วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569

Hanwha Ocean เกาหลีใต้ชี้เรือฟริเกตใหม่ของกองทัพเรือไทยมีขีดความสามารถการโจมตีภาคพื้นดินและต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ C-UAS

New Thai frigate programme points to land-attack-capable combatant





A computer-generated image of the frigate that has been offered by Hanwha Ocean to the Royal Thai Navy. (Hanwha Ocean/Royal Thai Navy)
https://www.janes.com/defence-intelligence-insights/defence-news/sea/new-thai-frigate-programme-points-to-land-attack-capable-combatant

เรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำใหม่ในอนาคตของของกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) จะมีขีดความสามารถที่จะดำเนินการปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินและการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Uncrewed Aerial System) ที่เพิ่มเติมจากการปฏิบัติภารกิจสงครามทางเรือต่างๆ
ภาพวาดที่สร้างจาก computer ที่ถูกมอบให้แก่ Janes โดยบริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี มอบรายละเอียดแรกที่บ่งชี้ว่าความต้องการต่างๆสามารถดำเนินการนำมาปฏิบัติใช้ในแบบเรือฟริเกต Ocean-40F ที่ถูกเลือกโดยกองทัพเรือไทยได้อย่างไร

ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ยืนยันการเลือกบริษัท Hanwha Ocean ในฐานะผู้รับสัญญาหลักของโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ จำนวน ๑ลำของกองทัพเรือไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/hanwha-ocean.html)
กองทัพเรือไทยได้ร่างเค้าโครงข้อกำหนดความต้องการขีดความสามารถต่างๆตลอดทั้งภาคส่วนหลักทั้งสามมิติของสงครามทางเรือ สงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare), สงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) และการป้องกันภัยทางอากาศ

กองทัพเรือไทยยังระบุว่าเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำใหม่จะมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินต่างๆ, การต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับต่างๆ, และการสนับสนุนการบัญชาการและควบคุม(command-and-control), 
เครือข่าย datalink, และการปฏิบัติการกองกำลังร่วม(joint-force) ต่างๆ ขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้จะเพิ่มขยายตัวเลือกการโจมตีผิวน้ำและภาคพื้นดินของกองทัพเรือไทยอย่างมีนัยสำคัญ(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/hanwha-ocean-40f.html)

ข้อกำหนดความต้องการต่างๆที่กำหนดโดยกองทัพเรือไทยปรากฏว่าสอดคล้องกับรูปแบบการจะวางที่ถูกแสดงในภาพวาดที่สร้างจาก computer ที่ถูกมอบให้แก่ Janes โดย Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี
ภาพวาดแสดงถึงแบบเรือที่ถูกตรวจพบได้ต่ำมาใช้ในปืนเรือส่วนหน้าของเรือ, ชุดแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launch System) ในตำแหน่งหน้าสะพานเดินเรือ, และแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: anti‑ship missile) กลางลำเรือ

อย่างไรก็ตามทั้ง Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี และกองทัพเรือไทยไม่ได้ระบุแบบของอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศและอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นที่ถูกนำมาติดตั้งกับเรือฟริเกตสมรรถนะสูงใหม่
ภาพวาดยังแสดงช่องเปิดขนาดเล็กกว่าจำนวนหลายช่อง, สายอากาศการสื่อสารต่างๆ, และอุปกรณ์ตรวจจับ electro-optical ต่างๆ กระจายโดยรอบเสากระโดงเรือ(mast)และดาดฟ้ายก(superstructure)

ส่วนตัวด้านหน้าก่อนจะถึงห้องบังคับการเรือ(wheelhouse) เป็นแท่นยกขึ้นมา(pedestal) ที่สามารถรองรับแท่นยิงระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-In Weapon System) และตัวทำลาย(effector) แบบไม่ใช่พลังงานจลน์สำหรับการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ UAS
ในส่วนท้ายของเรือมีดาดฟ้าบินที่มีขนาดรองรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลขนาดกลางและสิ่งที่ปรากฎว่าน่าจะเป็นโรงเก็บอากาศยานที่รองรับเฮลิคอปเตอร์หรืออากาศยานไร้คนขับได้สองเครื่อง

กองทัพเรือไทยได้ให้รายละเอียดแหล่งที่มาของระบบต่างๆที่จะได้รับการติดตั้งบนเรือฟริเกตใหม่ของตนรวมถึง อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ และระบบป้องกันระยะประชิด CIWS จากบริษัท MBDA ฝรั่งเศส,
ปืนหลักปืนเรือ 76mm จากบริษัท Leonardo อิตาลี, ปืนรองปืนกล 30mm จากบริษัท MSI-Defence Systems สหราชอาณาจักร, แท่นยิง torpedo เบาปราบเรือดำน้ำจากบริษัท SEA สหราชอาณาจักร,

