Türkiye launches Malaysia's final LMS Batch 2 vessel
Tunku Osman Jewa , the third and final corvette of the Littoral Mission Ship
Batch 2 (LMS Batch-2) programme for the Royal Malaysian Navy, seen here being
launched at Istanbul Shipyard on 9 August 2026. (STM)
บริษัท STM ตุรกีได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง
Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2 ของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian
Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)
เรือคอร์เวต KD Tunku Osman Jewa หมายเลขเรือ 143
ถูกทำพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำอย่างเป็นทางการ ณ อู่เรือ Istanbul
Shipyard เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 บริษัท STM ประกาศในวันเดียวกัน
บริษัท STM ตุรกีกล่าวว่าเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2
ทั้งสามลำได้ถูกปล่อยเรือลงน้ำในช่วงระยะเวลาสี่เดือน ลำแรก เรือคอร์เวต KD Tunku
Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026
(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lms-batch-2-kd-tunku-laksamana-abdul.html) และลำที่สอง เรือคอร์เวต KD Raja Laut หมายเลขเรือ 142 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน
2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/lms-batch-2-kd-raja-laut.html)
เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 จำนวน 3ลำกำลังได้รับการสร้างโดยบริษัท
STM ภายใต้ข้อตกลงระดับรัฐต่อรัฐ(G-to-G: government-to-government)
ระหว่างมาเลเซียและตุรกี
โครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2
ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html) เมื่อมาเลเซียได้ส่งมอบจดหมายตอบรับ(LoA: Letter of Acceptance)
สำหรับการจัดหาเรือจำนวน 3ลำ
บริษัท STM
อธิบายโครงการนี้ในฐานะการส่งออกเรือคอร์เวตแบบแรกของตุรกีแก่ลูกค้าในเอเชีย-แปซิฟิก
พิธีตัดเหล็กของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีขึ้นในมหานคร Istanbul
ในเดือนธันวาคม 2024
ขณะที่พิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือลำแรกมีขึ้นในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html)
ถูกออกแบบสำหรับความต้องการของกองทัพเรือมาเลเซียโดยมีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น
Ada ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy)
เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีความยาวเรือรวมที่ 99.56m, กว้างที่
14.42m, กินน้ำลึกที่ 3.94m และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel
and Diesel)
ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มากว่า 26knots และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า
4,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 14knots มีระยะเวลาปฏิบัติการได้นาน 14วัน,
รองรับกำลังพลประจำเรือได้ 111นาย
และมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้
ระบบอาวุธของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ประกอบด้วยปืนเรือ 76mm
เป็นปืนหลัก, ปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง,
แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด,
และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ
มาเลเซียยืนยันการเลือกระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point-defence)
ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียใน Putrajaya ได้ลงนามสัญญาวงเงิน $94
million กับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี
สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile)
จำนวน 48นัด ซึ่งจะติดตั้งในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) จำนวน
16นัดในแต่ละลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k-saam-lms-batch-2.html)
แยกออกไปต่างหากในเดือนเมษายน 2026
เช่นเดียวกันมาเลเซียยังได้ลงนามสัญญากับบริษัท ROKETSAN
ตุรกีสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน
24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2
ที่จะถูกส่งมอบแก่กองทัพเรือมาเลเซียได้ครบทั้ง 3ลำภายในปี 2027 ครับ

















































