Sweat on the training ground will lessen the blood on the battlefield.
Train as fight, and when fight, must win.
Air Chief Marshal Seksan Kantha, the Commander-in-Chief of the Royal Thai Air
Force (RTAF) presided over the closing ceremony and presented awards for the
Air Tactical Operations Evaluation (ATOE) 2026 National Aviation Museum of the
Royal Thai Air Force on 9 February 2026.
He commended all personnel, both those involved in the operational and support
roles, for their readiness in the test, the development of personnel and air
tactical operations, and the enhancement of the RTAF's capabilities. He noted
that these skills have been successfully applied in real-world missions,
demonstrating demonstrable results.
The Air Tactical Operations Evaluation 2026 is a process that demonstrates the
capabilities and readiness of the RTAF to perform assigned missions. It
showcases the professionalism, courage, discipline, capability, and readiness
of operational units, personnel, and equipment in under challenging and
complex situations.
The results reflect not only individual abilities but also the strength of
teamwork, as well as the potential and strength of the RTAF's entire
workforce, enabling it to effectively perform missions for national defence,
maintaining national security, as well as providing assistance to the people
as assigned, and to build public confidence in protecting national
sovereignty. (RTAF Insider/Royal Thai Air Force)
“หยาดเหงื่อในสนามทดสอบ จะลดหยาดเลือดในสนามรบ ฝึกเหมือนที่รบ
เมื่อรบต้องชนะ"
พิธีปิดและการมอบรางวัล การทดสอบและประเมินค่าการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี
ประจำปี 2569
พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ
เป็นประธานในพิธีปิดการทดสอบและประเมินค่าการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี
ยุทธวิธี ประจำปี 2569 และให้โอวาทแก่คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ
และมอบรางวัลให้แก่ นักบิน รวมถึงหน่วยกำลังรบ
ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการทดสอบและประเมินค่าฯ ในแต่ละประเภท เมื่อวันที่ 9
กุมภาพันธ์ 2569 ณ พิพิธภัณฑ์ กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ
ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลการทดสอบและประเมินค่าการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี
จัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีและเชิดชูเกียรติแก่นักบิน หน่วยกำลังรบ
และหน่วยสนับสนุน ที่มีผลการปฏิบัติอยู่ในระดับดีเด่น
ตลอดจนเป็นการแสดงความขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมแรงร่วมใจกัน
ดำเนินการทดสอบและประเมินค่าจนสำเร็จ
และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
โดยมีหน่วยได้รับรางวัล ได้แก่
- กองบิน 1 (ฝูงบิน 102 และ 103)
- กองบิน 2 (ฝูงบิน 201 และ 203)
- กองบิน 4 (ฝูงบิน 401, 402 และ 403)
- กองบิน5 (ฝูงบิน 501)
- กองบิน 6 (ฝูงบิน 601 และ 604)
- กองบิน 7 (ฝูงบิน 702)
- กองบิน 21 (ฝูงบิน 211)
- กองบิน 46 (ฝูงบิน 461)
- โรงเรียนการบิน (ฝูงฝึกขั้นปลาย ฯ) และ
- หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (กรมทหารต่อสู้อากาศยาน)
การทดสอบและประเมินค่าการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี ประจำปี 2569
นับเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกองทัพอากาศ
เนื่องจากเป็นกระบวนการที่แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถและความพร้อม
ในการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายของกองทัพอากาศ
โดยจัดขึ้น เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 - 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ
สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล, พื้นที่การฝึก กองบิน 2, 4, 5
และโรงเรียนการบิน ซึ่งการทดสอบและประเมินค่าฯ
ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ความกล้าหาญ ความมีวินัย
ขีดความสามารถและความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการ กำลังพล และยุทโธปกรณ์
ในการปฏิบัติภารกิจ ภายใต้สถานการณ์ที่มีความท้าทายและซับซ้อน
ซึ่งผลการปฏิบัติที่ปรากฏ มิได้สะท้อนเพียงความสามารถเฉพาะบุคคลเท่านั้น
หากยังสะท้อนถึงความเข้มแข็งของการทำงานเป็นทีม รวมทั้งศักยภาพ
และความเข้มแข็งของสรรพกำลังกองทัพอากาศ ที่สามารถปฏิบัติ
ภารกิจเพื่อการป้องกันราชอาณาจักร การรักษาความมั่นคงของประเทศ
ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนตามที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และน่าเชื่อถือ
กองประชาสัมพันธ์
สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์
กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
10 กุมภาพันธ์ 2569
The Indian Air Force (IAF) is undertaking joint in-situ air exercise with the
RoyalThaiAirForce (RTAF).
The exercise will enhance operational coordination and interoperability
between the two Air Forces.
IAF Su-30MKI, AWACS, AEW&C and IL-78 refuelling aircraft are participating
in the Exercise, alongside RTAF Gripen aircraft, strengthening Indo-Thai
defence cooperation and regional synergy.
