วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Saab สวีเดนเปิดตัวเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Gripen F เครื่องแรกสำหรับบราซิล

Saab rolls out its first Gripen F fighter for Brazilian air force customer



Brazilian air force chief General Marcelo Kanitz Damasceno (left), with Gripen F and Saab Aeronautics head Lars Tossman. Source: Saab




Swedish-built aircraft already sports its Brazilian air force markings. Source: Saab



เครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Saab Gripen F เครื่องแรกได้ถูกเปิดตัวจากสายการประกอบขั้นสุดท้ายของโรงอากาศยานของบริษัท Saab สวีเดนใน Linköping เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา
โดยถูกพบในการทำเครื่องหมายและลวดลายของกองทัพอากาศบราซิล(Brazilian Air Force, FAB: Força Aérea Brasileira) ที่ได้รับการกำหนดแบบในประจำการกองทัพบราซิลเป็นเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-39F

เครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยวสองที่นั่ง F-39F Gripen F หมายเลขแพนหาง 4000 เครื่องแรกสำหรับกองทัพอากาศบราซิลยังไม่ได้ทำการบินครั้งแรกของตน "เครื่องบินขับไล่ Gripen F จะถูกเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์ทดสอบการบินของบริษัท Saab ในสวีเดนที่ซึ่งเครื่องบินจะเริ่มการอุทิศการรณรงค์การบินทดสอบ" ก่อนหน้าที่จะส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศบราซิล Saab สวีเดนกล่าว
บริษัท Saab เน้นว่าเครื่องบินขับไล่ Gripen F รุ่นสองที่นั่ง "ได้รับการพัฒนาเพื่อให้ตรงความต้องการการฝึกและการปฏิบัติการต่างๆของกองทัพอากาศสมัยใหม่โดยผสมผสานขีดความสามารถการฝึกเปลี่ยนแบบและการรบในระบบเดียวกัน" กระบวนการดังกล่าวนั้นรวมงานการออกแบบร่วมอย่างเข้มงวดที่ดำเนินการหุ้นส่วนภาคอุตสาหกรรมของบราซิล บริษัท Embraer บราซิล

ถูกพัฒนาจากเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Gripen E ที่อยู่ในประจำการกองทัพอากาศบราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/meteor-gripen-e.html) และกองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet) แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/gripen-e-60.html)
เครื่องบินขับไล่ Gripen F มีคุณลักษณะที่บริษัท Saab อธิบายว่าเป็น "ห้องนักบินที่สองที่เป็นอิสระอย่างเต็มรูปแบบ ที่ทำให้ครูการบินชี้แนวทางภารกิจต่างๆในการปฏิบัติการเครื่องบินขับไล่เต็มรูปแบบ มอบสถานะภารกิจจริงที่สมจริงแก่เหล่าศิษย์การบิน"

"ด้วยเหตุนี้การเปลี่ยนแบบนักบินและการฝึกเตรียมพร้อมสามารถที่จะเร่งให้เร็วขึ้นได้อย่างมหาศาลเมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาตามแบบ ขณะที่เพิ่มขยายประสิทธิภาพการปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมภัยคุกคามสูงต่างๆผ่านการแบ่งภาระงานและปรับปรุงการบัญชาการภารกิจ" Saab สวีเดนเสริม
"การเปิดตัวเครื่องบินขับไล่ Gripen F แสดงถึงการแบ่งปันการบรรลุความสำเร็จระหว่าง Saab สวีเดน, ภาคอุตสาหกรรมบราซิล และกองทัพอากาศบราซิล สะท้อนความเชื่อมั่นอันลึกซึ้งที่เราได้สร้างรวมกันเป็นเวลาหลายปี" Lars Tossman หัวหน้าแผนก Saab Aeronautics กล่าว

