วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

นิวซีแลนด์เดินหน้าแผนพิจารณาเรือฟริเกตใหม่ระหว่างชั้น Mogami ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย หรือ Type 31 อังกฤษ

New Zealand progresses future frigate plans with Australia, UK



The JMSDF's second Mogami-class frigate, JS Kumano , seen here while it was at Sydney in Australia. This design is being considered for New Zealand's requirements. (Commonwealth of Australia)




The first Type 31 frigate on order for the UK Royal Navy, HMS Venturer. (Dougie Coull)

นิวซีแลนด์ได้เดินหน้าเข้าใกล้ที่จะคัดเลือกแบบเรือฟริเกตใหม่สำหรับกองเรือรบผิวน้ำในอนาคตของตน ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 รัฐมนตรีกลาโหมนิวซีแลนด์ Chris Penk ยืนยันว่า
การหารือต่างๆกำลังมีขึ้นกับออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร และสองแบบเรือฟริเกตที่มีอยู่แล้วกำลังถูกนำมาใช้อ้างอิงต่อแผนการทดแทนของกองทัพเรือนิวซีแลนด์(RNZN: Royal New Zealand Navy)

รัฐมนตรีกลาโหมนิวซีแลนด์ Penk กล่าวว่ารัฐบาลนิวซีแลนด์ในนครหลวง Wellington ได้เริ่มต้นการปรึกษาหารือกับกองทัพเรือออสเตรเลีย(RAN: Royal Australian Navy) และกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy)
ตามที่ตนกำลังเตรียมการที่จะทดแทนเรือฟริเกตชั้น Anzac ที่้มีอายุการใช้งานมานานทั้ง 2ลำของกองทัพเรือนิวซีแลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/mogami.html)

รัฐมนตรีกลาโหมนิวซีแลนด์ Penk เสริมว่าทางการนิวซีแลนด์กำลังพิจารณาแบบเรือฟริเกตชั้น Mogami ของญี่ปุ่น(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/mogami-3.html)
และแบบเรือฟริเกตชั้น Type 31 ที่พัฒนาโดยสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/fmv.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/05/type-31-f12-hms-venturer.html) ในฐานะจุดอ้างอิง

รัฐมนตรีกลาโหมนิวซีแลนด์ Penk เน้นย้ำว่าทั้งโครงการเรือฟริเกตชั้น Mogami และเรือฟริเกตชั้น Type 31 ถูกพิจารณาว่ามีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะสนับสนุนการวิเคราะห์รายละเอียดได้
การแถลงการณ์เป็นเครื่องหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากการสื่อสารต่างๆก่อนหน้าโดยสงสัญญาณการให้ความสำคัญมากขึ้นที่ขั้นตอนการประเมินค่าและจำกัดขอบเขตที่แน่นอนของระบบที่เข้าแข่งขันให้แคบลง

ขณะที่รัฐบาลนิวซีแลนด์ไม่ได้ประกาศผู้ที่ถูกคัดเลือกอย่างเป็นทางการ การระบุอย่างชัดเจนของแบบเรือที่อยู่ในสายการผลิตแล้วตั้งข้อสังเกตความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้นสำหรับแนวทางต่างๆที่มีพร้อมในตลาดที่มีการทำงานร่วมกันสูงสุดและลดความเสี่ยงโครงการ
Penk เน้นหนักว่าการมีส่วนร่วมกับออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรสะท้อนความปรารถนาที่จะ "ทำงานร่วมกันได้และยกประโยชน์มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ" บ่งชี้ว่าการสอดคล้องกับกองทัพเรือชาติหุ้นส่วนจะเป็นศูนย์กลางการพิจารณาในทุกๆการตัดสินใจการจัดซื้อจัดจ้างในท้ายที่สุด

กรอบการทำงานนี้เสริมน้ำหนักความเป็นไปได้ที่ว่านิวซีแลนด์จะให้ลำดับความสำคัญกับคุณสมบัติร่วม(commonality) ในระบบ, การส่งกำลังบำรุง และระบบการรบที่เป็นไปได้ได้ต่างๆกับกองทัพเรือชาติหุ้นส่วน มากกว่าที่จะแสวงหาแบบเรือที่เฉพาะเจาะจง
อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีกลาโหมนิวซีแลนด์ Penk เน้นว่ายังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกิดขึ้น และการให้ข้อแนะนำจะถูกส่งมอบให้แก่คณะรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ก่อนสิ้นปี 2027(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/sh-2gi-super-seasprite.html)

