วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สหรัฐฯประกาศสัญญาฉบับแก้ไขเพื่อการทดลองเรือในทะเลของเรือพิฆาตชั้น Zumwalt ลำที่สาม DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson

HII Ingalls Shipbuilding awarded contract modification to conduct DDG 1002 sea trials





Ingalls Shipbuilding received a contract modification to conduct sea trials for DDG 1002, shown here. (HII)

กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้ประกาศสัญญาฉบับแก้ไขกับแผนกอู่เรือ Ingalls Shipbuilding ของบริษัท Huntington Ingalls Industries(HII) สหรัฐฯใน Pascagoula มลรัฐ Mississippi เป็นวงเงิน $99 million
เพื่อที่จะดำเนินการทดลองเรือในทะเลสำหรับเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Zumwalt ลำที่สาม เรือพิฆาต DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson บริษัท HII สหรัฐฯยืนยันในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026

เรือพิฆาต DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson ได้เดินทางมาถึงอู่เรือ Ingalls Shipbuilding ในเดือนมกราคม 2022 เพื่อที่จะเสร็จสิ้นการติดตั้ง, เปิดการทำงาน, และทดสอบระบบการรบต่างๆ
และสัญญาฉบับแก้ไขมาขึ้นตามาหลังเรือพิฆาต USS Lyndon B. Johnson ได้รับการเตรียมการสำหรับการบูรณาการระบบอาวุธ Conventional Prompt Strike(CPS) บริษัท HII ระบุ(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/zumwalt-hypersonic.html)

ในปี 2021 กองทัพเรือสหรัฐฯตัดสินใจที่จะเพิ่มอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นความเร็วเหนือเสียงสูงมาก hypersonic CPS ที่มีราคาตามแบบที่เกือบ $50 million ต่อนัดแก่เรือพิฆาตชั้น Zumwalt ทั้งสามลำ
เรือพิฆาต DDG-1000 USS Zumwalt, เรือพิฆาต DDG-1001 USS Michael Monsoor ที่ขึ้นระวางประจำการในปี 2016 และปี 2019 ตามลำดับ และเรือพิฆาต DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson ที่วางแผนที่จะขึ้นระวางประจำการในปี 2027

เพื่อทำให้สหรัฐฯสามารถโจมตีเป้าหมายที่มีคุณค่าได้รับการป้องกันอย่างหนาแน่นจากระยะไกลโดยที่ไม่ใช่ระบบอาวุธที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ สำนักงานตรวจสอบบัญชีความรับผิดชอบรัฐบาลสหรัฐฯ(GAO: Government Accountability Office)
ระบุในรายงานของตนในเดือนกรกฎาคม 2026 'ยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมความจำเป็นกระทรวงการสงครามสหรัฐฯในการปรับปรุงความทันสมัยเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯเพื่อวางกำลังขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถี hypersonic'(Navy Ship Modernisation DOD Needs Comprehensive Strategy to Field Hypersonic Missile Capability)

เพื่อสร้างระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น CPS ทางทะเลแบบเรกของตน กองทัพเรือสหรัฐฯจำเป็นต้องปรับปรุงความทันสมัยเรือพิฆาตชั้น Zumwalt รวมถึงการติดตั้งแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launch System) สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถี CPS
GAO รายงาน โดยในรายงานของตนได้ให้รายละเอียดเหตุผลต่างๆสำหรับความล่าช้าในความพยายามการปรับปรุงความทันสมัยเรือพิฆาตชั้น Zumwalt สำหรับเรือพิฆาต USS Zumwalt และเรือลำต่อๆมาในชั้นเรือ

