วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2569

DTI ไทยส่งมอบปืนเล็กสั้น MI-5 5.56x45mm ที่ผลิตในไทยแก่กองทัพไทย

DTI delivers 5.56x45 mm carbines to the Thai military











Emtan MZ-4, assessed by Janes as the basis for Thailand's new MI-5 carbine. (DTI)



เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) จัดพิธีส่งมอบอาวุธปืนเล็กสั้น ขนาด 5.56 มิลลิเมตร ให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อนำไปใช้งานในภารกิจด้านความมั่นคง 
โดยมี พลเอก ดร. ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็นผู้ส่งมอบ และได้รับเกียรติจาก พลเอก นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พลเอก พอพล มณีรินทร์  อดีตประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พลเอก กู้เกียรติ ศรีนาคา ที่ปรึกษาสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ 
พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ภายในงาน เจ้าหน้าที่จากบริษัท อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด (WMI) และ ทีมยิงปืนทางยุทธวิธีกองทัพบก ทำการสาธิตการยิงทางยุทธวิธี เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและขีดความสามารถของอาวุธปืน สะท้อนความพร้อมในการนำไปใช้งานในสถานการณ์จริงของหน่วยผู้ใช้งาน
สำหรับอาวุธปืนเล็กสั้น ขนาด 5.56 มิลลิเมตร ดังกล่าว เป็นผลงานของ บริษัท อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด (WMI) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ DTI เป็นปืนเล็กสั้นจู่โจมตระกูล AR-15 ใช้กระสุนมาตรฐาน 5.56×45 มิลลิเมตร ความยาวลำกล้อง 11.5 และ 14.5 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยระบบ Direct Gas Impingement System (DGIS) 
โดดเด่นด้วยโครงปืนส่วนบนแบบ Monolithic ที่เพิ่มความแข็งแรงและความสมดุลในการใช้งาน พร้อมกระโจมมือระบบ M-LOK ที่มีน้ำหนักเบา รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้อย่างหลากหลาย ตอบโจทย์การปฏิบัติภารกิจของกำลังพลในยุคปัจจุบัน
การส่งมอบในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำอาวุธปืนเล็กสั้นของบริษัท อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด (WMI) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ DTI ไปใช้งานจริงกับหน่วยผู้ใช้ในสังกัดกระทรวงกลาโหม แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการเสริมสร้างความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ ตลอดจนสนับสนุนการพึ่งพาตนเองในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศไทย อย่างเป็นรูปธรรม

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI(Defence Technology Institute) ไทยได้ประกาศการส่งมอบปืนเล็กสั้นขนาด 5.56x45mm ที่ผลิตโดยบริษัท อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด(WMI: Weapons Manufacture Industries Co., Ltd.) ไทยแก่เหล่าทัพต่างๆของไทย
WMI ไทยเป็นกิจการร่วมค้า(JV: Joint Venture) ที่มีส่วนระหว่าง DTI ไทย และบริษัท สหพิพัฒนกิจ จำกัด(SAHAPIPATTHANAKIJ COMPANY LIMITED) ไทย และบริษัท Emtan Karmiel อิสราเอลผู้ออกแบบและผลิตอาวุธปืน

ใน post ที่เผยแพร่ในสื่อสังคมในช่วงต้นเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๙(2026) DTI ไทยกล่าวว่าปืนเล็กสั้นขนาด 5.56x45mm ได้ถูกส่งมอบให้แก่กองบัญชาการกองทัพไทย(RTARF HQ: Royal Thai Armed Forces Headquarters), กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army), กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy), และกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)
ถูกกำหนดแบบว่าเป็นปืนเล็กสั้นจู่โจม MI-5 มีรุ่นความยาวลำกล้อง 11.5" และ 14.5" และทำงานด้วยระบบก๊าซ Direct Gas Impingement System(DGIS) แต่ไม่มีการให้รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับคุณลักษณะทางสมรรถนะหรือจำนวนปืนที่ถูกส่งมอบว่ามีกี่กระบอกสำหรับแต่ละหน่วย

Janes ประเมินจากชุดภาพการส่งมองเมื่อวันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙ ณ ณ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เผยแพร่โดย DTI ไทยตั้งข้อสังเกตุว่าปืนเล็กสั้น MI-5 มีพื้นฐานจากปืนเล็กยาวจู่โจม MZ-4 ขนาด 5.56x45mm ของบริษัท Emtan อิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/first-win-4x4-atv-mi-47-mi-9.html)
ปืนเล็กยาว MZ-4 มีพื้นฐานจากปืนเล็กยาวจู่โจมตระกูล AR-15 มีลำกล้องขนาด 14.5" และทำงานด้วยระบบก๊าซ DGIS ตามข้อมูลจาก Emtan อิสราเอล มีน้ำหนัก 3.2kg เมื่อไม่บรรจุซองกระสุน และมีความยาวรวม 780mm เมื่อพับพานฐาน และยาว 860mm เมื่อยืดพานท้าย ใช้ซองกระสุนมาตรฐาน STANAG ความจุกระสุน ๓๐นัด และมีวงรอบอัตราการยิงที่ ๗๕๐-๙๕๐นัดต่อนาที

ปืนเล็กยาว MZ-4 มีรางติดอุปกรณ์เสริม MIL-STD-1913 Picatinny เต็มตลอดความยาวโครงปืนส่วนบน และกระโจมมือระบบ M-LOK ทำให้สามารถติดกล้องช่วยเล็ง, อุปกรณ์ช่วยเล็ง, ด้ามจับด้านหน้า, ไฟฉายอาวุธ, สิ่งอุปกรณ์เสริมสำหรับภารกิจเฉพาะอื่นๆต่างๆได้
การประกาศมีขึ้นตามข้อตกลงในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๕(2022) ระหว่าง Emtan อิสราเอลและ DTI ไทยในการจัดตั้งขีดความสามารถการผลิตและประกอบอาวุธปืนขนาดเล็กในไทย สนับสนุนการผลิตภายในประเทศไทยของบริษัทผลิตอาวุธปืนของอิสราเอล