ตามข้อมูลจาก Janes World Navies กองทัพเรือนิวซีแลนด์เป็นกองทัพเรือขนาดเล็กมีเรือรบหลักในประจำการคือเรือฟริเกตชั้น Anzac จำนวน 2ลำคือเรือฟริเกต F77 HMNZS Te Kaha และเรือฟริเกต F111 HMNZS Te Mana ที่เข้าประจำการในปี 1997 และปี 1999 ตามลำดับ
ซึ่งมีคุณสมบัติร่วมกับเรือฟริเกตชั้น Anzac ที่ประจำการในกองทัพเรือออสเตรเลียตั้งแต่ปี 1990s ที่นิวซีแลนด์จัดหาร่วมกัน ที่กำลังจะถูกทดแทนด้วยเรือฟริเกตชั้น Mogami รุ่นปรับปรุงครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/mogami.html)

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อิสราเอลอนุมัติการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35I และ F-15IA สหรัฐฯเพิ่ม

Israel approves additional combat squadrons







Israel is increasing its buy of both the F-35I (pictured) and F-15IA combat aircraft. (Israeli Air Force)

อิสราเอลได้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างของเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35I Adir(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35i-yak-130.html) เพิ่มเติมอีกหนึ่งฝูงบิน
และเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15IA เพิ่มเติมอีกหนึ่งฝูงบิน(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/boeing-f-15ia-25.html) รวมสองฝูงบิน กระทรวงกลาโหมอิสราเอลประกาศเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2026

การจัดซื้อจัดจ้างของเครื่องบินขับไล่ F-35I Adir ฝูงบินที่สี่(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/f-35i.html) และเครื่องบินขับไล่ F-15IA ฝูงบินที่สอง(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/f-15ia-25.html)
ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมาธิการรัฐมนตรีด้านการจัดซื้อจัดจ้าง(Ministerial Committee on Procurement) "นี่เป็นก้าวย่างแรกในการดำเนินการปฏิบัติแผนการเสริมสร้างกำลังรบระยะยาวเป็นทศวรรษของกองทัพอิสราเอล(IDF: Israel Defense Force)"

"ได้รับความเห็นชอบโดยนายกรัฐมนตรีอิสราเอล Benjamin Netanyahu และรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล Israel Katz ภายใต้การจัดสรรงบประมาณวงเงิน 350 billion Israeli new shekel($119 billion)
ฝูงบินใหม่(สองฝูงบิน)จะทำหน้าที่ในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนากำลังรบระยะยาวของกองทัพอิสราเอล ในการรับมือภัยคุกคามต่างๆในภูมิภาคที่มีวิวัฒนาการและสงวนยุทธศาสตร์การครองอากาศ(air superiority) ของอิสราเอล" กระทรวงกลาโหมอิสราเอลกล่าว

ขณะที่จำนวนเครื่องบินขับไล่ F-35I และเครื่องบินขับไล่ F-15IA ที่จะจัดหาเพิ่มเติมไม่ได้ถูกให้ข้อมูลในการประกาศ ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีของกองทัพอากาศอิสราเอล(IAF: Israeli Air Force) โดยปกติมีจำนวนอากาศยานที่ระหว่าง 20-30เครื่อง
ด้วยการได้รับการอนุมัติในระดับชาติ ขณะนี้กระทรวงกลาโหมอิสราเอลจะเดินหน้าโดยการบรรลุของตกลงต่างๆกับรัฐบาลสหรัฐฯและคู่สัญญาทางทหารรายต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/f-15ia.html)

แยกออกไปต่างหาก กระทรวงกลาโหมอิสราเอลประกาศเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 ว่าเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing KC-46A Gideon ได้ทำการบินครั้งแรกของตนแล้ว ก่อนหน้าการส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศอิสราเอลในเดือนมิถุนายน 2026
อิสราเอลได้สั่งจัดหาเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Gideon จำนวน 4เครื่องในเดือนสิงหาคม 2022 และเพิ่มอีก 2เครื่องในในเดือนสิงหาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/kc-46a-2.html) รวมจำนวน 6เครื่อง

