วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569

อิตาลีจะปรับปรุงเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง PPA ทุกลำเป็นมาตรฐานการรบเต็มรูปแบบ

Italy to upgrade all PPA vessels to full combat configuration





PPA Domenico Millelire (P 436) for the Italian Navy, one of the ships always intended to be in full combat configuration, is expected to be delivered in 2026. (Italian Navy)

องค์การความร่วมมืออาวุธยุทโธปกรณ์ร่วม(OCCAR: Organisation for Joint Armament Co-operation, Organisation Conjointe de Coopération en matière d’Armement) ยุโรป 
ดำเนินการในนามของอิตาลีได้เห็นชอบการแก้ไขสัญญากับกิจการค้าร่วม(consortium)ชั่วคราวของบริษัท Fincantieri อิตาลี และบริษัท Leonardo อิตาลี

ที่จะปรับปรุงเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA(Pattugliatore Polivalenti d'Altura)/MPCS(Multi-Purpose Combat Ship) ชั้น Paolo Thaon di Revel ทุกลำของกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, Marina Militare) 
เป็นมาตรฐานระบบการรบเต็มรูปแบบ(Full Combat System) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA ที่ถูกสั่งจัดหาแล้ว 7ลำ มี 4ลำที่ได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพเรืออิตาลีแล้วคือ

ลำแรก เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P430 ITS Paolo Thaon di Revel และลำที่สอง เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P431 ITS Francesco Morosini ที่อยู่ในรูปแบบเบา(light) 
ลำที่สาม เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P432 ITS Raimondo Montecuccoli ที่อยู่ในรูปแบบเบาบวก(light plus) เรือสามลำเหล่านี้จะได้รับการปรับปรุงเป็นรูปแบบการรบเต็ม(full combat)

ลำที่สี่(เดิมควรจะเป็นลำที่ห้า) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P434 ITS Giovanni delle Bande Nere อยู่ในรูปแบบการรบเต็มอยู่แล้ว เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA สามลำที่ยังไม่ได้ถูกส่งมอบในขณะนี้
ลำที่ห้า(เดิมควรจะเป็นลำที่เจ็ด) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P436 ITS Domenico Millelire ถูกสร้างในรูปแบบการรบเต็มและคาดว่าจะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพเรืออิตาลีในปี 2026 นี้

ในเดือนมีนาคม 2024 เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA สองลำได้ถูกขายต่อให้แก่กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Brawijaya คือ
ลำแรก เรือฟริเกต KRI Brawijaya(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/ppa-kri-brawijaya.html) และลำที่สอง เรือฟริเกต KRI Prabu Siliwangi(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/brawijaya-kri-prabu-siliwangi.html)

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA สองลำที่ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อเพื่อทดแทนเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P433 Marcantonio Colonna และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P435 ITS Ruggiero di Lauria
ที่เดิมควรเป็นเรือลำที่สามและลำที่หกที่จะเข้าประจำการในกองทัพเรืออิตาลี ที่ได้รับการสั่งจัดเพิ่มใหม่เพื่อทดแทนที่ขายให้แก่อินโดนีเซียยังอยู่ในรูปแบบการรบเต็ม(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/fincantieri-ppa-2.html)

ในสื่อประชาสัมพันธ์ขององค์การความร่วมมืออาวุธยุทโธปกรณ์ร่วมยุโรป OCCAR ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2026 ให้วงเงินการปรับปรุงรูปแบบการรบเต็มที่อัตราค่าเงินปี 2014 ที่ 392 million Euros($521 million)
ในปี 2014 เมื่อบริษัท Fincantieri และบริษัท Leonardo ประกาศครั้งแรกถึงข้อตกลงที่จะจัดตั้งกลุ่มกิจการค้าร่วมเพื่อส่งมอบโครงการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA การปรับปรุงจะเห็นเรือในรูปแบบเบาและเบาบวกหายไป 