ก่อนหน้านี้บริษัท Israel Weapon Industries(IWI) อิสราเอลในเครือบริษัท SK Group อิสราเอลกล่าวกับ Janes ว่าตนกำลังทำการตลาดระบบกลไกการยิงควบคุมด้วย computer สำหรับอาวุธปืนประจำกายขนาดเล็กแบบ Arbel แก่หลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
Doron Korol รองประธานฝ่ายการตลาดและการขายเอเชีย-แปซิฟิกของ SK Group อิสราเอลกล่าวกับ Janes ในเดือนธันวาคม 2025 ว่าบริษัท IWI อิสราเอลยังอยู่ในการเจรจากับไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/iwi-arbel.html) โดยกองทัพไทยได้มีการจัดหาอาวุธปืนประจำกายแบบต่างๆจาก IWI อิสราเอลไปแล้วหลายแบบก่อนหน้า

รวมถึงปืนเล็กยาวจู่โจมรูปทรง bullpup แบบ Tavor TAR-21 และปืนเล็กสั้น bullpup แบบ X95, ปืนเล็กยาวจู่โจม Galil ACE-N 23, และปืนเล็กกล Negev เป็นต้น ระหว่างนิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defense & Security 2025 ที่อาคาร Challenger Hall 1-2 ศูนย์จัดแสดงสินค้า IMPACT เมืองทองธานี นนทบุรี ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)
ระบบควบคุมการยิงอาวุธด้วย computer แบบ Arbel ได้ถูกเห็นติดตั้งกับปืนเล็กยาวจู่โจมหลายขนาดลำกล้อง ARAD ของ IWI อิสราเอล ซึ่ง Korol กล่าวกับว่าไทยอาจจะเป็นลูกค้ารายแรกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่ใช้ระบบ Arbel นี้ "ผมเชื่อว่าไทยจะจัดหาระบบ Arbel ในปี 2026" Korol กล่าวว่าระบบ Arbel ได้ถูกใช้งานโดยกองทัพต่างๆในชาติตะวันตกแล้วแต่ไม่ได้ให้รายละเอียดครับ  

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569

Lockheed Martin สหรัฐฯทำการบินครั้งแรกของเครื่องบินขับไล่ F-35A เยอรมนีเครื่องแรกจาก 35เครื่อง

Lockheed Martin flies first F-35A for Germany ahead of official rollout ceremony





The first of 35 F-35A combat aircraft for Germany departs Lockheed Martin's Fort Worth production facility on its maiden flight on 8 September 2026. It will be officially presented to the German Ministry of Defence on 18 September 2026. (German Embassy in Washington, DC)



บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้ทำการบินครั้งแรกของเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II เครื่องแรกสำหรับกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) ก่อนหน้าพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2026 นี้
การบินครั้งแรกของมีขึ้นจากโรงงานผลิตอากาศยาน Fort Worth ในมลรัฐ Texas เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 โดยพิธีส่งมอบอย่างเป็นการ ณ โรงงานอากาศยาน Fort Worth ที่เดียวกันมีกำหนดการในวันที่ 18 กันยายน 2026

สถาทูตเยอรมนีประจำ Washington, DC สหรัฐฯกล่าวในบัญชี X ทางการของตนเน้นว่า เหตุการณ์สำคัญนี้เป็นเครื่องหมายถึงการเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่สำหรับกองทัพอากาศเยอรมนี 
การทำงานร่วมกันอย่างแนบแน่นกับลูกค้าต่างๆของเครื่องบินขับไล่ F-35 ใน NATO เสริมความแข็งแกร่งการวางตัวการป้องกันภัยทางอากาศบูรณาการและการป้องปรามของ NATO และเสริมความแข็งแกร่งข้อผูกพันด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและยุทธศาสตร์ระหว่างเยอรมนีและสหรัฐฯ

เครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกถูกกำหนดหมายเลขเครื่อง 35+01 โดยหมายเลข 35 เป็นการกำหนดแบบเครื่องบินขับไล่ F-35 ในประจำการกองทัพอากาศเยอรมนี โดยหมายเลข 01 หมายถึงโครงสร้างอากาศยาน(airframe) เครื่องแรก
เครื่องบินขับไล่ F-35A จะถูกส่งมอบมายังฐานทัพรักษาดินแดนทางอากาศ Ebbing Air National Guard Base ใน Fort Smith มลรัฐ Arkansas สหรัฐฯสำหรับการฝึกนักบิน(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35a-35.html)

การส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A ชุดแรกมายังฐานทัพอากาศ Büchel ในเยอรมนีจะเริ่มต้นในไตรมาสที่สามของปี 2027 และดำเนินไปจนถึงปี 2029(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/f-35a-35.html)
ความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) มีกำหนดจะมีขึ้นในปี 2029 โดยความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) จะมีตามมาในปี 2030(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/jsm-f-35a.html)

ตั้งแต่คำสั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A ระยะที่หนึ่งจำนวน 35เครื่องได้มีขึ้นในเดือนธันวาคม 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/f-35a-35.html) ได้มีรายงานซ้ำๆหลายครั้งโดยสื่อท้องถิ่นของเยอรมนีที่อ้างคำกล่าวของนายทหารอาวุโสผู้นำระดับสูงต่างๆของกองทัพอากาศเยอรมนีว่า
เครื่องบินขับไล่ F-35A จะได้รับการจัดหาเพิ่มเติม(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/f-35a-8.html) อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมเยอรมนี(Federal Ministry of Defence, BMVg: Bundesministerium der Verteidigung) ได้ปฏิเสธเรื่องนี้มาโดยตลอด

ณ งานแสดงการบินนานาชาติ ILA Berlin Airshow 2026 ระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 2026 ในนครหลวง Berlin เยอรมนี Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวว่าเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกสำหรับเยอรมนีหมายเลขสายการผลิต MG-01
ได้เสร็จสิ้นการติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Pratt and Whitney F135 เข้ากับตัวเครื่องบินแล้ว ก่อนเข้าสู่การทำสีและตกแต่งขั้นสุดท้ายรวมถึงการเคลือบสารคุณสมบัติตรวจจับยาก stealth coating ที่ได้ตามมาด้วยการทำการบินครั้งแรกล่าสุดก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครับ

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569

กองทัพเรือไทยเลือก Hanwha Ocean เกาหลีใต้เป็นผู้ชนะโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ ๑ลำ