ปัจจุบันกองทัพอากาศอิสราเอลมีเครื่องบินขับไล่ F-35I Adir(ภาษาฮีบรูแปลว่า "ผู้ทรงฤทธา" การกำหนดแบบและชื่อของเครื่องบินขับไล่ F-35A ในประจำการอิสราเอล) ประจำการในสามฝูงบินรวมจำนวน 75เครื่อง
และกำลังจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-15IA ฝูงบินแรกที่เป็นเครื่องสร้างใหม่จำนวน 25เครื่อง และปรับปรุงเครื่องบินขับไล่  F-15I(Israel) Ra'am(Thunder "สายฟ้า" ภาษาฮีบรู) ที่มีอยู่ 25เครื่องเป็นมาตฐานใหม่ที่เรียกว่าเครื่องบินขับไล่ F-15I+ ครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รัฐบัญญัติ Maverick เพื่อฟื้นฟูเครื่องบินขับไล่ F-14D Tomcat ให้กลับมาบินได้ บอกใบ้ถึงการทำลายล้างฝูงบินสุดท้ายของอิหร่าน

US ‘Maverick Act' hints at final destruction of Iran's Tomcat fleet



A US government bill in April 2026 to restore a Tomcat (pictured) to flying status suggests that all of Iran's fleet had been destroyed by that time. (US Navy)



ร่างกฎหมายของรัฐบาลสหรัฐฯที่รู้จักในชื่อ "รัฐบัญญัติ Maverick"(Maverick Act) ที่ให้การอนุมัติการกลับมาทำการบินใหม่ของเครื่องบินขับไล่ Grumman F-14 Tomcat กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ที่ปลดประจำการไปแล้ว
บอกใบ้เป็นนัยถึงการทำลายล้างอย่างเบ็ดเสร็จของฝูงเครื่องบินขับไล่ F-14 Tomcat ในประจำการของกองทัพอากาศอิหร่าน(IRIAF: Islamic Republic of Iran Air Force) ทั้งหมด

ได้รับความเห็นชอบโดยคณะกรรมาธิการกิจการกองทัพวุฒิสภาสหรัฐฯ(US Senate Armed Services Committee) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 ก่อนหน้าการผ่านความเห็นชอบสุดท้ายตามที่คาดการณ์ไว้โดยสภา Congress สหรัฐฯ
รัฐบัญญัติ Maverick อนุมัติให้เครื่องบินขับไล่ F-14D Tomcat จำนวน 1เครื่องจะถูกฟื้นฟูสภาพให้กลับมาทำการบินได้ และอีก 2เครื่องที่จะอยู่ในสถานะไม่สามารถทำการบินได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดแสดงแก่สาธารณะ

"รัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯอาจจะส่งต่อโดยปราศจากการพิจารณาแก่คณะกรรมการศูนย์อวกาศและจรวดสหรัฐฯ(US Space and Rocket Center Commission) ใน Huntsville มลรัฐ Alabama
สิทธิ, กรรมสิทธิ์, และผลประโยชน์ทั้งหมดของสหรัฐฯในและต่อเครื่องบินขับไล่ F-14D Tomcat ส่วนเกินจำนวน 3เครื่อง(หมายเลข Bureau Number 164341, 164602, 159437) ซึ่งเกินความต้องการการปฏิบัติการของกองทัพเรือสหรัฐฯ"

ร่างกฎหมายรัฐบัญญัติ Maverick ซึ่งตั้งชื่อตามตัวละครหลักในภาพยนตร์ชุด Top Gun คือ นาวาเอก(Captain) Pete Mitchell นามรหัส(callsign) "Maverick"(ที่รับบทโดยนักแสดงชื่อดัง Tom Cruise)
กองทัพเรือสหรัฐฯได้ปลดประจำการเครื่องบินขับไล่ F-14A/B/D Tomcat เครื่องสุดท้ายของตนในปี 2006(https://aagth1.blogspot.com/2018/09/12-f-14-tomcat.html)

