วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor ของอังกฤษจะไม่ได้รับการปรับปรุงครึ่งอายุ MLU

UK Meteor missile will not receive MLU, Skynet 6 wideband satellites not cancelled





A Eurofighter EF-2000 mock-up and MBDA Meteor BVRAAM missile at the Farnborough International Airshow 2026. (Airbus, Tim Robinson, Bloomberg via Getty Images)

รายละเอียดต่างๆได้ปรากฏขึ้นเกี่ยวกับการตัดสินใจต่างๆในแผนการลงทุนกลาโหม(DIP: Defence Investment Plan) ของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026
ขณะที่กำลังเดินหน้าที่จะดำรงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) แบบ MBDA Meteor ของตนไปจนถึงปี 2040s

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรจะไม่นำระบบอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor เข้ารับการปรับปรุงครึ่งอายุ(MLU: Mid-Life Upgrade) ที่มีการวางแผนไว้ก่อนหน้า
แหล่งข่าวในภาคกลาโหมกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม 2026 อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor จะยังคงทำการผลิตโดยบริษัท MBDA ยุโรป แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกล่าวเมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2026

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor จะถูกทดแทนด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตายุคอนาคต(F-BVRAAM: Future Beyond Visual Range Air-to-Air Missile)
ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการระบบตัวทำลายเพื่อการครองอากาศยุคอนาคต(FASE: Future Air Superiority Effectors) แหล่งข่าวในภาคกลาโหมกล่าวเมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2026

ขณะที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในแผนการลงทุนกลาโหม DIP 2026 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2025 รัฐมนตรีช่วยกลาโหมด้านความพร้อมและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ Luke Pollard ในขณะนั้น
กล่าวในการตอบคำถามลายลักษณ์อักษรต่อรัฐสภาสหราชอาณาจักรว่า "โครงการตัวทำลายเพื่อการครองอากาศยุคอนาคต FASE ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นก่อนการเตรียมแนวคิด และงานกำลังดำเนินการเชิงรุกเพื่อจัดตั้งขั้นแนวคิด

การตัดสินใจเกี่ยวการทำการปรับปรุงครึ่งอายุ MLU แก่อาวุธปล่อยนำวิถี Meteor ไม่ได้เป็นการเลิกการลงทุนด้านขีดความสามารถ แต่เป็นการเปลี่ยนการมุ่งสนใจสำหรับอนาคต แหล่งข่าวในภาคกลาโหมกล่าวโดยเสริมว่า
ระบบอาวุธยุคอนาคต FASE ไม่ได้เป็นเพื่อการพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีเฉพาะแบบ แต่เพื่อพัฒนาตระกูลระบบอาวุธต่างๆที่ครบสมบูรณ์เพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามต่างๆในอนาคต อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวต่างยืนยันว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ F-BVRAAM เป็นแง่มุมหนึ่งของ FASE

Meteor เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา BVRAAM ระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ ramjet, ทำงานได้ทุกกาลอากาศ, โจมตีเป้าหมายได้ทุกมุม(all‐aspect) 
ได้รับการพัฒนาโดยความพยายามทางอุตสาหกรรมทั่วทั้งยุโรปเพื่อทดแทนอาวุธปล่อยนำวิถี BVRAAM ที่มีอยู่อย่างเช่น AIM‐120 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile) สหรัฐฯ

ในปี 2024 สหราชอาณาจักร และห้าประเทศหุ้นส่วนคือ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน, และสวีเดนได้กำลังประเมินความเป็นไปได้ในการปรับปรุงครึ่งอายุ MLU อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/meteor-mlu-2024.html)
ปัจจุบันกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) ติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor กับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/typhoon-apkws-c-uas.html) แล้ว 

และเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II ในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/f-35b-48.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/12/f-35a-meteor.html)
MBDA ยุโรปได้เข้าร่วมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของตนรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor ณ งานแสดงการบินนานชาติ Farnborough International Airshow 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 กรกฎาคม 2026 ครับ

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

อังกฤษขายเครื่องบินโจมตี Jaguar ที่ปลดประจำการแล้ว 9เครื่องแก่อินเดีย

UK government sells retired Jaguars to India





Indian Air Force (IAF) SEPECAT Jaguar M(I) combat aircraft. The M(I) variant entered IAF service in 1986. (Indian Air Force)