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งอเนกประสงค์ PPA ทุกลำจะติดตั้งระบบรูปแบบการรบเต็ม นอกจากนี้ OCCAR ยุโรปกล่าวว่าการแก้ไขสัญญาจะมอบขีดความสามารถการป้องกันทาง Cyber ต่างๆที่ไม่ถูกระบุ
OCCAR ยุโรปเสริมว่าตนให้มอบให้มีการการจัดหา ยานใต้น้ำควบคุมระยะไกล(ROV: Remotely Operated Vehicle) และยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ต่างๆด้วยครับ

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569

Cendana มาเลเซียและ Hanwha เกาหลีใต้เปิดตัวรถรบทหารราบ K200 MIFV-CH25 รุ่นปรับปรุงใหม่

DSA 2026: Hanwha, Cendana showcase upgraded K200 IFV







Hanwha's upgraded MIFV-CH25. (Amiruddin Narif, Adly Zahari)

บริษัท Hanwha Aerospace สาธารณรัฐเกาหลีได้จัดแสดงต้นแบบพิสูจน์แนวคิด(proof-of-concept) ของรถรบทหารราบสายพาน K200 IFV(Infantry Fighting Vehicle) รุ่นปรับปรุง
ที่ได้รับการพัฒนาในความร่วมมือกับบริษัท Cendana Auto มาเลเซียผู้ผลิตยานยนต์(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/hanwha-dti-chaiseri-k200-ifv.html)

รถรบทหารราบ K200 IFV รุ่นปรับปรุงสำหรับกองทัพบกมาเลเซีย(Malaysian Army, Tentera Darat Malaysia) ได้รับการตั้งชื่อว่ารถรบทหารราบ MIFV-CH25(Malaysian IFV-Cendana Hanwha 2025)
ได้ถูกนำมาจัดแสดง ณ นิทรรศการยุทโธปกรณ์การป้องกันประเทศ Defence Services Asia(DSA) 2026 ที่จัดขึ้นในกรุง Kuala Lumpur มาเลเซีย ระหว่างวันที่ 20-23 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่บริษัท Hanwha กล่าวกับ Janes ว่า รถรบทหารราบ MIFV-CH25 เป็นการแสดงถึงการออกแบบใหม่ของระบบรถรบทหารราบ K200 IFV รุ่นดั้งเดิม อธิบายถึงระบบรถรบหุ้มเกราะสายพานที่ปรับปรุงใหม่
ในฐานะรถเกราะแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาบนพื้นฐานการออกแบบที่มีอยู่ "แทบจะทุกอย่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แล้ว เราเปลี่ยนใหม่หมดทุกอย่างจนถึงน็อต(bolt)ทุกตัวเลย" เขากล่าว

เจ้าหน้าที่ Hanwha สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าการปรับปรุงต่างๆรวมถึงการแทนที่ป้อม cupola ที่ติดแท่นยิงอาวุธควบคุมด้วยมือ manual ดั้งเดิมด้วยแท่นยิง remote(RCWS: Remote‑Controlled Weapon Station)
นี่เปลี่ยนแปลงการเปลี่ยนผ่านหน้าที่ของพลยิง(gunner) จากการปฏิบัติงานด้วยมือไปสู่ระบบอัตโนมัติและเป็น digital โดยรวมระบบวัดระยะ digital rangefinder มาใช้และทำให้สามารถทำการยิงอาวุธขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ได้

เจ้าหน้าที่บริษัท Hanwha เสริมว่าประตูปิด-เปิดท้ายรถ ramp ของรถรบทหารราบ MIFV-CH25 ยังได้รับการปรับปรุงด้วย ก่อนหน้านี้ประตู ramp ทำงานด้วยระบบ hydraulic เพียงอย่างเดียวที่จำเป็นต้องเดินเครื่องยนต์ตลอด
ประตู ramp ท้ายรถตอนนี้ได้รับการเปลี่ยนแบบไปเป็นระบบผสมไฟฟ้า-ไฮดรอลิก electric–hydraulic แล้ว นี่ทำให้ประตู ramp สามารถเปิดและปิดโดยปราศจากกำลังเครื่องยนต์และทำให้กำลังพลเข้าและออกจากตัวรถได้เร็วขึ้น

ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่บริษัท Hanwha รถรบทหารราบ MIFV-CH25 รถต้นแบบได้เข้ารับการทดสอบประเมินค่าโดยกองทัพบกมาเลเซียแล้วในเดือนสิงหาคม 2025 หลังจากที่ได้รับการเปิดตัวในฐานะรถต้นแบบแนวคิด
ณ นิทรรศการยุทโธปกรณ์การป้องกันประเทศ DSA 2024 ในกรุง Kuala Lumpur มาเลเซีย ระหว่างวันที่ 6-9 พฤษภาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/chaiseri-wildcat-hmv-4x4.html)

เจ้าหน้าที่บริษัท Hanwha ยืนยันว่ากองทัพบกมาเลเซียปัจจุบันมีประจำการด้วยรถรบทหารราบ K200 IFV จำนวน 111คัน และรถรบทหารราบ MIFV-CH25 นั้นถูกวางตำแหน่งในฐานะตัวเลือกการปรับปรุงความทันสมัยสำหรับ K200 ที่อยู่ในประจำการ
อย่างไรก็ตามยังไม่มีประกาศสัญญาการปรับปรุง "เรากำลังมองไปข้างหน้าที่จะได้รับสัญญากับกองทัพบกมาเลเซียสำหรับการปรับปรุงและติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ของรถที่เหลือทั้งหมด" เจ้าหน้าที่ Hanwha สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวครับ

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

กองทัพอากาศบรูไนเสร็จสิ้นการจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295MW ใหม่ครบ 4เครื่อง

Brunei completes C295MW acquisition





The RBAirF has completed its acquisition of four Airbus C295MW aircraft with the delivery of the two final platforms. (Airbus, Brunei Ministry of Defence/Anishaik Tmski)

กองทัพอากาศบรูไน(RBAirF: Royal Brunei Air Force) ได้เสร็จสิ้นการจัดหาเครื่องบินลำเลียง Airbus C295MW จำนวน 4เครื่องของตนด้วยการส่งมอบเครื่องบิน 2เครื่องสุดท้าย
บรูไนสั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295MW จำนวน 4เครื่องจากบริษัท Airbus Defence and Space SAU ยุโรปสาขาสเปนในเดือนธันวาคม 2022(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/c295-18.html)

เครื่องบินลำเลียง C295MW จำนวน 2เครื่องแรกได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศบรูไนในเดือนมกราคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/c295mw.html)
ขณะที่เครื่องบินลำเลียง C295MW สองเครื่องสุดท้ายได้มาถึงศูนย์ความเคลื่อนไหวทางอากาศ(Air Movement Centre) ฐานทัพอากาศ Rimba ในบรูไนเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 กระทรวงกลาโหมบรูไนกล่าว

"เครื่องบินลำเลียง C295MW สองเครื่องได้เสร็จสิ้นเที่ยวบินเดินทางระยะเวลา 7วันจากโรงงานอากาศยานของผู้ผลิต(ในสเปน) ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026" กระทรวงกลาโหมบรูไนเสริม
ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมบรูไน เครื่องบินลำเลียง C295MW เครื่องที่สามและเครื่องที่สี่จะถูกกำหนดหมายเลข 'TUDB 504' และ 'TUDB 505' ในประจำการกองทัพอากาศบรูไน

ฝูงเครื่องบินลำเลียง C295MW ทั้ง 4เครื่องจะปฏิบัติการในฝูงบินที่15(No 15 Squadron) ที่มีที่ตั้ง ณ ฐานทัพอากาศ Rimba ของกองทัพอากาศบรูไน ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมบรูไน
เครื่องบินลำเลียง C295 รุ่นพื้นฐานมีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MToW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 23,200kg, ความเร็วเดินทางที่ 260knots, ระยะการบินไกลสุดที่ 2,477nmi ด้วยเชื้อเพลิงสูงสุด, และมีเพดานบินสูงสุดที่ 9,145m