ปล่อยให้กองทัพอากาศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน(IRIAF)เป็นผู้ใช้งานรายเดียวและรายสุดท้ายของเครื่องบินขับไล่ F-14A Tomcat(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/fakour.html)
เครื่องบินขับไล่ F-14A Tomcat จำนวน 79เครื่องได้ถูกนำเข้าประจำการในอิหร่านในปลายปี 1970s เมื่อถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศจักรวรรดิอิหร่าน(IIAF: Imperial Iranian Air Force) ของพระเจ้า Shah แห่งอิหร่าน

อิหร่านในเวลานั้นได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-14A Tomcat จำนวน 80เครื่อง โดยทั้งหมดได้ถูกส่งมอบยกเว้น 1เครื่องที่ไม่ได้ถูกส่งมอบในเวลานั้นที่เป็นผลจากการปฏิวัติอิหร่านในปี 1979
กองทัพอากาศอิหร่านมีพยายามอย่างมากในการรักษาขีดความสามารถในการใช้งานเครื่องบินขับไล่ F-14A ของตนที่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรหลังการปฏิวัติปี 1979 และถูกใช้ในการรบกับอิรักระหว่างสงครามปี 1980-1988

โดยอิหร่านมีขีดความสามารถในการซ่อมบำรุง ปรับปรุง และผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ที่ขาดแคลน รวมถึงการพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศภายในประเทศสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-14A ของตนที่มีแผนจะยืดอายุการใช้งานไปจนถึงปี 2030
อย่างไรก็ตามการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านที่นำโดยสหรัฐฯและอิสราเอลที่เกิดขึ้นในปี 2025-2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35i-yak-130.html) บ่งชี้ความเป็นไปได้ว่าฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-14 ของอิหร่านที่เหลืออยู่น่าจะถูกทำลายลงทั้งหมดแล้วครับ

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียลงนามจัดหาอากาศยานรบไร้คนขับ Kizilelma UCAV ตุรกี 12ระบบ

SAHA 2026: Baykar signs agreement to export Kizilelma to Indonesia





Baykar displayed a full-scale model of its Bayraktar Kızılelma unmanned combat aerial vehicle (UCAV) at SAHA 2026 International Defence and Aerospace Exhibition in Istanbul in May. (Baykar)



บริษัท Baykar Defence ตุรกี และบริษัท PT Republikorp Group อินโดนีเซียได้ลงนามข้อตกลงที่จะพัฒนาและวางตำแหน่งเพิ่มเติมของอากาศยานรบไร้คนขับ(UCAV: Unmanned Combat Aerial Vehicle) อัตโนมัติ
แบบ Bayraktar Kızılelma(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/kizilelma-ucav-gokdogan.html) สำหรับกองทัพอินโดนีเซีย(Indonesian Armed Forces, TNI: Tentara Nasional Indonesia)

ตัวแทนจากทั้งบริษัท Baykar ตุรกี และบริษัท PT Republikorp อินโดนีเซียได้ประกาศการปรับปรุงข้อตกลงความร่วมมือ ณ นิทรรศการการป้องกันประเทศและการบินนานาชาติ SAHA 2026 ในมหานคร Istanbul เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2026
"ภายใต้ข้อตกลง อากาศยานรบไร้คนขับ Bayraktar Kızılelma UCAV จำนวน 12ระบบจะถูกส่งมอบให้อินโดนีเซียเริ่มต้นในปี 2028" Baykar ตุรกีกล่าวในแถลงการณ์ งานแสดง SAHA 2026 ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 พฤษภาคม 2026

ตามข้อมูลจาก Republikorp อินโดนีเซีย ข้อตกลงล่าสุดสร้างขึ้นบนข้อตกลงกิจการร่วมค้า(JV: Joint Venture) ที่ลงนามในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เพื่อจะทำการผลิตอากาศยานรบไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) สองแบบในอินโดนีเซีย
คืออากาศยานรบไร้คนขับ Bayraktar TB3 UAV(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/bayraktar-tb3-ucav-tcg-anadolu.html) และอากาศยานรบไร้คนขับ Akinci UAV(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/bayraktar-akinci-uav.html)