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้ดำเนินการส่งมอบโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ของเครื่องบินโจมตี SEPECAT Jaguar ที่ปลดประจำการไปแล้วแก่กองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force)
ตามการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินโจมตี Jaguar ที่เคยประจำการในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) เหล่านี้โดยรัฐบาลอินเดียในนครหลวง New Delhi โฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรยืนยันกับ Janes

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้ขายเครื่องบินโจมตี Jaguar จำนวน 9เครื่องแก่รัฐบาลอินเดีย โฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรกล่าวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2026 ว่า "เครื่องบินเหล่านี้ประกอบด้วย
เครื่องบินโจมตีที่นั่งเดี่ยว Jaguar GR 3/3A และเครื่องบินโจมตีฝึกสองที่นั่ง Jaguar T4 ผสมกันจากฝูงบินที่ปลดประจำการแล้วของสหราชอาณาจักร เครื่องบินเหล่านี้ไม่อยู่ในสถานะมีความสมควรเดินอากาศ(airworthy)" โฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรเสริม

ขณะที่กองทัพอากาศอินเดียไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดหา ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่ เครื่องบินโจมตี Jaguar เหล่านี้น่าจะถูกใช้เพื่อเป็นอะไหล่สำหรับสนับสนุนฝูงเครื่องบินโจมตี Jaguar ที่มีอยู่ของกองทัพอากาศอินเดีย
ตามข้อมูลรายการอาวุธยุทโธปกรณ์ของ Janes กองทัพอากาศอินเดียมีประจำการด้วยเครื่องบินโจมตีทางทะเลที่นั่งเดี่ยว Jaguar M(I) จำนวน 11เครื่อง, เครื่องบินโจมตีทางลึกที่นั่งเดี่ยว Jaguar S(I) จำนวน 89เครื่อง, และเครื่องบินโจมตีฝึกสองที่นั่ง Jaguar B(I) จำนวน 25เครื่อง

ในการตอบคำถามอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรต่อรัฐสภาสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 25 มิถุยายน 2026 รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร Luke Pollard กล่าวว่า เครื่องบินโจมตี Jaguar จำนวน 9เครื่องได้ถูกส่งมอบให้แก่อินเดียตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026
ประกอบด้วยเครื่องบินโจมตีที่นั่งเดี่ยว Jaguar GR 3/3A จำนวน 5เครื่อง และเครื่องบินโจมตีฝึกสองที่นั่ง Jaguar T4 จำนวน 4เครื่อง เขาเสริมว่ากระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรยังคงครอบครองเครื่องบินโจมตี Jaguar ที่ปลดประจำการแล้วจำนวน 42เครื่อง

รัฐบาลสหราชอาณาจักรไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของการขายเครื่องบินโจมตี Jaguar ที่ปลดประจำการแล้วแก่อินเดีย ตามข้อมูลจากโฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร "กิจกรรมการส่งมอบ(แก่อินเดีย)ปัจจุบันกำลังดำเนินอยู่
เครื่องบินโจมตี Jaguar จำนวนหนึ่งได้ถูกส่งมอบให้แก่อินเดียแล้ว โดยเครื่องบินที่เหลืออยู่คาดว่าจะถูกถอดแยกชิ้นส่วน(dismantled), รวบรวมและจัดส่งไปในอีกหลายเดือนข้างหน้าที่จะมาถึง" โฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรเสริม

ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Air Forces กองทัพอากาศอินเดียเป็นผู้ใช้งานรายสุดท้ายของโลกสำหรับเครื่องบินโจมตี Jaguar โดยประเทศผู้ผลิตคือสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส และผู้ใช้ส่งออกรายอื่นคือ โอมาน, เอกวาดอร์ และไนจีเรียได้ปลดประจำการลงไปหมดแล้ว
อินเดียได้สั่งจัดหาเครื่องบินโจมตี Jaguar จำนวน 40เครื่องที่ผลิตในโรงงานอากาศยาน Warton แคว้น England และจำนวน 120เครื่องที่ผลิตภายใต้สิทธิบัตรโดย Hindustan Aeronautics Limited(HAL) รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตอากาศยานของอินเดีย โดยถูกนำเข้าประจำการตั้งแต่ปี 1981 จนถึงปี 2008 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์เสร็จสิ้นการฝึกผสม AIR THAISING 2026




















