วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569

สหรัฐฯอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk แก่อาร์เจนตินา 4เครื่อง

US Department of State approves possible sales of UH-60L Blackhawk helicopters to Argentina





Potential sales of US UH-60L helicopters, like the one shown here, to Argentina have been approved by the US Department of State. (US Army)

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้การขายรูปแบบ Foreign Military Sale(FMS) ของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60L Black Hawk และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องแก่อาร์เจนตินา
เป็นวงเงินรวมทั้งหมดประมาณ $140 million กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯยืนยันเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/sikorsky-uh-60-armed-black-hawk.html)

รัฐบาลอาร์เจนตินาได้ร้องขอที่จะจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk จำนวน 4เครื่อง และเครื่องยนต์ไอพ่น turboshaft แบบ General Electric T700-GE-701D จำนวน 2เครื่อง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L เป็น 4เครื่องแรกจากจำนวน 20เครื่อง ทูตสหรัฐอเมริกาประจำสาธารณรัฐอาร์เจนตินา Peter Lamelas ได้ Post ในบัญชี X ทางการของตนเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026

นายทหารระดับชั้นยศสูงจากกองพันเฮลิคอปเตอร์จู่โจมที่601(601st Assault Helicopter Battalion) กองบัญชาการการบินกองทัพบก(Army Aviation Command) กองทัพบกอาร์เจนตินา(Argentine Army, EA: Ejército Argentino)
หน่วยบินที่จะใช้งานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L กล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ว่า ฮ. Black Hawk ใหม่จะถูกใช้เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Bell UH-1H Iroquois จำนวน 25เครื่อง

โดยที่เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-1H เหล่านี้ไม่ได้รับการปรับปรุงเป็นมาตรฐานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป TH-1H Huey II(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/uh-1h.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/10/uh-1h-huey.html)
มีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-1H จำนวนเพียงไม่กี่เครื่องที่ยังคงปฏิบัติการได้ ซึ่งจะถูกทดแทนด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินากล่าว

เครื่องยนต์ไอพ่น turboshaft แบบ T700-GE-701D ถูกใช้เป็นระบบขับเคลื่อนของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/uh-60m-black-hawk.html)
และจะถูกปรับปรุงไปสู่มาตรฐานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60V Black Hawk(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/uh-60-black-hawk-2070.html) นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินากล่าว

กองทัพบกอาร์เจนตินายังมีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป TH-1H Huey II จำนวน 18เครื่องซึ่งจะถูกใช้งานร่วมไปเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Black Hawk จนกว่าที่เฮลิคอปเตอร์ UH-60 เพิ่มเติมจะสามารถจัดหามาได้ นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินาระบุ
วัตถุประสงค์คือเพื่อที่จะได้รับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60L Black Hawk จำนวน 4เครื่องจากสหรัฐฯในเดือนธันวาคม 2026 และส่งมอบมาถึงอาร์เจนตินาในเดือนมกราคม 2027 นายทหารกองทัพบกอาร์เจนตินากล่าวครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้นำเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกในสายการผลิตเข้าประจำการ

South Korea inducts first production KF-21 fighter







The first production Korea Aerospace Industries (KAI) KF-21 Boramae Block I 4.5-generation fighter ahead of its delivery to Yecheon Air Base in South Korea in September 2026. (Republic of Korea Air Force/bemil.chosun.com)





เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 แบบ Korea Aerospace Industries(KAI) KF-21 Boramae(보라매, "Young Hawk" นกเหยี่ยวหนุ่ม) Block I เครื่องแรกในสายการผลิตได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) แล้ว
เครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae รุ่นสองที่นั่งหมายเลขแพนหาง 26-001 ภายใต้การจัดหาระยะที่1 รวมจำนวน 40เครื่อง ได้ทำการบินมายังฐานทัพอากาศ Yecheon ในจังหวัด Gyeongsangbuk-do เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026

