วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569

เรือดำน้ำชั้น Hangor ลำแรก PNS Hangor ปากีสถานทำการฝึกยิงอาวุธด้วยกระสุนจริงในทะเลครั้งแรก

Pakistan Navy’s First Hangor-class Submarine Performs First Live Firing in North Arabian Sea



On September 26, 2026, the Pakistan Navy announced the successful completion of the maiden live firing of the first Hangor-class submarine, PNS Hangor, in the North Arabian Sea. (Pakistan Navy)



เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กองทัพเรือปากีสถาน(PN: Pakistan Navy) ประกาศความสำเร็จการเสร็จสิ้นการฝึกยิงอาวุธด้วยกระสุนจริงในทะเลครั้งแรกของเรือดำน้ำชั้น Hangor ลำแรก เรือดำน้ำ PNS Hangor
ในการแสดงสาธิตที่สำคัญของความพร้อมการปฏิบัติการและขีดความสามารถการรบ เรือดำน้ำ PNS/M Hangor ที่ถูกขึ้นระวางประจำการใหม่ในกองทัพเรือปากีสถานได้ประสบความสำเร็จการปฏิบัติการยิงอาวุธด้วยกระสนุนจริงครั้งแรกในทะเล Arabian เหนือ

เรือดำน้ำ PNS/M Hangor ทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASCM: Anti-Ship Cruise Missile) ที่ออกแบบสำหรับการโจมตีความแม่นยำสูงและพิสัยยิงที่เพิ่มระยะไกลขึ้น เรือดำน้ำ Hangor โจมตีเป้าหมายที่กำหนดไว้ด้วยความแม่นยำ เป็นการยืนยันรับรองระบบอาวุธต่างๆ, ความพร้อมรบ และประสิทธิภาพการปฏิบัติการของตน
ผู้บัญชาการกองทัพเรือปากีสถาน พลเรือเอก Naveed Ashraf ได้เป็นพยานรับชมการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงในทะเล ความสำเร็จของการยิงเป็นเครื่องหมายถึงเหตุการณ์หลักที่สำคัญในการนำเรือดำน้ำ PNS/M Hangor เข้าสู่การปฏิบัติการและแสดงถึงการเพิ่มขยายความแข็งแกร่งของขีดความสามารถสงครามใต้น้ำของกองทัพเรือปากีสถาน

ผู้บัญชาการกองทัพเรือปากีสถานชื่นชมอำนาจการรบของเรือดำน้ำ PNS/M Hangor และเน้นย้ำว่าการเดินหน้าการเพิ่มขยายขีดความสามารถสงครามใต้น้ำต่างๆอย่างเนื่องยังคงเป็นความสำคัญยิ่งเพื่อการดำรงความพร้อมปฏิบัติการและวางตำแหน่งในทะเลเพื่อการป้อมปรามที่น่าเชื่อถือของกองทัพเรือปากีสถาน
การยิงอาวุธด้วยกระสุนจริงที่ประสบความสำเร็จยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของกองทัพเรือปากีสถานที่จะดำรงความทันสมัย, ความพร้อมรบ และกำลังรบที่มีความสามารถทางวิทยาการเพื่อป้องกันพรมแดนทางทะเลของปากีสถานและดำรงรักษาสันติและความมั่นคงในภูมิภาค

เรือดำน้ำชั้น Hangor เป็นรุ่นส่งออกของเรือดำน้ำชั้น Type 039B(NATO กำหนดรหัสชั้น Yuan) ของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People’s Liberation Army Navy)(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/hangor-type-039b.html) ปากีสถานได้ยอมรับการจัดซื้อเรือดำน้ำชั้น Hangor จำนวน 8ลำจากจีนในเดือนเมษายน 2015
ตามข้อตกลงเรือดำน้ำ 4ลำหลังจะถูกสร้างในอู่เรือ Karachi Shipyard & Engineering Works Ltd(KS&EW) ปากีสถาน(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/hangor.html) ในเวลาเดียวกับที่เรือดำน้ำ 4ลำแรกจะถูกสร้างในจีน ณ อู่เรือ Wuchang Shipbuilding Industry Group Company Ltd(WSIG) ใน Shuangliu นคร Wuhan สาธารณรัฐประชาชนจีน 

แผนเริ่มแรกจะมีการส่งมอบเรือดำน้ำชั้น Hangor จำนวน 8ลำระหว่างปี 2022-2028 หัวหน้าผู้อำนวยการของโครงการเปิดเผยในเดือนสิงหาคม 2016 ว่าเรือดำน้ำ 4ลำแรกจะถูกส่งมอบในช่วงปี 2022-2023 โดยเรือ 4ลำสุดท้ายจะส่งมอบตามมาในปี 2028 แต่ดูเหมือนว่าโครงการจะดำเนินการล่าช้าไปสักเล็กน้อย
ตามที่เรือดำน้ำชั้น Hangor ลำแรก เรือดำน้ำ PNS Hangor ถูกปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/hangor.html) และถูกขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/hangor-pns-hangor.html)