"มันแสดงถึงไม่เพียงเฉพาะเครื่องบินขับไล่ขีดความสามารถสูงสำหรับกองทัพอากาศบราซิล แต่ยังเป็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมของการพัฒนาร่วมที่ยั่งยืนและการแบ่งปันความทะเยอทะยานร่วมกันด้วย" Tossman เสริม เขาได้นำเสนอเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Gripen F เครื่องแรกแก่ผู้บัญชาการกองทัพอากาศบราซิล พลอากาศเอก Marcelo Kanitz Damasceno ระหว่างพิธีเปิดตัว
"ผ่านโครงการการถ่ายทอดทอดวิทยาการอย่างจริงจัง บราซิลได้ทำการฝึกวิศวกรและช่างเทคนิคมากกว่าร้อยคนแล้ว ขณะที่เสริมความแข็งแกร่งความเชี่ยวชาญการพัฒนาและออกแบบขั้นก้าวหน้าภายในพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมแห่งชาติของบราซิล" Saab สวีเดนเน้น

ภายใต้สัญญาที่ลงนามในปี 2014 กองทัพอากาศบราซิลจะรับมอบเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว F-39E Gripen E จำนวน 28เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-39F Gripen F จำนวน 8เครื่อง รวมจำนวน 36เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/f-39e-gripen-e.html
Saab สวีเดนกล่าวว่าจนถึงขณะนี้กองทัพอากาศบราซิลได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E แล้วจำนวน 11เครื่อง ขณะเดียวกันเครื่องบินขับไล่ Gripen E เครื่องแรกที่ประกอบในบราซิลได้ถูกเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/gripen-e.html)

เครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Gripen F สำหรับประเทศลูกค้าทุกเครื่องจะถูกประกอบสร้างที่โรงงานอากาศยาน Linköping ในสวีเดน บราซิลจะเป็นลูกค้ารายแรกจากสามชาติที่เป็นลูกค้าที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าจะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen F
โดยกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/saab-gripen-ef.html) และโคลอมเบีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/saab-gripen-ef-17.html) ได้ลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F แล้วในปี 2025

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพอากาศสวีเดนกำลังจัดหาเฉพาะเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว JAS-39E Gripen E เท่านั้นโดยสั่งจัดหาจำนวน 60เครื่อง ล่าสุดยูเครนยังมีความคืบหน้าความสนใจของตนในการจัดหาฝูงบินผสมเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F รุ่นใหม่ และเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D รุ่นก่อนหน้า
แผนที่ได้รับการเปิดเผยซึ่งจะนำให้รัฐบาลยูเครนในนครหลวง Kyiv จัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D มือสองจำนวน 16เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/gripen-c-2-4-18.html) จากรัฐบาลสวีเดนในกรุง Stockholm ควบคู่ไปกับเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F สร้างใหม่จำนวน 20เครื่องครับ

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สหรัฐอนุมัติข้อตกลงการสนับสนุนเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules แก่เวียดนามบ่งชี้ความเป็นไปได้ในการจัดหา

US clears Vietnam C-130 support deal, indicating potential acquisition





The USAF is preparing to retire its C-130H fleet, which could be made available to US security partners. RTX has unveiled a C-130H upgrade suite that includes the NP2000 eight-bladed propeller, as seen on this US Air National Guard Hercules. (Collins Aerospace/USAF)

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติข้อเสนอวงเงิน $100 million ที่จะจัดส่งสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและการสนับสนุนเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130 Hercules แก่เวียดนาม
ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลเวียดนามในนครหลวง Hanoi อาจจะกำลังเตรียมการที่จะจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules จากสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/c-130h-hercules.html)

ข้อเสนอการขายที่เป็นไปได้ที่มีการแจ้งเตือนเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 คลอบคลุมการบริการการดำรงสภาพต่างๆและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายใต้กลไกรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) ของรัฐบาลสหรัฐฯ
"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มพูนขีดความสามารถของเวียดนามเพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามต่างๆในปัจจุบันและอนาคตโดยการสร้างความมั่นใจความพร้อมการปฏิบัติการฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130" กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว

กองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) ไม่ได้เป็นผู้ใช้งานเครื่องบินลำเลียงตระกูล C-130 Hercules ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Air Forces
ฝูงบินเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศประชาชนเวียดนามประกอบด้วยเครื่องบินลำเลียง NC212i จำนวน 3เครื่อง และเครื่องบินลำเลียง C-212 จำนวน 1เครื่องที่จัดหาจาก PT Dirgantara Indonesia รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมการบินอินโดนีเซีย,

และเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง Airbus C295 จำนวน 3เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295-eoir.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295.html) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวว่าชุดข้อเสนอที่ถูกเสนอรวมถึง
ใบพัดเครื่องยนต์เครื่องบินลำเลียง C-130 ส่วนประกอบอากาศยาน ชิ้นส่วน และอุปกรณ์เสริมต่างๆ, อุปกรณ์การจัดการภาคพื้นดิน, และชิ้นส่วนอะไหล่และวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ ยังรวมถึงการฝึก, การซ่อม, การสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงต่างๆ และเอกสาร

"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มพูนขีดความสามารถการลำเลียงทางอากาศทางยุทธศาสตร์และการตอบสนองต่อภัยพิบัติ/เหตุการณ์ฉุกเฉินของเวียดนามโดยการสร้างความมั่นใจของฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130 ของตน" 
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว ไม่มีประกาศก่อนหน้าถึงการอนุมัติการขายเครื่องบินลำเลียง C-130 แก่เวียดนามภายใต้โครงการรูปแบบการขาย FMS(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/c-130j-10.html)

ในเอกสารแจ้งระยะแรกของตน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯให้รายชื่อบริษัท RTX Corporation สหรัฐฯใน Arlington มลรัฐ Virginia ในฐานะผู้รับสัญญาตามหลักการ มีการแก้ไขเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 เป็นบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯใน Marietta มลรัฐ Georgia
ตามข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตนไม่ทราบถึงข้อตกลงการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม(offset) ใดๆที่ถูกเสนอในการเชื่อมโยงกับความเป็นไปได้ในการขาย(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/c-130h.html)

ก่อนหน้านี้บริษัท RTX สหรัฐฯได้เปิดตัวชุดการปรับปรุงเครื่องบินลำเลียง C-130H Hercules ซึ่งรวมถึงใบพัดแบบแปดกลีบ NP2000 ที่พบในเครื่องบินที่ได้รับการปรับปรุงของกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศสหรัฐฯ(ANG: Air National Guard)
กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) กำลังเตรียมการที่จะปลดประจำการฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130H ของตนซึ่งสร้างความเป็นไปได้ที่เครื่องบินจะพร้อมที่ส่งมอบให้แก่ชาติหุ้นส่วนความมั่นคงของสหรัฐฯรวมถึงเวียดนามครับ

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้มีความคืบหน้าการพัฒนารถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV-II

South Korea advances KAAV-II development







Hanwha Aerospace unveiled a prototype of its KAAV-II, in late May. (Hanwha Aerospace/bemil.chosun.com)

บริษัท Hanwha Aerospace สาธารณรัฐเกาหลีได้เปิดตัวต้นแบบรถสะเทินสะเทินบกยุคอนาคต Korean Amphibious Assault Vehicle ของตน ที่ถูกกำหนดแบบเป็นรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV-II ในปลายเดือนพฤษภาคม 2026
โฆษกบริษัท Hanwha Aerospace กล่าวกับ Janes ว่า รถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV-II สำหรับนาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี(ROKMC: Republic of Korea Marine Corps) ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นระยะการพัฒนา

"ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล(สาธารณรัฐเกาหลี)ในอนาคต การพัฒนาระบบได้รับการคาดการณ์ว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2030s" โฆษก Hanwha Aerospace สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวโดยเสริมว่าบริษัทไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะของรถได้
โฆษกบริษัท Hanwha Aerospace กล่าวว่าบริษัทได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการพัฒนาทางกลาโหม(ADD: Agency for Defense Development) สาธารณรัฐเกาหลีในขั้นระยะการพัฒนาเชิงสำรวจ

ตามที่บริษัท Hanwha Aerospace เริ่มทำการสร้างต้นแบบรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV-II ตั้งแต่ปี 2018(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/hanwha-ocean-ghost-commander-ii.html)
สำนักงานการพัฒนาทางกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี ADD เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี

Janes ทำการวิเคราะห์ชุดภาพถ่ายของรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV-II ที่เผยแพร่โดย Yoo Yong-won สมาชิกคณะกรรมาธิการกลาโหมแห่งรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี(National Assembly Defense Committee)
บ่งชี้ว่าด้วยตัวถังรถรูปทรงกล่องโดยมีความลาดเอียงด้านบนตัวรถที่ตื้นและมีความลาดชันในส่วนใต้ท้องรถที่สูงมาก ทำให้รถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV-II มีส่วนหน้ารถเป็นทรงเหลี่ยม