ซึ่งเครื่องบินขับไล่ KF-21 รุ่นสองที่นั่งเครื่องแรกในสายการผลิตนี้จะเข้าประจำการในฝูงบินขับไล่ที่156(156th Fighter Squadron) กองบินขับไล่ที่16(16th Fighter Wing) ที่กลับมาเปิดฝูงบินขึ้นใหม่ กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกล่าว
ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี นาวาอากาศตรี Han Jae-seok หนึ่งในนักบินเครื่องบินขับไล่ KF-21 ชุดแรกที่ผ่านการรับรองคุณลักษณะเพื่อทำการบินปฏิบัติการกับเครื่องบินแบบนี้

ได้ลงลายมือของตนใน 'เอกสารการตรวจรับและรับมอบเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตจำนวนมากเครื่องที่1'(KF-21 Series Production No 1 Acceptance and Handover Document) ในวันเดียวกัน
เป็นเครื่องหมายถึงการนำเข้าประจำการอย่างเป็นทางการของเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตจำนวนมากเครื่องแรกเข้าสู่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีที่มีกำหนดที่จะส่งมอบต่อเนื่องจนถึงปี 2028(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/kf-21.html)

ฝูงบินขับไล่ที่156 ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 1988 มีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ McDonnell Douglas F-4E Phantom(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/f-4-phantom-ii-2024.html) จนกระทั่งถูกยุบฝูงบินในปี 2012 
ฝูงบินขับไล่ที่156 ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ในฐานะฝูงบินเครื่องบินขับไล่ KF-21 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดยได้รับมอบให้บรรจุตำแหน่งศิษย์การบินและช่างอากาศชุดแรกสำหรับการฝึก ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี

กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าตนมีแผนที่จะทยอยจัดตั้งระบบการปฏิบัติการต่างๆสำหรับการบินและการซ่อมบำรุง ขณะที่เดินหน้าการฝึกนักบินเปลี่ยนแบบและเจ้าหน้าที่ช่างอากาศซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง
"หลังจากนั้น เครื่องบินขับไล่ KF-21 จะถูกประกาศความพร้อมปฏิบัติการในครึ่งหลังของปี 2027 และถูกวางกำลังปฏิบัติการ" กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีเสริม(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/kf-21.html)

ตามข้อมูลจากหัวหน้านักบินทดสอบของบริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี Jin Tae-beom เครื่องบินขับไล่ KF-21 มีคุณลักษณะคันเร่งอัตโนมัติ(auto-throttle) ที่สามารถปรับความเร็วระหว่างการบินขึ้น, ลงจอด, และทำการบินหมู่ได้
ตามข้อมูลจากสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี เครื่องบินขับไล่ KF-21 ได้เสร็จสิ้นโครงการการพัฒนาทางการบินแล้วในเดือนมกราคม 2026 ครับ

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ F-35A ฟินแลนด์เครื่องแรกจาก 64เครื่องเดินทางมาถึงประเทศตนแล้ว

First F-35As arrive in Finland







A photo from a Finnish Air Force showing the arrival into the country on 18 September 2026 of the first F-35A. (Finnish Air Force)



เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) เครื่องแรกสำหรับฟินแลนด์ได้เดินทางมาถึงกองบิน Lapland(Lapland Air Wing) ใน Rovaniemi แล้วเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026
กองทัพอากาศฟินแลนด์(Finnish Air Force, Ilmavoimat) ได้ประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้ในวันเดียวกัน ที่เป็นการส่งสัญญาณถึงการมาถึงของเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II สองเครื่องแรกจากจำนวน 64เครื่อง

เครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 64เครื่องจะทดแทนเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Boeing F/A-18C Hornet จำนวน 55เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F/A-18D Hornet จำนวน 7เครื่องของกองทัพอากาศฟินแลนด์
ข่าวการมาถึงนี้มีขึ้นให้หลัง 10เดือนหลังจากบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกสำหรับฟินแลนด์ระหว่างพิธี ณ โรงงานอากาศยาน Fort Worth ในมลรัฐ Texas สหรัฐฯในเดือนธันวาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/lockheed-martin-f-35a-64.html)

