วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สวีเดนจะจัดหาเรือฟริเกต FDI ฝรั่งเศสภายใต้โครงการเรือฟริเกตชั้น Luleå ใหม่ 4ลำ

Sweden to buy four French FDI frigates





The French Navy received its first FDI frigate from Naval Group, Amiral Ronarc'h, seen here in New York on 11 April 2026. (Naval Group)



กระทรวงกลาโหมสวีเดนและกองทัพสวีเดน(Swedish Armed Forces, Försvarsmakten) ประกาศเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ณ การบรรยายสรุปต่อสื่อบนเรือคอร์เวตชั้น Visby เรือคอร์เวต K33 HSwMS Härnösand ที่ท่าเรือ Skeppsbron ในกรุง Stockholm ว่า
พวกตนจะเริ่มต้นการการเจรจาต่างๆเพื่อจะจัดหาเรือฟริเกต FDI(Frégate de Défense et d'Intervention) จำนวน 4ลำจากฝรั่งเศสสำหรับกำลังรบเรือฟริเกตในอนาคตของของกองทัพเรือสวีเดน(RSwN: Royal Swedish Navy, Svenska marinen)

เรือฟริเกต FDI จำนวน 4ลำจะถูกส่งมอบตั้งแต่ปี 2030 และเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงบทบาทหน้าที่ของกองทัพเรือสวีเดนตั้งแต่ที่เข้าร่วมกลุ่มชาติ NATO กองทัพสวีเดนกล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026
สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) จะเริ่มต้นการเจรจากับรัฐบาลฝรั่งเศสและบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสในเร็วๆนี้(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/fmv.html)

หกปีหลังจาการตัดสินใจของสวีเดนในปี 2020 ที่จะเสริมความแข็งแกร่งกำลังเรือรบผิวน้ำของตน ในขั้นต้นเรือรบที่เหมือนกับเรือคอร์เวตชั้น Visby ของสวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/saab-visby-sea-ceptor.html) ได้ถูกหารือ
แต่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับระบบอาวุธและระบบอาวุธใหม่ต่างๆ การรุกรานของรัสเซียต่อยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022 และการเข้าร่วม NATO ของสวีเดนได้เปลี่ยนแปลงความต้องการสำหรับเรือรบใหม่กองทัพสวีเดนกล่าว

ผู้บัญการทหารสูงสุดกองทัพสวีเดน(Supreme Commander, ÖB: Överbefälhavaren) พลเอก Michael Claesson กล่าวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 "เราย้ายจากการต่อต้านการควบคุมของผู้อื่นไปสู่การจัดตั้งการควบคุมทางทะเลด้วยตัวเราเอง"
ผู้บัญการทหารสูงสุดกองทัพสวีเดน พลเอก Claesson กล่าวว่าความขัดแย้งล่าสุดได้แสดงถึงความสำคัญของเรือรบในฐานะระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเคลื่อนที่ เขาเสริมว่าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 สวีเดนได้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ปฏิบัติการร่วมตะวันตกเฉียงเหนือของ NATO

ซึ่งโดยพื้นฐานคือมหาสมุทร Atlantic เหนือทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ทะเล Baltic หมายความว่าเรือฟริเกตเหล่านี้ถูกคาดว่าจะปฏิบัติการนอกเหนือจากในน่านน้ำทะเล Baltic ผู้บัญชาการกองทัพเรือสวีเดน พลเรือตรี Johan Norlén กล่าวว่า
"เรายังจำเป็นต้องมีส่วนร่วมเสริมต่อความต้องการของพันธมิตรที่อยู่นอกอาณาบริเวณใกล้เคียงของเรา ซึ่งจำเป็นต้องมีเรือรบขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมการป้องกันทางอากาศที่ถูกรับรองและระยะการปฏิบัติการที่ยาวนานขึ้น" อ้างอิงถึงภารกิจการรักษาความมั่นคงของเส้นทางคมนาคมทางทะเล(SLOC: Sea Lines of Communication) ต่างๆ 

