วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

Leonardo อิตาลีได้รับสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 F Block 20 แก่อินโดนีเซีย 12เครื่อง

Farnborough 2026: Leonardo secures Indonesian M-346 contract



Indonesia seeks 12 Leonardo M-346 F Block 20 trainer and light combat aircraft to replace its ageing BAE Systems Hawk aircraft. (Leonardo, Tim Robinson, Bloomberg via Getty Images)




AW149 helicopter was displayed at the Farnborough International Airshow 2026. (Leonardo)



บริษัท Leonardo อิตาลี และบริษัท PT E-System Solutions (ESS) อินโดนีเซียได้ลงนามสัญญาที่ส่งมอบเครื่องบินขับไล่และฝึกอเนกประสงค์ Leonardo M-346 F Master Block 20 จำนวน 12เครื่องแก่กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย
สัญญาได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2026 ณ งานแสดงการบินนานชาติ Farnborough International Airshow 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 กรกฎาคม 2026 ในสหราชอาณาจักร

สัญญาล่าสุดมีขึ้นตามการลงนามลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LoI: Letter of Intent) บริษัท Leonardo และบริษัท PT ESS และกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/m-346-f-block-20.html)
สัญญาที่ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าวงเงินมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตรงความต้องการการฝึกต่างๆของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) ตามข้อมูลจาก Leonardo อิตาลี

สัญญายังรวมถึงแผนที่จัดตั้งขีดความสามารถการสนับสนุนภายในอินโดนีเซีย, การซ่อมบำรุง, ซ่อมแก้ และซ่อมทำใหญ่(MRO: Maintenance, Repair and Overhaul) และการฝึก ควบคู่ไปกับการริเริ่มการพัฒนาบุคลากร Leonardo อิตาลีเสริม
แยกออกไปต่างหาก Leonardo อิตาลีและ ESS อินโดนีเซียได้ลงนาม LoI ในงานแสดง Farnborough Airshow 2026 ครอบคลุมความเป็นไปได้ที่ส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล AW149 แก่กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)

การส่งมอบเครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 F แก่อินโดนีเซียน่าจะเริ่มต้นในปี 2030 บริษัท Leonardo กล่าว สัญญาจะเป็นการมาตรฐาน Block 20 ใหม่มาในเอเชียตามการนำมาใช้ในชาติยุโรปและอเมริกาเหนือแล้ว Leonardo อิตาลีเสริม
ไม่เหมือนกับเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา M-346 รุ่นที่เก่ากว่า เครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 F Block 20 ได้รับการติดตั้งด้วยเครือข่าย Link 16 datalink และจอแสดงผลขนาดใหญ่(LAD: Large Area Display) ในห้องนักบิน

เครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 F Block 20 ยังนำ AESA(Active Electronically Scanned Array) radar, หน่วยส่วนติดต่อระบบอาวุธที่มีขีดความสามารถการบริหารจัดการระบบอาวุธต่างๆที่แตกต่างกันได้ 
และระบบอาวุธต่างๆเพิ่มเติมสำหรับการปฏิบัติการอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้นต่างๆ ตามข้อมูลจาก Leonardo(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/m-346fa-12.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/01/m-346fa-12.html)

เครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 F Block 20 ยังมีคุณลักษณะบูรณาการระบบการฝึกการบินขั้นก้าวหน้า รวมถึงระบบการฝึกภาคพื้นดิน(GBTS: Ground Based Training System) ซึ่งผสมผสานสถานการณ์จำลองต่างๆกับการบินจริงต่างๆด้วยการเข้าถึงการฝึกจริง, เสมือน, และสร้างขึ้น(LVC: Live, Virtual and Constructive)
กองทัพอากาศอินโดนีเซียมองเครื่องบินขับไล่และฝึก M-346 F Block 20 จำนวน 12เครื่องเพื่อทดแทนเครื่องบินโจมตีเบา BAE Systems Hawk 209 และและเครื่องบินฝึกไอพ่น BAE Systems Hawk 109 ที่มีอายุการใช้งานมานานของตนโดยเข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 1996 ครับ