เรือดำน้ำชั้น Hangor ลำที่สอง เรือดำน้ำ PNS Shushuk ถูกปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/hangor-pns-shushuk.html) โดยคาดว่าจะสามารถส่งมอบเรือได้ในปลายปี 2026 นี้, เรือดำน้ำชั้น Hangor ลำที่สาม เรือดำน้ำ PNS Mangro ถูกปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/hangor-pns-mangro.html)
และเรือดำน้ำชั้น Hangor ลำที่สี่และลำสุดท้ายที่สร้างในจีน เรือดำน้ำ PNS Ghazi ถูกปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/hangor-pns-ghazi.html) อู่เรือ KS&EW ปากีสถานกำลังอยู่ระหว่างการสร้างเรือดำน้ำชั้น Hangor จำนวน 4ลำหลัง

กองทัพเรือปากีสถานไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆเกี่ยวกับระบบย่อยต่างๆหรือระบบอาวุธเฉพาะของเรือดำน้ำชั้น Hangor ระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ AIP แบบวัฏจักร Stirling ถูกใช้ในแบบเรือดำน้ำ S26T(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/s26t.html) ที่กำลังสร้างส่งออกให้แก่กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy)
ของ China Shipbuilding & Offshore International Company Ltd(CSOC) กิจการการค้าและส่งออกของ China State Shipbuilding Corporation(CSSC) กลุ่มรัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายรายสันนิษฐานว่าเรือดำน้ำชั้น Hangor มีพื้นฐานมา แต่ทางการปากีสถานไม่ได้เปิดเผยข้อมูลระบบขับเคลื่อนของเรือดำน้ำชั้น Hangor ต่อสาธารณะ

ตามข้อมูลจาก blog ด้านความมั่นคงของปากีสถาน Quwa เรือดำน้ำชั้น Hangor มีความยาวเรือ 76m และมีระวางขับน้ำที่ 2800tons ทำให้เรือมีขนาดสั้นกว่าเล็กน้อย และมีระวางขับน้ำหนักกว่าแบบเรือดำน้ำ S26T เดิม(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/chd620-s26t.html)
ปัจจุบันกองทัพเรือปากีสถานมีประจำการด้วยเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Khalid(Agosta 90B) ทีมีระบบ AIP จำนวน 3ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/khalid.html) และเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Hashmat(Agosta 70) จำนวน 2ลำ

เรือดำน้ำแบบ Agosta 90B 3ลำได้รับการปรับปรุงครึ่งอายุภายใต้สัญญาที่ลงนามในปี 2016 กับบริษัท STM ตุรกี ในฐานะผู้รับสัญญาหลัก STM ได้ส่งมอบเรือลำแรกที่ได้รับการปรับปรุงแล้วเรือดำน้ำ S139 PNS Hamza ในปี 2020 
ขอบเขตของการปรับปรุงความทันสมัยของเรือดำน้ำคือการเปลี่ยนระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control System), ชุด Sonar, ระบบสงคราม electronic(EWS: Electronic Warfare System), Radar และระบบกล้องตาเรือ(นำร่องและโจมตี)

เรือดำน้ำชั้น Hangor ทั้ง 8ลำจะสร้างความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญแก่กองทัพเรือปากีสถาน ปากีสถานน่าจะที่จะเพิ่มขีดความสามารถต่อต้านการเข้าถึง/ปฏิเสธการใช้พื้นที่(A2/AD: Anti-Access/Area Denial) ในภูมิภาคหลังโครงการเสร็จสมบูรณ์
ตามที่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเรือมีระบบอาวุธอะไรบ้าง เป็นที่ชัดเจนว่าปากีสถานจะได้รับขีดความสามารถการโจมตีทางลึกถ้าเรือดำน้ำชั้น Hangor ได้รับการติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อนยิงจากเรือดำน้ำ Babur-3 (SLCM: Submarine-Launched Cruise Missile) ครับ

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569

PT PAL อินโดนีเซียและ Naval Group ฝรั่งเศสเตรียมลงนามสร้างเรือดำน้ำ Scorpène เพิ่ม 2ลำและเรือฟริเกต FDI ใหม่

PT PAL, Naval Group prepares for follow-on Scorpene order





First steel cutting ceremony of the Scorpene Evolved submarine for Indonesian Navy at PT PAL Indonesia's shipyard in Surabaya on 7 August 2026. (PT PAL/Naval Group)



PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซีย และบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสจะลงนามข้อตกลงความร่วมมือการสร้างเรือที่ครอบคลุมการสร้างเรือฟริเกต FDI(Frégate de Défense et d'Intervention)
และเรือดำน้ำ Scorpène Evolved เพิ่มเติม 2ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/scorpene-7-2026.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/07/pt-pal-scorpene-2026.html)

แหล่งข่าวหลายรายที่มีความใกล้ชิดกับเรื่องนี้ได้แจ้งข้อมูลให้ Janes ทราบว่าพิธีลงนามสัญญาข้อตกลงต่างๆเหล่านี้จะถูกจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ของ PT PAL อินโดนีเซียใน Surabaya เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026
ข้อตกลงต่างๆเหล่านี้จะจัดตั้งกรอบการทำงานสำหรับการทำงานร่วมกันที่จะทำให้อินโดนีเซียเดินหน้าแผนที่จะจัดหาเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ระยะที่สองเพิ่ม 2ลำรวมทั้งหมด 4ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/scorpene-2-2-4.html)

และเรือฟริเกต FDI จำนวนมากกว่าหนึ่งลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/fdi-lulea-4.html) แหล่งข่าวต่างๆกล่าว ข้อมูลเพิ่มเติมที่ถูกมอบให้แก่ Janes บ่งชี้ว่า ข้อตกลงต่างๆจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับการจัดรูปแบบการแบ่งปันการทำงาน,
การถ่ายทอดวิทยาการ, โอกสารการสร้างเรือภายในอินโดนีเซีย, และกลไกการมีส่วนร่วมด้านอุตสาหกรรมต่างๆที่สามารถจะนำมาปฏิบัติใช้ได้ถ้าโครงการการจัดซื้อจัดจ้างบรรลุผลเป็นรูปธรรม(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

โครงการเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ของอินโดนีเซียได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้สัญญาที่ลงนามในเดือนมีนาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/naval-group-scorpene-evolved-2.html)
ครอบคลุมการจัดหาเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) แบบ Scorpène Evolved จำนวน 2ลำสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)

โครงการได้บรรลุเหตุการณ์หลักที่สำคัญเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 เมื่อการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกอย่างเป็นทางการได้รับการดำเนินการขึ้นโดยพิธีตัดเหล็กแผ่นแรก ณ อู่เรือของ PT PAL Indonesia ใน Surabaya
ภายใต้โครงการเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ทั้งสองลำแรกกำลังถูกสร้างในอินโดนีเซียผ่านข้อตกลงการถ่ายทอดขีดความสามารถระหว่าง Naval Group ฝรั่งเศสและ PT PAL อินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

PT PAL อินโดนีเซียได้รับผิดชอบสำหรับกิจกรรมการสร้าง, การบูรณาการ, การทดสอบ, การประกอบขั้นสุดท้าย, และการส่งมอบ ขณะที่ Naval Group ฝรั่งเศสมอบความเชี่ยวชาญแบบเรือดำน้ำ, การสนับสนุนด้านวิศวกรรม, การถ่ายทอดวิทยาการ, ความช่วยเหลือทางเทคนิค 
เรือดำน้ำ Scorpène Evolved เป็นรุ่นล่าสุดของแบบเรือดำน้ำตามแบบสำหรับส่งออกของบริษัท Naval Group ได้รับการติดตั้ง lithium-ion battery ความจุสูงที่มีจุดประสงค์เพื่อมอบระยะเวลาการดำน้ำที่นานขึ้น ความยืดหยุ่นการปฏิบัติการอย่างมหาศาล และลดความต้องการการซ่อมบำรุง

แบบเรือดำน้ำ Scorpène Evolved มีระวางขับน้ำขณะดำลงใต้น้ำที่ประมาณ 2,000tonnes มีความยาวเรือรวมที่ราว 70m และมีกำลังพลประจำเรือโดยคราวๆที่ราว 40นาย(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/scorpene-evolved-2.html)
ระบบอาวุธติดตั้งด้วยท่อยิงขนาด 533mm จำนวนหกท่อยิง สามารถทำการยิง Torpedo หนัก(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/orka-torpedo-f21-mk-2.html) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ และจะติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ SUBTICS ของ Naval Group ฝรั่งเศสครับ

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569

UAC รัสเซียกล่าวเครื่องบินขับไล่ Su-57E และเครื่องบินฝึกไอพ่นโจมตีเบา Yak-130M รุ่นใหม่ได้รับความสนใจมากขึ้น

UAC says increased interest in Su-57E Felon and Yak-130M, progressing other projects



Su-57E and Yak-130M from Russia's UAC displayed at the El Alamein Airshow 2026. (UAC/Spunik)



อากาศยานรบปีกนิ่งสองแบบจาก United Aircraft Corporation(UAC) กลุ่มรัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมการบินรัสเซียที่ถูกจัดแสดงในงานแสดงการบินนานาชาติ El Alamein Airshow 2026
ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2026 ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ El Alamein ในอียิปต์ ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากลูกค้าที่เป็นได้หลายๆราย ตัวแทน UAC รัสเซียกล่าวกับ Janes ในงานแสดงการบิน

เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา Yakovlev Yak-130M รุ่นใหม่ซึ่งทำการบินครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2026 ได้มุ่งเป้าที่การส่งออกเป็นส่วนใหญ่(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35i-yak-130.html)
และได้รับคำสั่งจัดหาจากลูกค้าส่งออกรายแรกที่ไม่เปิดเผยชื่อแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/yak-130.html) ตัวแทน UAC รัสเซียกล่าว

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการบินรัสเซียเสริมว่า แม้ว่ากระทรวงกลาโหมรัสเซียยังไม่ได้ให้ความสนใจในเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา Yak-130M จนถึงขณะนี้(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/mig-uts.html)
บริษัท UAC รัสเซียกำลังทำงานเกี่ยวกับการเน้นหนักความสำคัญของการใช้งานที่เป็นไปได้อย่างเช่นในบทบาทภารกิจการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(C-UAV: Counter-Unmanned Aerial Vehicle)

สื่อของรัฐบาลแอลจีเรียได้รายงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ว่าแอลจีเรียได้เลือกจัดหาเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-57E (NATO กำหนดรหัส 'Felon') รุ่นส่งออก(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/su-57e-14.html)
ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ผู้อำนวยการบริหาร UAC รัสเซีย Vadim Badekha กล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ Su-57E จำนวน 2เครื่องได้ถูกส่งมอบให้แก่ลูกค้าต่างประเทศที่ไม่เปิดเผยแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/su-57-ai.html)

ตัวแทน UAC รัสเซียกล่าวว่าแอลจีเรียได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Su-57E อย่างน้อยสิบเครื่อง แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดจำนวนเครื่องที่แน่ชัด(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/su-57-rafale.html)
พวกเขาเสริมว่าเครื่องบินขับไล่ Su-57E ที่ถูกส่งมอบไม่ได้รับการดัดแปลงต่างๆที่สำคัญใดๆนอกจากอุปกรณ์ของลูกค้าที่น่าจะรวมถึงอุปกรณ์ระบบพิสูจน์ฝ่าย(IFF: Identification Friend-or-Foe)

พวกเขายังกล่าวว่าเครื่องบินขับไล่ Su-57 Felon ยังได้ถูกใช้ปฏิบัติการในประจำการกองทัพอากาศและอวกาศรัสเซีย(Russian Aerospace Forces, VKS: Vozdushno-Kosmicheskiye Sily) ในสงครามในยูเครน
และการปฏิบัติการรบต่างๆของเครื่องบินขับไล่ Su-57 นั้นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เครื่องบินได้รับความสนใจในการส่งออกเพิ่มมากขึ้นครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/su-57d.html)

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

ออสเตรเลียจะปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH

Australia retires Tiger attack helicopter amid AH-64E ramp up







An Australian Army Tiger ARH helicopter in flight during a live fire serial as part of Exercise Keris Strike 2026 in Sabah, Malaysia. The Tiger had a troubled career in Australia. Tiger’s withdrawal was only a matter of time following Canberra’s Apache commitment. (Commonwealth of Australia)



กองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) ได้กำลังจะทำการปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Airbus Helicopters Tiger Armed Reconnaissance(ARH) ของตนลงแล้ว โดยจะมีการจัดพิธีอำลาในวันที่ 30 กันยายน 2026
ตามที่กองทัพบกออสเตรเลียมุ่งความสำคัญในการทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/ah-64e-apache.html)

กองการบินกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army Aviation) จะ "ยุติการบินปฏิบัติการในเร็วๆนี้" กับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH จากฐานบินใน Darwin กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าว
"การสิ้นสุดของการบินปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger เป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งสำหรับกรมบินที่1(1st Aviation Regiment) แต่ยังเป็นเครื่องหมายของการเริ่มต้นบทใหม่ที่น่าตื้นเต้น" 

"ตามที่เราเดินหน้าย้ายที่ตั้งไปยัง Townsville(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/1-ah-64e-apache.html) และสร้างขีดความสามารถเฮลิคอปเตอร์โจมตีของออสเตรเลียเพิ่มเติมบนพื้นฐานเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache
ทหาร, นักบิน และช่างอากาศยานของเราได้บรรลุการเปลี่ยนผ่านที่น่าทึ่งจากเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ไปสู่เฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache ขณะที่เดินหน้าที่จะส่งมอบผลลัพธ์การฝึกและการปฏิบัติการ"