เครื่องบินขับไล่ F-35A ชุดแรกจำนวน 8เครื่องของกองทัพอากาศฟินแลนด์ได้ถูกส่งมอบไปยังฐานทัพอากาศ Eglin Air Force Base(AFB) กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ในมลรัฐ Florida ซึ่งจะถูกใช้สำหรับการฝึกนักบินและช่างอากาศยานของฟินแลนด์
ฟินแลนด์ได้เลือกเครื่องบินขับไล่ F-35A ในฐานะการทดแทนเครื่องบินขับไล่ F/A-18C/D Hornet  ภายใต้การแข่งขันโครงการเครื่องบินขับไล่ทดแทน HX(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/f-35a-hx.html)

งบประมาณวงเงิน 10 billion($11.5 billion) สำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่ HX รวมถึงค่าใช้จ่ายการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A, สิ่งอำนวยความสะดวก, และการฝึกตั้งแต่เปิดตัวเครื่องบินเครื่องแรกในปี 2025(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/f-35a-64.html),
ตามมาด้วยการประกาศความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ในปี 2027 และความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) ในปี 2030(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/lockheed-martin-f-35-300.html) 

หลังจากการประกาศความพร้อมปฏิบัติการนี้ การจัดสรรงบประมาณการสนับสนุนและการดำรงสภาพจะถูกย้ายจากงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างไปสู่งบประมาณสำหรับการปฏิบัติการต่างๆ เครื่องบินขับไล่ F-35A ของฟินแลนด์กำลังได้รับการผลิตในสายการผลิต Lot 17-Lot 22 
และจะถูกส่งมอบในมาตรฐาน Technical Refresh-3(TR-3) ที่สามารถทำให้เป็นขีดความสามารถมาตรฐานรุ่นเครื่องบินขับไล่ F-35 Block 4 ได้ เครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II ได้ขยายผู้ใช้งานไปทั่วทั้งภูมิภาคยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/f-35-lightning-ii.html)

รวมถึงสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/f-35b-48.html), ฟินแลนด์, อิตาลี(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/f-35-eurofighter-typhoon.html), นอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/jsm-f-35a.html), 
เนเธอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/aim-120c-8-amraam.html), สวิตเซอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/f-35a-36.html), เยอรมนี(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/f-35a-35.html), 

สาธารณรัฐเช็ก(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/f-35a-24.html), กรีซ(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/f-35a-20.html), และโรมาเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/f-35a-32.html) ครับ

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569

Hanwha Ocean เกาหลีใต้ชี้เรือฟริเกตใหม่ของกองทัพเรือไทยมีขีดความสามารถการโจมตีภาคพื้นดินและต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ C-UAS

New Thai frigate programme points to land-attack-capable combatant





A computer-generated image of the frigate that has been offered by Hanwha Ocean to the Royal Thai Navy. (Hanwha Ocean/Royal Thai Navy)

เรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำใหม่ในอนาคตของของกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) จะมีขีดความสามารถที่จะดำเนินการปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินและการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Uncrewed Aerial System) ที่เพิ่มเติมจากการปฏิบัติภารกิจสงครามทางเรือต่างๆ
ภาพวาดที่สร้างจาก computer ที่ถูกมอบให้แก่ Janes โดยบริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี มอบรายละเอียดแรกที่บ่งชี้ว่าความต้องการต่างๆสามารถดำเนินการนำมาปฏิบัติใช้ในแบบเรือฟริเกต Ocean-40F ที่ถูกเลือกโดยกองทัพเรือไทยได้อย่างไร

ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ยืนยันการเลือกบริษัท Hanwha Ocean ในฐานะผู้รับสัญญาหลักของโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ จำนวน ๑ลำของกองทัพเรือไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/hanwha-ocean.html)
กองทัพเรือไทยได้ร่างเค้าโครงข้อกำหนดความต้องการขีดความสามารถต่างๆตลอดทั้งภาคส่วนหลักทั้งสามมิติของสงครามทางเรือ สงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare), สงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) และการป้องกันภัยทางอากาศ

กองทัพเรือไทยยังระบุว่าเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำใหม่จะมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินต่างๆ, การต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับต่างๆ, และการสนับสนุนการบัญชาการและควบคุม(command-and-control), 
เครือข่าย datalink, และการปฏิบัติการกองกำลังร่วม(joint-force) ต่างๆ ขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้จะเพิ่มขยายตัวเลือกการโจมตีผิวน้ำและภาคพื้นดินของกองทัพเรือไทยอย่างมีนัยสำคัญ(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/hanwha-ocean-40f.html)

ข้อกำหนดความต้องการต่างๆที่กำหนดโดยกองทัพเรือไทยปรากฏว่าสอดคล้องกับรูปแบบการจะวางที่ถูกแสดงในภาพวาดที่สร้างจาก computer ที่ถูกมอบให้แก่ Janes โดย Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี
ภาพวาดแสดงถึงแบบเรือที่ถูกตรวจพบได้ต่ำมาใช้ในปืนเรือส่วนหน้าของเรือ, ชุดแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launch System) ในตำแหน่งหน้าสะพานเดินเรือ, และแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: anti‑ship missile) กลางลำเรือ

อย่างไรก็ตามทั้ง Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี และกองทัพเรือไทยไม่ได้ระบุแบบของอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศและอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นที่ถูกนำมาติดตั้งกับเรือฟริเกตสมรรถนะสูงใหม่
ภาพวาดยังแสดงช่องเปิดขนาดเล็กกว่าจำนวนหลายช่อง, สายอากาศการสื่อสารต่างๆ, และอุปกรณ์ตรวจจับ electro-optical ต่างๆ กระจายโดยรอบเสากระโดงเรือ(mast)และดาดฟ้ายก(superstructure)

ส่วนตัวด้านหน้าก่อนจะถึงห้องบังคับการเรือ(wheelhouse) เป็นแท่นยกขึ้นมา(pedestal) ที่สามารถรองรับแท่นยิงระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-In Weapon System) และตัวทำลาย(effector) แบบไม่ใช่พลังงานจลน์สำหรับการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ UAS
ในส่วนท้ายของเรือมีดาดฟ้าบินที่มีขนาดรองรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลขนาดกลางและสิ่งที่ปรากฎว่าน่าจะเป็นโรงเก็บอากาศยานที่รองรับเฮลิคอปเตอร์หรืออากาศยานไร้คนขับได้สองเครื่อง

กองทัพเรือไทยได้ให้รายละเอียดแหล่งที่มาของระบบต่างๆที่จะได้รับการติดตั้งบนเรือฟริเกตใหม่ของตนรวมถึง อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ และระบบป้องกันระยะประชิด CIWS จากบริษัท MBDA ฝรั่งเศส,
ปืนหลักปืนเรือ 76mm จากบริษัท Leonardo อิตาลี, ปืนรองปืนกล 30mm จากบริษัท MSI-Defence Systems สหราชอาณาจักร, แท่นยิง torpedo เบาปราบเรือดำน้ำจากบริษัท SEA สหราชอาณาจักร,

3D AESA(Active Electronically Scanned Array) radar จากบริษัท HENSOLDT เยอรมนี, ระบบ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) ระบบติดตามเป้าหมาย Electro-Optronic และ sonar ลากท้ายจากบริษัท Chess Dynamics สหราชอาณาจักร,
sonar ตัวเรือ และ sonar สกัดกั้นจากบริษัท ELAC SONAR เยอรมนี, ระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures) radar และการสื่อสารจากบริษัท ELT Group อิตาลี, และแท่งยิงเป้าลวงจากบริษัท Lacroix ฝรั่งเศสครับ

