วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เยอรมนียกเลิกโครงการเรือฟริเกต F126 6ลำในความชื่นชอบแบบเรือ MEKO A-200 แทน 8ลำ

Germany cancels F126 programme, favours MEKO A-200 instead





A computer generated image of TKMS' MEKO A-200 frigate design. (TKMS)

กองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) ได้ยกเลิกโครงการเรือฟริเกตสงครามปราบเรือดำน้ำ F126 ASW(anti-submarine warfare) ที่มีปัญหาแล้ว ตามประกาศของตนในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026
ในฐานะการทดแทนเรือฟริเกตชั้น F126 จำนวน 6ลำ กองทัพเยอรมนีกล่าวว่าตนจะได้รับมอบเรือฟริเกตอเนกประสงค์ผสมผสาน MEKO A-200 DEU(Multi-purpose Combination, MEKO: Mehrzweck-Kombination A-200 Deutschland) จำนวนถึง 8 ลำแทน

ตามแผนของกระทรวงกลาโหมเยอรมนี(Federal Ministry of Defence, BMVg: Bundesministerium der Verteidigung) ขณะที่การดำเนินการต่างๆยังไม่บรรลุผลเสร็จสิ้น(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/kurs-marine-2025.html
กองทัพเยอรมนีเสริมว่า "ดังนั้นกระทรวงกลาโหมเยอรมนีต้องการที่จะนำเสนอหลักเกณฑ์พื้นฐานการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือฟริเกต MEKO A-200 DEU แก่คณะกรรมาธิการงบประมาณของรัฐสภาเยอรมนี(Bundestag) โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

เรือฟริเกตหลายลำที่ใช้แบบเรือฟริเกตตระกูล MEKO A-200 อยู่ในประจำการประเทศต่างๆแล้วรวมถึงกองทัพเรือแอลจีเรีย(ANF: Algerian Naval Force) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Erradii จำนวน 2ลำ,
กองทัพเรืออียิปต์(Egyptian Navy) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Al-Aziz จำนวน 4ลำ โดยกำลังสั่งจัดหาเพิ่ม 2ลำที่ลำสุดท้ายคาดว่าจะต่อในอียิปต์ และกองทัพเรือแอฟริกาใต้(South African Navy) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Valour จำนวน 4ลำ

กองทัพเยอรมนีประมาณการณ์ราคาการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับเรือฟริเกต MEKO A-200 DEU สำหรับกองทัพเรือเยอรมนี(German Navy, Deutsche Marine) จำนวน 4ลำแรกที่วงเงินราว 6.3 billion Euros($7.1 billion)
ตัวเลือกสำหรับเรือฟริเกต MEKO A-200 DEU เพิ่มเติมจำนวน 4ลำน่าจะเริ่มเปิดการดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2026 โดยมีราวที่วงเงินราว 5.3 billion Euros (รวม 8ลำที่ราว 11.6 billion Euros) กองทัพเยอรมนีเสริม

กองทัพเยอรมนีเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่างๆเหล่านี้กับ "ในคำสั่งจัดหา" ที่วงเงิน 18  billion Euros ซึ่งตนกล่าวว่าถูกใช้ในการจัดซื้อเรือฟริเกตชั้น F126 จำนวน 6ลำมีความเป็นได้ว่าจะมีราคาสูงถึงขนาดนั้น
แบบเรือฟริเกต MEKO A-200 ถูกออกแบบโดยบริษัท TKMS เยอรมนี บริษัทกล่าวกับ Janes ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 24 24 มิถุนายน 2026 ว่า "เราเริ่มต้นการทำงานขั้นต้นย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2026..."

"TKMS จะส่งมอบเรือฟริเกต F128 (MEKO A-200 DEU) ลำแรกแก่กองทัพเรือเยอรมนีในปี 2029 การประกาศที่จะจัดซื้อเรือฟริเกตจำนวน 4ลำอยู่ในระยะแรก ด้วยตัวเลือกที่จะจัดหาเพิ่มเติมอีก 4ลำ
เปิดโอกาสความเป็นไปได้ของการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมการต่อเรือของเยอรมนี เรากำลังเปิดรับการหารือกับหุ้นส่วนภาคอุตสาหกรรมต่างๆของเรา" บริษัท TKMS กล่าวในแถลงการณ์ที่มอบให้แก่ Janes

เรือฟริเกตชั้น Niedersachsen(Type 126/F126) จำนวน 6ลำ ได้รับการประกาศสัญญากับบริษัท NVL Group เยอรมนี(Lürssen Defence เดิม) และบริษัท Damen Shipyards Group เนเธอร์แลนด์ในเดือนมิถุนายน 2020
เรือลำแรกของชั้นเรือฟริเกต F226 FGS Niedersachsen ที่กำลังถูกสร้างตามพิธีตัดเหล็กในเดือนธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/f126.html) และพิธีวางกระดูกงูเรือในเดือนมิถุนายน 2024

