วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ออสเตรเลียทำพิธีวางกระดูกงูเรือฟริเกตชั้น Hunter ลำแรกจาก 6ลำ

Australia lays down keel for first Hunter-class frigate





The keel-laying ceremony for the first Hunter-class frigate at Osborne Naval Shipyard on 24 August 2026. (BAE Systems)



ออสเตรเลียได้ทำพิธีวางกระดูกงูเรือของเรือฟริเกตชั้น Hunter ลำแรกเป็นเครื่องหมายถึงการประกอบสร้างอย่างเต็มรูปแบบของเรือฟริเกตสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) ใหม่ของกองทัพเรือออสเตรเลีย(RAN: Royal Australian Navy)
พิธีวางกระดูกงูเรือฟริเกตชั้น Hunter ลำแรกสำหรับกองทัพเรือออสเตรเลียถูกจัดขึ้น ณ อู่เรือ Osborne Naval Shipyard ในรัฐ South Australia เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ร่วม รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย Richard Marles และรัฐมนตรีอุตสาหกรรมกลาโหมออสเตรเลีย Pat Conroy กล่าวว่างานกำลังได้รับการดำเนินการกับชิ้นส่วน 20 block จาก 22 block ของเรือฟริเกตชั้น Hunter ลำแรก
บริษัท BAE Systems Maritime Australia สหราชอาณาจักรสาขาออสเตรเลียกำลังสร้างเรือฟริเกตชั้น Hunter จำนวน 6ลำภายใต้โครงการ Project Sea 5000 Phase 1

เรือฟริเกตชั้น Hunter ทั้ง 6ลำจะถูกจัดตั้งขึ้นเป็นองค์ประกอบหลักของขีดความสามารถสงครามปราบเรือดำน้ำ ASW ในอนาคตของกองทัพเรือออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/hunter-6.html)
มีพื้นฐานจากแบบเรือฟริเกตชั้น Type 26 Global Combat Ship ของบริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักร เรือฟริเกตชั้น Hunter มีความยาวตัวเรือที่ประมาณ 151.4m และมีระวางขับน้ำที่ราว 8,200tonnes

เรือฟริเกตชั้น Hunter จะติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ Aegis ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy), ส่วนติดต่อ interface ของออสเตรเลียที่พัฒนาโดยบริษัท Saab Australia สวีเดนสาขาออสเตรเลีย,
และ phased-array radar แบบ CEAFAR2 ที่ออกแบบโดยออสเตรเลีย ระบบควบคุมการยิงกล้อง electro-optical แบบ SeaEagle FCEO(Fire-Control Electro-Optical) ของบริษัท Chess Dynamics สหราชอาณาจักรยังได้ถูกเลือกให้ติดตั้งบนเรือฟริเกตชั้น Hunter ชุดแรก

ระบบอาวุธของเรือฟริเกตชั้น Hunter จะรวมถึงแท่นยิงแนวดิ่ง Mk 41 VLS(Vertical Launch System) จำนวน 32ท่อยิง, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ SM-2 และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ ESSM(Evolved Sea Sparrow Missile),
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM)(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/nsm.html) แท่นยิงสี่นัดสองแท่นยิงรวม 8นัด, และ torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ MU90

เรือฟริเกตชั้น Hunter สามลำแรกจาก 6ลำจะเข้าประจำการในชื่อ ลำแรกเรือฟริเกต HMAS Hunter, ลำที่สองเรือฟริเกต HMAS Flinders, และลำที่สามเรือฟริเกต HMAS Tasman ตามลำดับ
เรือฟริเกตชั้น Hunter ลำแรก เรือฟริเกต HMAS Hunter มีกำหนดสำหรับการส่งมอบให้แก่กองทัพเรือออสเตรเลียในต้นปี 2030s ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/mogami-3.html)

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Saab จัดแสดงแนวคิดเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต KFS ของกองทัพอากาศสวีเดน

Saab showcases Swedish KFS future combat aircraft concept





The unmanned A3-001 is one of at least six future combat aircraft concepts that Saab is developing under Sweden;s KFS effort. (Saab)



ผสานความร่วมมือทางยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนสู่กองทัพอากาศที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ
100 ปีแห่งความภาคภูมิใจของกองทัพอากาศสวีเดนซึ่งพัฒนาเคียงคู่กับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยเฉพาะบริษัท Saab ซึ่งมีส่วนสำคัญในการร่วมยกระดับขีดความสามารถกำลังทางอากาศของกองทัพอากาศสวีเดนให้ทันสมัย 
ด้วยประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรสวีเดน นำมาซึ่ง ความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างแนบแน่นตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี จากการบรรจุเข้าประจำการของเครื่องบิน Gripen C/D เครื่องบิน SAAB 340 AEW และระบบ ACCS ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์หลักเพื่อภารกิจการป้องกันประเทศของกองทัพอากาศ
เนื่องในโอกาสที่กองทัพอากาศสวีเดนครบรอบ 100 ปี ความร่วมมือระหว่างไทยและสวีเดนก้าวไปอีกขั้น ด้วยโครงการจัดหาเครื่องบิน Gripen E/F ที่จะยกระดับการปฏิบัติการทางอากาศให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังต่อยอดสู่ความเป็น Strategic Partnership ระหว่างทั้งสองประเทศผ่านกลไก Offset Policy 
อาทิเช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี การส่งเสริมและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศ ตลอดจนการวิจัย นวัตกรรม และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชาติ 
จากพันธมิตรความมั่นคงที่ไว้วางใจ สู่การพัฒนาขีดความสามารถทางอากาศยุคใหม่อย่างยั่งยืน

บริษัท Saab สวีเดนได้จัดแสดงหนึ่งในแนวคิดต่างๆที่ตนกำลังพัฒนาสำหรับความพยายามแนวคิดเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต KFS(Konceptet Framtidens Stridsflyg, Future Combat Aircraft Concept) ของสวีเดน
ถูกเปิดเผยในฐานะแบบจำลองขนาดเท่าของจริง mockup ณ งานแสดงการบินครบรอบ 100ปีกองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet) Jubilee Air Show ณ ฐานทัพอากาศ Malmen ใน Linköping สวีเดน เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2026 

อากาศยานไร้คนขับ A3-001 เป็นหนึ่งในอย่างน้อย 6แนวคิดของการออกแบบเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต KFS ต่างๆ ที่เป็นที่ทราบว่าบริษัท Saab จะกำลังดำเนินการทำงานอยู่สำหรับสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) 
"ระบบไร้คนขับ(A3-001)...จะสามารถเสริมต่อขีดความสามารถต่างๆของเครื่องบินขับไล่ Gripen(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/gripen-cd.html) และเครื่องบินขับไล่แบบมีนักบินประจำเครื่องในอนาคต แนวคิดถูกคิดขึ้นสำหรับภารกิจความเสี่ยงสูงต่างๆ" 

"อย่างเช่น สงคราม electronic(EW: Electronic Warfare), การกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึก(SEAD: Suppression of Enemy Air Defence) ต่างๆ, และการปฏิบัติการโจมตีความแม่นยำสูงต่างๆในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงต่างๆ
ด้วยการถูกตรวจพบได้ต่ำ, ความเป็นระบบอัตโนมัติระดับสูง, และขีดความสามารถที่จะปฏิบัติการตลอดทั้งมิติต่างๆที่หลากหลาย แนวคิดวาดภาพองค์ประกอบที่เป็นไปได้ของขีดความสามารถการรบทางอากาศยุคอนาคต" Saab สวีเดนกล่าว

บริษัท Saab กล่าวว่าขณะนี้ตนกำลังอยู่ในขั้นระยะการพัฒนาอย่างเข้มข้นที่ร่วมกันกับสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV กำลังสำรวจวิทยาการต่างๆที่จะวางเป็นรากฐานการจัดตั้งสำหรับระบบการรบทางอากาศยุคอนาคตต่างๆได้
"ในฐานะส่วนหนึ่งของงานนี้เราตั้งเป้าที่จะทำการบินต้นแบบสาธิตอากาศยานไร้คนขับที่มีคุณลักษณะต่างๆเหมือนเครื่องบินขับไล่ก่อนปี 2030 ตามที่เราสนับสนุนสวีเดนในการพิจารณาทางเลือกต่างๆในอนาคตของตน"