"การอุทิศตนของพวกเขาและพวกเธอเหล่านั้นได้สร้างความมั่นใจว่ากองทัพบกออสเตรเลียยังคงพร้อมสำหรับอนาคต" พลตรี David Hafner ผู้บัญชาการกองการบินกองทัพบกออสเตรเลียกล่าว
การปลดประจำการของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH เป็นสิ่งที่ถูกคาดว่าจะมีขึ้นแน่นอนตั้งแต่ที่รัฐบาลออสเตรเลียในนครหลวง Canberra ประกาศในปี 2021 ว่าตนจะจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache จำนวน 29เครื่อง

ซึ่งจนถึงขณะนี้กองทัพบกออสเตรเลียได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache แล้วจำนวน 6เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/boeing-ah-64e-apache-29.html)
กองทัพบกออสเตรเลียมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH จำนวน 22เครื่องเป็นจำนวนสูงสุด ในเดือนมีนาคม 2025 พลตรี Hafner การสิ้นสุดการปฏิบัติการของ ฮ.โจมตี Tiger ARH จะ "มีขึ้นไม่เกินสิ้นปี 2027 ถึงต้นปี 2028"

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุว่าเมื่อเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH เข้าประจำการในกองทัพบกออสเตรเลียในปี 2004 มันผสมผสานขีดความสามารถของเฮลิคอปเตอร์สองแบบที่มีใช้งานก่อนหน้า
คือเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนไม่ติดอาวุธ Bell OH-58 Kiowa และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปติดอาวุธ Bell UH-1 Iroquois ซึ่งกำหนดแบบเป็นเฮลิคอปเตอร์ Bushranger ในประจำการกองทัพบกออสเตรเลีย

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเสริมว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH มีประสิทธิภาพในการบูรณาการภารกิจการข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance), สงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) และโจมตีในระบบเดียว
กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียยังโต้แย้งด้วยว่า การปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ยังสะท้อนอายุการใช้งานที่ 20ปีตามแผนของตน เช่นเดียวกับวิวัฒนาการสภาพแวดล้อมภัยคุกคามที่สามารถจะรับมือได้ดีกว่าโดยระบบใหม่อย่างเช่นเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E

แม้ว่าจะกล่าวด้วยคำพูดที่อบอุ่น ปัญหาการดำรงสภาพต่างๆ และความท้าทายอื่นๆได้รุมเร้าการปฏิบัติงานของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ของออสเตรเลีย ในเดือนกันยายน 2016 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินออสเตรเลียได้วิจารณ์ฝูงบิน ฮ.โจมตี Tiger อย่างรุนแรง
เน้นย้ำถึง "ข้อบกพร่องด้านขีดความสามารถ" 76 รายการ จาก 60 รายการซึ่งกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุว่าจะเป็น "ขั้นวิกฤติ" และนั้นทำให้เฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ไม่ได้ถูกส่งมอบบนพื้นฐานขีดความสามารถดั้งเดิมที่ถูกคาดไว้

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 สมุดปกขาวกลาโหม 2016(defence white paper 2016) ของออสเตรเลียได้ระบุถึงการมองการทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH โดยเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache จะถูกส่งมอบครบ 29เครื่องภายในปี 2029
การจัดหา ฮ.โจมตี Apache สอดคล้องกับการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60M Black Hawk ของกองทัพบกออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/uh-60m-black-hawk.html) เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ NH Industries MRH90 Taipan ซึ่งมียังมีปัญหาการใช้งานในประจำการของออสเตรเลียเช่นกันครับ

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569

สหรัฐฯอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk แก่อาร์เจนตินา 4เครื่อง

US Department of State approves possible sales of UH-60L Blackhawk helicopters to Argentina





Potential sales of US UH-60L helicopters, like the one shown here, to Argentina have been approved by the US Department of State. (US Army)

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้การขายรูปแบบ Foreign Military Sale(FMS) ของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60L Black Hawk และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องแก่อาร์เจนตินา
เป็นวงเงินรวมทั้งหมดประมาณ $140 million กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯยืนยันเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/sikorsky-uh-60-armed-black-hawk.html)

รัฐบาลอาร์เจนตินาได้ร้องขอที่จะจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk จำนวน 4เครื่อง และเครื่องยนต์ไอพ่น turboshaft แบบ General Electric T700-GE-701D จำนวน 2เครื่อง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L เป็น 4เครื่องแรกจากจำนวน 20เครื่อง ทูตสหรัฐอเมริกาประจำสาธารณรัฐอาร์เจนตินา Peter Lamelas ได้ Post ในบัญชี X ทางการของตนเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026

นายทหารระดับชั้นยศสูงจากกองพันเฮลิคอปเตอร์จู่โจมที่601(601st Assault Helicopter Battalion) กองบัญชาการการบินกองทัพบก(Army Aviation Command) กองทัพบกอาร์เจนตินา(Argentine Army, EA: Ejército Argentino)
หน่วยบินที่จะใช้งานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ว่า ฮ. Black Hawk ใหม่จะถูกใช้เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Bell UH-1H Iroquois จำนวน 25เครื่อง

