Air Chief Marshal Seksan Kantha, the Commander-in-Chief of the Royal Thai Air Force (RTAF) in flight with Fly Missing Wingman formation of Beechcraft AT-6TH Wolverine light attack aircrafts of 411th Squadron, Wing 41 Chiang Mai RTAF base on 17 February 2026. (Royal Thai Air Force, DEFENSE INFO/Sukasom Hiranphan)
Defense Info Fact sheet: เรารู้อะไรบ้าง? กรณีการสูญเสีย Thunder07
จากแถลงการณ์ของกองทัพอากาศ ที่ได้ระบุข้อมูลของการสูญเสีย เครื่องบินโจมตีเบา แบบAT-6 TH วูลฟ์เวอรีน ของฝูงบิน 411 กองบิน41 จังหวัดเชียงใหม่ ที่เกิดการสูญเสียขณะทำการฝึกบินประจำวัน ในเช้าวันนี้ ( 29 มกราคม 2569 ) Defense Info สรุปรายละเอียดของเหตุการณ์นี้จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นดังนี้
-AT-6 TH ลำนี้เป็นเครื่องบินผลิตใหม่ จากบริษัทเท๊กซ์ตรอน บีชคร๊าฟท์ สหรัฐอเมริกา จัดหาเข้าประจำการจำนวน 8 เครื่อง รับเข้าประจำการเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2568 ที่ฝูงบิน411 กองบิน41 จังหวัดเชียงใหม่ นามเรียกขานฝูงบินคือ ธันเดอร์
เป็นอากาศยานโจมตี/ลาดตระเวนเบา 2ที่นั่ง ติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการบินที่ทันสมัย มีคุณลักษณะพื้นฐานเดียวกันกับเครื่องบินฝึกขั้นปลายแบบT-6 เท๊กซ์ซาน2 ที่กองทัพอากาศจัดหามาก่อนหน้า ในภารกิจการฝึกบินที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน
-AT-6 TH มีระบบเก้าอี้ดีดตัวที่สองที่นั่ง เป็นรุ่นมาร์ตินเบเกอร์ มาร์ค16 อันเป็นเก้าอี้รุ่นมาตรฐานที่ติดตั้งในเครื่องบินรบชั้นนำของโลก อาทิ F-35 ,ราฟาล และยูโรไฟท์เตอร์ ไต้ฝุ่น ทีคุณลักษณะสามารถดีดตัวจากพื้น หรือความสูงเท่ากับ0 ได้ มาร์ตินเบเกอร์จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นเก้าอี้ดีดตัวรุ่นหนึ่งที่มีความทันสมัยมาก
-จากแถลงการณ์ ระบุอากาศยานได้ขึ้นทำการฝีกในภารกิจการฝึกCSAR / Combat Search and Rescueหรือ การบินค้นหา ช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ โดยAT-6 สองลำจะทำการบินปฏิบัติงาน ร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ช่วยชีวิต เพื่อทำการค้นหา และคุ้มกันเฮลิคอปเตอร์ระหว่างลอยตัวเพื่อนำผู้บาดเจ็บ ออกจากพื้นที่การรบ
ด้วยอุปกรณ์ตรวจการณ์คุณภาพสูงที่ติดตั้งอยู่กับAT-6 ในการบินAT-6 สองลำจะแยกทำการบินที่ระดับความสูงแตกต่างกัน เพื่อแบ่งภารกิจ โดยในระดับเพดานบินสูงกว่า จะทำหน้าที่เฝ้าระวังด้วยกล้องเซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพสูง
ในขณะที่AT-6 อีกลำจะลดเพดานบินลงมาในความสูงที่ต่ำกว่า 1,000 ฟุตเพื่อเข้าสูงวงจรการบินพร้อมใช้อาวุธ สำหรับการคุ้มกัน เฮลิคอปเตอร์ช่วยเหลือ ในบางครั้งการฝึกบินภารกิจนี้นักบินจะต้องควบคุมเครื่องลงสู่เพดานบินที่ต่ำมาก เพื่อให้ความคุ้นเคยกับสภาวะการบินในพื้นที่การรบจริง
-อากาศยานลำที่สูญเสีย จากรายงานของกลุ่มช่างภาพอากาศยานท้องถิ่น ระบุว่า ในการฝึกบินช่วงเช้ามีปรากฏAT-6 จำนวนสองลำขึ้นบิน โดยลำที่ไม่ได้กลับมายังท่าอากาศยานเชียงใหม่ คือ AT-6 หมายเลข 41107
จากแถลงการณ์เบื้องต้นของกองทัพอากาศ จะต้องใช้เวลาในการรวบราวข้อมูลและวัตถุพยานจากพื้นที่เกิดเหตุ จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการสูญเสียในครั้งนี้ได้ รายละเอียดเพิ่มเติมขอให้ติดตามจากการแถลงอย่างเป็นทางการของกองทัพอากาศ
Defense Info ขอร่วมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียนักบินทั้งสองท่าน คือ นาวาอากาศตรี สมัทชา คุณมาศ (ครูการบิน) และเรืออากาศโท กรวิชญ์ เจนคิด อย่างสุดซึ้ง
“เราจะจดจำผู้ที่เสียสละชีวิตในหน้าที่และเราจะดูแลคนที่ยังอยู่ นี่คือปณิธานของผม ผมจึงต้องมาในวันนี้ เพื่อมาดูแลพวกเราทุกคนที่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติต่อไป"
ภารกิจการเตรียมกำลังรบของกองทัพอากาศ เป็นภารกิจที่ไม่มีวันหยุด เป็นภารกิจที่มีความต่อเนื่องสืบเนื่องมาตั้งแต่เริ่มมีกองทัพอากาศ ที่นี่เป็นกองบินหลักแห่งเดียวในภาคเหนือที่รับผิดชอบพื้นที่ตอนบน ”
พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ
ผู้บัญชาการทหารอากาศได้ร่วมทำการบินกับเครื่องบิน AT-6TH ของฝูงบิน 411 เพื่อแสดงความมั่นใจในการปฏิบัติภารกิจและยืนหยัดเคียงข้างกำลังพลทุกนาย โดยยืนยันว่า.. เราจะดูแลกัน และบินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง
โดยมีการบินหมู่ “Fly missing wingman formation" เพื่อระลึกถึงและให้เกียรติต่อนักบินผู้สละชีวิตในหน้าที่
พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศได้ร่วมทำการบินกับเครื่องบิน AT-6TH ของฝูงบิน 411 เพื่อแสดงความมั่นใจในการปฏิบัติภารกิจและยืนหยัดเคียงข้างกำลังพลทุกนาย โดยยืนยันว่า.. เราจะดูแลกัน และบินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง
โดยมีการบินหมู่ “Missing Man Formation" เพื่อระลึกถึงและให้เกียรติต่อนักบินผู้สละชีวิตในหน้าที่
กองทัพอากาศขอประณามการใช้ “ข้อมูลเท็จ” ที่ "เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้เสียชีวิต" เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
กองทัพอากาศตระหนักถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการสื่อสารในยุคปัจจุบัน แต่การใช้ข้อมูลเท็จหรือการบิดเบือนข้อเท็จจริง เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง!!!
ก่อให้เกิด "ความเสียหายต่อเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้เสียชีวิต" ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน
"ผู้เสียชีวิตไม่สามารถตอบโต้ได้ กองทัพอากาศจึงขอตอบโต้เพื่อรักษา -เกียรติและศักดิ์ศรีของผู้เสียชีวิต-"
กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ได้กลับมาทำการบินปฏิบัติการของเครื่องบินโจมตีแบบที่๘ บ.จ.๘ Beechcraft AT-6TH Wolverine ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ เชียงใหม่ที่มีอยู่จำนวน ๗เครื่องอีกครั้งเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙(2026) หลังจากถูกงดบินไป ระหว่างการเยี่ยมชมกิจการของกองบิน๔๑ โดย พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศไทย และคณะ
ซึ่ง พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ได้ร่วมทำการบินกับเครื่องบินโจมตีแบบที่๘ บ.จ.๘ AT-6TH Wolverine ฝูงบิน๔๑๑ ในรูปแบบหมู่บิน "Fly Missing Wingman formation" เพื่อระลึกถึงและให้เกียรติต่อนักบินผู้สละชีวิตในหน้าที่ และแสดงความมั่นใจการปฏิบัติภารกิจและยืนหยัดเคียงข้างกำลังพลทุกนาย ซึ่งผู้บัญชาการทหารอากาศไทยหลายท่านมักจะมีการปฏิบัติเช่นนี้หลังเกิดอุบัติเหตุการสูญเสียอากาศยานและนักบินขึ้น
กองทัพอากาศไทยได้สูญเสียเครื่องบินโจมตี บ.จ.๘ AT-6TH หมายเลข "41107" หนึ่งเครื่องระหว่างทำการฝึกบินในภารกิจค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ(CSAR: Combat Search and Rescue) ณ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ ตามเวลาท้องถิ่น 1020h ณ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่(Bearing 210 ระยะทาง 60km จากท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่)
อุบัติเหตุทำให้นักบินสองนายเสียชีวิตคือ นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ Callsign "MATCHA" ครูการบิน(Flight Instructor) ซึ่งมีประสบการณ์การบินมาแล้ว ๘ปีและเป็นนักบินชุดที่ไปฝึกศึกษารับมอบเครื่องที่สหรัฐฯ และเรืออากาศโท กรวิชญ์ เจนคิด Callsign "JB" พิธีพระราชทานเพลิงศพนักบินทั้งสองนายได้มีขึ้น ณ ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙
ขณะที่เขียนบทความนี้กองทัพอากาศไทยยังไม่เผยแพร่ผลสรุปการสอบสวนของอุบัติเหตุอย่างเป็นทางการ เครื่องบินโจมตี บ.จ.๘ AT-6TH ทั้ง ๘เครื่องที่ถูกทำพิธีบรรจุประจำการ ณ ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/at-6th.html) เป็นเครื่องสร้างใหม่จากโรงงาน มีความทันสมัยและติดตั้งเก้าอี้ดีดตัว โดยยังคงมีแผนการจัดหาระยะที่๒ อย่างน้อยจำนวน ๔เครื่องเพิ่มเติม
อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศไทย พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ยังเคยยืนยันว่า เครื่องบินโจมตี บ.จ.๘ AT-6TH ได้มีส่วนร่วมในการปะทะตามแนวชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาในปี พ.ศ.๒๕๖๘ ด้วย ทั้งนี้กองทัพอากาศไทยยังได้ปฏิเสธและประนามการสร้างข่าวปลอมของผู้ไม่หวังดีต่อชาติและแนวร่วมประเทศฝ่ายตรงข้ามในสื่อสังคม online ทั้งในและนอกประเทศที่ใส่ร้ายนักบินว่าเป็นต้นเหตุที่ทำเครื่องบินตกเองครับ











