วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569

ยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 กองทัพบกไทยสาธิตระบบอำนวยการรบ BMS ในพิธีปิดการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026
















Combined Arms Live-Fire Exercise (CALFEX) and Closing Ceremony for the exercise Cobra Gold 2026 at First Army Area, Royal Thai Army (RTA)'s artillery range Baan Deelang, Phatthana Nikhom District in Lopburi Province, Thailand, on 6 March 2026. (Royal Thai Armed Forces)





การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) และพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026
วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.40 นาฬิกา พลเอก อุกฤษฎ์  บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย นาย ฌอน เค. โอนีลล์ (SEAN K. O’NEILL) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และพลตรี วิลเลี่ยม เจ.เพรนเดอร์แกสต์ที่ 4  (MG William J. Prendergast IV) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 40 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย 
เข้าร่วมในพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 พร้อมทั้งชมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) โดยมี ผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุดมิตรประเทศ  และผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมชมการฝึก ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี บ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี
การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ประกอบด้วย การกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง การขัดขวางทางอากาศ การยิงเตรียม และการยิงสนับสนุนของปืนใหญ่ การเจาะช่องเปิดเส้นทางของทหารช่าง การเคลื่อนที่ประกอบการยิง การโจมตีทางอากาศ การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด การเข้ายึดที่หมาย
 และการดำเนินกลยุทธ์ด้วยการยิงด้วยกระสุนจริงในเวลากลางคืนซึ่งเป็นครั้งแรกของการฝึกร่วม/ผสม ระหว่างกองทัพไทย และกองทัพสหรัฐอเมริกา ในการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงในเวลากลางคืน โดยมียุทโธปกรณ์สำคัญที่เข้าร่วมการฝึกฯ ประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่ F-16 จากกองทัพไทย อากาศยานไร้คนขับ แบบ Neros ยานเกราะล้อยางแบบ Stryker จากกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพไทย
ปัจจุบันการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ถือเป็นการฝึกทางทหารที่มีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนับเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่นที่ทางกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพมิตรประเทศ ที่มีให้กับกองทัพไทย นับว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง ในการพัฒนาขีดความสามารถกำลังพลของประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ 
โดยการแลกเปลี่ยนความรู้ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร ขยายสู่มิติอวกาศและไซเบอร์ รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ ในการปฏิบัติการร่วม/ผสม ให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามในทุกรูปแบบ 
รวมทั้งการบริหารจัดการงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตลอดจนคงไว้ซึ่งการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคให้มั่นคงสืบไป

การฝึก การดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง แบบผสมเหล่า (CALFEX) และพิธีปิด การฝึก Cobra gold 2026

"CALFEX  and Closing Ceremony Cobra Gold 2026 "
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 เวลา 09.30 - 12.00 น. พล.ต. สมศักดิ์  นุตพันธุ์ ผบ.ศป. ร่วมพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold 26 ณ พื้นที่ฝึก สนามยิงปืน ศป. บ้านดีลัง อ.พัฒนานิคม จว.ล.บ. โดยมี พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส., H.E. Mr. Sean Kotaro O'Neill เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และ MG. William J. Prendergast, IV ผบ.พล.ร.40 เป็นประธานร่วม ในพิธีฯ
ในการนี้ ได้เยี่ยมชมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (Combined Arms Live Fire Exercise: CALFEX) และการจัดแสดงนิทรรศการอาวุธยุทโธปกรณ์ และนวัตกรรมทางทหาร ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี บ้านดีลัง จ.ลพบุรี 

"แทรกซึมเงียบจากเวหา: การฝึกกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง (HALO) ใน การฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold 2026  ระหว่าง 23 ก.พ.- 6 มี.ค.69 เป็นการทดสอบขีดความสามารถของกำลังพลในการส่งกำลังทางอากาศจากความสูงวิกฤต 
เพื่อเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการอย่างแม่นยำและรวดเร็วภายใต้การตรวจการณ์ของฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้ยังยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติการพิเศษให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อความพร้อมในทุกภารกิจแทรกซึมเชิงลึก"
“Good To Great”