The Royal Thai Air Force (RTAF) and the Republic of Singapore Air Force (RSAF) concluded the exercise AIR THAISING 2026 at Wing 23 Udon Thani RTAF base, Thailand from 6-16 July 2026. 
the bilateral exercise AIR THAISING 2025 participated with RTAF Beechcraft AT-6TH Wolverine light attack aircrafts of 411th Squadron, Wing 41 Chiang Mai; Dornier Alpha Jet TH of 231st Squadron, Wing 23; and RSAF Lockheed Martin F-16C/D/D+ Block 52 Fighting Falcon. (Royal Thai Air Force)

พิธีเปิดการฝึกผสม AIR THAISING 2026
วันอังคารที่ 7 กรกฏาคม 2569  นาวาอากาศเอก ปิยศักดิ์  สุเมตติกุล ผู้อำนวยการกองฝึกร่วมและผสม สำนักการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ฝ่ายกองทัพอากาศ 
พร้อมด้วย SLTC Goh Seow Hong ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ฝ่ายกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ณ ห้องสิงห์ทอง หอประชุม กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
การฝึกผสม AIR THAISING เป็นการฝึกผสมร่วมกันระหว่างกองทัพอากาศไทย และกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งดำเนินการฝึกครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 จนถึงปัจจุบัน  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระชับระดับความร่วมมือทางทหาร และเชื่อมความสัมพันธ์อันดีที่มีด้วยกันมาอย่างยาวนานกองทัพอากาศทั้งสองชาติ 
การฝึกผสมในครั้งนี้ มุ่งเน้นการฝึกในภารกิจการโจมตีเป้าหมายภาคพื้น (Air-to-Surface Mission) ร่วมกับชุดควบคุมการรบของ ทอ. (Combat Control Team : CCT) โดยได้มีการอบรมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในมิติที่หลากหลาย อาทิ เช่น 
ภารกิจการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด (Close Air Support) ภารกิจการโจมตีเป้าหมายเร่งด่วน (Dynamic Targeting) และ แนวคิดการต่อต้านอาวุธต่อสู้อากาศยาน (Counter Ground Base Air Defense) เพื่อเตรียมความพร้อมตอบสนองกับภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวไทย  และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของกองทัพอากาศทั้ง 2 ประเทศ
สำหรับการฝึก AIR THAISING 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-16 กรกฎาคม 2569 ณ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี

การฝึกผสม AIR THAISING 2026
การฝึกผสม AIR THAISING เป็นการฝึกประกอบกำลังทางอากาศ ระหว่างกองทัพอากาศไทย (Royal Thai Air Force: RTAF) และกองทัพอากาศสาธารณะรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore Air Force: RSAF) ณ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี ระหว่าง วันที่ 6 - 16 กรกฎาคม 2569
โดยการฝึกในครั้งนี้เน้นการฝึกในภารกิจการโจมตีเป้าหมายภาคพื้น (Air-to-Surface Mission) ร่วมกับชุดควบคุมการรบของ ทอ. (CCT) โดยได้มีการอบรมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในมิติที่หลากหลาย อาทิ เช่น 
ภารกิจการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด (Close Air Support) ภารกิจการโจมตีเป้าหมายเร่งด่วน (Dynamic Targeting) และ แนวคิดการต่อต้านอาวุธต่อสู้อากาศยาน (Counter Ground Base Air Defense) เพื่อเตรียมความพร้อมตอบสนองกับภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวไทย  และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของกองทัพอากาศทั้ง 2 ประเทศ 
นอกเหนือจากการฝึก ทางกองทัพอากาศ ยังได้จัดกิจกรรมกีฬาฟุตบอลสัมพันธ์ AIR THAISING 2026 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม กองบิน 23 โดยมีกำลังพลของทั้งสองประเทศเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อสร้างความคุ้นเคยและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักบินและเจ้าหน้าที่สนับสนุนของทั้งสองประเทศ

