วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569

เอสโตเนียยกเลิกแผนจัดหารถรบทหารราบ CV90 MkIV สวีเดน และจัดหาจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS สหรัฐฯเพิ่ม 3ระบบ

Estonia cancels CV90 MkIV IFV procurement plans



Estonia plans to upgrade its existing CV90s (pictured) rather than buy CV90 MkIV new builds. (EDF)

Estonia procures more HIMARS



Estonia received its first six HIMARS MRLs on 30 April 2025. (Estonian Defence Forces (EDF)/Siim Verner Teder)

ศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย(ECDI: Estonian Centre for Defence Investments, RKIK: Riigi Kaitseinvesteeringute Keskus) ยืนยันกับ Janes เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 ว่า
เอสโตเนียได้ยกเลิกแผนที่จะจัดหารถรบทหารราบ CV90 MkIV IFV(Infantry Fighting Vehicle) ใหม่จากสวีเดนแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/cv90-mkiv-152.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/09/cv90-mk-iv-246.html)

สื่อสาธารณะเอสโตเนีย(Estonian Public Broadcasting, ERR: Eesti Rahvusringhääling) รายงานเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 ที่ผ่านมาว่า รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Hanno Pevkur ได้กล่าวว่า
รัฐบาลเอสโตเนียในนครหลวง Tallinn ได้ยกเลิกโครงการจัดซื้อจัดจ้างรถรบทหารราบ CV90 MkIV วงเงิน 500 million Euros(เกือบ $590 million) ในความชื่นชอบต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบไร้คนขับต่างๆ

โฆษกศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย ECDI กล่าวกับ Janes ว่า "เอสโตเนียได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกการทดแทนรถรบทหารราบ CV90 ด้วยระบบรุ่นใหม่ โดยงบประมาณวงเงินราว 100 million Euros
จะได้รับการจัดสรรเพื่อที่จะปรับปรุงความทันสมัยรถรบทหารราบ CV90 IFV ที่มีอยู่ การวางแผนสำหรับการใช้งบประมาณที่เหลืออยู่ที่ได้รับการจัดสรรคแล้วขณะนี้กำลังอยู่ในการดำเนินการ"

"ข้อเสนอสำหรับการใช้งบประมาณเหล่านั้นจะถูกยื่นเรื่องโดยกองทัพเอสโตเนีย(EDF: Estonian Defence Forces, Eesti Kaitsevägi) ในฐานะการปรึกษาทางทหารจากผู้บัญชาการกองทัพเอสโตเนีย พลโท Andrus Merilo"
เอสโตเนียเคยเป็นหนึ่งในหกประเทศที่ลงนามข้อตกลงทางเทคนิคในเดือนพฤศจิกายน 2025 ในการจัดซื้อจัดจ้างที่ได้รับการดำเนินการผ่านการริเริ่ม CV90 MkIV กลุ่มชาติ Nordic ที่นำโดยสวีเดน

ประเทศอื่นที่ได้ลงนามข้อตกลงคือฟินแลนด์, นอร์เวย์, ลิทัวเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/leopard-2a8-44.html), และเนเธอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/cv9035nl.html)
ข้อตกลงทางเทคนิคกำหนดหลักการเฉพาะโครงการของความร่วมมือการทำงาน, ความต้องการทางเทคนิคต่างๆ, และแผนการปฏิบัติที่เห็นชอบจนกว่าจะมีการลงนามสัญญาหลัก ซึ่งเดิมวางแผนจะมีในกลางปี 2026

การส่งมอบรถรบทหารราบ CV90 MkIV IFV แก่ประเทศที่เข้าร่วมมีแผนในปี 2028 การสอบถามโดย Janes ว่ารถรบทหารราบ CV90 ของเอสโตเนียที่มีอยู่จะได้รับการปรับปรุงหรือไม่ โฆษก ECDI เอสโตเนียตอบกลับว่า
"เอสโตเนียได้ตัดสินใจว่า ณ ปัจจุบันมันสมเหตุสมผลกว่าที่จะปรับปรุงความทันสมัยรถรบทหารราบที่มีอยู่มากกว่าที่จะทดแทนพวกมัน การปรับปรุงความทันสมัยจะสร้างความมั่นใจการดำรงรักษาขีดความสามารถและประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรได้"

ศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย ECDI ยังประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2026 ว่า ตนและบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ
ได้ลงนามสัญญาสำหรับการจัดหาระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS(High Mobility Artillery Rocket System) เพิ่มเติมจำนวน 3ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/m142-himars-4.html)

รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Pevkur กล่าวว่า "ระบบ HIMARS เพิ่มเติมจะสร้างความมั่นใจขีดความสามารถการโจมตีทางลึกที่จำเป็นโดยกองทัพเอสโตเนียและ NATO เสริมความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญทั้งขีดความสามารถการป้องกันประเทศและการป้องปรามแห่งชาติของเรา"
ECDI เอสโตเนียเสริมว่าข้อตกลงรวมถึงการลงทุนวงเงินประมาณ $11 million ในภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเอสโตเนีย ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Pevkur คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนทางการเงิน

Janari Kasemets ผู้จัดการการจัดประเภทระบบการรบของศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย ECDI กล่าวว่านอกจากการจัดซื้อจัดจากระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร HIMARS และเครื่องกระสุน องค์ประกอบขีดความสามารถการซ่อมบำรุงระบบที่มอบให้บริษัทต่างๆในเอสโตเนียจะถูกจัดตั้งขึ้น
เขาเสริมว่า "การลงทุน $11 million ในเอสโตเนียจะถูกผสมผสาน ณ การริเริ่มของ Lockheed Martin สหรัฐฯ ด้วยการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ เช่น ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, โปแลนด์, และฟินแลนด์ เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญในภูมภาคที่กว้างขวางและดำรงความพร้อมของการบริการต่างๆที่จำเป็นในประเทศ"

การสอบถามโดย Janes ว่ามีบริษัทต่างๆของเอสโตเนียรายใดบ้างที่จะได้รับมอบองค์ประกอบการซ่อมบำรุง โฆษก ECDI เอสโตเนียตอบกลับเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 ว่า "ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในขั้นการเจรจา"
เอสโตเนียได้รับมอบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS จำนวน 6ระบบแรกของตนเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2025 เมื่อระบบถูกขนส่งทางอากาศโดยเครื่องบินลำเลียง Antonov An-124 ยูเครนมายังฐานทัพอากาศ Ämari และส่งมอบให้แก่กองทัพเอสโตเนีย

โฆษก ECDI เอสโตเนีย กล่าวกับ Janes ว่า จรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS หกระบบที่ถูกส่งมอบแล้วได้อยู่ในประจำการและทำการยิงด้วยกรนะสุนจริงครั้งแรกในกลางปี 2025 เขาคาดว่าจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร HIMARS เพิ่มเติมจำนวน 3ระบบจะถูกส่งมอบภายในสิ้นปี 2027
ปัจจุบันกองทัพบกเอสโตเนีย(Estonian Land Forces, Maavägi) มีรถรบทหารราบ CV9035EE ในประจำการจำนวน 44คัน ซึ่งเดิมเป็นรถรบทหารราบ CV9035NL ของเนเธอร์แลนด์ที่ถูกจัดหาในปี 2014(https://aagth1.blogspot.com/2014/10/cv90.html) และรับมอบครบในปี 2019ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569

อังกฤษรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35B เครื่องสุดท้ายครบ 48เครื่องแล้ว

UK receives final contracted F-35







The UK has now received all 48 F-35s orignially contracted, with further orders expected to follow. (Crown Copyright)

สหราชอาณาจักรได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II เครื่องสุดท้ายจาก 48เครื่องที่ทำสัญญาจัดหาแล้ว กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรประกาศในปลายเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา
เหตุการณ์สำคัญนี้มีขึ้นตามมาราว 14ปีหลังจากเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นและลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off and Vertical Landing) ได้ถูกส่งมอบให้กับกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรในสหรัฐฯในเดือนกรกฎาคม 2012

และ 8ปีหลังจากนั้นเครื่องบินขับไล่ F-35B Lightning II เครื่องแรกได้มาถึงฐานทัพอากาศ RAF Marham กองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) ในแคว้น England ในเดือนมิถุนายน 2018
"เครื่องบินขับไล่ F-35B Lightning Tranche 1 เครื่องสุดท้ายได้รับการตรวจรับแล้ว เป็นการเสร็จสิ้น(การจัดหา)ระยะที่1 ของเครื่องบินขับไล่ไอพ่นที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในโลกของสหราชอาณาจักร"

กองยุทโธปกรณ์และการสนับสนุนกลาโหม(DE&S: Defence Equipment and Support) แผนกการจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/ddh-184-kaga-f-35b.html)
โดยเสริมว่าเครื่องบินขับไล่ F-35B Lightning เหล่านี้จะแสดงขีดความสามารถด้านการกลาโหมของสหราชอาณาจักร ขณะที่ทำการบินจากเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Queen Elizabeth ของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy)

ด้วยการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-35B สามเครื่องสุดท้ายทำให้สหราชอาณาจักรมีเครื่องบินขับไล่ F-35B ในการปฏิบัติการจำนวน 43เครื่อง โดย F-35B จำนวน 4เครื่องถูกใช้สหรัฐฯเพื่อวัตถุประสงค์การทดสอบและประเมินค่าที่กำลังดำเนินอยู่
ขณะที่เครื่องบินขับไล่ F-35B หนึ่งเครื่องสูญเสียไปในอุบัติเหตุในปี 2021 การส่งมอบเดิมควรจะเสร็จสิ้นลงในปี 2025 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/f-35b.html)

แต่ความล่าช้าต่างๆต่อหลายๆโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 นานาชาติมีสาเหตุมาจากปัญหาต่างๆที่เกิดกับการปรับปรุงมาตรฐาน TR-3(Technology Refresh-3) ที่ผลักดันให้การส่งมอบล่าช้าไปอีกหลายเดือน