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต GCAP เตรียมเดินหน้าสู่การทดสอบภาคพื้นดินเครื่องยนต์ระบบสาธิต

Farnborough 2026: GCAP engine consortium progresses towards ground-testing powerplant demonstrator





A full scale mock-up of the GCAP was displayed at the Farnborough International Airshow 2026. The consortium responsible for delivering the powerplant has reported good progress towards the commencement of demonstrator ground trials. (Tim Robinson, Bloomberg via Getty Images)



กลุ่มกิจการค้าร่วม(consortium)ที่รับผิดชอบด้านการส่งมอบระบบขับเคลื่อนสำหรับโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก(GCAP: Global Combat Air Programme) กำลังมีความคืบหน้าการเดินหน้าสู่การเริ่มต้นดำเนินการทดสอบภาคพื้นดินต่างๆของเครื่องยนต์ระบบสาธิต

หุ้นส่วนของบริษัท Avio Aero อิตาลี, บริษัท IHI Corporation ญี่ปุ่น, และบริษัท Rolls-Royce สหราชอาณาจักรได้ประกาศความคืบหน้าของตน ณ งานแสดงการบินนานชาติ Farnborough International Airshow 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 กรกฎาคม 2026
"การพัฒนาวิทยาการมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง กลุ่มกิจการค้าร่วมได้เดินหน้าโครงการไปสู่การอนุมัติขั้นสุดท้ายของการออกแบบระบบสาธิตเครื่องยนต์สายศูนย์กลางใหม่ทั้งหมด ด้วยความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องของการผลิตชิ้นส่วนประกอบ"

"การทดสอบชิ้นส่วนประกอบอัตราส่วนย่อขนาดมากกว่า 100รายการได้เสร็จสิ้นแล้วจนถึงตอนนี้ ทำให้กลุ่มกิจการค้าร่วมเข้าใกล้การเดินหน้าการทดสอบภาคพื้นดินเครื่องยนต์ระบบสาธิตที่ได้รับการพัฒนาระดับไตรภาคี
ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลที่สำคัญเพื่อทำความความเข้าใจและทำให้เป็นรูปเป็นร่างของการออกแบบและการพัฒนาของระบบขับเคลื่อนและเต็มกำลังขับสำหรับโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP" กลุ่มกิจการค้าร่วมกล่าว

เครื่องยนต์ระบบสาธิตมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงของโครงการที่หลากหลาย แสดงถึงความพร้อมสมบูรณ์ของนวัตกรรรมทางวิทยาการและการบูรณาการสาถาปัตยากรรม 
ขณะเดียวกันเป็นกลไกเพื่อทดสอบและคัดกรองกระบวนการต่างๆ, เครื่องมือและวิธีการต่างๆของการทำงาน, ซึ่งทั้งหมดจะมีส่วนทำให้ให้วงรอบการออกแบบและพัฒนาสั้นลงสำหรับโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP

ตามที่เน้นในการประกาศ กลุ่มกิจการค้าร่วมระบบขับเคลื่อนไม่เพียงแค่เกี่ยวช้องกับการพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่สำหรับโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP เท่านั้น แต่ยังกับการสร้างพลังงานที่เพิ่มขึ้นที่จำเป็นสำหรับระบบตรวจจับและระบบต่างๆของเครื่องบินด้วย
"เราไม่เพียงแค่สร้างแรงขับ เรากำลังสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าบินได้ที่สามารถจัดการภาระทางไฟฟ้าและความร้อนที่ไม่เคยมีมาก่อนที่จำเป็นต้องใช้งานโดยระบบตรวจจับและระบบอาวุธยุคอนาคตต่างๆ" การประกาศกล่าว