เครื่องบินลำเลียง C295 ยังเป็นที่รู้จักในด้านขีดความสามารถการบินขึ้นและลงจอดระยะสั้น(STOL: Short Takeoff and Landing) ของเครื่อง โดยต้องการความยาวทางวิ่งเพื่อบินขึ้นที่ 844m และลงจอดที่ 420m
กระทรวงกลาโหมบรูไนกล่าวว่า ภารกิจการปฏิบัติการต่างๆของเครื่องบินลำเลียง C295MW ในประจำการกองทัพอากาศบรูไนรวมถึงการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief),

การส่งกลับทางสายแพทย์(medevac: medical evacuation), การอพยพผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรบออกจากพื้นที่ขัดแย้ง(NEO: Non-Combatant Evacuation Operation), และการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search and Rescue)
กระทรวงกลาโหมบรูไนกล่าวว่าเครื่องบินลำเลียง C295MW ยังสามารถจัดรูปแบบสำหรับการขนส่งกำลังพลและสัมภาระ, การขนส่งบุคคลสำคัญ VIP, การส่งทางอากาศกระโดดร่มแบบกระตุกเอง(free-fall) และสายตรึงประจำที่(static line), และการทิ้งร่มสัมภาระทางอากาศต่างๆครับ

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

มาเลเซียจะจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM เกาหลีใต้สำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ตุรกี

DSA 2026: Malaysia to procure K-SAAM for LMS Batch 2





A model of the K-SAAM on display at Defense & Security 2025 in Bangkok, Thailand. Malaysia has become the first export customer of the weapon. (My Own Photos, LIG Defense & Aerospace, STM)

มาเลเซียได้ลงนามสัญญากับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี(บริษัท LIG Nex1 เดิม) สำหรับระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile) จำนวน 48นัด
สัญญาวงเงิน $94 million ได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ณ นิทรรศการยุทโธปกรณ์การป้องกันประเทศ Defence Services Asia(DSA) 2026 ในกรุง Kuala Lumpur มาเลเซียระหว่างวันที่ 20-23 เมษายน 2026

ตามข้อมูลจากสื่อประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่โดยบริษัท LIG Defense & Aerospace เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ตามการแถลงการณ์ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM จะถูกติดตั้งบนเรือที่กำลังสร้างในตุรกี
เป็นการอ้างอิงถึงโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2 จำนวน 3ลำของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)

มาเลเซียและบริษัท STM ตุรกีได้ลงนามสัญญาสร้างเรือคอร์เวต LMS Batch 2 จำนวน 3ลำในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html)
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point‑defence) ทางเรือที่ออกแบบเพื่อต่อต้านอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: anti‑ship missile) และอากาศยานต่างๆที่เข้าหาเรือ

อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM ใช้ส่วนค้นหาเป้าหมาย seeker แบบ dual‑mode ที่ผสมผสานระบบนำวิถีคลื่นความถี่วิทยุ(RF: radio frequency) และความร้อน infrared(IIR: imaging infrared)
การพัฒนาของระบบอาวุธ K-SAAM ได้รับการนำโดยสำนักงานการพัฒนาทางกลาโหม(ADD: Agency for Defense Development) สาธารณรัฐเกาหลี โดยบริษัท LIG Defense & Aerospace ทำหน้าที่เป็นผู้รับสัญญาหลัก 

ด้วยข้อตกลงนี้มาเลเซียจะกลายเป็นลูกค้าส่งออกรายแรกสำหรับระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM ที่ถูกวางกำลังใช้งานแล้วบนเรือรบของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy)
การสร้างเรือคอร์เวต LMS Batch 2 กำลังได้รับการดำเนินการ ณ อู่เรือ Istanbul Shipyard ตุรกี ซึ่งเรือลำแรกเรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 เมื่อเข้าประจำการในกองทัพเรือมาเลเซีย

ได้ถูกทำพิธีตัดเหล็กในเดือนธันวาคม 2024 ตามมาด้วยพิธีวางกระดูกงูเรือในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html) และถูกปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026
เรือคอร์เวต LMS Batch 2 ทั้งสามลำมีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Naval Forces) ซึ่งมีความยาวเรือรวมที่ราว 100m และมีระวางขับน้ำเต็มที่ที่ประมาณ 2,500tonnes