โดยที่เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-1H เหล่านี้ไม่ได้รับการปรับปรุงเป็นมาตรฐานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป TH-1H Huey II(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/uh-1h.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/10/uh-1h-huey.html)
มีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-1H จำนวนเพียงไม่กี่เครื่องที่ยังคงปฏิบัติการได้ ซึ่งจะถูกทดแทนด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินากล่าว

เครื่องยนต์ไอพ่น turboshaft แบบ T700-GE-701D ถูกใช้เป็นระบบขับเคลื่อนของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/uh-60m-black-hawk.html)
และจะถูกปรับปรุงไปสู่มาตรฐานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60V Black Hawk(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/uh-60-black-hawk-2070.html) นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินากล่าว

กองทัพบกอาร์เจนตินายังมีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป TH-1H Huey II จำนวน 18เครื่องซึ่งจะถูกใช้งานร่วมไปเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Black Hawk จนกว่าที่เฮลิคอปเตอร์ UH-60 เพิ่มเติมจะสามารถจัดหามาได้ นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินาระบุ
วัตถุประสงค์คือเพื่อที่จะได้รับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk จำนวน 4เครื่องจากสหรัฐฯในเดือนธันวาคม 2026 และส่งมอบมาถึงอาร์เจนตินาในเดือนมกราคม 2027 นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินากล่าวครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้นำเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกในสายการผลิตเข้าประจำการ

South Korea inducts first production KF-21 fighter







The first production Korea Aerospace Industries (KAI) KF-21 Boramae Block I 4.5-generation fighter ahead of its delivery to Yecheon Air Base in South Korea in September 2026. (Republic of Korea Air Force/bemil.chosun.com)





เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 แบบ Korea Aerospace Industries(KAI) KF-21 Boramae(보라매, "Young Hawk" นกเหยี่ยวหนุ่ม) Block I เครื่องแรกในสายการผลิตได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) แล้ว
เครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae รุ่นสองที่นั่งหมายเลขแพนหาง 26-001 ภายใต้การจัดหาระยะที่1 รวมจำนวน 40เครื่อง ได้ทำการบินมายังฐานทัพอากาศ Yecheon ในจังหวัด Gyeongsangbuk-do เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026

ซึ่งเครื่องบินขับไล่ KF-21 รุ่นสองที่นั่งเครื่องแรกในสายการผลิตนี้จะเข้าประจำการในฝูงบินขับไล่ที่156(156th Fighter Squadron) กองบินขับไล่ที่16(16th Fighter Wing) ที่กลับมาเปิดฝูงบินขึ้นใหม่ กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกล่าว
ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี นาวาอากาศตรี Han Jae-seok หนึ่งในนักบินเครื่องบินขับไล่ KF-21 ชุดแรกที่ผ่านการรับรองคุณลักษณะเพื่อทำการบินปฏิบัติการกับเครื่องบินแบบนี้

ได้ลงลายมือของตนใน 'เอกสารการตรวจรับและรับมอบเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตจำนวนมากเครื่องที่1'(KF-21 Series Production No 1 Acceptance and Handover Document) ในวันเดียวกัน
เป็นเครื่องหมายถึงการนำเข้าประจำการอย่างเป็นทางการของเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตจำนวนมากเครื่องแรกเข้าสู่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีที่มีกำหนดที่จะส่งมอบต่อเนื่องจนถึงปี 2028(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/kf-21.html)

ฝูงบินขับไล่ที่156 ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 1988 มีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ McDonnell Douglas F-4E Phantom(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/f-4-phantom-ii-2024.html) จนกระทั่งถูกยุบฝูงบินในปี 2012 
ฝูงบินขับไล่ที่156 ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ในฐานะฝูงบินเครื่องบินขับไล่ KF-21 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดยได้รับมอบให้บรรจุตำแหน่งศิษย์การบินและช่างอากาศชุดแรกสำหรับการฝึก ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี

กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าตนมีแผนที่จะทยอยจัดตั้งระบบการปฏิบัติการต่างๆสำหรับการบินและการซ่อมบำรุง ขณะที่เดินหน้าการฝึกนักบินเปลี่ยนแบบและเจ้าหน้าที่ช่างอากาศซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง
"หลังจากนั้น เครื่องบินขับไล่ KF-21 จะถูกประกาศความพร้อมปฏิบัติการในครึ่งหลังของปี 2027 และถูกวางกำลังปฏิบัติการ" กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีเสริม(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/kf-21.html)

ตามข้อมูลจากหัวหน้านักบินทดสอบของบริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี Jin Tae-beom เครื่องบินขับไล่ KF-21 มีคุณลักษณะคันเร่งอัตโนมัติ(auto-throttle) ที่สามารถปรับความเร็วระหว่างการบินขึ้น, ลงจอด, และทำการบินหมู่ได้
ตามข้อมูลจากสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี เครื่องบินขับไล่ KF-21 ได้เสร็จสิ้นโครงการการพัฒนาทางการบินแล้วในเดือนมกราคม 2026 ครับ

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ F-35A ฟินแลนด์เครื่องแรกจาก 64เครื่องเดินทางมาถึงประเทศตนแล้ว

First F-35As arrive in Finland







A photo from a Finnish Air Force showing the arrival into the country on 18 September 2026 of the first F-35A. (Finnish Air Force)



เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) เครื่องแรกสำหรับฟินแลนด์ได้เดินทางมาถึงกองบิน Lapland(Lapland Air Wing) ใน Rovaniemi แล้วเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026
กองทัพอากาศฟินแลนด์(Finnish Air Force, Ilmavoimat) ได้ประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้ในวันเดียวกัน ที่เป็นการส่งสัญญาณถึงการมาถึงของเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II สองเครื่องแรกจากจำนวน 64เครื่อง

เครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 64เครื่องจะทดแทนเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Boeing F/A-18C Hornet จำนวน 55เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F/A-18D Hornet จำนวน 7เครื่องของกองทัพอากาศฟินแลนด์
ข่าวการมาถึงนี้มีขึ้นให้หลัง 10เดือนหลังจากบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกสำหรับฟินแลนด์ระหว่างพิธี ณ โรงงานอากาศยาน Fort Worth ในมลรัฐ Texas สหรัฐฯในเดือนธันวาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/lockheed-martin-f-35a-64.html)

เครื่องบินขับไล่ F-35A ชุดแรกจำนวน 8เครื่องของกองทัพอากาศฟินแลนด์ได้ถูกส่งมอบไปยังฐานทัพอากาศ Eglin Air Force Base(AFB) กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ในมลรัฐ Florida ซึ่งจะถูกใช้สำหรับการฝึกนักบินและช่างอากาศยานของฟินแลนด์
ฟินแลนด์ได้เลือกเครื่องบินขับไล่ F-35A ในฐานะการทดแทนเครื่องบินขับไล่ F/A-18C/D Hornet  ภายใต้การแข่งขันโครงการเครื่องบินขับไล่ทดแทน HX(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/f-35a-hx.html)

งบประมาณวงเงิน 10 billion($11.5 billion) สำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่ HX รวมถึงค่าใช้จ่ายการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A, สิ่งอำนวยความสะดวก, และการฝึกตั้งแต่เปิดตัวเครื่องบินเครื่องแรกในปี 2025(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/f-35a-64.html),
ตามมาด้วยการประกาศความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ในปี 2027 และความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) ในปี 2030(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/lockheed-martin-f-35-300.html) 

หลังจากการประกาศความพร้อมปฏิบัติการนี้ การจัดสรรงบประมาณการสนับสนุนและการดำรงสภาพจะถูกย้ายจากงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างไปสู่งบประมาณสำหรับการปฏิบัติการต่างๆ เครื่องบินขับไล่ F-35A ของฟินแลนด์กำลังได้รับการผลิตในสายการผลิต Lot 17-Lot 22 
และจะถูกส่งมอบในมาตรฐาน Technical Refresh-3(TR-3) ที่สามารถทำให้เป็นขีดความสามารถมาตรฐานรุ่นเครื่องบินขับไล่ F-35 Block 4 ได้ เครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II ได้ขยายผู้ใช้งานไปทั่วทั้งภูมิภาคยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/f-35-lightning-ii.html)

รวมถึงสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/f-35b-48.html), ฟินแลนด์, อิตาลี(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/f-35-eurofighter-typhoon.html), นอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/jsm-f-35a.html), 
เนเธอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/aim-120c-8-amraam.html), สวิตเซอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/f-35a-36.html), เยอรมนี(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/f-35a-35.html), 

สาธารณรัฐเช็ก(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/f-35a-24.html), กรีซ(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/f-35a-20.html), และโรมาเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/f-35a-32.html) ครับ

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569

Hanwha Ocean เกาหลีใต้ชี้เรือฟริเกตใหม่ของกองทัพเรือไทยมีขีดความสามารถการโจมตีภาคพื้นดินและต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ C-UAS

New Thai frigate programme points to land-attack-capable combatant





A computer-generated image of the frigate that has been offered by Hanwha Ocean to the Royal Thai Navy. (Hanwha Ocean/Royal Thai Navy)

เรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำใหม่ในอนาคตของของกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) จะมีขีดความสามารถที่จะดำเนินการปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินและการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Uncrewed Aerial System) ที่เพิ่มเติมจากการปฏิบัติภารกิจสงครามทางเรือต่างๆ
ภาพวาดที่สร้างจาก computer ที่ถูกมอบให้แก่ Janes โดยบริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี มอบรายละเอียดแรกที่บ่งชี้ว่าความต้องการต่างๆสามารถดำเนินการนำมาปฏิบัติใช้ในแบบเรือฟริเกต Ocean-40F ที่ถูกเลือกโดยกองทัพเรือไทยได้อย่างไร

ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ยืนยันการเลือกบริษัท Hanwha Ocean ในฐานะผู้รับสัญญาหลักของโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ จำนวน ๑ลำของกองทัพเรือไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/hanwha-ocean.html)
กองทัพเรือไทยได้ร่างเค้าโครงข้อกำหนดความต้องการขีดความสามารถต่างๆตลอดทั้งภาคส่วนหลักทั้งสามมิติของสงครามทางเรือ สงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare), สงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) และการป้องกันภัยทางอากาศ

กองทัพเรือไทยยังระบุว่าเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำใหม่จะมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินต่างๆ, การต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับต่างๆ, และการสนับสนุนการบัญชาการและควบคุม(command-and-control), 
เครือข่าย datalink, และการปฏิบัติการกองกำลังร่วม(joint-force) ต่างๆ ขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้จะเพิ่มขยายตัวเลือกการโจมตีผิวน้ำและภาคพื้นดินของกองทัพเรือไทยอย่างมีนัยสำคัญ(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/hanwha-ocean-40f.html)

ข้อกำหนดความต้องการต่างๆที่กำหนดโดยกองทัพเรือไทยปรากฏว่าสอดคล้องกับรูปแบบการจะวางที่ถูกแสดงในภาพวาดที่สร้างจาก computer ที่ถูกมอบให้แก่ Janes โดย Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี
ภาพวาดแสดงถึงแบบเรือที่ถูกตรวจพบได้ต่ำมาใช้ในปืนเรือส่วนหน้าของเรือ, ชุดแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launch System) ในตำแหน่งหน้าสะพานเดินเรือ, และแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: anti‑ship missile) กลางลำเรือ

อย่างไรก็ตามทั้ง Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี และกองทัพเรือไทยไม่ได้ระบุแบบของอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศและอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นที่ถูกนำมาติดตั้งกับเรือฟริเกตสมรรถนะสูงใหม่
ภาพวาดยังแสดงช่องเปิดขนาดเล็กกว่าจำนวนหลายช่อง, สายอากาศการสื่อสารต่างๆ, และอุปกรณ์ตรวจจับ electro-optical ต่างๆ กระจายโดยรอบเสากระโดงเรือ(mast)และดาดฟ้ายก(superstructure)

ส่วนตัวด้านหน้าก่อนจะถึงห้องบังคับการเรือ(wheelhouse) เป็นแท่นยกขึ้นมา(pedestal) ที่สามารถรองรับแท่นยิงระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-In Weapon System) และตัวทำลาย(effector) แบบไม่ใช่พลังงานจลน์สำหรับการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ UAS
ในส่วนท้ายของเรือมีดาดฟ้าบินที่มีขนาดรองรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลขนาดกลางและสิ่งที่ปรากฎว่าน่าจะเป็นโรงเก็บอากาศยานที่รองรับเฮลิคอปเตอร์หรืออากาศยานไร้คนขับได้สองเครื่อง

กองทัพเรือไทยได้ให้รายละเอียดแหล่งที่มาของระบบต่างๆที่จะได้รับการติดตั้งบนเรือฟริเกตใหม่ของตนรวมถึง อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ และระบบป้องกันระยะประชิด CIWS จากบริษัท MBDA ฝรั่งเศส,
ปืนหลักปืนเรือ 76mm จากบริษัท Leonardo อิตาลี, ปืนรองปืนกล 30mm จากบริษัท MSI-Defence Systems สหราชอาณาจักร, แท่นยิง torpedo เบาปราบเรือดำน้ำจากบริษัท SEA สหราชอาณาจักร,

3D AESA(Active Electronically Scanned Array) radar จากบริษัท HENSOLDT เยอรมนี, ระบบ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) ระบบติดตามเป้าหมาย Electro-Optronic และ sonar ลากท้ายจากบริษัท Chess Dynamics สหราชอาณาจักร,
sonar ตัวเรือ และ sonar สกัดกั้นจากบริษัท ELAC SONAR เยอรมนี, ระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures) radar และการสื่อสารจากบริษัท ELT Group อิตาลี, และแท่งยิงเป้าลวงจากบริษัท Lacroix ฝรั่งเศสครับ