Edgewing กิจการค้าร่วมทางอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบสำหรับการส่งมอบโครงการในนามของชาติหุ้นส่วนต่างๆ อิตาลี ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักรได้รับการประกาศสัญญาวงเงิน 4.6 billion British Pound($6.1 billion) แล้วเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2026
โครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP เป็นความพยายามการทำงานร่วมกันที่จะเร่งการวางกำลัง 'เครื่องบินขับไล่ยุคที่หก' ภายในกลางปี 2030s ที่ได้รับการสนับสนุนด้วยระบบอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี' Loyal Wingman และส่วนประกอบเสริมอื่นๆที่จะได้รับการพัฒนาในระดับชาติครับ

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor ของอังกฤษจะไม่ได้รับการปรับปรุงครึ่งอายุ MLU

UK Meteor missile will not receive MLU, Skynet 6 wideband satellites not cancelled





A Eurofighter EF-2000 mock-up and MBDA Meteor BVRAAM missile at the Farnborough International Airshow 2026. (Airbus, Tim Robinson, Bloomberg via Getty Images)

รายละเอียดต่างๆได้ปรากฏขึ้นเกี่ยวกับการตัดสินใจต่างๆในแผนการลงทุนกลาโหม(DIP: Defence Investment Plan) ของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026
ขณะที่กำลังเดินหน้าที่จะดำรงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) แบบ MBDA Meteor ของตนไปจนถึงปี 2040s

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรจะไม่นำระบบอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor เข้ารับการปรับปรุงครึ่งอายุ(MLU: Mid-Life Upgrade) ที่มีการวางแผนไว้ก่อนหน้า
แหล่งข่าวในภาคกลาโหมกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม 2026 อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor จะยังคงทำการผลิตโดยบริษัท MBDA ยุโรป แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกล่าวเมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2026

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor จะถูกทดแทนด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตายุคอนาคต(F-BVRAAM: Future Beyond Visual Range Air-to-Air Missile)
ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการระบบตัวทำลายเพื่อการครองอากาศยุคอนาคต(FASE: Future Air Superiority Effectors) แหล่งข่าวในภาคกลาโหมกล่าวเมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2026

ขณะที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในแผนการลงทุนกลาโหม DIP 2026 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2025 รัฐมนตรีช่วยกลาโหมด้านความพร้อมและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ Luke Pollard ในขณะนั้น
กล่าวในการตอบคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรต่อรัฐสภาสหราชอาณาจักรว่า "โครงการตัวทำลายเพื่อการครองอากาศยุคอนาคต FASE ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นก่อนการเตรียมแนวคิด และงานกำลังดำเนินการเชิงรุกเพื่อจัดตั้งขั้นแนวคิด"

การตัดสินใจเกี่ยวการทำการปรับปรุงครึ่งอายุ MLU แก่อาวุธปล่อยนำวิถี Meteor ไม่ได้เป็นการเลิกการลงทุนด้านขีดความสามารถ แต่เป็นการเปลี่ยนการมุ่งความสนใจสำหรับอนาคต แหล่งข่าวในภาคกลาโหมกล่าวโดยเสริมว่า
ระบบอาวุธยุคอนาคต FASE ไม่ได้เป็นเพื่อการพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีเฉพาะแบบ แต่เพื่อพัฒนาตระกูลระบบอาวุธต่างๆที่ครบสมบูรณ์เพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามต่างๆในอนาคต อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวต่างยืนยันว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ F-BVRAAM เป็นแง่มุมหนึ่งของ FASE

Meteor เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา BVRAAM ระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ ramjet, ทำงานได้ทุกกาลอากาศ, โจมตีเป้าหมายได้ทุกมุม(all‐aspect) 
ได้รับการพัฒนาโดยความพยายามทางอุตสาหกรรมทั่วทั้งยุโรปเพื่อทดแทนอาวุธปล่อยนำวิถี BVRAAM ที่มีอยู่อย่างเช่น AIM‐120 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile) สหรัฐฯ

ในปี 2024 สหราชอาณาจักร และห้าประเทศหุ้นส่วนคือ ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน, และสวีเดนได้กำลังประเมินความเป็นไปได้ในการปรับปรุงครึ่งอายุ MLU อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/meteor-mlu-2024.html)
ปัจจุบันกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) ติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor กับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/typhoon-apkws-c-uas.html) แล้ว 

และเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II ในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/f-35b-48.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/12/f-35a-meteor.html)
MBDA ยุโรปได้เข้าร่วมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของตนรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor ณ งานแสดงการบินนานชาติ Farnborough International Airshow 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 กรกฎาคม 2026 ครับ

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

อังกฤษขายเครื่องบินโจมตี Jaguar ที่ปลดประจำการแล้ว 9เครื่องแก่อินเดีย

UK government sells retired Jaguars to India





Indian Air Force (IAF) SEPECAT Jaguar M(I) combat aircraft. The M(I) variant entered IAF service in 1986. (Indian Air Force)

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้ดำเนินการส่งมอบโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ของเครื่องบินโจมตี SEPECAT Jaguar ที่ปลดประจำการไปแล้วแก่กองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force)
ตามการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินโจมตี Jaguar ที่เคยประจำการในกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) เหล่านี้โดยรัฐบาลอินเดียในนครหลวง New Delhi โฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรยืนยันกับ Janes

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรได้ขายเครื่องบินโจมตี Jaguar จำนวน 9เครื่องแก่รัฐบาลอินเดีย โฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรกล่าวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2026 ว่า "เครื่องบินเหล่านี้ประกอบด้วย
เครื่องบินโจมตีที่นั่งเดี่ยว Jaguar GR 3/3A และเครื่องบินโจมตีฝึกสองที่นั่ง Jaguar T4 ผสมกันจากฝูงบินที่ปลดประจำการแล้วของสหราชอาณาจักร เครื่องบินเหล่านี้ไม่อยู่ในสถานะมีความสมควรเดินอากาศ(airworthy)" โฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรเสริม

ขณะที่กองทัพอากาศอินเดียไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดหา ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่ เครื่องบินโจมตี Jaguar เหล่านี้น่าจะถูกใช้เพื่อเป็นอะไหล่สำหรับสนับสนุนฝูงเครื่องบินโจมตี Jaguar ที่มีอยู่ของกองทัพอากาศอินเดีย
ตามข้อมูลรายการอาวุธยุทโธปกรณ์ของ Janes กองทัพอากาศอินเดียมีประจำการด้วยเครื่องบินโจมตีทางทะเลที่นั่งเดี่ยว Jaguar M(I) จำนวน 11เครื่อง, เครื่องบินโจมตีทางลึกที่นั่งเดี่ยว Jaguar S(I) จำนวน 89เครื่อง, และเครื่องบินโจมตีฝึกสองที่นั่ง Jaguar B(I) จำนวน 25เครื่อง

ในการตอบคำถามอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรต่อรัฐสภาสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 25 มิถุยายน 2026 รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร Luke Pollard กล่าวว่า เครื่องบินโจมตี Jaguar จำนวน 9เครื่องได้ถูกส่งมอบให้แก่อินเดียตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026
ประกอบด้วยเครื่องบินโจมตีที่นั่งเดี่ยว Jaguar GR 3/3A จำนวน 5เครื่อง และเครื่องบินโจมตีฝึกสองที่นั่ง Jaguar T4 จำนวน 4เครื่อง เขาเสริมว่ากระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรยังคงครอบครองเครื่องบินโจมตี Jaguar ที่ปลดประจำการแล้วจำนวน 42เครื่อง

รัฐบาลสหราชอาณาจักรไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของการขายเครื่องบินโจมตี Jaguar ที่ปลดประจำการแล้วแก่อินเดีย ตามข้อมูลจากโฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร "กิจกรรมการส่งมอบ(แก่อินเดีย)ปัจจุบันกำลังดำเนินอยู่
เครื่องบินโจมตี Jaguar จำนวนหนึ่งได้ถูกส่งมอบให้แก่อินเดียแล้ว โดยเครื่องบินที่เหลืออยู่คาดว่าจะถูกถอดแยกชิ้นส่วน(dismantled), รวบรวมและจัดส่งไปในอีกหลายเดือนข้างหน้าที่จะมาถึง" โฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรเสริม

ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Air Forces กองทัพอากาศอินเดียเป็นผู้ใช้งานรายสุดท้ายของโลกสำหรับเครื่องบินโจมตี Jaguar โดยประเทศผู้ผลิตคือสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส และผู้ใช้ส่งออกรายอื่นคือ โอมาน, เอกวาดอร์ และไนจีเรียได้ปลดประจำการลงไปหมดแล้ว
อินเดียได้สั่งจัดหาเครื่องบินโจมตี Jaguar จำนวน 40เครื่องที่ผลิตในโรงงานอากาศยาน Warton แคว้น England และจำนวน 120เครื่องที่ผลิตภายใต้สิทธิบัตรโดย Hindustan Aeronautics Limited(HAL) รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตอากาศยานของอินเดีย โดยถูกนำเข้าประจำการตั้งแต่ปี 1981 จนถึงปี 2008 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์เสร็จสิ้นการฝึกผสม AIR THAISING 2026




















The Royal Thai Air Force (RTAF) and the Republic of Singapore Air Force (RSAF) concluded the exercise AIR THAISING 2026 at Wing 23 Udon Thani RTAF base, Thailand from 6-16 July 2026. 
the bilateral exercise AIR THAISING 2025 participated with RTAF Beechcraft AT-6TH Wolverine light attack aircrafts of 411th Squadron, Wing 41 Chiang Mai; Dornier Alpha Jet TH of 231st Squadron, Wing 23; and RSAF Lockheed Martin F-16C/D/D+ Block 52 Fighting Falcon. (Royal Thai Air Force)

พิธีเปิดการฝึกผสม AIR THAISING 2026
วันอังคารที่ 7 กรกฏาคม 2569  นาวาอากาศเอก ปิยศักดิ์  สุเมตติกุล ผู้อำนวยการกองฝึกร่วมและผสม สำนักการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ฝ่ายกองทัพอากาศ 
พร้อมด้วย SLTC Goh Seow Hong ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ฝ่ายกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ณ ห้องสิงห์ทอง หอประชุม กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
การฝึกผสม AIR THAISING เป็นการฝึกผสมร่วมกันระหว่างกองทัพอากาศไทย และกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งดำเนินการฝึกครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 จนถึงปัจจุบัน  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระชับระดับความร่วมมือทางทหาร และเชื่อมความสัมพันธ์อันดีที่มีด้วยกันมาอย่างยาวนานกองทัพอากาศทั้งสองชาติ 
การฝึกผสมในครั้งนี้ มุ่งเน้นการฝึกในภารกิจการโจมตีเป้าหมายภาคพื้น (Air-to-Surface Mission) ร่วมกับชุดควบคุมการรบของ ทอ. (Combat Control Team : CCT) โดยได้มีการอบรมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในมิติที่หลากหลาย อาทิ เช่น 
ภารกิจการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด (Close Air Support) ภารกิจการโจมตีเป้าหมายเร่งด่วน (Dynamic Targeting) และ แนวคิดการต่อต้านอาวุธต่อสู้อากาศยาน (Counter Ground Base Air Defense) เพื่อเตรียมความพร้อมตอบสนองกับภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวไทย  และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของกองทัพอากาศทั้ง 2 ประเทศ
สำหรับการฝึก AIR THAISING 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-16 กรกฎาคม 2569 ณ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี

การฝึกผสม AIR THAISING 2026
การฝึกผสม AIR THAISING เป็นการฝึกประกอบกำลังทางอากาศ ระหว่างกองทัพอากาศไทย (Royal Thai Air Force: RTAF) และกองทัพอากาศสาธารณะรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore Air Force: RSAF) ณ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี ระหว่าง วันที่ 6 - 16 กรกฎาคม 2569
โดยการฝึกในครั้งนี้เน้นการฝึกในภารกิจการโจมตีเป้าหมายภาคพื้น (Air-to-Surface Mission) ร่วมกับชุดควบคุมการรบของ ทอ. (CCT) โดยได้มีการอบรมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในมิติที่หลากหลาย อาทิ เช่น 
ภารกิจการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด (Close Air Support) ภารกิจการโจมตีเป้าหมายเร่งด่วน (Dynamic Targeting) และ แนวคิดการต่อต้านอาวุธต่อสู้อากาศยาน (Counter Ground Base Air Defense) เพื่อเตรียมความพร้อมตอบสนองกับภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวไทย  และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของกองทัพอากาศทั้ง 2 ประเทศ 
นอกเหนือจากการฝึก ทางกองทัพอากาศ ยังได้จัดกิจกรรมกีฬาฟุตบอลสัมพันธ์ AIR THAISING 2026 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม กองบิน 23 โดยมีกำลังพลของทั้งสองประเทศเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อสร้างความคุ้นเคยและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักบินและเจ้าหน้าที่สนับสนุนของทั้งสองประเทศ

มิตรภาพดี ๆ บนฟ้า มาพร้อมการฝึกที่เข้มข้น
AIR THAISING 2026 บินเคียงข้าง พร้อมร่วมปฏิบัติทุกภารกิจ
กองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ร่วมฝึกผสม AIR THAISING 2026 โดยมุ่งเน้นภารกิจโจมตีเป้าหมายภาคพื้น (Air-to-Surface Mission) ร่วมกับชุดควบคุมการรบของกองทัพอากาศ (Combat Control Team: CCT) ครอบคลุมการฝึกที่สำคัญ ได้แก่
การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support : CAS)
การโจมตีเป้าหมายเร่งด่วน (Time Sensitive Target : TST)
การทำลายการป้องกันทางอากาศของข้าศึก (Destruction of Enemy Air Defense : DEAD)
การกดดันการป้องกันทางอากาศของข้าศึก (Suppression of Enemy Air Defense : SEAD)
การฝึกครั้งนี้มุ่งพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม ทั้งการปฏิบัติภารกิจทางอากาศและการประสานงานกับกำลังภาคพื้น เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการปกป้องประเทศ พร้อมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอากาศทั้งสองชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ตาบนพื้น ปีกบนฟ้า ภารกิจเดียวกัน
CCT เชื่อมโยงข้อมูลจากภาคพื้นสู่ AT-6TH เพื่อสนับสนุนภารกิจทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
AT-6TH ฝึกปฏิบัติร่วมกับชุดควบคุมการรบ (Combat Control Team: CCT) ในการฝึกผสม AIR THAISING 2026 โดยประสานข้อมูลเป้าหมายภาคพื้น เพื่อสนับสนุนการเข้าปฏิบัติและโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ
การฝึกครั้งนี้ กองทัพอากาศมุ่งพัฒนาขีดความสามารถด้านการส่งต่อข้อมูลเป้าหมาย การประสานการปฏิบัติระหว่างกำลังทางอากาศและกำลังภาคพื้น ตลอดจนเพิ่มความแม่นยำในการสนับสนุนภารกิจอย่างเป็นระบบ
"CCT คือ ผู้ที่เข้าใกล้เป้าหมายมากที่สุด 
เพื่อความแม่นยำของข้อมูล และความสำเร็จของภารกิจ"

