วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Airbus เสร็จสิ้นการส่งมอบเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT แก่สเปนครบ 3เครื่อง

Airbus completes current MRTT deliveries to Spain





Spain has now received all three of its currently contracted MRTTs, with a further three expected to be contracted shortly. (Airbus)

บริษัท Airbus Defence and Space(DS) ยุโรปได้เสร็จสิ้นการส่งมอบเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศพหุภารกิจ A330 MRTT(MultiRole Tanker Transport) จำนวน 3เครื่องที่ทำสัญญาของสเปนแล้ว
บริษัท Airbus DS ประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 กล่าวว่า เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT เครื่องที่สามที่สั่งจัดหาในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/airbus-a330-mrtt.html)

ขณะนี้ได้ถูกส่งมอบให้แก่กองบินที่45(45th Group, Ala 45: Grupo 45) ของกองทัพอากาศและอวกาศสเปน(Spanish Air and Space Force, EdAE: Ejército del Aire y del Espacio) ณ ฐานทัพอากาศ Torrejón/ท่าอากาศยาน Madrid–Torrejón
สำหรับโครงการที่ได้รับสัญญาของสเปน Airbus DS ยุโปได้ทำการเปลี่ยนแบบเครื่องบินลำเลียง A330 ของอดีตสายการบิน Iberia จำนวน 3เครื่องเป็นมาตรฐานทางทหาร MRTT(รวมถึงชุดการส่งกลับทางสายแพทย์) ที่โรงงานอากาศยาน Getafe ใกล้กรุง Madrid

เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT สามเครื่องเหล่านี้ได้รับการติดตั้งด้วยกระเปาะเติมเชื้อเพลิงที่ปลายปีกคู่มาตรฐานเช่นเดียวกับลูกค้าอื่นๆทุกราย(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/airbus-a330-mrtt.html)
แต่ขณะที่เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT ของลูกค้ารายอื่นๆได้รับการติดตั้งด้วยท่อเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศแบบ boom ที่กลางลำตัวเครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/nordic-airbus-a330-mrtt.html)

เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT ทั้ง 3เครื่องของสเปนนี้ไม่ได้รับการติดตั้งท่อเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศแบบ boom(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/airbus-a330-mrtt-3.html)
ตามที่ปัจจุบันกองทัพอากาศและอวกาศสเปนไม่ได้มีอากาศยานแบบใดในประจำการที่จำเป็นต้องใช้ระบบเติมเชื้อเพลิงแบบ boom(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/airbus-eurofighter-typhoon-halcon-45.html)

เพิ่มเติมต่อเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT จำนวน 3เครื่องที่ถูกส่งมอบแล้ว สเปนได้เห็นชอบที่จะจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินเพิ่มเติมร่วมกับโปแลนด์ในเดือนสิงหาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/airbus-a330-mrtt.html)
ข้อตกลงรูปแบบทวิภาคีนี้จะได้เห็นกองทัพอากาศและอวกาศสเปนจะได้รับมอบเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT เพิ่มเติมอีกจำนวน 3เครื่อง แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศสัญญาก็ตาม

ช่วงเวลาก่อนการรับมอบเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT เครื่องแรก สเปนไม่มีขีดความสามารถการลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศทางยุทธศาสตร์ตั้งแต่ที่ปลดประจำการเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing 707 เครื่องสุดท้ายของตนในปี 2016
หน้าที่การเป็นเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศของกองทัพอากาศและอวกาศสเปนได้รับการดำเนินการปฏิบัติโดยเครื่องบินลำเลียง Airbus DS A400M Atlas(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/airbus-a400m.html)

และภารกิจการลำเลียงขนส่งกำลังพลของตนโดยเครื่องบินลำเลียง Airbus DS C295(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295-eoir.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295.html), เครื่องบินลำเลียง A400M, และเครื่องบินลำเลียง Airbus A310-304 เช่นเดียวกับเครื่องบินลำเลียง Dassault Falcon 900B
เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT สามารถบรรทุกเชื้อเพลิงได้มากกว่า(111 tonnes) เหนือระยะการบินที่ไกลกว่า(14,800km) เกินคู่แข่งต่างๆทั้งหมดของตน และสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมดโดยปราศจากการสูญเสียที่นั่งผู้โดยสาร(291 ที่นั่ง) หรือพื้นที่บรรทุกสัมภาระใต้พื้นเครื่อง(45 tonnes) ต่อถังเชื้อเพลิงเสริมครับ

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ตุรกีใกล้จะบรรลุข้อตกลงจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon มือสองจากกาตาร์