เพื่อนบ้านบนทะเลอันดามัน เป็นพันธมิตรในห้วงอากาศ เสริมสร้างเสถียรภาพภูมิภาค
ผ่านการฝึกที่มีมาตรฐานเดียวกัน
ทอ.ไทย และ ทอ.อินเดีย ร่วมการฝึก เหนือทะเลอันดามัน บนน่านฟ้าเดียวกัน
เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถ กระชับความร่วมมือ
และยกระดับความมั่นคงทางอากาศร่วมกัน
การฝึกครั้งนี้ Gripen วางกำลัง ณ ฝูงบิน 701 กองบิน 7
Su-30MKI / IL-78 / IL-76 วางกำลัง ณ สนามบิน Port Blair
วางแผนการบิน โดยใช้การสื่อสารระยะไกล
และทำการบินเข้าพื้นที่ฝึกกลางทะเลอันดามันตามเวลาที่กำหนด
เมื่อมีการฝึกที่เป็น "มาตรฐาน" ระยะทางก็ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป
การทดสอบและประเมินค่าการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี(ATOE: Air Tactical
Operations Evaluation) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙(2026)
ของกองทัพอากาศไทยระหว่างวันที่ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)-๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙
ซึ่งควรจะเริ่มต้นด้วยพิธีเปิดที่เชิญประชาชนและสื่อมวลชนเข้าร่วมการแสดงสาธิต ณ
สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘
นั้น
ได้ถูกเลื่อนออกไปจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดภาคใต้ของไทยในปลายเดือนพฤศจิกายน
พ.ศ.๒๕๖๘ ต่อเนื่องด้วยการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างวันที่ ๗-๒๗
ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘
ซึ่งทำให้กองทัพอากาศไทยต้องระดมทรัพยากรที่ตนมีมาใช้ในปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย
และภารกิจต่อต้านและทำลายภัยคุกคามต่อกองทัพต่างชาติที่เป็นภัยความมั่นคงของชาติ
นอกจากเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๒ บ.ขฝ.๒ T-50TH ฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔
ตาคลีที่ได้ถูกเปิดเผย bomb score marks
ว่าได้ใช้อาวุธรวมถึงระเบิดควบคู่กับเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐/ก Gripen C/D,
บ.ข.๑๙/ก F-16A/AM/B/BM และ บ.ข.๑๘ข/ค F-5E/F TH แล้ว พิธีปิดและมอบรางวัล ATOE
2026 ที่มีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙
ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการฝึกต่างๆได้ถูกนำไปใช้การรบจริงที่ประสบความสำเร็จ
เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ กองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force)
ได้ประกาศว่าช่วงวันที่ ๙-๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ เครื่องบินขับไล่ Sukhoi
Su-30MKI ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/240-su-30mki.html) ได้ทำการฝึกร่วมทางอากาศกับเครื่องบินขับไล่แบบที่๒๐/ก บ.ข.๒๐/ก SAAB Gripen
C/D ฝูงบิน๗๐๑ กองบิน๗ สุราษฎร์ธานี กองทัพอากาศไทย
โดยการเผยแพร่ภาพการทำการบินเป็นหมู่บินร่วมกันของเครื่องบินขับไล่ Su-30MKI
กองทัพอากาศอินเดีย และเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐/ก Gripen C/D กองทัพอากาศไทย
เหนือทะเลอันดามัน ช่องแคบมะละกา จะเป็นการปูทางไปสู่การฝึกผสมอากาศ Air Bharat
2026 ครั้งแรกระหว่างกองทัพอากาศทั้งสองชาติที่จะมีขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๖๙
นี้ที่อินเดียจะส่เครื่องบินขับไล่ง Su-30MKI
ของตนมาวางกำลังฝึกที่ไทยเป็นครั้งแรก
การฝึกก่อนหน้านี้ระหว่างกองทัพอากาศไทยและอินเดียเช่นการฝึก Siam Bharat 2025
ระหว่างวันที่ ๘-๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๘ จะเป็นการฝึกในที่บังคับการ
โดยก่อนหน้านี้เครื่องบินขับไล่ Su-30MKI
ก็เคยแวะพักที่ไทยระหว่างการเดินทางไปร่วมการฝึก Veer Guardian 2023
ที่ญี่ปุ่นระหว่างวันที่ ๑๒-๒๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๖(2023)มาแล้วครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/su-30mki.html)
Embraer see strong potential for the KC‑390 Millennium’s advanced
multi‑mission capabilities, displayed at Singapore Airshow 2026, to support
the Royal Thai Air Force (RTAF)’s long‑term strategic defense requirements.
Embraer has advanced discussions with Thai Aviation Industries (TAI) for a
potential partnership aimed at establishing TAI as a future local authorized
service center. (Embraer)
งานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2026 ที่จัดขึ้น ณ Changi
สิงคโปร์ระหว่างวันที่ ๓-๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙
ที่ผ่านมากองทัพไทยได้มีการส่งคณะนายทหารไปดูงานและมีข้อตกลงกับผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญรวมถึงการลงนามความร่วมมือระหว่างบริษัท
อุตสาหกรรมการบิน จำกัด(TAI: Thai Aviation Industries) ไทยและบริษัท Embraer
บราซิล ที่ประกาศเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙
ที่จะเป็นการริเริ่มการจัดตั้งศูนย์บริการอากาศยานอย่างเป็นทางการของบริษัท
Embraer ในไทย
โดยเริ่มจากการมุ่งเน้นไปที่ขีดความสามารถการซ่อมบำรุงในไทยของเครื่องบินใช้งานทั่วไปแบบ๑๓๕
บ.ท.๑๓๕ ERJ135LR จำนวน ๒เครื่องของกองทัพบกไทย และเครื่องบินลำเลียงแบบที่๒
บ.ลล.๒ ERJ135LR จำนวน ๒เครื่องของกองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai
Naval Air Division) กองทัพเรือไทย
Embraer
บราซิลยังมองกองทัพอากาศไทยในฐานะลูกค้าที่เป็นไปได้สำหรับเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ
KC‑390 Millennium ของตนในฐานะการทดแทนเครื่องบินลำเลียงแบบที่๘ บ.ล.๘ Lockheed
Martin C-130H Hercules ฝูงบิน๖๐๑ กองบิน๖ ดอนเมือง จำนวน ๑๒เครื่อง