ภายใต้โครงการเรือฟริเกตชั้น Luleå จำนวน 4ลำที่ถูกตั้งชื่อลำแรกเรือฟริเกต HSwMS Luleå, ลำที่สองเรือฟริเกต HSwMS Norrköping, ลำที่สามเรือฟริเกต HSwMS Halmstad และลำที่สี่และลำสุดท้ายเรือฟริเกต HSwMS Trelleborg โดยเรือลำแรกจะถูกส่งมอบให้กองทัพเรือสวีเดนได้ในปี 2030 และครบ 4ลำภายในสิ้นปี 2033
แบบเรือฟริเกต FDI ของ Naval Group ฝรั่งเศสเป็นผู้ชนะโครงการวงเงินราว 40 billion Swedish Krona($4.25 billion) เหนือบริษัท Babcock สหราชอาณาจักรที่เสนอแบบเรือฟริเกต Arrowhead 120 ที่มีพื้นฐานจากเรือฟริเกตชั้น Type 31(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/type-31-f12-hms-venturer.html) และบริษัท Navatia สเปนที่เสนอแบบเรือฟริเกต ALFA 4000

บริษัท Naval Group ได้รับคำสั่งจัดหาเรือฟริเกตชั้น FDI สำหรับกองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy, Marine nationale) จำนวน 5ลำ ลำแรกเรือฟริเกต D660 Amiral Ronarc'h ถูกส่งมอบแล้วในเดือนตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/fdi-d660-amiral-ronarch.html) ลำที่สองเรือฟริเกต D661 Amiral Louzeau ถูกปล่อยเรือลงน้ำทางเทคนิคเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2026
และสำหรับกองทัพเรือกรีซ(HN: Hellenic Navy) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Kimon FDI HN จำนวน 4ลำ ซึ่งลำแรกเรือฟริเกต F601 HS Kimon มีพิธีขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2025 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/fdi-hn-f601-hs-kimon.html)

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียนำเครื่องบินขับไล่ Rafale พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor เข้าประจำการ

Indonesian Air Force inducts new aircraft, weapons







Indonesia displayed Meteor and AASM Hammer air-launched weapons alongside its newly acquired Rafale combat aircraft at Halim Perdanakusuma Air Base in Jakarta on 18 May 2026. (Indonesia MoD)



กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้ส่งมอบอากาศยาน, อาวุธยิงทางอากาศแบบต่างๆ, และระบบ radar ภาคพื้นดินที่ได้รับการจัดหาใหม่แก่กองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara)
ในการสนับสนุนการปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพอากาศอินโดนีเซียที่กำลังดำเนินอยู่ อากาศยานใหม่รวมถึงเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศสจำนวน 6เครื่อง(aagth1.blogspot.com/2026/01/rafale-3-42.html)

เครื่องบินลำเลียงไอพ่น Dassault Falcon 8X จำนวน 4เครื่อง, และเครื่องบินลำเลียง Airbus A400M Atlas จำนวน 2เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/airbus-a400m-atlas-2.html) ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย
กองทัพอากาศอินโดนีเซียยังได้รับมอบอาวุธยิงทางอากาศที่จัดหาใหม่อย่างเช่นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) แบบ MBDA Meteor, 

และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นความแม่นยำสูง Sagem AASM(Armement Air-Sol Modulaire) Hammer(Highly Agile Modular Munition Extended Range) และ radar แบบ Thales Ground Master 403(GM403) จำนวน 1ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2022/09/defense-security-2022-thales-radar.html)
กองทัพอากาศอินโดนีเซียได้ทำพิธีตรวจรับอากาศยานและระบบอาวุธใหม่ต่างๆอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 ณ ฐานทัพอากาศ Halim Perdanakusuma ในนครหลวง Jakarta กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียกล่าว

ระหว่างพิธีส่งมอบรัฐบาลอินโดนีเซียยืนยันว่าเครื่องบินขับไล่ Rafale จะถูกวางกำลังประจำการในฝูงบินที่12(Air Squadron 12, Skadron Udara 12) ซึ่งมีที่ตั้ง ณ ฐานทัพอากาศ Roesmin Nurjadin บนเกาะ Sumatra
พิธีรับมอบอย่างเป็นทางการซึ่งเชิญประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Prabowo Subianto เป็นประธาน เป็นการเสร็จสิ้นการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Rafale ระยะที่1 จำนวน 6เครื่องเป็นชุดแรก(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/dassault-rafale-2025.html)