Türkiye closes in on Qatari Eurofighter buy





Türkiye is looking to buy an undisclosed number of Qatar's 24 Eurofighter combat aircraft (pictured), ahead of it receiving 20 newbuild aircraft ordered in October 2025. (Wikimedia)

ตุรกีกำลังมองที่จะบรรลุข้อตกลงกับกาตาร์สำหรับการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ส่วนเกิน(surplus) ของกองทัพอากาศกาตาร์(QEAF: Qatar Emiri Air Force) กระทรวงกลาโหมตุรกีกล่าวเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026
การแถลงข่าวประจำสัปดาห์ต่อสื่อ กระทรวงกลาโหมตุรกีกล่าวว่าความพยายามที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของกาตาร์จะช่วยเร่งเสริมการจัดตั้งขีดความสามารถแห่งชาติของตุรกีเองอย่างต่อเนื่อง

ด้วยการประชุมล่าสุดที่ได้รับการจัดขึ้นระหว่างสองประเทศตุรกีและกาตาร์เกี่ยวกับประเด็นนี้ "ความพยายามกำลังดำเนินขึ้นเพื่อที่จะจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จากกาตาร์เพื่อให้ตรงความต้องการการปฏิบัติการ
ของกองบัญชาการกองทัพอากาศตุรกี(TurAF: Turkish Air Force, THK: Türk Hava Kuvvetleri) ภายใต้กรอบการทำงานนี้ การประชุมระหว่างคณะตัวแทนซึ่งจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมและกันยายน 2026"

"ได้หารือขอบเขตของเครื่องบินและอาวุธพร้อมเครื่องกระสุนที่จะถูกจัดหา, การฝึกนักบินและช่างอากาศยาน, และการสนับสนุนทางเทคนิคและการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงและการปฏิบัติการของเครื่องบิน" กระทรวงกลาโหมตุรกีกล่าว
ข่าวของความคืบหน้านี้มีขึ้นตามมา 12เดือนหลังประธานาธิบดีตุรกี Recep Tayyip Erdoğan กล่าวในเดือนตุลาคม 2025 ว่าเขากำลังมองที่จะจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ส่วนเกินจากกาตาร์และโอมาน

โดยเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 12เครื่องของกองทัพอากาศโอมาน(RAFO: Royal Air Force of Oman) เป็นรุ่นมาตรฐานก่อนหน้าเครื่องบินขับไล่ Typhoon จำนวน 24เครื่องของกองทัพอากาศกาตาร์
เครื่องบินขับไล่ Typhoon ของโอมานติดตั้ง radar กวาดเชิงกล(mechanically scanned) แบบ CAPTOR แทนที่จะเป็น AESA(Active Electronically Scanned Array) radar แบบ Leonardo European Commons Radar system(ECRS) Mk 0

ความสนใจของตุรกีในขณะนี้มุ่งเน้นไปที่เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของกาตาร์เท่านั้น(แม้ว่าจะยังคงต้องมีการยืนยันว่าจะมีการจัดหาจำนวนกี่เครื่อง)(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/eurofighter-typhoon.html)
เมื่อได้รับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ของกาตาร์จะช่วงกองทัพอากาศตุรกีที่จะจัดตั้งขีดความสามารถต่างๆของตนตามการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon สร้างใหม่จำนวน 20เครื่องที่ถูกสั่งจัดหาในเดือนตุลาคม 2025

Janes ได้รายงานในเวลานั้นว่าตุรกีได้ลงนามสัญญากับสหราชอาณาจักรเป็นวงเงิน 8 billion British Pound($10.7 billion) สำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 20เครื่องในเดือนตุลาคม 2025
กลุ่มกิจการค้าร่วม Eurofighter ยุโรปกล่าวก่อนหน้านี้ว่าตุรกีกำลังมองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 5 สร้างใหม่มาตรฐานล่าสุดจำนวน 40เครื่องครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/mou-eurofighter-typhoon.html)

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569

IWI อิสราเอลส่งมอบระบบควบคุมการยิงอาวุธปืนเล็ก Arbel สำหรับต่อต้าน drone แก่กองทัพไทย

IWI delivers Arbel anti-drone system to Thailand







A rifle fitted with IWI's Arbel fire-control system. IWI said it installed the system in existing Thai military M4 rifles. IWI also offers an Arbel configuration for its Negev light machine guns. (IWI)







บริษัท Israel Weapon Industries(IWI) อิสราเอลกล่าวว่าตนได้ส่งมอบระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aerial System) ระบบควบคุมการยิงอาวุธปืนเล็ก Arbel แก่กระทรวงกลาโหมไทยแล้ว
บริษัท IWI อิสราเอลกล่าวเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ว่าระบบควบคุมการยิงอาวุธปืนประจำกาย Aebel ได้ถูกวางกำลังในกองทัพไทย(RTARF: Royal Thai Armed Forces) และ "กำลังอยู่ในการปฏิบัติงานสำหรับการใช้ทั้งกลางวันและกลางคืน"

