วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2567

Airbus ยุโรปเปิดตัวเครื่องบินลำเลียง A400M เครื่องแรกของคาซัคสถาน

Airbus rolls out first A400M for Kazakhstan





Aircraft MSN139, the first of two A400Ms for Kazakhstan, seen in the paint shop having its bespoke scheme and markings applied ahead of delivery later in 2024. (Airbus)

บริษัท Airbus ยุโรปได้เปิดตัวเครื่องบินลำเลียง A400M Atlas เครื่องแรกจาก 2เครื่องสำหรับสาธารณรัฐคาซัคสถาน ตามการประยุกต์ใช้การทำสีลวดลายเครื่องใหม่ของตน
ณ โรงงานประกอบขั้นสุดท้ายอากาศยานของบริษัท Airbus Defence & Space ใน Seville สเปน(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/a400m.html)

ชุดภาพของเครื่องบินลำเลียง A400M รหัส MSN139 ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2024 แสดงถึงเครื่องจะสร้างเสร็จตามที่สั่งในรุ่นสีมันวาวสูง 'เปียก' ของลวดลายสีเทาถูกพบเห็นได้ต่ำที่คุ้นเคย
เช่นเดียวกับการทำเครื่องหมายมาตรฐานของกองทัพคาซัคสถาน(Armed Forces of the Republic of Kazakhstan) ที่ถูกวาดมาตั้งแต่ในอดีตที่ประเทศยังอยู่ในอดีตสหภาพโซเวียต

คาซัคสถานได้สั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง A400M จำนวน 2เครื่องในปี 2021 โดยเครื่องรหัส MSN139 จะถูกส่งมอบภายหลังในปี 2024 นี้ ในการลงนามกับคาซัคสถานสำหรับ A400M
บริษัท Airbus ได้รับการสั่งจัดหาลูกค้าส่งออกรายแรกของตนสำหรับโครงการตั้งแต่ที่มาเลเซียเข้าร่วมโครงการนานาชาติในปี 2005(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/a400m.html)

ตามที่เน้นในการประกาศกองกำลังป้องกันทางอากาศคาซัคสถาน(KADF: Kazakhstan Air Defence Forces) จะเป็นผู้ใช้งานรายแรกของเครื่องบินลำเลียง A400M ที่ไม่ติดตั้งท่อรับเชื้อเพลิงกลางอากาศ
ตามที่เห็นกับเครื่องรหัส MSN139 ซึ่งเห็นได้มีการจัดเตรียมไว้แต่ไม่ได้ติดตั้งท่อ probe นอกเหนือจากการขาดท่อรับเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus ก่อนหน้านี้ได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวการระบุรูปแบบสำหรับเครื่องบินของคาซัคสถาน

กองกำลังป้องกันทางอากาศคาซัคสถานจะปฏิบัติการเครื่องบินลำเลียง A400M ควบคู่กับเครื่องบินลำเลียง Airbus C295 เช่นเดียวกับเครื่องบินลำเลียงสมัยอดีตสหภาพโซเวียต
อาทิ เครื่องบินลำเลียง Antonov An-12BP Cub(จะถูกทดแทนด้วยเครื่องบินลำเลียง C295), เครื่องบินลำเลียง An-24 Coke, เครื่องบินลำเลียง An-26 Curl, เครื่องบินลำเลียง An-72 Coale และเครื่องบินลำเลียง An-2 Colt

นอกกลุ่มชาติ NATO เบลเยี่ยม, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ลักเซมเบิร์ก, ตุรกี และสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/a400m.html) มาเลเซียเป็นลูกค้าส่งออกรายแรกสำหรับเครื่องบินลำเลียง A400M จำนวน 4เครื่องที่เข้าประจำการแล้ว 
และลูกค้าส่งออกรายล่าสุดตามหลังรายที่สองคาซัคสถานคืออินโดนีเซียเป็นรายที่สามที่สั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง A400M Atlas จำนวน 2เครื่องในปี 2021 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/airbus-a400m.html)

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2567

เรือดำน้ำ Type 212 NFS อิตาลีเดินหน้าทดสอบระบบแบตเตอรี่ Li-ion

UDT 2024: Type 212 NFS lithium-ion battery system tests move forward



Italian Navy's Todaro (Type 212A)-class submarines. (Italian Navy)

A graphic depiction of the NFS U212 submarine. (OCCAR)

การทดสอบต่างๆของระบบ battery Lithium-ion(Li-ion) สำหรับเรือดำน้ำชั้น Todaro รุ่นปรับปรุง(Improved Todaro, Type 212 NFS) ของกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, Marina Militare) กำลังเดินหน้า
ตามข้อมูลจากองค์การความร่วมมืออาวุธยุทโธปกรณ์ร่วม(OCCAR: Organisation for Joint Armament Co-operation) ยุโรป ซึ่งบริหารจัดการโครงการนี้