มิตรภาพดี ๆ บนฟ้า มาพร้อมการฝึกที่เข้มข้น
AIR THAISING 2026 บินเคียงข้าง พร้อมร่วมปฏิบัติทุกภารกิจ
กองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ร่วมฝึกผสม AIR THAISING 2026 โดยมุ่งเน้นภารกิจโจมตีเป้าหมายภาคพื้น (Air-to-Surface Mission) ร่วมกับชุดควบคุมการรบของกองทัพอากาศ (Combat Control Team: CCT) ครอบคลุมการฝึกที่สำคัญ ได้แก่
การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support : CAS)
การโจมตีเป้าหมายเร่งด่วน (Time Sensitive Target : TST)
การทำลายการป้องกันทางอากาศของข้าศึก (Destruction of Enemy Air Defense : DEAD)
การกดดันการป้องกันทางอากาศของข้าศึก (Suppression of Enemy Air Defense : SEAD)
การฝึกครั้งนี้มุ่งพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม ทั้งการปฏิบัติภารกิจทางอากาศและการประสานงานกับกำลังภาคพื้น เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการปกป้องประเทศ พร้อมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอากาศทั้งสองชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ตาบนพื้น ปีกบนฟ้า ภารกิจเดียวกัน
CCT เชื่อมโยงข้อมูลจากภาคพื้นสู่ AT-6TH เพื่อสนับสนุนภารกิจทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
AT-6TH ฝึกปฏิบัติร่วมกับชุดควบคุมการรบ (Combat Control Team: CCT) ในการฝึกผสม AIR THAISING 2026 โดยประสานข้อมูลเป้าหมายภาคพื้น เพื่อสนับสนุนการเข้าปฏิบัติและโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ
การฝึกครั้งนี้ กองทัพอากาศมุ่งพัฒนาขีดความสามารถด้านการส่งต่อข้อมูลเป้าหมาย การประสานการปฏิบัติระหว่างกำลังทางอากาศและกำลังภาคพื้น ตลอดจนเพิ่มความแม่นยำในการสนับสนุนภารกิจอย่างเป็นระบบ
"CCT คือ ผู้ที่เข้าใกล้เป้าหมายมากที่สุด 
เพื่อความแม่นยำของข้อมูล และความสำเร็จของภารกิจ"

พิธีปิดการฝึกผสม AIR THAISING 2026
นาวาอากาศเอก ปิยศักดิ์  สุเมตติกุล ผู้อำนวยการ กองฝึกร่วมและผสม สำนักการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม AIR THAISING 2026 พร้อมด้วย SLTC Goh Seow Hong ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ฝ่ายกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประธานร่วมในพิธีปิดการฝึกผสม AIR THAISING 2026  
โดยมีนักบิน จนท.ชุดควบคุมการรบ CCT และกำลังพลของทั้งสองประเทศ เข้าร่วมพิธีฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
การฝึกผสม AIR THAISING 2026 เป็นการฝึกผสมร่วมกันระหว่างกองทัพอากาศไทย และกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งดำเนินการฝึกครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 จนถึงปัจจุบัน  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระชับระดับความร่วมมือทางทหาร และเชื่อมความสัมพันธ์อันดีที่มีด้วยกันมาอย่างยาวนานกองทัพอากาศทั้งสองชาติ 
การฝึกผสมในครั้งนี้ มุ่งเน้นการฝึกในภารกิจการโจมตีเป้าหมายภาคพื้น (Air-to-Surface Mission) ร่วมกับชุดควบคุมการรบของ ทอ. (Combat Control Team : CCT) โดยได้มีการอบรมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในมิติที่หลากหลาย อาทิ เช่น 
ภารกิจการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด (Close Air Support) ภารกิจการโจมตีเป้าหมายเร่งด่วน (Dynamic Targeting) และ แนวคิดการต่อต้านอาวุธต่อสู้อากาศยาน (Counter Ground Base Air Defense) เพื่อเตรียมความพร้อมตอบสนองกับภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวไทย  และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของกองทัพอากาศทั้ง 2 ประเทศ

กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) และกองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ได้เสร็จสิ้นการฝึกผสมทางอากาศ AIR THAISING 2026 ระหว่างวันที่ ๖-๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ณ กองบิน๒๓ อุดรธานี โดยพิธิเปิดการฝึกมีขึ้นเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙ และพิธีปิดเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙
การฝึกระดับทวิภาคีระหว่างกองทัพอากาศไทยและและกองทัพอากาศสิงคโปร์ที่ได้กลับมาจัดการฝึกอีกครั้งหลังยุติไปเมื่อเริ่มการฝึกผสมไตรภาคี Cope Tiger ครั้งแรกระหว่างไทย, สิงคโปร์ และกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ในปี พ.ศ.๒๕๓๙(1996) หลังการฝึกผสม Cope Tiger 2026 ล่าสุดระหว่างวันที่ ๑๕-๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/cope-tiger-2026.html)