การฝึกร่วมผสมนานาชาติ Cobra Gold 2026 ระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ในประเทศไทยได้เสร็จสิ้นลงแล้วตามการฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง(CALFEX: Combined Arms Live Fire Exercise) ของกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) และพิธีปิดการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ณ สนามฝึกยิงปืนใหญ่บ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙
คู่ขนานไปกับการฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX ของนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ในวันเดียวกัน(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/d-tiger-4x4-calfex-cobra-gold-2026.html)

การฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX การฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ยังเป็นครั้งแรกที่ได้มีการฝึกในเวลากลางคืน รวมถึงการส่วนร่วมจากกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ที่นำเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙ บ.ข.๑๙ F-16A ฝูงบิน๑๐๓ กองบิน๑ โคราช ทิ้งลูกระเบิดอากาศอเนกประสงค์ Mk82 ขนาด 500 lbs สองลูกในพื้นที่ฝึกเป็นครั้งแรก
กำลังทางอากาศรวมถึงเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ Sikorsky UH-60M Black Hawk กองพันบินที่๙(9th Aviation Battalion), กรมบิน(Aviation Regiment) ศูนย์การบินทหารบก ศบบ.(AAC: Army Aviation Center) ฝึกกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง(HALO: High Altitude Low Opening) หน่วยปฏิบัติการพิเศษกองทัพบกไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ฝึกยิงอาวุธจริง

การยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งแบบลากจูง LG1 Mk III 105mm กองพันทหารปืนใหญ่ที่๑๑(11th Artillery Battalion), กรมทหารปืนใหญ่ที่๑ รักษาพระองค์(1st Artillery Regiment) กองทัพบกไทย(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/lg1-mk3-105mm.html), ปืนใหญ่สนามลากจูง M777 155mm(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/bae-systems-m777.html) และจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS กองทัพบกสหรัฐฯ
กำลังรบหลักภาคพื้นดินคือยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV(Royal Thai Army Infantry Carrier Vehicle) 8x8 ของกรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑(112th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) กองทัพบกไทย ที่ปฏิบัติการร่วมกับ กองพลน้อยชุดรบ Stryker(SBCT: Stryker Brigade Combat Team) และรถยนต์บรรทุกหุ้มเกราะ JLTV ของกองทัพบกสหรัฐฯ

การฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX การฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ยังเป็นครั้งแรก ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV 8x8 กองทัพบกไทยได้แสดงขีดความสามารถระบบอำนวยการสนามรบ(BMS: Battle Management System) ที่ได้รับการติดตั้งแล้วเช่นเดียวกับยานยนต์แทบทุกแบบของกองทัพบกสหรัฐฯ เพื่อการแบ่งปันข้อมูลและการหยั่งรู้สถานการณ์ทางยุทธวิธีผ่านเครือข่ายแบบเข้ารหัส
ระบบอำนวยการสนามรบ BMS แบบ MFoCS II ของบริษัท Leonardo DRS สหรัฐฯ ได้ร่วมกับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทยในการดำเนินการติดตั้งให้แก่ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV 8x8 กองทัพบกไทย(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri-bms-stryker-8x8.html)

ในฐานะส่วนหนึ่งของการขยายขีดความสามารถนอกจากระบบ BMS C4I ยังรวมถึงติดตั้งระบบควบคุมอาวุธระยะไกลแบบ M153 CROWS II(Common Remotely Operated Weapon Station) ของบริษัท Kongsberg นอร์เวย์ ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการใช้อาวุธที่แม่นยำจากระยะไกลทั้งกลางวันกลางคืนและปกป้องพลยิงที่ทำการควบคุมการยิงจากภายในตัวรถ
กรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑ ซึ่งเป็นกรมชุดรบยานเกราะล้อยาง Stryker(SRCT: Stryker Regiment Combat Team) ของกองทัพบกไทยได้รับมอบยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8 จนถึงปี พ.ศ.๒๕๖๘(2025) แล้วจำนวน ๑๔๐คัน และกำลังจะได้รับมอบเพิ่มเติม(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/stryker-8x8.html) สำหรับ กรมทหารราบที่๑๑๑ ร.๑๑๑ พล.ร.๑๑(111th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) ให้เป็นหน่วย Stryker ทั้งกองพลครับ

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569

ยานเกราะล้อยาง D-Tiger 4x4 นาวิกโยธินไทยเข้าร่วมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX การฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026
