มีด้านบนหลังคารถที่แบนราบ และแต่ละข้างของตัวรถมีเจ็ดล้อกดสายพานที่เว้นระยะห่างไว้บนระบบกันกระเทือน hydro-pneumatic รถยังปรากฎว่าน่าจะใช้สายพานหุ้มยางแบบวัสดุผสม(CRT: Composite Rubber Tracks) เพื่อเพิ่มความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่
ป้อมปืนแบบไร้พลประจำที่ติดตั้งบนรถมีคุณลักษณะติดตั้งแผ่น radar ที่เหมือนว่า radar เหล่านี้จะถูกใช้เป็นระบบป้องกันเชิงรุก(APS: Active Protection System) การขาดการพบเห็นแท่นยิงระบบ hard-kill ตั้งข้อสังเกตว่าระบบอาจจะพึ่งพามาตรการต่อต้านแบบ soft-kill อย่างแท่นยิงลูกระเบิดควันแทน

ป้อมปืนแบบไร้พลประจำติดตั้งปืนกล CTA(Cased Telescope Armament) ขนาด 40mm ที่ด้านหน้าของรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV-II ติดตั้งแผ่นบังคลื่นที่หัวรถที่ทำงานด้วยระบบ hydraulic
เมื่อถูกพับแผ่นบังคลื่นจะอยู่ในรูปทรงเหลี่ยมของส่วนหน้ารถ ช่วยเพิ่มการลอยตัวและลดแรงต้าน แผ่นบังคลื่นจะถูกกางออกก่อนที่รถจะลงสู่น้ำเพื่อเพิ่มสมรรถนะการสะเทินน้ำสะเทินบกครับ

รัฐสภาฟินแลนด์เรียกร้องการทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk ที่ใช้มานาน

Finnish parliament calls for Hawk replacement





Having operated its earliest Hawks since 1980s, Finland needs to replace the advanced jet trainer for a more modern type. (Finnish Air Force)

รัฐสภาฟินแลนด์ได้เรียกร้องสำหรับการทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า BAE Systems Hawk ของกองทัพอากาศฟินแลนด์(Finnish Air Force, Ilmavoimat) ที่มีอายุการใช้งานมานาน
ในรายงาน 'การพัฒนาและความต้องการทรัพยากรของการป้องกันประเทศในทศวรรษปี 2030s' (Development and resource needs of national defence in the 2030s) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026

คณะทำงานด้านกลาโหมของรัฐสภาฟินแลนด์กล่าวว่ากองทัพอากาศฟินแลนด์ตอนนี้มีความจำเป็นที่จะต้องปลดประจำการเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk ที่ยังมีอยู่ของตนลงในความชื่นชอบต่อเครื่องบินขับไล่และฝึก(LIFT: Lead-In Fighter Trainer) สมัยใหม่

"การจัดซื้อจัดจ้างของแนวทางการฝึกแห่งชาติแบบใหม่จำเป็นที่จะต้องได้รับการเริ่มต้นเพื่อที่จะสร้างความมั่นใจในคุณภาพของการฝึกนักบินเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II 
และทดแทนฝูงเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk ในปัจจุบัน" รายงานกล่าว กองทัพอากาศฟินแลนด์มีกำหนดที่จะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 64เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/lockheed-martin-f-35a-64.html)

ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces กองทัพอากาศฟินแลนด์มีประจำการด้วยเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk Mk 51 จำนวน 8เครื่องซึ่งเป็นเครื่องบินสร้างใหม่ที่ได้รับมอบในปี 1980,
เครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk Mk 55 จำนวน 7เครื่องซึ่งเป็นเครื่องบินสร้างใหม่ที่ได้รับมอบในปี 1993 และเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk Mk 66 จำนวน 15เครื่องที่เป็นเครื่องส่วนเกิน(surplus) จากสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2011

และเครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk Mk 66 จำนวน 15เครื่องนี้ภายหลังได้รับการปรับปรุงโดยบริษัท Patria ฟินแลนด์ เครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk รุ่นต่างๆจำนวน 30เครื่องเหล่านี้
ถูกใช้ปฏิบัติการโดยโรงเรียนการบินกองทัพอากาศฟินแลนด์(Finnish Air Force Academy, Ilmasotakoulu) สำหรับการฝึกนักบิน และถูกใช้งานโดยฝูงบินผาดแผลง Midnight Hawks ของกองทัพอากาศฟินแลนด์

เครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II จะทดแทนเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Boeing F/A-18C Hornet จำนวน 55เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F/A-18D Hornet จำนวน 7เครื่องของกองทัพอากาศฟินแลนด์
เครื่องบินฝึกไอพ่น Hawk รุ่นเก่าที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 1980s จึงมีความจำเป็นที่ต้องถูกทดแทนด้วยเครื่องบินฝึกที่มีความทันสมัยกว่าเพื่อรองรับการฝึกนักบินพร้อมรบสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าครับ

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Airbus เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon โครงการ Halcon สเปนเครื่องแรกจาก 45เครื่อง

Airbus DS rolls out first Halcon Eurofighter for Spain







The first of 45 Halcon I and Halcon II Eurofighters for the Spanish Air and Space Force was rolled out of the Getafe production facility near Madrid on 1 June 2026. (Airbus DS)

บริษัท Airbus Defence and Space (DS) ยุโรปได้นำเสนอเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon C.16 เครื่องแรกจากจำนวน 45เครื่องที่สเปนกำลังจัดหาภายใต้สองโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่จากกัน
คือโครงการ Halcon I(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/eurofighter-typhoon-halcon.html) และโครงการ Halcon II(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/eurofighter-typhoon-halcon-ii-25.html)

เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon รุ่นสองที่นั่งเรียงกันเครื่องแรกสำหรับโครงการ Halcon ได้ถูกเปิดตัวจากสายการประกอบขั้นสุดท้ายของโรงงานอากาศยาน Getafe ใกล้กรุง Madrid สเปนเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026
เครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Eurofighter Typhoon C.16 ยังคงอยู่ในสีรองพื้น primer ก่อนหน้าการนำเครื่องบินเข้าสู่การทำสี, การบินทดสอบ, และการส่งมอบภายหลังในปี 2026 นี้

"เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Halcon I เครื่องแรกสำหรับกองทัพอากาศและอวกาศสเปน(Spanish Air and Space Force, EdAE: Ejército del Aire y del Espacio) ได้ถูกเปิดตัวออกมาแล้ว
ณ โรงงานอากาศยาน Getafe ของเราในกรุง Madrid! ทุกอย่างกำลังพร้อมสำหรับการเดินเครื่องยนต์ครั้งแรกและการทำการบินครั้งแรก" บริษัท Airbus DS ยุโรปกล่าว

สเปนได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ภายใต้โครงการ Halcon I จำนวน 20เครื่องประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon รุ่นที่นั่งเดี่ยวจำนวน 16เครื่อง และรุ่นสองที่นั่งจำนวน 4เครื่อง
และภายใต้โครงการ Halcon II จำนวน 25เครื่องประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ Typhoon รุ่นที่นั่งเดี่ยวจำนวน 21เครื่อง และรุ่นสองที่นั่งจำนวน 4เครื่องตามลำดับ

เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Halcon I และ Halcon II ใหม่เหล่านี้เหล่านี้จะทดแทนเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon รุ่นมาตรฐานที่เก่ากว่าบางส่วน
เช่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Boeing EF-18A Hornet และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Boeing EF-18B Hornet บางส่วน(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/f-35b-f-35a.html)

เครื่องในโครงการ Halcon I จะเป็นมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4 ซึ่งส่วนใหญ่จะติดตั้งด้วย AESA(Active Electronically Scanned Array) radar แบบ European Common Radar System(ECRS) Mk 1 Step 0
(ภายหลังจะปรับปรุงเป็น AESA radar รุ่น ECRS Mk 1 Step 1) ที่พัฒนาโดยบริษัท Leonardo อิตาลี-สหราชอาณาจักร ด้วยการนำเข้าข้อมูลจากบริษัท Hensoldt เยอรมนี และบริษัท Indra สเปน