"จนถึงกลางปี 2025 โครงการเรือพิฆาต DDG-1000 โดยรวมได้ตรงตามเป้าหมายด้านค่าใช้จ่ายต่างๆสำหรับการติดตั้งระบบอาวุธ CPS ระหว่างช่วงเวลาปรับปรุงความทันสมัยอู่เรือสร้าง(BYMP: Build Yard Modernisation Period) ของเรือพิฆาต USS Zumwalt
และช่วงเวลาเปิดทำงานระบบภารกิจต่างๆ(MSA: Mission Systems Activation)" GAO กล่าว เจ้าหน้าที่โครงการกองทัพเรือสหรัฐฯกล่าวว่าแผนที่จะปรับปรุงความทันสมัยต่อเนื่องบนแผนการวางกำลังของเรือพิฆาต USS Michael Monsoor กำลังทำงานไปด้วยดี GAO รายงานครับ

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

นิวซีแลนด์สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk สหรัฐฯ 5เครื่อง

New Zealand orders MH-60R Seahawks





New Zealand's acquisition of five MH-60R Seahawk helicopters will enhance the NZDF's ability to operate alongside similarly equipped regional partners such as Australia. (Commonwealth of Australia)

นิวซีแลนด์สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Lockheed Martin(Sikorsky) MH-60R Seahawk เพื่อเสริมต่อฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ทางทะเลของกองทัพนิวซีแลนด์(NZDF: New Zealand Defence Force)
กระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์ประกาศเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 ว่าตนได้ลงนามข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk จำนวน 5เครื่อง, ระบบภารกิจที่เกี่ยวข้องต่างๆ และอาวุธต่างๆ

"ข้อตกลงครอบคลุมการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R ซึ่งจะถูกส่งมอบตั้งแต่ปี 2030 เช่นเดียวกับชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ, อาวุธต่างๆ และอุปกรณ์ การจัดงบประมาณยังได้รับแยกไว้
สำหรับค่าใช้จ่ายการออกแบบสิ่งอำนวนความสะดวกในอนาคตและสิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราวเพื่อวางกำลัง ณ ฐานทัพอากาศ Auckland กองทัพอากาศนิวซีแลนด์(RNZAF: Royal New Zealand Air Force) ใน Whenuapai" กระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์กล่าวเสริม

ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์ การจัดสรรงบประมาณหลักวงเงิน NZ$1.64 billion ได้รับการจัดสรรสำหรับโครงการ ในการเพิ่มเติมต่อวงเงิน NZ$110 million ในการจัดสรรงบประมาณการปฏิบัติการประจำปีเฉลี่ยตลอดระยะเวลา 10ปีข้างหน้า
การประกาศสัญญามีขึ้นตามมา 4เดือนหลังจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk แก่นิวซีแลนด์ภายใต้โครงการรูปแบบการขาย Foreign Military Sales (FMS)

ตามเอกสารแจ้งที่ถูกเผยแพร่สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ในเดือนมิถุนายน 2026 เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R จะได้รับการติดตั้งด้วย
ระบบ sonar ความถี่ต่ำทางอากาศ, เครือข่ายทางยุทธวิธี Link 16 ระบบวิทยุสื่อสารทางยุทธวิธีร่วมและข้อมูลอเนกประสงค์ MIDS-JTR(Multifunctional Information Distribution System Joint Tactical Radio),

ระบบนำร่องดาวเทียม/inertial และวางแผนการบินล่วงหน้า GPS/PPS/INS พร้อมระบบเข้ารหัสต่อต้านการปลอมแปลง SAASM(Selective Availability/Anti-Spoofing Module) และระบบตรวจจับความผิดปกติทางแม่เหล็ก(MAD: Magnetic Anomaly Detection) แบบ digital
นิวซีแลนด์จะยังจัดหาระบบอาวุธต่างๆสำหรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R รวมถึงชุดจรวดนำวิถีอากาศสู่พื้น WGU-59/B APKWS(Advanced Precision Kill Weapon System) จำนวน 225ชุด(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/typhoon-apkws-c-uas.html),