IWI อิสราเอลกล่าวว่าตนได้ทำการติดตั้งระบบควบคุมการยิงปืนเล็กต่อต้านอากาศยานไร้คนขับแบบ Arbel ในปืนเล็กยาวที่มีอยู่แล้วในกองทัพไทยในประเทศไทยโดยการแทนที่โครงปืนส่วนล่าง(lower receiver) ของปืนเล็กยาวเหล่านั้น
IWI อิสราเอลกล่าวว่าแนวทางการเข้าถึงนี้ทำให้ลูกค้าต่างๆสามารถที่จะปรับปรุงระบบอาาวุธปืนประจำกายต่างๆที่มีในประจำการในกองทัพของตนอยู่แล้วโดยปราศจากการจัดซื้อจัดจ้างปืนเล็กยาวใหม่

ในการตอบสนองต่อคำถามต่างๆจาก Janes บริษัท IWI ระบุถึงปืนเล็กยาวเหล่านี้ของกองทัพไทยในฐานะปืนเล็กสั้นจู่โจม M4(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/dti-mi-5-556x45mm.html) และกล่าวว่า
ตนได้เสร็จสิ้นการส่งมอบและการติดตั้งในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๙ บริษัท IWI ไม่ได้เปิดเผยจำนวนของระบบที่ถูกส่งมอบ, มูลค่าวงเงินสัญญา, หรือเหล่าทัพหรือหน่วยที่ใช้งานระบบควบคุมการยิงปืนเล็กต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ Arbel

IWI อิสราเอลยังกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ต่างๆของกองทัพไทยกำลังหารือสำหรับการสั่งจัดหาระบบควบคุมการยิงปืนเล็ก Arbel เพิ่มเติม บริษัท IWI ไม่ได้ให้รายละเอียดต่างๆของการจัดซื้อที่คาดว่าจะมีขึ้น
Arbel เป็นระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire-Control System) มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยผู้ใช้ปืนเล็กยาวต่างๆในการโจมตีอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ขนาดเล็กและกำลังเคลื่อนที่

กลไกการยิงนัดแรก ขณะที่ผู้ใช้ปืนเล็กยาวยังคงทำการกดไกปืน ระบบควบคุมการยิงปืนเล็ก Arbel ทำการควบคุมจังหวะเวลาของการยิงหลายๆนัดอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลจาก IWI อิสราเอล 
ระบบใช้กระสุนมาตรฐานขนาด 5.56mm และไม่ต้องการศูนย์เล็งเฉพาะ บริษัท IWI ยังเสนอระบบควบคุมการยิง Arbel ในรูปแบบสำหรับปืนกลเบา Negev ของตน ตามที่ Janes เคยรายงานในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)

บริษัท SK Group อิสราเอล บริษัทแม่ของบริษัท IWI ระบุถึงไทยในฐานะลูกค้าที่เป็นไปได้รายแรกในเอเชีย-แปซิฟิกในในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/iwi-arbel.html)
Doron Korol รองประธานฝ่ายการตลาดและการขายเอเชีย-แปซิฟิกของ SK Group อิสราเอลกล่าวกับ Janes ในเวลานั้นว่าไทยน่าจะจัดหาระบบควบคุมการยิงปืนเล็กต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ Arbel ในปี พ.ศ.๒๕๖๙ ครับ

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Chaiseri ไทยจะส่งมอบรถยนต์สนับสนุนต่างๆ 34คันสำหรับปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR มาเลเซีย

Chaiseri to supply 34 CAESAR support vehicles to Malaysia







Chaiseri's Jackal high-mobility armoured vehicle was unveiled at the Defense & Security 2025 show in Bangkok. (My Own Photos, DEFENSE INFO/Sukasom Hiranphan)