เครื่องในโครงการ Halcon II จะเป็นมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4+ ที่โดยพื้นฐานแล้วจะเป็นรุ่นมาตรฐาน Tranche 4 ที่ "เพิ่มการปรับปรุงต่างๆบางส่วน"(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ecrs-mk2-radar-eurofighter-typhoon.html)
บริษัท Airbus DS กล่าวกับ Janes ก่อนหน้านี้ว่า ถ้าการเพิ่มขยายการพัฒนาการระยะยาว(LTE: Long-Term Evolution) ได้พร้อมในเวลาที่ผลิตเครื่องบินแล้ว สิ่งต่างๆเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เครื่องที่มีผลทำให้เป็นมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 5 ครับ

ออสเตรเลียเสร็จสิ้นการจัดหาเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon ครบ 14เครื่อง

Update: Australia completes P-8A acquisition, seeks additional maritime surveillance capacity





The 14th Royal Australian Air Force (RAAF) P-8A Poseidon arrives at RAAF Base Edinburgh in South Australia on 26 May 2026. (Commonwealth of Australia/LACW Halley Hadfield)

ขีดความสามารถการลาดตระเวนทางอากาศทางทะเลของออสเตรเลียได้เพิ่มสูงขึ้นโดยการมาถึงของเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Boeing P-8A Poseidon เครื่องที่14 และเครื่องสุดท้ายของกองทัพอากาศออสเตรเลีย(RAAF: Royal Australian Air Force)
ควบคู่ไปกับสัญญาระบบตรวจการณ์ทางอากาศให้กับบริษัทของสหรัฐฯเพื่อเสริมความแข็งแกร่งการลาดตระเวนทางทะเลและการรักษาความมั่นคงชายแดน(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/boeing-p-8a-poseidon.html)

เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon เครื่องใหม่ได้มาถึงฐานทัพอากาศ RAAF Base Edinburgh ในรัฐ South Australia เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/p-8a-poseidon-2.html)
และถูกนำวางกำลังเข้าประจำการในฝูงบินที่11(No 11 Squadron) ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 โดยเสริมว่าการจัดหาเป็นเครื่องหมายถึงเหตุการณ์สำคัญ

"ในการเสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถของออสเตรเลียที่จะปฏิบัติภารกิจสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti‑Submarine Warfare), การโจมตีทางทะเล, และข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance) ต่างๆ"
ตามข้อมูลจากผู้บัญชาการกองทัพอากาศออสเตรเลีย พลอากาศโท(Air Marshal) Stephen Chappell ฝูงบินเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon ของกองทัพอากาศออสเตรเลียปักฐานความพยายามต่างๆของออสเตรเลีย 

"ที่จะดำรงการหยั่งรู้ของมิติทางทะเลของตน" ขณะที่เพิ่มขยาย "ขีดความสามารถของออสเตรเลียที่จะตรวจพบ, ป้องปราม, และตอบสนองต่อภัยคุกคามต่างๆตลอดทั่วทั้งการเข้าถึงทางทะเลต่างๆของตน"
การเสร็จสิ้นการจัดหาฝูงบินเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A ครบ 14เครื่อง "ทำให้มีความพร้อมที่สูงขึ้น, เพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถที่จะมอบการปฏิบัติต่างๆอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนความมั่นคงของออสเตรเลียและเสถียรภาพในภูมิภาค" 

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเสริมโดยเพิ่มเติมว่า ฝูงบินเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A Poseidon จะยังได้รับการปรับปรุงต่างๆ รวมถึงการดัดแปลง Increment Three Block Two และการบูรณาการที่ลึกซึ้งขึ้นกับพันธมิตรและหุ้นส่วนนานาชาติต่างๆ
ขณะเดียวกัน บริษัท Metrea สหรัฐฯผู้ให้บริการด้านการป้องกันประเทศที่มีสำนักงานใหญ่ในนครหลวง Washington DC ประกาศเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 ว่าตนได้รับเลือกที่จะเพิ่มขยายขีดความสามารถการตรวจการณ์ชายแดนของออสเตรเลียด้วยอากาศยานเพิ่มเติม