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R Hellfire จำนวน 65นัด และปืนกลอากาศ M240D ขนาด 7.62mm จำนวน 5กระบอก ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R จะยังติดตั้งด้วย torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ Mk 54 ด้วย
การจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk จำนวน 5เครื่องจะทำให้นิวซีแลนด์สามารถเลิกใช้งานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Kaman SH-2G(I) Super Seasprite ที่มีอายุการใช้งานมานานได้ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/sh-2gi-super-seasprite.html)

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สวีเดนบรรลุข้อตกลงการให้โปแลนด์เช่าเรือดำน้ำชั้น A17 Södermanland

Sweden formalises preparations for Poland's temporary submarine





HMS Södermanland surfaced in coastal waters with small islands in the background which are characteristic of the Swedish archipelago. The image was taken from an FMV press release issued on 15 October 2026. (Swedish Armed Forces)

สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) และกองทัพสวีเดน(Swedish Armed Forces, Försvarsmakten) ได้เห็นชอบหน้าที่ของพวกตน
ในการเตรียมการเรือดำน้ำชั้น A17 Södermanland เรือดำน้ำ HMS Södermanland สำหรับให้เช่าแก่โปแลนด์ สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV ประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026

รัฐบาลโปแลนด์ในนครหลวง Warsaw ได้สั่งจัดหาเรือดำน้ำชั้น A26 จำนวน 3ลำจากบริษัท Saab สวีเดนที่ได้มีการลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 ตามข้อมูลจากสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัท Saab
ในวันเดียวกันนั้น สวีเดนและโปแลนด์ได้ลงนามข้อตกลงการเช่าสำหรับเรือดำน้ำ HMS Södermanland ในฐานะระบบคั่นระยะด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/saab-a26-3.html)

ข้อตกลงต่อเนื่องตามมาที่ประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 กำหนดความรับผิดชอบต่างๆให้สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV และกองทัพสวีเดน สำหรับการเตรียมการ, การบำรุงรักษา, 
และการสนับสนุนเรือดำน้ำ HMS Södermanland ที่เดิมขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรือสวีเดน(RSwN: Royal Swedish Navy, Svenska marinen) ระหว่างการเช่าของโปแลนด์

กองทัพสวีเดนพิจารณาก้าวกระโดดทางวิทยาการของเรือดำน้ำชั้น A26 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำชั้น Project 877E(NATO กำหนดรหัสชั้น Kilo) ยุคสงครามเย็น
ที่มีลำเดียวของกองทัพเรือโปแลนด์(Polish Navy, Marynarka Wojenna) เรือดำน้ำ ORP Orzeł(291) การเปลี่ยนผ่านมาพร้อมกับระดับกระบวนการการเรียนรู้ที่ยากลำบาก

ตามที่ระบบเรือดำน้ำชั้น A26 ใหม่มอบความเงียบที่มากกว่า, การปฏิบัติการบูรณาการแบบ digital ต่างๆ และขีดความสามารถที่จะวางกำลังยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ต่างๆ Saab สวีเดนกล่าว
การส่งมอบเรือดำน้ำชั้น A26 แก่โปแลนด์จะมีขึ้นโดยแบ่งเป็นระยะๆ โดยเรือดำน้ำชั้น A26 ลำที่สามและลำสุดท้ายสำหรับโปแลนด์มีกำหนดการสำหรับการส่งมอบในปี 2038 บริษัท Saab เสริม

นักดำเรือดำน้ำกองทัพเรือโปแลนด์จะฝึกที่จะปฏิบัติการเรือดำน้ำ HMS Södermanland เรือดำน้ำชั้น Södermanland ที่มีพื้นฐานจากเรือดำน้ำชั้น A17 Västergötland ที่ Karlskrona สวีเดนเป็นเวลามากกว่า 18เดือน
ตามข้อมูลจากกองทัพเรือสวีเดน ซึ่งเผนแพร่ภาพเคลื่อนไหววีดิทัศน์การมากถึงของนักดำเรือดำน้ำกองทัพเรือโปแลนด์ ณ ฐานทัพเรือ Karlskrona ใน Post บน X เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026