นอกเหนือจาก K-SAAM เรือคอร์เวต LMS Batch 2 แต่ละลำมีรูปแบบที่จะติดตั้งอาวุธปืนเรือ 76mm เป็นปืนหลัก, แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด, และปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง แยกออกไปต่างหาก
ตัวแทนบริษัท Roketsan ตุรกีกล่าวกับ Janes ว่ามาเลเซียยังได้ลงนามสัญญาจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน 24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 กับตน ณ งาน DSA 2026 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ด้วยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569

สหรัฐฯทดสอบระบบอาวุธ Laser พลังงานสูงบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz

US Navy tests containerised directed energy weapon







AV containerised its Locust X2 laser weapon system for maritime use during a test on the flight deck of Nimitz-class aircraft carrier USS George HW Bush (CVN 77) in October 2025. (US Navy)

กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ยืมระบบอาวุธ Laser พลังงานสูงแบบ Palletized-High Energy Laser(P-HEL) ของกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) เพื่อทดสอบยิงระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) ในทะเลในเดือนตุลาคม 2025 
ตามแถลงการณ์เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2025 ระบบอาวุธ Laser พลังงานสูงแบบ P-HEL เป็นรุ่นที่ติดตั้งในตู้บรรทุก container ของระบบอาวุธ Laser พลังงานสูงแบบ Locust HEL ของบริษัท AeroVironment(AV) สหรัฐฯ

ระบบอาวุธ Laser แบบ P-HEL ถูกบรรทุกบนเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Nimitz เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-77 USS George HW Bush ในเดือนตุลาคม 2025 สำหรับการทดสอบยิงจริง
ตามคำบรรยายของภาพถ่ายที่กองทัพเรือสหรัฐฯเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2025 ระบบอากาศยานไร้คนขับ UAS จำนวน 17เป้าหมาย ถูกระบบอาวุธ laser สามารถยิงโดนทั้งหมด ผู้บริหารของบริษัท AV สหรัฐฯกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2025

สำนักงานขีดความสามารถรวดเร็วและวิทยาการสำคัญ(RCCTO: Rapid Capabilities and Critical Technologies Office) ของกองทัพบกสหรัฐฯได้นำระบบอาวุธ Laser แบบ P-HEL ทำการทดสอบแล้วหลายครั้ง
และจากนั้นบริษัท AV ได้ทำการปรับปรุง 10 "รายการที่สำคัญ" เพื่อการใช้งานระบบทางทะเลและในตู้บรรทุก John Garrity รองประธานฝ่ายระบบพลังงานตรงของ AeroVironment สหรัฐฯกล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026

การปรับปรุงต่างๆรวมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มความทนทานของชิ้นส่วนประกอบไฟฟ้าต่างๆ Garrity กล่าว การยิงจริงเป็นประโยชน์ต่อกองทัพบกสหรัฐฯนอกเหนือจากจะเป็นประโยชน์ต่อกองทัพเรือสหรัฐฯเนื่องจาก
"มันยังช่วยลดความเสี่ยงสำหรับ...สภาวะทางสภาพแวดล้อมที่มีความท้าทายต่างๆมากขึ้นที่เราไม่ได้ทำการทดสอบระบบต่างๆของกองทัพบกสหรัฐฯของเราเสมอไป" เขากล่าว

จากการยิง 17ครั้งที่มีขึ้นโดยระบบอาวุธ Laser ของ AV สหรัฐฯ เจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯได้สร้างการสังหารที่มากกว่าร้อยละ50 หลังจากทำการฝึกเป็นเวลประมาณ 30นาที Garrity กล่าว
บริษัท AV สามารถที่จะใช้รถยก forklift ยกระบบอาวุธ Laser แบบ Locust วางบนดาดฟ้าบินของเรือบรรทุกเครื่องบินระหว่างที่หยุดการปฏิบัติการบินต่างๆและย้ายมันกลับหลังจากนั้นเพื่อเริ่มการปฏิบัติการบินใหม่ เขากล่าว