เครื่องบินขับไล่ F-35B ของสหราชอาณาจักรทำการบินโดยฝูงบิน 617 'Dambusters'(617 Squadron) กองทัพอากาศสหราชอาณาจักร และฝูงบินอากาศนาวี(NAS: Naval Air Squadron) 809 'Immortals' กองทัพเรือสหราชอาณาจักร
ขณะที่ฝูงบิน 207(207 Squadron) เป็นฝูงบินเปลี่ยนแบบปฏิบัติการ(OCU: Operational Conversion Unit) ณ ฐานทัพอากาศ RAF Marham เช่นกัน(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/f-35b.html)

ฝูงบินทดสอบและประเมินค่า 17(17 Test and Evaluation Squadron) เป็นหน่วยทำการบินทดสอบเครื่องบินขับไล่ F-35B ในสหรัฐฯ ณ ฐานทัพอากาศ Edwards Air Force Base(AFB) ในมลรัฐ California
คาดว่าสหราชอาณาจักรกำลังจะมีการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B ระยะที่2 เพิ่มเติมจำนวน 27เครื่องตามมา รวมถึงการทดแทนสำหรับเครื่องที่เสียไป ที่จะทำให้มีฝูงบิน F-35B รวมทั้งหมด 75เครื่องภายในต้นปี 2030s ครับ

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569

สหรัฐฯยังไม่ได้ให้กำหนดการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot PAC-3 แก่สวิตเซอร์แลนด์

US has not provided delivery dates for Patriot system to Switzerland





Armasuisse signed an agreement with the US government on 30 October 2023 to procure PAC-3 MSE missiles and related support equipment. (Lockheed Martin)

สหรัฐฯยังไม่ได้ให้กำหนดวันส่งมอบสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Patriot แก่รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/patriot-pac-3.html)
Daniela Renzo หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของ Armasuisse สำนักงานการจัดซื้อจัดจ้างกลาโหมของสมาพันธรัฐสวิส(Swiss Federal Office for Defence Procurement) กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026

"กระทรวงกลาโหม, การปกป้องพลเรือน และกีฬาสวิตเซอร์แลนด์(Swiss Federal Department of Defence, Civil Protection, and Sport, DDPS) อยู่ในการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับฝ่ายสหรัฐฯเพื่อจะได้รับการชี้แจ้งเกี่ยวกับกำหนดการส่งมอบ"
Renzo กล่าว รายละเอียดองค์ประกอบต่างของชุดการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot เป็นส่วนหนึ่งเอกสารทางสัญญารูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) ที่เป็นความลับ

และรายละเอียดต่างๆดังกล่าวไม่สามารถที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะได้ ตามข้อมูลจาก Renzo "ตราบใดที่ไม่มีการปรับปรุงกำหนดวันส่งมอบหรือข้อมูลราคาที่พร้อมมอบให้ ตัวเลือกต่างๆทุกแนวทางยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณา
ยังไม่มีการตัดสินใจเกิดขึ้นขณะนี้" Renzo กล่าว กระทรวงกลาโหม, การปกป้องพลเรือน และกีฬาสวิตเซอร์แลนด์ DDPS ประกาศในสื่อประสัมพันธ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 ว่า

สวิตเซอร์แลนด์ได้ระงับการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆแก่สหรัฐฯแล้วจนกว่ากำหนดวันการส่งมอบใหม่และเส้นตายการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆจะได้รับการประกาศโดยรัฐบาลสหรัฐฯในนครหลวง Washington DC
สหรัฐฯกล่าวว่าการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot แก่สวิตเซอร์แลนด์จะมีความล่าช้าในความพอใจต่อการสนับสนุนยูเครน(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/bell-ah-1z-viper-uh-1y-venom.html)

"สวิตเซอร์แลนด์เชื่อว่าการกำหนดการลำดับความสำคัญใหม่ต่างๆเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงกรอบการทำงานทางสัญญาไปโดยสิ้นเชิง" สื่อประชาสัมพันธ์ของกระทรวงกลาโหม, การปกป้องพลเรือน และกีฬาสวิตเซอร์แลนด์ DDPS ระบุ
สวิตเซอร์แลนด์ได้ลงนามข้อตกลงกับสหรัฐฯเพื่อจะจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Patriot PAC-3 MSE(Patriot Advanced Capability-3 Missile Segment Enhancement) ในเดือนตุลาคม 2023

บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวว่าสวิตเซอร์แลนด์จะกลายเป็นชาติหุ้นส่วนประเทศที่ 15 ของระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot PAC-3 วงเงิน 300 million Swiss Franc($332 million) ซึ่งการส่งมอบเดิมมีแผนจะมีขึ้นในปี 2028-2029
โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถของระบบป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นดิน(GBAD: Ground-Based Air Defence) ของสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้โครงการ Air 2030