Hanwha Ocean Selected as Preferred Bidder for Thailand’s Next-Generation Frigate Program

Artist impression of the design selected for Thailand’s Next-Generation Frigate Program. (Hanwha Ocean)


Hanwha Ocean OCEAN-40F frigate design on display at Defense & Security 2025 in Bangkok, Thailand. (Naval News)

บริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้การนำโดย Kim Hee-cheul ประธานและผู้อำนวยการบริหาร ได้ถูกเลือกในฐานะผู้เข้าแข่งขันที่พึ่งประสงค์สำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ จำนวน ๑ลำของกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ตามเอกสารที่เผยแพร่โดยสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ สยป.ทร.(NAMO: Naval Acquisition Management Office) เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙(2026)
โครงการจัดหาเรือฟริเกต โดยวิธีคัดเลือก นั้น การจ้างสร้างเรือฟริเกต จำนวน ๑ ลำ ผู้ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. โดยเสนอราคา เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๖,๗๓๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($508,202,023)(https://www.navy.mi.th/procurement-result/9125)

บริษัท Hanwha Ocean กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์ของตนที่เผยแพร่ตามว่าเมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙(https://www.hanwha.co.kr/newsroom/media_center/news/news_view.do?seq=16255) ว่า "การคัดเลือกเป็นก้าวย่างทางขั้นตอนกระบวนการที่นำไปสู่การหารือในแง่รายละเอียดเฉพาะ 
รวมถึงรายละเอียดคุณลักษณะทางเทคนิคต่างๆและขอบเขตของโครงการ ก่อนหน้าการลงนามสัญญาขั้นสุดท้าย Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีจะดำเนินการเจรจารายละเอียดต่างๆกับกองทัพเรือไทย และเงื่อนไขสัญญาสุดท้ายจะถูกกำหนดโดยผลลัพธ์ของการเจรจาต่างๆเหล่านั้น"

"ด้วยการถูกเลือกในฐานะผู้เข้าแข่งขันที่พึ่งปรารถนา บริษัท Hanwha Ocean วางแผนที่จะเสริมสร้างแข็งแกร่งรากฐานการจัดตั้งสำหรับความร่วมมือการป้องกันประเทศทางเรือรบระยะยาวกับไทยขณะที่เดินหน้าที่ขยายความเป็นไปได้ทางธุรกิจในตลาดเรือรบผิวน้ำทั่วโลกรวมถึงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระหว่างการเจรจารายละเอียดต่างๆที่กำลังจะมีขึ้น บริษัท Hanwha Ocean ตั้งใจที่จะประสานงานเงื่อนที่จำเป็นต่างๆอย่างรอบคอบเพื่อสร้างความมั่นใจว่าโครงการจะดำเนินการปฏิบัติได้อย่างน่าเชื่อถือและสร้างเรือรบที่เป็นที่พอใจสำหรับทั้งกองทัพเรือไทยและ Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี

"ผ่านขั้นตอนนี้ บริษัท Hanwha Ocean มุ่งเป้าที่จะได้รับเงื่อนไขสัญญาที่เหมาะสมที่สุดที่เพิ่มการแข่งขันได้และประสิทธิภาพของโครงการต่อเรือรบของตนอย่างถึงขีดสุด กองทัพเรือไทยได้แถลงก่อนหน้าในเอกสารแจ้งต่อสาธารณะว่ากองเรือไทยได้เสนอวงเงิน ๑๖.๗๓ พันล้านบาทหรือประมาณ 683.3 billion Korean Won สำหรับการสร้างเรือฟริเกต ๑ลำ และการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงแบบบูรณาการ
Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีได้แข่งขันในโครงการเรือฟริเกตของกองทัพเรือไทยกับบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศต่างๆจากสเปน, สิงคโปร์, ตุรกี และประเทศอื่นๆ บริษัทได้ถูกเลือกในฐานะผู้เข้าแข่งขันที่พึ่งประสงค์ตามความแข็งแกร่งของประสบการณ์ความสำเร็จของตนในการส่งมอบเรือฟริเกตลำแรก"

"คือเรือฟริเกตเรือหลวงภูมิพลอดุยเดช(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/rtn-27aug2026.html) แก่กองทัพเรือไทยในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) รวมถึงความเชี่ยวชาญการสร้างเรือรบที่บริษัท Hanwha Ocean สั่งสมมา(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/kddx.html)
การสนับสนุนเชิงรุกจากกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี, สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี, และกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ยังมีส่วนช่วยในการได้รับการถูกเลือก"

"ความเชื่อถือระหว่างสองชาติราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐเกาหลีถูกสร้างผ่านการแลกเปลี่ยนทางกลาโหมที่ยั่งยืนที่ยังถูกใช้ในฐานะรากฐานสำหรับความก้าวหน้าของโครงการ สิ่งต่างๆเหล่านี้เหล่านี้รวมถึงการแลกเปลี่ยนและการหารือระดับทวิภาคีของกองทัพเรือทั้งสองชาติ,
การเดินทางเยือนไทยโดยหมู่เรือฝึกต่างประเทศ(Cruise Training Task Group) ของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/blog-post.html) และการฝึกผสมนานาชาติ Cobra Gold(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/amphibex-cobra-gold-2026.html)" บริษัท Hanwha Ocean กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์ของตน

ตามที่ Naval News รายงานก่อนหน้านี้การแข่งโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ของกองทัพเรือไทยมีผู้เข้าแข่งขันจาก ASFAT รัฐวิสาหกิจอู่ต่อเรือตุรกี, Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี, บริษัท HD Hyundai Heavy Industries(HHI) สาธารณรัฐเกาหลี, บริษัท Navantia สเปน, บริษัท ST Engineering Marine สิงคโปร์, และบริษัท TAIS Shipyards ตุรกี
ตามที่ Naval News รายงานระหว่างนิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defense & Security 2025 ที่ IMPACT เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/blog-post.html)