เป็นครั้งที่สองที่กองทัพอากาศไทยได้นำเครื่องบินโจมตีแบบที่๘ บ.จ.๘ Beechcraft AT-6TH Wolverine ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ เชียงใหม่ เข้าร่วมการฝึกผสม AIR THAISING 2026 หลังจากที่เข้าร่วมครั้งแรกในการฝึกผสม AIR THAISING 2025 ที่ดำเนินในระหว่างวันที่ ๑๔-๒๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/at-6th-air-thaising-2025.html)
และได้นำเครื่องบินโจมตีแบบที่๗ บ.จ.๗ Dornier Alpha Jet TH ฝูงบิน๒๓๑ กองบิน ๒๓ เข้าร่วมการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ในปีนี้ด้วย ขณะที่กองทัพอากาศสิงคโปร์ได้นำเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16C/D Block 52 Fighting Falcon ฝูงบิน143(143 Squadron) และฝูงบิน145(145 Squadron) ของตนเข้าร่วมการฝึก(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/elta-ecm-f-16d-block-52.html)

ซึ่งการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ในปีนี้มุ่งเน้นที่ภารกิจการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นร่วมกับชุดควบคุมการรบ(CCT: Combat Control Team) จาก กรมปฏิบัติการพิเศษ อากาศโยธิน ปพ.อย.(SOR: Special Operations Regiment, SFC: Security Force Command) กองทัพอากาศไทย โดยทำการฝึก ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
นอกจาการฝึกภายในประเทศไทยที่เสร็จสิ้นลงไปแล้ว กองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสิงคโปร์ยังได้เข้าร่วมการฝึกผสมทางอากาศนานาชาติ Pitch Black 2026 ที่ออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ ๒๐ กรกฎาคม-๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ นี่ด้วย ซึ่งปีนี้กองทัพอากาศไทยส่งเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก บ.ข.๑๙/ก F-16AM/BM EMLU ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ ตาคลีเข้าร่วมการฝึกที่จัดขึ้นทุกสองปีออสเตรเลียครับ

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ออสเตรเลียฝึกยิงอาวุธด้วยกระสุนจริงครั้งแรก

Australian Apaches conduct first live-fire exercise





An Australian AH-64E Apache from the 1st Aviation Regiment conducts gunnery activities during Exercise ‘Possum Guns' at Townsville Field Training Area in July 2026. (Commonwealth of Australia/Sgt Samuel Miller)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache ที่ปฏิบัติการโดยกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) ได้ดำเนินการฝึกการยิงอาวุธด้วยกระสุนจริงเป็นครั้งแรกในออสเตรเลีย 
กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ระหว่างการฝึกรหัส Possum Guns ในพื้นที่สนามฝึก Townsville เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ได้ดำเนินการ

"ปฏิบัติภารกิจต่างๆที่สาธิตระบบอาวุธต่างๆที่หลากหลายของเฮลิคอปเตอร์โจมตีต่อเป้าหมายจำลองต่างๆ รวมถึงปืนใหญ่อากาศ 30mm, จรวดอากาศสู่พื้น, และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Hellfire" กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าว
ผู้บัญชาการกองการบินกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army Aviation) พลตรี David Hafner อธิบายการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงในฐานะ "ก้าวย่างในการทำให้สมบูรณ์ของขีดความสามารถเฮลิคอปเตอร์โจมตีของกองทัพบกออสเตรเลีย"

"การฝึกยิงด้วยกระสุนจริงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของการเตรียมการกำลังพลทางการบินของเราสำหรับการปฏิบัติการต่างๆ การปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอในออสเตรเลียช่วยดำรงความชำนาญระดับสูงที่จำเป็นต่อการปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ
นักบิน, ช่างอากาศยาน และกำลังพลสนับสนุนของเราขณะนี้จะดำเนินการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงตามวงรอบและเดินหน้าการบูรณาการขีดความสามารถขั้นก้าวหน้าต่างๆของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache เข้าสู่การปฏิบัติการกองกำลังร่วมต่างๆ" พลตรี Hafner กล่าวเสริม

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวว่าการฝึก Possum Guns "ทำให้นักบิน, ช่างอากาศยาน และกำลังพลสนับสนุนจะพัฒนาและทดสอบขั้นตอนการทำงานที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยในการฝึก, การดำรงสภาพ, และการวางกำลัง" ฝูงบิน ฮ.โจมตี Apache
พันโท Jason Perrins ผู้บังคับการกรมบินที่1(1st Aviation Regiment) กล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache "เป็นก้าวย่างไปอีกขั้นจากสิ่งที่กองทัพบกออสเตรเลียเคยมีในอดีต"(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/1-ah-64e-apache.html)

"เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ทำให้เราสามารถที่จะพิสูจน์ทราบเป้าหมายต่างๆได้ไกลมากขึ้นด้วยการกวาดค้นหาของระบบตรวจจับ, ด้วยการวางกำลังระบบอาวุธต่างๆที่หลากหลายที่ยังโจมตีได้ไกลขึ้น"
ในเดือนมิถุนายน 2026  พันโท Perrins กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ทำให้นักบินได้รับการมอบด้วย "การหยั่งรู้สถานการณ์ที่มากขึ้นต่อกำลังรบบูรณาการที่ไม่สามารถทำได้โดยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH" ที่กำลังถูกทดแทน

กองทัพบกออสเตรเลียกำลังจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ทั้งหมดจำนวน 29เครื่องเพื่อที่จะทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Airbus Helicopters Tiger ARH(Armed Reconnaissance Helicopter) ของตน
บริษัท Boeing สหรัฐฯกำลังอยู่ระหว่างการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ที่ตนผลิตแก่กองทัพบกออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/boeing-ah-64e-apache-29.html) โดยมีกำหนดจะถูกส่งมอบครบภายในปี 2029 ครับ

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ภาพล่าสุดของเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอยชั้น Type 076 ลำแรก LHD-51 Sichuan จีนแสดงความเป็นเรือบรรทุกอากาศยานไร้คนขับ UAV อย่างชัดเจนที่สุด

Type 076 footage offers clearest glimpse yet of China's UAV carrier ambitions



China's first Type 076 amphibious assault ship, Sichuan, is seen at its sea trials. (China Military)



ภาพวีดิทัศน์ที่เผยแพร่ใหม่ล่าสุดของเรือยกพลขึ้นบกจู่โจม(Amphibious Assault Ship) เรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอยชั้น Type 076 (LHD: Landing Helicopter Dock) ลำแรกของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy)
เรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอย LHD-51 Sichuan ได้มอบการบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดที่เคยมีมาว่าเรือมีวัตถุประสงค์ที่จะปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับปีกนิ่งในฐานะองค์ประกอบหลักของกองบินประจำเรือของตน

ภาพวีดิทัศน์ที่เผยแพร่ที่เผยแพร่ครั้งแรกโดย China National Radio สื่อวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2026 และต่อมาได้เผยแพร่ออกไปโดยอีกหลายๆสื่อของรัฐบาลจีน
บ่งชี้ว่าส่วนด้านบนของเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอย LHD-51 Sichuan ได้สร้างเสร็จแล้วเป็นส่วนใหญ่และเรือน่าจะส่งมอบให้แก่กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนได้ภายในปี 2027

คุณลักษณะต่างๆที่เห็นได้ในภาพเคลื่อนไหวรวมถึงการทำเครื่องหมายต่างๆบนดาดฟ้าบิน, ระบบส่งอากาศยานขึ้นบินรางดีด catapult แม่เหล็กไฟฟ้า(EMALS: Electro-Magnetic Aircraft Launch System) และระบบรับอากาศยานกลับด้วยลวดเกี่ยวตะขอเมื่อลงจอด(arresting gear) ที่ใกล้กับท้ายเรือ
ภาพถ่ายดาวเทียมและภาพนิ่งที่บันทึกได้ระหว่างพิธีปล่อยเรือลงน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/type-076-lhd-51-sichuan.html) และตามมาด้วยการทดลองเรือในทะเลได้เปิดเผยการแสดงถึงระบบส่งอากาศยานขึ้นบินรางดีดแม่เหล็กไฟฟ้า EMALS แล้ว

อย่างไรก็ตามคุณลักษณะต่างๆที่เห็นได้ในภาพวีดิทัศน์ล่าสุดมอบหลักฐานที่หนักแน่นที่สุดที่เคยมีมาจนถึงตอนนี้ว่าสถาปัตยกรรมระบบรับ-ส่งอากาศยานของเรือได้ให้ความสำคัญไปที่อากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) แบบปีกนิ่ง
สิ่งต่างๆเหล่านี้รวมถึงการขาดหายไปอย่างต่อเนื่องของการทำเครื่องหมายบนดาดฟ้าบินที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการด้วยอากาศยานปีกหมุนอย่างเช่นเส้นขีดจำกัดระยะห่างท้ายเครื่อง(tail clearance lines, T-lines) ที่กำหนดข้อจำกัดการบินลอยตัว hover ที่ปลอดภัย

เรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอย LHD-51 Sichuan ถูกคาดว่าจะกลายเป็นเรือยกพลขึ้นบกจู่โจมลำแรกของโลกที่ติดตั้งด้วยทั้งระบบส่งอากาศยานขึ้นบินรางดีดแม่เหล็กไฟฟ้า EMALS และระบบรับอากาศยานกลับด้วยลวดเกี่ยวตะขอเมื่อลงจอด
การประมาณขนาดระวางขับน้ำที่ระหว่าง 40,000-50,000tonnes เรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอยชั้น Type 076 ถือครองความเฉพาะกลุ่มระหว่างระบบเรือยกพลขึ้นบกจู่โจมและเรือบรรทุกเครื่องบินเบา

การวัดขนาดความยาวตัวเรือที่อย่างน้อย 250m และติดตั้งด้วยอู่ลอย(well deck) ที่น้ำเข้าไปภายในท้องเรือได้ เรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอยชั้น Type 076 น่าจะยังสร้างขึ้นเพื่อรองรับการวางกำลังของนาวิกโยธินด้วย การวิเคราะห์ก่อนหน้าโดย Janes 
เรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอย LHD-51 Sichuan มีภาพเปิดเผยถึงการนำแบบจำลองขนาดเท่าของจริง(mock-up) ของอากาศยานรบไร้คนขับ(UCAV: Unmanned Combat Aerial Vehicle) แบบ Hongdu GJ-11 รุ่นใช้งานบนเรือที่ถูกเรียกโดยสื่อจีนว่า GJ-21 มาทดสอบการวางบนเรือครับ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon โครงการ Quadriga เยอรมนีเครื่องแรกจาก 38เครื่องทำการบินครั้งแรก

Airbus flies first ‘Quadriga' Eurofighter for Germany



The first of 38 Project Quadriga Eurofighters for the Luftwaffe departing Airbus' Manching production facility on its maiden flight. (Airbus)

บริษัท Airbus Defence and Space (DS) ยุโรปได้ทำการบินเครื่องบินขับไล่ EF-2000 Eurofighter Typhoon เครื่องแรกที่ถูกจัดหาไว้สำหรับกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) ภายใต้โครงการ Project 'Quadriga'
เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon หมายเลข 34+02 ได้ทำการบินออกจากศูนย์อากาศยานทหาร(Military Aircraft Centre) ของบริษัท Airbus ใน Manching เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2026

เพื่อการทำการทดสอบการตรวจรับการบินสายการผลิต(PFAT: Production Flight Acceptance Test) ครั้งแรกของตนเป็นเวลา 1ชั่วโมงบิน ก่อนหน้าการส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศเยอรมนีภายหลังในปี 2026 นี้
กองทัพอากาศเยอรมนีกำลังจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4 รุ่นที่นั่งเดี่ยวจำนวน 30เครื่อง และรุ่นสองที่นั่งจำนวน 8เครื่องภายใต้โครงการ Project Quadriga

เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 1 รุ่นเก่ากว่าทั้งรุ่นที่นั่งเดี่ยวและรุ่นสองที่นั่งรวมจำนวน 38เครื่องเท่ากันที่กำลังจะถูกปลดประจำการ(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/airbus-eurofighter-typhoon-quadriga-38.html)
เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4 สร้างใหม่เหล่านี้จะได้รับการติดตั้งด้วย AESA(Active Electronically Scanned Array) radar แบบ European Common Radar System(ECRS) Mk 1 Step 0

ที่โดยพื้นฐานแล้วเป็นมาตรฐานเดียวกับ AESA radar แบบ ECRS Mk 0 สำหรับคูเวต(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/eurofighter-typhoon-1.html) และกาตาร์(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/eurofighter-typhoon.html)
แต่ AESA radar แบบ ECRS Mk 1 Step 0 จะมีการดัดแปลงต่างๆบางส่วน ก่อนจะทำการปรับปรุงเป็นรุ่น ECRS Mk 1 Step 1  'เตรียมพร้อมเพื่ออนาคต'(future-proof)ด้วยสิ่งอุปกรณ์ hardware และชุดคำสั่ง softwere ที่ได้รับการปรับปรุง

กองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) กล่าวกับ Janes ก่อนหน้านี้ว่าเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4 จำนวน 15เครื่องจาก 38เครื่องภายใต้โครงการ Project Quadriga จะถูกติดตั้งด้วยกระเปาะสงคราม electronic (EW: Electronic Warfare) แบบ Saab Arexis 
ที่ตำแหน่งปลายปีกภายใต้ขั้นระยะที่หนึ่ง Step 1 ของโครงการเครื่องบินขับไล่โจมตีสงคราม electronic(EA: Electronic Attack) แบบ Eurofighter EK(Elektronischer Kampf: Electronic Combat) ของกองทัพอากาศเยอรมนี