พิธีปิดการฝึกผสม AIR THAISING 2026
นาวาอากาศเอก ปิยศักดิ์  สุเมตติกุล ผู้อำนวยการ กองฝึกร่วมและผสม สำนักการฝึก กรมยุทธการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม AIR THAISING 2026 พร้อมด้วย SLTC Goh Seow Hong ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ฝ่ายกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประธานร่วมในพิธีปิดการฝึกผสม AIR THAISING 2026  
โดยมีนักบิน จนท.ชุดควบคุมการรบ CCT และกำลังพลของทั้งสองประเทศ เข้าร่วมพิธีฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
การฝึกผสม AIR THAISING 2026 เป็นการฝึกผสมร่วมกันระหว่างกองทัพอากาศไทย และกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งดำเนินการฝึกครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 จนถึงปัจจุบัน  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระชับระดับความร่วมมือทางทหาร และเชื่อมความสัมพันธ์อันดีที่มีด้วยกันมาอย่างยาวนานกองทัพอากาศทั้งสองชาติ 
การฝึกผสมในครั้งนี้ มุ่งเน้นการฝึกในภารกิจการโจมตีเป้าหมายภาคพื้น (Air-to-Surface Mission) ร่วมกับชุดควบคุมการรบของ ทอ. (Combat Control Team : CCT) โดยได้มีการอบรมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในมิติที่หลากหลาย อาทิ เช่น 
ภารกิจการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด (Close Air Support) ภารกิจการโจมตีเป้าหมายเร่งด่วน (Dynamic Targeting) และ แนวคิดการต่อต้านอาวุธต่อสู้อากาศยาน (Counter Ground Base Air Defense) เพื่อเตรียมความพร้อมตอบสนองกับภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวไทย  และแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของกองทัพอากาศทั้ง 2 ประเทศ

กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) และกองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ได้เสร็จสิ้นการฝึกผสมทางอากาศ AIR THAISING 2026 ระหว่างวันที่ ๖-๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ณ กองบิน๒๓ อุดรธานี โดยพิธิเปิดการฝึกมีขึ้นเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙ และพิธีปิดเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙
การฝึกระดับทวิภาคีระหว่างกองทัพอากาศไทยและและกองทัพอากาศสิงคโปร์ที่ได้กลับมาจัดการฝึกอีกครั้งหลังยุติไปเมื่อเริ่มการฝึกผสมไตรภาคี Cope Tiger ครั้งแรกระหว่างไทย, สิงคโปร์ และกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ในปี พ.ศ.๒๕๓๙(1996) หลังการฝึกผสม Cope Tiger 2026 ล่าสุดระหว่างวันที่ ๑๕-๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/cope-tiger-2026.html)

เป็นครั้งที่สองที่กองทัพอากาศไทยได้นำเครื่องบินโจมตีแบบที่๘ บ.จ.๘ Beechcraft AT-6TH Wolverine ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ เชียงใหม่ เข้าร่วมการฝึกผสม AIR THAISING 2026 หลังจากที่เข้าร่วมครั้งแรกในการฝึกผสม AIR THAISING 2025 ที่ดำเนินในระหว่างวันที่ ๑๔-๒๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/at-6th-air-thaising-2025.html)
และได้นำเครื่องบินโจมตีแบบที่๗ บ.จ.๗ Dornier Alpha Jet TH ฝูงบิน๒๓๑ กองบิน ๒๓ เข้าร่วมการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ในปีนี้ด้วย ขณะที่กองทัพอากาศสิงคโปร์ได้นำเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16C/D Block 52 Fighting Falcon ฝูงบิน143(143 Squadron) และฝูงบิน145(145 Squadron) ของตนเข้าร่วมการฝึก(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/elta-ecm-f-16d-block-52.html)

ซึ่งการฝึกผสม AIR THAISING 2026 ในปีนี้มุ่งเน้นที่ภารกิจการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นร่วมกับชุดควบคุมการรบ(CCT: Combat Control Team) จาก กรมปฏิบัติการพิเศษ อากาศโยธิน ปพ.อย.(SOR: Special Operations Regiment, SFC: Security Force Command) กองทัพอากาศไทย โดยทำการฝึก ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
นอกจาการฝึกภายในประเทศไทยที่เสร็จสิ้นลงไปแล้ว กองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสิงคโปร์ยังได้เข้าร่วมการฝึกผสมทางอากาศนานาชาติ Pitch Black 2026 ที่ออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ ๒๐ กรกฎาคม-๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ นี่ด้วย ซึ่งปีนี้กองทัพอากาศไทยส่งเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก บ.ข.๑๙/ก F-16AM/BM EMLU ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ ตาคลีเข้าร่วมการฝึกที่จัดขึ้นทุกสองปีออสเตรเลียครับ

