วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ F-35C ลงจอดครั้งแรกบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สอง CVN-79 USS John F. Kennedy

Aircraft carrier Kennedy marks first F-35C recovery







Aircraft carrier John F Kennedy recovered its first F-35C on 13 October 2026. (US Navy/Seaman Kaitlyn Bailey and Dane Wiedmann)

เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Ford ลำที่สอง เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้รับการบินมาลงจอดของอากาศยานครั้งแรกของตนเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35C Lightning II
สังกัดฝูงบินทดสอบและประเมินค่าทางอากาศ VX-23(Air Test and Evaluation Squadron 23) "Salty Dogs" เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 กำลังพลประจำเรือกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ระบุใน post บนสื่อสังคม online

การลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ยังเป็นเครื่องหมายถึงการลงจอดครั้งแรกของเครื่องบินขับไล่ F-35C Lightning II บนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford การเผยแพร่บนสื่อสังคม online ระบุ
แผนกอู่เรือ Newport News Shipbuilding(NNS) ของบริษัท Huntington Ingalls Industries(HII) สหรัฐฯได้บรรลุผลการตรวจรับขั้นต้นของเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สอง เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy 

และเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้เคลื่อนย้ายจากอู่เรือ NNS ใน Newport News มายังฐานทัพเรือ Norfolk Naval Station ในมลรัฐ Virginia เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026 บริษัท HII และกองทัพเรือสหรัฐฯยืนยันในแถลงการณ์ในวันเดียวกัน
การตรวจรับขั้นต้นจะทำให้เรือบรรทุกเครื่องบิน USS John F. Kennedy และลูกเรือของเธอสามารถที่จะดำเนินการทดสอบในทะเลและดำเนินการสร้างความชำนาญขณะที่ผู้สร้างเรือเสร็จสิ้นช่วงเวลาการทดสอบระบบประจำเรือต่างๆขั้นสุดท้าย

เพื่อที่จะส่งมอบเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy อย่างเป็นทางการได้ในไตรมาสที่สองของปี 2027 กองทัพเรือสหรัฐฯกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ford-cvn-79-uss-john-f-kennedy.html)
เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้เสร็จสิ้นการสร้างไปแล้วร้อยละ99 กองทัพเรือสหรัฐฯกล่าวโดยเสริมว่าระบบหลักต่างๆทั้งหมดได้เสร็จสิ้นการติดตั้งแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/trump-ford.html)

อู่เรือ NNS ของของบริษัท HII สหรัฐฯผู้สร้างเรือปัจจุบันได้เสร็จสิ้นการทดสอบระบบประจำเรือต่างๆขั้นสุดท้ายแล้ว รวมถึงการทดสอบของระบบ lift ยกอาวุธชั้นก้าวหน้า Advanced Weapons Elevator(AWE) ที่มีอยู่ 4ระบบ กองทัพเรือสหรัฐฯกล่าว
เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้เสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเลต่างๆแล้ว บริษัท HII ยืนยันในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/cvn-79-uss-john-f-kennedy-f-35c.html)

กำหนดการส่งมอบของเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy ได้ถูก "เลื่อนออกไปเป็นเดือนมีนาคม 2027" จากที่เคยคาดว่าจะส่งมอบในเดือนกรกฎาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2019/12/cvn-79-uss-john-f-kennedy.html)
"เพื่อสนับสนุนการเสร็จสิ้นการรับรองอุปกรณ์หยุดอากาศยานขั้นก้าวหน้า Advanced Arresting Gear(AAG) และเดินหน้างาน lift ยกอาวุธชั้นก้าวหน้า(AWE)" ตามเอกสารการสนับสนุนการร้องของบประมาณประจำปี 2026 ของกองทัพเรือสหรัฐฯครับ

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ญี่ปุ่นทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่เจ็ด SS-519 JS Shogei

Japan launches seventh Taigei-class submarine




Japan's seventh Taigei-class submarine, seen here at its launch ceremony. (Mitsubishi Heavy Industries/JMSDF)





บริษัท Mitsubishi Heavy Industries (MHI) ญี่ปุ่นได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK)ชั้น Taigei ลำที่เจ็ด เรือดำน้ำ SS-519 JS Shogei ที่ได้รับการสั่งจัดหาสำหรับกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force)
เรือดำน้ำ SS-519 JS Shogei ได้ถูกนำลงสู่น้ำเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ณ อู่เรือ Kobe ของ บริษัท MHI ญี่ปุ่น ตามการประกาศเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 บนบัญชีทางการสื่อสังคม online ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น