การพูดคุยในงานสัมมนาและนิทรรศการวิทยาการกลาโหมใต้ทะเล Undersea Defence Technology(UDT) 2024 ในกรุง London สหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2024
นาวาโท(Commander) Alessandro Irvia นายทหารระบบโครงการเรือดำน้ำในอนาคตอันใกล้ U212 NFS(Near Future Submarine) ยืนยันว่า(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/type-212-nfs.html)

การทดสอบการแพร่กระจายความร้อน(thermal propagation) ที่ดำเนินการขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 20224 ได้บรรลุผลลัพธ์ในเชิงบวก
การทดสอบการแพร่กระจายความร้อนเป็นการทดสอบล่าสุดในชุดการทดสอบต่างๆที่ได้รับการดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นใจความปลอดภัยของระบบ battery Li-ion ใหม่

ระหว่างการทดสอบการแพร่กระจายความร้อน นาวาโท Irvia ยืนยันว่าไม่มีเปลวไฟหรือการระเบิดเกิดขึ้น มีเพียงแก๊สเท่านั้นที่ถูกปล่อยออกมา
เรือดำน้ำ Type 212 NFS จะมีคุณลักษณะรุ่นปรับปรุงของระบบความปลอดภัยต่างที่ถูกติดตั้งในปัจจุบันบนเรือดำน้ำชั้น Todaro(Type 212A) ในประจำการกองทัพเรืออิตาลี และจะมีขีดความสามารถการจัดการการปล่อยแก๊สดังกล่าว เขากล่าว

คุณลักษณะความปลอดภัยเพิ่มเติมต่างๆของระบบ battery Li-ion จะรวมถึงการใช้ของ electrolyte ที่เสถียรมาก, Cells ทรงกระบอก, การป้องกันเชิงรับใน cell เพื่อควบคุมอุณหภูมิ, วาล์วนิรภัย, และระบบจัดการแก๊สและระบบทำความเย็น เขากล่าว
เรือดำน้ำ Type 212 NFS จะยังมีคุณลักษณะระบบป้องกันอัคคีภัยที่ออกแบบใหม่สำหรับห้อง battery รวมถึงเครื่องดับเพลิง นาวาโท Irvia กล่าว

อู่เรือ Muggiano ของบริษัท Fincantieri อิตาลีใน La Spezia กำลังอยู่ระหว่างการสร้างเรือดำน้ำ Type 212 NFS จำนวน 3ลำสำหรับกองทัพเรืออิตาลี โดยมีตัวเลือกจัดหาเพิ่มอีก 1ลำ รวม 4ลำ
เรือดำน้ำชั้น Improved Todaro จะเข้าประจำการทดแทนเรือดำน้ำชั้น Sauro ที่กำลังทยอยปลดประจำการลง และเสริมเรือดำน้ำชั้น Todaro ที่กองทัพเรืออิตาลีมีประจำการแล้ว 4ลำตั้งแต่ปี 2027-2031 ครับ

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2567

ออสเตรเลียจะผลิตยานเกราะล้อยาง Boxer 8x8 ส่งออกเยอรมนี 100คัน

Australia orders Boxers to export to Germany





Australia ordered over 100 sWaTrg Inf heavy weapon carrier infantry vehicles from Rheinmetall on 10 April. (Rheinmetall)

รัฐบาลออสเตรเลียได้ลงนามข้อตกลงการผลิตกับบริษัท Rheinmetall Defence Australia ออสเตรเลีย-เยอรมนีเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2024 สำหรับรถทหารราบบรรทุกอาวุธหนัก(Heavy Weapon Carrier Infantry Vehicle)
แบบยานเกราะล้อยาง Boxer Schwerer Waffenträger Infanterie(sWaTrg Inf) 8x8 จำนวน 100คันเพื่อส่งออกแก่เยอรมนี(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/boxer.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/09/boxer.html)

บริษัท Rheinmetall Defence Australia กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์ประกาศถึงสัญญาภายหลังในวันเดียวกันว่านี่จะเป็นการส่งออกทหารทหารครั้งใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียแก่เยอรมนี
ยานเกราะล้อยาง Boxer 8x8 กำลังได้รับการผลิตภายใต้จดหมายแสดงความจำนง(LOI: letter of intent) แบบรัฐบาลต่อรัฐบาลที่ลงนามโดยรัฐบาลออสเตรเลียใน Canberra และรัฐบาลเยอรมนีใน Berlin ในเดือนมีนาคม 2024