การฝึกได้เริ่มต้นโรงเรียนการรบทางเรือ(Naval Combat School) และจากนั้นต่อเนื่องที่กองเรือดำน้ำที่1(First Submarine Flotilla) กองทัพเรือสวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/a26-orka-3.html)
เรือดำน้ำ HMS Södermanland จะเข้าประจำการในกองทัพเรือโปแลนด์ในปี 2028 ในฐานะมาตรการอุดช่องว่างด้วยการเช่าเป็นเวลาชั่วคราว จนกว่าจะได้รับมอบเรือดำน้ำ A26 ลำแรกในปี 2032 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ฝรั่งเศสเริ่มโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคที่หก ACF แทนเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต NGF ที่ถูกยกเลิก

France launches ACF to replace cancelled NGF future combat aircraft





A model of the recently aborted NGF future fighter showcased on the Dassault stand of the Paris Airshow 2025. France is now building on the work done over the previous decade to develop its own national ACF solution, albeit with European cooperation. (Thomas Samson, Benoit Tessier and Bloomberg via Getty Images/Dassault)

ฝรั่งเศสจะพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่หกภายใต้โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต Avion de Combat Futur(ACF) แห่งชาติ เพื่อแทนที่โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF(New Generation Fighter) ไตรภาคีที่ถูกยกเลิกไปก่อนหน้าในปี 2026
การพูดคุยกับวุฒิสมาชิกต่างๆในวุฒิสภาฝรั่งเศส หัวหน้าคณะเสนาธิการ(ผู้บัญชาการ)กองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, AAE: Armée de l'Air et de l'Espace) พลอากาศเอก Jérôme Bellanger กล่าวว่า

โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต ACF จะเป็นความพยายามแห่งชาติของฝรั่งเศสที่จะทดแทนโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF ที่ฝรั่งเศสเคยกำลังพัฒนาร่วมกับเยอรมนีและสเปน
ก่อนการยกเลิกโครงการในเดือนมิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/airbus-team-gen-6-ngf.html) แต่ความร่วมมือระดับนานาชาติกับทั้งสองประเทศเหล่านั้นและประเทศอื่นๆต่างๆนั้นจะเป็น "ความจำเป็น"

"ความเกี่ยวข้องกับจุดเริ่มต้นของโครงการ ACF 'เครื่องบินรบยุคอนาคต'(Future Combat Aircraft) แนวทางการเข้าถึงเป็นระดับแห่งชาติ(ของฝรั่งเศส)ตามที่สามารถทำให้ความเป็นไปในความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ
ภายใต้กรอบการรทำงานต่างๆที่ไม่ได้เป็นการจัดตั้งรากฐานทางโครงสร้างต่อการพัฒนาของอากาศยาน" พลอากาศเอก Bellanger กล่าวในการรับฟังเพื่อการพิจารณาของวุฒิสภาฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2026

"มีประเด็นหลักสองประการในเรื่องนี้ ประการแรกมันเป็นความจำเป็นที่เรา(ฝรั่งเศส)กำลังทำงานอย่างต่อเนื่องกับเยอรมนีและชาติต่างๆอื่นๆในระบบ combat cloud ประการที่สองซึ่งเป็นความสำคัญยิ่งเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถการทำงานร่วมกันทางการระบบแบบมีนักบินบังคับต่างๆของยุโรปของเรา"

"เราจำเป็นต้องก้าวข้ามไปเกินกว่าแนวคิดของการต่อสู้เคียงข้างกันเพียงอย่างเดียว และมุ่งไปสู่การต่อสู้ร่วมกันอย่างแท้จริง ระบบ combat cloud และผลลัพธ์ขีดความสามารถการทำงานร่วมกันของระบบต่างๆของเราเป็นแกนหลักของเรื่องนี้ 
นี่คือสิ่งที่เรากำลังเริ่มต้นโครงการในระดับแห่งชาติอย่างไร" หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส พลอากาศเอก Bellanger เสริม(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/airbus-fcasscaf-dassault.html)