เรือดำน้ำชั้น Taigei จะทยอยทดแทนเรือดำน้ำชั้น Oyashio และเรือดำน้ำชั้น Soryu ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำแรกเรือดำน้ำ SS-513 Taigei ขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/taigei-ss-513-taigei.html),
เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่สอง เรือดำน้ำ SS-514 JS Hakugei ขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/taigei-ss-514-hakugei.html), เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่สาม เรือดำน้ำ SS-515 JS Jingei ขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/taigei-ss-515-jingei.html),

เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่สี่ เรือดำน้ำ SS-516 JS Raigei ขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/taigei-ss-516-raigei.html), เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่ห้า เรือดำน้ำ SS-517 JS Chogei ขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/taigei-ss-517-js-chogei.html)
ขณะที่เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่หก เรือดำน้ำ SS-518 JS Sogei ทียังไม่ได้ขึ้นระวางประจำการ ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำ ณ อู่เรือบริษัท Kawasaki Heavy Industries(KHI) ญี่ปุ่นในนคร Kobe ในเดือนตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/taigei-ss-518-sougei.html) ญี่ปุ่นคาดการณ์ที่จะมีเรือดำน้ำชั้น Taigei รวมจำนวน 8ลำ 

เรือดำน้ำชั้น Taigei มีระวางขับน้ำปกติที่ประมาณ 3,000tonnes มีความยาวตัวเรือที่ 84m, กว้าง 9.1m และกินน้ำลึก 10.4m และสามารถบรรจุกำลังพลประจำเรือได้ประมาณ 70นาย 
เรือดำน้ำชั้น Taigei ยังมีคุณลักษณะระบบ sonar ที่ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะและมาตรการต่างๆเพื่อลดการแพร่เสียงเมื่อเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำชั้นต่างๆที่ขึ้นระวางประจำการก่อนหน้า

เรือดำน้ำชั้น Taigei  ติดตั้งท่อยิง torpedo หนักขนาด 533mm หกท่อยิงที่หัวเรือ ที่สามารถยิง Torpedo หนักนำวิถีด้วยเส้นลวดแบบ Type 89 ได้ และเรือดำน้ำทุกลำคาดว่าจะวางกำลังด้วย Torpedo หนักแบบ Type 18 ที่ใหม่กว่าในที่สุด
เรือดำน้ำชั้น Taigei ยังสามารถที่จะทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo จากเรือดำน้ำใต้น้ำแบบ Boeing UGM‑84L Harpoon ได้ด้วย 

ตามหลังการปล่อยเรือลงน้ำ เรือดำน้ำ SS-519 JS Shogei จะเข้ารับรับงานการติดตั้งสิ่งอุปกรณ์ รวมถึงการติดตั้งและบูรณาการระบบตัวเรือต่างๆ, เครื่องจักร, อุปกรณ์ไฟฟ้า และอาวุต่างๆ
เรือดำน้ำชั้น Taigei ลำที่เจ็ด เรือดำน้ำ SS-519 JS Shogei มีกำหนดการส่งมอบให้แก่กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่นในปี 2027 ครับ

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เยอรมนีเตรียมที่จะสั่งจัดหาเรือฟริเกตชั้น F128 แบบเรือ MEKO A-200 DEU ใหม่เพิ่ม 4ลำรวม 8ลำ

Germany prepares to order four additional MEKO A-200 frigates




A MEKO A-200 DEU frigate under construction at TKMS' shipyard in Bremerhaven where construction began on 3 February 2026, image released by the German Federal Ministry of Defence on 8 July 2026. (Bundeswehr/Christoph Kassette)

คณะกรรมาธิการงบประมาณของรัฐสภาเยอรมนี(Bundestag) ได้เห็นชอบการจัดหาเรือฟริเกต MEKO A-200 DEU เพิ่มเติมจำนวน 4ลำจากบริษัท TKMS เยอรมนีผู้สร้างเรือ ตามสื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลเยอรมนีที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026
การจัดซื้อจัดจ้างมีขึ้นตามการสั่งจัดหาสำหรับเรือฟริเกตชั้น F128 แบบเรือ MEKO A-200 DEU ระยะที่1 จำนวน 4ลำเช่นเดียวกันที่ได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/f128-meko-200-4.html)

