วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ UAV และอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนของ Fire Point ยูเครนถูกใช้ในการโจมตีรัสเซียเกือบทุกวัน

Eurosatory 2026: Fire Point's FP-1, FP-2, FP-5 UAVs used in near daily strikes on Russia





Fire Point's FP-5 Flamingo cruise missile, displayed at Eurosatory 2026. (Fire Point, Louis Duclos, Xavier Vavasseur)



อากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) แบบ FP-1 และ FP-2 ของบริษัท Fire Point ยูเครนได้ถูกใช้งานโดยกองทัพยูเครน(AFU: Armed Forces of Ukraine)
เพื่อดำเนินการปฏิบัติการโจมตีลึกเข้าไปภายในดินแดนของรัสเซียเกือบจะประจำทุกวัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/fpv-drone.html)  Iryna Terekh ผู้อำนวยการบริหาร Fire Point ยูเครนกล่าวกับ Janes

ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่ศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026
"ฉันอยากจะกล่าวว่า ณ ตอนนี้ระบบที่ทำงานในแนวทางดังกล่าวนั้นกำลังโจมตีทุกวัน มี 5 ถึง 20ของการโจมตีที่ทำโดยอากาศยานไร้คนขับ FP-1 และ FP-2 และบางครั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน FP-5 Flamingo" Terekh กล่าว

FP-1 เป็นอากาศยานไร้คนขับปีกนิ่งโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว(OWA: One-Way Attack) ที่มีระยะปฏิบัติการที่ไกลถึง 2,700km, มีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกสูงสุดถึง 60kg และระยะเวลาทำการบินนานสุดที่ 18ชั่วโมง
อากาศยานไร้คนขับปีกนิ่งโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว FP-2 OWA UAV ที่มีระยะปฏิบัติการที่ไกลถึง 700km, มีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกสูงสุดถึง 200kg และระยะเวลาทำการบินนานสุดที่ 4ชั่วโมง

อาวุธปล่อยนำวิถีร่อน FP-5 Flamingo มีระยะปฏิบัติการยิงไกลถึง 3,000km, มีความเร็วสูงสุดที่ 950km/h, มีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกเกือบ 1150kg และระยะเวลาทำการบินนานสุดที่ 4ชั่วโมง
ตามข้อมูลเอกสารคุณลักษณะต่างๆทั้งหมดของอากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ FP-1, อากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ FP-2 และอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน FP-5 Flamingo ที่ถูกส่งต่อให้แก่ Janes เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026

ในงานแสดง Eurosatory 2026 บริษัท Fire Point ยังได้จัดแสดงขีปนาวุธทางยุทธวิธี(TBM: Tactical Ballistic Missile) แบบ FP-7 และขีปนาวุธพิสัยใกล้(SRBM: Short-Range Ballistic Missile) แบบ FP-9 ใหม่ของตนด้วย
ขีปนาวุธทางยุทธวิธี FP-7 TBM มีระยะปฏิบัติการยิงไกลถึง 200km, มีความเร็วสูงสุดที่ 1,500m/s, มีน้ำหนักหัวรบที่ราว 150kg, และมีค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้(CEP: Circular Error Probable) ที่ราว 14m

ขีปนาวุธพิสัยใกล้ FP-9 SRBM มีระยะปฏิบัติการยิงไกลถึง 855km, มีความเร็วในแนวดิ่งสูงสุดที่ 2,200m/s, มีน้ำหนักหัวรบที่ราว 800kg สามารถทำเพดานบินได้สูงสุดที่ราว 70km, และมีค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ CEP ที่ราว 20m
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 บริษัท Hensoldt เยอรมนี และ Fire Point ยูเครนยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MoU: Memorandum of Understanding) ความร่วมมือในการผลิต, ทดสอบ และส่งมอบระบบ UAV และอาวุธนำวิถีเพื่อใช้พัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธ(BMD: Ballistic Missile Defence) ครับ

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569

มาเลเซียมองจะจัดหาอากาศยานไร้คนขับ ANKA-S UAV ตุรกีเพิ่มเติม

Malaysia seeks additional Anka UAVs







The Royal Malaysian Air Force (RMAF) has started operations with its new Turkish Aerospace Industries ANKA-S unmanned aerial vehicles (UAVs). (Royal Malaysian Air Force)



กระทรวงกลาโหมมาเลเซียได้ยืนยันต่อ Janes ถึงแผนที่จะจัดหาอากาศยานไร้คนขับ Turkish Aerospace Anka-S(นก Phoenix ในภาษาตุรกี) UAV(Unmanned Aerial Vehicle) ตุรกีเพิ่มเติม
หลังจากเริ่มต้นการปฏิบัติการของอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ชุดแรกที่ประกอบด้วยตัวอากาศยาน(air vehicle) จำนวน 3เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/anka-uav-3.html)

โฆษกกระทรวงกลาโหมมาเลเซียกล่าวเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ว่ากระทรวงกลาโหมมาเลเซียจะเริ่มต้นโครงการจัดซื้อจัดจ้างอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ระยะที่2 เร็วๆนี้แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
การจัดซื้อจัดจ้างจะทำให้จำนวนอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ในประจำการกองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ณ พิธีตรวจรับสำหรับอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV จำนวน 3เครื่องแรกที่ฐานทัพอากาศ Labuan ในทางตะวันออกของมาเลเซียเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Mohamed Khaled Nordin กล่าวว่า
Anka-S UAV จำนวนเพิ่มเติมจะ "เสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance) ต่างๆของมาเลเซีย โดยเฉพาะเหนือทะเลจีนใต้"

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Nordin เสริมว่าข้อเสนอการจัดซื้อจัดจ้างอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ระยะที่2 จะถูกยื่นเรื่องภายใต้กรอบการทำงานแผนการพัฒนาแห่งชาติปัจจุบัน ตามที่สื่อของรัฐบาลมาเลเซียรายงาน
อากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ชุดแรกได้ถูกนำเข้าประจำการในฝูงบินที่11(No 11 Squadron) ณ ฐานทัพอากาศ Labuan โดยกำหนดแบบในประจำการกองทัพอากาศมาเลเซียเป็นอากาศยานไร้คนขับ Anka-THS UAV

กองทัพอากาศมาเลเซียกล่าวว่าอากาศยานไร้คนขับ Anka-THS UAV จะสนับสนุน "การเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทางยุธศาสตร์ต่างๆในน่านน้ำต่างๆของประเทศ โดยเฉพาะในรัฐ Sabah และรัฐ Sarawak"
ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Nordin อากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ถูกส่งมอบมายังฐานทัพอากาศ Labuan ตั้งแต่ต้นปี 2026(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/anka-uav-3.html)

บริษัท Turkish Aerospace ตุรกีได้เริ่มต้นการบินทดสอบต่างๆของอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV จากฐานทัพอากาศ Labuan ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2026 ในฐานะส่วนหนึ่งของการเตรียมการส่งมอบแก่กองทัพอากาศมาเลเซีย
Anka เป็นอากาศยานไร้คนขับเพดานบินปานกลางระยะทำการนาน(MALE UAV: Medium-Altitude, Long-Endurance Unmanned Aerial Vehicle) ที่พัฒนาโดย Turkish Aerospace ตุรกี

ระบบอากาศยานไร้คนขับ Anka มีความเร็วระดับสูงสุดที่ 140knots, น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 1,700kg, รัศมีการปฏิบัติการที่ 135nmi และทำการบินได้นาน 30ชั่วโมง
ในรูปแบบ Anka-S ได้รวมถึงการติดตั้งระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม SATCOM(Satellite Communication), การสื่อสารเข้ารหัส, และระบบตรวจจับ EO/IR(Electro-Optic/Infrared) ตามข้อมูลจาก Janes ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569

มาเลเซียจะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR จาก KNDS ฝรั่งเศส 18ระบบ

Malaysia to acquire 18 CAESAR SPHs from KNDS





A 6x6 CAESAR SPH is displayed at Eurosatory 2026. (Basile Dobouis / Kenzo Tribouillard / Bloomberg via Getty Images)

กระทรวงกลาโหมมาเลเซียจะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางบนรถยนต์บรรทุก CAESAR SPH(Self-Propelled Howitzer) ขนาด 155mm/52calibre จำนวน 18ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/caesar-6x6-12.html
บริษัท KNDS ฝรั่งเศสกล่าวสอดคล้องกับการจัดงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่ศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026

ในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 บริษัท KNDS กล่าวว่าปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR 155mm/52cal จะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพมาเลเซีย(MAF: Malaysian Armed Forces, ATM: Angkatan Tentera Malaysia)
และจะได้รับการซ่อมบำรุงในประเทศโดยบริษัท Advance Defense Systems(ADS) มาเลเซีย สัญญารวมถึงข้อตกลงสิทธิบัตรครอบคลุมการถ่ายทอดวิทยาการและการประกอบในมาเลเซีย

KNDS ฝรั่งเศสไม่ได้เปิดเผยคุณลักษณะต่างๆ, มูลค่าของวงเงินสัญญา, หรือกำหนดการส่งมอบต่างๆของระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR 155mm/52cal  SPH(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/caesar-mkii-109.html)
"การสั่งซื้อปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR จำนวน 18ระบบของมาเลเซียในรูปแบบการจัดกำลังหนึ่งกรมมีส่วนโดยตรงต่อการเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพมาเลเซีย" บริษัท KNDS กล่าว

"ผ่านโครงการการถ่ายทอดองค์ความรู้และการจัดตั้งอุตสาหกรรมขั้นก้าวหน้าภายในประเทศกับ ADS มาเลเซีย สัญญานี้ยังสอดคล้องกับนโยบายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแห่งชาติ(NDIP: National Defence Industry Policy) ของมาเลเซีย
ซึ่งมุ่งเป้าที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เป็นอิสระ, ยั่งยืน, และมีความยืดหยุ่น" คำสั่งจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ของมาเลเซียมีขึ้นหลังการจัดหาระบบปืนใหญ่จากฝรั่งเศสก่อนหน้า

ตามการส่งมอบปืนใหญ่ลากจูง LG1 Mk III ขนาด 105mm จำนวน 18กระบอกโดย ADS มาเลเซียและบริษัท Nexter ฝรั่งเศสแก่กรมทหารปืนใหญ่ที่1(1st Royal Artillery Regiment, RAD: Rejimen Artileri DiRaja), กองทัพบกมาเลเซีย(Malaysian Army, Tentera Darat Malaysia) 
ในเดือนมีนาคม 2022 ณ เวลานั้น ADS มาเลเซียและ Nexter ฝรั่งเศสซึ่งตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ KNDS ฝรั่งเศสแล้วได้ระบุแผนที่จะมีความร่วมมือเกี่ยวกับการเสนอปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR SPH สำหรับมาเลเซีย

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR มีขีดความสามารถในการยิงต่อเนื่อง 6นัดภายในเวลาหนึ่งนาทีที่ระยะยิงไกลราว 40km โดยการใช้กระสุนปืนใหญ่ 155mm ตามแบบและสามารถเตรียมเดินย้ายที่ตั้งใหม่ภายในเวลาประมาณ 2.5นาทีหลังทำการยิง
ระยะยิงสามารถเพิ่มขยายเป็นไกลเกิน 55mm โดยการใช้กระสุนจรวดช่วย RAP(Rocket-Assisted Projectile) ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR มีพร้อมในรูปแบบบนรถยนต์บรรทุก 6x6 และ 8x8 บริษัท KNDS ไม่ได้ตอบสนองต่อการสอบถามจาก Janes ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่ครับ

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

John Cockerill เบลเยียมและ Arquus ฝรั่งเศสเปิดตัวรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6

Eurosatory 2026: John Cockerill and Arquus debut Fenris fire support vehicle



John Cockerill and its subsidiary Arquus presented their Fenris AFV equipped with an unmanned-variant of Cockerill's 3105 turret. (Guillaume Baptiste / Bloomberg via Getty Images)

บริษัท John Cockeril เบลเยียม และบริษัทย่อยในเครือของตน บริษัท Arquus ฝรั่งเศสได้เปิดตัวรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6(FSV: Fire Support Vehicle) แบบใหม่ของพวกตน
ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่จัดขึ้นศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026

รถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6 เป็นผลลัพธ์ของการบูรณาการป้อมปืนใหญ่รถถัง Cockerill 3105 เข้ากับระบบรถรบหุ้มเกราะล้อยาง Jaguar 6x6(AFV: Armoured Fighting Vehicle)
ระบบพื้นฐานยังคงโครงสร้างเช่นเดียวกับรถรบหุ้มเกราะ Jaguar 6x6 รวมถึงระบบส่งกำลัง(drivetrain) โดยมีเพียงการปรับปรุงความทันสมัยเพียงส่วนน้อยถูกนำมาใช้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อความสวยงามต่างๆอย่างเช่นชุดไฟหน้าใหม่

Janes ประเมินว่าขณะที่ระบบรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6 น่าจะมีขนาดที่หนักกว่ารถเกราะล้อยาง Jaguar 6x6 ที่เป็นพื้นฐานเนื่องจากการติดตั้งอาวุธขนาดใหญ่ขึ้น รถน่าจะยังคงคุณลักษณะความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่เช่นเดียวกันเป็นส่วนใหญ่
ป้อมปืนที่ถูกนำมาใช้คือป้อมปืนใหญ่รถถัง John Cockerill 3105 ที่ติดตั้งปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm ซึ่งมีพร้อมทั้งในรูปแบบมีกำลังพลประจำป้อมและแบบไร้กำลังพบประจำป้อม

การขาดช่องมอง, กล้องตาเรือ หรือฝาปิดเปิดเข้าออกตัวป้อมปืนของกำลังพลต่างๆที่พบเห็นได้บ่งชี้ว่าบริษัท John Cockeril ได้เลือกติดตั้งป้อมปืนในรูปแบบไร้พลประจำป้อมสำหรับรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6 ที่จัดแสดงในงาน Eurosatory 2026
ณ การแถลงต่อสื่อที่จัดขึ้นระหว่างการเปิดตัว ผู้อำนวยการบริหาร John Cockeril เบลเยียม Jean‑Luc Maurange กล่าวว่าความขัดแย้งในยูเครนได้เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนต่างๆที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนารถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6

Maurange เน้นย้ำความต้องการสำหรับระบบรถรบหุ้มเกราะที่มีความคล่องแคล่วในการดำเนินกลยุทธ์สูงด้วยความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ปฏิบัติการที่แข็งแกร่ง อย่างที่เห็นในรถรบหุ้มเกราะล้อยาง Jaguar 6x6
ผสมผสานกับขีดความสามารถอำนาจการยิงในการโจมตีเป้าหมายที่กำบังแข็งแรงและยานเกราะต่างๆในระยะยิง เขายังกล่าวว่าบริษัท John Cockeril มุ่งเป้าที่จะเสนอกรอบระยะเวลาการส่งมอบภายในระยะเวลา 16เดือนระหว่างการสั่งซื้อและการส่งมอบรถชุดแรก

ก่อนหน้านี้ John Cockeril เบลเยียมได้ทดสอบการติดตั้งป้อมปืนใหญ่รถถัง Cockerill 3105 เข้ากับระบบรถรบทหารราบสายพาน Lynx KF41 IFV(Infantry Fighting Vehicle)(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lynx-ifv-4-21.html)
และเข้ากับระบบรถแคร่ฐานของรถถังหลัก Leopard 1 MBT(Main Battle Tank)(https://aagth1.blogspot.com/2020/04/blog-post_2.html) ในภาคสนามเพื่อนำเสนอแก่ยูเครนครับ

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สิงคโปร์เผยการใช้งานกระเปาะ ELTA ECM อิสราเอลบนเครื่องบินขับไล่ F-16D Block 52+

Singapore signals ELTA ECM pod deployment on F-16s





A Republic of Singapore Air Force F-16D equipped with an ELL-8212 ECM pod, fitted with a red protective cover, participates in Exercise ‘Red Flag-Alaska' in June 2026. (MINDEF)

กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ได้ปรากฏในฐานะผู้ใช้งานที่ได้รับการยืนยันของกระเปาะมาตรการต่อต้าน elctronic(ECM: Electronic Countermeasures) ป้องกันตนเองทางอากาศแบบ IAI/ELTA ELL-8212 อิสราเอล
หลังภาพถ่ายอย่างเป็นทางการได้แสดงเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16D Block 52+ Fighting Falcon ติดตั้งกระเปาะ ECM jamming pod นี้(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/lockheed-martin-f-16cdd.html)

ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2026 แสดงถึงกระเปาะ ECM แบบ ELL-8212 ติดตั้งบนตำบลอาวุธที่2 ใต้ปีกคู่นอกด้านซ้ายของเครื่องบินขับไล่ F-16D Block 52+
ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์เครื่องบินขับไล่ F-16D Block 52+ กองทัพอากาศสิงคโปร์ได้มีส่วนรวมในการฝึกผสมทางอากาศ Red Flag-Alaska 2026 ณ เวลาดังกล่าว

การฝึกผสมทางอากาศ Red Flag-Alaska 2026 ที่จัดขึ้น ณ ฐานทัพอากาศ Eielson Air Force Base(AFB) กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม-12 มิถุนายน 2026 
ได้มีส่วนร่วมจากเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 10เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15SG Strike Eagle จำนวน 8เครื่องของกองทัพอากาศสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/cope-tiger-2026.html)

พร้อมกำลังพลมากกว่า 250นายจากหน่วยบินแยก(detachment) Peace Carvin II และ Peace Carvin V ของกองทัพอากาศสิงคโปร์ในสหรัฐฯ กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์กล่าว
กระเปาะ ECM ป้องกันตนเองทางอากาศแบบ ELL-8212 ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มขยายความอยู่รอดของอากาศยานที่ติดตั้งต่อเครื่องบินขับไล่และอากาศยานทางทหารอื่นๆของฝ่ายตรงข้าม

บริษัท ELTA อิสราเอลในเครืองบริษัท Israel Aerospace Industries(IAI) อิสราเอลได้อธิบายกระเปาะ ECM แบบ ELL-8212 ว่าเป็นการมอบการป้องกันต่อภัยคุกคามอากาศสู่อากาศและพื้นสู่อากาศต่างๆใน
"สภาพแวดล้อมระบบอาวุธนำวิถีด้วย radar ที่หนาแน่น" กระเปาะน้ำหนัก 100kg แรงต้านต่ำถูกออกแบบให้มีความคล้ายคลึงกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศและสามารถจะติดตั้งในตำบลอาวุธใต้ปีกคู่นอกได้

ตามข้อมูลจาก ELTA อิสราเอล กระเปาะ ECM แบบ ELL-8212 มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการได้ครอบคลุมทุกการควบคุมการบิน(flight envelope)ของเครื่องบิน รวมถึงภายใต้อัตราเร่งแรงโน้มถ่วง g-load สูงและที่ความเร็วสูง
บริษัท ELTA กล่าวว่าระบบ ECM แบบ ELL-8212 ได้นำขีดความสามารถการรับมือภัยคุกคามแบบอัตโนมัติต่างๆมาใช้ ตัวรับสัญญาณระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures)