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569

เยอรมนีรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A สหรัฐฯเครื่องแรกจาก 35เครื่อง

Germany receives first F-35A







Aircraft 35+01 was officially presented to the German Ministry of Defence during a ceremony at the Fort Worth production facility in Texas on 18 September 2026. (Lockheed Martin)



บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้จัดแสดงการเปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II เครื่องแรกของกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) โดยกองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) ได้ทำการรับมอบอย่างเป็นทางการ
ของเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกที่เยอรมนีเป็นเจ้าของ หมายเลขเครื่อง 35+01 ระหว่างพิธีที่มีขึ้น ณ โรงงานอากาศยาน Fort Worth ของบริษัท Lockheed Martin ในมลรัฐ Texas สหรัฐฯเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026

เหตุการณ์สำคัญนี้มีขึ้นให้หลังหลายวันหลังเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกของเยอรมนีทำการบินครั้งแรก ณ สถานที่เดียวกันเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/lockheed-martin-f-35a-35.html)
เครื่องบินขับไล่ F-35A หมายเลข 35+01 และอีก 7เครื่องที่เป็นเครื่องบินชุดแรกจำนวน 8เครื่องที่ออกจากสายการผลิตขณะนี้จะถูกส่งมอบไปยังฐานทัพรักษาดินแดนทางอากาศ Ebbing Air National Guard Base ใน Fort Smith มลรัฐ Arkansas สำหรับการฝึกนักบิน

การส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A ชุดแรกมายังฐานทัพอากาศ Büchel ในเยอรมนีจะเริ่มต้นในไตรมาสที่สามของปี 2027 และดำเนินไปจนถึงปี 2029 ซึ่งเป็นเวลาที่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) จะถูกประกาศ
"นี่เป็นการเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่สำหรับกองทัพอากาศเยอรมนี เครื่องบินขับไล่ F-35A ใหม่เป็นเครื่องบินรบที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในโลก" Boris Pistorius รัฐมตรีกลาโหมเยอรมนีกล่าวระหว่างพิธีส่งมอบ

"ด้วยเหตุนี้ เครื่องบินขับไล่ F-35A มอบขีดความสามารถหลักขั้นเด็ดขาดสำหรับกองทัพอากาศเยอรมนีและสำหรับ NATO ทั้งหมด รวมกันกับประเทศอื่น 19ชาติ เรากำลังผลักดันความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปสู่การปฏิบัติ
ด้วยมาตรฐานร่วมเหมือนกัน, วิทยาการ, และขั้นตอนต่างๆ การทำงานร่วมกันนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดรับโอกาสต่างๆจำนวนมากสำหรับการฝึก, การฝึกผสม, และการปฏิบัติการต่างๆ สร้างให้เราแข็งแกร่งขึ้นไปด้วยกัน" Pistorius เสริม

การพูดคุยกับ Janes และผู้ได้รับเชิญเข้ารวมงานอื่นๆ ณ งานสัมมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter Conference 2025 (IFC 2025) ที่จัดขึ้นในนครหลวง Rome อิตาลีระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2025
นาวาอากาศเอก Klaus Wuggazer นาายทหารประสานงานโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35A ของกระทรวงกลาโหมเยอรมนี(Federal Ministry of Defence, BMVg: Bundesministerium der Verteidigung) ได้ระบุอย่างชัดเจน

ถึงแผนของกองทัพอากาศเยอรมนีที่จะเปลี่ยนผ่านขีดความสามารถต่างๆของเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado ไปสู่เครื่องบินขับไล่ F-35A(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35a-35.html)
เครื่องบินขับไล่ F-35A ระยะที่หนึ่งจำนวน 35เครื่องที่ได้รับคำสั่งจัดหาในเดือนธันวาคม 2022 มีจุดประสงค์ในการทดแทนเครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado IDS ในภารกิจแบ่งปันการป้องปรามทางนิวเคลียร์ของ NATO ครับ