รูปแบบของแบบเรือฟริเกต Ocean-40F ของ Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีสำหรับกองทัพเรือไทยนั้นแตกต่างออกไปจากปกติ เป็นครั้งแรกที่อู่เรือสาธารณรัฐเกาหลีเป็นหุ้นส่วนจะผู้ผลิตระบบการป้องกันประเทศชั้นนำต่างๆของยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/hanwha-ocean-40f.html) ระหว่างงาน Defense & Security 2025 
บริษัท Hanwha Ocean ได้ลงนามลงนามบันทึกความเข้าใจ(MoU: Memorandum of Understanding) กับบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสเพื่อจะทำหน้าที่เป็นผู้บูรณาการระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) และระบบตรวจจับต่างๆ และบริษัท MBDA ยุโรปสำหรับการบูรณาการะบบอาวุธต่างๆ

ความเป็นหุ้นส่วนนี้ส่งมอบขีดความสามารถการโจมตีที่มีศูนย์กลางบนอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำแบบ MBDA Exocet MM40 Block 3C ซึ่งให้ขีดความสามารถทั้งการโจมตีที่ระยะเหนือเส้นขอบฟ้าและการโจมตีเป้าหมายชายฝั่ง
บริษัท Hanwha Ocean ยังได้ลงนามลงนามบันทึกความเข้าใจ MoU กับบริษัท Cohort Group สหราชอาณาจักร รวมถึงความร่วมมือเกี่ยวกับระบบ Sonar ต่างๆ, แท่นยิง torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ SEA Torpedo Launcher System(TLS), ระบบตรวจการณ์, ระบบชี้เป้าหมาย และระบบควบคุมการยิงต่างๆ เช่นเดียวระบบจัดการการสื่อสารต่างๆ

บนพื้นฐานจากแบบจำลองเรือฟริเกต Ocean-40F ที่ถูกจัดแสดงในงาน Defense & Security 2025 และชุดภาพล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ในสัปดาห์ที่สองของเดือนกันยายน ๒๕๖๙ โดย Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี เรือฟริเกตใหม่ในอนาคตของกองทัพเรือไทยน่าจะติดตั้งด้วยระบบตรวจจับต่างๆ รวมถึง
radar แบบ HENSOLDT TRS-4D, ระบบควบคุมการยิง Chess Dynamics Sea Eagle FCRO(Fire Control Radar Optical) และ SeaEagle FCEO-D(Fire Control Electro-Optical Digital), ระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures) radar ทางยุทธวิธีแบบ L3Harris ES-3601 R-ESM

การป้องกันภันทางอากาศของเรือฟริเกต Ocean-40F กองทัพเรือไทยถูกมอบให้โดยแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launch System) 16-cell ๑๖ท่อยิงติดตั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA VL MICA NG ๑๖นัด และแท่นยิงอาวุธปล่อนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA SIMBAD RC สองแท่นยิงที่ด้าหน้าและด้านหลังเรือเสริมขีดความสามารถการป้องกันภัยทางอากาศระยะประชิดเพิ่มเติม
ชุดระบบอาวุธรวมถึงปืนเรือ Leonardo 76mm/62 และแท่นยิง remote(RWS: Remote Weapon Station) DS-30 Mk2 สองแท่นสำหรับปืนกล 30mm ที่ถูกใช้ในแบบทวิประสงค์ทั้งสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำตามแบบและภัยคุกคามแบบอสมมาตรต่างๆที่อุบัติขึ้น เรือฟริเกต Ocean-40F ยังปรากฎที่จะติดตั้งแท่งยิงเป้าลวง Lacroix SYLENA สี่แท่นยิงด้วย

หนึ่งในภาพวาดสร้างจาก computer ที่บริษัท Hanwha Ocean เผยแพร่ล่าสุดยังแสดงเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ ฮร.ตช.๑ Schiebel Camcopter S-100 VTOL UAV(Vertical Take-Off and Landing Unmanned Aerial Vehicle) ที่ประจำการในฝูงบิน๑๐๔ กองบิน๑ กองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division) และยานผิวน้ำไร้คนขับ(USV: Unmanned Surface Vehicle) แบบหนึ่งแล่นควบคู่ไปกับเรือฟริเกต Ocean-40F 
ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าระบบไร้คนขับต่างๆเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่กำลังมีขึ้นหรือไม่ บนพื้นฐานจาก MoU ที่ลงนามไปก่อนหน้าสันนิษฐานว่าระบบอำนวยการรบ CMS ของเรือคือ SETIS ของ Naval Group ฝรั่งเศส รายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมน่าจะมีขึ้นเมื่อไทยลงนามสัญญาจัดหาอย่างเป็นทางการหลังกองทัพเรือไทยแถลงผลการพิจารณาคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกตในวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙ ครับ

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569

ภาพเปิดเผยยานเกราะล้อยาง Type 19 8x8 จีนรุ่นใหม่ติดอาวุธ Laser

China reveals laser-equipped Type 19 armoured vehicle variant





A Chinese Type 19 infantry fighting vehicle carrying a laser C-UAS system, reflecting the PLA's growing emphasis on layered air-defence capabilities on the battlefield. (Janes)

ชุดภาพของยานเกราะล้อยาง 8x8 AFV(Armoured Fighting Vehicle) รุ่นใหม่ของสาธารณรัฐประชาชนจีนมีคุณลักษณะป้อมปืนที่ติดตั้งด้วยอาวุธ Laser ได้ปรากฎในสื่อสังคม online ในปลายเดือนสิงหาคม 2026 
การวิเคราะห์ของ Janes บ่งชี้ว่า ยานเกราะล้อยาง 8x8 รุ่นใหม่ติดตั้งด้วยป้อมปืนแบบไร้พลประจำภายในป้อมปืนที่มีคุณลักษณะติดปืนกล 30mm และอาวุธ Laser ระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aerial System)

ทำให้เป็นไปได้ที่จะทำให้ยานเกราะล้อยาง 8x8 รุ่นใหม่นี้จะทำภารกิจการยิงสนับสนุนได้ ตัวรถที่ปรากฎน่าจะมีพื้นฐานจากรถรบทหารราบล้อยาง Type 19 8x8 IFV(Infantry Fighting Vehicle)
ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA: People's Liberation Army) ยังเป็นที่จัดเจนว่าระบบยานเกราะล้อยาง 8x8 ใหม่ดังกล่าวอยู่ในประจำการ, กำลังทดสอบ, หรือถูกใช้ในฐานะระบบสาธิตทางวิทยาการหรือไม่อย่างใด

การวิเคราะห์ของ Janes ตั้งข้อสังเกตว่า อาวุธ laser C-UAS มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะโจมตีเป้าหมายทางอากาศต่างๆในระยะสายตา(LOS: Line-of-Sight) เมื่อเป้าหมายถูกตรวจพบได้ผ่านระบบตรวจจับกล้อง Electro-Optical(EO) ของรถ 
อาวุธ laser จะส่งลำแสงที่รวมตัวเป็นจุด focus เพื่อทำให้เป้าหมายใช้งานไม่ได้หรือทำลายมัน ระบบอาวุธ Laser ดูเหมือนจะถูกออกแบบเพื่อโจมตีภัยคุกคามที่ละหนึ่งเป้าหมายต่อครั้งด้วยความแม่นยำ

อาวุธ Laser น่าจะสามารถต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ต่างๆที่เพดานบินต่ำและบินช้า ที่ความสูง 50m-80m ระยะยิงน่าจะสอดคล้องกับอาวุธ laser อื่นๆของจีน
อย่างเช่นอาวุธ laser ตระกูล Guangjian(光箭, Light Arrow "ลูกศรแสง") ระบบอาวุธ Laser ยังปรากฎที่จะมีระบบทำความเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงระบบอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนรถจากการเกิดความร้อนสะสมที่สูงเกินไป

ยานเกราะล้อยาง Type 19 8x8 รุ่นใหม่ที่พบยังมีการนำระบบการหยั่งรู้สถานการณ์และระบบกำหนดเป้าหมายต่างๆมาใช้ รวมถึงกล้องกลางวัน/กลางคืนต่างๆ, ระบบ laser วัดระยะ, และกล้องเล็ง panoramic ที่ด้านบนป้อมปืน
ยานเกราะล้อยาง Type 19 8x8 รุ่นใหม่ยังมีคุณลักษณะโครงสร้างต่างๆที่เหมือนกล่องในทั้งแต่ละด้านของป้อมปืนที่จะจะเป็นที่เก็บกระสุน, ระบบตรวจจับต่างๆ, module เกราะ, หรือระบบอาวุธปล่อยนำวิถี

ยานเกราะล้อยาง Type 19 8x8 น่าจะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนรถรบทหารราบล้อยาง ZBL-09 8x8(รถรบทหารราบล้อยาง Type 09 8x8 IFV) รุ่นก่อนหน้าที่มีรูปแบบรถแคร่ฐานคล้ายคลึงกัน(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/vn1-8x8-norinco.html)
ยานเกราะล้อยาง Type 19 ถูกพบเห็นแล้วอย่างน้อยสามรุ่นคือรุ่นรถรบทหารราบ IFV ติดป้อมปืนกล 30mm และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง HJ-16 ATGM(Anti-Tank Guided Missile), รุ่นติดป้อมปืนใหญ่รถถัง 105mm และรุ่นลำเลียงพล APC(Armoured Personnel Carrier) ครับ

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569

เกาหลีเหนือทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำที่สอง Kang Kon

North Korea assigns second Choe Hyon-class destroyer to nuclear retaliation role







North Korea commissioned the second Choe Hyon-class destroyer, Kang Kon, on 6 September 2026. (KCNA VIA KNS / AFP via Getty Images)



สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Choe Hyon ลำที่สอง เรือพิฆาต Kang Kon (หมายเลขเรือ 52) 
และมอบหมายภารกิจอย่างเป็นทางการของเรือในหน้าที่การตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของกองทัพเรือประชาชนเกาหลี(KPN: Korean People's Navy)(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/choe-hyon-2.html)

เรือพิฆาต Kang Kon ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2026 ณ Wonsan ในชายฝั่งตะวันออกของประเทศ สำนักข่าว Korean Central News Agency(KCNA) สื่อของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีรายงานวันเดียวกัน
ระหว่างพิธีผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un อธิบายเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำที่สอง เรือพิฆาต Kang Kon ขนาดระวางขับน้ำ 5,000-tonne

ในฐานะองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมการตอบโต้ทางนิวเครียร์ของชาติ และกล่าวว่าเรือพิฆาต Kang Kon ควรจะมีขีดความสามารถที่ส่งมอบ "การโจมตีตอบโต้อย่างมหันต์" ต่อเหล่าศัตรูต่างๆ
KCNA รายงานว่าเรือพิฆาต Kang Kon จะเข้าประจำการในกองเรือทะเลตะวันออก(East Sea Fleet) และดำเนินการปฏิบัติภารกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอธิปไตยทางทะเลของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี

การขึ้นระวางประจำการของเรือพิฆาต Kang Kon มีขึ้นเป็นเวลาน้อยกว่าสามเดือนหลังจากการระวางประจำการเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรก เรือพิฆาต Choe Hyon (หมายเลขเรือ 51)
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาต Choe Hyon เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/choe-hyon.html)

เรือพิฆาต Kang Kon เดิมมีกำหนดการทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนพฤษภาคม 2025 แต่เรือเกิดพลิกคว่ำล่มจมน้ำระหว่างความพยายามปล่อยเรือลงน้ำล้มเหลวในเดือนนั้น(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/choe-hyon.html)
หลังการซ่อมทำในอู่แห้งเรือพิฆาต Kang Kon ได้ถูกปล่อยเรือลงน้ำใหม่ในเดือนมิถุนายน 2025 เรือเริ่มต้นการทดลองเรือในทะเลในเดือนมิถุนายน 2026 และดำเนินการทดสอบระบบอาวุธต่างๆในเดือนถัดมา

ในเดือนกรกฎาคม 2026 สำนักข่าว KCNA ได้เผยแพร่ชุดภาพที่แสดงเรือพิฆาต Kang Kon กำลังทำการยิงอาวุธหลากหลายแบบ รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนทางยุทธศาสตร์, อาวุธต่อต้านอากาศยานต่างๆ, และอาวุธนำวิถีอื่นๆ ระหว่างการตรวจรับและทดสอบระบบการรบ
ในภาพหนึ่งปรากฎว่าเรือพิฆาต Kang Kon ได้ทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อนโจมตีเป้าหมายบนบกแบบ Hwasal-2 จากแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launch System) ระบบ cold-launched ที่ติดตั้งกลางลำเรือครับ