สัญญากับบริษัท TKMS มอบตัวเลือสำหรับเรือฟริเกต MEKO A-200 DEU เพิ่มเติมอีกจำนวน 4ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/f126-6-meko-200-8.html) ราคาสำหรับเรือฟริเกตชั้น F128 จำนวน 4ลำแรกมีมูลค่าที่วงเงิน 6.3 billion Euros($7 billion)
ขณะที่การดำเนินการปฏิบัติตัวเลือกเรือฟริเกต MEKO A-200 DEU ระยะที่2 เพิ่มอีกจำนวน 4ลำมีราคาเพิ่มเติมอีก 5.3 billion Euros ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมเยอรมนี(Federal Ministry of Defence, BMVg: Bundesministerium der Verteidigung)

เรือฟริเกต MEKO A-200 DEU ลำแรกมีกำหนดการที่จะส่งมอบให้แก่ภายในสิ้นปี 2029 กระทรวงกลาโหมเยอรมนีเสริม การตัดสินใจล่าสุดได้เพิ่มกองเรือฟริเกตชั้น F128 ของกองทัพเรือเยอรมนี(German Navy, Deutsche Marine) ที่วางแผนไว้เป็นจำนวน 8ลำ
แบบเรือฟริเกต MEKO A-200 ปัจจุบันมีประจำการในกองทัพเรือแอลจีเรีย(ANF: Algerian Naval Force) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Erradii จำนวน 2ลำ, กองทัพเรืออียิปต์(Egyptian Navy) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Al-Aziz จำนวน 6ลำ และกองทัพเรือแอฟริกาใต้(South African Navy) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Valour จำนวน 4ลำ

เรือฟริเกต MEKO A-200 มีความยาวเรือที่ 121m, ระวางขับน้ำที่ 3,950 tonnes, ทำความเร็วได้สูงสุดที่ 29knots, ระยะปฏิบัติการได้ไกลที่ 6,500nmi และรองรับกำลังพลประจำเรือหลักที่จำนวน 125นาย
ตัวเรือรูปแบบ monohull เป็นสิ่งที่ TKMS เยอรมนีอ้างอิงถึงว่าเป็นรูปทรงตัวเรือแบบ X-Form ด้วยคุณลักษณะผนังตัวเรือด้านข้างทำมุมเอียง ซึ่งบริษัท TKMS กล่าว่ามีส่วนช่วยที่ทำให้เรือมีภาคตัดขวาง radar(RCS: Radar Cross-Section) ที่ต่ำ

เรือฟริเกต MEKO A-200 มีความกว้างตัวเรือที่ 16.4m และครีบรักษาสมดุลการทรงตัวเรือแบบเชิงรุกเพื่อลดการโคลง ทำให้เรือสามารถปฏิบัติการกับเฮลิคอปเตอร์และเรือเล็กได้อย่างปลอดภัยได้ถึงระดับความคงทนทะเลที่สภาวะ sea state 6 บริษัท TKMS เสริม
เรือฟริเกต MEKO A-200 DEU เพิ่มเติมจำนวน 4ลำจะถูกต่อเรือโดยตรงในอาคารสถานที่ต่างๆ, กระบวนการต่างๆ และห่วงโซ่อุปทานต่างๆที่ถูกจัดตั้งขึ้นของโครงการเรือฟริเกตชั้น F128 ที่กำลังดำเนินการอยู่ ณ อู่เรือ Bremerhaven ของ TKMS เยอรมนี

การดำเนินการนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้การผลิตสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยปราศจากการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นฐานต่างๆ บริษัท TKMS กล่าว โดยการต่อเรือฟริเกตชั้น F128 ได้เริ่มต้นแล้วที่อู่เรือ Bremerhaven เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026
เรือฟริเกตชั้น F128 มีจุดประสงค์ที่จะทดแทนเรือฟริเกตชั้น F123 Brandenburg จำนวน 4ลำของกองทัพเรือเยอรมนีที่ขึ้นระวางประจำการในช่วงปี 1994-1996 และเป็นมาตรการอุดช่องว่างต่อการยกเลิกโครงการเรือฟริเกต F126 จำนวน 6ลำครับ

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2569

NHI ยุโรปเสนอเฮลิคอปเตอร์ NH90 นอร์เวย์มือสองที่ราคาถูกกว่ามากในตลาดนานาชาติ

NHI offering ‘much cheaper' surplus Norwegian NH90s to international market





NHI now owns 14 NH90 helicopters that it bought back from Norway, and which it is now offering to the international market at a much discounted rate. (Royal Norwegian Air Force)

