วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ฟิลิปปินส์เลือกจะจัดหารถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก Chaiseri AWAV 8x8 ไทย

Philippine Navy selects Chaiseri amphibious vehicle




Chaiseri's AWAV in RTMC serviced, is seen displayed at the Defense & Security show in Bangkok in 2025. (My Own Photos)

กองทัพเรือฟิลิปปินส์(PN: Philippine Navy) ได้ประกาศสัญญากับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทยเพื่อจะจัดส่งรถหุ้มเกราะล้อยางชนิดลำเลียงพล 8x8 แบบ AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 
เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงการส่งออกครั้งแรกของรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ที่ออกแบบพัฒนาและสร้างในไทยรุ่นนี้(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/uvx-calfex.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/05/calfex.html)

การประกาศสัญญาได้รับการยืนยันต่อ Janes โดยบริษัท Chaiseri ไทยเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) บริษัท Chaiseri ไทยกล่าวว่าข้อตกลงมูลค่าวงเงิน 389 million Philippine Peso($6.8 million)
ครอบคลุมรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ชุดแรกจำนวน ๕คัน โครงการจัดหาน่าจะได้รับการขยายการจัดหาเพิ่มในระยะต่อไปในอนาคตได้แม้ว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน

กองทัพเรือฟิลิปปินส์ได้ออกเอกสารแจ้งการประกาศสัญญากับบริษัท Chaiseri ไทยเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๙ กล่าวว่ารถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 จำนวน ๕คัน ที่จะมีการส่งมอบในปี พ.ศ.๒๕๗๐(2027)
จะถูกวางกำลังในกองปฏิบัติการรักษาสันติภาพ(Peacekeeping Operations Group) ของนาวิกโยธินฟิลิปปินส์(PMC: Philippine Marine Corps) ที่มีที่ตั้งกองบัญชาการของหน่วย ณ ค่าย Fort Bonifacio ในนครหลวง Manila

กองปฏิบัติการรักษาสันติภาพ นาวิกโยธินฟิลิปปินส์มีหน้าที่หลักในการวางกำลังสำหรับภารกิจการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ(UN: United Nations Peacekeeping) และการรักษาความปลอดภัยและการคุ้มกันกำลังรบที่เกี่ยวข้อง
การประกาศสัญญาของกองทัพเรือฟิลิปปินส์มีขึ้นตามหลังจากที่ Chaiseri ไทยได้ส่งมอบรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 แก่นาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) ซึ่งยังคงเป็นผู้ใช้งานรายเดียวของรถรุ่นนี้อยู่

บริษัท Chaiseri ไทยได้รับสัญญาจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 จากกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) สำหรับนาวิกโยธินไทย สองระยะแล้ว
สัญญาระยะที่๑ วงเงิน ๔๔๘,๐๐๐,๐๐๐บาทถูกประกาศในปี พ.ศ.๒๕๖๖(2023) ครอบคลุมการส่งมอบ AWAV 8x8 จำนวน ๗คันซึ่งมีการส่งมอบในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๗(2024)(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8.html)

ตามมาด้วยสัญญาระยะที่๒ วงเงิน ๕๐๔,๐๐๐,๐๐๐บาทที่ถูกประกาศในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๖๙ สำหรับ AWAV 8x8 จำนวน ๗คันเพิ่มเติม(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/awav-8x8-chaiseri.html)
Chaiseri ไทยเปิดตัวรถต้นแบบของรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ณ นิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ Defense & Security 2023 ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-chaiseri-awav-8x8.html)

โครงการรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ของ Chaiseri ไทยได้รับการดำเนินการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือกับนาวิกโยธินไทยและกองทัพเรือไทย(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri.html)
Janes เข้าใจว่านาวิกโยธินไทยใช้รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ปฏิบัติการจากเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยเรือหลวงช้าง(ลำที่๓) ของกองทัพเรือไทย(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/navantia-type-071et-lpd.html)

เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยชั้น Type 071ET LPD(Landing Platform Dock) รุ่นส่งออกที่กองทัพเรือไทยจัดหาจากจีนขึ้นระวางประจำการในปี พ.ศ.๒๕๖๖ นี้มอบขีดความสามารถการยกพลขึ้นบกจู่โจมจากเรือสู่ฝั่งแก่นาวิกโยธินไทย
นาวิกโยธินไทยยังได้ใช้รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 วางกำลังในการปะทะที่ชายแดนจังหวัดตราดทางตะวันออกของไทยระหว่างความขัดแย้งไทยและกัมพูชาในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ซึ่งเป็นการรบจริงครั้งแรกของรถรุ่นนี้ครับ

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

อาเซอร์ไบจานยืนยันการรับมอบเครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III ปากีสถาน-จีนเข้าประจำการแล้ว

Azerbaijan confirms JF-17 delivery







One of the JF-17s at Nasosnaya Air Base. (Ministry of Defence of the Republic of Azerbaijan)



เครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ JF-17 ขณะนี้ได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจาน(AzAF: Azerbaijan Air Force) แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/jf-17c-block-iii.html)
เรื่องนี้ได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 เมื่อกระทรวงกลาโหมอาเซอร์ไบจานได้เผยแพร่วีดิทัศน์แสดงถึงเครื่องบินขับไล่ JF-17 ใหม่ของกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจานเป็นครั้งแรก

เครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว JF-17 หมายเลข 24-501 และหมายเลข 24-502 ได้แสดงการบินขึ้นโดยติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรองภายนอกจำนวน 3ใบและไม่ติดตั้งอาวุธใดๆ
แผ่นป้ายผ้า Patch ที่ติดบนชุดนักบินระบุว่าเครื่องของกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจานเป็นรุ่นเครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/jf-17-block-iii-pl-15.html)

กระทรวงกลาโหมอาเซอร์ไบจานไม่ได้บอกชื่อฐานทัพอากาศที่วีดิทัศน์ทำการบันทึกภาพเคลื่อนไหวแต่สามารถระบุได้ว่าเป็นฐานทัพอากาศ Nasosnaya ที่ตั้งอยู่ใกล้เมือง Sumqayit ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครหลวง Baku
ซึ่งภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดได้แสดงให้เห็นว่าฐานทัพอากาศ Nasosnaya ได้รับการปรับปรุงที่สำคัญที่รวมถึงการสร้างโรงเก็บอากาศยาน(aircraft shelter) จำนวน 16หลัง

วีดิทัศน์แสดงนักบินกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจาน 2นายกำลังเดินไปยังเครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III ของตนที่แสดงหมายเลข 24-501 ที่อยู่ในโรงเก็บอากาศยานที่12
และเครื่องบินหมายเลข 24-502 อยู่ในโรงเก็บอากาศยานถัดออกไปโดยยังเห็นหัวเครื่องของเครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III อีก 2เครื่องยื่นออกมาจากโรงเก็บอากาศยานใกล้เคียงกัน

มีเครื่องบินโจมตี Sukhoi Su-25(NATO กำหนดรหัส 'Frogfoot') อย่างน้อยจำนวน 5เครื่อง ซึ่งปกติมีฐานที่ตั้ง ณ ฐานทัพอากาศ Kyurdamir ถูกจอดในโรงเก็บอากาศยานในแถวถัดๆไปด้วย
เครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III มีการเขียนตัวอักษร Latin 'Jaguar' และภาพลายเส้นของแมวป่าบนแพนหาเครื่อง สันนิษฐานว่าเป็นตราสัญลักษณ์ของฝูงบินใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติการเครื่องบินรุ่นนี้

เครื่องบินโจมตี Su-25 ของกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจานอยู่ในลวดลายพรางสีเทาและมีภาพลายเส้นหมาป่าบนหัวเครื่องแต่หน่วยบินถูกเรียกว่าฝูงบินเครื่องบินโจมตี Su-25
วีดิทัศน์ยังแสดงการเคลื่อนที่บนทางขับ, การบินขึ้นและลงจอดของเครื่องบินขับไล่ JF-17C Block III, เครื่องบินโจมตี Su-25 และเครื่องบินฝึกไอพ่น Aero L-39 Albatros ของกองทัพอากาศอาเซอร์ไบจานด้วย

มีรายงานครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ว่าอาเซอร์ไบจานได้ลงนามสัญญากับปากีสถานในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ JF-17 Block III จำนวน 16เครื่องวงเงิน $1.6 billion และต่อมาในปี 2025 จัดหาเพิ่มอีก 24เครื่องวงเงิน $4.6 billion รวมทั้งหมด 40เครื่อง
เครื่องบินขับไล่ JF-17 Thunder ถูกผลิตโดย Pakistan Aeronautical Complex(PAC) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมอากาศยานปากีสถานในความเป็นหุ้นส่วนกับ Chengdu Aircraft Industry Group(CAIG) ในเครือ Aviation Industry Corporation of China(AVIC) กลุ่มรัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมอากาศยานจีนครับ

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ยูเครนลงนามจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E สวีเดน 16เครื่อง

Ukraine signs for 16 Saab Gripen E fighters, as Sweden advances C/D transfer plan



Ukraine's order for 16 Gripen Es is worth around $2.5 billion Source: Saab
Deliveries of new-build jets for Kyiv will start in 2029.

สวีเดนและยูเครนบรรลุผลข้อตกลงที่จะนำให้รัฐบาลยูเครนในนครหลวง Kyiv วางกำลังด้วยเครื่องบินขับไล่ Saab Gripen C/D ตั้งแต่ต้นปี 2027(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/gripen-c-2-18.html)
ก่อนที่จะยังตามมาต่อเนื่องด้วยการนำเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Saab Gripen E รุ่นล่าสุดเข้าประจำการในกองทัพอากาศยูเครน(Ukrainian Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/gripen-e.html)

ภายใต้สัญญาที่ได้รับการลงนามโดยบริษัท Saab สวีเดนผู้ผลิตอากาศยานและสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026
Saab สวีเดนจะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E สร้างใหม่จำนวน 16เครื่องแก่ยูเครนระหว่างปี 2029-2030 บริษัท Saab ให้มูลค่าของข้อตกลงที่ราววงเงิน 24.6 billion Swedish Krona($2.5 billion)

