วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชและเรือหลวงจักรีนฤเบศรกองทัพเรือไทยทำการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ ๒๕๖๙
















Formation of CVH-911 HTMS Chakri Naruebet helicopter carrier; FFG-471 HTMS Bhumibol Adulyadej guided missile frigate; and FFG-455 HTMS Chao Phraya and FFG-458 HTMS Saiburi, the Chao Phraya-class frigate; LPD-791 HTMS Angthong landing platform dock (LPD); and Chaiseri upgraded AAV7A1 RAM/RS and AWAVs 8x8 of Royal Thai Marine Corps (RTMC) as part of the Royal Thai Navy (RTN) Operational Task Force Fleet exercise in Gulf of Thailand and at the Naval Training Field No. 15, in Hat Yao, Sattahip district, Chonburi province, Thailand on 27 August 2026. (Royal Thai Navy)







"ยิงลูกปืนหมดตามแผน เป้าหมายถูกทำลาย"
ในวันนี้ (27 สิงหาคม 2569) เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช (FFG-471) เรือฟริเกตสมรรถนะสูงของกองทัพเรือ ได้ออกเรือปฏิบัติภารกิจฝึกยิงเป้าหมายพื้นน้ำ ในการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ

วันนี้ ( 27 สิงหาคม 2569  )  นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ บริเวณอ่าวไทยตอนบนและสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อรับทราบการเตรียมกำลังและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ 
ซึ่งกำหนดให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” โดยมี  พลเรือเอกไพโรจน์  เฟื่องจันทร์  ผู้บัญชาการทหารเรือ  ให้การต้อนรับ
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกองทัพเรือทั้งด้านองค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี ตลอดจนการบูรณาการกำลังทางเรือ กำลังทางอากาศ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ และระบบบัญชาการควบคุม ให้สามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกันได้อย่างสอดประสานและมีประสิทธิภาพ
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และแนวความคิดการใช้กำลัง ชมการยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนใหญ่เรือ ตลอดจนการสาธิตการใช้ยานไร้คนขับ การฝึกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแนวความคิดในการใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรในลักษณะ “UXV Carrier” 
เพื่อเป็นฐานบัญชาการ ควบคุม และสนับสนุนการปฏิบัติการของระบบไร้คนขับในหลายมิติ ทั้งการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ค้นหา และชี้เป้า ช่วยเพิ่มระยะและความต่อเนื่องในการปฏิบัติการ ลดความเสี่ยงต่อกำลังพล และเสริมประสิทธิภาพให้แก่กำลังรบหลักของกองทัพเรือ 
ระบบไร้คนขับบางส่วนที่นำมาใช้ในการฝึกครั้งนี้เป็นผลงานวิจัยและพัฒนาของนักวิจัยกองทัพเรือ ซึ่งนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงมาพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการทางยุทธการ การทดลองใช้งานในสภาพการฝึกจริงจะนำไปสู่การปรับปรุงและต่อยอดระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
สำหรับเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูงและหนึ่งในกำลังรบหลักของกองทัพเรือ ได้เข้าร่วมการฝึกครั้งนี้อย่างเต็มภารกิจ เพื่อแสดงขีดความสามารถด้านการตรวจการณ์ การพิสูจน์ทราบและโจมตีเป้าหมาย การบัญชาการควบคุม ตลอดจนการปฏิบัติการร่วมกับเรือ อากาศยาน และหน่วยกำลังอื่น
นอกจากนั้น การฝึกยังสะท้อนให้เห็นบทบาทสำคัญของเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในฐานะแกนหลักของกองเรือ ทั้งด้านการป้องกันภัยทางอากาศ การต่อต้านเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ การเชื่อมโยงข้อมูล และการควบคุมการปฏิบัติการทางทะเล 
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองทัพเรือมีเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในระดับดังกล่าวจำนวนจำกัด ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคกำลังพัฒนากำลังทางเรือและเทคโนโลยีทางทหารอย่างก้าวกระโดด
ดังนั้น  กองทัพเรือจึงมีความจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างขีดความสามารถด้วยการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเพิ่มเติม เพื่อให้มีกำลังเพียงพอสำหรับการปฏิบัติภารกิจ การหมุนเวียนซ่อมบำรุง และการดำรงความพร้อมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรักษาสมดุลทางยุทธศาสตร์ ปกป้องอธิปไตย และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน การฝึกครั้งนี้ยังสนับสนุนการพัฒนา Maritime Domain Awareness หรือ MDA ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลจากเรือ อากาศยาน และระบบไร้คนขับ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาเห็นภาพสถานการณ์ทางทะเลร่วมกันอย่างถูกต้องและทันเวลา อันนำไปสู่การตัดสินใจและตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะได้ตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำหรับการบรรเทาสาธารณภัยขนาดใหญ่ (Incident Command Center: ICC) ณ สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 พร้อมชมการสาธิตความพร้อมของยุทโธปกรณ์และการบูรณาการระหว่างหน่วย 
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าขีดความสามารถของกองทัพเรือสามารถนำมาใช้ได้ทั้งในการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
พลเรือตรี ปารัช  รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งแสดงเพียงความพร้อมของเรือ อากาศยาน หรือระบบอาวุธแต่ละประเภท แต่เป็นการแสดงความพร้อมของกองทัพเรือ “ทั้งระบบ” ตั้งแต่การรับรู้สถานการณ์ การบัญชาการและควบคุม การใช้กำลัง และการส่งกำลังบำรุง ไปจนถึงการช่วยเหลือประชาชน
“ความพร้อมรบมิได้หมายถึงการรอให้เกิดสถานการณ์ แต่คือการเตรียมคน เตรียมยุทโธปกรณ์ และเตรียมระบบควบคุมบังคับบัญชาให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที เมื่อประเทศและประชาชนต้องการ”