"ในการทดสอบต่างๆในอนาคตและการวางกำลังประจำการในท้ายที่สุด เราคาดว่าระบบจะถูกวางติดตั้งในตำแหน่งและถูกใช้งานได้โดยปราศจากการขัดขวางต่อกิจกรรมอื่นๆของเรือ" Garrity กล่าว
ตามข้อมูลจาก Janes World Navies เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-77 USS George H.W. Bush เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz ลำที่สิบและลำสุดท้ายที่เข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯตั้งแต่ปี 2009 ครับ

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569

ออสเตรเลียลงนามสัญญากับญี่ปุ่นเพื่อจัดหาเรือฟริเกตชั้น Mogami รุ่นปรับปรุง 3ลำแรก

Australia signs contract for first three Mogami-class frigates







A model of the Improved Mogami class on display at Indo Pacific 2025. (Commonwealth of Australia, Alex Luke)



ออสเตรเลียได้ลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการสำหรับเรือฟริเกตอเนกประสงค์(general purpose frigate) จำนวน 3ลำแรกของกองทัพเรือออสเตรเลีย(RAN: Royal Australian Navy)
เป็นเครื่องหมายถึงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในโครงการฟื้นฟูกำลังรบเรือรบผิวน้ำของกองทัพเรือออสเตรเลียจากการคัดเลือกแบบสู่การดำเนินการปฏิบัติ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/mogami.html)

ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2026 รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย Richard Marles และรัฐมนตรีอุตสาหกรรมกลาโหมออสเตรเลีย Pat Conroy กล่าวว่า
สัญญาต่างๆได้บรรลุผลเสร็จสิ้นกับบริษัท Mitsubishi Heavy Industries(MHI) ญี่ปุ่นสำหรับการส่งมอบเรือฟริเกตอเนกประสงค์จำนวน 3ลำแรก(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/mogami.html)

ซึ่งมีพื้นฐานเป็นรุ่นปรับปรุงของเรือฟริเกตชั้น Mogami ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/mogami-ffm-12-yoshii.html)
การลงนามสัญญามีขึ้นตามการตัดสินใจของออสเตรเลียในเดือนสิงหาคม 2025 ที่เลือกแบบเรือฟริเกตชั้น Mogami รุ่นปรับปรุงในฐานะระบบที่พึ่งประสงค์สำหรับโครงการเรือฟริเกตอเนกประสงค์ของตน

ขณะที่การตัดสินใจก่อนหน้าได้ยืนยันแบบเรือที่ชนะ การประกาศในเดือนเมษายน 2026 ได้ยืนยันการจัดหาเรือระยะที่หนึ่งและความมุ่งมั่นอย่างเป็นทางการในโครงการที่จะเริ่มต้นการสร้างเรือ
ภายใต้รูปแบบข้อตกลง เรือฟริเกต 3ลำแรกจะถูกต่อในญี่ปุ่น โดยเรือฟริเกตลำต่อไปที่ตามมามีความตั้งใจที่จะถูกสร้างในรัฐ Western Australia ขึ้นกับการควบรวมเข้ากับนิคมอุตสาหกรรมทางเรือกลาโหม Henderson Defence Precinct

เรือฟริเกตอเนกประสงค์ของออสเตรเลียจะติดตั้งแท่นยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launch System) 32ท่อยิง เรือฟริเกตแต่ละลำจะยังติดตั้งอาวุธปล่อนำวิถีพื้นสู่อากาศ(SAM: Surface-to-Air Missile) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: Anti-Ship Missile) 
และจะยังสามารถรองรับการปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Lockheed Martin/Sikorsky MH-60R Seahawk ของกองทัพเรือออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2021/10/mh-60r.html)

ไม่มีรายละเอียดที่ถูกมอบให้เกี่ยวกับแบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่างๆ แต่ Janes รายงานในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่าเรือฟริเกตของออสเตรเลียจะถูกสร้างเพื่อรองรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น Kongsberg Naval Strike Missile(NSM)
คุณลักษณะอื่นๆของเรือฟริเกตอเนกประสงค์ที่ถูกมอบให้ในแถลงการณ์ร่วมรวมถึงระยะการปฏิบัติการที่ราว 10,000nmi และกำลังพลประจำเรือที่ 92นายครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/nsm.html)