Combined Arms Live-Fire Exercise (CALFEX) involved Royal Thai Marine Corps (RTMC) Royal Thai Navy (RTN) and Royal Thai Air Force (RTAF); US Marine Corps (USMC); and Republic of Korea Marine Corps (RoKMC) at Naval Training Field no. 16, Ban Chanthakhlem, Chanthaburi province on 6 March 2026,  as parts of the exercise Cobra Gold 2026 in Thailand from 23 February to 6 March 2026. (Royal Thai Marine Corps)

การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) Cobra Gold 2026
เมื่อวัน 6 มี.ค.69 กองพันรถถัง กองพลนาวิกโยธิน เข้าร่วมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) ในการฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold 2026 ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข 16 บ้านจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
Photo by @Aramboy Per

การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง   (CALFEX COBRA GOLD 2026)
เมื่อวันศุกร์ที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๙ พลเรือตรี โยธิน ธนะมูล ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน เป็นประธานในการตรวจการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) การฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold ๒๐๒๖ ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
Photo By : ร.ต.วีระชัย ส.

การฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง(CALFEX: Combined Arms Live Fire Exercise) นาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) 
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกร่วมผสมนานาชาติ Cobra Gold 2026 ระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙ หลังการฝึกการปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก(AMPHIBEX: Amphibious Exercise) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/amphibex-cobra-gold-2026.html)

การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX ในการฝึกร่วม Cobra Gold 2026 ที่สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม ได้เห็นยานเกราะล้อยางอเนกประสงค์ D-Tiger 4x4 ที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สทป.(DTI: Defence Technology Institute) ไทยส่งมอบให้นาวิกโยธินไทยทดลองใช้เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/aavp7a1-d-tiger-4x4-dti.html)
ทำการฝึกการดำเนินกลยุทธ์และยิงกระสุนจริงของป้อมปืน remote(RWS: Remote Weapon Station) แบบ Guardian 1.5 ของบริษัท Escribano Mechanical and Engineering(EM&E) สเปน ติดปืนกลหนักขนาด 12.7mm ร่วมกับรถยนต์บรรทุก รยบ.HMMWV 4x4 ของ กองพันรถถัง พัน.ถ.นย.(Marine Tank Battalion) กองพลนาวิกโยธิน พล.นย.(Marine Division) ที่ติดตั้งปืนกลหนัก M2 .50cal และปืนกล M60 7.62mm

ยานเกราะล้อยางอเนกประสงค์ D-Tiger 4x4 มีพื้นฐานจากรถหุ้มเกราะล้อยาง First Win MPV(Multi-Purpose Vehicle) 4x4 ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย ซึ่งผลิตในนามบริษัท Thai Defense Industry จำกัด(TDI) ไทย กิจการร่วมทุน(joint venture) ระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI ไทยและบริษัท Chaiseri ไทย
ผลิตภัณฑ์ของ Chaiseri ไทยอื่นๆที่ใช้งานโดยนาวิกโยธินไทยที่ร่วมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX  การฝึกร่วม Cobra Gold 2026 ยังรวมถึงรถเกราะล้อยาง V-150 ของ กองพันรถถัง พัน.ถ.นย. และรถสะเทินน้ำสะเทินบก รนบ.AAV7A1 ของกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion) ที่ปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทย 

รวมถึงปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง M758 ATMG 155mm ของกรมทหารปืนใหญ่ กรม ป.นย.(Marine Artillery Regiment) ยังมีส่วนร่วมจากกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ที่นำเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙ บ.ข.๑๙ F-16A ฝูงบิน๑๐๓ กองบิน๑ โคราช ทิ้งลูกระเบิดอากาศอเนกประสงค์ Mk82 ขนาด 500 lbs สองลูกในพื้นที่ฝึกเป็นครั้งแรก ประกอบกำลังกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) 
และนาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี(ROKMC: Republic of Korea Marine Corps) ที่นำรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV และเป็นครั้งแรกสำหรับปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานอัตตาจรล้อยาง K30W Cheonho 8x8 ในการฝึกยิงจริงทำลายภัยคุกคามทางอากาศที่ใช้เป้าบินจำลอง เช่นเดียวกับอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง AT-1K Raybolt ต่างแสดงถึงการนำอาวุธที่พัฒนาในประเทศทั้งของไทยและสาธารณรัฐเกาหลีมาใช้ในการฝึกจริงครับ