ข้อตกลงล่าสุดได้ขยายความเป็นหุ้นส่วนที่จะพัฒนาระบบสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมทางการบินในอินโดนีเซีย บริษัท PT Republikorp กล่าวเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 Janes เข้าใจว่า
กรอบการทำงานข้อตกลงปัจจุบันมีจุดประสงค์ที่จะจัดตั้งสถานที่สิ่งอำนวยความสะดวกศูนย์ซ่อมบำรุง, ซ่อมแก้ และซ่อมทำใหญ่(MRO: Maintenance, Repair and Overhaul) ในอินโดนีเซีย

โฆษก Baykar ตุรกีกล่าวกับ Janes ณ นิทรรศการการป้องกันประเทศและการบินนานาชาติ SAHA 2026 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 ว่า ข้อตกลงกับบริษัท Republikorp อินโดนีเซีย 
ร่วมถึงการกำหนดที่เพิ่มจำนวนการส่งมอบอากาศยานรบไร้คนขับ Bayraktar Kızılelma UCAV เป็นจำนวน 48ระบบแก่อินโดนีเซียในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2022/11/baykar-kizilelma.html)

ในระหว่างนี้ สายการผลิตจำนวนมากของอากาศยานรบไร้คนขับ Bayraktar Kızılelma UCAV ได้เริ่มต้นในตุรกีแล้ว โฆษกบริษัท Baykar กล่าวโดยเสริมว่า
บริษัท Baykar ตั้งเป้าที่จะเริ่มต้นการส่งมอบอากาศยานรบไร้คนขับ Kızılelma UCAV แก่กองทัพอากาศตุรกี(TurAF: Turkish Air Force, THK: Türk Hava Kuvvetleri) ในปี 2026 นี้ครับ

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สัญญาจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ NSM นอร์เวย์ของมาเลเซียเผชิญความไม่แน่นอนที่จะถูกยกเลิก

Malaysia pursues diplomacy as missile contract faces uncertainty





Malaysia first-of-class Maharaja Lela frigate, seen here at the RMN's Fleet Open Day on 1-3 May 2026. (LUNAS)

มาเลเซียกำลังแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาทางการทูตกับรัฐบาลนอร์เวย์หลังความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกับแผนของตนที่จะติดตั้งเรือฟริเกต Littoral Combat Ship(LCS)
สำหรับกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia) ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM)

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Mohamed Khaled Nordin กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 ว่าการจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ NSM จากนอร์เวย์
ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการส่งออกของนอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/nsm-lekiu.html, https://aagth1.blogspot.com/2022/08/kedah-nsm.html)

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled ยืนยันว่าสัญญาสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ NSM ได้รับการลงนามกับบริษัท Kongsberg Defence & Aerospace นอร์เวย์แล้ว
แต่เขาเสริมว่าการวางตัวของรัฐบาลนอร์เวย์ขณะนี้ได้ส่งกระทบต่อการนำนโยบายดังกล่าวมาปฏิบัติใช้แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lcs-kd-sharif-mashor.html)

บริษัท Kongsberg นอร์เวย์และสำนักงานควบคุมและคว่ำบาตรการส่งออกของนอร์เวย์(Norwegian Agency for Export Control and Sanctions, DEKSA: Direktoratet for eksportkontroll og sanksjoner)
ไม่ได้ยืนยันถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ และไม่ได้ตอบสนองต่อการร้องขอข้อมูลจาก Janes ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/lcs-kd-raja-muda-nala.html)

ในแถลงการณ์รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled กล่าวว่ามาเลเซียจะแสวงหาช่องทางทางการทูตต่างๆกับรัฐบาลนอร์เวย์เพื่อขอการชี้แจงและการทำงานไปข้างหน้าในสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นแนวทางที่เป็นไปได้ที่ดีที่สุดในผลประโยชน์แห่งชาติ
เขาเสริมว่ากระทรวงกลาโหมมาเลเซียยังคงมีความุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่าความพร้อมด้านการป้องกันประเทศของมาเลเซียไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ยังคงดำรงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ดีกับนอร์เวย์