รัฐบาลเยอรมนีและรัฐบาลฝรั่งเศสได้ประกาศการปรับเปลี่ยนแนวทางใหม่ของโครงการระบบการรบทางอากาศอนาคต FCAS/SCAF(Future Combat Air System/Système de Combat Aérien du Futur) ของยุโรปที่มีเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 
ซึ่งนำมาสู่จุดจบการล่มสลายของโครงการ NGF เนื่องจากความแตกต่างที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ต่างๆระหว่างบริษัท Airbus Defence and Space(DS) ยุโรปตัวแทนเยอรมนีและสเปน และบริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศสตัวแทนฝรั่งเศสครับ

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สวีเดนรับมอบเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye เครื่องแรกจาก 3เครื่อง

Sweden receives first GlobalEye under accelerated delivery timeline





The first of three contracted Saab GlobalEye AEW&C aircraft has now been delivered to the Swedish Air Force, with a fourth optioned aircraft yet to be exercised. (Saab)

สวีเดนได้รับมอบเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye AEW&C(Airborne Early Warning and Control) เครื่องแรกจากจำนวน 3เครื่องที่ทำสัญญาจัดหาแล้ว
พิธีรับมอบได้ถูกจัดขึ้น ณ โรงงานอากาศยานสายการผลิต Linköping ของบริษัท Saab สวีเดนเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยเครื่องบินขณะนี้ได้เข้าสู่ขั้นระยะการทดสอบและการยืนยันรับรอง

ก่อนหน้าการทำการบินครั้งแรกและต่อเนื่องด้วยการส่งมอบเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye AEW&C เครื่องแรกแก่กองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet)
เหตุการณ์สำคัญนี้มีขึ้นตามมาเป็นเวลา 4ปี 6เดือนหลังจากบริษัท Saab และสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) 

ได้ลงนามสัญญาในเดือนมิถุนายน 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/globaleye.html) สำหรับเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab GlobalEye จำนวน 2เครื่องพร้อมตัวเลือกเพิ่มเติมอีก 2เครื่อง
เป็นวงเงิน 2.6 billion Swedish Krona($250 million ในเวลานั้น) GlobalEye เครื่องที่สามได้รับการดำเนินการปฏิบัติในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/saab-globaleye-2.html)

ตามการตัดสินใจของสวีเดนที่จะบริจาคเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab ASC 890 AEW&C(Saab 340 ERIEYE) จำนวน 1เครื่องจากทั้งหมด 2เครื่องของกองทัพอากาศสวีเดนแก่ยูเครน
ณ เวลานั้นกำหนดกาารส่งมอบจะได้เห็นเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye จำนวน 2เครื่องเรกถูกส่งมอบแก่กองทัพอากาศสวีเดนในปี 2027 โดยเครื่องที่สามตามมาในปี 2029

อย่างไรก็ตามในเดือนตุลาคม 2024 รัฐบาลสวีเดนประกาศว่ากำหนดเวลาส่วมอบนี้จะถูกเร่งให้เร็วขึ้น ขณะที่ไม่มีกำหนดวันส่งมอบต่างๆที่ได้รับการเปิดเผย กองทัพอากาศสวีเดนกล่าวกับ Janes ในปี 2024 ว่า
เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye AEW&C สองเครื่องแรกจะถูกส่งมอบแก่กองทัพอากาศสวีเดน "เร็วขึ้นกว่ากำหนดวันส่งมอบเดิม"

ตามการประกาศต่างๆก่อนหน้าเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Saab S 106 GlobalEye สองเครื่องแรกที่ได้รับการส่งมอบแก่กองทัพอากาศสวีเดนอยู่ในรูปแบบคั่นระยะ(interim) 
ก่อนได้รับการดัดแปลงภายหลังเพื่อส่งมอบในขีดความสามารถที่จำเป็นเต็มรูปแบบ เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ GlobalEye เครื่องที่สามจะถูกส่งมอบในรูปแบบสุดท้าย