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569

Bell สหรัฐฯเริ่มการสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper ไนจีเรียเครื่องแรกจาก 12เครื่อง

Bell begins Viper build for Nigeria





A NAF delegation attended the commencement of production of the first of 12 AH-1Z Viper attack helicopters for the service. (Bell)

บริษัท Bell สหรัฐฯได้เริ่มต้นการสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper เครื่องแรกจากจำนวน 12เครื่องสำหรับกองทัพอากาศไนจีเรีย(NAF: Nigerian Air Force) ณ ศูนย์ประกอบอากาศยาน Amarillo Assembly Center ในมลรัฐ Texas
บริษัท Textron สหรัฐฯประกาศเหตุการสำคัญนี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 เป็นเวลา 2ปี 6เเดือนหลังจากตนได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ(ปัจจุบันกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ)ในเดือนมีนาคม 2024

เพื่อที่จะสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1Z Viper จำนวน 12เครื่องสำหรับไนจีเรียประเทศในแอฟริกาตะวันตก การประกาศการขายรูปแบบ Foreign Military Sales(FMS) มีมูลค่าที่วงเงิน $455 million
ขณะที่หลากหลายโครงการของเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper ของไนจีเรียที่รวมถึงสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, อะไหล่ต่างๆ, อาวุธต่างๆ, การฝึก และการสนับสนุนมีมูลค่ารวมที่วงเงิน $997 million

"เฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1Z Viper จะมีบทบาทที่สำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายและการต่อต้านการก่อความไม่สงบต่างๆของเรา และเพิ่มขยายความสามารถของเราที่จะปกป้องพลเมืองของไนจีเรีย" 
โฆษกกองทัพอากาศไนจีเรีย พลอากาศจัตวา Ehimen Ejodame ระหว่างพิธีลงลายมือในโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ใน Amarillo การผลิตเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z จะเสร็จสิ้นในต้นปี 2029 บริษัท Bell กล่าว

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯได้ยืนยันการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper แก่ไนจีเรีย โดยการแจ้งสัญญาที่เกี่ยวข้องได้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/ah-1z.html)
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายแก่ไนจีเรียในปี 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/ah-1z.html) ตามเอกสารแจ้งของสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ (DSCA: Defense Security Cooperation Agency)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z ที่สร้างโดยสหรัฐฯจะเข้าร่วมกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Turkish Aerospace(TA) T129 ATAK จำนวน 6เครื่องที่สร้างโดยตุรกีในประจำการกองทัพอากาศไนจีเรีย
กองทัพอากาศไนจีเรียได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี T129 ATAK จากตุรกีในปี 2023 โดยยังมีรายงานในสื่อตุรกีว่าไนจีเรียอาจจะจัดหาเพิ่มเติมอีก 6เครื่องรวม 12เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/t129b-atak.html)

กองทัพอากาศไนจีเรียยังมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป AgustaWestland AW109 อิตาลีจำนวน 10เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-24/Mi-35 (NATO กำหนดรหัส 'Hind') รัสเซียจำนวน 14เครื่อง 
กองทัพบกไนจีเรีย(Nigerian Army) มีกำหนดจะได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ MD Helicopters(MDH) MD 530F Cayuse Warrior Plus(CWP) สหรัฐฯจำนวน 12เครื่อง จากแผนที่จะจัดหารวม 32เครื่องด้วยครับ

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2569

สหรัฐฯอนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ F-35A แก่ซาอุดีอาระเบีย 48เครื่อง

US approves F-35 sale to Saudi Arabia



Seen in USAF service, the F-35 has been approved for sale to Saudi Arabia. (USAF)

รัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) จำนวน 48เครื่องแก่ซาอุดีอาระเบีย(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/pentagon-f-35a-f-35b.html)
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติการขายวงเงิน $24.3 billion ของเครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II จำนวน 48เครื่องและสิ่งอุปกรณ์, อะไหล่, และการบริการและสนับสนุนที่เกี่ยวข้องแก่ซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026

ขณะที่ไม่ได้ถูกระบุในเอกสารแจ้งการอนุมัติ ข้อเสนอการขายน่าจะเป็นสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II รุ่นบินขึ้นลงตามแบบ(CTOL: Conventional Take-Off and Landing)
ที่ถูกใช้งานโดยกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) และลูกค้านานาชาติต่างๆส่วนใหญ่(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/lockheed-martin-f-35a-35.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/05/f-35pl-husarz-3-32.html)

"ข้อเสนอการขายจะยังเสริมต่อขีดความสามารถอากาศยานในปฏิบัติการและเพิ่มขยายขีดความสามารถการป้องกันตนเองอากาศสู่อากาศและอากาสู่พื้นของซาอุดีอาระเบีย" กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว ระบบอาวุธต่างๆไม่ได้ถูกรวมในการอนุมัตินี้
ข่าวการอนุมัตินี้มีขึ้นให้หลังราว 10เดือนหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump กล่าวล่วงหน้าก่อนการเสด็จเยือนนครหลวง Washington, DC โดยมกุฏราชกุมารแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียเจ้าชาย Mohammed bin Salman ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่า

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump จะเห็นชอบให้ผ่านการอนุมัติขายเครื่องบินขับไล่ F-35 แก่ซาอุดีอาระเบีย โดยเขากล่าวว่า "ผมขอบอกว่าเราจะทำเช่นนั้น-เราจะขายเครื่องบินขับไล่ F-35"
กองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย(RSAF: Royal Saudi Air Force) กำลังอยู่ในระหว่างการแข่งขันการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินขับไล่ใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/rafale-typhoon-f-15ex.html)

โดยเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/rafale-f5.html), เครื่องบินขับไล่ Boeing F-15EX Eagle II(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/boeing-f-15ex.html),
และเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/eurofighter-typhoon-1.html) ต่างกำลังอยู่ในการแข่งขันเพื่อที่จะได้รับสัญญาตามความต้องการเครื่องขับไล่ใหม่จำนวนราว 50เครื่อง

เพื่อที่จะเสริมต่อเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15SA Advanced Eagle จำนวน 82เครื่อง, เครื่องบินขับไล่ F-15S Eagle จำนวน 63เครื่อง, เครื่องบินขับไล่ F-15C Eagle จำนวน 66เครื่อง, เครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-15D Eagle จำนวน 20เครื่อง,
เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 72เครื่อง, และเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado IDS จำนวน 79เครื่องของกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย การอนุมัติการขาย F-35 ไม่ได้หมายความว่าเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้ได้ถูกเลือกโดยซาอุดีอาระเบียแล้วครับ

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569

FNSS ตุรกีเสร็จสิ้นการทดสอบก่อนส่งมอบรถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC คันแรกสำหรับอินโดนีเซีย

FNSS completes pre-delivery tests of first Kaplan APC for Indonesia



A Kaplan APC (Harimau APC) for Indonesia in Türkiye. (FNSS)

บริษัท FNSS ตุรกีผู้ผลิตยานเกราะได้เสร็จสิ้นการทดสอบตรวจรับก่อนการส่งมอบของรถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC(Armoured Personnel Carrier) ก่อนหน้าการส่งมอบแก่อินโดนีเซียสำหรับการทดสอบโดยผู้ใช้งานขั้นสุดท้าย
FNSS ตุรกีได้ประกาศเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ว่าการทดสอบต่างๆได้รับการดำเนินการในตุรกีโดยการมีส่วนร่วมจาก PT Pindad รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอินโดนีเซีย

รถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC เป็นที่รู้จักในอินโดนีเซียในชื่อรถสายพานลำเลียงพล Harimau APC(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/harimau-apc-2026.html) ได้รับการพัฒนาภายใต้ข้อตกลงการผลิต
ระหว่าง FNSS ตุรกีและ PT Pindad อินโดนีเซียในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อให้ตรงความต้องการของกองทัพบกอินโดนีเซีย(Indonesian Army, TNI-AD: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Darat) สำหรับรถสายพานลำเลียงพล APC ขนาด 30-tonne

ตามข้อมูลจากบริษัท FNSS รถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC มีกำหนดที่จะถูกขนส่งไปยังอินโดนีเซียแล้ว ที่ซึ่งการทดสอบการตรวจรับขั้นสุดท้ายจะได้รับการดำเนินการกับผู้ใช้งานปลายทาง
"กิจกรรมการผลิตต่างๆของรถคันที่สองจะถูกผลิตขึ้น ณ สถานที่ประกอบการต่างๆของ PT Pindad ในอินโดนีเซีย และยังกำลังเดินหน้าต่อเนื่องในเวลาเดียวกัน" บริษัท FNSS ตุรกีเสริม

การประกาศมีขึ้นตามข้อตกลงที่ได้รับการลงนามโดย FNSS ตุรกีและ PT Pindad อินโดนีเซียในปี 2024 ที่จะมีความร่วมมือเกี่ยวกับการพัฒนาและผลิตรถสายพานลำเลียงพล APC สำหรับกองทัพบกอินโดนีเซีย
โครงการรถสายพานลำเลียงพล Harimau APC รวมถึงการถ่ายทอดวิทยาการจาก FNSS ตุรกีแก่ PT Pindad อินโดนีเซียเพื่อสนับสนุนการผลิตรถเกราะภายในประเทศในอินโดนีเซีย

โครงการรถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC สร้างขึ้นบนพื้นฐานความเป็นหุ้นส่วน FNSS-PT Pindad ตุรกี-อินโดนีเซียที่ถูกจัดตั้งขึ้นผ่านโครงการรถถังขนาดกลาง Harimau
โครงการรถถังขนาดกลาง Harimau ที่เริ่มต้นในปี 2014 มีส่วนร่วมของการถ่ายทอดวิทยาการจาก FNSS ตุรกี และนำไปสู่การผลิตรถถังขนาดกลาง Harimau ในอินโดนีเซียโดย PT Pindad

อินโดนีเซียได้สั่งจัดหารถถังขนาดกลาง Harimau จำนวน 18คันในปี 2019 โดยได้รับมอบมอบรถชุดแรกจำนวน 10คันในเดือนมีนาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/pt-pindad-harimau.html) และที่เหลืออีก 8คันในเดือนตุลาคม 2024
รถถังขนาดกลาง Harimau ชุดแรกถูกส่งมอบโดยบริษัท FNSS ในรูปแบบกึ่งประกอบสำเร็จสำหรับการประกอบขั้นสุดท้ายโดย PT Pindad อินโดนีเซีย ขณะที่รถถังขนาดกลาง Harimau ชุดที่สองถูกผลิตในอินโดนีเซีย

รถสายพานลำเลียงพล Harimau APC ที่แบ่งปันส่วนรถแคร่ฐาน(chassis) เดียวกับรถถังขนาดกลาง Harimau จะสืบทอดคุณลักษณะหลักส่วนใหญ่ แต่จะแทนที่ระบบป้อมปืนใหญ่รถถัง Cockerill Defence C3105 ที่มีพลประจำภายในป้อมปืน 2นาย ติดตั้งปืนใหญ่รถถังแรงดันสูง Cockerill 105mm และยังติดตั้งด้วยปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62mm 
ด้วยการติดตั้งป้อมปืน remote(RCWS: Remote-Controlled Weapon Station) พร้อมปืนกลหนักขนาด 12.7 และระบบตรวจจับ electro-optical ต่างๆ รถสายพานลำเลียงพล Harimau APC สามารถบรรทุกทหารไปกับรถได้ 13นาย รวมถึงพลประจำรถ 3นายคือพลยิง, พลขับ และผู้บังคับการรถครับ