3D AESA(Active Electronically Scanned Array) radar จากบริษัท HENSOLDT เยอรมนี, ระบบ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) ระบบติดตามเป้าหมาย Electro-Optronic และ sonar ลากท้ายจากบริษัท Chess Dynamics สหราชอาณาจักร,
sonar ตัวเรือ และ sonar สกัดกั้นจากบริษัท ELAC SONAR เยอรมนี, ระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures) radar และการสื่อสารจากบริษัท ELT Group อิตาลี, และแท่งยิงเป้าลวงจากบริษัท Lacroix ฝรั่งเศสครับ

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569

เยอรมนีรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A สหรัฐฯเครื่องแรกจาก 35เครื่อง

Germany receives first F-35A







Aircraft 35+01 was officially presented to the German Ministry of Defence during a ceremony at the Fort Worth production facility in Texas on 18 September 2026. (Lockheed Martin)

บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้จัดแสดงการเปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II เครื่องแรกของกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) โดยกองทัพเยอรมนี(Bundeswehr) ได้ทำการรับมอบอย่างเป็นทางการ
ของเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกที่เยอรมนีเป็นเจ้าของ หมายเลขเครื่อง 35+01 ระหว่างพิธีที่มีขึ้น ณ โรงงานอากาศยาน Fort Worth ของบริษัท Lockheed Martin ในมลรัฐ Texas สหรัฐฯเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026

เหตุการณ์สำคัญนี้มีขึ้นให้หลังหลายวันหลังเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกของเยอรมนีทำการบินครั้งแรก ณ สถานที่เดียวกันเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/lockheed-martin-f-35a-35.html)
เครื่องบินขับไล่ F-35A หมายเลข 35+01 และอีก 7เครื่องที่เป็นเครื่องบินชุดแรกจำนวน 8เครื่องที่ออกจากสายการผลิตขณะนี้จะถูกส่งมอบไปยังฐานทัพรักษาดินแดนทางอากาศ Ebbing Air National Guard Base ใน Fort Smith มลรัฐ Arkansas สำหรับการฝึกนักบิน

การส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-35A ชุดแรกมายังฐานทัพอากาศ Büchel ในเยอรมนีจะเริ่มต้นในไตรมาสที่สามของปี 2027 และดำเนินไปจนถึงปี 2029 ซึ่งเป็นเวลาที่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) จะถูกประกาศ
"นี่เป็นการเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่สำหรับกองทัพอากาศเยอรมนี เครื่องบินขับไล่ F-35A ใหม่เป็นเครื่องบินรบที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในโลก" Boris Pistorius รัฐมตรีกลาโหมเยอรมนีกล่าวระหว่างพิธีส่งมอบ

"ด้วยเหตุนี้ เครื่องบินขับไล่ F-35A มอบขีดความสามารถหลักขั้นเด็ดขาดสำหรับกองทัพอากาศเยอรมนีและสำหรับ NATO ทั้งหมด รวมกันกับประเทศอื่น 19ชาติ เรากำลังผลักดันความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปสู่การปฏิบัติ
ด้วยมาตรฐานร่วมเหมือนกัน, วิทยาการ, และขั้นตอนต่างๆ การทำงานร่วมกันนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดรับโอกาสต่างๆจำนวนมากสำหรับการฝึก, การฝึกผสม, และการปฏิบัติการต่างๆ สร้างให้เราแข็งแกร่งขึ้นไปด้วยกัน" Pistorius เสริม

การพูดคุยกับ Janes และผู้ได้รับเชิญเข้ารวมงานอื่นๆ ณ งานสัมมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter Conference 2025 (IFC 2025) ที่จัดขึ้นในนครหลวง Rome อิตาลีระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2025
นาวาอากาศเอก Klaus Wuggazer นาายทหารประสานงานโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35A ของกระทรวงกลาโหมเยอรมนี(Federal Ministry of Defence, BMVg: Bundesministerium der Verteidigung) ได้ระบุอย่างชัดเจน

ถึงแผนของกองทัพอากาศเยอรมนีที่จะเปลี่ยนผ่านขีดความสามารถต่างๆของเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado ไปสู่เครื่องบินขับไล่ F-35A(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35a-35.html)
เครื่องบินขับไล่ F-35A ระยะที่หนึ่งจำนวน 35เครื่องที่ได้รับคำสั่งจัดหาในเดือนธันวาคม 2022 มีจุดประสงค์ในการทดแทนเครื่องบินขับไล่โจมตี Tornado IDS ในภารกิจแบ่งปันการป้องปรามทางนิวเคลียร์ของ NATO ครับ

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569

Bell สหรัฐฯเริ่มการสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper ไนจีเรียเครื่องแรกจาก 12เครื่อง

Bell begins Viper build for Nigeria





A NAF delegation attended the commencement of production of the first of 12 AH-1Z Viper attack helicopters for the service. (Bell)

บริษัท Bell สหรัฐฯได้เริ่มต้นการสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper เครื่องแรกจากจำนวน 12เครื่องสำหรับกองทัพอากาศไนจีเรีย(NAF: Nigerian Air Force) ณ ศูนย์ประกอบอากาศยาน Amarillo Assembly Center ในมลรัฐ Texas
บริษัท Textron สหรัฐฯประกาศเหตุการสำคัญนี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 เป็นเวลา 2ปี 6เเดือนหลังจากตนได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ(ปัจจุบันกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ)ในเดือนมีนาคม 2024

เพื่อที่จะสร้างเฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1Z Viper จำนวน 12เครื่องสำหรับไนจีเรียประเทศในแอฟริกาตะวันตก การประกาศการขายรูปแบบ Foreign Military Sales(FMS) มีมูลค่าที่วงเงิน $455 million
ขณะที่หลากหลายโครงการของเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper ของไนจีเรียที่รวมถึงสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, อะไหล่ต่างๆ, อาวุธต่างๆ, การฝึก และการสนับสนุนมีมูลค่ารวมที่วงเงิน $997 million

"เฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1Z Viper จะมีบทบาทที่สำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายและการต่อต้านการก่อความไม่สงบต่างๆของเรา และเพิ่มขยายความสามารถของเราที่จะปกป้องพลเมืองของไนจีเรีย" 
โฆษกกองทัพอากาศไนจีเรีย พลอากาศจัตวา Ehimen Ejodame ระหว่างพิธีลงลายมือในโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ใน Amarillo การผลิตเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z จะเสร็จสิ้นในต้นปี 2029 บริษัท Bell กล่าว

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯได้ยืนยันการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z Viper แก่ไนจีเรีย โดยการแจ้งสัญญาที่เกี่ยวข้องได้ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/ah-1z.html)
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายแก่ไนจีเรียในปี 2022(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/ah-1z.html) ตามเอกสารแจ้งของสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ (DSCA: Defense Security Cooperation Agency)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1Z ที่สร้างโดยสหรัฐฯจะเข้าร่วมกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Turkish Aerospace(TA) T129 ATAK จำนวน 6เครื่องที่สร้างโดยตุรกีในประจำการกองทัพอากาศไนจีเรีย
กองทัพอากาศไนจีเรียได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี T129 ATAK จากตุรกีในปี 2023 โดยยังมีรายงานในสื่อตุรกีว่าไนจีเรียอาจจะจัดหาเพิ่มเติมอีก 6เครื่องรวม 12เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/t129b-atak.html)

กองทัพอากาศไนจีเรียยังมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป AgustaWestland AW109 อิตาลีจำนวน 10เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-24/Mi-35 (NATO กำหนดรหัส 'Hind') รัสเซียจำนวน 14เครื่อง 
กองทัพบกไนจีเรีย(Nigerian Army) มีกำหนดจะได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ MD Helicopters(MDH) MD 530F Cayuse Warrior Plus(CWP) สหรัฐฯจำนวน 12เครื่อง จากแผนที่จะจัดหารวม 32เครื่องด้วยครับ

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2569

สหรัฐฯอนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ F-35A แก่ซาอุดีอาระเบีย 48เครื่อง

US approves F-35 sale to Saudi Arabia



Seen in USAF service, the F-35 has been approved for sale to Saudi Arabia. (USAF)

รัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) จำนวน 48เครื่องแก่ซาอุดีอาระเบีย(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/pentagon-f-35a-f-35b.html)
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติการขายวงเงิน $24.3 billion ของเครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II จำนวน 48เครื่องและสิ่งอุปกรณ์, อะไหล่, และการบริการและสนับสนุนที่เกี่ยวข้องแก่ซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026

ขณะที่ไม่ได้ถูกระบุในเอกสารแจ้งการอนุมัติ ข้อเสนอการขายน่าจะเป็นสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II รุ่นบินขึ้นลงตามแบบ(CTOL: Conventional Take-Off and Landing)
ที่ถูกใช้งานโดยกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) และลูกค้านานาชาติต่างๆส่วนใหญ่(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/lockheed-martin-f-35a-35.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/05/f-35pl-husarz-3-32.html)

"ข้อเสนอการขายจะยังเสริมต่อขีดความสามารถอากาศยานในปฏิบัติการและเพิ่มขยายขีดความสามารถการป้องกันตนเองอากาศสู่อากาศและอากาสู่พื้นของซาอุดีอาระเบีย" กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว ระบบอาวุธต่างๆไม่ได้ถูกรวมในการอนุมัตินี้
ข่าวการอนุมัตินี้มีขึ้นให้หลังราว 10เดือนหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump กล่าวล่วงหน้าก่อนการเสด็จเยือนนครหลวง Washington, DC โดยมกุฏราชกุมารแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียเจ้าชาย Mohammed bin Salman ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่า

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump จะเห็นชอบให้ผ่านการอนุมัติขายเครื่องบินขับไล่ F-35 แก่ซาอุดีอาระเบีย โดยเขากล่าวว่า "ผมขอบอกว่าเราจะทำเช่นนั้น-เราจะขายเครื่องบินขับไล่ F-35"
กองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย(RSAF: Royal Saudi Air Force) กำลังอยู่ในระหว่างการแข่งขันการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินขับไล่ใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/rafale-typhoon-f-15ex.html)

โดยเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/rafale-f5.html), เครื่องบินขับไล่ Boeing F-15EX Eagle II(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/boeing-f-15ex.html),
และเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/eurofighter-typhoon-1.html) ต่างกำลังอยู่ในการแข่งขันเพื่อที่จะได้รับสัญญาตามความต้องการเครื่องขับไล่ใหม่จำนวนราว 50เครื่อง

เพื่อที่จะเสริมต่อเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15SA Advanced Eagle จำนวน 82เครื่อง, เครื่องบินขับไล่ F-15S Eagle จำนวน 63เครื่อง, เครื่องบินขับไล่ F-15C Eagle จำนวน 66เครื่อง, เครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-15D Eagle จำนวน 20เครื่อง,
เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 72เครื่อง, และเครื่องบินขับไล่โจมตี Panavia Tornado IDS จำนวน 79เครื่องของกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย การอนุมัติการขาย F-35 ไม่ได้หมายความว่าเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้ได้ถูกเลือกโดยซาอุดีอาระเบียแล้วครับ

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569

FNSS ตุรกีเสร็จสิ้นการทดสอบก่อนส่งมอบรถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC คันแรกสำหรับอินโดนีเซีย

FNSS completes pre-delivery tests of first Kaplan APC for Indonesia



A Kaplan APC (Harimau APC) for Indonesia in Türkiye. (FNSS)

บริษัท FNSS ตุรกีผู้ผลิตยานเกราะได้เสร็จสิ้นการทดสอบตรวจรับก่อนการส่งมอบของรถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC(Armoured Personnel Carrier) ก่อนหน้าการส่งมอบแก่อินโดนีเซียสำหรับการทดสอบโดยผู้ใช้งานขั้นสุดท้าย
FNSS ตุรกีได้ประกาศเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ว่าการทดสอบต่างๆได้รับการดำเนินการในตุรกีโดยการมีส่วนร่วมจาก PT Pindad รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอินโดนีเซีย

รถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC เป็นที่รู้จักในอินโดนีเซียในชื่อรถสายพานลำเลียงพล Harimau APC(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/harimau-apc-2026.html) ได้รับการพัฒนาภายใต้ข้อตกลงการผลิต
ระหว่าง FNSS ตุรกีและ PT Pindad อินโดนีเซียในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อให้ตรงความต้องการของกองทัพบกอินโดนีเซีย(Indonesian Army, TNI-AD: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Darat) สำหรับรถสายพานลำเลียงพล APC ขนาด 30-tonne

ตามข้อมูลจากบริษัท FNSS รถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC มีกำหนดที่จะถูกขนส่งไปยังอินโดนีเซียแล้ว ที่ซึ่งการทดสอบการตรวจรับขั้นสุดท้ายจะได้รับการดำเนินการกับผู้ใช้งานปลายทาง
"กิจกรรมการผลิตต่างๆของรถคันที่สองจะถูกผลิตขึ้น ณ สถานที่ประกอบการต่างๆของ PT Pindad ในอินโดนีเซีย และยังกำลังเดินหน้าต่อเนื่องในเวลาเดียวกัน" บริษัท FNSS ตุรกีเสริม

การประกาศมีขึ้นตามข้อตกลงที่ได้รับการลงนามโดย FNSS ตุรกีและ PT Pindad อินโดนีเซียในปี 2024 ที่จะมีความร่วมมือเกี่ยวกับการพัฒนาและผลิตรถสายพานลำเลียงพล APC สำหรับกองทัพบกอินโดนีเซีย
โครงการรถสายพานลำเลียงพล Harimau APC รวมถึงการถ่ายทอดวิทยาการจาก FNSS ตุรกีแก่ PT Pindad อินโดนีเซียเพื่อสนับสนุนการผลิตรถเกราะภายในประเทศในอินโดนีเซีย

โครงการรถสายพานลำเลียงพล Kaplan APC สร้างขึ้นบนพื้นฐานความเป็นหุ้นส่วน FNSS-PT Pindad ตุรกี-อินโดนีเซียที่ถูกจัดตั้งขึ้นผ่านโครงการรถถังขนาดกลาง Harimau
โครงการรถถังขนาดกลาง Harimau ที่เริ่มต้นในปี 2014 มีส่วนร่วมของการถ่ายทอดวิทยาการจาก FNSS ตุรกี และนำไปสู่การผลิตรถถังขนาดกลาง Harimau ในอินโดนีเซียโดย PT Pindad

อินโดนีเซียได้สั่งจัดหารถถังขนาดกลาง Harimau จำนวน 18คันในปี 2019 โดยได้รับมอบมอบรถชุดแรกจำนวน 10คันในเดือนมีนาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/pt-pindad-harimau.html) และที่เหลืออีก 8คันในเดือนตุลาคม 2024
รถถังขนาดกลาง Harimau ชุดแรกถูกส่งมอบโดยบริษัท FNSS ในรูปแบบกึ่งประกอบสำเร็จสำหรับการประกอบขั้นสุดท้ายโดย PT Pindad อินโดนีเซีย ขณะที่รถถังขนาดกลาง Harimau ชุดที่สองถูกผลิตในอินโดนีเซีย

รถสายพานลำเลียงพล Harimau APC ที่แบ่งปันส่วนรถแคร่ฐาน(chassis) เดียวกับรถถังขนาดกลาง Harimau จะสืบทอดคุณลักษณะหลักส่วนใหญ่ แต่จะแทนที่ระบบป้อมปืนใหญ่รถถัง Cockerill Defence C3105 ที่มีพลประจำภายในป้อมปืน 2นาย ติดตั้งปืนใหญ่รถถังแรงดันสูง Cockerill 105mm และยังติดตั้งด้วยปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62mm 
ด้วยการติดตั้งป้อมปืน remote(RCWS: Remote-Controlled Weapon Station) พร้อมปืนกลหนักขนาด 12.7 และระบบตรวจจับ electro-optical ต่างๆ รถสายพานลำเลียงพล Harimau APC สามารถบรรทุกทหารไปกับรถได้ 13นาย รวมถึงพลประจำรถ 3นายคือพลยิง, พลขับ และผู้บังคับการรถครับ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

โครเอเชียสั่งจัดหาจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง K239 Chunmoo จาก Hanwha Aerospace เกาหลีใต้ 18ระบบ

Croatia orders Chunmoo MRLs from Hanwha Aerospace





Croatia is procuring 18 Chunmoo MRLs. (Hanwha Aerospace)



กระทรวงกลาโหมโครเอเชีย(MORH: Ministarstva obrane Republike Hrvatske) ได้ลงนามสัญญากับบริษัท Hanwha Aerospace สาธารณรัฐเกาหลีเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026
สำหรับระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง K239 Chunmoo MRL(Multiple Rocket Launcher) บริษัท Hanwha Aerospace ประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์ในวันต่อมาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026

บริษัท Hanwha ได้รับสัญญามูลค่าวงเงิน 411.8 million Euros(เกือบ $357 million) สำหรับการส่งมอบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง K239 Chunmoo MRL จำนวน 18ระบบ พร้อมรถจ่ายกระสุน(จรวด), รถที่บังคับการควบคุมการยิง 
และการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงบูรณาการ สัญญายังรวมถึงจรวดนำวิถีพื้นสู่พื้นพิสัยใกล้, พิสัยกลางและพิสัยไกลความแม่นยำสูงหลากหลายแบบ เช่นเดียวกับการฝึกและการสนับสนุนตลอดอายุการใช้งาน

ตามข้อมูลจาก Hanwha สาธารณรัฐเกาหลี จรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง K239 Chunmoo MRL ในรูปแบบของกองทัพบกโครเอเชีย(Croatian Army, HKoV: Hrvatska kopnena vojska)
จะนำระบบบริหารจัดการสนามรบแบบ Topaz ที่พัฒนาโดยบริษัท WB Group โปแลนด์มาใช้ เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันของผู้ใช้ระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร Chunmoo ทั่วยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/k239-chunmoo-k2-k9.html)

นายกรัฐมนตรีโครเอเชีย Andrej Plenković ซึ่งได้ถูกเชิญเข้าร่วมพิธีลงนามสัญญากล่าวว่า "นี่เป็นหนึ่งในการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุดในด้านยุทโธปกรณ์และการปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพโครเอเชีย(Croatian Armed Forces, OSRH: Oružane snage Republike Hrvatske)
ด้วยระบบจรวดหลายลำกล้อง Chunmoo กองทัพโครเอเชียได้รับขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับการปฏิบัติที่รวดเร็วและแม่นยำต่อเป้าหมายที่มีคุณค่าสูงต่างๆจากระยะไกบตั้งแต่ประมาณ 30-300km"

Billy Boo-hwan Lee หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจของบริษัท Hanwha Aerospace ซึ่งยังได้ถูกเชิญเข้าร่วมพิธีลงนามสัญญากล่าวว่า "การลงนามสัญญาวันนี้เป็นเครื่องหมายถึงการเริมต้นการเห็นหุ้นส่วนกลาโหมระยะยาวของ Hanwha Aerospace กับโครเอเชีย"
กระทรวงกลาโหมโครเอเชียประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ว่ารัฐบาลโครเอเชียได้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง K239 Chunmoo MRL ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน

รัฐบาลโครเอเชียยังได้อนุมัติการจัดหาอุปกรณ์ตรวจจับและการป้องกันตนเองเพิ่มเติมสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/rafale-12-nato.html), การปรับปรุงระบบสื่อสารการรบของกองทัพอากาศโครเอเชีย(Croatian Air Force, HRZ i PZO: Hrvatsko ratno zrakoplovstvo i protuzračna obrana),
การจัดซื้่อจัดจ้างอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Spike พร้อมอุปกรณ์, การปรับปรุงความทันสมัยระบบ radar แบบ AN/FPS-117, และการก่อสร้างโรงเก็บอากาศยาน ณ ฐานทัพอากาศ Zemunik ครับ

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569

กองทัพเรือสหรัฐฯประกาศสัญญาการผลิตอากาศยานไร้คนขับ MQ-25A Stingray

US Navy awards first MQ-25A Stingray production contract





The first production contract was awarded for the MQ-25A. (US Navy/Boeing)







กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้ประกาศสัญญาราคาคงที่มีแรงจูงใจ(FPI: fixed price incentive) กับบริษัท Boeing สหรัฐฯเป็นวงเงิน $562 million สำหรับสายการผลิตระดับต่ำ(LRIP: Low-Rate Initial Production)
ของอากาศยานไร้คนขับ MQ-25A Stingray (UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ฝ่ายบริหารการจัดซื้อจัดจ้างแผนผลงานทางการบิน(PAE: Portfolio Acquisition Executive Aviation) กองทัพเรือสหรัฐฯยืนยันเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026

สัญญาการผลิตแรกของโครงการมองวงเงินสำหรับสายการผลิตระดับต่ำ LRIP Lot 1 ของอากาศยานไร้คนขับ MQ-25A จำนวน 3เครื่อง และวงเงินเพิ่มเติมสำหรับการจัดซื้อล่วงหน้าของชิ้นส่วนประกอบระยะเวลาดำเนินการยาวนาน
เพื่อที่จะสนับสนุนสายการผลิตระดับต่ำ LRIP Lot 2 ของอากาศยานไร้คนขับ MQ-25A จำนวน 3เครื่อง PAE Aviation กองทัพเรือสหรัฐฯกล่าวในแถลงการณ์ เสริมว่าการส่งมอบระบบชุดแรกจากสายการผลิต Lot 1 คาดว่าจะเริ่มต้นในปี 2029

การประกาศสัญญาสายการผลิตระดับต่ำ LRIP เป็นเครื่องหมายถึงการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาไปสู่การปฏิบัติการ "ที่เป็นจริง" นาวาเอก Daniel Fucito ผู้จัดการโครงการการบินเรือบรรทุกเครื่องบินไร้คนขับ(Unmanned Carrier Aviation)
เน้นในแถลงการณ์ โครงการอากาศยานไร้คนขับ Stingray ได้รับการอนุมัติหลักขั้นก้าวย่าง Milestone C ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ขั้นระยะการผลิตและการพัฒนา(Production and Deployment)

โครงการจัดซื้อจัดจ้างผูกพันต่อเนื่อง(PoR: programme of record) อากาศยานไร้คนขับ MQ-25A ได้เรียกร้องการจัดหาตัวอากาศยาน(air vehicle) จำนวน 76 เครื่องรวมถึงแบบจำลองการพัฒนาทางวิศวกรรมและการผลิต(EDM: engineering development and manufacturing) จำนวน 4เครื่อง 
และแบบจำลองการทดสอบสาธิต(DTA: Demonstration Test Article) จำนวน 5ระบบ กองทัพเรือสหรัฐฯกล่าวในแถลงการณ์(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/mq-25a-stingray-f-35c.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/08/mq-25a-stingray-e-2d.html)

ปัจจุบันอากาศยานไร้คนขับ MQ-25A Stingray ระบบทดสอบจำนวน 7เครื่องอยู่ในการผลิต ณ โรงงานอากาศยานของบริษัท Boeing ใน St. Louis และโรงงานอากาศยานการผลิต MQ-25 เฉพาะใน Mascoutah มลรัฐ Illinois กองทัพเรือสหรัฐฯกล่าว
ในฐานอากาศยานไร้คนขับประจำเรือบรรทุกเครื่องบินที่บูรณาการเต็มรูปแบบแบบแรกของโลก MQ-25A ถูกใช้งานในฐานะผู้นำทางสำหรับการบินเรือบรรทุกเครื่องบินไร้คนขับในอนาคต" PAE Aviation กองทัพเรือสหรัฐฯกล่าว

อากาศยานไร้คนขับ MQ-25A Stingray จะมอบกองบินเรือบรรทุกเครื่องบิน(CVW: Carrier Air Wing) ด้วยองค์ประกอบที่จำเป็นการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ ทำให้เครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18E/F Super Hornet จะให้ความสำคัญกับภารกิจโจมตีต่างๆได้มากขึ้น
อากาศยานไร้คนขับ Stingray จะขยายการเข้าถึงการปฏิบัติการของกองบินและสงวนอายุการใช้งานและเพิ่มพูนความพร้อมของเครื่องบินขับไล่ F/A-18E/F(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/mq-25a-stingray-fa-18f-super-hornet.html) PAE Aviation กล่าวครับ

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

ฝรั่งเศสประกาศสัญญาแรกของเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 รุ่นใหม่ล่าสุด

France awards first Rafale F5 contracts





A representative F5-standard Rafale was showcased at the Paris Airshow 2025. France has now launched the industrial effort to field the capability in the early 2030s. (Janes/Gareth Jennings)

ฝรั่งเศสได้ประกาศสัญญาทางอุตสาหกรรมที่จะเริ่มต้นงานเกี่ยวกับมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale F5 รุ่นใหม่ล่าสุด(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/rafale-f5.html)
โดยสำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(Directorate General of Armament, DGA: Direction Générale de l'Armement) ได้ประกาศถึงเหตุการณ์สำคัญนี้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา

การประกาศของสัญญาทางอุตสาหกรรมแรกสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 มาตรฐานใหม่ล่าสุด มีขึ้นตามมาราวสองปีหลังจากอดีตรัฐมนตรีกระทรวงกองทัพฝรั่งเศส Sébastien Lecornu 
ได้ประกาศการเริ่มต้นความพยายามการพัฒนามาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 ในเดือนตุลาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/rafale-f5.html)

"คำสั่งของ DGA ฝรั่งเศสสำหรับงานต้นน้ำแรกต่างๆก่อนหน้าการเริ่มต้นต่อไปสำหรับการนำมาปฏิบัติใช้ของมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 สิ่งต่างๆเหล่านี้เกี่ยวข้องกับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ระบบนำร่อง inertial navigation unit, เครื่องยนต์, radar, และชุดระบบป้องกันตนเองของเครื่องบิน" สำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส DGA กล่าว ตามที่ตนได้ระบุไว้สัญาต่างๆได้รับการประกาศแก่

บริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศส, บริษัท MBDA ยุโรป, บริษัท Safran ฝรั่งเศส, และบริษัท Thales ยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/30mm-rafale-c-uas.html
แม้ว่ามูลค่าวงเงินต่างๆของสัญญาเหล่านี้ไม่ได้รับการเปิดเผย มาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 ถูกวางแผนที่จะรองรับการเชื่อมโยงที่มากขึ้นอย่างมาก(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/dassault-rafale-2025.html)

ระบบอาวุธใหม่ต่างๆ รวมถึงขีดความสามารถเฉพาะด้านการกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึก(SEAD: Suppression of Enemy Air Defences)/การทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึก(DEAD: Destruction of Enemy Air Defences)
ที่มีพื้นฐานบนอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น MBDA Stratus Rapid Strike(RS) และระบบตรวจจับต่างๆ, อาวุธปล่อยอากาศสู่พื้นติดหัวรบนิวเคลียร์แบบ ASN4G(Air-Sol Nucléaire de Quatrième Génération),

ปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence), และชุดการยืดอายุการใช้งานโครงสร้างอากาศยาน(airframe) การเพิ่มขยายอื่นๆที่ถูกกำหนดขึ้นเฉพาะสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 โดยทางการฝรั่งเศส
ประกอบด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Safran M88 T-REX(Thrust Range Extension) รุ่นปรับปรุง, ถังเชื้อเพลิงแนบลำตัว CTF(Conformal Fuel Tank), ระบบอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี' Loyal Wingman,

และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ที่จะมาแทนที่อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) แบบ MBDA Meteor(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/rafale-meteor.html)
ที่จะมีชื่อในประจำการกองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, AAE: Armée de l'Air et de l'Espace) และกองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy, Marine nationale) ในรายงานของสื่อฝรั่งเศสว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Comet ครับ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569

รายงานของ Pentagon สหรัฐฯเปิดเผยรายละเอียดการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A และ F-35B ของสิงคโปร์

Update: Pentagon report reveals details about Singapore's F-35A/B acquisition







A Republic of Singapore Air Force (RSAF) F-15SG operates alongside a USAF F-35A over Singapore in 2024. The RSAF aims to operate a fighter fleet with F-15SG and F-35A/B aircraft as its future combat force. (US Air Force)

รายงานของกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ(DoW: Department of War) ได้เปิดเผยรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A/B Lightning II ของสิงคโปร์ รวมถึงมูลค่าวงเงินของสัญญา
สิงคโปร์กำลังจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A รุ่นบินขึ้นลงตามแบบ(CTOL: Conventional Take-Off and Landing) จำนวน 8เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/f-35a-8-f-35b-12.html)

และเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off Vertical Landing จำนวน 12เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/f-35b-stovl.html)
ตามรายงานจากกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A และเครื่องบินขับไล่ F-35B ของสิงคโปร์มีมูลค่าที่วงเงิน $4.059 billion(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/f-35b-8.html)

ข้อมูลซึ่งปรากฏในรายงานการจัดซื้อจัดจ้างการปรับปรุงความทันสมัยที่ถูกเลือก(MSAR: Modernised Selected Acquisition Report) ของกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ
สำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) เป็นเครื่องหมายถึงครั้งแรกที่มูลค่าทางการเงินของการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 ของสิงคโปร์ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ

รายงานได้ถูกจัดเตรียมขึ้นสำหรับงบประมาณของประธานาธิบดีสหรัฐฯประจำปี 2027 ในเดือนเมษายน 2026 และได้ผ่านความเห็นชอบให้เผยแพร่ต่อสาธารณะได้เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026
ในปี 2019 สิงคโปร์ได้ประกาศความตั้งใจที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B Lightning II ระยะแรกจำนวน 4เครื่องโดยมีตัวเลือกเพิ่มเติมจำนวน 8เครื่อง ภายใต้การขายรูปแบบโครงการ Foreign Military Sales(FMS) ของสหรัฐฯ

ต่อมากระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ได้ลงนามจดหมายตอบรับ(LOA: Letter of Acceptance) สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35B STOVL จำนวน 12เครื่องเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2020(https://aagth1.blogspot.com/2020/01/f-35b-12.html
แผนการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B ซึ่งรวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ, การส่งกำลังบำรุง, และการสนับสนุนการฝึกมีมูลค่าที่วงเงินประมาณ $2.75 billion ในเวลานั้น ตามข้อมูลจากสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ (DSCA: Defense Security Cooperation Agency)

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2025 สิงคโปร์ได้ลงนามการแก้ไขจดหมายตอบรับ LOA สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II จำนวน 8เครื่อง ในการเพิ่มเติมต่อการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B ของตน
กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) มองที่จะปฏิบัติการฝูงบิน F-35A CTOL/F-35B STOVL ควบคู่ไปกับเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15SG ในฐานะกำลังรบในอนาคตของตนครับ