ภายใต้ข้อตกลง Metrea สหรัฐฯจะเป็นหุ้นส่วนกับกระทรวงกิจการภายในออสเตรเลีย(Australian Department of Home Affairs) และกองกำลังชายแดนออสเตรเลีย(ABF: Australian Border Force) เพื่อจะเฝ้าตรวจภูมิภาคทางทะเลและชายแดนของประเทศ
ตามข้อมูลจากกองกำลังชายแดนออสเตรเลียสัญญาจะส่งมอบฝูงบิน "อากาศยานแบบมีนักบินและเจ้าหน้าที่เต็มรูปแบบจำนวน 11เครื่อง" สำหรับการปฏิบัติการ "การตรวจการณ์ทางอากาศระยะสั้นและระยะไกล" ต่างๆครับ

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ชาติหุ้นส่วน AUKUS มีความคืบหน้าโครงการเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ SSN และยานใต้น้ำไร้คนขับ UUV

AUKUS partners advance SSN and UUV programmes





A file image of the Virginia-class submarine USS Vermont, which underwent maintenance at HMAS Stirling in October-November 2025. (US Navy)

ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, และสหรัฐฯได้ประกาศร่วมกันถึงแผนต่างๆที่จะมีความคืบหน้าภายใต้การริ่เริมเสาหลัก1 และเสาหลัก2(Pillar 1 and Pillar 2) ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนไตรภาคี AUKUS
การประกาศต่างๆนี้มีขึ้นคู่ขนานไปกับการประชุมกลาโหมนานาชาติ Shangri-La Dialogue 2026 ในสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/bae-systems-asc-aukus.html)

ภายใต้เสาหลัก1(Pillar 1) ชาติหุ้นส่วน AUKUS ยืนยันการจัดวางรูปแบบสุดท้ายเพื่อจะทำการปฏิบัติการกองกำลังเรือดำน้ำหมุนเวียน-ตะวันตก(SRF-West: Submarine Rotational Force-West) ตั้งแต่สิ้นปี 2027
การสนับสนุนการส่งมอบเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Virginia SSN กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) มือสองจำนวน 3ลำแก่กองทัพเรือออสเตรเลีย(RAN: Royal Australian Navy)

ชาติหุ้นส่วน AUKUS ออสเตรเลีย-สหราชอาณาจักร-สหรัฐฯ ยังประกาศโครงการแรกของเสาหลัก2(Pillar 1) ที่มุ่งเป้าที่จะพัฒนา "ระบบภารกรรมบรรทุกและเปิดการใช้งาน"(payloads and enabling systems) ต่างๆ
สำหรับยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) โดยมีการส่งมอบระยะแรกตั้งแต่ปี 2027(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/xv-excalibur.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/11/anduril-ghost-shark-xl-auv.html)

กองกำลังเรือดำน้ำหมุนเวียน-ตะวันตก SRF-West จะเป็นการจัดตั้งการสับเปลี่ยนกำลังหมุนเวันการแสดงตนของเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Astute SSN กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy) จำนวน 1ลำ
และเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Virginia SSN กองทัพเรือสหรัฐฯจำนวนถึง 4ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/ssn-torpedo-iris-dena.html) ณ ฐานทัพเรือ HMAS Stirling ของกองทัพเรือออสเตรเลียในรัฐ Western Australia

ออสเตรเลียได้จัดสรรงบประมาณวงเงิน A$8 billion($5.7 billion) เพื่อปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงสำหรับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ณ ฐานทัพเรือ HMAS Stirling
ชาติหุ้นส่วน AUKUS กล่าวว่า SRF-West จะขยายสิ่งอำนวยความสะดวกการส่งกำลังบำรุงและการซ่อมบำรุงที่จำเป็นสำหรับการวางกำลังเรือดำน้ำ, เพิ่มขยายขีดความสามารถของออสเตรเลียที่จะปฏิบัติการและดำรงสภาพกองเรือดำน้ำชั้น Virginia ในอนาคตของตน