"นี่แยกออกไปต่างหากระบบอากาศยานไร้คนขับ Saab A3 เป็นแนวคิดของเราเองสำหรับสิ่งที่น่าจะมีตามมาในกลางปี 2030s ถ้าสวีเดนตัดสินใจที่จะสร้างขึ้นมาจากงานที่เรากำลังทำอยู่" Peter Nilsson หัวหน้าแผนกโครงการขั้นก้าวหน้าของบริษัท Saab กล่าวเสริม
การเปิดตัวแบบแบบจำลองขนาดเท่าของจริง mockup ของอากาศยานไร้คนขับ A3-001 มีขึ้นตามมา 9เดือนหลังจาก Janes ได้รายงานครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่า(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/saab-kfs.html)

Saab สวีเดนได้เปิดเผยตัวอย่างภาพวาดแนวคิดเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต KFS แสดงถึงโครงสร้างอากาศยาน(airframe) หลายรูปแบบในงานสัมมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter Conference 2025 (IFC 2025) ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2025
ตามป้ายจัดแสดงซึ่งแสดงเพียงส่วนหน้าของโครงสร้างลำตัว(fuselage) ของการออกแบบทางแนวความคิด 6แบบที่ประกอบด้วยอากาศยานแบบมีนักบินบังคับ 3แบบที่เป็นเครื่องบินรบที่นั่งเดี่ยว และอากาศยานแบบไร้คนขับ 3แบบครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/saab-kfs.html)

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569

โปรแกรมเพื่อความบันเทิงในงาน NSC 2026

การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย (NSC National Software Contest) ครั้งที่ 28 NSC 2026 ได้จัดในวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ผ่านการนำเสนอผลงานแบบ online และมีการประกาศผลเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙
โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ NSC 2026 ปีนี้ก็เป็นรูปแบบเดียวกับการแข่ง NSC 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/nsc-2023.html), NSC 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/nsc-2024.html), และ NSC 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/nsc-2025.html)  ที่ผ่านมา

โปรแกรมเพื่อความบันเทิงที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศนั้นมีดังนี้


ระดับนักศึกษา
1.กลยุทธ์วอเตอร์เฟลม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
2. รักษ์โลกเหรอ... เอาไว้พรุ่งนี้ละกัน! มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
3. การพัฒนาเกมเอาชีวิตรอดโดยใช้ระบบการจัดการทรัพยากรและออกซิเจน: Out of Ozone มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
4. Silent Ember: การพัฒนาเกมสามมิติแนว Psychological Horror ด้วยกลไกการเล่าเรื่องผ่านแสงและสถาปัตยกรรมแบบ Event-Driven มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
5. หมากข้าสุ่มเดนตาย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
6. ตำนานบางระจัน: เหล็กกล้าและคาถาอาคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
7. โครงการออกแบบเกม ฟริ้บเบิ้ล มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี


ระดับนักเรียน
1. วันวุ่นๆ ของคุณองเมียว โรงเรียนสตรีอ่างทอง
2. กระสุนพันล้าน โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๒
3. แสตรต้า โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม)
4. ผู้พิทักษ์แห่งตำนานไทย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
5. 30 วัน สู่อนาคตที่ยั่งยืน โรงเรียนระยองวิทยาคม
6. วิถีหนูรวย โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดจันทบุรี
7. อภินิหารล้างมหาบาป: เบิกแดนสุขาวดี โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร
8. โอท็อปลุย! โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
9. อัศวินพฤกษา โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม
10. เสียงสะท้อนจากความมืด โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ
11. คำสั่งชี้ชะตา โปรโตคอลล้างโลก โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม
12. โครงการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ประเภทเล่นร่วมกันแบบลอบเร้น "The Last Host" ด้วยเทคโนโลยีระบบเครือข่ายมัลติเพลเยอร์และปัญญาประดิษฐ์เชิงพฤติกรรม เพื่อส่งเสริมทักษะการทางานเป็นทีมและการคิดเชิงตรรกะ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้
13. พิโรธแค้นทวงกระด้ง โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ในพระอุปถัมภ์ฯ
14. เพชณฆาตเสือสมิง โรงเรียนพรศิริกุล
15. อีโคโนเวิร์ส: เกมจำลองในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์เพื่อการบริหารความเสี่ยงและฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย
16. ภายนอกของเขตกระดาน โรงเรียนสวนศรีวิทยา
17. นินจาผู้พิทักษ์ทะเล โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว
18. แก๊สซิ่ง โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม

"NSC" ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคน ทีมพัฒนา อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้สนับสนุนการแข่งขัน ศูนย์ประสานงานภูมิภาค คณะกรรมการทุกท่านที่สละเวลาเข้าร่วมการตัดสินผลงานในทุกรอบการแข่งขัน และผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลงานเพื่อส่งเข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ 
รางวัลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจ ความพยายาม และความสามารถอันโดดเด่นของทุกคน "ขอแสดงความยินดีกับโครงการที่ได้รับรางวัล" ปีนี้ด้วยค่ะ 
สำหรับทีมพัฒนาที่ไม่ได้รับรางวัล ก็ขอให้พัฒนาต่อไป เพราะนี่ยังไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เราได้เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และสะสมประสบการณ์เพื่อกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมในครั้งหน้า จงภูมิใจในความตั้งใจและพยายามที่ผ่านมา

ผลการตัดสิน NSC 2026 กลุ่มโปรแกรมเพื่อความบันเทิง







กลุ่มนิสิต นักศึกษา
รางวัลที่1: ตำนานบางระจัน: เหล็กกล้าและคาถาอาคม
รางวัลที่2: หมากข้าสุ่มเดนตาย
รางวัลที่3: โครงการออกแบบเกม ฟริ้บเบิ้ล
รางวัลชมเชย: กลยุทธ์วอเตอร์เฟลม
รางวัลชมเชย: รักษ์โลกเหรอ... เอาไว้พรุ่งนี้ละกัน!








กลุ่มนักเรียน
รางวัลที่1: ผู้พิทักษ์แห่งตำนานไทย
รางวัลที่2: อภินิหารล้างมหาบาป: เบิกแดนสุขาวดี
รางวัลที่3: โอท็อปลุย!
รางวัลชมเชย: วันวุ่นๆ ของคุณองเมียว
รางวัลชมเชย: ภายนอกของเขตกระดาน

ปีนี้ก็มีโครงการโปรแกรมเพื่อความบันเทิงในกลุ่มนักศึกษา 7 โครงการ และกลุ่มนักเรียน 18โครงการ ปีนี้โครงการในระดับนิสิตนักศึกษาและโครงการในระดับนักเรียนกลับมามีโครงการที่ได้รับรางวัลที่หนึ่ง ที่สอง และที่สาม และรางวัลชมเชยครบ
ขณะที่จำนวนโครงการที่เข้าแข่งขันในระดับนักศึกษามีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และในระดับนักเรียนยังคงมีจำนวนหลายโครงการเท่าเดิมและได้เห็นสถาบันการศึกษาใหม่ต่างๆเข้ามาร่วมการแข่งขันมาขึ้น แต่ก็น่าเสียดายที่การแข่งขัน NSC2026 ไม่มีการจัดนิทรรศการที่เปิดโอกาสแก่ผู้สนใจเข้าชมและทดลองใช้งานโครงการอีกต่อไปครับ 

Babcock อังกฤษและ DFS เดนมาร์กเสนอเรือฟริเกตป้องกันภัยทางอากาศใหม่แก่กองทัพเรือเดนมาร์ก

Babcock, Danish firms, line up frigate offer





A computer-generated image of Babcock's Arrowhead 140, displayed with a Danish flag as the company and the DFS consortium announced cooperation towards offering future air defence frigates to the RDN. (Babcock)

บริษัท Babcock สหราชอาณาจักร และ Danske Flådeskibe K/S(DFS) กลุ่มกิจการค้าร่วม(consortium)ทางเรือของเดนมาร์กได้ลงนามจดหมายความร่วมมือ(LoC: Letter of Collaboration)
ที่จะพัฒนาการเข้าถึงด้านอุตสาหกรรรมร่วมระหว่างสหราชอาณาจักรและเดนมาร์กเพื่อจะเข้าแข่งขันสำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตป้องกันทางอากาศใหม่ที่ยังไม่ทราบจำนวนสำหรับกองทัพเรือเดนมาร์ก(RDN: Royal Danish Navy, Søværnet)

DFS เดนมาร์กและ Babcock สหราชอาณาจักรประกาศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 และวันที่ 20 สิงหาคม 2026 ตามลำดับระหว่างงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ DALO Industry Days 2026 ที่เดนมาร์กระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม 2026
จดหมายความร่วมมือ LoC ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานข้อตกลงกรอบการทำงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นระหว่าง Babcock สหราชอาณาจักร และ DFS เดนมาร์กในต้นปี 2026 ทั้งสองบริษัทกล่าว