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled กล่าวว่า มาตรการต่างๆใดที่จะมีตามมาจะต้องได้รับการดำเนินการอย่างระมัดระวัง และเป็นไปตามแนวทางของผลประโยชน์แห่งชาติของมาเลเซีย
แถลงการณ์ไปได้ยืนยันถึงการยกเลิกใดๆของการจัดซื้อจัดจ้างอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ NSM บ่งชี้ว่าสัญญายังมีผลบังคับใช้อยู่แต่เผชิญความไม่แน่นอนที่เชื่อมโยงกับปัญหาการอนุญาตส่งออก

NSM ได้ถูกกำหนดเป็นอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำตามหลักการสำหรับเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ภายใต้โครงการ LCS ของกองทัพเรือมาเลเซียจำนวน 5ลำ จากเดิม 6ลำที่ล่าช้าและค่าใช้จ่ายบานปลายมายาวนานกว่า 15ปี
เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela เพิ่งจะมีการทดลองเรือในทะเลในเดือนเมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lcs-kd-maharaja-lela.html) ก่อนการส่งมอบให้แก่กองทัพเรือมาเลเซียที่คาดว่าจะเป็นภายในสิ้นปี 2026 นี้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium บราซิล 10เครื่อง

UAE orders Millennium airlifter as Embraer breaks into Middle East market





The Millennium airlifter has now secured the UAE as the latest in a growing list of customers. (Embraer)



สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE: United Arab Emirates) ได้สั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง Embraer KC/C-390 Millennium จำนวน 10เครื่อง เป็นเครื่องหมายถึงการขายครั้งแรกของเครื่องบินที่ผลิตในบราซิลในตลาดตะวันออกกลาง
บริษัท Embraer บราซิลผู้ผลิตเครื่องบินประกาศเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 ว่าคำสั่งซื้อสำหรับเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จำนวน 10เครื่องสำหรับกองทัพอากาศและป้องกันภัยทางอากาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE AFAD: United Arab Emirates Air Force and Air Defence)

ได้รับการวางคำสั่งซื้อโดย Tawazun Council for Defence Enablement หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้านการบริหารโครงการการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหม 
โดยมีตัวเลือกสำหรับการจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 เพิ่มเติมอีก 10เครื่อง "ตามกระบวนการการวิเคราะห์และประเมินค่าอย่างเข้มงวด รวมถึงการรณรงค์การทดสอบอย่างครอบคลุมในสภาพแวดล้อมการปฏิบัติการของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์" 

"กองทัพอากาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เลือกเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium ในฐานะอากาศยานที่เหมาะสมที่สุดที่ต้องต่อความต้องการทางภารกิจที่สำคัญต่างๆ ขณะปรับแต่งการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน
เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จะทำให้กองทัพอากาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายรูปแบบรวมถึงการลำเลียงขนส่งกำลังพลและสัมภาระ, การปฏิบัติส่งทางอากาศและทิ้งร่มต่างๆ"

"การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม(humanitarian assistance), การส่งกลับทางสายแพทย์(medevac: medical evacuation), การปฏิบัติการต่างๆจากทางวิ่งที่ไม่มีผิวทาง(unpaved runway) ต่างๆ,
และการทำงานร่วมกันอย่างไร้ร้อยต่อกับทรัพยากรแห่งชาติต่างๆ(ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เช่นเดียวกับกับกองกำลังชาติพันธมิตรและชาติหุ้นส่วนต่างๆ" Embraer บราซิลกล่าวเสริม 

เช่นเดียวกับตัวโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ข้อตกลงC-390 รวมถึงชุดการซ่อมบำรุง, ซ่อมแก้ และซ่อมทำใหญ่(MRO: Maintenance, Repair and Overhaul) อย่างครอบคลุม และการบริการหลังการการต่างๆ
ที่จะได้รับการพัฒนาภายใต้ความรวมมือกับบริษัทของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปัจจุบันที่ไม่เปิดเผย การประกาศไม่ได้เปิดเผยว่าสัญญามีมูลค่าที่วงเงินเท่าไรหรือกำหนดระยะเวลาการส่งมอบเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium ใหม่

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะเข้าร่วมกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องบินลำเลียง KC/C-390 ทั่วโลกรวมถึง บราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/embraer-c-390.html), โปรตุเกส(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/29n-super-tucano-12.html), 

สาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/kc-390.html) และอุซเบกิสถานครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/tai-embraer.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/12/c-390-2.html

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เม็กซิโกมองจะจัดหาเครื่องบินรบใหม่ 12เครื่องทดแทนเครื่องบินขับไล่ F-5E/F

Tulum Air Show 2026: Mexican Air Force seeks to acquire new combat aircraft to replace F-5 Fleet





The FAM announced it is in the process of replacing its Northop F-5 fleet. The force is looking to acquire 12 new fighters by 2028. (Mexican Air Force)



กองทัพอากาศเม็กซิโก(Mexican Air Force, FAM: Fuerza Aérea Mexicana) ได้เริ่มต้นกระบวนการการทดแทนฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Northrop F-5E/F Tiger II ในปัจจุบันของตนแล้ว
พลอากาศเอก Roman Carmona Landa ผู้บัญชาการกองทัพอากาศเม็กซิโกกล่าวกับ Janes ผ่านล่าม(แปลภาษาสเปนเป็นภาษาอังกฤษ)ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2026 ว่า 

กองทัพอากาศเม็กซิโกกำลังมองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ใหม่จำนวน 12เครื่องภายในปี 2028 พลอากาศเอก Carmona อธิบาย ณ งานแสดงการบิน Tulum Air Show 2026 ระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2026 ว่า
"เครื่องบินขับไล่ F-5 เป็นองค์ประกอบขีดความสามารถที่สูงที่สุดของเม็กซิโก แต่มันเป็นวิทยาการที่เก่าและเรากำลังวางแผนที่จะทดแทนพวกมันในระยะสั้นและระยะกลาง"

"เรากำลังพิจารณาตัวเลือกต่างๆที่แตกต่างกันอย่างเช่นเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16 จากสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/lockheed-martin-f-16-block-70.html)
หรือเครื่องบินขับไล่ Saab Gripen จากสวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/gripen-c-2-4-18.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/03/gripen-e.html)"

"...หรือแม้แต่ระบบอากาศยานในกลุ่มเครื่องบินรบขนาดเบาอย่าง เครื่องบินขับไล่และโจมตีเบา KAI FA-50 จากสาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/kai-fa-50-aim-120-amraam.html)
และเครื่องบินขับไล่และฝึก Leonardo M-346 จากอิตาลี(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/m-346-f-block-20.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/12/m-346fa-12.html)"

พลอากาศเอก Carmona กล่าวว่ากองทัพอากาศเม็กซิโกกำลัง "มองเป็นพิเศษสำหรับอากาศยานที่สามารถมอบหมายหน้าที่ได้ทั้งการป้องกันภัยทางอากาศ เช่นเดียวกับการลาดตระเวนและการโจมตีภาคพื้นดิน"
มากไปกว่านั้นเขากล่าวว่ากองทัพอากาศเม็กซิโกกำลังอยู่ในขั้นตอนการจัดหาเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130J-30 จำนวน 2เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/c-130j-10.html)

และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60M Black Hawk จากบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/sikorsky-uh-60-armed-black-hawk.html),
เครื่องบินลำเลียง Beechcraft King Air 360 จากบริษัท Textron สหรัฐฯ เช่นเดียวกับอากาศยานไร้คนขับ RPA(Remote Piloted Aircraft) ระดับทางยุทธศาสตร์ และ radar ตรวจการณ์ทางอากาศภาคพื้นดิน

ตั้งแต่ปี 2013 กองทัพเม็กซิโก(Mexican Armed Forces, Fuerzas Armadas de México) ได้จัดหาเครื่องบินสนับสนุนทางยุทธวิธี Beechcraft T-6C+ Texan II(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/at-6th.html)
และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M จากสหรัฐฯ เพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกใบพัด Pilatus PC-7 สวิตเซอร์แลนด์ และเครื่องบินฝึกใบพัด Valmet L-90TP ฟินแลนด์ที่ติดอาวุธ เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Mil Mi-17 รัสเซีย

ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces กองทัพอากาศเม็กซิโกเดิมมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว F-5E จำนวน 10เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-5F จำนวน 2เครื่อง ที่จัดหามาตั้งแต่ปี 1982
เครื่องบินขับไล่ F-5E/F จำนวน 12เครื่องเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีความสมควรเดินอากาศตั้งแต่ปี 2017 แล้ว และจนถึงปี 2024 มีรายงานว่ากองทัพอากาศเม็กซิโกได้สงวนเครื่องที่ยังคงทำการบินได้จำนวนน้อยราว 3-6 เครื่องอยู่ครับ

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ฮังการีรับมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen C สวีเดนเพิ่ม 2เครื่องจาก 4เครื่องรวม 18เครื่อง

Hungary receives additional Gripens





Hungary has received two additional Gripen C aircraft as it looks to field 18 such fighters by the time deliveries of a second batch ordered in early 2024 are complete. (Saab/Hungarian Air Force)



ฮังการีได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Saab Gripen C ใหม่จำนวน 2เครื่องจากสวีเดนแล้ว บริษัท Saab สวีเดนผู้ผลิตอากาศยานประกาศเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026
เครื่องบินขับไล่ Gripen C ใหม่เป็นชุดแรกจำนวน 2เครื่องจาก 4เครื่องที่ถูกสั่งจัดหาสำหรับกองทัพอากาศฮังการี(HuAF: Hungarian Air Force) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/gripen-c-4.html)

Saab สวีเดนไม่ได้เปิดเผยถึงกำหนดระยะเวลาการส่งมอบสำหรับเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Gripen C ที่เหลืออีก 2เครื่องแก่กองทัพอากาศฮังการี(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/gripen-e.html)
ด้วยเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Gripen C และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Saab Gripen D รวมจำนวน 14เครื่องที่ฮังการีเช่าจากสวีเดนในปี 2001 และเข้าประจำการในกองทัพอากาศฮังการีในปี 2006

กองทัพอากาศฮังการีขณะนี้จะเป็นผู้ใช้งานเครื่องบินขับไล่ Saab Gripen C/D รวมทั้งหมดจำนวน 18เครื่องเพื่อจะปกป้องและป้องกันน่านฟ้าของฮังการีและกลุ่มชาติ NATO แม้ว่าจะไม่ถูกกล่าวถึงในการประกาศ
เครื่องบินขับไล่ Gripen C เพิ่มเติมเหล่านี้เป็นมาตรฐานชุดคำสั่ง MS20 Block 2 ล่าสุดที่ได้รับการปรับปรุงต่อฝูงเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ที่มีอยู่ของกองทัพอากาศฮังการีแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/gripen-cd-ms20-block-2.html)

มาตรฐาน MS20 Block 2 นี้รวมถึงรวมถึงการปรับปรุงต่อ radar แบบ Saab PS-05/A Mk4 ทั้งระยะการติดตามเป้าหมายอากาศสู่อากาศและสมรรถนะโดยรวม, การเพิ่มขยายขีดความสามารถเครือข่าย Link 16 datalink 
เช่นเดียวกับการติดตั้งระบบพิสูจน์ฝ่าย(IFF: Identification, Friend-or-Foe) มาตรฐาน NATO Mode 5 ล่าสุด มาตรฐาน MS20 Block 2 ทำให้ฮังการีสามารถที่จะเลือกระบบอาวุธต่างๆได้อย่างหลากหลาย

รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ Diehl IRIS-T(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/diehl-defence-iris-t.html) และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) แบบ MBDA Meteor
(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/meteor-gripen-e.html), อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง RTX AIM-120C-8 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile)(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/aim-120c-8-amraam.html),

ระเบิดนำวิถี laser และดาวเทียม Raytheon GBU-49 Paveway, และการปรับปรุงกระสุนเจาะเกราะแบบแตกหักได้ DM113 FAP(Frangible Armour Piercing) สำหรับปืนใหญ่อากาศ Mauser BK27 ขนาด 27mm ของเครื่องบินขับไล่ Gripen C
กองทัพอากาศฮังการีประจำการเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ที่เช่าจากสวีเดนของตนในฝูงบินขับไล่หนึ่งฝูงบินของกองพลน้อยบินที่101(101st Aviation Brigade) ที่มีที่ตั้ง ณ ฐานทัพอากาศ Kecskemét ครับ