มาเลเซียลงนาม จัดหายุทธยานยนต์สนับสนุนชุดยิงปืนใหญ่อัตตาจรจากชัยเสรี
20 ตุลาคม 2569  บริษัทชัยเสรี /Thai Defense Industry(TDI) ลงนามร่วมกับ บริษัทSHAFLEENA ของมาเลเซีย ในการจัดหายานยนต์ล้อยาง สำหรับชุดสนับสนุนการปฏิบัติการของรถปืนใหญ่อัตตาจร(SPH)ที่จะเข้าประจำการในกองทัพบกมาเลเซีย
โดยมี คุณกานต์ กุลหิรัญ  กรรมการผู้จัดการบริษัทชัยเสรี/TDI ร่วมกับ Dato Shafii Hj Roshadกรรมการผู้จัดการบริษัทSHAFLEENA  เป็นผู้ลงนามในพิธี  และมีพลเอก นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานกรรมการ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้ให้เกียรติมาเป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งนี้
การลงนามจัดหาในครั้งนี้เป็นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดหายานยนต์สนับสนุนรถปืนใหญ่อัตตาจร รุ่นใหม่ของกองทัพบกมาเลเซีย อันประกอบไปได้ยานยนต์5รุ่น คือ
-รถลำเลียงชุดกระสน(Ammunition Supply Verhicle/ASV)
- รถซ่อมบำรุงส่วนหน้า(Forward Repair Verhicle/FRV )   
-รถประสานและควบคุมการยิง (Fire Control Cooridingnating/FCC)
- รถกู้ซ่อมขนาดกลาง (Medium Recovery Verhicle/MRV) 
และJACKAL 4x4  รถหุ้มเกราะลาดตระเวนความคล่องตัวสูง  รวมยานยนต์ทั้งหมดในชุดนี้ 34 คัน
ยานยนต์ทั้งหมดได้ทำการออกแบบและในประเทศไทย  ด้วยการประสานความร่วมมือกับบริษัท SHAFLEENA อย่างใกล้ชิด  ตามความต้องการของกองทัพมาเลเซีย
พิธีการลงนามในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมวันที่ระลึกวาระครบรอบ93ปีของกองทัพมาเลเซีย โดยมีเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย H.E. Datuk Wan Zaidi Wan Abdullah เป็นประธานในพิธี อันเป็นการตอกย้ำความร่วมมือระหว่างกันในด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ ที่มีพัฒนาการร่วมกันมาอย่างแนบแน่น ในทุกมิติความสัมพันธ์
โดยเป็นการยกระดับ การประสานความร่วมมือกันของบริษัทอุตสาหกรรมความมั่นคงภาคเอกชนในภูมิภาคอาเซี่ยนได้อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย และบริษัท Thai Defense Industry จำกัด(TDI) ไทย กิจการร่วมทุน(joint venture) ระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI(Defence Technology Institute) และบริษัท Chaiseri ไทย
ได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท Shafleena มาเลเซียเพื่อที่จะส่งมอบรถยนต์สนับสนุนล้อยางแบบต่างๆจำนวน ๓๔คันสำหรับปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางบนรถยนต์บรรทุก KNDS CAESAR Mk I SPH(Self-Propelled Howitzer) ขนาด 155mm/52calibre ของกองทัพบกมาเลเซีย(Malaysian Army, Tentera Darat Malaysia) ที่กำลังสั่งจัดหา

เจ้าหน้าที่ Chaiseri ไทยกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ว่าข้อตกลงได้รับการลงนามเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ยานยนต์ต่างๆเหล่านี้รวมถึงรถเกราะล้อยาง Jackal 4x4 ที่มีความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่สูงของบริษัท Chaiseri 
ที่เปิดตัวครั้งแรก ณ นิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defense & Security 2025 ที่ IMPACT เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri.html)

ข้อตกลงยังคลุมการส่งมอบระบบต่างๆบนพื้นฐานรถยนต์บรรทุกแบบ 6x6 ชุดรถยนตร์บรรทุก 6x6 ต่างๆเหล่านี้ประกอบด้วย รถกู้ซ่อมขนาดกลาง(MRV: Medium Recovery Vehicle) จำนวน ๑คัน 
และรถจ่ายกระสุน(ASV: Ammunition Supply Vehicle), รถซ่อมบำรุงส่วนหน้า(FRV: Forward Repair Vehicle), และรถประสานการควบคุมการยิง(FCCV: Fire-Control Co-ordination Vehicle) ที่ไม่เปิดเผยจำนวนหลายคัน

รถจ่ายกระสุน ASV มีวัตถุประสงค์ที่จะจ่ายกระสุนปืนใหญ่ 155mm แก่ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I 155mm/52calibre SPH ขณะที่รถซ่อมบำรุงส่วนหน้า FRV และรถกู้ซ่อมขนาดกลาง MRV จะมอบการสนับสุนการซ่อมบำรุงและกู้รถ
รถประสานการควบคุมการยิง FCCV มีวัตถุประสงค์เพื่อทวนข้อมูลการยิงแก่ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ตามข้อมูลจาก Chaiseri ไทย รถเกราะล้อยาง Jackal 4x4 มีความเหมาะสมสำหรับการคุ้มกันขบวนรถ, การตรวจการณ์หน้า(forward observation) และการลาดตระเวน