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

เยอรมนีรับมอบเครื่องบินลำเลียง A400M เครื่องสุดท้ายครบ 53เครื่อง

Germany receives final A400M airlifter





As the last of 53 A400Ms for Germany, 54+63 was delivered to the Luftwaffe on 18 April 2026. (Luftwaffe)

เยอรมนีได้รับมอบเครื่องบินลำเลียง Airbus Defence and Space(DS) A400M เครื่องที่53 และเครื่องสุดท้ายของตนเข้าประจำการในกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) แล้ว
เครื่องบินลำเลียง A400M หมายเลข 54+63 ได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศเยอรมนีเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2026 เสร็จสิ้นการส่งมอบที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2014

กองทัพอากาศเยอรมนีได้จัดหาเครื่องบินลำเลียง A400M เพื่อทดแทนเครื่องบินลำเลียง Transall C-160 ที่ขณะนี้ปลดประจำการไปแล้วของตน เช่นเดียวกับการใช้สำหรับการลำเลียงด้านการส่งกำลังบำรุง
กองทัพอากาศเยอรมนีกำลังใช้งานเครื่องบินลำเลียง A400M สำหรับภารกิจทางยุทธวิธีต่างๆในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/airbus-a400m.html)

ด้วยวัตถุประสงค์นี้กองทัพอากาศเยอรมนีได้เครื่องบินลำเลียง A400M ของตนด้วยระบบมาตรการต่อต้านการเล็งด้วย infrared แบบ Elbit Systems J-MUSIC(MUlti-Spectral Infrared Countermeasure) อิสราเอล
เช่นเดียวกับระบบการพรางตัวไปกับภูมิประเทศด้วยการบินระดับเพดานบินต่ำ ฝูงบินเครื่องบินลำเลียง A400M ของกองทัพอากาศเยอรมนียังถูกนำไปใช้งานในฐานเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศด้วย

ภารกิจต่างๆในอนาคตสำหรับเครื่องบินลำเลียง A400M ในประจำการกองทัพอากาศเยอรมนียังอาจจะรวมถึงการทำหน้าที่ยานแม่สำหรับฝูงอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) จำนวนมาก
และเครื่องบินบรรทุกระยะไกล(remote carriers) ของระบบอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี'(loyal wingmen)(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/rheinmetall-boeing-mq-28-ghost-bat.html)

และความเป็นไปได้ในฐานะระบบก่อกวนสัญญาณระยะไกลเกินพิสัยโจมตีฝ่ายตรงข้าม(standoff jammer) สำหรับภารกิจ luWES(Luftgestützte Wirkung im Elektromagnetischen Spektrum) สำหรับ NATO
เยอรมนีเดิมมีความตั้งใจที่จะจัดซื้อเครื่องบินลำเลียง A400M จำนวน 73เครื่อง แต่จำนวนเครื่องได้ถูกลดลงในปี 2011 เป็นจำนวน 53เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/airbus-a400m.html)

ขณะที่เยอรมนีมองที่จะขายเครื่องบินลำเลียง A400M เหล่านี้ออกไป 13เครื่องและยังปฏิบัติการเครื่องบินเหล่านี้ในฐานะฝูงบินานชาติ ขณะนี้เครื่องบินลำเลียง A400M ทุกเครื่องได้อยู่ในรายการยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศเยอรมนีแล้ว
เครื่องบินลำเลียง A400M ประจำการอยู่ในฝูงบิน1(1 Flying Squadron), ฝูงบิน2(2 Flying Squadron), และฝูงบิน3(3 Flying Squadron) กองบินลำเลียง62(Air Transport Wing 62) ณ ฐานทัพอากาศ Wunstorf โดยมีหน่วยฝึกที่ฝูงบิน4(4 Flying Squadron) ณ ฐานทัพอากาศ Bremen ครับ