บริษัท NHIndustries(NHI) ยุโรปขณะนี้มองที่จะขายเฮลิคอปเตอร์ NH90 ส่วนเกิน(surplus) ของนอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/nhi-nh90.html) แก่ตลาดนานาชาติโดยที่มีการลดราคาลงอย่างหนักมาก
Axel Aloccio ประธานกิจการค้าร่วม(consortium) NHI กล่าวกับ Janes และสื่อความมั่นคงอื่นๆเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา ระหว่างการพูดคุย ณ สถานที่ของบริษัท Airbus Helicopters ยุโรปผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย(chief stakeholder)

ณ โรงงานอากาศยาน Marignane ของบริษัท Airbus Helicopters ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส Aloccio กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือฟริเกต NH90 NFH(NATO Frigate Helicopter) จำนวน 14เครื่อง
และชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆที่ขณะนี้อยู่ในนอร์เวย์ภายใต้ความเป็นเจ้าของโดยบริษัท NHI ที่กิจการค้าร่วมยังรวมถึงบริษัท Leonardo อิตาลี และบริษัท GKN Fokker เนเธอร์แลนด์ กำลังเสนอที่จะขายเฮลิคอปเตอร์เหล่านี้ใหม่แบบลดราคาลงอย่างมาก

"เรามีเฮลิคอปเตอร์หลายเครื่อง พวกมันยังคงอยู่ในนอร์เวย์ในสถานที่ของบริษัท Airbus ขณะที่เรารอที่จะค้นหาบ้านใหม่สำหรับพวกมัน เรากำลังเสนอ(ลูกค้าที่คาดหวังไว้ต่างๆของรุ่นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล NH90 NFH) 
เฮลิคอปเตอร์ของนอร์เวย์เหล่านี้เพราะว่าพวกมันเป็นเฮลิคอปเตอร์มืองสองและพวกมันมีราคาถูกกว่าอย่างมาก" Aloccio กล่าวโดยเสริมว่าบนพื้นฐานของการหารือต่างๆในปัจจุบันเฮลิคอปเตอร์เหล่านี้อาจจะไปสู่ลูกค้ามากกว่าหนึ่งราย

กองทัพอากาศนอร์เวย์(RNoAF: Royal Norwegian Air Force, Luftforsvaret) มีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือฟริเกต NH90 NFH จำนวน 14เครื่องในนามของหน่วยยามฝั่งนอร์เวย์(NoCG: Norwegian Coast Guard, Kystvakten) 
โดยปฏิบัติการจากฐานบินบนชายฝั่งและวางกำลังบนเรือต่างๆของหน่วยยามฝั่งนอร์เวย์ รัฐบาลนอร์เวย์กล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือฟริเกต NH90 NFH เหล่านี้ไม่สามารถที่จะเติมเต็มความต้องการต่างๆของตนได้ และตามกระบวนการทางกฎหมายที่มีตามมา

บริษัท NHI ได้เห็นชอบในเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่จะซื้อเฮลิคอปเตอร์เหล่านี้คืนเพื่อนำพวกมันกลับเข้ามาบูรณาการใหม่ภายใต้โครงการเฮลิคอปเตอร์ NH90 เพื่อขายพวกมันต่อ และ/หรือทำเป็นชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ต้องการพร้อมใช้แก่ผู้ใช้งานเฮลิคอปเตอร์ NH90 รายอื่นๆ 
นอร์เวย์เป็นหนึ่งในผู้ใช้งานที่เลิกลงทุนในเฮลิคอปเตอร์ตระกูล NH90(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/nh90.html) ต่อจากออสเตรเลียสำหรับเฮลิคอปเตอร์ MRH90 Taipan จำนวน 45เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/mrh90-taipan.html), 

ที่จะตามมาด้วยเบลเยียมสำหรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปทางยุทธวิธี NH90 TTH(Tactical Transport Helicopter) จำนวน 4เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/nh90-tth.html) และรุ่น NH90 NFH จำนวน 4เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/nh90-nfh-4.html) 
และสวีเดนสำหรับรุ่นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป NH90 TTH จำนวน 9เครื่อง และรุ่นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล NH90 NFH จำนวน 9เครื่องในเร็วๆนี้ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/uh-60m-black-hawk.html)

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2569

โรมาเนียสั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ H225M ฝรั่งเศส 12เครื่อง