แม้ว่าจะยังไม่มีการตั้งโครงการในขณะนี้และได้ดำเนินการปรับปรุงความทันสมัย
บ.ล.๘ C-130H เพื่อใช้งานต่อไปอีกหลายปีครับ
Next Generation Air Power : Open Opportunities for Female Military Pilot
The Royal Thai Air Force (RTAF) is recruiting female commissioned officers
from the Royal Thai Air Force or other government agencies under the
Ministry of Defence of Thailand to become flight trainees in the Royal Thai
Air Force from 2 February to 4 March 2026. (Royal Thai Air Force)
กองทัพอากาศเปิดรับสมัครคัดเลือกนายทหารสัญญาบัตรหญิงสังกัดกองทัพอากาศ
หรือส่วนราชการอื่นสังกัดกระทรวงกลาโหม
เพื่อเข้าเป็นศิษย์การบินของกองทัพอากาศ รุ่นที่ 159
กองทัพอากาศขอเชิญชวนนายทหารสัญญาบัตรหญิงสังกัดกองทัพอากาศ
หรือส่วนราชการอื่นสังกัดกระทรวงกลาโหม
สมัครคัดเลือกเพื่อเข้าเป็นศิษย์การบินของกองทัพอากาศ รุ่นที่ 159
โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ - 4 มีนาคม 2569
ทั้งนี้ สามารถสมัครผ่านเว็บไซต์
http://www.rtaf-recruit.com และ
http://person.rtaf.mi.th
โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครใดๆทั้งสิ้น
สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัคร ดังนี้
- เป็นนายทหารสัญญาบัตรหญิงสังกัดกองทัพอากาศ
หรือนายทหารสัญญาบัตรหญิงส่วนราชการอื่นสังกัดกระทรวงกลาโหม
- สำเร็จการศึกษาหลักสูตรนายทหารชั้นผู้บังคับหมวดหรือเทียบเท่า
- สถานภาพโสด ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์
และไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว อีกทั้งไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างพักราชการ
หรือส ารองราชการอันเนื่องมาจากความผิด หรือมีความผิดฐานหนีราชการ
- มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาทั่วไป
โดยมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.8
- อายุไม่เกิน 28 ปี
นับอายุถึงปีที่ประกาศรับสมัครเพื่อคัดเลือกเป็นศิษย์การบิน
โดยนับอายุตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497
- มีสัญชาติไทย และบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด
แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวนซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิดแล้ว
มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดก็ได้
- ไม่เคยสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นศิษย์การบินมาก่อน
(สมัครเข้ารับการคัดเลือกได้เพียงครั้งเดียว)
- นายทหารสัญญาบัตรหญิงส่วนราชการอื่นสังกัดกระทรวงกลาโหม
ต้องไม่ติดภาระผูกพันกับส่วนราชการอื่น
"Next Generation Air Power : Open Opportunities for Female Military
Pilot"
Next Generation Air Power
ไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีทางอากาศ
แต่คือการเปิดโอกาสให้ “ศักยภาพของคน” ได้เติบโตอย่างเต็มที่
“ทำไมเราถึงจะปล่อยให้คนอีกครึ่งหนึ่งของประชากรในประเทศนี้ไม่ได้รับโอกาส”
ถ้อยคำของ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
สะท้อนเจตนารมณ์ชัดเจนว่ากำลังทางอากาศของอนาคต
ต้องไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบเดิม
กองทัพอากาศไทยเดินหน้าสร้าง Next Generation Air Power
ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงไทย
ที่มีความรู้ ความสามารถ
และความมุ่งมั่นได้ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของกำลังทางอากาศของชาติ
Open Opportunities
เพื่อให้ทุกศักยภาพได้แสดงออก
Open Possibilities for the Future
เพื่ออนาคตของกองทัพอากาศไทยที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
กองทัพอากาศไทยได้ประกาศรับสมัครคัดเลือกนักบินหญิงรุ่นที่๓ ในระหว่างวันที่ ๒
กุมภาพันธ์ ถึง ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ซึ่งได้มีการแถลงการจัดตั้งโครงการในชื่อ
"Next Generation Air Power : Open Opportunities for Female Military Pilot" ณ
พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการการบินแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์
พ.ศ.๒๕๖๙ โดยได้มีการปรากฎตนของนักบินหญิงกองทัพอากาศไทยรุ่นที่๑
และรุ่นที่๒
แตกต่างจากนักบินหญิงกองทัพอากาศไทยรุ่นที่๑ จำนวน ๕คนที่เริ่มโครงการในปี
พ.ศ.๒๕๕๖(2016) และนักบินหญิงกองทัพอากาศไทยรุ่นที่๒ จำนวน
๓คนที่เริ่มโครงการในปี พ.ศ.๒๕๖๐(2017) รวม ๘คน
ที่ส่วนใหญ่รับสมัครคัดเลือกจากผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการบินพลเรือน
และทำการฝึกที่ฝูงบิน๖๐๔ กองบิน๖
และยังคงประจำการอยู่เช่นที่เป็นนักบินเครื่องบินลำเลียง บ.ล.๘ C-130H
ฝูงบิน๖๐๑ กองบิน๖
ทหารสัญญาบัตรหญิงที่จะรับการคัดเลือกเป็นนักบินหญิงกองทัพอากาศไทยรุ่นที่๓
จะเข้ารับการฝึกเป็นศิษย์การบินของโรงเรียนการบินกองทัพอากาศไทย รุ่นที่๑๕๙
ซึ่งจะฝึกร่วมกับทหารสัญญาบัตรชายที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราชที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน
ซึ่งจะเปิดโอกาสให้สามารถก้าวไปทำการบินกับเครื่องบินรบได้เช่นเดียวที่กองทัพอากาศมิตรประเทศอย่างอินเดีย
ญี่ปุ่น และจีน
ผู้บัญชาการทหารอากาศไทย พลอากาศเอก เสกสรร คันธา
ได้กล่าวในการแถลงการเปิดโครงการนักบินหญิงกองทัพอากาศไทยรุ่นที่๓
ว่าตนเคยได้มีโอกาสพูดคุยกับนักบินหญิงของกองทัพอากาศอินเดียก่อนที่ตนจะได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศว่าทำไมกองทัพประเทศคุณจึงมีนักบินหญิงได้
เธอตอบว่า
"แล้วทำไมประเทศคุณถึงไม่เปิดโอกาสให้ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศล่ะ?"
