหรัฐฯที่ถูกเลือกเพื่อเติมเต็มโครงการเครื่องบินขับไล่ใหม่ทดแทน HX ในปลายปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/f-35a-hx.html)
กระทรวงกลาโหมฟินแลนด์ประกาศเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2022 ว่ารัฐบาลฟินแลนด์ได้ลงนามเอกสารจดหมายข้อเสนอและตอบรับ(LOA: Letter of Offer and Acceptance) แรก
ซึ่งอยู่ภายใต้โครงสร้างที่ประกอบขึ้นเป็นข้อตกลงการจัดซื้่อจัดจ้างในรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) ของสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/f-35a-fa-18ef-ea-18g.html

"เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2022 พลอากาศตรี Kari Renko ผู้บัญชาการกองบัญชาการส่งกำลังบำรุงกำลังรบกลาโหม ได้ลงนามเอกสารจดหมายข้อเสนอและตอบรับใน Tampere ฟินแลนด์เกี่ยวกับเครื่องบินขับไล่ F-35A และการบริการบำรุงรักษาของพวกมัน"
กระทรวงกลาโหมฟินแลนด์กล่าวโดยเสริมว่า จดหมายข้อเสนอและตอบรับที่ลงนามครอบคลุมเครื่องบินขับไล่ F-35A Block 4 มาตรฐานล่าสุดจำนวน 64เครื่อง ที่จะถูกส่งมอบตั้งแต่ปี 2025-2030 เช่นเดียวกับอุปกรณ์การบำรุงรักษาและการฝึก
ในเวลาเดียวกัน รัฐมนตรีกลาโหมฟินแลนด์ Antti Kaikkonen ได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ และบริษัท Pratt & Whitney สหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมด้านภาคอุตสาหกรรมของฟินแลนด์

ตามการเน้นโดยกระทรวงกลาโหมฟินแลนด์ จดหมายข้อเสนอและตอบรับที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจะได้รับการลงนามระหว่างช่วงปี 2022 โดยฉพาะที่เกี่ยวข้องกับชุดระบบอาวุธของเครื่องบินขับไล่ F-35A โดยกระทรวงกลาโหมฟินแลนด์กล่าวว่า
"ในความสอดคล้องกับข้อเสนอการจัดซื้อจัดจ้างที่ยื่นต่อรัฐบาลฟินแลนด์ในเดือนธันวาคม 2021 ข้อตกลงการจัดหาอาวุธอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้นจะมีขึ้นภายหลัง
นี่จะทำให้มั่นใจว่าองค์ประกอบระบบอาวุธสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมได้ ตัวอย่างเช่นในแง่ของจำนวนและชนิดของอาวุธ ดังนั้นฟินแลนด์จะมีระบบ F-35 สมรรถนะสูงเมื่อเข้าประจำการในปี 2030s"

โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ HX ของกองทัพอากาศฟินแลนด์(Finnish Air Force, Ilmavoimat) มองที่จะทดแทนเครื่องบินขับไล่ F/A-18C ที่นั่งเดี่ยว 55เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ F/A-18D สองที่นั่ง 7เครื่อง 
โดยเครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 64เครื่องจะทดแทนฝูงเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18C/D Hornet รุ่นดั้งเดิมจะปลดประจำการลงทั้งหมดในช่วงปี 2028-2030 
ปัจจุบันเครื่องบินขับไล่ F-35 ปฏฺิบัติการจากฐานทัพ 34แห่งทั่วโลก โดย 9ชาติปฏิบัติการ F-35 บนแผ่นดินของตนเอง มี F-35 มากกว่า 760เครื่องที่เข้าประจำการแล้วตอนนี้ โดยนักบินมากกว่า 1,560นาย และช่างอากาศมากกว่า 11,680นายได้รับการฝึกกับเครื่องแล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

อินโดนีเซียและฝรั่งเศสจัดตั้งความร่วมมือเกี่ยวกับเรือดำน้ำ Scorpène

Indonesia, France line-up collaboration on Scorpène submarines



Indonesia has signed an agreement with France's Naval Group to support the local construction of two Scorpène submarines (similar to INS Vagir, the Kalvari-class operated by India). (Indian Navy)



PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรืออินโดนีเซีย และบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสได้ลงนามข้อตกลงเบื้องต้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2022(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/naval-group-riachuelo.html
ที่จะมีความร่วมมือระหว่างกันในการสร้างเรือดำน้ำแบบ Scorpène จำนวน 2ลำสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)