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569

เรือดำน้ำชั้น Orka ใหม่เนเธอร์แลนด์จะติดตั้ง torpedo แบบ F21 Mk 2 ฝรั่งเศส

Netherlands to equip new Orka submarines with F21 Mk 2 torpedo



Developed by Naval Group, the F21 heavyweight torpedo is now in service with the navies of France and Brazil. (Naval Group)


The RNLN's three remaining Walrus-class submarines are all equipped with the MK 48 Mod 7AT heavyweight weapon. (Dutch MoD)

เรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Orka ใหม่ของกองทัพเรือเนเธอร์แลนด์(RNLN: Royal Netherlands Navy, Koninklijke Marine) จะถูกนำเข้าประจำการพร้อมด้วย torpedo หนักแบบ F21 Mk 2 ของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศส
เป็นการสวนทางกับแผนก่อนหน้าที่แรกเริ่มจะติดตั้งเรือดำน้ำชั้น Orka ใหม่ด้วย torpedo หนักแบบ MK 48 Mod 7AT ที่จัดหาจากสหรัฐฯที่กองทัพเรือเนเธอร์แลนด์มีใช้งานอยู่แล้ว

การประกาศความเคลื่อนไหวนี้เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2026 กระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์กล่าวว่าการตัดสินใจจะทำให้กองทัพเรือเนเธอร์แลนด์สามารถที่จะนำ torpedo หนักยุคอนาคตเข้าประจำการก่อนหน้าแผนเดิม
torpedo หนัก F21 Mk 2 ปัจจุบันได้รับการพัฒนาสำหรับกองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy, Marine nationale) สำหรับกองเรือดำน้ำของตน(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/barracuda-s635-suffren.html)

เรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Walrus ของกองทัพเรือเนเธอร์แลนด์ที่ยังคงประจำการอยู่ 3ลำ คือ เรือดำน้ำ S803 HNLMS Zeeleeuw, เรือดำน้ำ S808 HNLMS Dolfijn และเรือดำน้ำ S810 HNLMS Bruinvis
โดยที่เรือดำน้ำชั้น Walrus ลำแรก เรือดำน้ำ S802 HNLMS Walrus ถูกปลดระวางประจำการไปแล้วในเดือนตุลาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/walrus-s802-hnlms-walrus.html)

เรือดำน้ำชั้น Walrus ทั้งหมดติดตั้งด้วย torpedo หนัก MK 48 Mod 7AT เป็นอาวุธหนักของเรือ ซึ่งรุ่น Mod 7AT เป็นการปรับปรุงของ torpedo หนัก MK 48 Mod 4 ในคลังสงคราม(warstock)
ซึ่งเป็นการนำระบบขับเคลื่อนดั้งเดิมในส่วนท้ายของรุ่น Mod 4 มาจับคู่กับส่วนนำวิถีและส่วนควบคุมใหม่จาก torpedo หนักรุ่น MK 48 Mod 7 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy)

Naval Group ฝรั่งเศสได้รับการประกาศสัญญาวงเงิน 5.6 billion Euros($6.5 billion) โดยกระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ในเดือนกันยายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/naval-group-walrus.html)
สำหรับการส่งมอบเรือดำน้ำชั้น Orka ระวางขับน้ำ 3,300tonne จำนวน 4ลำที่จะได้รับการตั้งชื่อว่าเรือดำน้ำ HNLMS Orka, เรือดำน้ำ HNLMS Zwaardvis, เรือดำน้ำ HNLMS Barracuda และเรือดำน้ำ HNLMS Tijgerhaai ตามลำดับ 

โดยมีกำหนดสำหรับส่งมอบเรือลำแรกในปี 2033(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/orka-naval-group.html) มีการประเมินก่อนหน้าว่า torpedo หนัก MK 48 Mod 7AT จะถูกเปลี่ยนผ่านมาสู่เรือดำน้ำชั้น Orka ใหม่
ที่ขึ้นอยู่กับการจัดซื้อจัดจ้างการทดแทนในระยะยาว(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/thales-sonar-orka.html) torpedo หนัก F21 ได้ถูกส่งออกให้แก่บราซิลแล้วครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/riachuelo-s43-almirante-karam.html)