ศูนย์ยานยนต์ทางทหารเพื่อความเป็นเลิศ(MILVEHCOE: Military Vehicle Centre of Excellence) ของบริษัท Rheinmetall ใน Redbank รัฐ Queensland ออสเตรเลีย
จะผลิตยานเกราะล้อยาง Boxer sWaTrg Inf 8x8 โดยการส่งมอบแก่รัฐบาลเยอรมนีวางแผนมีขึ้นในปี 2026-2030 กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2024

โฆษกของบริษัท Rheinmetall เยอรมนีกล่าวกับ Janes ว่า ยานเกราะล้อยาง Boxer sWaTrg Inf ชุดแรกจำนวน 20คันจะถูกผลิตในโรงงาน Kassel และ Unterluess ของบริษัทในเยอรมนี โดยการส่งมอบมีกำหนดการในปี 2025
ยานเกราะล้อยาง Boxer sWaTrg Inf 8x8 จะทดแทนยานเกราะสายพาน Wiesel 1 รุ่นบรรทุกอาวุธสนับสนุนการยิงตรงทางยุทธวิธีของกองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) และนำเข้าประจำการในกองกำลังขนาดกลางแบบใหม่ของกองทัพบกเยอรมนี(German Army, Heer)

ยานเกราะล้อยาง Boxer sWaTrg Inf เยอรมนีจะมีพื้นฐานจากยานเกราะล้อยางลาดตระเวน Boxer CRV(Combat Reconnaissance Vehicle) 8x8 ของกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) ซึ่งได้รับการติดตั้ง module ภารกิจลาดตระเวน 
รวมถึงป้อมปืน digital แบบ Lance มีพลประจำป้อม 2นาย ติดตั้งอาวุธปืนใหญ่กล MK30-2 ขนาด 30mm พร้อมกระสุนแตกอากาศ(ABM: Airburst Munition) ของ Rheinmetall ที่ยังเป็นอาวุธหลักของรถรบทหารราบ Puma IFV(Infantry Fighting Vehicle) ของกองทัพบกเยอรมนี

ยานเกราะล้อยาง Boxer sWaTrg Inf จะยังติดตั้งด้วยระบบอาวุธปล่อยนำวิถีเบาขีดความสามารถพหุประสงค์ MELLS(Mehrrollenfähiges leichtes Lenkflugkörper, Multirole-capable Light Missile System)
ซึ่งเป็นการกำหนดแบบสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Spike LR ของกองทัพเยอรมนี(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/puma-nato.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/04/ffg-wiesel-1.html

กองทัพเยอรมนีได้สั่งจัดหายานเกราะล้อยาง Boxer sWaTrg Inf 8x8 จำนวน 123คันจากบริษัท Rheinmetall เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2024 
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2024 รัฐสภาสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี(Bundestag) ได้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างวงเงิน 1.95 billion Euros($2.1 billion) เพิ่มเติมด้วยสัญญาการให้บริการและการซ่อมบำรุงวงเงิน 746.9 million Euros ครับ

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2567

เฮลิคอปเตอร์ H225M และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47F สิงคโปร์ประกาศความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตรา

Singapore's fleet of H225M, CH-47F helicopters attain full operational capability







A Republic of Singapore Air Force H225M and CH-47F seen here at a ceremony where full operational capability was declared for both aircraft types. (Ministry of Defence of Singapore)



กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ได้ประกาศความพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) สำหรับฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลาง Airbus Helicopters H225M 
และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดหนัก Boeing CH-47F Chinook ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/h225m.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/03/h225m.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/07/rss-invincible-h225m-ch-47f-covid-19.html

พิธีที่เป็นเครื่องหมายถึงเหตุการณ์สำคัญได้ถูกจัดขึ้น ณ ฐานทัพอากาศ Sembawang เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2024 โดยเชิญรัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ Ng Eng Hen ร่วมเป็นประธานในพิธี
รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์อธิบายถึงเฮลิคอปเตอร์ในฐานะทรัพยากรที่จะเพิ่มขยายขีดความสามารถการลำเลียงทางทหารต่างๆของกองทัพสิงคโปร์(SAF: Singapore Armed Forces)

"พวกมันจะสร้างความแข็งแกร่งความสามารถของกองทัพสิงคโปร์ที่จะดำเนินการปฏิบัติการต่างๆที่หลากหลายรูปแบบ รวมถึงการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Rearch-and-Rescue),
การส่งกลับทางสายแพทย์ทางอากาศ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief)" Ng กล่าวในการปราศัยของเขาต่อเครื่องหมายเหตุการณ์สำคัญ