ร่วมไปกับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 5 จำนวน 20เครื่องที่ได้รับการสั่งจัดหาในปี 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/typhoon-tranche-5-eurofighter-ek-20.html)
เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 4 ใหม่ในโครงการ Project Quadriga เหล่านี้จะจะช่วยดำรงสภาพกำลังรบเครื่องบินขับไล่ Eurofighter จำนวนหลายเครื่องของกองทัพอากาศเยอรมนีไปได้จนถึงปี 2060s ครับ

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ F-15K เกาหลีใต้จะปรับปรุงติดระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ EPAWSS ใหม่

BAE Systems wins EPAWSS contract for South Korean F-15Ks



The AN/ALQ-250 Eagle Passive Active Warning Survivability Systems (EPAWSS) is designed to build a comprehensive, 360-degree picture of the battlespace. (BAE Systems)

บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักรสาขาสหรัฐฯได้รับสัญญาจากบริษัท Boeing สหรัฐฯเพื่อจะส่งมอบระบบสงคราม Electronic(EW: Electronic Warfare) แบบ AN/ALQ-250 EPAWSS(Eagle Passive Active Warning and Survivability System)
สำหรับโครงการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-15K Slam Eagle ของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/boeing-f-15k.html)

สัญญาครอบคลุมการบูรณาการระบบสงคราม Electronic (EW) แบบ AN/ALQ-250 EPAWSS แก่เครื่องบินขับไล่ F-15K Slam Eagle ทั้งหมดจำนวน 59เครื่อง บริษัท BAE Systems กล่าวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2026
AN/ALQ-250 EPAWSS เป็นชุดระบบมาตรการต่อต้านทาง Electronic แบบ digital ทั้งหมดที่มอบขีดความสามารถการป้องกันตนเองและการโจมตี Electronic(EA: Electronic Attack) สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-15EX/F-15E

ระบบ EPAWSS มอบ "การตรวจจับและมาตรการต่อต้านภัยคุกคาม 360องศา ทำให้นักบินจะดำเนินภารกิจต่างๆในสภาพแวดล้อมที่เป็นศัตรูและมีสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าหนาแน่นต่างๆ" บริษัท BAE Systems กล่าว
Phillip Casalegno ผู้อำนวยการโครงการเครื่องบินขับไล่ F-15 นานาชาติของบริษัท BAE Systems กล่าวว่า บริษัทกำลัง "ทำงานอย่างใกล้ชิด" กับบริษัท Boeing, กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี และทีมทางอุตสาหกรรมในภูมิภาคเพื่อที่จะส่งมอบระบบ

ตามข้อมูลจากบริษัท BAE Systems "การปรับปรุงจะเพิ่มพูนขีดความสามารถของสาธารณรัฐเกาหลีที่จะต่อต้านภัยคุกคามต่างๆในปัจจุบันและอนาคตและสร้างความมั่นในการทำงานร่วมกันกับกองทัพสหรัฐฯ" บริษัทไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของสัญญา
การรวมระบบ AN/ALQ-250 EPAWSS เข้าไปในโครงการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-15K ของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีจัดตั้งขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาวงเงิน $2.8 billion ที่กระทรวงการสงครามสหรัฐฯประกาศในเดือนมกราคม 2026

เพื่อที่จะออกแบบและพัฒนา "ชุดบูรณาการของระบบอากาศยานต่างๆ" สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-15K Slam Eagle ในนามของสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี โครงการมีกำหนดจะเสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคมปี 2037 
ตามข้อมูลจากบริษัท BAE Systems ระบบ EPAWSS ปัจจุบันอยู่ในสายการผลิตเต็มอัตราสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-15EX Eagle II สร้างใหม่ทุกเครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/boeing-f-15ex-24.html

และเครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ที่กำลังได้รับการดัดแปลงปรับปรุง(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/f-15e-epawss.html) "ระบบได้รับการวางกำลังในการในการตั้งค่าการปฏิบัติการต่างๆแล้ว" บริษัท BAE Systems กล่าว
โดยเสริมว่าการเพิ่มขยายขีดความสามารถต่างๆได้ถูกส่งมอบแล้วผ่านการปรับปรุงชุดคำสั่ง software และ firmware ต่างๆครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/f-35i-f-15ia.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/01/boeing-f-15ia-25.html)