ทำให้ระบบ ECM แบบ ELL-8212 สามารถสกัดกั้น, วิเคราะห์, พิสูจน์ทราบ, แยกแยะประเภท, และเริ่มต้นการเลือกเทคนิคการก่อกวนสัญญาณ jamming อัตโนมัติต่อภัยคุกคาม คุณลักษณะอื่นๆรวมถึงความไวต่อคลื่นความถี่วิทยุ(RF: radio frequency) สูง
และกำลังส่งคลื่นอย่างมีประสิทธิภาพ(ERP: Effective Radiated Power) สูง กระเปาะยังสามารถบันทึกเหตุการณ์ภารกิจสำหรับการวิเคราะห์หลังการบินโดยใช้ระบบเล่นซ้ำภารกิจบน computer ครับ

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569

PT PAL อินโดนีเซียได้รับสัญญาจัดหาเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT

PT PAL secures contract for KSOT autonomous submarine





Indonesia's prototype KSOT submarine, seen here during its sea trials. (PT PAL)



PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียสำหรับเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT(Kapal Selam Otonom) ที่ไม่เปิดเผยจำนวน
ผู้อำนวยการบริหารของ PT PAL อินโดนีเซีย Kaharuddin Djenod กล่าวกับ Janes เปิดเผยถึงสัญญาระหว่างการใหก้สัมภาษณ์ล่าสุด ณ ที่ตั้งของบริษัทในมหานคร Surabaya อินโดนีเซีย

ความเห็นของ Djenod เป็นเครื่องหมายถึงการยืนยันครั้งแรกว่าโครงการเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT ได้ผ่านขั้นระยะต้นแบบและการสาธิตเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อประเมินค่าแล้ว
รายละเอียดต่างๆยังคงมีจำกัด แต่ Djenod กล่าวว่ารุ่นที่ได้รับสัญญาจะมีขนาดใหญ่อย่างมีนัยสำคัญกว่าต้นแบบที่สาธิตในเดือนตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/torpedo-ksot.html)

และรุ่นที่ได้รับสัญญาจัดหาจะสามารถบรรทุก torpedo เบาได้ 8นัด รายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาและเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT รุ่นที่จะถูกส่งมอบจะถูกเปิดเผยในเดือนตุลาคม 2026
ที่สอดคล้องกับการจัดงานในโอกาสครบรอบ 81ปีการก่อตั้งกองทัพอินโดนีเซีย(Indonesian Armed Forces, TNI: Tentara Nasional Indonesia) Djenod กล่าว

โครงการเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT ของอินโดนีเซียได้ถูกเปิดเผยโดย PT PAL อินโดนีเซีย ณ นิทรรศการและการประชุมการป้องกันประเทศ Indo Defence 2022 ที่จัดขึ้นในนครหลวง Jakarta ระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2022 
ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามต่างๆที่พัฒนาขีดความสามารถสงครามใต้น้ำภายในประเทศของอินโดนีเซีย แนวคิดต่างๆช่วงแรกมีศูนย์กลางที่ระบบทำงานด้วยปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence) ที่ออกแบบเพื่อภารกิจต่างๆ

รวมถึงการตรวจการณ์, การลาดตระเวน, และการโจมตี ขณะที่ลดความเสี่ยงต่อกำลังพล ระบบได้รับการวางกรอบตั้งแต่นั้นในฐานะขีดความสามารถสงครามอสมมาตรใต้น้ำ(underwater-based asymmetric warfare)
ที่ทำให้กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) สามารถที่จะโจมตีเหล่าศัตรูที่มีขนาดใหญ่กว่าด้วยระบบที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่มีขีดความสามารถการใช้ torpedo จากระยะไกลเกินพิสัยโจมตีฝ่ายตรงข้าม(stand-off)

ในรุ่นต้นแบบสาธิตเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ KSOT มีขนาดความยาวที่ราว 15m มีระวางขับน้ำที่ประมาณ 37tonnes ได้ถูกใช้ในการทดลองเรือล่าสุดต่างๆ รวมถึงการยิง torpedo ที่ดำเนินการในสถานที่ของกองทัพเรืออินโดนีเซียใน Surabaya ในเดือนตุลาคม 2025
การสาธิตดังกล่าวได้มีการยิง torpedo เบาจากสิ่งที่น่าจะเป็นท่อยิงติดภายนอกตัวเรือดำน้ำไร้คนขับ Djenod กล่าวว่า PT PAL อินโดนีเซียยังคาดว่าจะได้รับสัญญาแยกต่างหากสำหรับการพัฒนา torpedo เบาแบบ Piranha ที่พัฒนาในประเทศด้วยครับ

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กัมพูชารับมอบรถถังหลัก Type 59D จีนมือสองชุดแรก 39 คันจาก 93คัน

Cambodia receives initial batch of Chinese T-59D tanks





A file image of a Chinese T‑59D main battle tank, which features upgrades to firepower and optics. (China Military/Norinco, T-55AM1/Army Military Force)