Romania orders H225M helicopters





Seen at Marignane in Hungarian markings prior to delivery, the H225M has now been ordered by Romania also. (Airbus Helicopters)

โรมาเนียได้ลงนามสัญญาสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างของเฮลิคอปเตอร์ Airbus Helicopters H225M Super Puma จำนวน 12เครื่อง บริษัท Airbus Helicopters ยุโรปผู้ผลิตประกาศเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026
ข้อตกลงได้บรรลุผลเสร็จสิ้นกับสำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(Directorate General of Armament, DGA: Direction Générale de l'Armement) ในกรอบของโครงการการดำเนินการด้านความมั่นคง(SAFE: Security Action for Europe) ของสหภาพยุโรป(EU: European Union)

กองทัพอากาศโรมาเนีย(RoAF: Romanian Air Force) ปัจจุบันมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ IAR 330 Puma จำนวน 57เครื่องที่สร้างในประเทศโดย Industria Aeronautică Română(IAR) รัฐวิสาหกิจการบินโรมาเนียภายใต้สิทธิบัตร
ขณะที่กองทัพเรือโรมาเนีย(Romanian Navy) มีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ IAR 330 Puma จำนวน 3เครื่อง เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ H215M Super Puma จำนวน 2เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/h215m-marte-er.html)

เฮลิคอปเตอร์ H225M Super Puma จำนวน 12เครื่องจะเป็นการเริ่มต้นการทดแทนของฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ IAR 330 Puma สำหรับการปฏิบัติการตามแบบและการปฏิบัติการพิเศษต่างๆสำหรับกองทัพโรมาเนีย
ไม่มีมูลค่าวงเงินสัญญาหรือกำหนดการส่งมอบสำหรับเฮลิคอปเตอร์ H225M ที่ได้รับการเปิดเผย ตามการเน้นโดยบริษัท Airbus Helicopters นี่เป็นสัญญาที่สองที่ตนได้รับการลงนามกับโรมาเนียภายใต้กรอบของโครงการ SAFE ของยุโรป

สัญญาแรกที่บริษัท Airbus Helicopters ได้รับจากโรมาเนียภายใต้โครงการ SAFE ในการสั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ H160 จำนวน 7เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/airbus-h160m.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/12/h160m.html)
และเฮลิคอปเตอร์ H145 จำนวน 5เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/h145m-15.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/06/h145m-lkh-10.html) ล่าสุดสำหรับภารกิจการบริการสาธารณะต่างๆ

มีเฮลิคอปเตอร์ H225 และเฮลิคอปเตอร์ H225M จำนวนมากกว่า 350เครื่องแล้วในประจำการทั่วโลก โดยทำการบินรวมทั้งหมดไปมากกว่า 1ล้านชั่วโมงบินแล้ว ลูกค้าของเฮลิคอปเตอร์ H225M สิบสองรายทั่วโลกรวมถึง

อิรัก(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/h225m-14.html), คูเวต(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/h225m-airbus.html), มาเลเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/h135.html), เม็กซิโก, โมร็อกโก
เนเธอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/h225m-aargm-er-f-35a.html), สิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/h225m-ch-47f.html), และกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/h225m-ec725.html)

การพูดคุยกับ Janes และสื่อความมั่นคงอื่นๆ ณ โรงงานอากาศยานสายการผลิต Marignane ของบริษัท Airbus Helicopters ในตอนใต้ของฝรั่งเศส Michel Macia หัวหน้าโครงการเฮลิคอปเตอร์ตระกูล Super Puma
เขาได้อธิบายแจกแจงรายละเอียดความคืบหน้าการพัฒนาต่างๆล่าสุดสำหรับระบบเฮลิคอปเตอร์ตระกูล Super Puma ตามที่เฮลิคอปเตอร์เกี่ยวข้องกับตลาดทางทหารในวงกว้างโดยภาพรวมครับ

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569

การส่งมอบเรือฟริเกต LCS ลำแรก KD Maharaja Lela มาเลเซียถูกเลื่อนเป็นเดือนเมษายน 2027

Malaysia's first LCS delivery slips to April 2027







The first Maharaja Lela-class LCS, seen here at Lumut in September 2026. (LUNAS)

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela โครงการ Littoral Combat Ship(LCS) ของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia) ที่เต็มไปด้วยปัญหาได้พบกับความล่าช้าต่างๆเพิ่มเติม
โดยเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela (LCS 1) หมายเลขเรือ 2501 ล่าสุดกำหนดการส่งมอบเรือถูกเลื่อนออกไปเป็นในเดือนเมษายน 2027 แทนกำหนดเดิมในเดือนธันวาคม 2026