โครงการ Air 2030 ยังรวมถึงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) จำนวน 36เครื่องสำหรับกองทัพอากาศสวิตเซอร์แลนด์(Swiss Air Force) ซึ่งควรจะถูกส่งมอบในระหว่างปี 2027-2030
อย่างไรก็ตามในเดือนธันวาคม 2025 สวิตเซอร์แลนด์กล่าวว่าตนจะตัดลดจำนวนของเครื่องบินขับไล่ F-35A ที่จะจัดหาลงหลังสหรัฐฯปฏิเสธเงื่อนไขของข้อตกลงราคาคงที่(fixed-price) ที่ตนร้องขอครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/f-35a-36.html)

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569

เรือดำน้ำชั้น Invincible ลำที่สาม RSS Illustrious เดินทางจากเยอรมนีมาถึงสิงคโปร์แล้ว

Singapore receives third Invincible-class submarine





Singapore's third Invincible-class submarine, Illustrious , seen here at its homecoming ceremony on 9 April 2026. (Singapore Ministry of Defence)

กองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) ได้รับมอบเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Invincible(Type 218SG) ลำที่สาม เรือดำน้ำ RSS Illustrious ที่จะมีการขึ้นระวางประจำการในอนาคต
กองทัพเรือสิงคโปร์ได้ทำพิธีต้อนรับการมาถึงประเทศของตนสำหรับเรือดำน้ำ RSS Illustrious ณ ฐานทัพเรือ Changi เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์กล่าวตามมาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026

เรือดำน้ำชั้น Invincible ลำที่สาม เรือดำน้ำ RSS Illustrious ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำที่ Kiel เยอรมนีในเดือนธันวาคม 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/invincible-rss-impeccable-rss.html)
แม้ว่ากระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ยังไม่ได้ยืนยันกำหนดการทำพิธีขึ้นระวางประจำการของเรือดำน้ำ RSS Illustrious ก็ตาม(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/invincible-rss-invincible.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/07/tkms-invincible-rss-invincible.html)

เรือดำน้ำชั้น Invincible ลำที่สาม เรือดำน้ำ RSS Illustrious และลำที่สี่ เรือดำน้ำ RSS Inimitable ถูกจัดสร้างขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของการจัดหาเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Invincible จำนวน 6ลำเข้าประจำการในกองทัพเรือสิงคโปร์
ที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับการปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมทางทะเลในเขตน้ำตื้นเขตร้อนที่มีการจราจรทางน้ำที่แออัด(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/type-218sg-invincible-2.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/03/invincible-2.html)

เรือดำน้ำชั้น Invincible มีพื้นฐานจากแบบเรือดำน้ำ Type 218SG ของบริษัท บริษัท ThyssenKrupp Marine Systems(TKMS) เยอรมนีที่ได้รับการสั่งจัดหาภายใต้สองสัญญาที่ลงนามในปี 2013 และปี 2017
เรือดำน้ำชั้น Invincible เป็นการทดแทนเรือดำน้ำชั้น Challenger(เรือดำน้ำชั้น A12 Sjöormen เดิม) จำนวน 4ลำ และเรือดำน้ำชั้น Archer(เรือดำน้ำชั้น A17 Västergötland เดิม) จำนวน 2ลำจากสวีเดนที่เก่ากว่าของกองทัพเรือสิงคโปร์

เรือดำน้ำชั้น Invincible ลำแรก เรือดำน้ำ RSS Invincible และลำที่สอง เรือดำน้ำ RSS Impeccable ทั้งสองลำถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนกันยายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/invincible-rss-invincible-rss-impeccable.html)
เรือดำน้ำชั้น Invincible มีขนาดใหญ่กว่าเรือดำน้ำชั้น Challenger และเรือดำน้ำชั้น Archer ที่ทดแทนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเรือแต่ละลำมีความยาวเรือราว 70m และระวางขับน้ำที่ผิวน้ำที่ประมาณ 2,000tonnes และเมื่อดำลงใต้น้ำที่ประมาณ 2,200tonnes

เรือดำน้ำชั้น Invincible มีคุณลักษณะติดตั้งท่อยิง torpedo แปดท่อ และรูปแบบพื้นผิวควบคุมหางเสือรูปทรงตัวอักษร X ซึ่งเพิ่มขยายความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ในน่านน้ำที่ถูกจำกัดและตื้น
ขณะที่กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ไม่ได้เปิดเผยการระบุถึงระบบอาวุธต่างๆที่จะได้รับการติดตั้ง โดยกล่าวว่าเรือดำน้ำชั้น Invincible ถูกออกแบบที่จะบรรทุกอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆได้สูงกว่าและปฏิบัติการได้นานกว่าเรือดำน้ำชั้นต่างๆก่อนหน้าของกองทัพเรือสิงคโปร์

กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ยังได้กล่าวเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 ว่าโครงการของตนที่จะจัดหาเรือดำน้ำชั้น Invincible เพิ่มเติมจำนวน 3ลำรวมเป็น 9ลำกำลังมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/invincible-rss-inimitable.html)
ล่าสุดในเดือนมีนาคม 2026 บริษัท TKMS เยอรมนี และบริษัท ST Engineering Marine สิงคโปร์ได้ลงนามลงนามบันทึกความเข้าใจ(MoU: Memorandum of Understanding) ที่มองจะจัดตั้งศูนย์บริการและซ่อมบำรุงเรือดำน้ำร่วมแก่สิงคโปร์และลูกค้านานาชาติครับ

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569

ฟินแลนด์จะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจร K9 มือสองจากเกาหลีใต้เพิ่ม 112ระบบ

Finland procures used K9 SPHs from South Korea





A K9 SPH in Finland service. Finland is buying 112 more K9s, in addition to the 96 it already has. (Finnish Defence Forces)

กระทรวงกลาโหมฟินแลนด์และสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนเกาหลี(KOTRA: Korea Trade Investment Promotion Agency) แห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้ลงนามข้อตกลงการจัดซื้อจัดจ้างในนครหลวง Helsinki
สำหรับการจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K9 SPH(Self-Propelled Howitzer) ที่ผ่านการใช้งานแล้วจำนวน 112ระบบเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/k9.html)

สื่อประชาสัมพันธ์ของกระทรวงกลาโหมฟินแลนด์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 ให้มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าซึ่งรวมชิ้นส่วนอะไหล่และระบบการซ่อมบำรุงต่างๆที่วงเงิน 546.8 million Euros($640.5 million)
รัฐมนตรีกลาโหมฟินแลนด์ Antti Häkkänen กล่าวว่า "การจัดหานี้จะเป็นการพัฒนาสมรรถนะอย่างมีประสิทธภาพคุ้มค่าของระบบปืนใหญ่ของกองทัพบกฟินแลนด์(Finnish Army, Maavoimat)"

"การจัดซื้อจัดต่างเป็นส่วนหนึ่งของเค้าโครงการปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพบกฟินแลนด์ในแถลงการณ์กลาโหม ซึ่งจะถูกนำมาบังคับใช้ในตลอดช่วง 10ปีข้างหน้า" รัฐมนตรีกลาโหมฟินแลนด์ Häkkänen กล่าว
แถลงการณ์กลาโหมที่ถูกเผยแพร่ในเดือนธันวาคม 2024 กล่าวว่า "การจัดซื้อจัดจ้างปืนใหญ่อัตตาจรหุ้มเกราะ K9 มากขึ้นจะเพิ่มขีดความสามารถของปืนใหญ่เพื่อจะดำรงอำนาจการรบเละเพิ่มความอยู่รอดของหน่วยปืนใหญ่ต่างๆของกองทัพ"

"นอกเหนือจากนี้กองทัพบกฟินแลนด์จะเพิ่มพูนการพึ่งพาตนเองในด้านเครื่องกระสุนของตน" ในสื่อประชาสัมพันธ์ของตนเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 กระทรวงกลาโหมฟินแลนด์กล่าวว่า
"การจัดหาจะเพิ่มพูนอำนาจการยิงและขีดความสามารถที่จะสนับสนุนกองกำลังการปฏิบัติการต่างๆของกองทัพบกฟินแลนด์ด้วยยุทโธปกรณ์ปืนใหญ่ระยะไกลด้วยความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ในทางวิบากและบนถนนที่ดี"

"การจัดซื้อจัดจ้างจะทดแทนปืนใหญ่ลากจูงขนาดเบาที่มีอายุการใช้งานมานานบางส่วน" ฟินแลนด์ได้จัดหาปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K9 ที่เคยประจำการในกองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลี(RoKA: Republic of Korea Army) จำนวน 96ระบบ
ภายใต้ข้อตกลงแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลระหว่างรัฐบาลฟินแลนด์กับสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนแห่งสาธารณรัฐเกาหลี KOTRA ในปี 2017(https://aagth1.blogspot.com/2017/02/k9.html)

โฆษกกระทรวงกลาโหมฟินแลนด์ยืนยันกับ Janes เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 ว่าปืนใหญ่อัตตาจร K9 เพิ่มเติมจำนวน 112ระบบ จะเป็นรุ่นปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K9A1
ซึ่งเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ส่วนเกิน(surplus) จากกองทัพบกสาธารณรัฐเกาหลี และจะไม่แตกต่างจากปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K9 จำนวน 96ระบบเดิมที่ได้รับการจัดหาโดยฟินแลนด์แล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ Typhoon อังกฤษทดสอบยิงจรวดนำวิถี APKWS ในภารกิจต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ C-UAS

BAE Systems test fires C-UAS rockets from Typhoon



A Eurofighter Typhoon test aircraft seen carrying a pair of APKWS rocket pods during C-UAS trials in March 2026. (BAE Systems)

บริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักรได้ทดสอบยิงจรวดนำวิถี laser จากเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/eurofighter-typhoon-1.html
สำหรับภารกิจต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System) บริษัท BAE Systems ประกาศเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026

การทดสอบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ที่ได้รับการสนับสนุนโดยกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรมีขึ้นในเดือนมีนาคม 2026 และได้เห็นเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon
ทำการยิงจรวดอากาศสู่พื้นนำวิถีด้วย laser แบบ AGR-20A APKWS(Advanced Precision Kill Weapon System) ขนาด 70mm ของบริษัท BAE Systems Inc. สหรัฐฯ

"บริษัท (BAE Systems) ได้ดำเนินการทดสอบจากศูนย์การพัฒนาการทดสอบทางการบินของตนใน Warton, Lancashire โดยใช้เครื่องบินขับไล่ Typhoon ของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force)
เป็นเครื่องบินทดสอบและประเมินค่าที่ทำการยิงโดยประสบความสำเร็จในการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน ณ สถานีทดสอบการใช้อาวุธทางทหารของสหราชอาณาจักร" บริษัท BAE Systems กล่าว

ตามที่เน้นในการประกาศ กิจกรรมนี้จะให้ข้อมูลว่าอาวุธความแม่นยำสูงราคาต่ำสามารถที่จะบูรณาการเข้ากับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ได้อย่างไร 
โดยเฉพาะเพื่อเป็นอาวุธต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ C-UAS ที่ซึ่งตัวเลือกการสกัดกั้นต่างๆที่มีราคาค่าใช้จ่ายที่ประหยัดมีความจำเป็น(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-16am-fz275-lgr-c-uas.html)

"มันถูกจัดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของหลากหลายการเพิ่มขยายขีดความขีดความสามารถต่างๆที่วางแผนไว้สำหรับเครื่องบินขับไล่ Typhoon(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ecrs-mk2-radar-eurofighter-typhoon.html)
เพื่อเพิ่มศักยภาพของเครื่องบินในการปฏิบัติการรบทางอากาศในปัจจุบันและอนาคต" บริษัท BAE Systems กล่าวเสริมว่าการทดสอบล่าสุดกับเครื่องบินขับไล่ Typhoon เป็นการปูทางสำหรับระยะต่อไปในการทดสอบกับเป้าหมายอากาศสู่อากาศ

ข่าวของการประสบความสำเร็จการทดสอบยิงมีขึ้นตามมา 7เดือนหลังจาก BAE Systems สหราชอาณาจักรกล่าว ณ นิทรรศการยุทโธปกรณ์การป้องกันประเทศและความมั่นคงนานชาติ Defence and Security Equipment International(DSEI) 2025 
ที่จัดขึ้นในกรุง London ระหว่างวันที่ 9-12 กันยายน 2025 ว่าตนกำลังประเมินค่าระบบอาวุธต่างๆหลากหลายรูปแบบที่สามารถติดตั้งได้โดยเครื่องบินขับไล่ Typhoon สำหรับภารกิจ C-UAS รวมถึงจรวดนำวิถี APKWS ครับ

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569

Edgewing ได้รับสัญญาแรกจากรัฐบาลอังกฤษ อิตาลี และญี่ปุ่นสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต GCAP

Governments award Edgewing first GCAP contract



An artist's rendering of the GCAP future fighter being developed by Italy, Japan, and the UK. The Edgewing industrial consortium received its first governmental contract on 2 April 2026. (Edgewing)

รัฐบาลสหราชอาณาจักร, รัฐบาลอิตาลี และรัฐบาลญี่ปุ่นที่อยู่เบื้องหลังโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก(GCAP: Global Combat Air Programme)(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/gcap-2027-2030-2035.html)
ได้ประกาศสัญญาแรกต่อกลุ่มกิจการค้าร่วม(consortium) ด้านอุตสาหกรรม บริษัท Edgewing(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/edgewing-gcap.html) กิจการร่วมค้า(JV: Joint Venture) ที่รับผิดชอบสำหรับการส่งมอบโครงการไตรภาคีนี้

ประกาศโดยบริษัท Edgewing เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 การประกาศสัญญาวงเงิน 686 million British Pound($907 million) ได้รับการอนุมัติโดยสำนักงานโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP Agency
ที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์การรัฐบาลนานาชาติ GCAP(GIGO: GCAP International Government Organisation) หน่วยประสานงานสำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคตที่ประกอบด้วยอิตาลี, ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร

การประกาศสัญญาครอบคลุมกิจกรรมการออกแบบและงานวิศวกรรมหลักต่างๆ และมีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้ความเป็นหุ้นส่วนไตรภาคีสามารถแรงผลักดันและเร่งความเร็วการส่งมอบโครงการได้ "สัญญานี้เป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับโครงการ GCAP 
ตามที่กิจกรรมต่างๆก่อนหน้าดำเนินการภายใต้สัญญาต่างๆของสามชาติ ที่ขณะนี้จะได้รับการดำเนินการในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ" Masami Oka ประธานผู้บริหารสำนักงานโครงการ GCAP กล่าว

โครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP เป็นความพยายามการทำงานร่วมกันที่จะเร่งการวางกำลัง 'เครื่องบินขับไล่ยุคที่หก' ภายในกลางปี 2030s(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/gcap-jv.html)
ที่ได้รับการสนับสนุนด้วยระบบอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี' Loyal Wingman(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/loyal-wingman-uav-gcap.html) และและส่วนประกอบเสริมอื่นๆที่จะได้รับการพัฒนาในระดับชาติ

โดยที่ขั้นระยะการออกแบบต่างๆถูกจำกัดเฉพาะสามชาติหุ้นส่วน เจ้าหน้าที่ต่างๆได้กล่าวว่ามันมีโอกาสความเป็นไปได้ต่างๆสำหรับประเทศอื่นๆที่จะเข้าร่วมโครงการ GCAP ในบทบาทที่แตกต่างกันออกไป
"ทั้งสามชาติโครงการ GCAP ได้เน้นย้ำการเปิดกว้างที่จะทำงานกับประเทศอื่น ขณะที่ให้เราคงการติดตามโครงการเป็นไปตามกำหนดการ และช่วยให้เราส่งมอบขีดความสามารถทางทหารต่างๆในอนาคตได้" กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรกล่าวในปี 2025

ขณะที่ยังไม่มีประเทศอื่นๆเพิ่มเติมที่ให้คำมั่นที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในอนาคตในขณะนี้ มีรายงานความสนใจจากแคนาดา, อินเดีย(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/amca.html), โปแลนด์, และซาอุดีอาระเบีย 
ท่ามกลางประเทศอื่นๆรวมถึงโปรตุเกส(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/fcasscaf-gcap.html) การลงนามสัญญาแรกนี้จะทำให้งานการออกแบบและพัฒนาสามารถเริ่มต้นได้อย่างเต็มรูปแบบครับ

วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569

Damen เนเธอร์แลนด์ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรืออเนกประสงค์ A5209 NRP Dom João II ของโปรตุเกสที่โรมาเนีย

Damen launches multi-purpose ship for Portugal





The Portugese Navy's future multi-purpose ship, seen on launch at Damen's yard in Romania on 7 April 2026. (Portugese Navy)



เรืออเนกประสงค์ A5209 NRP Dom João II ของกองทัพเรือโปรตุเกส(Portuguese Navy, Marinha Portuguesa) ในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/damen-pnm.html)
ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ณ อู่เรือ Galati ของบริษัท Damen เนเธอร์แลนด์ในโรมาเนียเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2026  บริษัท Damen และกองทัพเรือโปรตุเกสกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญนี้ในสื่อประชาสัมพันธ์

เรืออเนกประสงค์ MPV(Multi-Purpose Vessel) ซึ่งยังเป็นที่รู้จักในกองทัพเรือโปรตุเกสในชื่อระบบทางเรือหลากหลายรูปแบบการทำงาน(Multifunctional Naval Platform, PNM: Plataforma Naval Multifuncional)
มีวัตถุประสงค์ที่จะสามารถนำมาปรับใช้ในภารกิจต่างๆที่หลากหลาย เรืออเนกประสงค์ NRP Dom João II ถูกออกแบบให้มีระยะเวลาปฏิบัติการในทะเลได้ที่ 45วัน

กองทัพเรือโปรตุเกสมีจุดประสงค์ที่จะใช้เรืออเนกประสงค์ NRP D. João II ในการปฏิบัติการระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System), ยานผิวน้ำไร้คนขับ(USV: Unmanned Surface Vehicle), 
และยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ต่างๆสำหรับภารกิจต่างๆ รวมถึงการวิจัยทางสมุทรศาสตร์, การตรวจการณ์ทางทะล และภารกิจสนับสนุนต่างๆ

เรืออเนกประสงค์ NRP Dom João II จะมีระวางขับน้ำเต็มที่ที่ประมาณ 7,000tonnes, ความกว้างเรือที่ 107.6m และความกว้างเรือที่ 20m เรือจะมีพื้นที่ดาดฟ้าขนาด 650sqm
มีความเหมาะสมสำหรับการขนส่งตู้บรรทุกสัมภาระขนาด 20feet ISO ได้ถึง 12ตู้ หรือยานยนตร์ล้อยาง 18คัน ตู้ container เหล่านี้สามารถถูกใช้เพื่อติดตั้งอุปกรณ์สำหรับภารกิจเฉพาะได้

อย่างเช่นเป็นอุปกรณ์โรงพยาบาล, ห้องปรับความดันสูง(hyperbaric chamber), และยานใต้น้ำควบคุมระยะไกล(ROV: Remotely Operated Vehicle) ต่างๆ
เรืออเนกประสงค์ NRP Dom João II มีดาดฟ้าบินขนาด 94x11m ทำให้สามารถขนส่งหรือส่งอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ขึ้นบินจากเรือได้