"ที่สำคัญกว่า เฮลิคอปเตอร์แบบใหม่สองแบบเหล่านี้จะเพิ่มขยายการบูรณาการข้ามเหล่าทัพ ทำให้กองทัพอากาศสิงคโปร์จะสนับสนุนกองทัพบกสิงคโปร์(Singapore Army) 
และกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) ของเราในการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ต่างๆได้ดียิ่งขึ้น" รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ Ng เสริม

เฮลิคอปเตอร์ H225M จะประจำการในฝูงบินที่125(125 squadron) และฝูงบินที่126(126 squadron) ของกองทัพอากาศสิงคโปร์
และทยอยทดแทนฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ AS332M Super Puma ที่มีอายุการใช้งานมานานซึ่งประจำการมาตั้งแต่ปี 1985 การส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ H225M เครื่องแรกมีขึ้นในเดือนมีนาคม 2021

เฮลิคอปเตอร์ H225M มีความเร็วสูงสุดที่ 175knots มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 11,200kg และมีระยะปฏิบัติการไกลสุดมากกว่า 400nmi
เฮลิคอปเตอร์ H225M รองรับการบรรทุกกำลังพลได้มากกว่า 20นาย รวมถึงผู้อพยพ 11คนบนเปลหาม และบรรทุกสัมภาระบนสายยึดโยงภายนอกได้ถึง 4,750kg

สำหรับเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47F การส่งมอบเครื่องแรกถูกประกาศโดยกองทัพอากาศสิงคโปร์ในเดือนพฤษภาคม 2021 และเฮลิคอปเตอร์ได้ถูกรับมอบโดยหน่วยส่วนแยกของกองทัพอากาศสิงคโปร์ใน Oakey ออสเตรเลีย
ที่ซึ่งกองทัพสิงคโปร์ดำรงการคงอยู่ของกำลังพลจำนวนราว 100นาย ณ ศูนย์การฝึกการบินทหารบกกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army Aviation Training Centre)

เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47F จะประจำการในฝูงบินที่127(127 squadron) ของกองทัพอากาศสิงคโปร์ 
และทยอยทดแทนเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง CH-47D ที่มีอายุการใช้งานมานานซึ่งประจำการมาตั้งแต่ปี 1994 สิงคโปร์ได้สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ H225M และ CH-47F โดยไม่เปิดเผยจำนวนในปี 2016 ครับ

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2567

กองทัพอากาศบราซิลลงนามกับ Embraer เพื่อศึกษาการพัฒนาเครื่องบินลำเลียง C-390 รุ่นภารกิจพิเศษ

FIDAE 2024: Brazilian Air Force signs MOU with Embraer to study special mission C-390




An artist's conception of the C-390 in a maritime role. (Embraer)



กองทัพอากาศบราซิล(Brazilian Air Force, FAB: Força Aérea Brasileira) ประกาศการลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) กับบริษัท Embraer บราซิลเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2024
ณ งานแสดงการบินนานาชาติ FIDAE 2024 ในนครหลวง Santiago ชิลี เพื่อศึกษาการปรับเปลี่ยนเครื่องบินลำเลียง Embraer C-390 Millennium สำหรับภารกิจพิเศษต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/kc-390.html)

การใช้งานที่เป็นไปได้ภายใต้การศึกษารวมถึงภารกิจการลาดตระเวนทางทะเล และข่าวกรอง ตรวจการณ์ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence, Surveillance and Reconnaissance)
C-390 มีภารกิจหลักเป็นเครื่องลำเลียงและเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ โดยไม่มีรุ่นอื่นๆนอกเหนือจากนี้ในประจำการ(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/kc-390.html)

บริษัท Embraer ได้ส่งมอบเครื่องบินลำเลียง C-390 จำนวน 6เครื่องแก่กองทัพอากาศบราซิลแล้ว Bosco da Costa Jr ประธานแผนก Embraer Defense and Security กล่าวกับ Janes ในงานแสดงการบิน FIDAE 2024
กองทัพอากาศบราซิลมีเครื่องบินลำเลียง C-390 เพิ่มเติมอีก 13เครื่องที่ถูกสั่งจัดหา ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/kc-390.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/09/kc-390-c-130k.html)

การศึกษาการปรับเปลี่ยนของเครื่องบินลำเลียง C-390 จะ "มีความร่วมเหมือนกันอย่างสูงสุดและความเป็นอิสระด้านวิทยาการ" ผู้บัญชาการกองทัพอากาศบราซิล พลอากาศเอก(Lieutenant-Brigadier) Marcelo Kanitz Damasceno กล่าวในแถลงการณ์
บราซิลมีใช้งานด้วยฝูงบินของเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Lockheed Martin P-3, เครื่องบินลำเลียง Embraer C-95 เครื่องบินลำเลียง C-95, เครื่องบินลำเลียง C-295 และอากาศยานแบบอื่นๆในภารกิจการตรวจการณ์ทางทะเล