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Mohamed Khaled Nordin เปิดเผยต่อรัฐสภามาเลเซียเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ว่าเรือฟริเกต KD Maharaja Lela ขณะนี้จะส่งมอบล่าช้าไปอีก 4เดือนจากที่ระบุไว้ก่อนหน้า
รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียยังยืนยันว่าเรือฟริเกต KD Maharaja Lela จะถูกตรวจรับโดยปราศจากขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM) ที่วางแผนไว้(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/nsm.html)

ระหว่างการเดินทางเยือนอู่เรือบริษัท Lumut Naval Shipyard(LUNAS) มาเลเซียเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 Janes สังเกตว่ากิจกรรมการสร้างและการติดตั้งหลักยังคงอยู่ในการดำเนินการกับเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก
Janes ยังยืนยันด้วยสายตาว่า radar ตรวจการณ์ทางอากาศแบบ Thales SMART-S Mk 2 ที่วางแผนไว้ของเรือฟริเกต KD Maharaja Lela ยังไม่ได้รับการติดตั้งบนเสากระโดงเรือบูรณาการของเรือ

แม้ว่าอุปกรณ์การนำร่องและ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) อย่างเช่น Rheinmetall TMEO Mk 2 TMX/EO ปรากฏว่าได้รับการติดตั้งบนเรือฟริเกต KD Maharaja Lela แล้ว
Janes ไม่สามารถตรวจสอบสถานะการติดตั้งต่างๆได้อย่างอิสระขององค์ประกอบระบบการรบอื่นๆระหว่างการเยี่ยมชมอู่เรือ LUNAS มาเลเซีย ระหว่างการกล่าวปราศรัยต่อรัฐสภามาเลเซียเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled กล่าวว่า อู่เรือ LUNAS ได้ยื่นเรื่องแจ้งให้กระทรวงกลาโหมมาเลเซียทราบว่าตนไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันที่จะส่งมอบเรือฟริเกต KD Maharaja Lela ภายในเดือนธันวาคม 2026 ได้อีกต่อไป
ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย ความล่าช้าต่างๆมีส่วนร่วมจากกิจกรรวมการเดินสายต่างๆ, การติดตั้งสิ่งอุปกรณ์, การตรวจสอบต่างๆ, พื้นที่ที่พักอาศัย, งานท่อทางต่างๆ, และการทดสอบตามมาต่างๆได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อกำหนดการของโครงการ

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled เสริมว่ากิจกรรมการทดลองเรือหน้าท่าและการทดลองเรือในทะเลต่างๆได้เนื่องจากผลกระทบต่างๆต่อเนื่องของปัญหาต่างๆเหล่านี้ เขายังแจ้งต่อรัฐสภามาเลเซียว่า
สัญญาสำหรับขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศของโครงการ LCS ยังไม่บรรลุผลเสร็จสิ้นอย่างเต็มรูปแบบแม้ว่าจดหมายตอบรับ(LOA: Letter of Acceptance) ได้รับการลงนามแล้วและเอกสารสัญญาคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม 2026

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela ได้เสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเลครั้งแรกของตนในเดือนเมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lcs-kd-maharaja-lela.html)
ลำที่สอง เรือฟริเกต KD Raja Muda Nala หมายเลขเรือ 2502 ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนกรกฎาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/lcs-kd-raja-muda-nala.html) และมีกำหนดส่งมอบแก่กองทัพเรือมาเลเซียในเดือนสิงหาคม 2027(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/lcs-kd-raja-muda-nala.html), 