การวางกำลังอากาศยานและระบบอาวุธต่างๆหลากหลายแบบเหล่านี้สนับสนุนการเสริมสร้าง "กองทัพอากาศแบบบูรณาการและปรับตัวได้" กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียกล่าว ตามข้อมูลจากรัฐบาลอินโดนีเซีย "เครื่องบินขับไล่ Rafale จะเสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถการรบอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้น
ผ่านการสนับสนุนจากอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AASM Hammer" ภาพถ่ายพิธีการรับมอบเข้าประจำการของกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียแสดงเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 6เครื่องที่ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Rafale C จำนวน 4เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Rafale B จำนวน 2เครื่อง

กองทัพอากาศอินโดนีเซียได้มองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale ทั้งหมดจำนวน 42เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/rafale-42-18.html) โดยสัญญาระยะที่1 จำนวน 6เครื่องได้มีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/rafale-6-2026.html
ในเดือนสิงหาคม 2023 อินโดนีเซียได้ประกาศว่าสัญญาการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Rafale ระยะที่2 จำนวน 18เครื่องได้มีผลบังคับใช้แล้วครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/rafale-18.html)

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ F-35I อิสราเอลจะเพิ่มระยะปฏิบัติการด้วยถังเชื้อเพลิงภายนอกใหม่ที่พัฒนาในประเทศ

Israel to increase range of F-35I jets with domestically developed external tanks





The Israeli Air Force is to equip its F-35I Adir combat aircraft with external fuel tanks to increase their long-range strike capabilities at the same time as reducing the burden on its tanker fleet. (Israeli Air Force)

อิสราเอลจะเพิ่มระยะปฏิบัติการของเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35I Adir ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/f-35i-f-15ia.html) ด้วยถังเชื้อเพลิงภายนอกแบบใหม่ที่พัฒนาในประเทศ
กระทรวงกลาโหมอิสราเอลประกาศเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 ว่าตนได้ทำสัญญากับบริษัท Cyclone อิสราเอลในเครือบริษัท Elbit Systems อิสราเอลเพื่อจะพัฒนาและบูรณาการถังเชื้อเพลิงติดตั้งภายนอกสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35I Adir

ที่มีพื้นฐานจากถังเชื้อเพลิงภายนอกที่ก่อนหน้านี้ได้ถูก Elbit Systems Cyclone อิสราเอลทำการพัฒนาสำหรับเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16 Fighting Falcon(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/f-16c-barak-1.html)
"ขีดความสามารถใหม่คาดว่าจะเพิ่มขยายระยะการปฏิบัติการของเครื่องบินขับไล่ F-35I, ลดการพึ่งพาการพึ่งพาการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และเพิ่มขยายความยืดหยุ่นการปฏิบัติการตลอดทั้งภารกิจระยะทางไกลต่างๆ" 

"สัญญานี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การเสริมสร้างกำลังรบที่กว้างขวางของกระทรวงกลาโหมอิสราเอล นำโดยรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล Israel Katz และและอธิบดีกระทรวงกลาโหมอิสราเอล พลตรี(กำลังสำรอง) Amir Baram
เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งความพร้อมของอิสราเอลสำหรับความมั่นคงที่เข้มข้นในทศวรรษต่อไปข้างหน้าและดำรงความเหนือกว่าทั้งทางอากาศและทางยุทธศาสตร์ของอิสราเอลในภูมิภาค" บริษัท Elbit Systems กล่าวเสริม

สัญญามีมูลค่าที่วงเงิน 100 million Israeli new shekel($34 million) ทั้งกระทรวงกลาโหมอิสราเอล และ Elbit Systems อิสราเอลไม่ได้เปิดเผยระยะเวลาการส่งมอบของถังเชื้อเพลิงภายนอกสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35I
ไม่มีรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบบรูปทรงหรือขนาดของถังเชื้อเพลิงภายนอกใหม่ถูกเปิดเผย อย่างไรก็ตามในแง่ของรูปแบบสันนิษฐานว่าจะเป็นรูปทรงที่ถูกตรวจพบได้ต่ำ(LO: Low-Observable) และทำการเคลือบสารพิเศษต่างๆ