เรือฟริเกต F126 ทั้ง 6ลำเดิมได้รับการสร้างในเยอรมนีทั้งหมดที่อู่เรือ Blohm+Voss ใน Hamburg และอู่เรือ Peene-Werft ของบริษัท NVL Group ใน Wolgast เช่นเดียวกับอู่เรือของบริษัท German Naval Yards เยอรมนีใน Kiel
ตามแผนเดิมเรือฟริเกต F126 ความยาวตัวเรือ 166m และระวางขับน้ำถึง 10,000tonnes คาดว่าเรือลำแรกจะเริ่มต้นการทดลองเรือในทะเลในปี 2027 โดยมองจะส่งมอบในปี 2028 เรือทั้ง 6ลำมีกำหนดจะส่งมอบครบภายในหลังปี 2033 ครับ

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569

โปแลนด์ยืนยันแผนจัดหาเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT

Poland confirms planned MRTT procurement




A NATO MRTT was displayed at the ILA Berlin Airshow 2026 adorned in a German flag. Poland is set to become the latest customer for the tanker-transport aircraft, with procurement talks now in their final stages. (Airbus)

โปแลนด์กำลังอยู่ในขั้นระยะสุดท้ายของการเจรจาการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus Defence and Space(DS) A330 MRTT(Multi Role Tanker Transport) ยุโรป
รองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ Władysław Kosiniak-Kamysz ยืนยันเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/airbus-a330-mrtt.html)

รองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ Kosiniak-Kamysz กล่าวว่าการหารือได้มีขึ้นเพื่อจะจัดหาเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT ที่ไม่ระบุจำนวน
ผ่านโครงการสนับสนุนทางการเงินการดำเนินการด้านความมั่นคง(SAFE: Security Action for Europe) ของสหภาพยุโรป(EU: European Union)(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/nordic-airbus-a330-mrtt.html)

เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT เหล่านี้จะทำให้กองทัพอากาศโปแลนด์(Polish Air Force, ISP: Inspektorat Sił Powietrznych) จะสนับสนุนการปฏิบัติการที่ดีขึ้นแก่ทั้ง
ฝูงเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16 Fighting Falcon(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/mlu-f-16v-48.html) และเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35PL (F-35A) Husarz(ทหารม้า Hussar ในภาษาโปแลนด์) ที่ได้รับมอบล่าสุดของตน(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/f-35pl-husarz-3-32.html)

"เบื้องหน้าของเราคือการเจรจาขั้นสุดท้ายในการจัดซื้อเครื่องบิน Airbus A330 MRTT สำหรับการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการการดำเนินการด้านความมั่นคง SAFE ของโปแลนด์
ขอบคุณพวกมัน ฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35 ของเราจะสามารถที่จะปฏิบัติการมาเพิ่มเติมมากขึ้น, ยาวนานขึ้น และมีประสิทภาพที่มากขึ้นอย่างมหาศาล นี่เป็นหนึ่งในขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้ที่เพิ่มขยายความแข็งแกร่งของกองทัพโปแลนด์อย่างแท้จริง!"

รองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ Kosiniak-Kamysz กล่าวก่อนหน้าการเดินทางเยือนสเปนที่ซึ่งเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT ถูกสร้างขึ้น(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/airbus-a330-mrtt-3.html
Kosiniak-Kamysz ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT ที่คาดว่าจะถูกจัดหาหรือกำหนดวันส่งมอบที่คาดไว้ และไม่ได้กล่าวว่าเมื่อไรที่เขาคาดว่าสัญญาจะบรรลุผลเสร็จสิ้น

โดยที่กองทัพอากาศโปแลนด์กำลังจัดลำดับความสำคัญการปรับปรุงโครงสร้าง(recapitalisation) ของทรัพยากรการรบแนวหน้าของตนตลอดหลายปีที่ผ่านมาล่าสุด(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/aim-120d-3-amraam-f-35a.html)
ความสนใจขณะนี้กำลังหันไปสู่การพัฒนาระบบสนับสนุนต่างๆเหล่านั้นที่กองทัพอากาศโปแลนด์สามารถทำได้แต่ไม่เคยมีระบบเหล่านั้นมาก่อนแต่ดั้งเดิม รวมถึงการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/airbus-a330-mrtt-nato.html)

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Lockheed Martin สหรัฐฯเปิดตัวระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยางอเนกประสงค์ HIMARS FLEX