ทั้ง Saab สวีเดนและกองทัพอากาศสวีเดนไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบคั่นระยะ และ/หรือรูปแบบสุดท้าย โดยตัวเลือกเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ GlobalEye เครื่องที่สี่ยังไม่ได้รับการปฏิบัติครับ

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569

อิสราเอลลงนามจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ใหม่จากสหรัฐฯ 12เครื่อง

Israel signs for AH-64E attack helicopters







Having flown earlier model Apache attack helicopters since 1990, Israel will now field the latest AH-64E version from the early 2030s. (Israeli Ministry of Defense)

อิสราเอลได้ลงนามสัญญาสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian จำนวน 12เครื่องที่จะมีการส่งมอบในช่วงต้นปี 2030s(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/ah-64e-apache-30.html)
กระทรวงกลาโหมอิสราเอลได้ประกาศการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache Guardian จำนวน 12เครื่องที่ไม่เปิดเผยมูลค่าวงเงินเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา

การลงนามจัดซื้อนี้มีขึ้นให้หลัง 9เดือนหลังรัฐบาลสหรัฐฯอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E จำนวนถึง 30เครื่องแก่กองทัพอากาศอิสราเอล(IAF: Israeli Air Force) เป็นวงเงินประมาณ $3.8 billion
การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E เพิ่มเติมน่าจะมีขึ้นตามมาภายหลังในเวลาที่เหมาะสม ตามการอนุมัติของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯสำหรับข้อตกลงที่ประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ 2026

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E สำหรับกองทัพอากาศอิสราเอลจะถูกส่งมอบพร้อม radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) ติดตั้งบนแกนใบพัดประธานแบบ Northrop Grumman AN/APG-78 Longbow
และตัวรับสัญญาณระบบทีมมีคนบังคับ-ไร้คนขับ(MUM-T: Manned-Unmanned Teaming) โดยจะเป็นมาตรฐาน Version 6 ล่าสุดที่ขณะนี้อยู่ในประจำการกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) และลูกค้าส่งออกนานาชาติต่างๆแล้ว

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Version 6 นี้ได้เพิ่มขีดความสามารถการโจมตีระยะยิงไกลเกินพิสัยยิงข้าศึก(stand-off) ของเฮลิคอปเตอร์โจมตีตระกูล AH-64 Apache เป็นอย่างมาก(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/ah-64e-apache.html)
ด้วยการเพิ่มระยะตรวจจับและติดตามเป้าหมายของ radar ความคุมการยิงติดตั้งบนแกนใบพัดประธานแบบ AN/APG-78 Longbow จาก 8km เป็น 16km เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E v6 ยังมีคุณลักษณะการโจมตีเป้าหมายทางทะเลโดยตรงเป็นครั้งแรกด้วย

ขณะที่แท่นยิงระบบอาวุธต่างๆได้ถูกรวมในข้อตกลง ตัวระบบอาวุธต่างๆไม่ได้ถูกรวมในข้อตกลงด้วย นี่น่าจะเป็นการเพิ่มเติมต่ออาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Lockheed Martin AGM-114 Hellfire II มาตรฐาน
และจะติดตั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Rafael Spike NLOS(Non-Line-of-Sight) ที่ติดตั้งในเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E ของกองทัพบกสหรัฐฯ เพิ่มระยะยิงไกล stand-off เพิ่มเติมที่เกิน 25km(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/spike-nlos-ah-64e-apache.html)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E สร้างใหม่ 30เครื่องเหล่านี้จะทดแทนและ/หรือเสริมต่อเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64A Peten(Cobra "งูเห่า" ในภาษาฮีบรู) จำนวน 23เครื่องที่มีอยู่ ที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้รับมอบตั้งแต่ปี 1990
เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D Saraf(Fiery Winged Serpent งูใหญ่มีปีกในตำนานในภาษาฮีบรู) จำนวน 20เครื่องที่มีอยู่ ที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้รับมอบตั้งแต่ปี 2005 ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ F-35C ลงจอดครั้งแรกบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สอง CVN-79 USS John F. Kennedy

Aircraft carrier Kennedy marks first F-35C recovery







Aircraft carrier John F Kennedy recovered its first F-35C on 13 October 2026. (US Navy/Seaman Kaitlyn Bailey and Dane Wiedmann)

เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Ford ลำที่สอง เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้รับการบินมาลงจอดของอากาศยานครั้งแรกของตนเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35C Lightning II
สังกัดฝูงบินทดสอบและประเมินค่าทางอากาศ VX-23(Air Test and Evaluation Squadron 23) "Salty Dogs" เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 กำลังพลประจำเรือกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ระบุใน post บนสื่อสังคม online

การลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ยังเป็นเครื่องหมายถึงการลงจอดครั้งแรกของเครื่องบินขับไล่ F-35C Lightning II บนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford การเผยแพร่บนสื่อสังคม online ระบุ
แผนกอู่เรือ Newport News Shipbuilding(NNS) ของบริษัท Huntington Ingalls Industries(HII) สหรัฐฯได้บรรลุผลการตรวจรับขั้นต้นของเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สอง เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy 

และเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้เคลื่อนย้ายจากอู่เรือ NNS ใน Newport News มายังฐานทัพเรือ Norfolk Naval Station ในมลรัฐ Virginia เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026 บริษัท HII และกองทัพเรือสหรัฐฯยืนยันในแถลงการณ์ในวันเดียวกัน
การตรวจรับขั้นต้นจะทำให้เรือบรรทุกเครื่องบิน USS John F. Kennedy และลูกเรือของเธอสามารถที่จะดำเนินการทดสอบในทะเลและดำเนินการสร้างความชำนาญขณะที่ผู้สร้างเรือเสร็จสิ้นช่วงเวลาการทดสอบระบบประจำเรือต่างๆขั้นสุดท้าย

เพื่อที่จะส่งมอบเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy อย่างเป็นทางการได้ในไตรมาสที่สองของปี 2027 กองทัพเรือสหรัฐฯกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ford-cvn-79-uss-john-f-kennedy.html)
เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้เสร็จสิ้นการสร้างไปแล้วร้อยละ99 กองทัพเรือสหรัฐฯกล่าวโดยเสริมว่าระบบหลักต่างๆทั้งหมดได้เสร็จสิ้นการติดตั้งแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/trump-ford.html)

อู่เรือ NNS ของของบริษัท HII สหรัฐฯผู้สร้างเรือปัจจุบันได้เสร็จสิ้นการทดสอบระบบประจำเรือต่างๆขั้นสุดท้ายแล้ว รวมถึงการทดสอบของระบบ lift ยกอาวุธชั้นก้าวหน้า Advanced Weapons Elevator(AWE) ที่มีอยู่ 4ระบบ กองทัพเรือสหรัฐฯกล่าว
เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้เสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเลต่างๆแล้ว บริษัท HII ยืนยันในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/cvn-79-uss-john-f-kennedy-f-35c.html)

กำหนดการส่งมอบของเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้ถูก "เลื่อนออกไปเป็นเดือนมีนาคม 2027" จากที่เคยคาดว่าจะส่งมอบในเดือนกรกฎาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2019/12/cvn-79-uss-john-f-kennedy.html)
"เพื่อสนับสนุนการเสร็จสิ้นการรับรองอุปกรณ์หยุดอากาศยานขั้นก้าวหน้า Advanced Arresting Gear(AAG) และเดินหน้างาน lift ยกอาวุธชั้นก้าวหน้า(AWE)" ตามเอกสารการสนับสนุนการร้องของบประมาณประจำปี 2026 ของกองทัพเรือสหรัฐฯครับ

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ญี่ปุ่นทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่เจ็ด SS-519 JS Shogei

Japan launches seventh Taigei-class submarine




Japan's seventh Taigei-class submarine, seen here at its launch ceremony. (Mitsubishi Heavy Industries/JMSDF)





บริษัท Mitsubishi Heavy Industries (MHI) ญี่ปุ่นได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK)ชั้น Taigei ลำที่เจ็ด เรือดำน้ำ SS-519 JS Shogei ที่ได้รับการสั่งจัดหาสำหรับกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force)
เรือดำน้ำ SS-519 JS Shogei ได้ถูกนำลงสู่น้ำเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ณ อู่เรือ Kobe ของ บริษัท MHI ญี่ปุ่น ตามการประกาศเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 บนบัญชีทางการสื่อสังคม online ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น

เรือดำน้ำชั้น Taigei จะทยอยทดแทนเรือดำน้ำชั้น Oyashio และเรือดำน้ำชั้น Soryu ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำแรกเรือดำน้ำ SS-513 Taigei ขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/taigei-ss-513-taigei.html),
เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่สอง เรือดำน้ำ SS-514 JS Hakugei ขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/taigei-ss-514-hakugei.html), เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่สาม เรือดำน้ำ SS-515 JS Jingei ขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/taigei-ss-515-jingei.html),

เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่สี่ เรือดำน้ำ SS-516 JS Raigei ขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/taigei-ss-516-raigei.html), เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่ห้า เรือดำน้ำ SS-517 JS Chogei ขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/taigei-ss-517-js-chogei.html)
ขณะที่เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่หก เรือดำน้ำ SS-518 JS Sogei ทียังไม่ได้ขึ้นระวางประจำการ ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ณ อู่เรือบริษัท Kawasaki Heavy Industries(KHI) ญี่ปุ่นในนคร Kobe ในเดือนตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/taigei-ss-518-sougei.html) ญี่ปุ่นคาดการณ์ที่จะมีเรือดำน้ำชั้น Taigei รวมจำนวน 8ลำ 

เรือดำน้ำชั้น Taigei มีระวางขับน้ำปกติที่ประมาณ 3,000tonnes มีความยาวตัวเรือที่ 84m, กว้าง 9.1m และกินน้ำลึก 10.4m และสามารถบรรจุกำลังพลประจำเรือได้ประมาณ 70นาย 
เรือดำน้ำชั้น Taigei ยังมีคุณลักษณะระบบ sonar ที่ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะและมาตรการต่างๆเพื่อลดการแพร่เสียงเมื่อเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำชั้นต่างๆที่ขึ้นระวางประจำการก่อนหน้า

เรือดำน้ำชั้น Taigei  ติดตั้งท่อยิง torpedo หนักขนาด 533mm หกท่อยิงที่หัวเรือ ที่สามารถยิง Torpedo หนักนำวิถีด้วยเส้นลวดแบบ Type 89 ได้ และเรือดำน้ำทุกลำคาดว่าจะวางกำลังด้วย Torpedo หนักแบบ Type 18 ที่ใหม่กว่าในที่สุด
เรือดำน้ำชั้น Taigei ยังสามารถที่จะทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo จากเรือดำน้ำใต้น้ำแบบ Boeing UGM‑84L Harpoon ได้ด้วย 

ตามหลังการปล่อยเรือลงน้ำ เรือดำน้ำ SS-519 JS Shogei จะเข้ารับรับงานการติดตั้งสิ่งอุปกรณ์ รวมถึงการติดตั้งและบูรณาการระบบตัวเรือต่างๆ, เครื่องจักร, อุปกรณ์ไฟฟ้า และอาวุต่างๆ
เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่เจ็ด เรือดำน้ำ SS-519 JS Shogei มีกำหนดการส่งมอบให้แก่กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่นในปี 2027 ครับ