การส่งมอบต่างๆของรถยนต์สนับสนุนต่างๆเหล่านี้จะเริ่มต้นในปี พ.ศ.๒๕๗๐(2027) เจ้าหน้าที่ Chaiseri ไทยกล่าว รถยนต์สนับสนุนต่างๆจะถูกผลิตในไทยและมาเลเซีย แม้ว่าเขาไม่ได้ให้รายละเอียดต่างๆเพิ่มเติม
มาเลเซียได้เลือกจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I SPH จำนวน 18ระบบในเดือนมิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/caesar-knds-18.html) บริษัท KNDS ฝรั่งเศสผู้ผลิตกล่าวว่า

การจัดซื้อจัดจ้างรวมถึงการถ่ายทอดวิทยาการและการประกอบในมาเลเซียที่บริษัท Advance Defense Systems(ADS) มาเลเซียจะทำการซ่อมบำรุงปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR การส่งมอบคาดว่าจะมีขึ้่นระหว่างปี 2028-2030
โฆษกบริษัท KNDS กล่าวกับ Janes ในเดือนมิถุนายน 2026 ว่า ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ของมาเลเซียจะใช้ระบบควบคุมการยิง AS4000 ที่ติดตั้งแล้วในปืนใหญ่เบาลากจูง LG1 Mk III ขนาด 105mm ของกองทัพบกมาเลเซีย

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I SPH จำนวน 18ระบบสำหรับกองทัพบกมาเลเซียจะยังอยู่ในรูปแบบขับด้วยพวงมาลัยขวา(right-hand drive) ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I สามารถบรรทุกกระสุนได้ 18นัด
และตามรายงานก่อนหน้าของ Janes รถแคร่ฐานของระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I ของมาเลเซียจะถูกติดตั้งบนรถยนต์บรรทุก Renault แบบ 6x6 ที่จะมีการประกอบรวมขั้นสุดท้าย ณ โรงงานของบริษัท ADS ในมาเลเซียครับ

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ภาพเปิดเผยอาร์เมเนียเป็นลูกค้าที่ไม่เปิดเผยก่อนหน้าของเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox

Armenia revealed to be previously undisclosed L-39 Skyfox customer





The Armenian MoD posted a series of images on 20 October 2026 showing the country's defence minister, Suren Papikyan, visiting the Czech manufacturer's facility near Prague. One showed a finished aircraft in Armenian Air Force markings. (Armenian MoD)

อาร์เมเนียได้ถูกเปิดเผยว่าเป็นลูกค้าที่ไม่เปิดเผยก่อนหน้าของเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา Aero Vodochody L-39 Skyfox(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/l-39-skyfox.html)
กระทรวงกลาโหมอาร์เมเนียเผยแพร่ชุดของภาพถ่ายเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 แสดงถึงรัฐมนตรีกลาโหมอาร์เมเนีย Suren Papikyan เยี่ยมชมสถานที่ประกอบการของบริษัท Aero Vodochody สาธารณรัฐเช็กใกล้นครหลวง Prague

ชุดภาพได้รวมถึงเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox ที่เสร็จสมบูรณ์ในเครื่องหมายลวดลายของกองทัพอากาศอาร์เมเนีย(Armenian Air Force, HRU: Hayastani Razmaodayin Uzher)
ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเครื่องหรือกำหนดส่งมอบที่ถูกเปิดเผย โดยชุดภาพแสดงถึงเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox ในเครื่องหมายของกองทัพอากาศอาร์เมเนียอย่างน้อย 3เครื่อง หมายเลข "0527" "0528" และ "0529"

ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces กองทัพอากาศอาร์เมเนียปัจจุบันมีประจำการด้วยฝูงบินอากาศยานแบบต่างๆจำนวนน้อยโดยประกอบไปด้วยอากาศยานแบบต่างๆจากยุคสหภาพโซเวียตเป็นหลัก
สำหรับภารกิจเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา กองทัพอากาศอาร์เมเนียใช้เครื่องบินฝึกไอพ่น Aero Vodochody L-39C Albatros จำนวน 6เครื่องที่ค่อนข้างใหม่กว่าโดยได้รับมอบในปี 2004(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/l-39-skyfox-12.html)

เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39C Albatros ทั้ง 6เครื่องเหล่านี้ประจำการในฝูงบินโจมตีที่121(121st Attack Aviation Squadron) ที่มีที่ตั้ง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ Shirak
ฝูงบินโจมตีที่121 ยังมีประจำการด้วยเครื่องบินโจมตี Sukhoi Su-25 (NATO กำหนดรหัส 'Frogfoot') ซึ่งได้รับมอบเครื่องแรกตั้งแต่ปี 1992-1993 โดยกองทัพอากาศอาร์เมเนียปัจจุบันมีประจำการราวจำนวน 13เครื่อง

เปรียบเทียบกับเครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 รุ่นพื้นฐาน เครื่องบินฝึกไอพ่น L-39 Skyfox รุ่นล่าสุดมีคุณลักษณะติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Williams International FJ44-4M ที่มีกำลังขับมากกว่า,
ปีกแบบมีถังเชื้อเพลิงภายใน wet wing, ห้องนักบินแบบสมัยใหม่ และโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ที่เบากว่ารุ่นก่อนหน้าของมัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/aero-vodochody-l-39-skyfox.html)

เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox มีตำบลอาวุธ 5จุดแข็ง(เทียบกับ 2จุดแข็งสำหรับ L-39 รุ่นพื้นฐาน) สามารถที่จะบรรทุกภารกรรมบรรทุก(payload) ทั้งอาวุธและอุปกรณ์ได้หลากหลายรูปแบบ และมีตัวเลือกสำหรับกระเปาะปืนใหญ่อากาศ gun pod ด้วย
ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Aircraft: Development & Production เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา L-39 Skyfox มีความเร็วสูงสุดที่ 420knots, น้ำหนักบรรทุกที่ 1,200kg, ระยะเวลาการปฏิบัติการที่ 4.5ชั่วโมง, ระยะทำการบินที่ 1,400nmi และมีเพดานบินปฏิบัติการที่ 38,000feet ครับ

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สหรัฐฯประกาศสัญญาฉบับแก้ไขเพื่อการทดลองเรือในทะเลของเรือพิฆาตชั้น Zumwalt ลำที่สาม DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson

HII Ingalls Shipbuilding awarded contract modification to conduct DDG 1002 sea trials





Ingalls Shipbuilding received a contract modification to conduct sea trials for DDG 1002, shown here. (HII)

กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้ประกาศสัญญาฉบับแก้ไขกับแผนกอู่เรือ Ingalls Shipbuilding ของบริษัท Huntington Ingalls Industries(HII) สหรัฐฯใน Pascagoula มลรัฐ Mississippi เป็นวงเงิน $99 million
เพื่อที่จะดำเนินการทดลองเรือในทะเลสำหรับเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Zumwalt ลำที่สาม เรือพิฆาต DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson บริษัท HII สหรัฐฯยืนยันในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026

เรือพิฆาต DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson ได้เดินทางมาถึงอู่เรือ Ingalls Shipbuilding ในเดือนมกราคม 2022 เพื่อที่จะเสร็จสิ้นการติดตั้ง, เปิดการทำงาน, และทดสอบระบบการรบต่างๆ
และสัญญาฉบับแก้ไขมาขึ้นตามาหลังเรือพิฆาต USS Lyndon B. Johnson ได้รับการเตรียมการสำหรับการบูรณาการระบบอาวุธ Conventional Prompt Strike(CPS) บริษัท HII ระบุ(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/zumwalt-hypersonic.html)

ในปี 2021 กองทัพเรือสหรัฐฯตัดสินใจที่จะเพิ่มอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นความเร็วเหนือเสียงสูงมาก hypersonic CPS ที่มีราคาตามแบบที่เกือบ $50 million ต่อนัดแก่เรือพิฆาตชั้น Zumwalt ทั้งสามลำ
เรือพิฆาต DDG-1000 USS Zumwalt, เรือพิฆาต DDG-1001 USS Michael Monsoor ที่ขึ้นระวางประจำการในปี 2016 และปี 2019 ตามลำดับ และเรือพิฆาต DDG-1002 USS Lyndon B. Johnson ที่วางแผนที่จะขึ้นระวางประจำการในปี 2027

เพื่อทำให้สหรัฐฯสามารถโจมตีเป้าหมายที่มีคุณค่าได้รับการป้องกันอย่างหนาแน่นจากระยะไกลโดยที่ไม่ใช่ระบบอาวุธที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ สำนักงานตรวจสอบบัญชีความรับผิดชอบรัฐบาลสหรัฐฯ(GAO: Government Accountability Office)
ระบุในรายงานของตนในเดือนกรกฎาคม 2026 'ยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมความจำเป็นกระทรวงการสงครามสหรัฐฯในการปรับปรุงความทันสมัยเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯเพื่อวางกำลังขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถี hypersonic'(Navy Ship Modernisation DOD Needs Comprehensive Strategy to Field Hypersonic Missile Capability)