กองทัพเรือสหรัฐฯจะเริ่มต้นการวางกำลังกำลังพลไปยังฐานทัพเรือ HMAS Stirling ตั้งแต่ครึ่งแรกของปี 2026 เพื่อสนับสนุนการริเริ่ม กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวก่อนหน้านี้ว่ากองทัพเรือออสเตรเลียมีกำหนดจะได้รับมอบเรือดำน้ำชั้น Virginia ลำแรกของตนในต้นปี 2030s
การพูดคุยเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย Richard Marles กล่าวว่าการตัดสินใจที่จะจัดหาเรือดำน้ำชั้น Virginia มือสอง 3ลำถูกผลักดันจากการพิจารณาค่าใช้จ่ายต่างๆและความพยายามที่จะให้การปฏิบัติการต่างๆของกองทัพเรือออสเตรเลียเรียบง่ายขึ้นครับ

เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium สาธารณรัฐเช็กเครื่องแรกจาก 2เครื่องทำการบินครั้งแรก

First Czech Millennium makes maiden flight







The first of two Millennium airlifters for the Czech Republic on its maiden flight from Embraer's Gavião Peixoto production facility in southern Brazil. (Embraer)



เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Embraer KC/C-390 Millennium เครื่องแรกสำหรับสาธารณรัฐเช็กได้การบินครั้งแรกของตนแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา
บริษัท Embraer บราซิลผู้ผลิตได้ประกาศเหตุการณ์สำคัญซึ่งมีขึ้น ณ โรงงานอากาศยานสายการผลิต Gavião Peixoto ของตนใกล้มหานคร Sao Paulo ในตอนใต้ของบราซิล

การบินครั้งแรกของเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-390 Millennium เครื่องแรกจำนวน 2เครื่องสำหรับกองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก(CzAF: Czech Air Force, VSACR: Vzdusné Sily Armády Ceské Republiky)
มีขึ้นราว 19เดือนให้หลังจากที่สาธารณรัฐเช็กประเทศยุโรปตะวันออกชาติสมาชิก NATO ลงนามสัญญาจัดหาในเดือนตุลาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/c-390-millennium-2.html)

การส่งมอบเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-39 ให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็กคาดว่าจะมีขึ้นภายหลังในปี 2026 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเครื่องบินจะถูกใช้งานสำหรับภารกิจต่างๆ
เช่น การลำเลียงทางอากาศ, การปฏิบัติการจู่โจมทางอากาศต่างๆ, การส่งกำลังบำรุงทางอากาศ, การส่งกลับทางสายแพทย์, การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, การเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ, และการดับเพลิง

เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-390 ใหม่จำนวน 2เครื่องจะเพิ่มเติมต่อเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี Airbus C295M/MW จำนวน 6เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2019/12/airbus-c295.html
และเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี  Let L-410 จำนวน 5เครื่องที่เป็นเจ้าของและปฏิบัติการโดยกองทัพสาธารณรัฐเช็ก(ACR: Army of the Czech Republic, AČR: Armáda České republiky)

เช่นเดียวกับแนวทางเครื่องบินลำเลียงทางยุทธศาสตร์นานาชาติ NATO(SALIS: NATO Strategic Airlift International Solution) และฝูงบินเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศอเนกประสงค์นานาชาติ(MMF: Multinational Multirole Tanker Transport Fleet) 
สหภาพยุโรป(EU: European Union)/NATO(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/nordic-airbus-a330-mrtt.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/03/airbus-a330-mrtt-nato.html) ที่เป็นโครงการเช่าเครื่องบินลำเลียง/เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศมาใช้งาน

เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium มีพื้นที่บรรทุกภายใน 170ลูกบาศก์เมตร(รวมประตูท้าย) มีน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 23tonnes(หรือน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่ 26tonnes เมื่อรวมสัมภาระไว้ที่จุดศูนย์ถ่วง) คุณลักษณะสมรรถนะที่ให้การเผยแพร่โดยบริษัท Embraer
เครื่องบินลำเลียง C-390 มีความเร็วเดินทางสูงสุดที่ 470knots(870km/h) มีเพดานบินสูงสุด 36,000feet, และมีพิสัยทำการไกลสุด(เมื่อบรรทุกสัมภาระหนัก 23tonnes) ที่ 1,380nmi(2,556km) หรือบินได้ไกลสุดโดยใช้ถังเชื้อเพลิงภายในลำตัวที่ 4,640nmi พิสัยทำการสามารถขยายเพิ่มได้โดยการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศครับ