วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

Boeing สหรัฐฯถอนการเสนอขายเครื่องบินขับไล่ F-15EX 24เครื่องแก่อินโดนีเซีย

Singapore Airshow 2026: Boeing pulls plug on Indonesian F-15EX campaign





A US Air Force F-15EX Eagle II. Boeing is no longer campaigning to sell its F‑15EX to Indonesia. (US Air Force/Boeing)



บริษัท Boeing สหรัฐฯได้ยืนยันว่าตนไม่ได้มีการรณรงค์การขายเครื่องบินขับไล่ F-15EX Eagle II ของตนแก่กองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) อีกต่อไป
ในการตอบสนองต่อคำถามต่างๆจาก Janes ระหว่างงานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2026 ที่จัดขึ้นที่ Changi  สิงคโปร์ระหว่างวันที่ 3-8 กุมภาพันธ์ 2026 โฆษกบริษัท Boeing กล่าวว่า

Boeing สหรัฐฯปัจจุบันกำลังมุ่งเน้นความสำคัญในการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-15EX แก่กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/f-15ex-2026.html)
และกำลังขยายขีดความสามารถจำนวนการผลิต ณ โรงงานอากาศยาน St Louis ของตนในมลรัฐ Missouri เพื่อวัตถุประสงค์นี้(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/boeing-f-15ex-lot-2.html)

"มันไม่มีการดำเนินการรณรงค์การขายเครื่องบินขับไล่ F-15EX แก่อินโดนีเซียอีกต่อไป" กล่าวโดยโฆษกบริษัท Boeing ผู้ซึ่งให้การแนะนำเพิ่มเติมว่าการชี้แจงเพิ่มเติมใดๆควรจะต้องมาจากรัฐบาลสหรัฐฯและรัฐบาลอินโดนีเซีย
เนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างที่คาดว่าจะเกิดขึ้นดังกล่าวนั้นอยู่ภายใต้กรอบการทำงานรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) ของรัฐบาลสหรัฐฯในนครหลวง Washington DC(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/boeing-ghost-bat-f-15ex.html)

การเปิดเผยเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงการกลับลำ(about-face)อย่างมีนัยสำคัญ ตามที่ก่อนหน้าอินโดนีเซียได้ดำเนินการก้าวย่างต่างๆมุ่งหน้าสู่การจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-15EX(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/mou-boeing-f-15ex-24.html)
ในเดือนสิงหาคม 2023 กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MoU: Memorandum of Understanding) กับ Boeing สหรัฐฯสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-15EX จำนวน 24เครื่อง กำหนดแบบสำหรับอินโดนีเซียเป็นเครื่องบินขับไล่ F‑15IDN

ระหว่างการลงนามบันทึกความเข้าใจ MoU ในเวลานั้นได้เห็นประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Prabowo Subianto ซึ่งขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซียเดินทางเยือน St Louis สหรัฐฯ
บันทึกความเข้าใจ MoU แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะบรรลุผลการขายและตามมาพร้อมกันด้วยการแถลงการณ์ต่อสาธารณะที่หนักแน่นต่างๆเกี่ยวกับความสำคัญของเครื่องบินขับไล่ต่อธิปไตยแห่งชาติของอินโดนีเซีย

Boeing สหรัฐฯได้เน้นหนักในเวลานั้นว่ารุ่นเครื่องบินขับไล่ F‑15IDN สำหรับอินโดนีเซียจะมีคุณลักษณะการเพิ่มขยายที่ก้าวหน้าต่างๆรวมถึง ระบบควบคุม digital fly‑by‑wire, ชุดระบบสงคราม Eletronic (EW: Electronic Warfare suite) ที่ทันสมัย,
ห้องนักบินแบบ glass cockpit ล้วน, และชุดคำสั่ง software ระบบภารกิจรุ่นใหม่ล่าสุด บันทึกความเข้าใจ MoU มีขึ้นตามหลังการอนุมัติความเป็นไปได้ในการขายของรัฐบาลสหรัฐฯแก่อินโดนีเซียก่อนหน้า

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ F-15 Advanced Eagle โดยกำหนดแบบในเวลานั้นเป็นเครื่องบินขับไล่ F‑15ID จำนวน 36เครื่องแก่อินโดนีเซีย
ในข้อตกลงที่มีมูลค่าวงเงินราว $13.9 billion รวมถึง Radar, ระบบสงคราม eletronic(EWS: Electronic Warfare System), และเครื่องประมวลผล digital ต่างๆครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/f-15id.html)

Boeing สหรัฐฯรับสัญญาปรับปรุงความทันสมัยเครื่องบินขับไล่ F-15K เกาหลีใต้

Boeing receives contract to modernise South Korean F-15Ks





The Republic of Korea Air Force currently has 59 Boeing F-15K aircraft in service. This photo, taken in 2024, shows an F-15K with the 11th Fighter Wing at Kunsan Air Base in South Korea. (Samantha Rodriguez/USMC)

ฝูงเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ Boeing F-15K Slam Eagle ของกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) กำลังเป็นไปตามแผนสำหรับการปรับปรุง
หลังบริษัท Boeing สหรัฐฯได้รับสัญญาผสมผสาน(hybrid contract) ระยะเวลา 11ปีเพื่อที่จะปรับปรุงความทันสมัยฝูงเครื่องบินขับไล่ F-15K Slam Eagle(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/mh-60r.html)

ภายใต้สัญญาวงเงิน $2.8 billion ที่ประกาศโดยกระทรวงการสงครามสหรัฐฯเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2026 บริษัท Boeing จะออกแบบและพัฒนา "ชุดบูรณาการของระบบอากาศยานต่างๆ"
สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-15K กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีในนามของสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี

การประกาศของสัญญามีขึ้นตามมาเกินสามปีหลังจากสำนักงานโครงการจัดหากลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี DAPA เริ่มต้นโครงการในเดือนธันวาคม 2022 ที่จะปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-15K Slam Eagle ของตน
ตามข้อมูลจาก DAPA สาธารณรัฐเกาหลี "โครงการปรับปรุงเพิ่มสมรรถนะ" รวมถึงระบบ Active Electronically Scanned Array(AESA) radar, ระบบสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) และ computer ภารกิจที่ได้รับการปรับปรุง

โฆษกกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลียังกล่าวกับ Janes ระหว่างงนิทรรศการการบินและการป้องกันประเทศนานาชาติ Seoul International Aerospace & Defense Exhibition (ADEX) 2025 ที่จัดขึ้นที่นครหลวง Seoul สาธารณรัฐเกาหลีระหว่างวันที่ 17-24 ตุลาคม 2025 ว่า
กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีจะยังเปลี่ยนแบบระบบพิสูจน์ฝ่าย IFF(Identification Friend-or-Foe) ที่มีอยู่ของเครื่องบินขับไล่ F-15K ไปเป็นระบบ IFF Mode 5, ปรับปรุงระบบ datalink ในเครื่อง และเปลี่ยนแปลงจอแสดงผลในห้องนักบิน "บางส่วนเล็กน้อย"

ภายใต้สัญญาผสมผสานค่าใช้จ่ายบวกค่าธรรมเนียมคงที่(CPFF: Cost-Plus-Fixed-Fee) และราคาคงที่มีแรงจูงใจ(FPI: Fixed-Priced Incentive) ที่ไม่ระบุรายละเอียด Boeing สหรัฐฯจะดำเนินงาน ณ โรงงานอากาศยาน St Louis ของตนในมลรัฐ Missouri
โดยสัญญามีส่วนร่วมของรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) ของสหรัฐฯแก่สาธารณรัฐเกาหลี Janes เข้าใจว่าในเดือนตุลาคม 2025 รัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีในนครหลวง Seoul และรัฐบาลสหรัฐฯในนครหลวง Washington DC

ได้ลงนามข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการการปรับปรุงความทันสมัยเครื่องบินขับไล่ F-15K Slam Eagle กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีไปแล้ว และบริษัท Boeing นั้นกำลังดำเนินการทำงานตามสัญญาของตนกับรัฐบาลสหรัฐฯ
ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces(JWAF) ปัจจุบันกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-15K Slam Eagle จำนวน 59เครื่องจากที่สั่งจัดหาระยะที่1 จำนวน 40เครื่อง และระยะที่2 จำนวน 21เครื่องรวม 61เครื่อง ซึ่งเริ่มส่งมอบตั้งแต่ปี 2005 ครับ

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สิงคโปร์จัดหาเครื่องบินลำเลียง C-130H Hercules มือสอง

Singapore Airshow 2026: Singapore acquires used C-130H aircraft to refresh airlift capabilities





A file image of an RSAF C-130 transport aircraft. Singapore has acquired used C-130H airframes to refresh its airlift capabilities. (The Republic of Singapore Air Force)

กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) กำลังดำเนินการยืดอายุบางส่วนของขีดความสามารถการลำเลียงทางอากาศต่างๆของตนด้วยการจัดหาเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130H Hercules มือสอง
เพื่อทดแทนฝูงบินเครื่องบินลำเลียง Lockheed C-130B Hercules ที่มีอายุการใช้งานมานานของตน(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/f-15sg-f-16d-f-16cd-cope-tiger-2023.html)

ความคืบหน้านี้ได้รับการเปิดเผยโดยผู้บัญชาการกองทัพอากาศสิงคโปร์ พลอากาศตรี Kelvin Fan Sui Siong ในการเขียนตอบกลับคำถามต่างๆจากสื่อก่อนหน้างานแสดงการบินนานชาติ Singapore Airshow 2026 ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 3-8 กุมภาพันธ์ 2026
"เรามีฝูงบินผสมของเครื่องบินลำเลียง C-130H และเครื่องบินลำเลียง C-130B เครื่องบินลำเลียง C-130B ของเราเก่ากว่าโดยประจำการมาตั้งแต่ปี 1977 และถึงกำหนดสำหรับการทดแทน" พลอากาศตรี Fan กล่าว

"หลังจากการประเมินค่าต่างๆอย่างละเอียดถี่ถ้วน เราได้ตัดสินใจว่าเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules ยังคงเป็นระบบอากาศยานที่ดีที่สุดที่ตรงความต้องการการปฏิบัติการของเราในอีก 15-20ปีข้างหน้า
ดังนั้นกองทัพอากาศสิงคโปร์จึงได้จัดหาเครื่องบินลำเลียง C-130H ที่ผ่านการใช้งานแล้ว แต่ยังคงได้รับการบำรุงรักษาอย่างดีเครื่องบินลำเลียง C-130H จะทดแทนเครื่องบินลำเลียง C-130B ที่มีอายุการใช้งานมานานของเรา" เขาระบุ

"การส่งมอบได้เริ่มต้นแล้วและเครื่องบินลำเลียง C-130H (มือสอง)เหล่านี้จะถูกนำมาใช้งานใหม่เพื่อให้ตรงกับข้อกำหนดความต้องการต่างๆของกองทัพอากาศสิงคโปร์" พลอากาศตรี Fan เสริม
เครื่องบินลำเลียง C-130B จำนวน 4เครื่อง และเครื่องบินลำเลียง C-130H จำนวน 6เครื่องรวม 10เครื่องประจำการในฝูงบินที่122(122 Squadron) ของกองทัพอากาศสิงคโปร์ และได้ถูกวางกำลังสำหรับทั้งภารกิจทางทหารและภารกิจด้านมนุษยธรรมต่างๆมาแล้ว

เครื่องบินลำเลียง C-130H Hercules ของกองทัพอากาศสิงคโปร์ได้รับการติดตั้งด้วยระบบ Avionic ที่ทันสมัยมากกว่า รวมถึงระบบนำร่อง, ระบบสื่อสาร และระบบบริหารจัดการการบินที่ปรับปรุงใหม่ต่างๆ
นอกจากนี้เครื่องบินลำเลียง C-130H ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างและระบบต่างๆที่ได้รับการปรับปรุงที่ให้มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุดน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่สูงกว่า และน้ำหนักภาระกรรมบรรทุก(payload) ที่มากกว่า

ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วเครื่องบินลำเลียง C-130H สามารถที่จะบรรทุกสัมภาระหรือกำลังพลได้มากกว่าตลอดระยะทางที่ไกลกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินลำเลียง C-130B ทำให้ C-130H มีความเหมาะสมมากว่าสำหรับความต้องการการปฏิบัติการต่างๆที่เพิ่มขยายของกองทัพอากาศสิงคโปร์ 
ในการตอบคำถามของเขา พลอากาศตรี Fan ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆที่เกี่ยวข้องกับราคา, จำนวนเครื่อง, หรือแหล่งที่มาดั้งเดิมของเครื่องบินลำเลียง C-130 มือสองที่ผ่านการใช้งานมาแล้วเหล่านี้ครับ

สหรัฐฯอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ใหม่ 30เครื่องแก่อิสราเอล

US approves Apache, Koala helicopters for Israel



An IAF AH-64D Apache attack helicopter. (Israeli Ministry of Defense)




An IAF AH-64A Apache attack helicopter. The US has now approved the sale of the latest AH-64E to Israel, along with additional AW119Kx training helicopters. (Israeli Ministry of Defense)

สหรัฐฯได้อนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian และเฮลิคอปเตอร์ฝึก Leonardo AW119Kx Koala แก่อิสราเอลเป็นวงเงินรวมกันที่ $3.95 billion
ประกาศโดยสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ในสองสัญญาที่แยกต่างหากที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2026

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายรูปแบบ Foreign Military Sales(FMS) ครอบคลุมเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache Guardian จำนวน 30เครื่องเป็นวงเงิน $3.8 billion
และเฮลิคอปเตอร์ฝึก AW119Kx Koala ที่ไม่เปิดเผยจำนวนเป็นวงเงิน $150 million(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/aw119kx-ofer.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/04/th-73a-thrasher.html)

"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มขยายขีดความสามารถของอิสราเอลเพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามต่างๆในปัจจุบันและอนาคตโดยการเพิ่มพูนความสามารถที่จะป้องกันพรมแดน, โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ, และศูนย์กลางประชากรของอิสราเอล
ข้อเสนอการขายที่ถูกเสนอนี้จะเพิ่มการทำงานร่วมกันกับกองกำลังของสหรัฐฯและแสดงถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯที่จะปรับปรุงความทันสมัยกองกำลังรักษาความมั่นคงและกองทัพของอิสราเอล" DSCA สหรัฐฯกล่าวในทั้งสองเอกสารการอนุมัติ

การอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E ครอบคลุมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรวมถึง radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) ติดตั้งบนแกนใบพัดประธานแบบ Northrop Grumman AN/APG-78 Longbow
และตัวรับสัญญาณระบบทีมมีคนบังคับ-ไร้คนขับ(MUM-T: Manned-Unmanned Teaming) ขณะที่แท่นยิงอาวุธได้ถูกรวมไว้แต่ตัวระบบอาวุธต่างๆไม่ได้ถูกรวมในข้อเสนอ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/spike-nlos-ah-64e-apache.html)

แม้ว่าจะไม่ได้ถูกระบุในการประกาศ เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E เหล่านี้จะเป็นมาตรฐาน Version 6 ล่าสุดที่ขณะนี้อยู่ในประจำการกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army)(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/ah-64e-apache.html)
และลูกค้าส่งออกนานาชาติต่างๆแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/boeing-ah-64e-apache-29.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/03/ah-64e-apache-29.html)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Version 6 นี้ได้เพิ่มขีดความสามารถการโจมตีระยะยิงไกลเกินพิสัยยิงข้าศึก(stand-off) ของเฮลิคอปเตอร์โจมตีตระกูล AH-64 Apache เป็นอย่างมาก(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/ah-64e-apache-6.html)
ด้วยการเพิ่มระยะตรวจจับและติดตามเป้าหมายของ radar แบบ AN/APG-78 Longbow จาก 8km เป็น 16km เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E v6 ยังมีคุณลักษณะการโจมตีเป้าหมายทางทะเลโดยตรงเป็นครั้งแรกด้วย

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E สร้างใหม่ 30เครื่องเหล่านี้จะทดแทนหรือเสริมต่อเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64A Peten(Cobra "งูเห่า" ในภาษาฮีบรู) จำนวน 23เครื่องที่กองทัพอากาศอิสราเอล(IAF: Israeli Air Force) ได้รับมอบตั้งแต่ปี 1990
เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D Saraf(Fiery Winged Serpent งูใหญ่มีปีกในตำนานในภาษาฮีบรู) จำนวน 20เครื่องที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้รับมอบตั้งแต่ปี 2005

การอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ฝึก AW119Kx ครอบคลุมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรวมถึงอุปกรณ์สนับสนุนการบินภาคพื้นดิน(AGSE: Aviation Ground Support Equipment) และเครื่องมืออื่นๆ
เฮลิคอปเตอร์ฝึก AW119Kx เพิ่มเติมที่ไม่ระบุจำนวนนี้จะเสริมต่อเฮลิคอปเตอร์ฝึก AW119Kx Ofer(Fawn กวางสายพันธุ์หนึ่งในภาษาฮีบรู) จำนวน 12เครื่องที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้รับมอบตั้งแต่ปี 2024 ครับ

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ฟินแลนด์ทำพิธีวางกระดูกงูเรือและเริ่มการสร้างเรือคอร์เวตชั้น Pohjanmaa ลำที่สามและลำที่สี่

RMC lays keel, starts construction of Finland's third and fourth Pohjanmaa-class corvettes





A Pohjanmaa-class corvette under construction for the Finnish Navy, in January 2026. (Rauma Marine Constructions)

บริษัท Rauma Marine Constructions(RMC) ฟินแลนด์ได้ทำพิธีวางกระดูงูเรือของเรือคอร์เวตชั้น Pohjanmaa ลำที่สาม และเริ่มต้นการสร้างเรือลำที่สี่สำหรับกองทัพเรือฟินแลนด์(Finnish Navy, Merivoimat) ในกลางเดือนมกราคม 2026
เรือคอร์เวตชั้น Pohjanmaa ลำแรก เรือคอร์เวต FNS Pohjanmaa กำลังอยู่ในขั้นระยะการติดตั้งสิ่งอุปกรณ์หลังถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนพฤษภาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/pohjanmaa.html)

เรือคอร์เวตชั้น Pohjanmaa ลำที่สองกำลังใกล้จะเสร็จสิ้นการต่อตัวเรือแล้วหลังจากที่เริ่มต้นการสร้างในเดือนตุลาคม 2024 และถูกทำพิธีวางกระดูกงูเรือในเดือนพฤษภาคม 2025 และกำลังพร้อมสำหรับการนำเรือลงน้ำภายหลังในปี 2026 นี้
บริษัท RMC ฟินแลนด์ได้ลงทุนอย่างมีนัยสำคัญเพื่อการผลิตเรือคอร์เวตชั้น Pohjanmaa จำนวน 4ลำ ซึ่งเป็นเรือรบชั้นแรกที่ถูกสร้างในฟินแลนด์ตั้งแต่ที่เรือเร็วโจมตีชั้น Hamina ลำสุดท้ายถูกส่งมอบในปี 2006

"เราได้ดำเนินการกระบวนการต่างๆและขั้นตอนการก่อสร้างต่างๆของเราให้เป็นระบบทางอุตสาหกรรมเพื่อให้ตรงตามความต้องการของโครงการที่มีความต้องการของลูกค้าของเรา" Mika Nieminen ผู้อำนวยการบริหารและประธานบริษัท RMC กล่าว
ภายใต้โครงการ Squadron 2020 ของกองทัพเรือฟินแลนด์ เรือคอร์เวตชั้น Pohjanmaa สี่ลำกำลังได้รับการสร้างเพื่อมอบการสร้างงานโดยตรง 3,600คนต่อปีด้วยงบประมาณวงเงิน 1.2 billion Euros($1.4 billion)

RMC ฟินแลนด์จะจ้างพนักงานเพิ่มอีกมากกว่า 100คน เป็นการเพิ่มแรงงานของตนอีกร้อยละ25เนื่องจากภาระการทำงาน(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/pohjanmaa.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/11/pohjanmaa.html)
เรือคอร์เวตชั้น Pohjanmaa มีความยาวเรือที่ 117m, ความกว้างเรือที่ 16.5m, กินน้ำลึกที่ 5m และมีระวางขับน้ำที่ 4,369tonnes กำลังพลประจำเรือและการรองรับกำลังคนบนเรืออยู่ที่ 70นาย สามารถจะเพิ่มเป็น 120คนได้ถ้ามีสถานการณ์ที่จำเป็น

เรือคอร์เวตชั้น Pohjanmaa มีตัวเรือที่มีความแข็งแกร่งต่อน้ำแข็งที่ระดับชั้น 1A class จะสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติการต่างๆได้ตลอดทั้งปี เรือมีความเร็วสูงสุดที่ 26knots ที่ได้จากเครื่องยนต์ gas turbine แบบ GE LM2500 หนึ่งเครื่อง และเครื่องยนต์ดีเซลแบบ MAN 12V175D สี่เครื่อง
ในระบบขับเคลื่อนรูปแบบ CODLAG(Combined Diesel–Electric and Gas) ที่ให้กำลังรวม 28MW(38,000hp) เพื่อขับสองเพลาใบจักรและสองใบจักรแบบควบคุมการปรับมุมได้(CPP: Controllable Pitch Propeller)

เรือคอร์เวตชั้น Pohjanmaa ถูกออกแบบเพื่อดำเนินภารกิจหลากหลายรูปแบบรวมถึง สงครามต่อต้านผิวสงครามผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare), สงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) และสงครามต่อต้านทางอากาศ(AAW: Anti-Air Warfare) เช่นเดียวกับการวางทุ่นระเบิด
เรือลำแรกเรือคอร์เวต FNS Pohjanmaa คาดว่าจะถูกส่งมอบและทำพิธีขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรือฟินแลนด์ได้ภายในปี 2027 โดยเรือลำสอง, ลำที่สาม และลำที่สี่มีแผนที่จะส่งมอบตามมาครบทั้ง 4ลำภายในปี 2029 ครับ

เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ทำชั่วโมงบินทั่วโลกเกิน 1ล้านชั่วโมงบินแล้ว

Eurofighter marks one million flight hour milestone





The Royal Air Force, Luftwaffe, Italian Air Force, and Spanish Air and Space Force Eurofighter Typhoons. The wider international fleet has now surpassed one million flight hours. (Eurofighter Jagdflugzeug GmbH)



กลุ่มกิจการค้าร่วม Eurofighter ได้สร้างสถิติ 1,000,000ชั่วโมงบินสำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ตลอดทั้งสี่ชาติหุ้นส่วนและห้าประเทศส่งออกตั้งการส่งมอบดำเนินขึ้นในช่วงต้นปี 2000s
เหตุการณ์สำคัญนี้ถูกประกาศโดยกิจการค้าร่วม Eurofighter ที่ประกอบด้วย เยอรมนี, อิตาลี, สเปน, และสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ecrs-mk2-radar-eurofighter-typhoon.html) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026

สะท้อนถึงชั่วโมงบินที่ทำการบินจนถึงปัจจุบันนี้โดยชาติหุ้นส่วนทั้งสี่ชาติ(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/eurofighter-typhoon.html) และลูกค้าส่งออกห้าประเทศ

และซาอุดีอาระเบีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/rafale-typhoon-f-15ex.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/01/eurofighter-typhoon.html) ตั้งแต่ที่การส่งมอบเริ่มขึ้นในปี 2003

ข่าวของเหตุการณ์สำคัญมีขึ้นตามมาหลายสัปดาห์ให้หลังจาก Janes ได้รายงานครั้งแรกของการแสดงเครื่องหมายถึงเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้น ตามที่ระบุในแผ่นภาพการบรรยายที่ถูกแสดง
ณ งานสัมมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter Conference 2025 (IFC 2025) ที่นครหลวง Rome อิตาลีระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2025 เป็นที่เข้าใจว่าเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นผ่านไปแล้วในเดือนธันวาคม 2025

เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) ในปี 2024 โดยเข้าประจำในชาติหุ้นส่วนตามมาทั้งกองทัพอากาศอิตาลี(Italian Air Force, AMI: Aeronautica Militare Italiana),
กองทัพอากาศและอวกาศสเปน(Spanish Air and Space Force, EdAE: Ejército del Aire y del Espacio) และกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) ตามมาภายหลังอย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่นั้นมาการส่งออกเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศออสเตรีย(Austrian Air Force, OL: Österreichische Luftstreitkräfte), กองทัพอากาศคูเวต(KAF: Kuwait Air Force), กองทัพอากาศโอมาน(Royal Air Force of Oman), 
กองทัพอากาศกาตาร์(QEAF: Qatar Emiri Air Force) และกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย(RSAF: Royal Saudi Air Force) ขณะที่มีคำสั่งซื้อล่าสุดสำหรับตุรกีมีขึ้นในปลายปี 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/mou-eurofighter-typhoon.html)

รายการคำสั่งจัดหาของโครงการดั้งเดิมสำหรับประเทศหุ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ Eurofighter คือสำหรับสหราชอาณาจักร 160เครื่อง, สำหรับเยอรมนี 143เครื่อง, สำหรับอิตาลี 96เครื่อง, และสำหรับสเปน 73เครื่องซึ่งเสร็จสิ้นในเดือนมกราคม 2020
ณ เวลานั้น คำสั่งจัดหาส่งออกคือสำหรับออสเตรีย 15เครื่อง, สำหรับโอมาน 12เครื่อง, และสำหรับซาอุดีอาระเบีย 72เครื่องได้เสร็จสิ้นแล้ว การส่งมอบ 28เครื่องสำหรับคูเวตและ 24เครื่องสำหรับกาตาร์ได้มีตามมา โดยฝูงเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ทั่วโลกเหล่านี้ได้ผ่าน 500,000ชั่วโมงบินในเดือนพฤศจิกายน 2018 ครับ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

นาวิกโยธินไทยรับมอบรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAVP7A1 ปรับปรุงใหม่และยานเกราะล้อยาง D-Tiger 4x4 จาก DTI ไทย
















Royal Thai Marine Corps (RTMC), Royal Thai Navy (RTN) received domestic modernized AAVP7A1 Assault Amphibious Vehicle by Chaiseri, Thai Defense Industry (TDI) D-Tiger 4x4 (Chaiseri First Win MPV (Multi-Purpose Vehicle) 4x4) and Long Term Evolution (LTE) High-speed personal network system from Defence Technology Institute (DTI) on 29 January 2026. (Royal Thai Marine Corps)

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๙
พลเรือตรี โยธิน ธนะมูล ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ร่วมพิธีรับมอบรถสะเทินน้ำสะเทินบก (AAVP7A1) และยานเกราะล้อยาง 4x4 อเนกประสงค์ (D-Tiger) พร้อมระบบอาวุธ 
และระบบโครงข่ายส่วนบุคคลความเร็วสูง (Long Term Evolution : LTE) ไปใช้งานในราชการ ระหว่าง กองทัพเรือ และ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 

กองพลนาวิกโยธิน พล.นย.(Marine Division), นาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ได้รับมอบยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการดำเนินการวิจัยพัฒนาสร้างภายในประเทศจากสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สทป.(DTI: Defence Technology Institute) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมไทย
ประกอบด้วยรถสะเทินน้ำสะเทินบก รนบ.AAVP7A1, ยานเกราะล้อยางอเนกประสงค์ D-Tiger 4x4 และระบบโครงข่ายส่วนบุคคลความเร็วสูง Long Term Evolution(LTE) ในพิธีรับมอบที่มีขึ้น ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมขณะที่เขียนบทความนี้

เป็นที่เข้าใจว่ารถสะเทินน้ำสะเทินบก AAVP7A1 ที่นาวิกโยธินไทยได้รับมอบล่าสุดจะเป็นรถต้นแบบใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยภายในประเทศภายใต้โครงการพัฒนาปรับปรุงและซ่อมบำรุงต้นแบบยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก(AAV: Amphibious Assault Vehicle) แบบ AAVP7A1 ของ DTI ไทย ซึ่งบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทยเป็นผู้ชนะการดำเนินงาน
และจะถูกนำเข้าประจำการเพื่อในใช้ในราชการ ณ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion) ร่วมกับรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 ที่มีประจำการอยู่ ๑๒คัน ซึ่งมีอย่างน้อย ๓คันที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยเป็น AAV7A1 RAM/RS โดย Chaiseri ไทยแล้วต่อไป(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/dti-chaiseri-aav-aavp7a1.html)

ขณะที่ยานเกราะล้อยางอเนกประสงค์ D-Tiger 4x4 นั้นมีพื้นฐานจากรถหุ้มเกราะล้อยาง First Win MPV(Multi-Purpose Vehicle) 4x4 ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Chaiseri ไทยเช่นกัน(https://aagth1.blogspot.com/2022/08/defense-security-2022-chaiseri-dti-d.html) ซึ่งผลิตในนามบริษัท Thai Defense Industry จำกัด(TDI) ไทย
โดยบริษัท TDI ไทยเป็นกิจการร่วมทุน(joint venture) ระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI ไทยและบริษัท Chaiseri ไทย เพื่ออำนวยความสะดวกการสนับสนุนการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของเอกชนไทยแก่ต่างประเทศในรูปแบบข้อตกลงแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri.html)

ยานเกราะล้อยาง D-Tiger 4x4 ซึ่งติดตั้งป้อมปืน remote(RWS: Remote Weapon Station) แบบ Guardian 1.5 ของบริษัท Escribano Mechanical and Engineering(EM&E) สเปน พร้อมปืนกลหนักขนาด 12.7mm เช่นเดียวกับรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ของนาวิกโยธินไทยที่ผลิตโดย Chaiseri ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8-chaiseri.html)
น่าจะถูกนำเข้าประจำการ ณ กองพันรถถัง พัน.ถ.นย.(Marine Tank Battalion) ร่วมกับยานเกราะล้อยาง First Win II 4x4 ที่จัดหาจาก Chaiseri ไทย ๖คันก่อนหน้า ส่วนระบบโครงข่ายส่วนบุคคลความเร็วสูง LTE ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/tablet.html) พิธีส่งมอบนี้เป็นเครื่องหมายถึงการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยที่ต่อเนื่องยาวนานของนาวิกโยธินไทยครับ