Eurosatory 2026: Lockheed Martin launches HIMARS FLEX





Lockheed Martin has launched HIMARS FLEX, pictured left to right with 12 GMLRS, eight PAC-3s, and four PrSM. (Lockheed Martin, Bloomberg via Getty Images)

บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯเปิดตัวระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS(High Mobility Artillery Rocket System) FLEX เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026
Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวในสื่อประสัมพันธ์ว่าระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS FLEX จะใช้ 'ระบบนิเวศวิทยาการ FLEXFires' ใหม่ของตน

ระบบนิเวศ FLEXFires ใหม่จะมอบทางเลือกระสุนใหม่และความเป็นอิสระต่างๆ ทำให้มีขีดความสามารถภารกิจที่มากขึ้นขณะที่ยังคงความแม่นยำของระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS
บริษัท Lockheed Martin กล่าวว่าระบบ HIMARS FLEX ซึ่งมีพื้นฐานจากระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS ซึ่งได้รับการพิสูจน์ในสนามรบแล้ว โดยถูกใช้งานเป็นระยะเวลามากกว่า 2.5ล้านชั่วโมงทั่วโลก

บริษัท Lockheed Martin เสริมว่าระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS FLEX เป็นระบบที่สามารถทำงานร่วมกันได้ ด้วยขีดความสามารถที่จะใช้กระสุนต่างๆร่วมกันในคลังแสงต่างๆ
และบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการควบคุมการยิงร่วมต่างๆของ NATO ได้(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/cv90-mkiv-m142-himars-3.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/08/m142-himars-4.html)

จรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS FLEX สามารถใช้จรวดพื้นสู่พื้น GMLRS(Guided Multiple Launch Rocket Systems), จรวดพื้นสู่พื้นรุ่นเพิ่มระยะยิง ER GMLRS,
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น PrSM(Precision Strike Missile)(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/prsm-m142-himars.html), ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นทางยุทธวิธี ATACMS(Army Tactical Missile System)(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/m142-himars-42.html),

และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Patriot Advanced Capability-3(PAC-3)(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/patriot-pac-3.html) Lockheed Martin สหรัฐฯได้จัดแสดงแบบจำลอง mock-up ของจรวดพื้นสู่พื้น ER GMLRS และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น PrSM
ที่ส่วนจัดแสดงของตน ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่ศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา

บริษัท Lockheed Martin กล่าวว่าระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS FLEX อยู่ในรูปแบบกระเปาะคู่ เพิ่มอำนาจการยิงเชิงรุกของระบบเป็นสองเท่าและกำหนดตั้งค่ารูปแบบระบบสำหรับการป้องกันภัยทางอากาศและอาวุธปล่อยนำวิถี
ด้วยการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Patriot PAC-3 และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ IFPC(Indirect Fire Protection Capability)(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/iron-dome.html)

Carolyn Orzechowski รองประธานแผนกอาวุธยิงความแม่นยำสูง, แท่นยิง และอาวุธปล่อยนำวิถี precision fires, launchers, and missiles ของ Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวกับ Janes ในงาน Eurosatory 2026 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ว่า
การบรรจุอาวุธของระบบ HIMARS FLEX ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าคือ Patriot PAC-3 จำนวน 8นัด, PrSM จำนวน 4นัด, GMLRS/ER GMLRS จำนวน 12นัด, และ ATACMS จำนวน 2นัด พร้อมขีดความสามารถในการยิงตัวสกัดกั้น(interceptor) IFPC ได้จำนวน 12นัดหรือมากกว่าครับ

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox ถูกสั่งจัดหาโดยแองโกลาและลูกค้าใหม่ที่ไม่เปิดเผยในอเมริกาเหนือ

Aero Vodochody secures first African, North America customer for L-39 Skyfox





With the latest announcement, Aero Vodochody has now secured sales for its L-39NG Skyfox in Africa, Asia, Europe and North America. (Aero Vodochody)

บริษัท Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กได้รับสัญญาการขายเป็นลูกค้าใหม่แรกของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า L-39 Skyfox ของตนแก่ประเทศในแอฟริกาและในอเมริกาเหนือ
Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 กล่าวว่าสองสัญญาใหม่จะได้เห็นบริษัทเพิ่มเติมต่อการขายที่ได้รับสัญญาจากประเทศในยุโรปและเอเชียแล้ว

"ด้วยการลงนามสัญญาใหม่ต่างๆนี้ เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox กำลังเข้าสู่สองทวีปเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับยุโรปและเอเชียขณะนี้เครื่องบินจะยังปฏิบัติการในแอฟริกาและอเมริกาเหนือ
ทั้งสองคำสั่งซื้อได้มีผลใช้งานแล้ว เครื่องบินอยู่ในสายการผลิตแล้วและจะถูกส่งมอบตามกำหนดการที่ตกลงไว้ สัญญาใหม่ยังมีความหมายว่าขีดความสามารถการผลิตของบริษัท Aero ได้ถูกเติมเต็มจนถึงไตรมาสสองของปี 2027"

สัญญาสำหรับลูกค้าใหม่รายแรกในแอฟริกา เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า L-39 Skyfox จำนวน 4เครื่องจะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศแองโกลา(Angolan Air Force) ตามที่เน้นในการประกาศ
กองทัพอากาศแองโกลาตัดสินใจที่จะจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox สร้างใหม่แทนการซ่อมคืนสภาพ(refurbishing) เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Albatros รุ่นเก่ากว่าของตน

สำหรับสัญญาลูกค้าใหม่รายแรกในอเมริกาเหนือเป็นลูกค้าพลเรือนที่ไม่เปิดเผยโดยมีประสบการณ์การใช้งานเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Albatros อยู่แล้วและจะได้รับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox ที่ไม่เปิดเผยจำนวน
ลูกค้าที่ไม่ระบุรายนี้อาจจะเป็นบริษัท Airborne Tactical Advantage Company(ATAC) สหรัฐฯ, บริษัท Draken International สหรัฐฯ, บริษัท Jet Warbird Center สหรัฐฯ, หรือโรงเรียนนักบินทดสอบ National Test Pilot School ในสหรัฐฯ, หรือบริษัท AEX Skyline แคนาดา

ในจำนวนกิจการเอกชนต่างๆเหล่านี้ Draken International สหรัฐฯน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดตามที่มีข้อตกลงความร่วมมือก่อนหน้ากับ Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กสำหรับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox ในอเมริกาเหนือ
บริษัท Aero Vodochody ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าวงเงินหรือกำหนดการส่งมอบสำหรับทั้งสองสัญญาของแองโกลาและลูกค้าที่ไม่เปิดเผยในอเมริกาเหนือ(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/l-39ng-l-39-skyfox.html)

ลูกค้าของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้า L-39 Skyfox ในยุโรปรวมถึง LOM Praha รัฐวิสาหกิจด้านการบินของสาธารณรัฐเช็กสำหรับการฝึกนักบินของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก(CzAF: Czech Air Force, VSACR: Vzdusné Sily Armády Ceské Republiky)
(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/aero-vodochody-l-39-skyfox.html) และกองทัพอากาศฮังการี(HuAF: Hungarian Air Force, Magyar Légierő)(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/l-39ng.html)

ขณะที่ลูกค้าส่งออกในเอเชียคือและกองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) ที่เครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา L-39 Skyfox ใหม่จะทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39C รุ่นเก่าซึ่งเข้าประจำการตั้งแต่ปี 1980
โดย Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กได้เสร็จสิ้นการส่งมอบเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox จำนวน 12เครื่องที่เวียดนามสั่งจัดหาแล้วในเดือนมีนาคม 2025 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/l-39-skyfox-12.html)

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียมองจะบูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีสำหรับเรือดำน้ำ Scorpene ที่จะจัดหาเพิ่ม 2ลำจากที่สั่งแล้ว 2ลำรวม 4ลำ

Indonesia eyes missile integration for follow-on Scorpene submarines





A Naval Group Scorpene submarine model on display on Naval Group's stand during Euronaval 2024, LAAD 2025, and Indo Defence 2025. (Naval Group, Dimitar Dilkoff / NurPhoto via Getty Images)

เรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำที่สามและลำที่สี่ที่คาดหวังไว้ในอนาคตของอินโดนีเซียอาจจะถูกส่งมอบด้วยการบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบสำหรับขีดความสามารถการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีจากท่อยิง torpedo ตั้งแต่เริ่มต้น
ได้รับการสนับสนุนโดยการขยายขีดความสามารถการบูรณาการะบบเรือดำน้ำต่างๆของ PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

การพูดคุยกับ Janes ระหว่างการให้สัมภาษณ์ล่าสุดในมหานคร Surabaya ผู้อำนวยการบริหารของ PT PAL อินโดนีเซีย Kaharuddin Djenod กล่าวว่านี่จะทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียใน Jakarta
มีตัวเลือกในการบูรณาการการใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีเข้ากับการสร้างและรูปแบบพื้นฐานของเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำต่อๆไปที่จะถูกสั่งจัดหาตามมาแทนที่จะเก็บมันไว้ในฐานะขีดความสามารถแฝงหรือเลื่อนออกไปก่อน

ขีดความสามารถดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตระกูลเรือดำน้ำ Scorpène ซึ่งได้รับการออกแบบมายาวนานที่จะวางกำลังใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo ได้
อย่างเช่นอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากใต้น้ำ MBDA Exocet SM39(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/exocet-scorpene-kasturi-lekiu.html) เพิ่มเติมจาก torpedo หนักขนาด 533mm

อย่างไรก็ตามโครงการส่งออกต่างๆในปัจจุบันและในอดีตที่ผ่านมารวมถึงสัญญาเรือดำน้ำ Scorpène Evolved จำนวน 2ลำสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) 
ไม่ได้รวมการบูรณาการและการรับรองอย่างเต็มรูปแบบของอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo ใต้น้ำไว้ในสัญญาพื้นฐานเสมอไป(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

ใต้ฉากหลังนี้ความเห็นของ Djenod ได้ตั้งข้อสังเกตว่ากองทัพเรืออินโดนีเซียอาจจะมองที่จะสร้างความมั่นใจว่าเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำที่สามและลำที่สี่จะถูกส่งมอบด้วยการบูรณาการขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีอย่างเต็มรูปแบบ
เข้ากับสถาปัตยกรรมระบบการรบตั้งแต่ต้น รวมถึงระบบควบคุมการยิง, ชุดคำสั่ง software, และงานการรับรองที่จำเป็น Djenod กล่าวว่าขีดความสามารถการบูรณาการระบบต่างๆที่เติบโตขึ้นของ PT PAL อินโดนีเซียจะสนับสนุนการเข้าถึงนี้

PT PAL อินโดนีเซียได้สร้างความคืบหน้าการขยายบทบาทของตนในการบูรณาการระบบการรบ รวมถึงงานที่จะนำระบบ torpedo เบาพัฒนาในประเทศมาใช้งานกับระบบเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/pt-pal-ksot.html)
สร้างบนพื้นฐานของขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้ PT PAL อินโดนีเซียคาดที่จะเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติมของขีดความสามารถการบูรณาการต่างๆของตนภายใต้โครงการเรือดำน้ำต่างๆในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/type-039a-3.html)

ทำให้สร้างความเป็นไปได้ในความต้องการต่างๆในการบูรณาการระบบอาวุธที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นที่จะได้รับการดำเนินการภายในอินโดนีเซีย นี่จะทำให้เรือดำน้ำต่างๆในอนาคตสามารถที่จะวางกำลังด้วยขีดความสามารถต่างๆดังกล่าว
เมื่อถูกนำเข้าประจำการในกองทัพเรืออินโดนีเซีย มากกว่าที่จะต้องพึ่งพาการปรับปรุงต่างๆที่จะตามมาภายหลังหรือการตัดสินใจต่างๆต่อการจัดซื้อจัดจ้างระบบอาวุธต่างๆแยกออกไปต่างหาก Djenod เสริมครับ

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ UAV และอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนของ Fire Point ยูเครนถูกใช้ในการโจมตีรัสเซียเกือบทุกวัน

Eurosatory 2026: Fire Point's FP-1, FP-2, FP-5 UAVs used in near daily strikes on Russia





Fire Point's FP-5 Flamingo cruise missile, displayed at Eurosatory 2026. (Fire Point, Louis Duclos, Xavier Vavasseur)



อากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) แบบ FP-1 และ FP-2 ของบริษัท Fire Point ยูเครนได้ถูกใช้งานโดยกองทัพยูเครน(AFU: Armed Forces of Ukraine)
เพื่อดำเนินการปฏิบัติการโจมตีลึกเข้าไปภายในดินแดนของรัสเซียเกือบจะประจำทุกวัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/fpv-drone.html)  Iryna Terekh ผู้อำนวยการบริหาร Fire Point ยูเครนกล่าวกับ Janes

ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่ศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026
"ฉันอยากจะกล่าวว่า ณ ตอนนี้ระบบที่ทำงานในแนวทางดังกล่าวนั้นกำลังโจมตีทุกวัน มี 5 ถึง 20ของการโจมตีที่ทำโดยอากาศยานไร้คนขับ FP-1 และ FP-2 และบางครั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน FP-5 Flamingo" Terekh กล่าว

FP-1 เป็นอากาศยานไร้คนขับปีกนิ่งโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว(OWA: One-Way Attack) ที่มีระยะปฏิบัติการที่ไกลถึง 2,700km, มีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกสูงสุดถึง 60kg และระยะเวลาทำการบินนานสุดที่ 18ชั่วโมง
อากาศยานไร้คนขับปีกนิ่งโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว FP-2 OWA UAV ที่มีระยะปฏิบัติการที่ไกลถึง 700km, มีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกสูงสุดถึง 200kg และระยะเวลาทำการบินนานสุดที่ 4ชั่วโมง

อาวุธปล่อยนำวิถีร่อน FP-5 Flamingo มีระยะปฏิบัติการยิงไกลถึง 3,000km, มีความเร็วสูงสุดที่ 950km/h, มีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกเกือบ 1150kg และระยะเวลาทำการบินนานสุดที่ 4ชั่วโมง
ตามข้อมูลเอกสารคุณลักษณะต่างๆทั้งหมดของอากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ FP-1, อากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ FP-2 และอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน FP-5 Flamingo ที่ถูกส่งต่อให้แก่ Janes เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026

ในงานแสดง Eurosatory 2026 บริษัท Fire Point ยังได้จัดแสดงขีปนาวุธทางยุทธวิธี(TBM: Tactical Ballistic Missile) แบบ FP-7 และขีปนาวุธพิสัยใกล้(SRBM: Short-Range Ballistic Missile) แบบ FP-9 ใหม่ของตนด้วย
ขีปนาวุธทางยุทธวิธี FP-7 TBM มีระยะปฏิบัติการยิงไกลถึง 200km, มีความเร็วสูงสุดที่ 1,500m/s, มีน้ำหนักหัวรบที่ราว 150kg, และมีค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้(CEP: Circular Error Probable) ที่ราว 14m

ขีปนาวุธพิสัยใกล้ FP-9 SRBM มีระยะปฏิบัติการยิงไกลถึง 855km, มีความเร็วในแนวดิ่งสูงสุดที่ 2,200m/s, มีน้ำหนักหัวรบที่ราว 800kg สามารถทำเพดานบินได้สูงสุดที่ราว 70km, และมีค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ CEP ที่ราว 20m
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 บริษัท Hensoldt เยอรมนี และ Fire Point ยูเครนยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MoU: Memorandum of Understanding) ความร่วมมือในการผลิต, ทดสอบ และส่งมอบระบบ UAV และอาวุธนำวิถีเพื่อใช้พัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธ(BMD: Ballistic Missile Defence) ครับ

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569

มาเลเซียมองจะจัดหาอากาศยานไร้คนขับ ANKA-S UAV ตุรกีเพิ่มเติม

Malaysia seeks additional Anka UAVs







The Royal Malaysian Air Force (RMAF) has started operations with its new Turkish Aerospace Industries ANKA-S unmanned aerial vehicles (UAVs). (Royal Malaysian Air Force)



กระทรวงกลาโหมมาเลเซียได้ยืนยันต่อ Janes ถึงแผนที่จะจัดหาอากาศยานไร้คนขับ Turkish Aerospace Anka-S(นก Phoenix ในภาษาตุรกี) UAV(Unmanned Aerial Vehicle) ตุรกีเพิ่มเติม
หลังจากเริ่มต้นการปฏิบัติการของอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ชุดแรกที่ประกอบด้วยตัวอากาศยาน(air vehicle) จำนวน 3เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/anka-uav-3.html)

โฆษกกระทรวงกลาโหมมาเลเซียกล่าวเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ว่ากระทรวงกลาโหมมาเลเซียจะเริ่มต้นโครงการจัดซื้อจัดจ้างอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ระยะที่2 เร็วๆนี้แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
การจัดซื้อจัดจ้างจะทำให้จำนวนอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ในประจำการกองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ณ พิธีตรวจรับสำหรับอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV จำนวน 3เครื่องแรกที่ฐานทัพอากาศ Labuan ในทางตะวันออกของมาเลเซียเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Mohamed Khaled Nordin กล่าวว่า
Anka-S UAV จำนวนเพิ่มเติมจะ "เสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance) ต่างๆของมาเลเซีย โดยเฉพาะเหนือทะเลจีนใต้"

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Nordin เสริมว่าข้อเสนอการจัดซื้อจัดจ้างอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ระยะที่2 จะถูกยื่นเรื่องภายใต้กรอบการทำงานแผนการพัฒนาแห่งชาติปัจจุบัน ตามที่สื่อของรัฐบาลมาเลเซียรายงาน
อากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ชุดแรกได้ถูกนำเข้าประจำการในฝูงบินที่11(No 11 Squadron) ณ ฐานทัพอากาศ Labuan โดยกำหนดแบบในประจำการกองทัพอากาศมาเลเซียเป็นอากาศยานไร้คนขับ Anka-THS UAV

กองทัพอากาศมาเลเซียกล่าวว่าอากาศยานไร้คนขับ Anka-THS UAV จะสนับสนุน "การเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทางยุธศาสตร์ต่างๆในน่านน้ำต่างๆของประเทศ โดยเฉพาะในรัฐ Sabah และรัฐ Sarawak"
ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Nordin อากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ถูกส่งมอบมายังฐานทัพอากาศ Labuan ตั้งแต่ต้นปี 2026(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/anka-uav-3.html)

บริษัท Turkish Aerospace ตุรกีได้เริ่มต้นการบินทดสอบต่างๆของอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV จากฐานทัพอากาศ Labuan ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2026 ในฐานะส่วนหนึ่งของการเตรียมการส่งมอบแก่กองทัพอากาศมาเลเซีย
Anka เป็นอากาศยานไร้คนขับเพดานบินปานกลางระยะทำการนาน(MALE UAV: Medium-Altitude, Long-Endurance Unmanned Aerial Vehicle) ที่พัฒนาโดย Turkish Aerospace ตุรกี

ระบบอากาศยานไร้คนขับ Anka มีความเร็วระดับสูงสุดที่ 140knots, น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 1,700kg, รัศมีการปฏิบัติการที่ 135nmi และทำการบินได้นาน 30ชั่วโมง
ในรูปแบบ Anka-S ได้รวมถึงการติดตั้งระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม SATCOM(Satellite Communication), การสื่อสารเข้ารหัส, และระบบตรวจจับ EO/IR(Electro-Optic/Infrared) ตามข้อมูลจาก Janes ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569

มาเลเซียจะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR จาก KNDS ฝรั่งเศส 18ระบบ

Malaysia to acquire 18 CAESAR SPHs from KNDS





A 6x6 CAESAR SPH is displayed at Eurosatory 2026. (Basile Dobouis / Kenzo Tribouillard / Bloomberg via Getty Images)

กระทรวงกลาโหมมาเลเซียจะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางบนรถยนต์บรรทุก CAESAR SPH(Self-Propelled Howitzer) ขนาด 155mm/52calibre จำนวน 18ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/caesar-6x6-12.html
บริษัท KNDS ฝรั่งเศสกล่าวสอดคล้องกับการจัดงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่ศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026

ในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 บริษัท KNDS กล่าวว่าปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR 155mm/52cal จะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพมาเลเซีย(MAF: Malaysian Armed Forces, ATM: Angkatan Tentera Malaysia)
และจะได้รับการซ่อมบำรุงในประเทศโดยบริษัท Advance Defense Systems(ADS) มาเลเซีย สัญญารวมถึงข้อตกลงสิทธิบัตรครอบคลุมการถ่ายทอดวิทยาการและการประกอบในมาเลเซีย

KNDS ฝรั่งเศสไม่ได้เปิดเผยคุณลักษณะต่างๆ, มูลค่าของวงเงินสัญญา, หรือกำหนดการส่งมอบต่างๆของระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR 155mm/52cal  SPH(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/caesar-mkii-109.html)
"การสั่งซื้อปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR จำนวน 18ระบบของมาเลเซียในรูปแบบการจัดกำลังหนึ่งกรมมีส่วนโดยตรงต่อการเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพมาเลเซีย" บริษัท KNDS กล่าว

"ผ่านโครงการการถ่ายทอดองค์ความรู้และการจัดตั้งอุตสาหกรรมขั้นก้าวหน้าภายในประเทศกับ ADS มาเลเซีย สัญญานี้ยังสอดคล้องกับนโยบายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแห่งชาติ(NDIP: National Defence Industry Policy) ของมาเลเซีย
ซึ่งมุ่งเป้าที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เป็นอิสระ, ยั่งยืน, และมีความยืดหยุ่น" คำสั่งจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ของมาเลเซียมีขึ้นหลังการจัดหาระบบปืนใหญ่จากฝรั่งเศสก่อนหน้า

ตามการส่งมอบปืนใหญ่ลากจูง LG1 Mk III ขนาด 105mm จำนวน 18กระบอกโดย ADS มาเลเซียและบริษัท Nexter ฝรั่งเศสแก่กรมทหารปืนใหญ่ที่1(1st Royal Artillery Regiment, RAD: Rejimen Artileri DiRaja), กองทัพบกมาเลเซีย(Malaysian Army, Tentera Darat Malaysia) 
ในเดือนมีนาคม 2022 ณ เวลานั้น ADS มาเลเซียและ Nexter ฝรั่งเศสซึ่งตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ KNDS ฝรั่งเศสแล้วได้ระบุแผนที่จะมีความร่วมมือเกี่ยวกับการเสนอปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR SPH สำหรับมาเลเซีย

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR มีขีดความสามารถในการยิงต่อเนื่อง 6นัดภายในเวลาหนึ่งนาทีที่ระยะยิงไกลราว 40km โดยการใช้กระสุนปืนใหญ่ 155mm ตามแบบและสามารถเตรียมเดินย้ายที่ตั้งใหม่ภายในเวลาประมาณ 2.5นาทีหลังทำการยิง
ระยะยิงสามารถเพิ่มขยายเป็นไกลเกิน 55mm โดยการใช้กระสุนจรวดช่วย RAP(Rocket-Assisted Projectile) ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR มีพร้อมในรูปแบบบนรถยนต์บรรทุก 6x6 และ 8x8 บริษัท KNDS ไม่ได้ตอบสนองต่อการสอบถามจาก Janes ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่ครับ

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

John Cockerill เบลเยียมและ Arquus ฝรั่งเศสเปิดตัวรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6

Eurosatory 2026: John Cockerill and Arquus debut Fenris fire support vehicle



John Cockerill and its subsidiary Arquus presented their Fenris AFV equipped with an unmanned-variant of Cockerill's 3105 turret. (Guillaume Baptiste / Bloomberg via Getty Images)

บริษัท John Cockeril เบลเยียม และบริษัทย่อยในเครือของตน บริษัท Arquus ฝรั่งเศสได้เปิดตัวรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6(FSV: Fire Support Vehicle) แบบใหม่ของพวกตน
ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่จัดขึ้นศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026

รถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6 เป็นผลลัพธ์ของการบูรณาการป้อมปืนใหญ่รถถัง Cockerill 3105 เข้ากับระบบรถรบหุ้มเกราะล้อยาง Jaguar 6x6(AFV: Armoured Fighting Vehicle)
ระบบพื้นฐานยังคงโครงสร้างเช่นเดียวกับรถรบหุ้มเกราะ Jaguar 6x6 รวมถึงระบบส่งกำลัง(drivetrain) โดยมีเพียงการปรับปรุงความทันสมัยเพียงส่วนน้อยถูกนำมาใช้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อความสวยงามต่างๆอย่างเช่นชุดไฟหน้าใหม่

Janes ประเมินว่าขณะที่ระบบรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6 น่าจะมีขนาดที่หนักกว่ารถเกราะล้อยาง Jaguar 6x6 ที่เป็นพื้นฐานเนื่องจากการติดตั้งอาวุธขนาดใหญ่ขึ้น รถน่าจะยังคงคุณลักษณะความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่เช่นเดียวกันเป็นส่วนใหญ่
ป้อมปืนที่ถูกนำมาใช้คือป้อมปืนใหญ่รถถัง John Cockerill 3105 ที่ติดตั้งปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm ซึ่งมีพร้อมทั้งในรูปแบบมีกำลังพลประจำป้อมและแบบไร้กำลังพบประจำป้อม

การขาดช่องมอง, กล้องตาเรือ หรือฝาปิดเปิดเข้าออกตัวป้อมปืนของกำลังพลต่างๆที่พบเห็นได้บ่งชี้ว่าบริษัท John Cockeril ได้เลือกติดตั้งป้อมปืนในรูปแบบไร้พลประจำป้อมสำหรับรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6 ที่จัดแสดงในงาน Eurosatory 2026
ณ การแถลงต่อสื่อที่จัดขึ้นระหว่างการเปิดตัว ผู้อำนวยการบริหาร John Cockeril เบลเยียม Jean‑Luc Maurange กล่าวว่าความขัดแย้งในยูเครนได้เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนต่างๆที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนารถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6

Maurange เน้นย้ำความต้องการสำหรับระบบรถรบหุ้มเกราะที่มีความคล่องแคล่วในการดำเนินกลยุทธ์สูงด้วยความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ปฏิบัติการที่แข็งแกร่ง อย่างที่เห็นในรถรบหุ้มเกราะล้อยาง Jaguar 6x6
ผสมผสานกับขีดความสามารถอำนาจการยิงในการโจมตีเป้าหมายที่กำบังแข็งแรงและยานเกราะต่างๆในระยะยิง เขายังกล่าวว่าบริษัท John Cockeril มุ่งเป้าที่จะเสนอกรอบระยะเวลาการส่งมอบภายในระยะเวลา 16เดือนระหว่างการสั่งซื้อและการส่งมอบรถชุดแรก

ก่อนหน้านี้ John Cockeril เบลเยียมได้ทดสอบการติดตั้งป้อมปืนใหญ่รถถัง Cockerill 3105 เข้ากับระบบรถรบทหารราบสายพาน Lynx KF41 IFV(Infantry Fighting Vehicle)(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lynx-ifv-4-21.html)
และเข้ากับระบบรถแคร่ฐานของรถถังหลัก Leopard 1 MBT(Main Battle Tank)(https://aagth1.blogspot.com/2020/04/blog-post_2.html) ในภาคสนามเพื่อนำเสนอแก่ยูเครนครับ