นอกจากการปรับวัฒนธรรมองค์กรของกองทัพอากาศประเทศนั้นๆให้สอดคล้องกับแนวคิดความเสมอภาคเท่าเทียมกันทางเพศตามชาติพัฒนาแล้วโลกเสรีตะวันตกแล้ว
การลดลงของจำนวนประชากรวัยหนุ่มสาวที่จะก้าวเข้ามาเป็นกำลังพลยังเป็นปัจจัยให้กองทัพอากาศประเทศต่างๆเปิดโอกาสในสุภาพสตรีเข้ามาเป็นนักบินทหารเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังพลในกองทัพของประเทศเหล่านั้นด้วย
อย่างไรก็ตามก็เหมือนกับหลายๆประเทศโดยเฉพาะในเอเชียที่สังคมมีแนวคิดบุรุษเป็นใหญ่
ช่วงแรกของการมีนักบินหญิงในกองทัพอากาศอินเดียหรือกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น(JASDF:
Japan Air Self-Defense
Force)ก็มีการต่อต้านภายในอยู่มากว่าผู้หญิงไม่เหมาะสมที่จะเป็นนักบินทหาร
อย่างในไทยเองก็มีการปล่อยข่าวลือออกมาก่อนหน้าว่านักบินหญิงกองทัพอากาศไทยรุ่น๑
และรุ่น๒ นั้นลาออกไปหมดแล้วซึ่งไม่เป็นความจริงตามที่เห็นการแถลงข่าวครับ
Air Chief Marshal Seksan Kantha, the Commander-in-Chief of the Royal
Thai Air Force (RTAF) visited the satellite communication (SATCOM) system
testing on SIKAN Unmanned Aerial Vehicle (UAV) developed by RDC RTAF with
THAICOM PUBLIC COMPANY LIMITED, at RTAF Small Airfield (Thung Sikan) on 12
February 2026. (Royal Thai Air Force)
อากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) แบบ SIKAN(สีกัน)
ที่เป็นศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ
ศวอ.ทอ.(RDC: Research and Development Center for Space and Aeronautical
Science and Technology) กองทัพอากาศไทย
ถูกออกแบบให้มีราคาและประหยัดค่าใช้จ่ายการปฏิบัติการ แข็งแรงทนทาน
และบำรุงรักษาง่าย
มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเพื่อจะใช้เป็นเครื่องช่วยฝึกสำหรับการฝึกผู้บังคับอากาศยานภายนอก(External
Pilot) ก่อนที่จะทำการฝึกกับระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft
System) ที่ใช้ในภารกิจจริง
โดยได้ถูกนำไปใช้งานโดยศูนย์การฝึกอากาศยานไร้คนขับกองทัพอากาศ(RTAF-UTC: Royal
Thai Air Force-Unmanned Aircraft System Training Center) ณ กองบิน๓ วัฒนานคร
แล้ว
นอกจากการวางแผนที่จะเปิดสายการผลิตจำนวนมากโดยบริษัท TAI ไทยแล้ว
การทดสอบอากาศยานไร้คนขับ SIKAN UAV ติดตั้งสื่อสารผ่านดาวเทียม SATCOM
แบบเข้ารหัสกับดาวเทียม Thaicom 4 ณ สนามบินเล็กกองทัพอากาศ(ทุ่งสีกัน)
เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙
จะเป็นจุดเริ่มของการพัฒนาขีดความสามารถการควบคุม UAV
ของกองทัพอากาศไทยด้วยตนเองระดับเดียวกับชาติชั้นนำอื่นๆอย่างสหรัฐฯครับ
Air Chief Marshal Seksan Kantha, the Commander-in-Chief of the Royal
Thai Air Force (RTAF) in flight with Fly Missing Wingman formation of
Beechcraft AT-6TH Wolverine light attack aircrafts of 411th Squadron, Wing
41 Chiang Mai RTAF base on 18 February 2026. (Royal Thai Air Force)
ระหว่างการตรวจเยี่ยมกองบิน๔๑ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙
พลอากาศเอก เสกสรร คันธา
ผู้บัญชาการทหารอากาศไทยได้ร่วมทำการบินกับเครื่องบินโจมตีแบบที่๘ บ.จ.๘
Beechcraft AT-6TH Wolverine ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ ในการบินหมู่ "Fly missing
wingman formation" เพื่อระลึกถึงและให้เกียรติต่อนักบินผู้สละชีวิตในหน้าที่
และแสดงความมั่นใจการปฏิบัติภารกิจยืนหยัดเคียงข้างกำลังพลทุกนาย
เครื่องบินโจมตี บ.จ.๘ AT-6TH Wolverine ได้ถูกงดบินตั้งแต่ที่เครื่องหมายเลข
"41107"
เกิดอุบัติเหตุตกขณะทำการฝึกบินภารกิจค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ(CSAR:
Combat Search and Rescue) ณ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๙
มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ นักบินสองนาย นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ "MATCHA"
ครูการบิน(Flight Instructor) และเรืออากาศโท กรวิชญ์ เจนคิด "JB" เสียชีวิต
ขณะที่บทความนี้เผยแพร่ยังไม่มีผลสรุปการสวนสวนสาเหตุของอุบัติเหตุ บ.จ.๘
AT-6TH ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ ที่เหลือ ๗เครื่องจากที่สั่งจัดหาระยะที่๑ จำนวน
๘เครื่องจะยังคงปฏิบัติงานต่อไปจนกว่าจะมีการจัดหาเพิ่มเติมในระยะที่๒
ที่มีแผนเดิมอีก ๔เครื่อง
ก่อนหน้านี้กองทัพอากาศไทยยังแถลงการณ์ปฏิเสธและประนามข่าวปลอมจากผู้ไม่หวังดีต่อชาติที่ใส่ร้ายนักบินที่เสียชีวิตว่าทำเครื่องบินตกเพราะ
"กดปุ่มผิด" ด้วยครับ
(ในการทำงานกับ Computer
หรืออากาศยานจะมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือพวกมันไม่มีสิ่งที่เรียกว่า
'ปุ่มผิด'(Wrong button) ให้กด
ถ้าจะทำงานผิดพลาดก็เพราะทำผิดขั้นตอนหรือป้อนข้อมูลออกคำสั่งที่ไม่ถูกต้องเข้าไป
แต่บางคนโดยเฉพาะพวกสื่อมวลชนมักจะชอบโทษนักบินว่าโดยสรุปแบบมักง่ายว่าเป็นต้นเหตุเพราะเผลอไป
'กดปุ่มผิด'(press wrong button)
ทั้งที่คนพวกนี้ไม่เคยศึกษาด้านการบินหรือขับเครื่องบินเป็นด้วยซ้ำ!)
The Royal Thai Air Force (RTAF) two Korea Aerospace Industries (KAI) T-50TH
Golden Eagle of 401st Squadron, Wing 4 Takhli and the Republic of Korea Air
Force (RoKAF) eight T-50B Black Eagles aerobatic team coducted Frienship
Flight over Wing 41 Chiang Mai RTAF base in Thailand on 18 February 2026.