เพื่อสร้างระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น CPS ทางทะเลแบบเรกของตน กองทัพเรือสหรัฐฯจำเป็นต้องปรับปรุงความทันสมัยเรือพิฆาตชั้น Zumwalt รวมถึงการติดตั้งแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launch System) สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถี CPS
GAO รายงาน โดยในรายงานของตนได้ให้รายละเอียดเหตุผลต่างๆสำหรับความล่าช้าในความพยายามการปรับปรุงความทันสมัยเรือพิฆาตชั้น Zumwalt สำหรับเรือพิฆาต USS Zumwalt และเรือลำต่อๆมาในชั้นเรือ

"จนถึงกลางปี 2025 โครงการเรือพิฆาต DDG-1000 โดยรวมได้ตรงตามเป้าหมายด้านค่าใช้จ่ายต่างๆสำหรับการติดตั้งระบบอาวุธ CPS ระหว่างช่วงเวลาปรับปรุงความทันสมัยอู่เรือสร้าง(BYMP: Build Yard Modernisation Period) ของเรือพิฆาต USS Zumwalt
และช่วงเวลาเปิดทำงานระบบภารกิจต่างๆ(MSA: Mission Systems Activation)" GAO กล่าว เจ้าหน้าที่โครงการกองทัพเรือสหรัฐฯกล่าวว่าแผนที่จะปรับปรุงความทันสมัยต่อเนื่องบนแผนการวางกำลังของเรือพิฆาต USS Michael Monsoor กำลังทำงานไปด้วยดี GAO รายงานครับ

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

นิวซีแลนด์สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk สหรัฐฯ 5เครื่อง

New Zealand orders MH-60R Seahawks





New Zealand's acquisition of five MH-60R Seahawk helicopters will enhance the NZDF's ability to operate alongside similarly equipped regional partners such as Australia. (Commonwealth of Australia)

นิวซีแลนด์สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Lockheed Martin(Sikorsky) MH-60R Seahawk เพื่อเสริมต่อฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ทางทะเลของกองทัพนิวซีแลนด์(NZDF: New Zealand Defence Force)
กระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์ประกาศเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 ว่าตนได้ลงนามข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk จำนวน 5เครื่อง, ระบบภารกิจที่เกี่ยวข้องต่างๆ และอาวุธต่างๆ

"ข้อตกลงครอบคลุมการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R ซึ่งจะถูกส่งมอบตั้งแต่ปี 2030 เช่นเดียวกับชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ, อาวุธต่างๆ และอุปกรณ์ การจัดงบประมาณยังได้รับแยกไว้
สำหรับค่าใช้จ่ายการออกแบบสิ่งอำนวนความสะดวกในอนาคตและสิ่งอำนวยความสะดวกชั่วคราวเพื่อวางกำลัง ณ ฐานทัพอากาศ Auckland กองทัพอากาศนิวซีแลนด์(RNZAF: Royal New Zealand Air Force) ใน Whenuapai" กระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์กล่าวเสริม

ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์ การจัดสรรงบประมาณหลักวงเงิน NZ$1.64 billion ได้รับการจัดสรรสำหรับโครงการ ในการเพิ่มเติมต่อวงเงิน NZ$110 million ในการจัดสรรงบประมาณการปฏิบัติการประจำปีเฉลี่ยตลอดระยะเวลา 10ปีข้างหน้า
การประกาศสัญญามีขึ้นตามมา 4เดือนหลังจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk แก่นิวซีแลนด์ภายใต้โครงการรูปแบบการขาย Foreign Military Sales (FMS)

ตามเอกสารแจ้งที่ถูกเผยแพร่สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ในเดือนมิถุนายน 2026 เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R จะได้รับการติดตั้งด้วย
ระบบ sonar ความถี่ต่ำทางอากาศ, เครือข่ายทางยุทธวิธี Link 16 ระบบวิทยุสื่อสารทางยุทธวิธีร่วมและข้อมูลอเนกประสงค์ MIDS-JTR(Multifunctional Information Distribution System Joint Tactical Radio),

ระบบนำร่องดาวเทียม/inertial และวางแผนการบินล่วงหน้า GPS/PPS/INS พร้อมระบบเข้ารหัสต่อต้านการปลอมแปลง SAASM(Selective Availability/Anti-Spoofing Module) และระบบตรวจจับความผิดปกติทางแม่เหล็ก(MAD: Magnetic Anomaly Detection) แบบ digital
นิวซีแลนด์จะยังจัดหาระบบอาวุธต่างๆสำหรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R รวมถึงชุดจรวดนำวิถีอากาศสู่พื้น WGU-59/B APKWS(Advanced Precision Kill Weapon System) จำนวน 225ชุด(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/typhoon-apkws-c-uas.html),