เรืออเนกประสงค์ A5209 NRP D. João II คาดว่าจะถูกขึ้นระวางประจำการเข้าสู่กองทัพเรือโปรตุเกสได้ในครึ่งแรกของปี 2027 โปรตุเกสและบริษัท Damen ได้ลงนามสัญญาจัดหาเรืออเนกประสงค์ MPV ในเดือนพฤศจิกายน 2023
พิธีตัดเหล็กและวางกระดูกงูเรือของเรืออเนกประสงค์ NRP Dom João II โครงการ Damen MPV 10720 ได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2024 ณ อู่เรือ Galati ในโรมาเนียครับ

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569

ภาพถ่ายดาวเทียมเปิดเผยจีนกำลังสร้างเรือฟริเกตชั้น Type 054B Jiangkai III ใหม่ลำที่สี่

China constructs fourth Jiangkai III frigate





Vantor imagery showing the third and fourth Type 054B frigates under construction at Hudong Changxingdao shipyard in China. (Satellite image © 2026 Vantor/© 2026 Janes)

ภาพถ่ายดาวเทียมที่จับภาพได้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2026 บ่งชี้ว่าจีนได้เริ่มต้นการสร้างเรือฟริเกตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Type 054B (NATO กำหนดรหัสชั้น "Jiangkai III") ลำที่สี่
สำหรับกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People’s Liberation Army Navy) แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/type-054b.html)

เรือฟริเกตชั้น Type 054B Jiangkai III ลำที่สี่สามารถจะเห็นได้ว่ากำลังอยู่ในการสร้าง ณ อู่เรือ Hudong Changxingdao ในมหานคร Shanghai สาธารณรัฐประชาชนจีน
ในด้านหลังของเรือฟริเกตชั้น Type 054B ลำที่สาม ซึ่งถูกพิสูจน์ทราบโดย Janes ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมในเดือนมกราคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/type-054b.html)

นี่เป็นการตอกย้ำการยืนยันเพิ่มเติมของการประเมินต่างๆก่อนหน้าว่าโครงการเรือฟริเกตชั้น Type 054B ขณะนี้ได้ย้ายจากสายการผลิตระดับต่ำ(initial low-rate production) และเข้าสู่สายการผลิตจำนวนมากแล้ว
ในภาพถ่ายดาวเทียมเรือฟริเกตชั้น Type 054B ลำที่สี่สามารถจะเห็นรูปแบบตัวเรือพื้นฐานและกับส่วนโครงสร้างหลักต่างๆที่ระบุได้อย่างชัดเจนภายใต้ crane ยกของหลายตัวที่กระจายโดยรอบพื้นที่อู่ต่อเรือ

ทั้งเรือฟริเกตชั้น Type 054B ลำที่สามและลำที่สี่ได้ปรากฎที่จะมีความคืบหน้าในขั้นระยะการประกอบ โดยชิ้นส่วน block ดาดฟ้ายก(superstructure) พื้นฐานต่างๆของเรือทั้งสองถูกติดตั้งเข้าตำแหน่งแล้ว
แต่ปราศจากการติดตั้งเสากระโดงเรือ, ระบบตรวจจับ หรือการติดตั้งภายนอกต่างๆ เรือลำที่สี่ยังไม่ได้รับการติดตั้งดาดฟ้ายกส่วนต่างๆด้านท้ายและด้านหน้าของเรือ ตามที่คุณลักษณะต่างๆเหล่านี้ขณะที่พบเห็นได้ในเรือลำที่สามแล้ว

นอกเหนือจาก crane ยกน้ำหนักต่างๆหลายตัว crane ด้านข้างอู่เรือเพิ่มเติมและอุปกรณ์ที่เห็นได้ในบริเวณใกล้เคียง ควบคู่ไปกับกองวัสดุและชิ้นส่วนสำเร็จรูปต่างๆถูกวางไว้ข้างริมอู่เรือ(quayside)
แบบแผนและความหนาแน่นของกิจกรรมรวมถึงการทำนั่งร้านรอบตัวเรือทั้งสองลำ ตั้งข้อสังเกตถึงการผลิตอย่างต่อเนื่องพร้อมกันของเรือฟริเกตชั้น Type 054B ลำที่สามและลำที่สี่ที่อู่เรือ

เรือฟริเกตชั้น Type 054B เป็นวิวัฒนาการของเรือฟริเกตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Type 054A (NATO กำหนดรหัสชั้น "Jiangkai II") ที่ประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนมายาวนาน
โดยเรือฟริเกตชั้น Type 054B มีคุณลักษณะรูปแบบตัวเรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้น, ระวางขับน้ำที่เพิ่มขึ้น และระบบการรบต่างๆที่เพิ่มขยายอย่างมีนัยสำคัญ(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/blue-strike-2025.html

กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือฟริเกตชั้น Type 054B ลำแรก เรือฟริเกต FFG-545 Luohe ในเดือนมกราคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/type-054b-ffg-545-luohe.html)
และเรือฟริเกตชั้น Type 054B ลำที่สอง เรือฟริเกต FFG-555 Qinzhou ในเดือนพฤษภาคม 2025 ตามลำดับ สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่าเรือฟริเกต FFG-545 Luohe ได้เข้าสู่ความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) แล้วครับ