ตามที่เพื่อจะรักษาคุณลักษณะการถูกตรวจจับได้ยาก stealth ต่างๆของเครื่องบินขับไล่ F-35I ขณะที่ในแง่ของขนาดก่อนหน้านี้ Cyclone อิสราเอลได้พัฒนาถังเชื้อเพลิงสำรองภายนอกขนาด 600 gallon สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-16
กองทัพอากาศอิสราเอล(IAF: Israeli Air Force) ปัจจุบันมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-35I Adir จำนวน 75เครื่องในสามฝูงบิน กระทรวงกลาโหมอิสราเอลได้ประกาศการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35I เพิ่มเติมเป็นฝูงบินที่สี่เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2026

ปัจจุบันกองทัพอากาศอิสราเอลมีประจำการด้วยเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing 707 จำนวนหนึ่งที่มีอายุการใช้งานมานาน ซึ่งกำลังจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing KC-46A Gideon ใหม่จำนวน 6เครื่อง
อิสราเอลได้สั่งจัดหาเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Gideon จำนวน 4เครื่องในเดือนสิงหาคม 2022 และเพิ่มเติมอีก 2เครื่องในเดือนสิงหาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/kc-46a-2.html) ซึ่งเครื่องแรกจะถูกส่งมอบในเดือนมิถุนายน 2026 ครับ

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ระบบไร้คนควบคุม UVX มีส่วนร่วมในการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX การฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๙
























The Domestic attack vertical take-off and landing unmanned aerial vehicles (VTOL UAVs) operated by Paramilitary Marine Regiment, Royal Thai Marine Corps (RTMC) Headquarters.
Royal Thai Marine Corps (RTMC) conducted CALFEX (Combined Arms Live Fire Exercise) for Royal Thai Navy (RTN) annual exercise Fiscal Year 2026 at Naval Training Field no. 16, Ban Chan Krem, Khao Khitchakut District, Chanthaburi Province on 16 May 2026.
The Live Fire exercise included RTMC's Chaiseri AWAV (Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 8x8, modernized AAVP7A1 Assault Amphibious Vehicles by Chaiseri, Thai Defense Industry (TDI) D-Tiger 4x4 (Chaiseri First Win MPV (Multi-Purpose Vehicle) 4x4), BTR-3E1 8x8 armored personnel carriers, upgraded Chaiseri V-150 4x4, and HMMWV 4x4 utillity trucks with TOW 2A RF anti-tank guided missile (ATGM) and M60 7.62mm machine gun and M2 .050cal heavy machine gun. 
Cessna T-337 Skymaster observation aircraft of 103 Naval Air Squadron, Naval Air Wing 1, Royal Thai Naval Air Division (RTNAD) Royal Thai Fleet (RTF) also involved the drill. (Royal Thai Marine Corps)

ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX)
เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙ พลเรือตรี โยธิน ธนะมูล ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ร่วมให้การต้อนรับ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะผู้บัญชาการของกองทัพเรือ เดินทางตรวจเยี่ยมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) และกรมทหารราบเคลื่อนที่เร็ว ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดชลบุรี 

ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจเยี่ยมการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2569  
วันนี้ (16 พฤษภาคม 2569) พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ   ตรวจเยี่ยมการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2569  ณ สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข  16  บ้านจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฎ  จังหวัดจันทบุรี   
การฝึกกองทัพเรือประจำปี ถือเป็นการฝึกที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ ซึ่งดำเนินการจัดการฝึกเพื่อให้สอดคล้องและเป็นตามนโยบาย “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” “ทำการฝึกให้เสมือนการรบจริง เมื่อรบจริงต้องชนะ” โดยทำการฝึกการวางแผนทางทหาร การจัดทำคำสั่งยุทธการ โดยใช้แนวความคิดการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ รวมทั้งแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือ การอำนวยการยุทธ์ การทดสอบความพร้อมของกำลังรบ ทำการฝึกปฏิบัติการตามสาขาต่าง ๆ ตามรูปแบบและการปฏิบัติการนอกแบบ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ 
ในส่วนของการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX)  เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นการฝึกปฏิบัติการจริงที่ได้รับการสนับสนุนจากหลาย ๆ หน่วยในกองทัพเรือ 
เพื่อตรวจสอบความพร้อมขององค์บุคคล องค์วัตถุ องค์ยุทธวิธี หลักนิยมในการรบ และทดสอบแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือ ให้สอดคล้องกับแผนป้องกันประเทศ โดยบูรณาการการใช้กำลังและอาวุธ ยุทโธปกรณ์ให้เกิดความเหมาะสมและเกิเประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งจะทำให้กำลังพลได้มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันได้สูงขึ้น เป็นประโยชน์แก่กองทัพเรือต่อไป  
ทั้งนี้ กองทัพเรือได้ดำเนินการฝึกประจำปี 2569 ภายใต้รหัส “ทร.69” เพื่อยกระดับความพร้อมรบและรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนด้านตะวันออกและพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทะเล อันเป็นภารกิจสำคัญในการพิทักษ์อธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล 
ทั้งนี้ การฝึกดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” ของ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความพร้อมรบในทุกมิติ ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การฝึก และการบูรณาการกำลังร่วม เพื่อให้กองทัพเรือสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์ด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การฝึกครั้งนี้เริ่มเมื่อต้นปี 2569 ได้นำบทเรียนจากสถานการณ์ความขัดแย้งจริงในปี 2568 มาศึกษา วิเคราะห์ และปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป ครอบคลุมทั้งการฝึกปัญหาที่บังคับการ การฝึกเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ และการบูรณาการกำลังร่วมระหว่างหน่วยกำลังรบของกองทัพไทย 
และในเฟสสุดท้ายของการฝึกจะเป็นห้วงการฝึกภาคสนามและภาคทะเลแบบบูรณาการ ครอบคลุมการโจมตีพื้นที่เป้าหมาย การยกพลขึ้นบก การควบคุมห้วงอากาศ การสนับสนุนการยิงทางเรือ การป้องกันฐานทัพ ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้กำลังพลสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ

การฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง(CALFEX: Combined Arms Live Fire Exercise) นาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๙ 
ที่ผู้บัญชาการทหารเรือไทย พลเรือเอก ไพโรจน์ ตรวจเยี่ยมได้เห็นการมีส่วนร่วมของระบบไร้คนควบคุม(UXV: Unmanned X Vehicle) ทั้งอากาศยานรบไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) และการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System) ต่างๆที่พัฒนาในไทย ที่นำประสบการณ์จากการรบเพื่อขับไล่กองทัพต่างชาติที่ชายแดนจังหวัดตราดเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025)

ระบบอากาศยานรบไร้คนขับเหล่าร่วมถึงอากาศยานปีกหมุนหลายแกนใบพัด multirotor attack UAV ที่ติดตั้งลูกระเบิดทิ้งทางอากาศในการสนับสนุนการโจมตีที่ปฏิบัติงานโดยกรมทหารพรานนาวิกโยธิน กรม ทพ.นย.(Paramilitary Marine Regiment) และอากาศไร้คนขับตระกูล MARCUS ที่พัฒนาโดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ สวพ.ทร.(NRDO: Naval Research and Development Office)
การฝึก CALFEX ยังมีส่วนร่วมจากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ออกแบบพัฒนาในไทยหรือปรับปรุงความทันสมัยในประเทศจำนวนมากร่วมถึงรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 8x8 ที่ผลิตโดย บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/awav-8x8-chaiseri.html),

และ รถสะเทินน้ำสะเทินบก รนบ.AAVP7A1 ที่ได้รับการปรับปรุงโดย Chaiseri ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/aavp7a1-d-tiger-4x4-dti.html) ของของ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) ยานเกราะล้อยางอเนกประสงค์ D-Tiger 4x4(รถหุ้มเกราะล้อยาง First Win ของ Chaiseri ไทยร่วมกับ DTI ภายใต้ Thai Defense Industry(TDI)),
ยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 8x8, ,รถเกราะล้อยาง V-150 4x4 ที่ได้รับการปรับปรุงโดย Chaiseri ไทย, และรถยนต์บรรทุก รยบ.HMMWV 4x4 ติดอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง TOW 2A RF ติดปืนกล M60 7.62mm และติดปืนกลหนัก M2 .50caliber กองพันรถถัง พัน.ถ.พล.นย.(Marine Tank Battalion, Marine Division) รวมถึง เครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ บ.ตช.๑ Cessna T-337 Skymaster ของ กองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division) ครับ

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

การฝึกโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก AMPHIBEX Raid การฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๙




















Royal Thai Marine Corps (RTMC) conducted Amphibious Exercise (AMPHIBEX) Raid operation as part of Field Training Exercise (FTX) of Royal Thai Navy (RTN) annual exercise Fiscal Year 2026 at the Naval Training Field No. 15, in Hat Yao, Sattahip district, Chonburi province in Gulf of Thailand on 14 May 2026. (Royal Thai Marine Corps/Royal Thai Navy)



เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙ 
นาวาเอก บุญมี แก้วสง่า รองผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน (๑) เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ร่วมตรวจเยี่ยมการฝึกสนับสนุนการปฏิบัติการด้วยระบบอากาศยานไร้คนขับของกำลังทางเรือ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และการฝึกโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนามและภาคทะเล (FTX) ในการฝึกกองทัพเรือ ๖๙ การฝึกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความพร้อมของกำลังพลอาวุธยุทโธปกรณ์ และระบบสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติการจริงรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงและภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป

การตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) ของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ 
ในวันนี้ (๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙) พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ให้การรับรอง พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) ของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ โดยมี พลเรือเอก สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือ ๒๕๖๙
ในส่วนของกองเรือยุทธการ ได้จัดให้มีการฝึกในหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนเรือ โดยมีการตรวจการณ์กระสุนตกด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) บนเรือหลวงนเรศวร ณ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และการฝึกการถอนตัวสะเทินน้ำสะเทินบก (Withdrawal) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ หาดยาว อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี
นอกจากนี้ กองเรือยุทธการยังมีหัวข้อการฝึกที่สำคัญอื่น ๆ ประกอบด้วย การฝึกความคุ้นเคยในการนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนดาดฟ้าเรือ (DLQ), การฝึกควบคุมห้วงอากาศในพื้นที่การรบ โดยใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นฐานปฏิบัติการของอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และเฮลิคอปเตอร์, การโจมตีเป้าหมายด้วยเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และโดรนพลีชีพ (Kamikaze Drone) แบบ MARCUSS-KK รวมถึงการปฏิบัติการร่วมระหว่างเรือ อากาศยาน และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ทั้งนี้ เพื่อมุ่งเน้นให้กองเรือยุทธการมีความพร้อมรบสูงสุด และพร้อมเผชิญหน้ากับภัยคุกคามในทุกรูปแบบ

การฝึกโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก(AMPHIBEX: Amphibious Exercise Raid) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026)  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล(FTX: Field Training Exercise) การฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๙ ของนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) 
และกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) จะได้เห็นการบูรณาการกำลังรบทั้งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก ซึ่งได้รรับประสบการณ์จากการปะทะตามแนวชายแดนจังหวัดตราดในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ที่มีส่วนร่วมโดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ฉก.นย.(Marine Task Force) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กปช.จต.(Chanthaburi and Trat Border Defence Command) อย่างมาก

โดยเน้นปฏิบัติการร่วมกับระบบไร้คนควบคุม(UXV: Unmanned X Vehicle) ทั้งอากาศยานรบไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) และการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System) ต่างๆเช่น อากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ MARCUS-KK ที่พัฒนาโดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ สวพ.ทร.(NRDO: Naval Research and Development Office)
และเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ ฮร.ตช.๑ Schiebel Camcopter S-100 ร่วมกับ เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่๕ ฮ.ลล.๕ Sikorsky MH-60S Knighthawk, เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่๖ ฮ.ลล.๖ Airbus Helicopters H145M, และ เครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ บ.ตช.๑ Cessna T-337 Skymaster ของ กองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division)

สนับสนุนด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นสร.(NSWC: Naval Special Warfare Command/RTN SEALs) เรือเร็วปฏิบัติการพิเศษชุดเรือ พ.51(Marsun M18 Fast Assault Boat) เรือ พ.52, เรือระบายพลขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงทองแก้ว ร.ล.ทองแก้ว และเรือหลวงวังใน และเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยเรือหลวงช้าง(ลำที่๓)(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/navantia-type-071et-lpd.html) กองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet)
และการยกพลขึ้นบกด้วยรถสะเทินน้ำสะเทินบก รนบ.AAVP7A1 กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) ที่ได้รับการปรับปรุงโดย Chaiseri ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/aavp7a1-d-tiger-4x4-dti.html) และทหารราบนาวิกโยธินครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/amphibex-cobra-gold-2026.html)