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R Hellfire จำนวน 65นัด และปืนกลอากาศ M240D ขนาด 7.62mm จำนวน 5กระบอก ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมนิวซีแลนด์เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R จะยังติดตั้งด้วย torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ Mk 54 ด้วย
การจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R Seahawk จำนวน 5เครื่องจะทำให้นิวซีแลนด์สามารถเลิกใช้งานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Kaman SH-2G(I) Super Seasprite ที่มีอายุการใช้งานมานานได้ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/sh-2gi-super-seasprite.html)

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สวีเดนบรรลุข้อตกลงการให้โปแลนด์เช่าเรือดำน้ำชั้น A17 Södermanland

Sweden formalises preparations for Poland's temporary submarine





HMS Södermanland surfaced in coastal waters with small islands in the background which are characteristic of the Swedish archipelago. The image was taken from an FMV press release issued on 15 October 2026. (Swedish Armed Forces)

สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) และกองทัพสวีเดน(Swedish Armed Forces, Försvarsmakten) ได้เห็นชอบหน้าที่ของพวกตน
ในการเตรียมการเรือดำน้ำชั้น A17 Södermanland เรือดำน้ำ HMS Södermanland สำหรับให้เช่าแก่โปแลนด์ สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV ประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026

รัฐบาลโปแลนด์ในนครหลวง Warsaw ได้สั่งจัดหาเรือดำน้ำชั้น A26 จำนวน 3ลำจากบริษัท Saab สวีเดนที่ได้มีการลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 ตามข้อมูลจากสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัท Saab
ในวันเดียวกันนั้น สวีเดนและโปแลนด์ได้ลงนามข้อตกลงการเช่าสำหรับเรือดำน้ำ HMS Södermanland ในฐานะระบบคั่นระยะด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/saab-a26-3.html)

ข้อตกลงต่อเนื่องตามมาที่ประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 กำหนดความรับผิดชอบต่างๆให้สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV และกองทัพสวีเดน สำหรับการเตรียมการ, การบำรุงรักษา, 
และการสนับสนุนเรือดำน้ำ HMS Södermanland ที่เดิมขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรือสวีเดน(RSwN: Royal Swedish Navy, Svenska marinen) ระหว่างการเช่าของโปแลนด์

กองทัพสวีเดนพิจารณาก้าวกระโดดทางวิทยาการของเรือดำน้ำชั้น A26 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำชั้น Project 877E(NATO กำหนดรหัสชั้น Kilo) ยุคสงครามเย็น
ที่มีลำเดียวของกองทัพเรือโปแลนด์(Polish Navy, Marynarka Wojenna) เรือดำน้ำ ORP Orzeł(291) การเปลี่ยนผ่านมาพร้อมกับระดับกระบวนการการเรียนรู้ที่ยากลำบาก

ตามที่ระบบเรือดำน้ำชั้น A26 ใหม่มอบความเงียบที่มากกว่า, การปฏิบัติการบูรณาการแบบ digital ต่างๆ และขีดความสามารถที่จะวางกำลังยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ต่างๆ Saab สวีเดนกล่าว
การส่งมอบเรือดำน้ำชั้น A26 แก่โปแลนด์จะมีขึ้นโดยแบ่งเป็นระยะๆ โดยเรือดำน้ำชั้น A26 ลำที่สามและลำสุดท้ายสำหรับโปแลนด์มีกำหนดการสำหรับการส่งมอบในปี 2038 บริษัท Saab เสริม

นักดำเรือดำน้ำกองทัพเรือโปแลนด์จะฝึกที่จะปฏิบัติการเรือดำน้ำ HMS Södermanland เรือดำน้ำชั้น Södermanland ที่มีพื้นฐานจากเรือดำน้ำชั้น A17 Västergötland ที่ Karlskrona สวีเดนเป็นเวลามากกว่า 18เดือน
ตามข้อมูลจากกองทัพเรือสวีเดน ซึ่งเผนแพร่ภาพเคลื่อนไหววีดิทัศน์การมากถึงของนักดำเรือดำน้ำกองทัพเรือโปแลนด์ ณ ฐานทัพเรือ Karlskrona ใน Post บน X เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026

การฝึกได้เริ่มต้นโรงเรียนการรบทางเรือ(Naval Combat School) และจากนั้นต่อเนื่องที่กองเรือดำน้ำที่1(First Submarine Flotilla) กองทัพเรือสวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/a26-orka-3.html)
เรือดำน้ำ HMS Södermanland จะเข้าประจำการในกองทัพเรือโปแลนด์ในปี 2028 ในฐานะมาตรการอุดช่องว่างด้วยการเช่าเป็นเวลาชั่วคราว จนกว่าจะได้รับมอบเรือดำน้ำ A26 ลำแรกในปี 2032 ครับ