DFS เป็นกิจการค้าร่วมที่นำบริษัท Odense Maritime Technology(OMT) Group เดนมาร์ก, บริษัท Terma เดนมาร์ก, PensionDanmark กองทุนบำนาญตลาดแรงงานของเดนมาร์ก, และบริษัท Semco Maritime เดนมาร์กเข้ามารวมไว้ด้วยกัน
และถูกจัดตั้งเพื่อมอบแนวทางแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการของเดนมาร์กสำหรับการออกแบบ, การสร้าง, และการสนับสนุนตลอดอายุการใช้งานสำหรับเรือแบบต่างๆในอนาคตของกองทัพเรือเดนมาร์ก

ขณะที่มีต้นกำเนิดในสัญญาต่างๆก่อนหน้าที่ย้อนกลับไปได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 ในเดือนมกราคม 2026 DFS เดนมาร์กได้รับการประกาศสัญญาการออกแบบ, การสร้าง, และการซ่อมบำรุงรักษา
สำหรับเรือตรวจการณ์เขตอาร์กติก APV(Arctic Patrol Vessel) จำนวน 5ลำเพื่อทดแทนเรือตรวจการณ์เดินสมุทรชั้น Thetis(ocean patrol vessel) จำนวน 4ลำของกองทัพเรือเดนมาร์กที่ถูกขึ้นระวางประจำการตั้งแต่ในช่วงปี 1991-1992

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจการค้าร่วม DFS เดนมาร์ก บริษัท Babcock ได้ให้การสนับสนุนสมาชิกกลุ่มกิจการค้าร่วม DFS บริษัท OMT เดนมาร์กระหว่างขั้นระยะการออกแบบพื้นฐานของโครงการเรือตรวจการณ์เขตอาร์กติก APV
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2025 รัฐมนตรีกลาโหมเดนมาร์ก Troels Lund Poulsen ได้เยี่ยมชมอู่เรือ Rosyth ของบริษัท Babcock เพื่อดูการต่อเรือฟริเกตชั้น Type 31 สำหรับกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy)

แบบเรือฟริเกต Arrowhead 140 ของบริษัท Babcock ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเป็นพื้นฐานสำหรับเรือฟริเกตชั้น Type 31 ของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/type-31-f12-hms-venturer.html)
มีพื้นฐานจากแบบเรือของ OMT เดนมาร์กคือเรือฟริเกตชั้น Iver Huitfeldt จำนวน 3ลำของกองทัพเรือเดนมาร์ก ซึ่งในทางกลับกันถูกพัฒนามาจากเรือฟริเกตชั้น Absalon จำนวน 2ลำของกองทัพเรือเดนมาร์ก

ขณะที่ถูกอ้างอิงในฐานะอีกตัวอย่างของความร่วมมือที่มีอยู่ก่อนหน้าแล้วระหว่าง Babcock และ DFS ยังไม่เป็นที่ทราบว่าจะมีส่วนมากเท่าไรของแบบเรือฟริเกต Arrowhead 140 ที่อาจจะถูกนำมาใช้ออกแบบเรือฟริเกตป้องกันทางอากาศใหม่ของเดนมาร์กในท้ายที่สุดครับ

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กองทัพอากาศไทยและจีนเสร็จสิ้นการฝึกผสม Falcon Strike 2026
















Falcon Strike 2026
The adaptation training for China-Thailand "Falcon Strike-2026" joint air force training exercise was kicked off at Udorn Royal Thai Air Force Base (RTAF) in Thailand. 
This marks the ninth joint training conducted by two sides. China dispatched multiple types of combat aircraft and surface-to-air missile troops to participate in. The training subjects include joint air defense and humanitarian medical rescue, etc. 
The China-Thailand "Falcon Strike-2026" joint air force training concluded on August 20 at Udorn Royal Thai Air Force Base. 
During the training, the Chinese side deployed various types of equipment, including fighter jets, early warning aircraft, aerial refueling aircraft, helicopter, and surface-to-air missile system, and trained in mixed groups with the Royal Thai Air Force, successfully completing all scheduled tasks. (Royal Thai Air Force, Ministry of National Defense of China/China Military)