กัมพูชาได้รับมอบรถถังหลัก Type 59D MBT(Main Battle Tank) ชุดแรกจากจีนแล้ว ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นของกัมพูชาและภาพเคลื่อนไหวในสื่อสังคม online ที่ปรากฎถึงรถถังในกัมพูชา
สื่อของกัมพูชารวมถึงหนังสือพิมพ์ The Phnom Penh Post ยืนยันการส่งมอบนี้ รายงานเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ว่ารถถังหลัก Type 59D ได้ถูกสั่งจัดหาจากจีนก่อนความขัดแย้งตามแนวชายแดนกับไทยในปี 2025

ในไทยสื่อของรัฐบาลไทยอ้างอิงถึงกระทรวงกลาโหมไทยว่า รถถังหลัก Type 59D ระยะแรกจำนวน 39คันจากที่สั่งจัดหาทั้งหมด 93คันได้ถูกส่งมอบให้แก่กัมพูชาแล้ว
รายงานของสื่อไทยเสริมว่ารถถังหลัก Type 59D ที่จีนส่งมอบให้กัมพูชาเป็นรุ่นที่ผ่านการซ่อมคืนสภาพ(refurbished) จากรถรุ่นดั้งเดิม(https://aagth1.blogspot.com/2014/06/blog-post.html

แยกออกไปต่างหากรายงานต่างๆในสื่อกัมพูชากล่าวว่าคำสั่งซื้อจะทำให้ได้รับมอบรถถังหลัก Type 59D ทั้งหมดจำนวนมากกว่า 100คันในที่สุด(https://aagth1.blogspot.com/2018/03/type-59.html)
ภาพวีดิทัศน์ในสื่อสังคม online ที่ปรากฎยังแสดงถึงรถถังหลัก Type 59D หลายคันกำลังถูกขนส่งจากจีนมายังกัมพูชา แม้ว่า Janes ไม่ได้ตรวจสอบยืนยันรับรองเรื่องนี้อย่างเป็นอิสระก็ตาม

กองทัพบกกัมพูชา(RCA: Royal Cambodian Army) ไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาไม่สามารถติดต่อได้ การส่งมอบรถถังหลัก Type 59D มีรายงานถึงคุณลักษณะที่ได้รับการปรับปรุงต่างๆ
รวมถึงปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm แทนที่ระบบปืนใหญ่รถถังขนาด 100mm ดั้งเดิม ร่วมไปกับกล้องเล็งมองกลางคืนและกล้องเล็งสร้างภาพความร้อนที่ได้รับการปรับปรุง, และการเพิ่มขยายเกราะป้องกันและระบบประจำรถต่างๆ

การออกแบบพื้นฐานของรถถังหลัก Type 59 MBT จีนมีพื้นฐานจากรถถังหลัก T-55 โซเวียตรัสเซียรถถังหลักยุคที่หนึ่งที่ถูกพัฒนาในปี 1940s(https://aagth1.blogspot.com/2019/01/brdm-2m.html)
รุ่นรถถังหลัก Type 59D ได้นำการปรับปรุงต่างๆมาใช้ทั้งอำนาจการยิง, เกราะป้องกัน, และระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire-Control System) ต่างๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อยืดอายุการใช้งานของรถถัง(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/80-hanoi.html)

ไทยและกัมพูชาได้มีส่วนร่วมในความขัดแย้งตามชายแดนระยะสั้นในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2025 โดยทั้งกองทัพบกกัมพูชาและกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) ได้วางกำลังรถถังหลักแบบต่างๆของตนในพื้นที่การปะทะ
กองทัพบกไทยมีประจำการด้วยรถถังหลัก M48A5 ที่ถูกจัดหาในปี พ.ศ.๒๕๒๒(1979) และรถถังหลัก M60A1 และรถถังหลัก M60A3 ในปี พ.ศ.๒๕๓๔(1991) และ พ.ศ.๒๕๓๙(1996) ตามลำดับจากสหรัฐฯ และรถถังหลักแบบ๕๗ ถ.๕๗ T-84 Oplot-T จากยูเครนในปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014)

รถถังหลักที่ใหม่ที่สุดและทันสมัยที่สุดของกองทัพบกไทยคือรถถังหลักแบบ๖๐ ถ.๖๐ VT4 จาก China North Industries Corporation(Norinco) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน 
ซึ่งเข้าประจำการตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๐(2017) และจนถึงขณะนี้มีรายงานว่าได้รับมอบแล้วอย่างน้อยจำนวน ๖๐คันจากความต้องการที่จะจัดหาเพิ่มอีกราวจำนวน ๑๐๐คัน(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-norinco-vt4.html)

อย่างไรก็ตามผลหลังจากการปะทะตามแนวชายแดนในปี พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ที่มีภาพปรากฎถึงรถถังหลัก VT4 กองทัพบกไทยอย่างน้อยสองถึงสามคันได้รับความเสียหายที่ลำกล้องปืนใหญ่รถถังขนาด 125mm แตก
และมีรายงานเครื่องยนต์ดีเซลกำลัง 1,200HP และเครื่องเปลี่ยนความเร็ว transmission, กล้องเล็งต่างๆ และอุปกรณ์ประจำรถทำงานล้มเหลวขณะปฏิบัติงานอยู่ในแนวหน้า ทำให้เป็นไปได้ที่กองทัพบกไทยอาจจะทบทวนการจัดหารถถังหลัก VT4 จากจีนเพิ่มเติมครับ