(Royal Thai Air Force)
เบื้องหลัง Friendship Flight Dragon & Black Eagles
คือสายตาของความเชื่อมั่นและจริงใจที่มีให้กัน
ภาพบรรยากาศ การบินเหนือท้องฟ้าเมืองเชียงใหม่ และเหนือพระมหาธาตุนภเมทนีดล
นภพลภูมิสิริ ที่สะท้อนถึงความงดงามของมิตรภาพ ที่ยืนเคียงข้างกันในฐานะ
“ทหารอากาศอาชีพ”
ทุกเส้นทางบิน คือ พลังแห่งความคิด
ทุกการจับมือ คือ พลังแห่งมิตรภาพ
ทุกช่วงเวลาบนอากาศ คือ พลังแห่งสัญญา
“เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป”
กิจกรรมการบินมิตรภาพ(Friendship Flight) ระหว่างเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๒
บ.ขฝ.๒ T-50TH ฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔ ตาคลี จำนวน ๒เครื่อง
และและเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50B ฝูงบินผาดแผลง Black Eagles
กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) จำนวน
๘เครื่อง ณ กองบิน๔๑ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙
นับเป็นครั้งแรกที่กองทัพอากาศทั้งสองชาติได้จัดกิจกรรมลักษณะนี้ขึ้น
โดยที่ผ่านมาฝูงบินผาดแผลง Black Eagles
กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลียังไม่เคยมีจัดการแสดงในไทยอย่างเป็นทางการแม้ว่ากองทัพอากาศไทยจะเป็นลูกค้าหลักรายสำคัญของเครื่องบินรบไอพ่นตระกูล
KAI T-50 Golden Eagle มานานแล้ว ซึ่งก็หวังว่าในอนาคต T-50B Black Eagles
จะมีโอกาสมาจัดการแสดงในไทยจริงๆ
เครื่องบินขับไล่และฝึก บ.ขฝ.๒ T-50TH หมายเลข "40101" และ "40102"
ที่ร่วมหมู่บิน Friendship Flight กับเครื่องบินฝึกไอพ่น T-50B Black Eagles
ยังแสดงเครื่องหมาย bomb score ที่ระบุว่าได้ทิ้งลูกระเบิดอากาศอเนกประสงค์ Mk82 ในการรบจริงในการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในปี พ.ศ.๒๕๖๘ แล้ว
ซึ่งไทยและฟิลิปินส์เป็นสองชาติในภูมิภาคนี้ที่ใช้เครื่องบินรบไอพ่นตระกูล KAI
T-50 ในการรบจริงครับ
Welcome! | ยินดีต้อนรับ!
Indian Navy welcomes OPV-551 HTMS Krabi, an offshore patrol vessel of the Royal Thai Navy (RTN), on her arrival at Visakhapatnam to participate in the International Fleet Review 2026 (IFR 2026) India and the exercise MILAN 2026, as navies from across the world assemble for the International Fleet Review. (Royal Thai Navy/Indian Navy)
เรือหลวงกระบี่ อวดธงราชนาวีไทย ร่วมงาน International Fleet Review 2026 ณ ประเทศอินเดีย
กองทัพเรือ โดย เรือหลวงกระบี่ (HTMS Krabi) หมายเลข 551 ได้เข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ International Fleet Review 2026 (IFR 2026) และการฝึกผสม MILAN 2026 ณ เมืองวิสาขปัตนัม สาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-25 กุมภาพันธ์ 2569
การเข้าร่วมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพและความพร้อมของราชนาวีไทยในการปฏิบัติภารกิจทางทะเลในระดับสากล รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับมิตรประเทศทั่วโลก
เรือหลวงกระบี่ ซึ่งเป็นเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (Offshore Patrol Vessel - OPV) ที่กองทัพเรือไทยต่อสร้างขึ้นเองภายในประเทศ ได้เดินทางถึงเมืองวิสาขปัตนัมเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญต่างๆ ของงาน IFR 2026 ซึ่งรวมถึงการสวนสนามทางเรือที่ยิ่งใหญ่ โดยมีประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินเดียเป็นประธานในพิธี
การเข้าร่วมงาน IFR 2026 ของเรือหลวงกระบี่ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพเรือไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางทหารเรือ วัฒนธรรม และเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลกับกองทัพเรือจากนานาประเทศที่เข้าร่วมงานกว่า 70 ประเทศ
กองทัพเรือไทยมุ่งมั่นที่จะรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคและระดับโลก การเข้าร่วมงาน IFR 2026 ในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
Admiral Tungngoen Jongrugchob, the Royal Thai Navy, underscored the Indian Ocean’s shared strategic significance and identified IUU fishing and transnational maritime crime as persistent and adaptive threats.
He outlined four progressive lines of effort-strengthened Maritime Domain Awareness, enhanced operational capacity, deeper regional cooperation and robust legal frameworks, to ensure a secure and sustainable maritime domain.