บราซิลเป็นประเทศที่มีชายฝั่งกว้างใหญ่มากและมีผลประโยชน์ของชาตินอกชายฝั่งที่มีความสำคัญอย่างมาก รวมถึงความต้องการขีดความสามารถสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) และสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare)
ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces ปัจจุบันกองทัพอากาศบราซิลมีประจำการด้วยเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Lockheed P-3AM จำนวน 3เครื่อง ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อยืดอายุการใช้งานจนถึงปี 2030

กองทัพอากาศบราซิลยังมีประจำการด้วยเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-95 จำนวน 8เครื่องซึ่งเป็นการกำหนดแบบของกองทัพบราซิลสำหรับเครื่องบินลำเลียง Embraer EMB-111 ที่ติดตั้งระบบสงครามปราบเรือดำน้ำ ASW
ความต้องการเครื่องบินปราบเรือดำน้ำใหม่ของบราซิลถึง 6เครื่องได้มีหลายบริษัทที่ให้ความสนใจนำเสนอ รวมถึงเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Boeing P-8A Poseidon สหรัฐฯครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/p-8a-poseidon.html)

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2567

เซอร์เบียกำลังเจรจาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale ฝรั่งเศส 12เครื่อง

Serbia set to acquire Rafale fighters from France







Serbia is negotiating the acquisition of 12 Rafale fighters from France. (French Air and Space Force)

เซอร์เบียและฝรั่งเศสจะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale สร้างใหม่จำนวน 12เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/eurofighter-typhoon-rafale.html)
สำหรับกองทัพอากาศเซอร์เบียและกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศเซอร์เบีย(Serbian Air Force and Air Defense, RV i PVO: Ratno vazduhoplovstvo i protivvazduhoplovna odbrana) ในอีกสองเดือนข้างหน้า

ประธานาธิบดีเซอร์เบีย Aleksandar Vučić กล่าวกับสื่อเซอร์เบียในนครหลวง Paris เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2024 หลังเข้าพบกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส Emmanuel Macron และตัวแทนของบริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2024
สื่อที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเซอร์เบียได้รายงานว่าการเจรจาได้อยู่ในการดำเนินการเป็นเวลาเกือบสามปีแล้วสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale รุ่นที่นั่งเดียวจำนวน 10เครื่อง และรุ่นสองที่นั่งจำนวน 2เครื่องสำหรับกองทัพอากาศเซอร์เบีย

ชุดระบบอาวุธที่คาดไว้จะรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศระยะไกลกว่าสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) แบบ MICA(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/rafale-42-18.html)
ในการเพิ่มเติมต่อเครื่องจำลองการบิน flight simulator, การฝึกของกำลังพลเจ้าหน้าที่นักบินและช่างเทคนิค และชุดการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงบูรณาการหลายปี(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/rafale.html)

เมื่อประกาศการจัดซื้อจัดจ้างในปี 2023 ประธานาธิบดีเซอร์เบีย Vučić กล่าวว่าการจัดหาของฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Rafale สร้างใหม่ของเซอร์เบียจะมีมูลค่าที่วงเงิน 3 billion Euros($3.3 billion)
ระหว่างการเดินทางเยือน Paris ฝรั่งเศส Vučić ยังได้หารือกับเจ้าภาพของเขาในความเป็นไปได้ของการจัดตั้งโรงงานในเซอร์เบียเพื่อติดอาวุธให้เฮลิคอปเตอร์ H145M ด้วยอาวุธต่างๆที่สร้างโดยเซอร์เบีย

ภายใต้การจัดเตรียมการข้อตกลงที่หลากหลายที่น่าจะได้เห็นเซอร์เบียจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ H145M เพิ่มมากขึ้นเพื่อจะทดแทนเฮลิคอปเตอร์ Gazelle ยุคอดีตยูโกสลาเวียของตน(https://aagth1.blogspot.com/2018/11/h145m-9.html)
เซอร์เบียได้ลงนามจัดหาเฮลิคอปเตอร์ H145M จำนวน 9เครื่องที่เป็นสำหรับกองทัพอากาศเซอร์เบีย 5เครื่องจากบริษัท Airbus Helicopters ยุโรปในปี 2016 โดยได้รับมอบเครื่องแรกในปี 2018 และสั่งจัดหาตามมาอีก 6เครื่อง