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

ผู้นำเกาหลีเหนือสั่งการให้สร้างเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ใหม่ปีละ 2ลำ

North Korean leader calls for two Choe Hyon destroyers annually







In this image released by North Korea's official Korean Central News Agency (KCNA) on 5 March 2026, Choe Hyon is seen launching a salvo of cruise missiles. (KCNA via KNS/AFP via Getty Image)



ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un ได้สั่งการให้มีการสร้างเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Choe Hyon ให้ได้สองลำต่อปีตลอดช่วงระยะเวลา 5ปีใหม่ที่เริ่มต้นในปี 2026 นี้
ตามที่เรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรก เรือพิฆาต Choe Hyon (หมายเลขเรือ 51) ได้แสดงขีดความสามารถของเรือที่จะดำเนินการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อนได้หลายนัดพร้อมๆกัน

คำสั่งการได้ถูกส่งมอบระหว่าการตรวจรับเรือพิฆาต Choe Hyon โดย Kim Jong-un เมื่อวันที่ 3-4 มีนาคม 2026 ซึ่งเขาได้กำกับการทดสอบการเดินเรือและเป็นสักขีพยานการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนหลายนัดพร้อมกันของเรือ
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว Korean Central News Agency(KCNA) สื่อในความควบคุมของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2026

Kim Jong-un ได้อธิบายเรือพิฆาต Choe Hyon ในฐานะสัญลักษณ์ของขีดความสามารถการป้องกันประเทศทางทะเลต่างๆของประเทศ และเสริมว่ากำหนดการการทดสอบต่างๆของระบบประจำเรือกำลังมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน
Kim Jong-un เน้นย้ำว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้ครอบครองขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และด้านอุตสาหกรรมที่เพียงพอที่จะบรรลุผลการสั่งการในการสร้างเรือพิฆาตใหม่ 2ลำต่อปี อ้างอิงจากเหล่านักวิจัยและอุตสาหกรรมการต่อเรือเป็นหลักฐาน

Kim Jong-un ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าแผนต่างๆที่จะติดตั้งกองทัพเรือประชาชนเกาหลี(KPN: Korean People's Navy) ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ต่างๆกำลังมีความคืบหน้าอย่างเป็นที่น่าพอใจ
และนั่นจะเป็นการประกอบขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในขีดความสามารถของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีที่จะปกป้องอธิปไตยทางทะเลของตน(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/hero-kim-kun-ok-841.html)

ชุดภาพที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว KCNA จากการตรวจรับเรือแสดงถึงเรือพิฆาต Choe Hyon ทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีหลายนัดภายในเวลาไม่กี่วินาทีในการยิงแต่ละครั้งบ่งชี้ว่าเป็นการยิงเกือบจะต่อเนื่องกัน
หรือเป็นการยิงแบบเป็นชุดหลายนัดต่อเนื่องที่ใกล้กันมากจากชุดแท่นยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launch System) กลางลำเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/choe-hyon.html)

เรือพิฆาต Choe Hyon เป็นเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรกจากสองลำและถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนเมษายน 2025 เรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำที่สอง เรือพิฆาต Kang Kon (หมายเลขเรือ 52)ได้ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำตามมาในเดือนมิถุนายน 2025
อย่างไรก็ตามจากภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันว่าเรือพิฆาต Kang Kon ได้ถูกปล่อยลงน้ำตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 แต่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงระหว่างการปล่อยเรือทำให้เรือจมน้ำหน้าอู่เรือและมีการกู้เรือขึ้นมาใหม่ 

เรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำที่สามกำลังถูกสร้างอยู่ที่อู่เรือ Nampo ซึ่งเป็นสถานที่สร้างเรือลำแรกเรือพิฆาต Choe Hyon คาดว่าเรือลำที่สามอาจจะถูกปล่อยเรือลงน้ำได้ในราวเดือนตุลาคม 2026
ขณะที่เรือลำที่สองเรือพิฆาต Kang Kon ได้ถูกสร้างที่อู่เรือ Hambuk ใน Chongjin คู่ขนานไปกับเรือลำแรก ทำให้เป็นไปได้มากว่าเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำที่สี่น่าจะถูกเริ่มการสร้างที่อู่เรือ Hambuk ครับ