กองทัพเรือไทยส่งต่อบทบาทประธาน IONS ให้กองทัพเรืออินเดีย
ย้ำความร่วมมือเสริมสร้างความมั่นคงและสิ่งแวดล้อมทางทะเล
นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือไทยได้ส่งมอบหน้าที่ประธานกรอบความร่วมมือ Indian Ocean Naval Symposium (IONS) ให้แก่กองทัพเรืออินเดีย ภายหลังจากที่กองทัพเรือไทยปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569
IONS เป็นเวทีความร่วมมือของกองทัพเรือประเทศที่ตั้งอยู่รอบมหาสมุทรอินเดีย ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 25 ประเทศ และประเทศสังเกตการณ์ 9 ประเทศ จัดตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับภัยคุกคามทางทะเล ทั้งด้านความมั่นคง ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และภัยจากธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถรับมือได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง
ในช่วงที่กองทัพเรือไทยดำรงตำแหน่งประธาน IONS ได้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะแนวคิด Blue Economy หรือการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างคุ้มค่า ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ กองทัพเรือไทยยังเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกแก้ปัญหาสถานการณ์จำลองทางทะเล IONS Maritime Table Top Exercise เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ภายใต้หัวข้อ
“Silent Tides – Maritime Health & Environmental Security in the Indian Ocean”
ซึ่งมุ่งเน้นความมั่นคงด้านสุขภาพทางทะเลและความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย โดยมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมการฝึกถึง 19 ประเทศ
แม้จะส่งมอบหน้าที่ประธาน IONS ให้แก่กองทัพเรืออินเดียแล้ว กองทัพเรือไทยยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจในการดูแลความมั่นคงทางทะเล ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย ความมั่นคง และความยั่งยืนของภูมิภาค สมกับการเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
21 กุมภาพันธ์ 2569
ทัพเรือภาคที่๓ ทรภ.๓(3rd NAC: Third Naval Area Command) กองทัพเรือไทยได้ส่งเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงกระบี่ ร.ล.กระบี่ ที่ต่อในไทยเข้าร่วมพิธีการสวนสนามทางเรือนานาชาติ International Fleet Review 2026(IFR 2026) และการฝึกผสมทางทะเลนานาชาติ MILAN 2026 ที่ Visakhapatnam อินเดียระหว่างวันที่ ๑๕-๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ โดยมีกองทัพเรืออินเดีย(IN: Indian Navy) เป็นเจ้าภาพ
เรือหลวงกระบี่ กองทัพเรือไทยได้เข้าร่วมกับเรือต่างๆจากกองทัพเรืออินเดีย ๔๕ลำ หน่วยยามฝั่งอินเดีย(ICG: Indian Coast Guard) ๔ลำ และเรือจากหน่วยงานรัฐและเอกชนของอินเดียต่างๆรวมมากกว่า ๕๒ลำ รวมถึงเรือจากกองทัพเรือทั่วโลก ๑๙ลำ เช่น กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy), กองทัพเรือรัสเซีย(Russian Navy), กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force),
กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy), กองทัพเรือออสเตรเลีย(RAN: Royal Australian Navy), เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, พม่า, บังคลาเทศ, ศรีลังกา, มัลดีฟส์, แอฟริกาใต้, สหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์, โอมาน, อิหร่าน, และเซเชลส์ เป็นต้น แสดงถึงการมีส่วนร่วมของกองทัพเรือไทยกับนานามิตรประเทศในทะเลอันดามันและทั่วโลกครับ
The Royal Thai Navy (RTN) FFG-421 HTMS Naresuan, the Naresuan-class guided-missile frigate departed Sattahip Naval Base in Chonburi Province, Gulf of Thailand on 25 February 2026 to participated the exercise KAKADU2026 and International Fleet Review 2026 at Australia from 25 February to 23 April 2026. (Royal Thai Navy)
”ทร.ไทยส่งเรือรบพร้อมกำลังพล 250 นาย ฝึกผสม KAKADU 2026 และกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปี กองทัพเรือออสเตรเลีย‘’
วันนี้ (25 ก.พ.) ที่ท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) เป็นประธานในพิธีส่งเรือหลวงนเรศวร เดินทางเข้าร่วมการฝึกผสม KAKADU 2026 และร่วมกิจกรรม The International Fleet Review 2026 เนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปี กองทัพเรือออสเตรเลีย
ณ เมืองดาร์วิน และ เมืองซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 23 เมษายน 2569
การฝึกผสม KAKADU เป็นการฝึกทางเรือระดับพหุภาคีที่มีความสำคัญยิ่งในภูมิภาค โดยมีกองทัพเรือออสเตรเลีย เป็นเจ้าภาพ ซึ่งกองทัพเรือไทยได้เล็งเห็นถึงประโยชน์และส่งกำลังทางเรือเข้าร่วมการฝึกมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2536 การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างกองทัพเรือมิตรประเทศ
แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาทักษะ ประสบการณ์ และความชำนาญในการปฏิบัติการทางเรือในทุกสาขา เพื่อให้เกิดความพร้อมในการปฏิบัติงานร่วมกันภายใต้สภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การฝึกในครั้งนี้มียังเเป็นโอกาสดีสำหรับ นักเรียนนายเรือ จำนวน 75 นาย ที่ได้มีโอกาสการศึกษาเรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาและเป็นรากแก้วของกองทัพเรือ และสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตานานาอารยประเทศต่อไป
กองเรือฟริเกตที่๒ กฟก.๒(2nd FS: 2nd Frigate Squadron) กองเรือยุทธการ กร. กองทัพเรือไทย ได้ทำพิธีส่งเรือฟริเกตชุดเรือหลวงนเรศวร ร.ล.นเรศวร พร้อมกำลังพลจำนวน ๒๕๐นาย รวมถึงนักเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรือ(RTNA: Royal Thai Naval Academy) จำนวน ๗๕นาย ออกเดินเรือจากท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในอ่าวไทยเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙
เพื่อเข้าร่วมการฝึกผสมทางเรือนานาชาติ KAKADU 2026 ที่จัดขึ้นทุกสองปีโดยมีกองทัพเรือออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพที่ Darwin, Cairns และ Jervis Bay, New South Wales และกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ International Fleet Review 2026 เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๒๕ปีกองทัพเรือออสเตรเลียที่ Sydney ระหว่างวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์- ๒๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๙
กองทัพเรือไทยได้เข้าร่วมการฝึกผสมทางเรือ KAKADU ที่ออสเตรเลียมาตั้งแต่การฝึกครั้งแรกจัดขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๓๖(1993) และส่งกำลังพลและเรือเข้าร่วมอีกหลายครั้งเช่นล่าสุดการฝึกผสม KAKADU 2024 ที่ส่งเรือฟริเกตเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชไปชาติ ASEAN ที่จะเข้าร่วมการฝึกผสม KAKADU 2026 และการสวนสนามทางเรือนานาชาติ IFR 2026 ปีนี้ยังรวมถึง อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และเวียดนามครับ
Submarine Squadron, Royal Thai Fleet (RTF), Royal Thai Navy (RTN) held opening ceremony of 1st class Submariner Course fir Fiscal Year 2026, preparing personnel before their departure for its 1st S26T Submarine training in China at Submarine Operations Center Building in Sattahip District, Chonburi Province, Thailand on 16 February 2026. (Royal Thai Navy)
"นักรบใต้สมุทร เขี้ยวเล็บกองทัพเรือในอนาคต"
พลเรือตรี ก่อเกียรติ บุญปก ผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรนักเรือดำน้ำ รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2569 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการกองเรือดำน้ำ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
หลักสูตรนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวน สู่การเป็น "นักเรือดำน้ำ" มืออาชีพ โดยมุ่งเน้น
- การสร้างองค์ความรู้และทักษะเฉพาะทางในการปฏิบัติงานในเรือดำน้ำ
- เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายอำนวยการตามสาขาในระดับต่างๆ
- เตรียมความพร้อมกำลังพลก่อนการเดินทางไปเข้ารับการศึกษาอบรม ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
Naval Acquisition Management Office (NAMO), Royal Thai Navy (RTN) issued announcement on bidding for one new domestic Frigate shipbuilding project on 26 February 2026.
median price (reference price) at 17,000,000,000 Baht ($545,571,650) was determined by obtaining from the market prices from three bidders, Damen Schelde Naval Shipbuliding, HD Hyundai Heavy Industries (HHI) and ST Engineering Marine.
จ้างสร้างเรือฟริเกต (๑/๒๕๖๘)
ปีงบประมาณ 2569 วงเงินงบประมาณ : 17,000,000,000.00 บาท วิธีคัดเลือก / จ้าง
สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ วันที่ประกาศ 26 ก.ย. 2568
กองเรือดำน้ำ กดน.(Submarine Squadron) กองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet) กองทัพเรือไทยได้จัดพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรนักเรือดำน้ำ รุ่นที่๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการกองเรือดำน้ำ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นเครื่องหมายถึงการเตรียมความพร้อมที่จะส่งกำลังไปเข้ารับการศึกษาที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป
ก่อนหน้านี้กองเรือดำน้ำ กดน.ได้เปิดการสมัครสอบคัดเลือกกำลังพลประจำเรือดำน้ำ กำลังพลเข้ารับการอบรมหลักสูตรครูฝึก(Instructor) และหลักสูตรฝ่ายเสนาธิการรบ(Combat Staff) ตามโครงการจัดหาเรือดำน้ำ S26T เพื่อทดแทนอัตราที่ว่าง จำนวน ๔๒ อัตรา ระหว่างวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ถึง ๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ พิธีเปิดการอบรมหลักสูตรนักเรือดำน้ำรุ่นที่๑ จึงแสดงถึงว่าการสอบคัดเลือกได้เสร็จสิ้นแล้ว
ไทยได้มีการลงนามการแก้ไขสัญญาโครงการจัดหาเรือดำน้ำ S26T ในการยอมรับเครื่องยนต์ดีเซลขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า CHD620 แทน MTU 396 เยอรมนี ในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๘(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/s26t.html) ทำเป็นที่คาดว่านอกจากการส่งกำลังพลชุดรับเรือไปฝึกที่จีนแล้ว พิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำ S26T ลำแรกของกองทัพเรือไทยอาจจะตามมาในเร็วๆนี้ถ้าไม่มีปัญหาอะไรเพิ่ม
Website จัดซื้อจัดจ้างของกองทัพเรือไทยได้เผยแพร่เอกสารประกาศโดย สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ สยป.ทร.(NAMO: Naval Acquisition Management Office) เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ เรื่อง โครงการจ้างสร้างเรือฟริเกต จำนวน ๑ ลำ วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ๑๗,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($545,571,650) แหล่งที่มาราคากลาง(ราคาอ้างอิง) มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด จำนวน ๓ บริษัท
๑.บริษัท Damen Schelde Naval Shipbuliding เนเธอร์แลนด์ ๒.บริษัท Hyundai Heavy Industries(HHI) สาธารณรัฐเกาหลี ๓.บริษัท ST Engineering Marine สิงคโปร์ อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้หมายความผู้เข้าแข่งขันโครงการสร้างเรือฟริเกตใหม่ ๑ลำในไทยจะมีเพียงสามบริษัทเท่านั้น เพราะตามระเบียบการสืบราคากลางจะต้องมีอย่างน้อยสามรายที่ยื่นราคาแล้ว และผู้เข้าแข่งขันจริงในโครงการสามารถมีได้มากกว่านี้
ตามที่กองทัพเรือไทยมองจะจัดหาเรือฟริเกตใหม่ ๒ลำที่สร้างในไทย ซึ่งได้รับการอนุมัติ ๑ลำสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ และมีผู้เข้าแข่งขันหลายรายจากทั่วโลกที่สนใจ แม้ว่าจะมีมูลค่ารวมที่ค่อนข้างน้อยสำหรับเรือฟริเกตเพียง ๑-๒ลำ ซึ่งดูจะไม่ดึงดูดความสนใจจากอู่เรือต่างประเทศมากนัก แต่ในความเป็นจริงผู้เขียนทราบมาว่าโครงการเรือฟริเกตใหม่ของกองทัพเรือไทยมีการแข่งขันภายในที่ดุเดือดรุนแรงมากครับ
(เมื่อเร็วๆนี้ผู้เขียนยังได้ถูกผู้ใหญ่ดุให้ระมัดระวังไม่ให้กล่าวแสดงความเห็นอะไรในโครงการจัดหาเรือฟริเกตที่พวกท่านๆเล่าให้หรือได้ยินได้ฟังมา เพราะเกรงว่าถ้าเขียนอะไรแล้วเกิดมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการไปเห็นบทความที่ผู้เขียนเขียนเข้าอาจจะไม่พอใจหรือเข้าใจผิดว่าเป็นการทำให้พวกตนเสียประโยชน์ก็ได้และ...ผู้เขียนอาจจะถูกฟ้องร้องเป็นคดีหมิ่นประมาทเอาได้ง่ายๆ...)