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Airbus เยอรมนี-สเปนเปิดตัว Team Gen 6 หลังโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต NGF กับฝรั่งเศสล่ม

ILA 2026: Airbus launches Team Gen 6 following NGF collapse






A screenshot from an Airbus video released at the ILA Berlin Airshow 2026 to mark the announcement of Team Gen 6 showing a notional sixth-generation combat aircraft. (Airbus DS)



บริษัท Airbus Defence and Space(DS) ยุโรปได้จัดตั้งกลุ่มกิจการค้าร่วม(consortium) ใหม่ของกลุ่มบริษัทเยอรมนีและสเปนเพื่อเดินหน้าการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต
ตามการล่มสลายของโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF(New Generation Fighter) ที่ทั้งสองประเทศเยอรมนีและสเปนเคยกำลังสร้างกับฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/airbus-fcasscaf-dassault.html)

ถูกประกาศเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026  ณ งานแสดงการบินนานาชาติ ILA Berlin Airshow 2026 ระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 2026 ในนครหลวง Berlin เยอรมนี Team Gen 6 ประกอบด้วยบริษัท Airbus DS ยุโรป และอีกเจ็ดบริษัทของเยอรมนีคือ
บริษัท AutoFlug เยอรมนี, บริษัท Diehl Defence เยอรมนี, บริษัท Hensoldt เยอรมนี, บริษัท Liebherr เยอรมนี, บริษัท MBDA Germany เยอรมนี, บริษัท MTU Aero Engines เยอรมนี และบริษัท Rohde & Schwarz เยอรมนี

และอีกห้าบริษัทของสเปนคือ บริษัท Indra สเปน, บริษัท GMV สเปน, บริษัท Grupo Oesia สเปน, บริษัท ITP Aero สเปน, และบริษัท Sener สเปน ทั้ง 13บริษัทเหล่านี้ตั้งเป้าร่วมกันที่จะเดินหน้างานเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF ต่อ
ตามที่โครงการได้มาถึงจุดสิ้นสุดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026 เนื่องจากความแตกต่างที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ต่างๆระหว่างบริษัท Airbus DS ตัวแทนเยอรมนีและสเปน และบริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศสตัวแทนฝรั่งเศส

"ก้าวย่างที่น่าตื่นเต้นสำหรับความมีอธิปไตยของยุโรป ณ งาน ILA Berlin 2026 กลุ่ม Team Gen 6 ได้ถูกลงนามเอกสารการกำหนดตำแหน่งทางยุทธศาสตร์(signed a strategic positioning paper)
รัฐบาลเยอรมนีและรัฐบาลฝรั่งเศสได้ประกาศการปรับเปลี่ยนแนวทางใหม่ของโครงการระบบการรบทางอากาศอนาคต FCAS/SCAF(Future Combat Air System/Système de Combat Aérien du Futur) ของยุโรป" บริษัท Airbus DS กล่าว

"ขณะที่การพัฒนาของ 'ระบบของระบบ'(system of systems) ในภาพรวมกำลังมีความคืบหน้าเป็นไปตามก่อนหน้า เครื่องบินขับไล่ยุคที่หกที่ได้รับการบูรณาการเข้าจับระบบจำเป็นต้องการการจัดตั้งภาคอุตสาหกรรมใหม่ที่รวดเร็ว
รวมไปกับ AutoFlug, Diehl Defence, Hensoldt, Liebherr, MBDA Germany, MTU Aero Engines, และ Rohde & Schwarz เราที่ Airbus DS เตรียมพร้อมที่ดำเนินการรับผิดชอบสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่หก"

"บูรณาการอย่างใกล้ชิดกับหุ้นส่วนต่างๆของเยอรมนี ภาคอุตสาหกรรมของสเปนยังจัดตั้งทีมร่วมกับบริษัทต่างๆ Indra, Airbus, Oesia Group, GMV, ITP Aero, และ Sener ในฐานะ Team Gen 6 เรามีความสามารถและศักยภาพต่างๆ
ตอนนี้เรากำลังมองสำหรับความสอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับผู้กำหนดนโยบายและกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) เพื่อจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าของระบบการรบทางอากาศของยุโรปที่เหนือกว่าสำหรับความมั่นคงร่วม" บริษัท Airbus DS เสริม

เยอรมนีกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆของการบินรบอนาคตในระยะกลางและระยะยาวของตนตามการล่มสลายของโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF ที่พัฒนาร่วมกับฝรั่งเศสและเป็นที่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของโครงการระบบการรบทางอากาศอนาคต FCAS/SCAF
รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี Boris Pistorius กล่าวเมื่อเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026 ว่ากองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) กำลังมองสามทางเลือกหลักที่จะทดแทนช่องว่างขีดความสามารถที่มีสาเหตุจาการยกเลิกโครงการ NGF

หนึ่งในหลายทางเลือกเหล่านี้รวมถึงการสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II สหรัฐฯเพิ่มเติมเพื่ออุดช่องว่างหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35a-35.html),
การเข้าร่วมโครงการนานาชาติอื่นๆที่มีอยู่(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/fcasscaf-gcap.html) หรือเริ่มจัดตั้งโครงการของตนเองภายใต้การนำของเยอรมนีที่นำโดยบริษัท Airbus กับหุ้นส่วนอื่นๆที่นำมาสู่การจัดตั้ง Team Gen 6 ล่าสุดครับ

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Airbus Helicopters เปิดตัวระบบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 ใหม่

ILA 2026: Airbus Helicopters reveals U145 unmanned rotorcraft





The U145 unmanned cargo version of the H145 rotorcraft was revealed by Airbus Helicopters at the ILA Berlin Airshow 2026. It features 360-degree loading access via nose and rear clam-doors, and two sliding side doors. (Airbus Helicopters)



บริษัท Airbus Helicopters ยุโรปได้เปิดตัวรุ่นระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) ของเฮลิคอปเตอร์ H145 ของตนที่ถูกเรียกว่าอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145

อากาศยานไร้คนขับปีกหมุน Airbus Helicopters U145 ถูกเปิดตัวในฐานะแบบจำลอง mockup ขนาดเท่าของจริง ณ งานแสดงการบินนานาชาติ ILA Berlin Airshow 2026 ในนครหลวง Berlin เยอรมนี ระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 202
ระบบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 UAS มีกำหนดที่จะทำการบินครั้งแรกของตนภายใต้การกำกับควบคุมความปลอดภัยโดยมนุษย์ก่อนสิ้นปี 2026 โดยการนำเข้าประจำการถูกระบุว่าจะเริ่มต้นในปี 2030s

"ด้วยอากาศยานไร้คนขับ U145 เรากำลังเสนอรุ่นอัตโนมัติไร้นักบินของเฮลิคอปเตอร์ H145 ของเรา ผสมผสานโครงสร้างอากาศยาน(airframe), กำลังขับ, และน้ำหนักบรรทุกที่ใช้ประโยชน์ได้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
ของเฮลิคอปเตอร์ H145 กับความอัตโนมัติของระบบอากาศยานไร้คนขับ UAS เพื่อที่จะพัฒนา U145 และขีดความสามารถต่างๆของมันในฐานะระบบอากาศยานไร้คนขับอเนกประสงค์"

"เราจะทำการจัดตั้งทีมขึ้นด้วยหุ้นส่วนระบบภารกิจอัตโนมัติชั้นนำต่างๆเพื่อที่ขยายระบบนิเวศ ecosystem ระบบอากาศยานไร้คนขับ UAS เพิ่มเติมในยุโรป" Matthieu Louvot ผู้อำนวยการบริหารบริษัท Airbus Helicopters กล่าวเสริม
ตามข้อมูลจาก Airbus Helicopters ยุโรป ระบบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 จะมีคุณลักษณะชุดระบบตรวจจับแบบพิเศษและระบบปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence) สำหรับการทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

ระบบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 UAS จะไม่มีห้องนักบินทางกายภาพ และจะการปรับแต่งอย่างมีนัยสำคัญสำหรับการบรรทุกสัมภาระ เช่น การบูรณาการประตูที่หัวเครื่อง, แผ่นกระดานบรรทุกแบบพับได้, และพื้นวางสัมภาระโดยเฉพาะ
ด้วยประตูปิดเปิดแบบกาบหอย(clam-shell) ที่หัวเครื่องและท้ายเครื่อง ผสมผสานด้วยประตูด้านข้างในแต่ละด้าน อากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 จะสามารถเข้าออกตัวเครื่องได้ 360องศาสำหรับบรรทุกเข้าและบรรทุกออกของสัมภาระ

ด้วยน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MToW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 3,800kg อากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 ได้รับการพัฒนาในฐานะแนวทางแก้ไขปัญหาที่ไม่ขึ้นกับรูปแบบภารกิจสำหรับการประยุกต์ใช้ทางพลเรือนและทางทหารโดยภารกิจหลักในการจัดส่งสัมภาระปริมาตรสูง
ขยายไปยังภารกิจการจัดการภัยพิภัย, ดับเพลิง, ลาดตระเวนติดอาวุธ, ตรวจการณ์ เป็นยานแม่สำหรับระบบ drone ตัวทำลาย(effector) ปล่อยทางอากาศที่ Airbus เป็นหุ้นส่วนกับบริษัท MBDA ยุโรป เช่นเดียวทีมมีคนบังคับ-ไร้คนขับ(MUM-T: Manned-Unmanned Teaming) ครับ