พิธีเปิดการฝึกผสม FALCON STRIKE 2026
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 พลอากาศตรี สิทธิพล ป้อมตรี ผู้อำนวยการสำนักการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม FALCON STRIKE 2026 ฝ่ายกองทัพอากาศไทย 
พร้อมด้วย พลอากาศตรี หม่า อวี้ผิง ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม FALCON STRIKE 2026 ฝ่ายกองทัพอากาศแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกผสม FALCON STRIKE 2026 ณ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
การฝึกผสม FALCON STRIKE 2026 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพอากาศไทยกับกองทัพอากาศแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างกำลังพลของทั้งสองฝ่าย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการทางอากาศ 
พร้อมทั้งพัฒนาขีดความสามารถและความพร้อมของกำลังทางอากาศในการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี โดยเปิดโอกาสให้กำลังพลทั้งสองประเทศได้ฝึกร่วมกันภายใต้สถานการณ์ที่หลากหลาย อันจะช่วยเพิ่มพูนทักษะด้านการวางแผน การประสานงาน การอำนวยการยุทธการ และการปฏิบัติภารกิจร่วมกันอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน การฝึกยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance and Disaster Relief: HADR) โดยจำลองสถานการณ์อุทกภัยขนาดใหญ่ เพื่อเสริมสร้างทักษะและความพร้อมในการช่วยเหลือและดูแลผู้ประสบภัย 
ครอบคลุมการจัดตั้งและปฏิบัติภารกิจของชุดปฏิบัติการทางการแพทย์ การลำเลียงทางอากาศและการส่งกลับสายแพทย์ ตลอดจนการประสานงานและบูรณาการการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้กำลังพลสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การฝึกผสม FALCON STRIKE 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 21 สิงหาคม 2569 ณ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี โดยนอกจากจะเป็นเวทีในการพัฒนาขีดความสามารถและความพร้อมของกำลังพลทั้งสองประเทศแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพอากาศไทยกับกองทัพอากาศแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน 
ตลอดจนเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือด้านการบินและความมั่นคงทางอากาศอย่างต่อเนื่องในอนาคต

Falcon Strike 2026 เสริมความพร้อมด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (HADR)
การฝึก Falcon Strike 2026 ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการปฏิบัติการทางอากาศเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance and Disaster Relief : HADR) 
เพื่อให้กำลังพลมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นระบบ เมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
โดยการฝึกครั้งนี้มีการบูรณาการขีดความสามารถของหน่วยแพทย์และกำลังพลที่เกี่ยวข้อง ผ่านการจัดตั้ง ทีม Search and Rescue (SAR), ทีม Medical Emergency Response Team (MERT), ทีม Mobile Aeromedical Staging Facility (MASF) และการปฏิบัติงานของ Aeromedical Evacuation Team (AE Team)
 เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการค้นหาและช่วยชีวิต รักษาผู้บาดเจ็บในพื้นที่การลำเลียงและดูแลผู้ป่วยทางอากาศ รวมถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานในการตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยพิบัติ
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพอากาศในการพัฒนาขีดความสามารถและความพร้อมของกำลังพล เพื่อให้สามารถนำศักยภาพด้านการบินและการแพทย์ทางทหารไปใช้ในการช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมได้อย่างทันท่วงที

เสนาธิการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมการฝึกผสม FALCON STRIKE 2026
วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 พลอากาศเอก อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสนาธิการทหารอากาศ เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองการฝึกผสม FALCON STRIKE 2026 ณ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี 
โดยมี พลอากาศตรี สิทธิพล ป้อมตรี ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม FALCON STRIKE 2026 ฝ่ายกองทัพอากาศ, นาวาอากาศเอก ปิยศักดิ์ สุเมตติกุล รองผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม FALCON STRIKE 2026 และนาวาอากาศเอก สุโขทัย สมศรีใส รองผู้บังคับการกองบิน 23 ร่วมให้การต้อนรับ
โอกาสนี้ เสนาธิการทหารอากาศได้ตรวจเยี่ยมพร้อมทั้งพบปะ พูดคุย และให้กำลังใจนักบิน ฝูงบิน 701, ฝูงบิน 702, ฝูงบิน 231 และฝูงบิน 203 ของกองทัพอากาศ และกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และแสดงความชื่นชมต่อความมุ่งมั่น ทุ่มเท และความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตลอดห้วงการฝึก
จากนั้น เสนาธิการทหารอากาศได้ตรวจเยี่ยมกำลังพลของกองทัพอากาศแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน โดยมี นายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และ พลอากาศตรี หม่า อวี้ผิง ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม FALCON STRIKE 2026 ฝ่ายกองทัพอากาศแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ร่วมให้การต้อนรับและพาเยี่ยมชมอากาศยานที่เข้าร่วมการฝึก
การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการติดตามการดำเนินการฝึกผสม FALCON STRIKE 2026 ตลอดจนเป็นการให้กำลังใจแก่กำลังพลและนักบินที่ร่วมปฏิบัติภารกิจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น รวมถึงความร่วมมืออันดีระหว่างกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน

กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) และกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAAF: People's Liberation Army Air Force) ได้เสร็จสิ้นการฝึกผสมทางอากาศ FALCON STRIKE 2026 ระหว่างวันที่ ๑๐-๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) โดยมีมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ และพิธีปิดเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ณ กองบิน๒๓ อุดรธานี ประเทศไทย
การฝึกผสม FALCON STRIKE 2025 เป็นการฝึกครั้งที่เก้าแล้ว นับตั้งแต่การฝึกครั้งแรก FALCON STRIKE 2015, ครั้งที่สอง FALCON STRIKE 2017, ครั้งที่สาม FALCON STRIKE 2018, ครั้งที่สี่ FALCON STRIKE 2019, ครั้งที่ห้า FALCON STRIKE 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/09/blog-post.html), 

ครั้งที่หก FALCON STRIKE 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/falcon-strike-2023.html), ครั้งที่เจ็ด FALCON STRIKE 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/falcon-strike-2024.html), และครั้งที่แปด FALCON STRIKE 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/falcon-strike-2025.html)
อากาศยานของกองทัพอากาศไทยที่ร่วมการฝึกรวมถึงเครื่อบินขับไล่แบบที่๒๐/ก บ.ข.๒๐/ก Saab Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ กองบิน๗ สุราษฎร์ธานี, เครื่องบินโจมตีแบบที่๗ บ.จ.๗ Dornier Alpha Jet TH ฝูงบิน๒๓๑ กองบิน ๒๓, และเฮลิคอปเตอร์แบบที่๑๑ ฮ.๑๑ EC725(Airbus Helicopter H225M) ฝูงบิน๒๐๓ กองบิน๒ โคกกระเทียม 

จนถึงชุดค้นหาและช่วยชีวิต PJ Commando กรมปฏิบัติการพิเศษ(Special Operations Regiment) หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน(SFC: Security Force Command) ที่ฝึกร่วมกับหน่วยรบพิเศษ(Special Forces) ของกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีนในการฝึกด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief) และการกู้ภัยในพื้นที่การรบ(CSAR: Combat Search-and-Rescue)
ฝ่ายจีนได้มีการนำอากาศยานแบบต่างๆที่เข้าร่วมการฝึก FALCON STRIKE มาหลายครั้งแล้วก่อนหน้าทั้งเครื่องบินขับไล่ Chengdu J-10C รุ่นที่นั่งเดี่ยวและเครื่องบินขับไล่ J-10AS รุ่นสองที่นั่งของกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน, เครื่องบินขับไล่ Shenyang J-11BGH รุ่นที่นั่งเดี่ยวและเครื่องบินขับไล่ J-11BSH รุ่นสองที่นั่งของกองการบินกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLANAF: People’s Liberation Army Navy Air Force)

เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด Xian JH-7AII, เครื่องบินตรวจการณ์สงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) แบบ Shaanxi Y-9LG(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/y-9lg.html), เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Shaanxi KJ-500, เครื่องบินลำเลียง Xian Y-20A, เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Xi'an HY-6U ซึ่งมีพื้นฐานจากเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ตระกูล H-6 และเฮลิคอปเตอร์ Mil Mi-171Sh ของกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน โดยยังมีการนำอากาศยานไร้คนขับ UAV และระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบต่างๆร่วมการฝึก 
ขณะเดียวกันกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ยังได้เสร็จสิ้นการฝึกผสม Balance/Teak Torch 2026 ที่เป็นการฝึกร่วมของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระหว่างวันที่ ๑๗-๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ณ กองพันปฏิบัติการพิเศษ๓ กรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ด้วย แสดงให้เห็นว่ากองทัพอากาศไทยมีการฝึกกับกองทัพอากาศสองชาติมหาอำนาจพร้อมกันได้ครับ