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569

อุซเบกิสถานรับมอบเครื่องบินขับไล่ J-10CE จีนเข้าประจำการ

Uzbekistan’s J-10CEs break cover





The J-10CEs were revealed in a government video presentation. Source: Uzbek TV



อุซเบกิสถานได้แสดงเครื่องบินขับไล่ Chengdu J-10CE จากจีนชุดแรกของตน เป็นเหตุการณ์การส่งออกที่สำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรมการบินและการป้องกันประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ภาพเคลื่อนไหวของเครื่องบินขับไล่ J-10CE ใหม่จำนวน 6เครื่องได้ถูกแสดงในวีดิทัศน์ที่ผลิตโดยรัฐบาลอุซเบกิสถานเนื่องในโอกาสวันชาติของอุซเบกิสถานเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา

สื่อท้องถิ่นของอุซเบกิสถานรายงานระบุว่าเครื่องบินขับไล่ J-10CE ชุดแรก 6เครื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสั่งจัดหาทั้งหมดจำนวน 24เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/j-10-type-22-cm-302.html)
การมาถึงนครหลวง Tashkent ของเครื่องบินขับไล่ J-10CE ชุดแรกได้ถูกบอกใบ้ในสื่อสังคม online ของจีนไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าด้วยชุดภาพเครื่องบินที่น่าจะของอุซเบกิสถานในสีพรางเทาเรียบแต่ขาดการทำเครื่องหมายระบุสัญชาติทางการ

การมาถึงของเครื่องบินขับไล่ J-10CE จีนเป็นเครื่องหมายถึงการเปลี่ยนแปลงในการตีตัวออกห่างที่สำคัญสำหรับอุซเบกิสถานประเทศในเอเชียกลางที่เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต
ตามที่ฝูงบินเครื่องบินรบต่างๆของกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศและกองทัพอากาศอุซเบกิสถาน(Uzbek Air Defense Forces and the Air Force) เดิมมีประจำการด้วยอากาศยานและอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียล้วน

ตามข้อมูลจาก Cirium บริษัทวิเคราะห์ด้านการบินตั้งข้อสังเกตุว่า ก่อนหน้าการมาถึงของเครื่องบินขับไล่ J-10CE ฝูงเครื่องบินรบไอพ่นความเร็วสูงของกองทัพอากาศอุซเบกิสถานประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ Mikoyan MiG-29 จำนวน 31เครื่อง
เครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว MiG-29A จำนวน 26เครื่องถูกใช้งานภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศ โดยเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง MiG-29UB จำนวน 5เครื่องถูกใช้ในฐานะเครื่องบินฝึก อายุการใช้งานของฝูงเครื่องบินขับไล่ MiG-29 เฉลี่ยอยู่ที่ 37.4ปี

กองทัพอากาศอุซเบกิสถาน(Uzbek Air Force) เคยมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-27P จำนวน 31เครื่อง แต่เครื่องบินขับไล่ Su-27P เครื่องสุดท้ายถูกปลดประจำการในปี 2020
สำหรับฝูงบินเครื่องบินปีกนิ่งสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด(CAS: Close Air Support) กองทัพอากาศอุซเบกิสถานมีประจำการด้วยเครื่องบินโจมตี Sukhoi Su-25 จำนวน 13เครื่อง โดยมีสองเครื่องเป็นรุ่นเฉพาะสำหรับการลากเป้าอากาศ

แยกออกไปต่างหากรายงานจากสื่อบังกลาเทศตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลบังกลาเทศกำลังพิจารณาการจัดหาเครื่องบินขับไล่ J-10CE ภายใต้ความต้องการเครื่องบินรบอเนกประสงค์(MRCA: Multi-Role Combat Aircraft)
Zahed Rahman ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีบังกลาเทศกล่าวว่ารัฐบาลบังกลาเทศในนครหลวง Dhaka หวังที่จะสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ใหม่ในปีงบประมาณปัจจุบันหรือเป็นไปได้ในปีงบประมาณหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/loi-eurofighter-typhoon.html)

"เครื่องบินขับไล่ J-10 ของจีนเป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ ขณะที่เครื่องบินขับไล่ Dassault Aviation Rafale ฝรั่งเศสได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 ที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด เครื่องบินขับไล่ J-10 มีสมรรถนะที่ดีมากในการรบ 
ด้วยเหตุนี้บังกลาเทศกำลังมุ่งเน้นความสนใจที่ตัวเลือกนี้ และเราหวังที่จะมีความคืบหน้าที่ดี" Zahed กล่าว เขาสังเกตว่าเครื่องบินขับไล่ J-10 จีนมีราคาถูกกว่าเครื่องบินขับไล่ของยุโรปอย่างเครื่องบินขับไล่ Rafale หรือเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon

เครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยว J-10 ได้รับการยกระดับชื่อเสียงขึ้นอย่างมากในความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานในปี 2025 เมื่อเครื่องบินขับไล่ J-10CE ของกองทัพอากาศปากีสถาน(PAF: Pakistan Air Force) ลูกค้าส่งออกรายแรกของเครื่องบินรุ่นนี้
ได้ทำการยิงเครื่องบินขับไล่ Rafale ของกองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force) ตก(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/rafale-114-p-8i-neptune-6.html) ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยไกล PL-15 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/jf-17-block-iii-pl-15.html)

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ Su-30MKM "Toruk Makto" LIMA 2025 กองทัพอากาศมาเลเซีย