การลงนามบันทึกความเข้าใจ(MoU: Memorandum of Understanding) ซึ่งยังไม่ได้รับการสนับสนุนผ่านการลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการได้ถูกประกาศเพียงไม่กี่ชั่วโมง
หลังจากที่รัฐบาลอินโดนีเซียเห็นชอบที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale จำนวน 42เครื่องจากฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/rafale-42.html)

ในแถลงการณ์ PT PAL อินโดนีเซีย และ Naval Group ฝรั่งเศสกล่าวว่า บันทึกความเข้าใจจะ "แสวงหาการนำขีดความสามารถต่างมาใช้ของหุ้นส่วนทั้งสอง ที่จะตรงความต้องการที่เพิ่มขยายขึ้นของกองทัพเรืออินโดนีเซีย"
ข้ตกลงจะยังอำนวยความสะดวกการจัดตั้งของสถานที่วิจัยและพัฒนาที่ดำเนินการร่วมกันในอินโดนีเซียด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2021/03/kalvari-ins-karanj.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/12/scorpene-s41-humaita.html)

นาง Florence Parly รัฐมนตรีกลาโหมฝรั่งเศสซึ่งเดินทางเยือนนครหลวง Jakarta ยืนยันในบัญชี Twitter ทางการของตนว่า MoU เกี่ยวข้องกับระบบเรือดำน้ำโจมตีดีเซลไฟฟ้า Scorpène ของบริษัท Naval Group
"อินโดนีเซียได้ประกาศความตั้งใจที่จะจัดซื้อเรือดำน้ำ Scorpène ที่สร้างโดยฝรั่งเศสจำนวน 2ลำ" เธอกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/naval-group-manila.html)

Janes เข้าใจว่าทั้งสองฝ่างตั้งเป้าที่จะบรรลุข้อตกลงจัดซื้อก่อนกลางปี 2022 สัญญานี้ไม่น่าจะเหมือนกับบันทึกความเข้าใจ MoU ที่ลงนามไปใหม่ล่าสุด
เป็นที่คาดว่าสัญญานี้จะอำนวยความสะดวกการบูรณาการระบบอาวุธและระบบต่างๆในเรือดำน้ำ และมอบการฝึกสำหรับการปฏิบัติการ, การก่อสร้าง และการดำรงสภาพ

เป็นที่เข้าใจว่าสัญญาที่รอให้มีขึ้นอยู่จะมอบโอกาสสำหรับข้อตกลงที่จะมีตามมาของเรือดำน้ำ Scorpène เพิ่มเติมจำนวน 2ลำ ที่จะถูกสร้างในอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/tkms-type-214-type-209.html)
โฆษกจาก Naval Group ฝรั่งเศสกล่าวกับ Janes ว่าข้อตกลงที่ลงนามไปจะสนับสนุนการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène ในอินโดนีเซีย เช่นเดียวกับที่ตนถ่ายทอดวิทยาการการสร้างเรือดำน้ำแก่บราซิลและอินเดีย

กองทัพเรืออินโดนีเซียประจำการด้วยกองเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) จำนวน 4ลำ ประกอบด้วยเรือดำน้ำชั้น Nagapasa(DSME 209/1400) จำนวน 3ลำคือลำแรกเรือดำน้ำ KRI Nagapasa หมายเลขเรือ 403(https://aagth1.blogspot.com/2017/07/dsme1400.html), 
ลำที่สองเรือดำน้ำ KRI Ardadedali หมายเลขเรือ 404 และลำที่สามเรือดำน้ำ KRI Alugoro หมายเลขเรือ 405 ซึ่งเป็นเรือดำน้ำลำแรกที่ประกอบด้วย PT PAL รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมทางเรือในอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2021/03/nagapasa-kri-alugoro-405.html)

และเรือดำน้ำชั้น Cakra(Type 209/1300) จำนวน 1ลำคือลำแรกเรือดำน้ำ KRI Cakra หมายเลขเรือ 401 โดยเรือดำน้ำชั้น Cakra ลำที่สองเรือดำน้ำ KRI Nanggala หมายเลขเรือ 402 จมในทะเล Bali ในเดือนเมษายน 2021 เจ้าหน้าที่ทุกนายที่อยู่บนเรือเสียชีวิต
กองทัพเรืออินโดนีเซียมีความต้องการเรือดำน้ำที่รวม 12ลำ ทำให้เดิมมีแผนจะจัดหาเรือชั้น Nagapasa เพิ่มเติม 3 ลำ และเรือใหม่อีก 4ลำ แต่การสูญเสียเรือดำน้ำ KRI Nanggala 402 ทำให้แผนการจัดหาเรือทดแทนต้องเปลี่ยนแปลงไปครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/1.html)