ด้วยข้อตกลงที่มีผลแล้วในขณะนี้สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV กล่าวว่าตน "สามารถเดินหน้าการเตรียมการที่จะบริจาคเครื่องบินขับไล่ Saab JAS 39 Gripen C/D (จำนวน 16เครื่อง)
ที่เคยประจำการในกองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet) ซึ่งรวมอยู่ในชุดสนับสนุน 22 ของรัฐบาลสวีเดน"(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/gripen-c-2-4-18.html)

"เป้าหมายคือเพื่อที่จะมีข้อตกลงที่มีผลบังคับใช้ในฤดูใบไม้ร่วง 2026 ที่จะสามารถส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D แก่ยูเครนได้ในต้นปี 2027" สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV เสริม
"นี่จะเป็นก้าวย่างสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็วของกองทัพอากาศยูเครนและเตรียมการสำหรับการนำเครื่องบินขับไล่ Gripen E เข้าประจำการ" ผู้อำนวยการ FMV สวีเดน Mikael Granholm กล่าว

"ในฐานะก้าวแรก เราจะรับมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D จำนวน 16เครื่องในต้นปี 2027 ในฐานะความช่วยเหลือทางทหาร ขณะที่ข้อตกลงในวันนี้สำหรับรุ่นเครื่องบินขับไล่ Gripen E จะรักษาการครองอากาศ(air superiority) ในระยะยาวของเรา
"เครื่องบินขับไล่ Gripen เหล่านี้จะมีส่วนเสริมขีดความสามารถต่างๆของเราอย่างมีนัยสำคัญในการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ drone, อาวุธปล่อยนำวิถีร่อน, และอากาศยานข้าศึก การฝึกกำลังอยู่ในการดำเนินการแล้ว" รัฐมนตรีกลาโหมยูเครน Mykhailo Fedorov กล่าว

"เครื่องบินขับไล่ Gripen จะมาพร้อมกับชุดสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ความช่วยเหลือและการสนับสนุนทางเทคนิค ผมขอบคุณสวีเดนสำหรับความเป็นหุ้นส่วนที่มีความหมายอย่างยิ่งและสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่การเริ่มต้นการรุกรานของรัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/uav-fire-point.html) เรากำลังทำงานร่วมกันเพื่อความมั่นคงของยูเครนและยุโรปทั้งหมด" ประธานาธิบดียูเครน Volodymyr Zelensky กล่าว

หลังการหารือในเดือนพฤษภาคม 2026 มีการตั้งข้อสังเกตว่ายูเครนจะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D มือสองจำนวน 16เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/gripen-c-2-4-18.html
และเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F สร้างใหม่จำนวน 20เครื่อง เครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Saab Gripen F รุ่นใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/saab-gripen-f.html) ดูเหมือนจะจะถูกตัดออกไปจากแผนที่วางไว้ในระยะนี้

"ผมมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สวีเดนและบริษัท Saab ที่ตอนนี้สามารถจัดเตรียมการมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E แก่ยูเครน การนำเครื่องบินขับไล่ระดับโลกที่เปลี่ยนโครงสร้างขีดความสามารถของกองทัพอากาศยูเครน
นี่จะเสริมความแข็งแกร่งการป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนอย่างมีนัยสำคัญและช่วยการสร้างความมั่นใจแก่ยูเครนว่าสามารถจะป้องกันประชาชนของตนและรักษาอนาคตของตนได้" ผู้อำนวยการบริหาร Saab สวีเดน Micael Johansson กล่าว

บริษัท Saab อธิบายเครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยว Gripen ของตนในฐานะ "เครื่องบินขับไล่ขั้นก้าวหน้าและมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมที่ง่ายต่อการปฏิบัติการและบำรุงรักษา รวมถึงการการปฏิบัติการจากทางวิ่งที่สั้น, ทางวิ่งชั่วคราว หรือถนน การสนับสนุนการปฏิบัติการแบบกระจายตัวต่างๆ"
การนำเครื่องบินขับไล่ Gripen สวีเดนเข้าประจำการจะเสริมต่อกระบวนการการเปลี่ยนยุทโธปกรณ์ใหม่ซึ่งได้เห็นกองทัพอากาศยูเครนนำเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16AM/BM MLU และเครื่องบินขับไล่ Dassault Aviation Mirage 2000-5 ที่ได้รับบริจาคเข้าประจำการ(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/mirage-2000.html)

ระหว่างการเดินทางเยือนโรงงานสายการผลิตอากาศยานของบริษัท Saab ใน Linköping สวีเดนในเดือนตุลาคม 2025  ประธานาธิบดียูเครน Zelensky ประกาศว่ายูเครนมีความสนใจในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F จำนวนถึง 100-150เครื่อง
ยูเครนได้กลายเป็นลูกค้าส่งออกล่าสุดของเครื่องบินขับไล่ Gripen E สวีเดนต่อจากบราซิล, กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/saab-gripen-ef.html) และโคลอมเบีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/saab-gripen-ef-17.html) ครับ

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

Edgewing ได้รับสัญญานานาชาติเต็มรูปแบบเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต GCAP อังกฤษ อิตาลี และญี่ปุ่น

Edgewing awarded full international GCAP contract as programme officially transitions to design and development phase





With the award of the full international contract, the GCAP contract has now progressed to full design and development. (Edgewing)

สัญญานานาชาติอย่างเต็มรูปแบบสำหรับโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก(GCAP: Global Combat Air Programme) ได้ถูกประกาศแล้วเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2026
Edgewing กิจการค้าร่วมทางอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบสำหรับการส่งมอบโครงการในนามของชาติหุ้นส่วนต่างๆ อิตาลี ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักรได้ประกาศว่าตนได้รับการประกาศสัญญาวงเงิน 4.6 billion British Pound($6.1 billion) แล้ว

โดยได้รับการประกาศสัญญาโดยสำนักงานโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP Agency ที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์การรัฐบาลนานาชาติ GCAP(GIGO: GCAP International Government Organisation)
"สัญญาวงเงิน 4.6 billion British Pound จะทำให้สามารถเสร็จสิ้นขั้นระยะแนวคิดขั้นก้าวหน้าและการประเมินค่าของโครงการได้ และการออกแบบรายละเอียดและการพัฒนาร่วมเพิ่มเติม"

"สัญญาระยะเวลา 18เดือนได้รับการประกาศโดยสำนักงานโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP Agency ซึ่งบริหารจัดการโครงการ GCAP ในนามรัฐบาลสามชาติ(รัฐบาลสหราชอาณาจักร, รัฐบาลอิตาลี, และรัฐบาลญี่ปุ่น)
แก่ Edgewing ผู้รับสัญญาหลักและผู้มีอำนาจการออกแบบสามชาติสำหรับอากาศยานโครงการ GCAP" บริษัท Edgewing กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/edgewing-gcap.html)

การประกาศสัญญานี้มีขึ้นตามสัญญาขั้นแรกวงเงิน 686 million British Pound($907 million) ที่สำนักงานโครงการ GCAP Agency ได้มอบให้แก่ Edgewing ในเดือนเมษายน 2026 ในฐานะสะพานไปสู่สัญญาเต็มรูปแบบแรกนี้
(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/edgewing-gcap.html) รัฐบาลสหราชอาณาจักรกล่าวในกลางเดือนมิถุนายน 2026 ว่าการประกาศสัญญาล่าสุดได้เปลี่ยนผ่านโครงการจากขั้นระยะแนวคิดและการประเมินค่า

ไปสู่ขั้นระยะการออกแบบและพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบที่กำลังจะมีขึ้นเร็วๆนี้ "ภายในสิ้นเดือน" แผนการลงทุนทางกลาโหม(DIP: Defence Investment Plan) ปี 2026 ของสหราชอาณาจักรที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026
ให้สัญญาที่จะลงทุนวงเงิน 8.6 billion British Pound แก่โครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP ตลอดระยะเวลาสี่ปีข้างหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/gcap-2027-2030-2035.html)

"นี่เป็นการลงทุนอย่างมีนับสำคัญอย่างมากในโครงการ GCAP ร่วมไปกับญี่ปุ่นและอิตาลี เห็นได้ชัดว่านั่นจะมอบการลงทุนที่ผ่านจากแนวคิดและเข้าสู่การออกแบบของโครงการนั้นและจะเป็นลำดับความสำคัญหลักสำหรับรัฐบาล(สหราชอาณาจักร)นี้" ทางการสหราชอาณาจักรกล่าว
โครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP เป็นความพยายามการทำงานร่วมกันที่จะเร่งการวางกำลัง 'เครื่องบินขับไล่ยุคที่หก' ภายในกลางปี 2030s ที่ได้รับการสนับสนุนด้วยระบบอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี' Loyal Wingman และส่วนประกอบเสริมอื่นๆที่จะได้รับการพัฒนาในระดับชาติครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

Hanwha Ocean เกาหลีใต้ถูกเลือกเป็นผู้สร้างเรือพิฆาต KDDX ใหม่ลำแรก

Hanwha Ocean selected to build South Korea's KDDX lead ship





An artist's rendition of South Korea's future KDDX vessel. (Naval News/Hanwha Ocean)

บริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีได้ยืนยันว่าตนได้รับเลือกในฐานะผู้เข้าแข่งขันที่พึ่งปรารถนาสำหรับการออกแบบรายละเอียดและสร้างเรือลำแรกของโครงการเรือพิฆาตยุคอนาคต KDDX(Korean Destroyer Next Generation)
ของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy)(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/frigate-4000-hanwha-ocean.html) ในการยื่นรายงานทางเงิน(regulatory filing) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026

บริษัท Hanwha Ocean กล่าวว่าสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีได้แจ้งตนถึงการถูกเลือกหนึ่งวันก่อนหน้าเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026
Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าการเจรจาต่างๆเกี่ยวกับในแง่รายละเอียดสัญญาคาดว่าจะเริ่มต้นก่อนข้อตกลงสุดท้ายจะได้รับข้อสรุป(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/hanwha-ocean-hyundai-hd-hhi.html)

การประกาศเป็นเครื่องหมายถึงความคืบหน้าล่าสุดของโครงการเรือพิฆาตยุคอนาคต KDDX ซึ่งมุ่งเป้าที่จะให้กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีมีประจำการด้วยเรือพิฆาตชั้นเรือใหม่ที่มีระวางขับน้ำประมาณ 6,500tonnes
เรือพิฆาต KDDX มีวัตถุประสงค์ที่จะมอบกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีด้วยขีดความสามารถการป้องกันภัยทางอากาศ, สงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ, และสงครามปราบเรือดำน้ำสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti‑Submarine Warfare) ที่เพิ่มขยายต่างๆ

ขณะที่มีการนำวิทยาการต่างๆที่พัฒนาในสาธารณรัฐเกาหลีมาใช้ในระดับสูง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 คณะกรรมาธิการโครงการจัดซื้อจัดจ้างกลาโหม(DAPC:  Defence Acquisition Program Committee) ของสาธารณรัฐเกาหลี
ได้เห็นชอบร่างแผนโครงการเรือพิฆาต KDDX ที่เรียกร้องสำหรับขั้นระยะการออกแบบรายละเอียดและการสร้างเรือลำแรกเพื่อที่จะเป็นการแข่งขันระหว่าบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศต่างๆในสาธารณรัฐเกาหลี

DAPA สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวในเวลานั้นว่าผู้รับสัญญาจะถูกเลือกผ่านกระบวนการการแข่งขัน โครงการเรือพิฆาตยุคอนาคต KDDX ได้รับการอนุมัติในปี 2018 โดยมีมูลค่าโครงการทั้งหมดรวมที่วงเงิน 7 trillion Korean Won($6.5 billion)
และมีกำหนดการที่จะดำเนินการไปจนถึงปี 2036 โครงการเรือพิฆาตยุคอนาคต KDDX ครอบคลุมการสร้างเรือพิฆาตชั้นเรือใหม่และการพัฒนาขีดความสามารถการรบต่างๆที่เกี่ยวข้อง

องค์ประกอบสำคัญของโครงการเรือพิฆาต KDDX คือการพัฒนาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM II(Korean Surface-to-Air Anti-Missile II) ซึ่งมีจุดประสงค์ที่จะใช้เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันภัยทางอากาศหลักของเรือชั้นนี้
การยื่นรายงานทางการเงินของบริษัท Hanwha Ocean ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของวงเงินที่คาดการณ์ไว้ในสัญญาการออกแบบรายละเอียดและสร้างเรือลำแรกหรือกำหนดการสำหรับการสร้างเรือลำแรก

ในการตอบสนองต่อคำถามต่างๆจาก Janes DAPA สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าการเจรจารายละเอียดขั้นสุดท้ายของตนกับบริษัท Hanwha Ocean คาดว่าจะนำไปสู่การลงนามสัญญาจัดหาได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2026
โดยตั้งเป้าที่จะส่งมอบเรือพิฆาต KDDX ลำแรกแก่กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีได้ภายในปี 2032 และจะตามมาด้วยการแบ่งงานสร้างเรืออีก 5ลำแก่อู่เรือในประเทศบริษัทอื่นๆที่คาดว่าจะมีการทำสัญญาภายในปี 2028 และส่งมอบเรือครบ 6ลำภายในปี 2036 ครับ

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

PT PAL จะเริ่มการสร้างเรือดำน้ำ Scorpene ของอินโดนีเซียลำแรกในเดือนกรกฎาคม 2026

PT PAL brings forward steel cutting for Indonesia's Scorpene programme





A PT PAL employee conducts metal fabrication work as the company prepares to begin construction of Indonesia's first Scorpene submarine. (PT PAL)



PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียได้เร่งพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกสำหรับโครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียให้เร็วขึ้น(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/scorpene-2-2-4.html)
PT PAL อินโดนีเซียกล่าวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ว่าการตัดเหล็กแผ่นแรกสำหรับเรือดำน้ำ Scorpène ลำแรกขณะนี้จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2026 จากก่อนหน้าที่ตั้งเป้าหมายในเดือนกันยายน 2026

ไม่มีการให้การระบุวันที่จะทำพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกของเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกสำหรับสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)
แต่ PT PAL อินโดนีเซียกล่าวว่าความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความพร้อมของบุคลากรของตนที่จะดำเนินโครงการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

การประกาศมีขึ้นตามการเสร็จสิ้นขั้นระยะการรับรองของโครงการ เหตุการณ์สำคัญดังกล่าวมัวัตถุประสงค์ที่จะยืนยันการรับรองว่าบุคลากรของ PT PAL อินโดนีเซีย
สามารถที่จะทำการผลิตโครงสร้างต่างๆของเรือดำน้ำ Scorpène ที่สอดคล้องกับมาตรฐานต่างๆของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

ตามข้อมูลจาก PT PAL อินโดนีเซีย วิศวกรและช่างเทคนิคของอินโดนีเซียกำลังเข้ารับการฝึก ณ สถานที่ของบริษัท Naval Group ในฝรั่งเศสครอบคลุมการเชื่อม, การวิศวกรรมการสร้าง, ระบบเชิงกลต่างๆ, ระบบไฟฟ้าต่างๆ, และการรับประกันคุณภาพ
สัญญาสำหรับโครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียได้ถูกลงนามในเดือนมีนาคม 2024 ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย, รัฐมนตรีกระทรวงกองทัพและทหารผ่านศึกฝรั่งเศส, Naval Group ฝรั่งเศส และ PT PAL อินโดนีเซีย

เรือดำน้ำ Scorpène จำนวน 2ลำจะถูกสร้างในอินโดนีเซียที่สถานที่สร้างเรือดำน้ำเฉพาะของ PT PAL โดยการสนับสนุนการถ่ายทอดวิทยาการจาก Naval Group ฝรั่งเศสผู้สร้างเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/naval-group-scorpene-evolved-2.html)
เรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียมีพื้นฐานจากแบบเรือดำน้ำ Evolved Scorpène ของบริษัท Naval Group ซึ่งมีการนำวิทยาการ lithium-ion battery มาใช้แทนที่ระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion) รุ่นก่อนหน้า

แบบเรือดำน้ำ Evolved Scorpène มีระวางขับน้ำขณะดำลงใต้น้ำที่ราว 2,000tonnes, ความยาวเรือรวมที่ประมาณ 70m และมีกำลังพลประจำเรือที่ราว 40นาย ระบบอาวุธติดตั้งด้วยท่อยิงขนาด 533mm จำนวนหกท่อยิง
สามารถทำการยิง Torpedo หนัก(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/orka-torpedo-f21-mk-2.html) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ และจะติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ SUBTICS ของ Naval Group ฝรั่งเศสครับ

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ภาพถ่ายดาวเทียมปี 2026 ล่าสุดเปิดเผยโครงการเรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กของกองทัพเรือพม่า

Vessel seen at Myanmar dockyard points to operational coastal submarine programme
Satellite imagery shows a patrol craft and an unidentified submarine ashore at Sinmailik Naval Dockyard in Myanmar. (Map data: Google, © 2026 CNES / Airbus/© 2026 Janes)




The submarine's dimensions are significantly smaller than the Myanmar Navy's ex-Indian Kilo-class boat and the Type 035B submarine transferred from China. (Map data: Google, © 2026 CNES / Airbus)

ภาพถ่ายดาวเทียมที่วิเคราะห์โดย Janes ได้มอบการบ่งชี้ที่แข็งแรงที่สุดที่เคยมีว่าโครงการเรือดำน้ำใกล้ฝั่ง(coastal-submarine) ที่ถูกปกปิดของกองทัพเรือพม่า(Myanmar Navy, Tatmadaw Yay)
ที่ถูกระบุการพบครั้งแรกในปี 2024 ยังคงอยู่ในประจำการและใช้ปฏิบัติงาน ภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกภาพในเดือนมีนาคม 2026 แต่เพิ่งสามารถเข้าถึงได้เมื่อเร็วๆนี้

แสดงภาพถึงเรือดำน้ำขนาดเล็กถูกจอดบนบกในสิ่งที่ปรากฏว่าจะเป็นอู่แห้งยกเรือลงน้ำ syncrolift ณ อู่ทหารเรือ Sinmalaik Naval Dockyard กองทัพเรือพม่าใน Thanlyin
ตั้งข้อสังเกตุว่าเรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กลำนี้กำลังได้รับการซ่อมบำรุงหรือซ่อมทำอยู่(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/ums-king-thalun.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/12/ums-king-thalun.html)

บนพื้นฐานของการทำการวัดขนาดจากภาพถ่ายดาวเทียม เรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กของกองทัพเรือพม่าถูกประเมินว่าจะมีความยาวเรือราว 37m และมีคุณลักษณะรูปแบบหางเรือทรงเครื่องหมายบวก
คุณลักษณะต่างๆเหล่านี้ตรงกับคุณลักษณะต่างๆของเรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กที่พบในแม่น้ำ Yangon ในภาพถ่ายดาวเทียมที่จับภาพได้ในเดือนเมษายน 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/5.html)

ในภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กถูกตั้งอยู่ด้านหน้าร่วมกับเรือคอร์เวตปราบเรือดำน้ำชั้น Yan Nyein Aung ขนาด 63m ในในอู่แห้ง syncrolift โดยปรากฏว่าเรือทั้งสองลำกำลังได้รับการซ่อมบำรุงหรือซ่อมทำ
Janes ประเมินว่าการพบเห็นบ่งชี้ว่าเรือดำน้ำใกล้ฝั่งของกองทัพเรือพม่าลำนี้ไม่ได้เป็นระบบสาธิตทางวิทยาการ, ระบบเพื่อการประเมินค่า, หรือเรือที่ถูกยืมมาสำหรับการสร้างความคุ้นเคย

ตรงกันข้ามการที่เรือดำน้ำขนาดเล็กลำนี้ปรากฎตัวที่สถานที่ซ่อมบำรุงของอู่ทหารเรือพม่าตั้งข้อสังเกตว่าเรือกำลังอยู่ในประจำการภายในโครงสร้างกำลังรบของกองทัพเรือพม่า
หมายความว่าอย่างน้อยเรือดำน้ำใกล้ฝั่งขนาดเล็กลำนี้ได้ถูกใช้งานในการปฏิบัติการและการสนับสนุนสถาบันการฝึกศึกษาของกองทัพเรือพม่าในระดับหนึ่ง(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/sea-shield-2022.html)

มิติขนาดของเรือดำน้ำใกล้ฝั่งมีขนาดเล็กกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำตามแบบสองลำของกองทัพเรือพม่าคือ เรือดำน้ำ UMS Minye Theinkhathu (71) ที่เดิมคือเรือดำน้ำชั้น Sindhughosh(Project 877EKM Kilo รัสเซียรุ่นส่งออก) 
ที่เคยประจำการในกองทัพเรืออินเดีย(IN: Indian Navy) ซึ่งมีความยาวเรือราว 72.6m(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/ums-minye-theinkhathu-73.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/12/kilo-ums-minye-theinkhathu.html)

และเรือดำน้ำ UMS Minye Kyaw Htin (72) ซึ่งเดิมคือเรือดำน้ำชั้น Type 035B (NATO กำหนดรหัสชั้นเรือ Ming) ที่เคยประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) ที่จีนส่งมอบให้กองทัพเรือพม่า
ซึ่งมีความยาวเรือราว 76m(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/type-035-ums-minye-kyaw-htin.html) ที่ถูกพบว่าจอดในท่าเทียบเรือสองแห่งของฐานทัพเรือ Yangon ในแม่น้ำ Yangon ใน Thanlyin พร้อมกับเรือลำอื่นๆของกองทัพเรือพม่า

มิติขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดของเรือดำน้ำใกล้ฝั่งของกองทัพพม่าตั้งข้อสังเกตว่าเรือดำน้ำใกล้ฝั่งถูกออกแบบสำหรับภารกิจการปฏิบัติการที่แตกต่างจากเรือดำน้ำชั้น Kilo และเรือดำน้ำชั้น Type 035B
Janes ประเมินว่าเรือดำน้ำใกล้ฝั่งน่าจะถูกวางกำลังโดยกองทัพเรือพม่าสำหรับภารกิจการตรวจการณ์แบบปกปิดอำพราง, การส่งหน่วยรบพิเศษแทรกซึมเข้าพื้นที่, การรวบรวมข่าวกรอง, และการฝึกต่างๆครับ

บราซิลทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือฟริเกตชั้น Tamandaré ลำที่สาม F202 Cunha Moreira

Third Brazilian Tamandaré-class frigate is launched





The third new Brazilian frigate was recently launched. (Embraer)



เรือฟริเกตเบาอเนกประสงค์ชั้น Tamandaré ลำที่สาม เรือฟริเกต F202 Cunha Moreira ได้ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำและพิธีเจิม(christened) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา
เรือฟริเกตชั้น Tamandaré ลำที่สาม เรือฟริเกต F202 Cunha Moreira ความยาวเรือ 107.20m ระวางขับน้ำ 3.455tonnes มีกำหนดการที่ได้รับการบรรทุกติดตั้งในเดือนกรกฎาคม 2026

เรือฟริเกต F202 Cunha Moreira จะเข้าสู่การดำเนินงานติดตั้งสิ่งอุปกรณ์ขั้นสุดท้ายและการทดลองเรือในทะเลต่างๆระหว่างเดือนกรกฎาคม 2026 ถึงปี 2028 กรมการจัดหายุทโธปกรณ์กองทัพเรือบราซิล(General Directorate of Navy Materiel) กล่าวกับ Janes 
เรือฟริเกต F202 Cunha Moreira มีกำหนดการที่จะถูกขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรือบราซิล(Brazilian Navy, Marinha do Brasil) ในปี 2028(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/tamandare-f200-tamandare.html)

กองบัญชาการกองกำลังเรือผิวน้ำ(Surface Force Command) กองทัพเรือบราซิลได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือฟริเกตชั้น Tamandaré ลำแรก เรือฟริเกต F200 Tamandaré เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026
ณ ฐานทัพเรือ Rio de Janeiro มีที่ตั้งบนเกาะ Mocanguê ภายในเขตเทศบาล Niterói ในรัฐ Rio de Janeiro บราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/tamandare-f200-tamandare.html)

เรือฟริเกตชั้น Tamandaré ลำที่สอง เรือฟริเกต F201 Jerônimo de Albuquerque และเรือฟริเกตชั้น Tamandaré ลำที่สี่ เรือฟริเกต F203 Mariz e Barros กำลังถูกสร้างที่อู่เรือใน Itajaí รัฐ Santa Catarina โดยมีกำหนดการขึ้นระวางประจำการในปี 2027 และปี 2029 ตามลำดับ
เรือฟริเกต F201 Jerônimo de Albuquerque ซึ่งถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/tamandare-f201-jeronimo-de-albuquerque.html) กำลังจะเริ่มต้นการทดลองเรือในทะเลในเดือนสิงหาคม 2026

โดยพิธีขึ้นระวางประจำการของเรือฟริเกต F201 Jerônimo de Albuquerque จะมีขึ้นในครึ่งแรกของปี 2027 พลเรือโท Marcelo Silva Gomes ผู้อำนวยการกรมการบริหารโครงการกองทัพเรือบราซิล(Directorate of Navy Programmes Management) กล่าวเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2026 
พิธีวางกระดูกงูเรือของเรือฟริเกตชั้น Tamandaré ลำที่สี่ เรือฟริเกต F203 Mariz e Barros มีกำหนดการที่จะมีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2026(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/tamandare-f200-tamandare.html)

อู่เรือบริษัท TKMS Estaleiro Brasil Sul(TKEBS) บราซิล-เยอรมนีกำลังสร้างเรือฟริเกตชั้น Tamandaré แบบเรือฟริเกตเบาอเนกประสงค์ MEKO A-100MB จำนวน 4ลำในฐานะส่วนหนึ่งของสัญญาที่ลงนามในเดือนมีนาคม 2020 ระหว่าง EMGEPRON(Empresa Gerencial de Projetos Navais) รัฐวิสาหกิจของรัฐบาลบราซิล
และกิจการค้าร่วม Águas Azuis(จัดตั้งขึ้นโดยบริษัท TKMS เยอรมนี, บริษัท Embraer บราซิล, และบริษัท Atech บราซิล) ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการจัดซื้อจัดจ้างทางเรือผิวน้ำ(Surface Means Procurement Program, PROSUPER: Programa de Obtenção de Meios de Superfície) ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

PT PAL อินโดนีเซียทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยชั้น Tarlac SSV ลำที่สามของฟิลิปปินส์ LD-603 BRP Ilocos Norte

PT PAL launches Philippine Navy's third SSV





The Philippine Navy's third SSV, seen here at its launch ceremony on 30 June 2026. (PT PAL)





PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือยกพลขึ้นบก SSV(Strategic Sealift Vessel) รูปแบบคล้ายเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย(LPD: Landing Platform Dock) ชั้น Tarlac ลำที่สามของกองทัพเรือฟิลิปปินส์(PN: Philippine Navy)
เรือยกพลขึ้นบกชั้น Tarlac SSV ลำที่สามได้ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 ณ อู่เรือในพื้นที่สถานที่ของ PT PAL อินโดนีเซียในมหานคร Surabaya

เรือยกพลขึ้นบกชั้น Tarlac SSV ลำที่สามยังไม่ได้มีการเปิดเผยชื่อเรืออย่างเป็นทางการโดยกองทัพเรือฟิลิปปินส์ แต่การทำเครื่องหมายที่ท้ายเรือบ่งชี้ว่าเรือจะเข้าประจำการในชื่อเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย LD-603 BRP Ilocos Norte
PT PAL อินโดนีเซียกล่าวในแถลงการณ์ว่าการสร้างตัวเรือได้เสร็จสิ้นภายใน 6เดือนโดยการใช้กรอบการทำงาน Industrial Maritime 4.0 ซึ่งบูรณาการกระบวนการการผลิตแบบ digital ต่างๆ

PT PAL อินโดนีเซียกล่าวว่าแนวทางนี้ได้เร่งความเร็วการต่อเรือยกพลขึ้นบกชั้น Tarlac SSV ลำที่สามสำหรับกองทัพเรือฟิลิปปินส์หลังโครงการประสบความล่าช้ากว่ากำหนดการ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/pt-pal-tarlac-ssv.html)
ผู้อำนวยการบริหาร PT PAL อินโดนีเซีย Kaharuddin Djenod รับทราบว่าโครงการได้รับผลกระทบจากความล่าช้าต่างๆ "ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและส่งผลให้มีการปรับแก้ไขกำหนดการบางส่วน"

"PT PAL อินโดนีเซียสามารถที่จะดำรงประสิทธิภาพภายในในระดับที่เหมาะสม ลดผลกระทบการเสร็จสิ้นโครงการลงให้น้อยที่สุด" Djenod กล่าว แถลงการณ์ยังอ้างถึงผู้บัญชาการกองทัพเรือฟิลิปปินส์(FOIC: Flag Officer in Command) พลเรือโท Jose Ma Ambrosio Q. Ezpeleta 
ซึ่งกล่าวว่าเรือยกพลขึ้นบกชั้น Tarlac SSV ลำที่สามจะเพิ่มขยายขีดความสามารถของกองทัพเรือฟิลิปปินส์ที่จะดำเนินการปฏิบัติการบกพลขึ้นบกต่างๆ, ภารกิจการรักษาความปลอดภัยทางทะเลต่างๆ, และความพยายามการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติต่างๆ

เรือยกพลขึ้นบกชั้น Tarlac SSV ลำที่สาม เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย LD-603 BRP Ilocos Norte เป็นเรือลำแรกจากสองลำภายใต้สัญญาจัดหาที่มีตามมาในปี 2022(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/pt-pal-tarlac-ssv.html)
และยังคงรูปแบบพื้นฐานของเรือยกพลขึ้นบกชั้น Tarlac SSV ลำแรก เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย LD-601 BRP Tarlac และลำที่สอง เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย LD-602 BRP Davao del Sur(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/pt-pal-tarlac-ssv.html)

เรือยกพลขึ้นบกชั้น Tarlac SSV มีคุณลักษณะอู่ลอย(well deck) สำหรับการปฏิบัติการเรือยกพลขึ้นบกต่างๆ, ดาดฟ้าบินขนาดใหญ่สนับสนุนการวางกำลังเฮลิคอปเตอร์ต่างๆ, การบรรทุกภายในเรือสำหรับกำลังรบ, ยานพาหนะ, และสิ่งของบรรเทาทุกข์
เปรียบเทียบกับเรือสองลำแรก เรือยกพลขึ้นบกชั้น Tarlac SSV สองลำหลังมีคุณลักษณะพื้นที่ดาดฟ้ายานพาหนะที่มากกว่าและสามารถที่จะบรรทุกและวางกำลังเรือโจมตีอเนกประสงค์ MPAC(Multi-Purpose Attack craft) ของกองทัพเรือฟิลิปปินส์ได้ครับ