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

ฝรั่งเศสดัดแปลงปืนใหญ่อากาศ 30mm ของเครื่องบินขับไล่ Rafale เพื่อใช้ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ C-UAS

France modifies Rafale gun as part of wider enhancement of C-UAS capabilities





A file photo of a French Air and Space Forces Rafale combat aircraft. The DGA has contracted Dassault to update the aircraft's fire control system to enable its gun to be used for the C-UAS role. (French Armed Forces)

ฝรั่งเศสได้ดัดแปลงชุดคำสั่ง software ของปืนใหญ่อากาศ Giat DEFA 791B ขนาด 30mm ภายในลำตัวของเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/dassault-rafale-2025.html)
ในฐานะส่วนหนึ่งของหลากหลายมาตรการต่างๆที่จะเพิ่มขยายขีดความสามารถการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System) ต่างๆของกองทัพฝรั่งเศส(French Armed Force, Forces armées françaises)

สำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(Directorate General of Armament, DGA: Direction Générale de l'Armement) กล่าวต่อรัฐสภาฝรั่งเศส(National Assembly, Assemblée Nationale) เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2026 ว่า
ปืนใหญ่อากาศ 30mm ภายในลำตัวของเครื่องบินขับไล่ Rafale ได้รับการปรับแต่งที่จะสามารถทำให้ถูกใช้ในภารกิจต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ C-UAS โดยทั่วไป

และภารกิจต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) แบบโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว(OWA: One-Way Attack) รูปแบบอากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ Shahed ของอิหร่านโดยเฉพาะ
"เราได้ผ่านสัญญาที่จะดัดแปลงระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control System) ของเครื่องบินขับไล่ Rafale ที่จะทำให้สามารถโจมตีอากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว Shahed ในระยะใกล้ด้วยปืนใหญ่อากาศ 30mm"

"นี่เคยเป็นขีดความสามารถที่เป็นที่ต้องการโดยกองทัพฝรั่งเศส และเรามีการทำสัญญาอย่างรวดเร็วกับบริษัท Dassault ฝรั่งเศสเพื่อจะดัดแปลงระบบควบคุมการยิง" Patrick Pailloux หัวหน้าสำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส DGA กล่าว
เมื่อเขาได้ทำการตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับการปรับปรุงล่าสุดต่อกฎหมายโครงการทางทหาร(Military Programming Law, LPM: Loi de programmation militaire) ปี 2024-2030 ของฝรั่งเศสที่เผยแพร่โดยรัฐสภาฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026

ตามการเน้นโดย Pailloux ปัญหาปรากฏการณ์ parallax ต่างๆ โดยที่ตำแหน่งหรือทิศทางของวัตถุที่ปรากฎจะแตกต่างออกไปเมื่อถูกมองจากตำแหน่งต่างๆที่แตกต่างกันได้ทำให้ก่อนหน้านี้ได้สร้างความยากลำบาก
ที่นักบินของเครื่องบินขับไล่ Rafale จะใช้ปืนใหญ่อากาศ 30mm เพื่อจะโจมตีเป้าหมายประเภทอากาศยานไร้คนขับต่างๆเหล่านี้ในระยะใกล้ เครื่องบินขับไล่ Rafale ติดตั้งปืนใหญ่อากาศ Giat DEFA 791B 30mm ความจุกระสุน 125นัดภายในลำตัว 

โดยระหว่างสงครามอิหร่านล่าสุดในช่วงเดือนมีนาคม 2026 กองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, AAE: Armée de l'Air et de l'Espace) ได้วางกำลังเครื่องบินขับไล่ Rafale ของตนที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE: United Arab Emirates) 
และประสบความสำเร็จในการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ MBDA MICA(Missile d'Interception, de Combat et d'Auto-défense) เพื่อสกัดกั้นทำลายอากาศยานไร้คนขับ UAV ของอิหร่านที่โจมตีชาติพันธมิตรของตนในประเทศกลุ่มอ่าว persia ตะวันออกกลางครับ