วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ตุรกีทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สองของมาเลเซีย KD Raja Laut

STM Launches Second Vessel of Malaysia’s LMS Batch II Project in Istanbul







The second vessel of the LMS Batch 2 project of the Royal Malaysian Navy, Raja Laut, seen here at its launch ceremony. (Malaysia Ministry of Defence)



บริษัท STM ตุรกีได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2 ลำที่สองจากทั้งหมดสามลำของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)
เรือคอร์เวต KD Raja Laut หมายเลขเรือ 142 ได้ถูกทำพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำอย่างเป็นทางการ ณ อู่เรือ Istanbul Shipyard ในตุรกีเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2026

พิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ลำที่สอง เรือคอร์เวต KD Raja Laut มีขึ้นตามพิธีปล่อยเรือลงน้ำของลำแรก เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 สองสัปดาห์ก่อนหน้า
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lms-batch-2-kd-tunku-laksamana-abdul.html) โครงการเดินหน้าเป็นไปตามแผนโดยเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ลำที่สาม (หมายเลขเรือ 143) มีกำหนดจะถูกปล่อยลงน้ำในเดือนสิงหาคม 2026

พิธีได้ทูลเชิญสุลต่านแห่งรัฐ Selangor Sultan Sharafuddin Idris Shah และพระอัครมเหสี Tengku Permaisuri Hajah Norashikin เสด็จเป็นองค์ประธาน, เชิญรองรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Haji Adly bin Zahari, รองประธานสำนักงานอุตสาหกรรมกลาโหมตุรกี(Turkish Secretariat of Defence Industries, SSB: Savunma Sanayii Başkanlığı) และประธานคณะกรรมการบริหาร STM ตุรกี Prof. Dr. İhsan Kaya,
รองประธาน SSB ตุรกี Mustafa Murat Şeker, ผู้บัญชาการกองทัพเรือมาเลเซีย พลเรือเอก Tan Sri Zulhelmy bin Ithnain, ผู้จัดการทั่วไปบริษัท STM Özgür Güleryü เช่นเดียวกับคณะตัวแทนทางทหารจากทั้งสองชาติและตัวแทนจากบริษัทภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศต่างๆ

การกล่าวในพิธีผู้จัดการทั่วไป STM ตุรกี Güleryü เน้นย้ำถึงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองชาติและความเร็วในการต่อเรือที่ยอดเยี่ยมของโครงการ "ในโครงการสำคัญนี้ ซึ่งแสดงถึงข้อตกลงการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหมระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล(G2G: Government-to-Government) แรกระหว่างตุรกีและมาเลเซีย และการสงออกเรือคอร์เวตแบบแรกของตุรกีแก่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
เราได้ปล่อยเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำแรก KD Tunku Laksamana Abdul Jalil แค่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน วันนี้การปล่อยเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สอง KD Raja Laut เป็นการแสดงอย่างเป็นรูปธรรมของขีดความสามารถทางวิศวกรรมและความเร็วในการดำเนินงานของ STM ตุรกี เราตั้งเป้าที่จะปล่อยเรือคอร์เวตลำที่สามในเดือนสิงหาคม 2026 และส่งมอบเรือทั้ง 3ลำแก่กองทัพเรือมาเลเซียภายในปี 2027"

เรือคอร์เวตทั้ง 3ลำที่สร้างขึ้นภายใต้โครงการ LMS Batch 2 ได้รับการตั้งชื่อตามบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มาเลเซีย เรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำแรกตั้งชื่อตามพระนาม "Tunku Laksamana Abdul Jalil" พระราชบุตรผู้ล่วงลับขององค์ Sultan Ibrahim ซึ่งสิ้นพระชนม์ในปี 2015 และทรงเป็นเจ้าชายองค์แรกที่ได้รับพระยศ 'พลเรือเอกเจ้าชาย'(Prince Admiral)
เรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สองตั้งชื่อตามพระนาม "Raja Laut" บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของมาเลเซียซึ่งทรงเป็นเจ้าชายแห่งราชวงศ์ Selangor ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ปกครองรัฐ Selangor และทรงเป็นผู้วางโครงสร้างการค้าทางทะเลในภูมิภาคระหว่างศตวรรษที19

ภายใต้รูปแบบข้อตกลงรัฐบาลต่อรัฐบาลระหว่างมาเลเซียและตุรกี โครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html) เมื่อมาเลเซียได้ส่งมอบจดหมายตอบรับ(LoA: Letter of Acceptance) สำหรับโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 จำนวน 3ลำนี้
พิธีตัดเหล็กของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีขึ้นในมหานคร Istanbul ในเดือนธันวาคม 2024 ขณะที่พิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือลำแรกมีขึ้นในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html

เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy) ตามข้อมูลจาก STM ตุรกี เรือมีความยาวเรือรวมที่ 99.56m, กว้างที่ 14.42m, กินน้ำลึกที่ 3.94m และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มากว่า 26knots และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 4,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 14knots

บริษัท STM ยังให้รายละเอียดตุณลักษณะของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ว่ามีระยะเวลาปฏิบัติการได้นาน 14วัน, รองรับกำลังพลประจำเรือได้ 111นาย และมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้
ระบบอาวุธของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ประกอบด้วยปืนเรือ 76mm เป็นปืนหลัก, ปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง, แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด, และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ

มาเลเซียยืนยันการเลือกระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point-defence) ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียใน Putrajaya ได้ลงนามสัญญาวงเงิน $94 million กับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี
สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile) จำนวน 48นัด ซึ่งจะติดตั้งในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) จำนวน 16นัดในแต่ละลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k-saam-lms-batch-2.html

แยกออกไปต่างหากในเดือนเมษายน 2026 เช่นเดียวกันมาเลเซียยังได้ลงนามสัญญากับบริษัท ROKETSAN ตุรกีสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน 24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ด้วย เรือยังได้รับการติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) และระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control System) ระบบปืนจากบริษัท HAVELSAN ตุรกี, 
ระบบ 3D radar ตรวจการณ์, ระบบ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar), ระบบพิสูจน์ฝ่าย(IFF: Identification, Friend-or-Foe), ระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures), ระบบแท่นยิงเป้าลวง Chaff และชุดระบบตรวจจับอื่นๆจากบริษัท ASELSAN ตุรกีครับ