เฮลิคอปเตอร์ H145M ของกองทัพอากาศเซอร์เบียได้รับการติดตั้งระบบอาวุธ HForce(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/h145m-62.html) อย่างไรก็ตามเซอร์เบียได้ติดตั้ง ฮ.H145M ในภารกิจเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธด้วยระบบอาวุธของตนเอง 
รวมถึงกระเปาะจรวด L80-07 ความจุ 7นัดพร้อมจรวดอากาศสู่พื้น S-8KOM ขนาด 80mm และกระเปาะปืนกลอากาศ GH-78 พร้อมปืนกลหนัก M87 ลำกล้องเดี่ยวขนาด 12.7mm ซึ่งพบเป็นครั้งแรกระหว่างการสาธิตฝึกใช้อาวุธในปี 2021

นอกจากเครื่องบินขับไล่ Rafale ฝรั่งเศส ในปี 2022 เซอร์เบียยังเจรจากับสหราชอาณาจักรสำหรับความเป็นไปได้ที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ทั้งสร้างใหม่หรือเครื่องส่วนเกินที่เก็บสำรองไว้ด้วย
ปัจจุบันกองทัพอากาศเซอร์เบียมีเครื่องบินขับไล่ Mikoyan MiG-29(NATO กำหนดรหัส Fulcrum) ที่ใช้มาตั้งแต่ยุคอดีตยูโกสลาเวียอยู่ราว 14เครื่อง ที่มีอายุการใช้งานมานานและล้าสมัย ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับบริจาคเครื่องส่วนเกินจากรัสเซียครับ

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2567

จีนทดสอบอากาศยานไร้คนขับลำเลียง HH-100 UAV

China tests HH-100 cargo UAV




AVIC's new HH-100 cargo-delivery unmanned aerial vehicle is being designed for a maximum take-off weight of 2 tons. (AVIC/Janes)

Aviation Industry Corporation of China(AVIC) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมการบินของจีนกำลังเตรียมการทดสอบการบินสำหรับอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ลำเลียงขนาดใหญ่แบบ HH-100 ของตน
อากาศยานไร้คนขับลำเลียง HH-100 UAV ซึ่งถูกวางแผนว่าจะมีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 2 tons ได้เสร็จสิ้นการทดสอบการเคลื่อนที่บนทางขับ taxi อัตโนมัติความเร็วสูง

ณ สนามบิน Yangchang ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑล Sichuan ของสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2024 และพร้อมสำหรับการบินครั้งแรก AVIC จีนประกาศเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2024
โครงการ HH-100 UAV เป็นหนึ่งในการให้ความสำคัญมานานหลายทศวรรษของจีนเกี่ยวกับการพัฒนาขีดความสามารถการส่งกำลังบำรุงและการลำเลียงขนส่งสัมภาระแบบไร้คนขับ Janes ประเมิน

สื่อของรัฐบาลจีนกล่าวว่าต้นแบบอากาศยานไร้คนขับลำเลียง HH-100 UAV ได้ถูกประกอบสร้างอย่างเต็มรูปแบบในเดือนธันวาคม 2023 ก่อนได้รับการเคลื่อนย้ายมายัง Yangchang
การทดสอบการวิ่งบนทางขับ Taxi ได้เริ่มต้นในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2024 หนังสือพิมพ์ของรัฐบาลจีน Global Times เผยแพร่วีดิทัศน์เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2024

แสดงถึงต้นแบบอากาศยานไร้คนขับลำเลียง HH-100 UAV กำลังดำเนินการทดสอบการเคลื่อนที่บนพื้นดินด้วยความเร็วสูง UAV มี "คุณลักษณะที่มีความเสถียรภาพระหว่างการทดสอบ" หนังสือพิมพ์ Global Times จีนกล่าว
สื่อของรัฐบาลจีนกล่าวว่า HH-100 UAV จะถูกใช้โดยหลักสำหรับภารกิจการขนส่งการส่งกำลังบำรุงในระดับภูมิภาค, การเฝ้าตรวจป่าไม้และทุ่งหญ้าและการดับเพลิง, การบรรเทาภัยพิบัติ, การทวนสัญญาณสื่อสาร และการทำฝนเทียม(cloud seeding)

อย่างไรก็ตามการขนส่งสัมภาระของอากาศยานไร้คนขับลำเลียง HH-100 UAV เป็นที่คาดว่าจะมีการนำมาประยุกต์ใช้งานทางทหารได้
ระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) ประกอบไปด้วยอากาศยานไร้คนขับ UAV และสถานีบัญชาการและควบคุมภาคพื้นดิน ตามข้อมูลจาก AVIC จีน

อากาศยานไร้คนขับลำเลียง HH-100 UAV มีแผนที่จะมีความจุภารกรรมบรรทุกที่น้ำหนัก 700kg HH-100 ยังตั้งใจที่ทำความเร็วเดินทางได้ที่ 300km/h,
เพดานบินปฏิบัติการสูงสุดที่ 5,000m และมีระยะทำการบินปฏิบัติการไกลสุดที่ 520km เมื่อบรรทุกภารกรรมน้ำหนักสูงสุด ตามข้อมูลจาก AVIC จีนครับ