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ออสเตรเลียฝึกยิงอาวุธด้วยกระสุนจริงครั้งแรก

Australian Apaches conduct first live-fire exercise





An Australian AH-64E Apache from the 1st Aviation Regiment conducts gunnery activities during Exercise ‘Possum Guns' at Townsville Field Training Area in July 2026. (Commonwealth of Australia/Sgt Samuel Miller)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache ที่ปฏิบัติการโดยกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) ได้ดำเนินการฝึกการยิงอาวุธด้วยกระสุนจริงเป็นครั้งแรกในออสเตรเลีย 
กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ระหว่างการฝึกรหัส Possum Guns ในพื้นที่สนามฝึก Townsville เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ได้ดำเนินการ

"ปฏิบัติภารกิจต่างๆที่สาธิตระบบอาวุธต่างๆที่หลากหลายของเฮลิคอปเตอร์โจมตีต่อเป้าหมายจำลองต่างๆ รวมถึงปืนใหญ่อากาศ 30mm, จรวดอากาศสู่พื้น, และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Hellfire" กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าว
ผู้บัญชาการกองการบินกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army Aviation) พลตรี David Hafner อธิบายการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงในฐานะ "ก้าวย่างในการทำให้สมบูรณ์ของขีดความสามารถเฮลิคอปเตอร์โจมตีของกองทัพบกออสเตรเลีย"

"การฝึกยิงด้วยกระสุนจริงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของการเตรียมการกำลังพลทางการบินของเราสำหรับการปฏิบัติการต่างๆ การปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอในออสเตรเลียช่วยดำรงความชำนาญระดับสูงที่จำเป็นต่อการปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ
นักบิน, ช่างอากาศยาน และกำลังพลสนับสนุนของเราขณะนี้จะดำเนินการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงตามวงรอบและเดินหน้าการบูรณาการขีดความสามารถขั้นก้าวหน้าต่างๆของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache เข้าสู่การปฏิบัติการกองกำลังร่วมต่างๆ" พลตรี Hafner กล่าวเสริม

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวว่าการฝึก Possum Guns "ทำให้นักบิน, ช่างอากาศยาน และกำลังพลสนับสนุนจะพัฒนาและทดสอบขั้นตอนการทำงานที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยในการฝึก, การดำรงสภาพ, และการวางกำลัง" ฝูงบิน ฮ.โจมตี Apache
พันโท Jason Perrins ผู้บังคับการกรมบินที่1(1st Aviation Regiment) กล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache "เป็นก้าวย่างไปอีกขั้นจากสิ่งที่กองทัพบกออสเตรเลียเคยมีในอดีต"(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/1-ah-64e-apache.html)

"เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ทำให้เราสามารถที่จะพิสูจน์ทราบเป้าหมายต่างๆได้ไกลมากขึ้นด้วยการกวาดค้นหาของระบบตรวจจับ, ด้วยการวางกำลังระบบอาวุธต่างๆที่หลากหลายที่ยังโจมตีได้ไกลขึ้น"
ในเดือนมิถุนายน 2026  พันโท Perrins กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ทำให้นักบินได้รับการมอบด้วย "การหยั่งรู้สถานการณ์ที่มากขึ้นต่อกำลังรบบูรณาการที่ไม่สามารถทำได้โดยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH" ที่กำลังถูกทดแทน

กองทัพบกออสเตรเลียกำลังจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ทั้งหมดจำนวน 29เครื่องเพื่อที่จะทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Airbus Helicopters Tiger ARH(Armed Reconnaissance Helicopter) ของตน
บริษัท Boeing สหรัฐฯกำลังอยู่ระหว่างการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ที่ตนผลิตแก่กองทัพบกออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/boeing-ah-64e-apache-29.html) โดยมีกำหนดจะถูกส่งมอบครบภายในปี 2029 ครับ