ลำที่สาม เรือฟริเกต KD Sharif Mashor หมายเลขเรือ 2503 ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนกุมภาพันธ์ 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lcs-kd-sharif-mashor.html), ลำที่สี่ เรือฟริเกต KD Mat Salleh หมายเลขเรือ 2504 มีแผนที่จะทำการปล่อยเรือลงน้ำในเดือนมกราคม 2027(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/maharaja-lela-lcs-2027.html) 
ลำที่ห้าและลำสุดท้าย เรือฟริเกต KD Tok Janggut หมายเลขเรือ 2505 กำลังอยู่ระหว่าการต่อเรือที่อู่เรือ LUNAS อย่างก็ตามความล่าช้าต่างๆที่เกิดขึ้นล่าสุดกับเรือลำแรก KD Maharaja Lela ทำให้คาดว่ากำหนดการที่วางแผนไว้เดิมนี้เหล่านี้เป็นได้ว่าจะถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela โครงการ LCS ของมาเลเซียมีพื้นฐานจากแบบเรือฟริเกต Gowind ของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศส มีขนาดความยาวตัวเรือประมาณ 111m และระวางขับน้ำปกติที่ราว 3,000tonnes ระบบอาวุธต่างๆของเรือรวมถึง
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA VL MICA(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/vl-mica-lcs.html), ปืนเรือ BAE Systems 57mm Mk 3, ปืนกล MSI-Defence Seahawk 30mm, และแท่นยิง torpedo เบาสามท่อยิง J+S 324mm สำหรับ torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/torpedo-sea-maharaja-lela.html) ครับ

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Fassmer เยอรมนีทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV ลำแรกของสิงคโปร์

Fassmer launches Singapore's first Sentinel-class OPV





Singapore's first Sentinal-class offshore patrol vessel, seen here at its launch ceremony. (Republic of Singapore Navy)



บริษัท Fassmer เยอรมนีผู้สร้างเรือได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV(Offshore Patrol Vessel) ลำแรกจาก 4ลำที่ได้รับการสั่งจัดหาจากกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy)
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV ลำแรกของโครงการ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง Sentinel หมายเลขเรือ 26 ถูกนำลงสู่น้ำ ณ อู่เรือของบริษัท Fassmer ใน Berne เยอรมนีเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026

ภายใต้โครงการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV จำนวน 4ลำกำลังได้รับการสั่งจัดหาเพื่อทดแทนเรือรักษาความปลอดภัยและตอบโต้ทางทะเล(MSRV: Maritime Security and Response Vessel) ชั้น Sentinel ที่ประจำการในกองทัพเรือสิงคโปร์อยู่
ซึ่งเดิมเรือรักษาความปลอดภัยและตอบโต้ทางทะเล MSRV ชั้น Sentinel เคยประจำการในในฐานะเรือตรวจการณ์ชั้น Fearless 12ลำในช่วงปี 1996-1998 ที่ได้ถูกปลดประจำการลงในช่วงปี 2017-2020 โดย 4ลำได้รับการดัดแปลงเป็นเรือ MSRV เข้าประจำการใหม่ในปี 2021

กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ได้ลงนามสัญญากับ Fassmer เยอรมนีในเดือนพฤศจิกายน 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/opv-4-fassmer.html) โดยการส่งมอบเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV มีกำหนดการที่จะเริ่มต้นในปี 2028 เป็นต้นไป
เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel มีพื้นฐานจากแบบเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง OPV ของบริษัท Fassmer ที่พัฒนาจากเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Postsdam ที่ประจำกาในหน่วยยามฝั่งเยอรมนี(German Coast Guard, Küstenwache) ตำรวจเยอรมนี(Bundespolizei)

และกำลังถูกสร้างในลิทัวเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/opv-fassmer-4.html) และเยอรมนี กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ระบุว่าเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV ทั้ง 4ลำจะได้รับการตั้งชื่อเรือว่า
ลำแรกเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง Sentinel(26), ลำที่สองเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง Guardian หมายเลขเรือ 27, ลำที่สามเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง  Protector หมายเลขเรือ 28, ลำที่สี่และลำสุดท้ายเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง Bastion หมายเลขเรือ 29

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV จะประจำการภายในกองเรือรักษาความปลอดภัยและตอบโต้ทางทะเล(MSRF: Maritime Security and Response Flotilla) และมีวัตถุประสงค์โดยเฉพาะสำหรับหน้าที่การรักษาความปลอดภัยทางทะเลต่างๆในและโดยรอบน่านน้ำอาณาเขตของสิงคโปร์
ตามเอกสารข้อมูล(fact sheet) ที่เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ที่สอดคล้องการพิธีปล่อยเรือลงน้ำ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV มีความยาวเรือรวมที่ 94.85m, กว้างที่ 15.2m และระวางขับน้ำที่ประมาณ 2,700tonnes

เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Sentinel OPV สามารถทำความเร็วได้เกิน 23knots โดยมีระยะทำการที่มากกว่า 4,000nmi กำลังพลประจำเรือพื้นฐานถูกระบุว่าอยู่ที่ประมาณ 40นาย มีคุณลักษณะระบบขับเคลื่อนดีเซล-ไฟฟ้ารูปแบบ CODLOD(Combined Diesel-Electric or Diesel)
ทำให้เรือสามารถปฏิบัติการโดยใช้เครื่องยนต์ดีเซล-ไฟฟ้าเพื่อการลาดตระเวนโดยประหยัดเชื้อเพลิงหรือเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อตอบสนองต่อภารกิจต่างๆที่ความเร็วสูงกว่า ระบบอาวุธรวมถึงปืนเรือ Leonardo 76mm Strales(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/7662-strales-drone.html) ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ไต้หวันรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 สร้างใหม่สองเครื่องแรกจาก 66เครื่อง

Taiwan receives first F-16V Block 70 fighters on order







Taiwan has received the first two of 66 F-16V Block 70 fighter aircraft ordered from the US. Taiwan operates 137 F-16A/B Block 20 fighters upgraded to the F-16V standard between 2017 and 2024. (Military Link Magazine)



กองทัพอากาศไต้หวัน(RoCAF: Republic of China Air Force) ได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16V Block 70 Viper สองเครื่องแรกจาก 66เครื่องที่สั่งจัดหาจากสหรัฐฯแล้ว
กระทรวงกลาโหมไต้หวันประกาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 ว่าเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 จำนวน 2เครื่องได้ลงจอด ณ ฐานทัพอากาศ Zhihang ใน Taitung ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน

"กองทัพอากาศไต้หวันได้วางแผนการดำเนินการรับมอบและปรับขั้นตอนกระบวนการฝึกใหม่ และทยอยนำมาปฏิบัติใช้ในหลากหลายหน้าที่การซ่อมบำรุงเพื่อให้มั่นใจว่าขีดความสามารถการรบจะค่อยๆถูกจัดตั้งขึ้น" กระทรวงกลาโหมไต้หวันกล่าว
กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้เผยแพร่ความวีดิทัศน์และชุดภาพถ่ายเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2026 แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 สองเครื่องเป็นรุ่นที่นั่งเดียวและมีหมายเลขแพนหาง '6727' และ '6728'

กระทรวงกลาโหมไต้หวันเสริมว่ากองทัพอากาศไต้หวันได้จัดตั้งกองบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่7(7th Tactical Fighter Wing) ณ Taitung เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/f-16v.html)
เพื่อที่จะประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 Viper ใหม่และเสริมสร้างความแข็งแกร่งขีดความสามารถการป้องกันภัยทางอากาศต่างๆของกองทัพอากาศไต้หวัน

กองบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่7 มี "โครงสร้างอัตราจัดกำลังฝูงบินปฏิบัติการต่างๆของตนในสามระยะ และกำลังพลนักบินและช่างอากาศยานซ่อมบำรุงทางเทคนิคส่วนแยกในหลายชุดไปสหรัฐฯเพื่อเข้ารับการฝึกเปลี่ยนแบบ" กระทรวงกลาโหมไต้หวันกล่าว 
ไต้หวันกำลังจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 จำนวน 66เครื่องภายใต้โครงการ 'Peace Phoenix Soaring'(Fengxiang, 鳳翔 "หงส์เพลิงทะยานฟ้า") ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lockheed-martin-f-16v-block-70-66.html)

เครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 Viper จะเสริมกำลังต่อฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-16A/B Block 20 Fighting Falcon จำนวน 137เครื่องของกองทัพอากาศไต้หวัน(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/f-16v.html)
ที่ได้รับการปรับปรุงเป็นมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ F-16V Viper ในระหว่างปี 2017-2024 ภายใต้โครงการ 'Peace Phoenix Rising'(Feng Zhan, 鳳展 "หงส์เพลิงผงาดฟ้า")

ไต้หวันได้อนุมัติงบประมาณวงเงิน TWD247.23 billion($7.7 billion) ภายใต้งบประมาณพิเศษครอบคลุมช่วงงบประมาณผูกผันปี 2020-2026 เพื่อจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 Viper จำนวน 66เครื่อง Janes ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า
การผสมผสานกันของปัญหาห่วงโซ่อุปทานและปัญหาทางเทคนิคกับระบบชุดคำสั่งควบคุมการบินของเครื่องบินได้มีผลต่อความล่าช้าต่างๆ บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 ไต้หวันเครื่องแรกในเดือนเมษายน 2025 ณ โรงงานอากาศ Greenville ของตนครับ