Mini Review: Hobby Master 1/72 Air Power series Sukhoi Su-30MKM Flanker-H "Toruk Makto" M52-16, TUDM, LIMA 2025 (HA9513)
with 4x R-73, 4x R-27 and 4x R-77 air-to-air missiles, 2x Kh-31 air-to-surface missiles, and 2x twin B-8M1 rocket pods for S-8 80mm rockets.
The SU-30MKM is a multirole fighter aircraft operated by the Royal Malaysian Air Force (RMAF, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia). 
This variant of the Su-30 is tailored specifically for Malaysia, featuring advanced avionics, thrust-vectoring engines, and enhanced weaponry, making it highly capable in air-to-air and air-to-ground missions. 
Equipped with a modern radar system, the SU-30MKM can track multiple targets and engage them effectively. Its versatility allows for various roles, including air superiority, reconnaissance, and ground attack. 
The aircraft's capabilities have significantly strengthened Malaysia's defense posture and air combat capabilities, contributing to regional security and deterrence in Southeast Asia. 
Su-30MKM M52-16 of No. 12 Squadron RMAF in special paint scheme "Toruk Makto" featuring Malaysia's national flag, the Jalur Gemilang, was public displayed for fist time at Langkawi International Maritime and Aerospace Exhibition 2025 (LIMA 2025) show. 
Su-30MKM "Toruk Makto" M52-16 peformed aerial display during LIMA 2025 airshow, piloted by Chief of the Royal Malaysian Air Force, General Tan Sri Mohd Asghar Khan Goriman Khan, Callsign "Gunjiz"; and the Commander of the RMAF Gong Kedak Air Base, Colonel Mohd Norazan Othman, Callsign "Sting".

กองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) ได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-30MKM (NATO กำหนดรหัส "Flanker-H") จำนวน 18เครื่องในปี 2003 โดยลงนามสัญญาวงเงิน $900 million กับบริษัท Irkut Corporation ในเครือของกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยาน United Aircraft Corporation(UAC) รัสเซียในเดือนสิงหาคม 2003
ข้อตกลงการจัดซื้อยังได้รวมข้อตกลงชดเชย(offset) ต่างๆ รวมถึงการค้าต่างตอบแทน(counter trade) ในการชำระค่าใช้จ่าย 1/3 ของวงเงินสัญญาด้วยน้ำมันปาล์มดิบ และการฝึกอบรมและส่งนักบินอวกาศชาวมาเลเซียคนแรกภายใต้โครงการ Angkasawan คือ Dr.Sheikh Muszaphar Shukor สู่สถานีอวกาศนานาชาติ ISS(International Space Station) ด้วยจรวด Soyuz TMA-11 ในเดือนตุลาคม 2007 
กองทัพอากาศมาเลเซียได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Su-30MKM สองเครื่องแรกในเดือนพฤษภาคม 2007 ณ โรงงานอากาศยาน Irkut ในรัสเซีย โดยถูกส่งมอบมายังฐานทัพอากาศ RMAF Gong Kedak ในรัฐ Kelantan ด้วยเครื่องบินลำเลียง Antonov An-124-100 ในเดือนมิถุนายน 2007 และทยอยรับมอบจนครบทั้ง 18เครื่องในเดือนสิงหาคม 2009 เข้าประจำการในฝูงบินที่12(No.12 Squadron)

Su-30MKM เป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจสองที่นั่งเรียงกันที่เป็นรุ่นส่งออกสำหรับกองทัพอากาศมาเลเซีย ติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Saturn Lyulka AL-31FP พร้อมระบบปรับทิศทางแรงขับ thrust vectoring control(TVC) สองเครื่องให้กำลังขับเครื่องละ 123kN(28,000lbf) เมื่อใช้สันดาปท้าย ทำความเร็วได้สูงสุด Mach 2.0 และมีพิสัยบินไกลถึง 3,000km
เครื่องบินขับไล่ Su-30MKM ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ประจำเครื่องจากหลายแหล่งนอกจากของรัสเซียอย่าง PESA(Passive Electronically Scanned Array Radar) แบบ N011M Bars ที่สามารถติดตามเป้าหมายในอากาศได้ถึง 15 เป้าหมายและโจมตีได้พร้อมกันต่อเนื่อง 4เป้าหมาย และกระเปาะมาตรการต่อต้าน elctronic(ECM: Electronic Countermeasures): แบบ KNIRTI SAP-518
รวมถึงจอแสดงผลตรงหน้า(HUD: Head-Up Display) และกระเปาะชี้เป้าหมาย Damocles ของบริษัท Thales ฝรั่งเศส, ระบบแจ้งเตือนการถูกตรวจจับด้วย radar(RWR: Radar Warning Receiver) แบบ RWS-50 ระบบแจ้งเตือนการเข้าหาของอาวุธปล่อยนำวิถี(MAWS: Missile Approach Warning System) แบบ MAW-300 และระบบตรวจจับแจ้งเตือนการถูกเล็งด้วย laser(LWS: Laser Warning System) แบบ LWS310 จากบริษัท Avitronics แอฟริกาใต้

เครื่องบินขับไล่ Su-30MKM ติดตั้งปืนใหญ่อากาศ GSh-30-1 ขนาด 30x165mm ความจุกระสุน 150นัด มีภารกรรมบรรทุกอาวุธและอุปกรณ์ได้สูงถึง 8,000kg ใน 12จุดแข็งที่ปลายปีกใต้ปีกและใต้ลำตัวรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ R-73, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลางตระกูล R-27 และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง R-77,
จรวดอากาศสู่พื้นไม่นำวิถี S-8 ขนาด 80mm ในกระเปาะจรวดแบบ B-8M1 ความจุ 20นัด, จรวดอากาศสู่พื้นไม่นำวิถี S-13 ขนาด 122mm ในกระเปาะจรวดแบบ B-13L ความจุ 5นัด, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kh-29T/L, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kh-59ME อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านการแพร่คลื่น radar แบบ Kh-31P และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Kh-31A
ลูกระเบิดอากาศ OFAB-100-120, ลูกระเบิดอากาศ OFAB-250-270, ลูกระเบิดอากาศ FAB-500T, ระเบิดนำวิถี laser แบบ KAB-500L, ระเบิดนำวิถี laser แบบ KAB-1500L รวมถึงยังมีรายงานการทดสอบใช้ระเบิดนำวิถี laser แบบ GBU-12 Paveway II สหรัฐฯด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2017/06/su-30mkm-laser-gbu-12.html)