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2567

อากาศยานไร้คนขับ UAV โจมตีเมืองหลวง Nay Pyi Taw พม่าเป็นส่วนหนึ่งการประสานงานกันของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร

UAV attack on Myanmar capital part of co-ordinated effort, says official




A resistance attack on Myanmar's administrative capital Naypyidaw on 4 April used domestically produced 3D-printed UAVs such as the aircraft depicted in this 2023 photo. 
This UAV, which appears to be similar to the UAVs used during the 4 April attack, carries a 2 kg 60 mm mortar bomb. (Thierry Falise/LightRocket via Getty Images)



การโจมตีเมืองหลวงของฝ่ายบริหารรัฐบาลของพม่าโดยกองกำลังฝ่ายต่อต้านโดยการใช้อากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามฝ่ายต่อต้าน
ของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ(NUG: National Unity Government) เพื่อจะประสานงานการปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ UAV ต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า โฆษก NUG พม่ากล่าว

อากาศยานไร้คนขับ UAV ที่ผลิตด้วยตนเองได้โจมตีอย่างน้อยสามตำแหน่งตลอดทั้งเมืองหลวงของสภาบริหารแห่งรัฐ(SAC: State Administration Council) นครหลวง Naypyidaw(Nay Pyi Taw) เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2024 
ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ(NUG-MoD: National Unity Government-Ministry of Defence) Janes ประเมินว่านี่เป็นโจมตีของ UAV ลักษณะนี้เป็นครั้งแรกต่อนครหลวง Nay Pyi Taw

U Kyaw Zaw โฆษกของสำนักงานประธานาธิบดีของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ NUG กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2024 ว่า อากาศยานไร้คนขับ UAV จำนวน 30เครื่องได้ 
"ถูกใช้เพื่อเจาะระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัฐบาลทหาร" ที่ Naypyidaw UAV โจมตีกองบัญชาการของรัฐบาลทหารที่ปกครองประเทศ(หรือรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ SAC) ฐานทัพอากาศ Alar(ยังรู้จักในชื่อฐานทัพอากาศ Ela)

และบ้านของประธานสภาบริหารแห่งรัฐ SAC และผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพพม่า(Myanmar Armed Forces, Tatmadaw) พลเอกอาวุโส Min Aung Hlaing โฆษกสำนักงานประธานาธิบดีรัฐบาล NUG เสริม
ฐานทัพอากาศ Alar มีที่ตั้งอยู่ถัดออกไปจากท่าอากาศยานนานาชาติ Nay Pyi Taw และเป็นฐานที่ตั้งของทรัพยากรทางอากาศที่มีคุณค่าสูงของกองทัพอากาศพม่า(Myanmar Air Force, Tatmadaw Lei หรือ Tatmadaw Lay)

ทรัพยากรทางอากาศเหล่านี้รวมถึงเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ Sukhoi Su-30SME ที่จัดหามาใหม่ล่าสุดจากรัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/su-30sme.html)
เสริมด้วยเครื่องบินลำเลียง รวมถึงเครื่องบินลำเลียง Fokker 70 เครื่องบินโดยสารลำตัวแคบจำนวน 2เครื่องที่ถูกใช้สำหรับการรับ-ส่งบุคคลสำคัญ VIP

"การโจมตีเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Project Skywalk วัตถุประสงค์หลักของเราสำหรับ Project Skywalk คือเพื่อที่จะสร้างเอกภาพกองกำลัง UAV ภายใต้กองบัญชาการหนึ่งเดียว
เพื่อที่จะปฏิบัติการร่วมและประสานงานร่วมบนวิทยาการระดับสูงต่างๆ และเพื่อที่จะสามารถจะ(ได้รับและวางกำลัง) อากาศยานไร้คนขับทางยุทธวิธี tactical UAV สำหรับการปฏิบัติการ" Kyaw Zaw กล่าว

หลังจากการโจมตีนครหลวง Nay Pyi Taw เกิดขึ้นรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ SAC ได้เผยแพร่ภาพและแถลงการณ์ที่อ้างว่าเป็น UAV ของ "กลุ่มก่อการร้าย" ซึ่งโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติ Nay Pyi Taw 
ซึ่่งส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้นไว้ได้และสนามบินได้รับความเสียหายเล็กน้อย ในภาพจะเห็นซาก UAV ที่ถูกทำลายและยึดได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลทหาร SAC ระบุว่า UAV เหล่านี้มีส่วนหนึ่งที่ "ติดอาวุธ"