Royal Thai Marine Corps (RTMC), Royal Thai Navy (RTN) received domestic modernized AAVP7A1 Assault Amphibious Vehicle by Chaiseri,and Thai Defense Industry (TDI) D-Tiger 4x4 (Chaiseri First Win MPV (Multi-Purpose Vehicle) 4x4) from Defence Technology Institute (DTI) on 29 January 2026. (Royal Thai Marine Corps)
Thai marines receive armoured vehicles from DTI
นาวิกโยธินไทยได้รับมอบรถสะเทินน้ำสะเทินบก รนบ.AAVP7A1, ยานเกราะล้อยางอเนกประสงค์ D-Tiger 4x4 และระบบโครงข่ายส่วนบุคคลความเร็วสูง Long Term Evolution(LTE) จากสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สทป. DTI แก่กองทัพเรือไทยในพิธีที่มีขึ้น ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙
รถสะเทินน้ำสะเทินบก AAVP7A1 เข้าใจว่าจะเป็นรถต้นแบบใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยโดยบริษัท Chaiseri ไทยภายใต้โครงการพัฒนาปรับปรุงและซ่อมบำรุงต้นแบบยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก AAV ของ DTI ไทย ซึ่งจะเข้าประจำการในกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion) ร่วมกับรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 ที่มีประจำการอยู่ ๑๒คัน ซึ่งมีอย่างน้อย ๓คันที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทยแล้ว
ขณะที่ยานเกราะล้อยางอเนกประสงค์ D-Tiger 4x4 นั้นมีพื้นฐานจากรถหุ้มเกราะล้อยาง First Win MPV 4x4 ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ Chaiseri ไทยเช่นกันน่าจะถูกนำเข้าประจำการ ณ กองพันรถถัง พัน.ถ.นย.(Marine Tank Battalion) ร่วมกับยานเกราะล้อยาง First Win II 4x4 ที่จัดหาจาก Chaiseri ไทย ๖คันก่อนหน้า ซึ่งทั้งหมดเป็นการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยที่ต่อเนื่องยาวนานของนาวิกโยธินไทยครับ

Amphibious Exercise (AMPHIBEX) involved Royal Thai Marine Corps (RTMC), Royal Thai Navy (RTN) and and Royal Thai Air Force (RTAF); US Marine Corps (USMC) and US Army; Republic of Korea Navy (RoKN) and Republic of Korea Marine Corps (RoKMC); and Republic of Singapore Navy (RSN) and Singapore Army at the Naval Training Field No. 15, in Hat Yao, Sattahip district, Chonburi province in Gulf of Thailand on 26 February 2026 as parts of the exercise Cobra Gold 2026 in Thailand during 24 February to 6 March 2026. (US Indo-Pacific Command, Royal Thai Marine Corps/Royal Thai Navy)
การฝึกการปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก(AMPHIBEX: Amphibious Exercise) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕(หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกร่วมผสมนานาชาติ Cobra Gold 2026 ในประเทศไทยระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ซึ่งเป็นการฝึกที่ต่อเนื่องยาวที่สุดในภูมิภาคนี้โดยเป็นปีที่ ๔๕แล้ว
การฝึก AMPHIBEX ในการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ปีนี้ได้เห็นกองทัพเรือไทยนำเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยเรือหลวงช้าง(ลำที่๓) กับเรือระบายพลขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงทองแก้ว เรือหลวงทองหลาง และเรือหลวงวังใน เข้าร่วมการฝึกยกพลขึ้นบก ขณะที่กำลังหลักจากนาวิกโยธินไทยยังคงเป็นรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 ของกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.นย.
ฝ่ายมิตรประเทศทั้งนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) และกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army), กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) และนาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี(ROKMC: Republic of Korea Marine Corps) และกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) และกองทัพบกสิงคโปร์(Singapore Army) รวมสี่ชาติครับ
The US Army has delivered 17 Stryker IFVs (seen here at the exercise Cobra Gold 2026 in Thailand) to the Royal Thai Army (RTA) as a part of the EDA programme. (Royal Thai Army)
เริ่มแล้ว การฝึก Cobra Gold 2026
สอดคล้องการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์-๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙ และการฝึกผสม Hanuman Guardian 2026 ในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙ กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ได้ส่งมอบยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 เพิ่มเติมจำนวน ๑๗คันแก่กองทัพไทย ภายใต้โครงการความช่วยเหลือยุทโธปกรณ์ส่วนเกิน Excess Defense Articles(EDA) ของรัฐบาลสหรัฐฯ
โครงการยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8 ของกองทัพบกไทยได้มีขึ้นมาเกือบ ๑๐ปีแล้ว โดยกรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑(112th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) เป็นกรมชุดรบยานเกราะล้อยาง Stryker(SRCT: Stryker Regiment Combat Team) แรกของกองทัพบกไทย จะมีการขยายขนาดกำลังเป็นกองพลน้อยชุดรบ Stryker(SBCT: Stryker Brigade Combat Team)
หน่วยขึ้นตรงของกองพลทหารราบที่๑๑ พล.ร.๑๑ อีกหน่วยคือกรมทหารราบที่๑๑๑ ร.๑๑๑(111th Infantry Regiment) มีกำหนดที่จะได้รับมอบยานเกราะล้อยาง Stryker ใหม่เพิ่มเติม นอกจากแบบลำเลียงพล M1126 ICV(Infantry Carrier Vehicle) ยังน่าจะรวมถึงแบบบังคับการ M1130 CV(Commander's Vehicle), แบบพยาบาล M1133 MEV(Medical Evacuation Vehicle),
แบบติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิด 120mm M1129 MCV(Mortar Carrier Vehicle), แบบลาดตระเวน M1127 RV(Reconnaissance Vehicle), แบบรถทหารช่าง M1132 ESV(Engineer Squad Vehicle), แบบรถอำนวยการยิง M1131 FSV(Fire Support Vehicle) และแบบต่อสู้รถถังติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง TOW M1134 ATGM(Anti-Tank Guided Missile Vehicle) เป็นต้น
กองทัพบกไทยได้วางกำลังยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8 ของกรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑ ระหว่างความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ซึ่งพบว่ามีการติดตั้งการติดตั้งเกราะตาข่าย anti-drone mesh เพื่อต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ และเกราะไม้เพื่อป้องกันอาวุธต่อสู้รถถังแบบระเบิดแรงสูง
รวมถึงการปรับปรุงติดตั้งระบบอำนวยการสนามรบ(BMS: Battle Management System) MFoCS II ของบริษัท Leonardo DRS สหรัฐฯร่วมกับบริษัท Chaiseri ไทย อย่างไรก็ตามมีการคัดค้านการจัดหายานเกราะล้อยาง Stryker สหรัฐฯเพิ่มเติมว่าเป็นการไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ของไทย ซึ่งตามข้อเท็จจริงในฐานะความช่วยเหลือทางทหารจากมิตรประเทศก็ควรจะต้องใช้ระบบพื้นฐานเดียวกันทั้งหน่วย และ ร.๑๑๒ เองก็มีการจัดหาอาวุธที่ผลิตในไทยเช่นเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 120mm แบบอัตตาจรล้อยาง M361 ATMM อยู่ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/calfex.html)






















