ในปี 2018 มีรายงานโดยกระทรวงกลาโหมมาเลเซียในขณะนั้นว่าเครื่องบินขับไล่ Su-30MKM ของกองทัพอากาศมาเลเซียจำนวน 14เครื่องจากทั้งหมด 18เครื่องได้ถูกงดบิน(grounded) เนื่องจากปัญหาเครื่องยนต์และการขาดแคลนอะไหล่(https://aagth1.blogspot.com/2018/08/su-30mkm-4-mig-29n.html) โดยมีการแก้ไขปัญหาความพร้อมผ่านการปรับปรุงภายในประเทศโดยบริษัท Aerospace Technology Systems Corporation(ATSC) ในปี 2019(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/su-30mkm.html) และเสร็จสิ้นในปี 2025 
รวมถึงเครื่องบินขับไล่ Su-30MKM หมายเลข M52-16 "Toruk Makto" ลวดลายพิเศษที่มีธงชาติมาเลเซีย(Jalur Gemilang) บนเครื่องที่ถูกเปิดตัวครั้งแรก ณ นิทรรศการทางเรือและการบินนานาชาติ LIMA 2025 ที่ Langkawi ระหว่างวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2025 ที่ทำการแสดงการบินทางอากาศโดยผู้บัญชาการกองทัพอากาศมาเลเซียในขณะนั้น พลอากาศเอก Tan Sri Mohd Asghar Khan Goriman Khan ที่มี Callsign "Gunjiz" และผู้บังคับการฐานทัพอากาศ RMAF Gong Kedak นาวาอากาศเอก Mohd Norazan Othman ที่มี Callsign "Sting"
ซึ่ง Su-30MKM M52-16 "Toruk Makto" นำชื่อมาจากสัตว์นักล่าบินได้ในภาพยนตร์ชุด Avatar สื่อถึงการใช้นักบินที่มีความชำนาญและกล้าหาญระดับสูงถึงจะควบคุมเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดยังได้ถูกนำมาวางกำลัง ณ กองบิน๑ โคราช กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Foce) ในการฝึกผสมทางอากาศ AIR THAMAL 33/2025 ระหว่างวันที่ ๓๐ มิถุนายน ถึง วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/air-thamal-2025.html) และต่อมาได้ทำการแสดงในงานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2026 ที่ Changi สิงคโปร์ระหว่างวันที่ 3-8 กุมภาพันธ์ 2026

Hobby Master Su-30MKM "Toruk Makto" M52-16, TUDM, LIMA 2025 (HA9513)  เป็นแบบจำลอง Diecast ล่าสุดที่ผู้เขียนซื้อจากร้าน TOY STUDIO ใน Centerpoint Siam Square ที่ผู้เขียนเป็นสมาชิกได้สิทธิซื้อในราคาลดพิเศษ 10% ผ่านการสั่งจองล่วงหน้า ซึ่งแบบจำลอง Diecast มีก่อนหน้าคือ Hobby Master F-14D VF-31 Tomcatters (HA5202) ตัวแรก(https://aagth1.blogspot.com/2018/09/12-f-14-tomcat.html), 
Hobby Master F-35A 69-8701, JASDF, March 2020 (HA4423) ตัวที่สอง(https://aagth1.blogspot.com/2022/08/f-35a-302.html), Hobby Master AH-64E Apache Guardian 73117, 1st Air Cavalry, US Army, 2018 (HH1215) ตัวที่สาม(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/ah-64e-apache-guardian-1.html), Hobby Master Eurofighter Typhoon "Bavarian Tigers" 30+29, JG 74, Neurburg Air Base, 2013 (HA6652) ตัวที่สี่(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/eurofighter-typhoon-bavarian-tigers-74.html), Hobby Master AV-8B Harrier II Plus 1-19, Marina Militare, North Arabian Sea, 2002 "Operation Eduring Freedom" (HA2627) ตัวที่ห้า(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/av-8b-harrier-ii-plus.html), Hobby Master F-15SG RSAF 55th Anniversary (HA4537) ตัวที่หก(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/f-15sg-rsaf-55th-anniversary.html), และ Hobby Master Rafale EH BS 001, Indian Air Force, 2020 (HA9616) ตัวที่เจ็ด(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/rafale-eh-bs-001.html)

ตัวแบบจำลองทำจากโลหะแข็งแรงมาก บรรจุภัณฑ์มีขนาดใหญ่โดยตัวแบบจำลองบรรจุในกล่องโฟมที่จัดเก็บมาค่อนข้างดีเอาออกได้ค่อนข้างสะดวกถ้าเทียบกับ series อื่นๆ แต่มีปัญหาคือดูเหมือนจะไม่มีคู่มือการประกอบมาให้ ขาตั้งแสดงฐาน plastic และแกนโลหะจะประกอบค่อนข้างยากหน่อยในช่วงแรก แต่ก็มีความพอดีในการติดตั้งและจัดแสดงแบบจำลองถ้าเทียบกับ F-15 series ที่ขาตั้งแสดงดูไม่แข็งแรงและสมดุลเลย
ห้องนักบินมีรายละเอียดพอประมาณแต่ก็ไม่มากนัก ให้หุ่นนักบินมาสองนายซึ่งฝาปิดห้องนักบินค่อนข้างถอดเข้าออกง่ายและสามารถใส่หุ่นนักบินเข้าไปได้ง่ายกว่าถ้าเทียบ series อื่นๆ ชุดอาวุธที่ให้จะมีอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ R-73 ที่ปลายปีกสองนัด และติดเพิ่มได้อีกสองนัดรวมสี่นัด, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ R-77 สี่นัดสำหรับติดที่ตำบลอาวุธใต้ปีก, กระเปาะจรวด B-8M1 แบบแฝดสองสองชุดติดใต้ปีก
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ R-27 สี่นัดติดใต้ปีกสองนัด และกลางลำตัวสองนัดซึ่งถ้าใส่ขาตั้งแสดงจะติดนัดด้านหน้าไม่ได้, และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kh-31 สองนัดติดที่ตำบลอาวุธใต้ช่องรับอากาศเข้าซึ่งมีปัญหาข้างหนึ่งติดไม่ได้เลยคับมากอีกข้างติดแล้วไม่พอดีหลุดง่ายมากแต่ขยับเบาๆเลยเลือกที่จะไม่ติด และฐานล้อหน้าที่เจอชิ้นส่วนเล็กๆหลุดต้องติดเข้าไปใหม่ เป็นข้อบกพร่องพอประมาณที่พบครับ