อากาศยานไร้คนขับ UAV ที่ถูกพบว่าใช้โจมตีนครหลวง Nay Pyi Taw เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2024 เป็นการสร้างขึ้นมาเองโดยการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ และดัดแปลงจาก drone พลเรือนที่มีขายตามท้องตลาด
ภาพที่พบจากกองกำลังกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าตั้งแต่ปี 2023 แสดงถึง UAV ลักษณะนี้ที่ติดตั้งลูกระเบิดยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60mm ที่น้ำหนักนัดละ 2kg ครับ

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2567

อิตาลีปลดประจำการเครื่องบินโจมตี AMX

Italy retires AMX light strike jet







The Italian Air Force retired the last of its AMX combat aircraft on 5 April. (Italian Air Force)



กองทัพอากาศอิตาลี(Italian Air Force, AMI: Aeronautica Militaire Italiana) ได้ปลดประจำการเครื่องบินโจมตีเบาไอพ่น AMX(Aeritalia Macchi eXperimental) ของตนหลังประจำการมา 35ปี
เครื่องบินโจมตีเครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยว AMX ที่อิตาลีพัฒนาร่วมกับบราซิลในช่วงปี 1980s-1990s ในนามกิจการร่วมค้า AMX International ได้ถูกถอดออกจากการประจำการปฏิบัติการระหว่างพิธีเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2024

กำหนดแบบเป็นเครื่องบินโจมตี A-11B Ghibli โดยกองทัพอากาศอิตาลี เครื่องบินโจมตี AMX ชุดสุดท้ายจาก 136เครื่องที่ได้รับการสั่งจัดหาโดยกองทัพอากาศอิตาลี
ที่ได้นำเข้าประจำการในฝูงบินขับไล่ทิ้งระเบิดตรวจการณ์ที่132(132nd Fighter Bomber Reconnaissance Squadron), กองบินที่51(51st Wing) ณ ฐานบินทางทหาร Istrana

ในประจำการกองทัพอากาศอิตาลี เครื่องบินโจมตี AMX ถูกบันทึกสถิติว่าเป็นเครื่องบินรบทางยุทธวิธีที่ถูกใช้งานมากที่สุดที่ทำการบินโดยกองทัพอากาศอิตาลีหลายภารกิจนอกพื้นที่(out-of-area)
การปลดประจำการเครื่องบินโจมตี AMX เป็นส่วนหนึ่งของหลากหลายการปรับปรุงโครงสร้าง(recapitalisation) ของกองทัพอากาศอิตาลีที่ยังกำลังมองการปลดประจำการเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado

ในความชื่นชอบต่อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/eurofighter-typhoon.html) และเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A/B Lightning II Joint Strike Fighter(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/f-35-lightning-ii.html)
กองทัพอากาศบราซิล(Brazilian Air Force, FAB: Força Aérea Brasileira) ซึ่งสั่งจัดหาเครื่องบินโจมตี AMX จำนวน 56เครื่อง ซึ่งยังคงประจำการจำนวน 36เครื่องมีกำหนดที่จะปลดประจำการในปี 2025

ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Aircraft: Development & Production เครื่องบินโจมตี AMX มีความยาว 13.23m สูง 4.55m และ ปีกกว้าง 8.87m ติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Rolls-Royce Spey 807 กำลังขับ 11,000lbs 
ทำความเร็วได้สูงสุดที่ 568knots มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 13,000 kg  มีพิสัยทำการรบที่ 552nmi ด้วยน้ำหนักภารกรรมบรรทุกที่ 900kg มีระยะบินเดินทางไกลสุด 1,801nmi ทำการบินได้นาน 4ชั่วโมง 15นาที เพดานบินสูงสุด 43,000feet

เครื่องบินโจมตี AMX รุ่นในประจำการของอิตาลีติดตั้งปืนใหญ่อากาศ M61A1 ขนาด 20mm หกลำกล้องหมุน มีน้ำหนักบรรทุกอาวุธสูงสุดถึง 3,800kg มีตำบลอาวุธปลายปีกสองจุดสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AIM-9 Sidewinder 
ตำบลอาวุธ 5จุดแข็งโดยใต้ปีกข้างละ 2จุดแข็ง รวม 4จุดแข็งรองรับจรวดอากาศสู่พื้น ระเบิดอากาศเอนกประสงค์ ระเบิดนำวิถี laser Paveway และระเบิดนำวิถีดาวเทียม JDAM และตำบลอาวุธใต้กลางลำตัวรองรับกระเปาะชี้เป้าหมาย Litening รวมถึงถังเชื้อเพลิงสำรองภายนอกครับ