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ 
นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ บริเวณอ่าวไทยตอนบนและสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข ๑๕ (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อรับทราบการเตรียมกำลังและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งกำหนดให้ปี ๒๕๖๙ เป็น “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” 
โดยมี  พลเรือเอกไพโรจน์  เฟื่องจันทร์  ผู้บัญชาการทหารเรือ  ให้การต้อนรับ พลเรือโท อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และนาวาเอก สุรวุฒิ  สุมงคล รองผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน (๒) เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ร่วมให้การต้อนรับ 
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกองทัพเรือทั้งด้านองค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี ตลอดจนการบูรณาการกำลังทางเรือ กำลังทางอากาศ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ และระบบบัญชาการควบคุม ให้สามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกันได้อย่างสอดประสานและมีประสิทธิภาพ

“ปีแห่งความพร้อมรบ” 
วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ตลอดจนคณะผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการของกองเรือยุทธการ ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 
ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจของกองทัพเรือ ณ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และพื้นที่สนามฝึกกองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี เพื่อรับทราบการเตรียมกำลังและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกองทัพเรือที่มีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้าน "องค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี" ตลอดจนการบูรณาการกำลังทางเรือ กำลังทางอากาศ กำลังทางบก และระบบบัญชาการควบคุม ให้สามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกันได้อย่างสอดประสานและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในการนี้ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูงและเป็นกำลังรบหลักของกองทัพเรือ ได้เข้าร่วมการฝึก เพื่อแสดงขีดความสามารถด้านการตรวจการณ์ การพิสูจน์ทราบและโจมตีเป้าหมาย การบัญชาการควบคุม ตลอดจนการปฏิบัติการร่วมกับเรือ อากาศยาน และหน่วยกำลังอื่นๆ 
ซึ่งภาพการฝึกที่เกิดขึ้น ได้สะท้อนให้ประจักษ์ถึงความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการมีเรือฟริเกตสมรรถนะสูง เพื่อเป็นแกนหลักของกองเรือในการปกป้องอธิปไตยของชาติในอนาคต
ทั้งนี้ การตรวจเยี่ยมในวันนี้ ไม่ได้มุ่งแสดงเพียงความพร้อมของยุทโธปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการตอกย้ำถึงความพร้อมของกองทัพเรือ "ทั้งระบบ" ตั้งแต่การรับรู้สถานการณ์ การบังคับบัญชา การใช้กำลัง และการส่งกำลังบำรุง ไปจนถึงขีดความสามารถในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามวิกฤต 
“เตรียมกำลังเพื่อความพร้อมรบ เสริมสร้างสวัสดิการเพื่อกำลังพล”

การตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy)บริเวณอ่าวไทยตอนบนและสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข ๑๕ หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยนายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือไทย ให้การต้อนรับเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ 
ซึ่งได้เห็นการประกอบกำลังแสดงขีดความสามารถทางการปฏิบัติการของกองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet) และนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) ตามนโยบาย "ปีแห่งความพร้อมรบ" ทั้งมิติทางน้ำ, ทางอากาศ, และภาคพื้นดิน ซึ่งได้รับประสบการณ์การพัฒนาเป็นอย่างมากจากการปะทะตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาในปี พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ที่ผ่านมา

ในส่วนกำลังทางเรือที่ประกอบกำลังจากทัพเรือภาคที่๑ ทรภ.๑(1st NAC: First Naval Area Command) ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ด้วยเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เรือหลวงจักรีนฤเบศร, เรือฟริเกต เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช, เรือฟริเกตชุดเรือหลวงเจ้าพระยา ร.ล.เจ้าพระยาและเรือหลวงสายบุรี และเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย เรือหลวงอ่างทอง เป็นต้น
กองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division) รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำแบบที่๑ ฮ.ปด.๑ Sikorsky SH-60B Seahawk ฝูงบิน๒ หน่วยบินเรือหลวงจักรีนฤเบศร(2 HTMS Chakri Naruebet Flying Unit Squadron) และ เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่๖ ฮ.ลล.๖ Airbus Helicopters H145M ฝูงบิน๒๐๒(203 Naval Air Squadron) กองบิน๒(Wing 2)

ขณะที่นาวิกโยธินไทยจัดกำลังจากกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion) กองพลนาวิกโยธิน พล.นย.(Marine Division) ประกอบด้วย รถสะเทินน้ำสะเทินบก รนบ.AAV7A1 ที่ได้รับการปรับปรุงโดยบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/aavp7a1-d-tiger-4x4-dti.html)
และรถหุ้มเกราะล้อยางชนิดลำเลียงพล 8x8 แบบ AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) ที่ผลิตโดยบริษัท Chaiseri ไทยเช่นกัน(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/chaiseri-awav-8x8.html) แสดงถึงการจัดหาและปรับปรุงอาวุธที่ดำเนินการภายในประเทศสูงมากของกองทัพเรือไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/awav-8x8-chaiseri.html)

ร.ล.จักรีนฤเบศร กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาแนวความคิด "เรือบรรทุกระบบไร้คนขับ"(UXV: Unmanned X Vehicle Carrier) ที่ครอบคลุมอากาศยานรบไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ยานผิวน้ำไร้คนขับ(USV: Unmanned Surface Vehicle) และยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ซึ่งกองทัพเรือไทยตั้งใจที่จะใช้ระบบที่พัฒนาเองภายในไทยเป็นส่วนใหญ่หลายระบบ
ขณะที่ ร.ล.ภูมิพลอดุลยเดช ได้แสดงการเดินเรือด้วยตนเองแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีรายงานการจัดซื้อเครื่องจักรใหญ่ดีเซล MTU 16V 1163 M94 ใหม่ ๒เครื่องแทนเครื่องเดิมที่ขัดข้อง และใช้อาวุธปืนเรือ 76mm ยิงเกาะหินฉลาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรือทั้งสองลำยังมีความพร้อมออกเรือปฏิบัติการได้ทันทีที่มีคำสั่งไม่ได้จอดเทียบท่าเฉยๆ การฝึกล่าสุดจึงเป็นการหักล้างข้อกล่าวหาถึงความไม่พร้อมต่างๆของกองทัพเรือไทยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Boeing สหรัฐฯปฏิเสธข่าวการขายเครื่องบินขับไล่ F-15EX แก่โปแลนด์แม้จะมีชื่อปรากฎในสัญญาที่เกี่ยวข้อง

Boeing deny Eagle sale to Poland, despite related US DoD contract





Seen in Qatari service, the F-15 is being considered by Poland also. Despite the country appearing in a related US DoD contract notification for the type, Boeing has told Janes that no procurement decision has yet been made. (Janes/Gareth Jennings)

โปแลนด์ยังไม่ได้เลือกที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15 Eagle สหรัฐฯ แม้ว่าโปแลนด์ได้ปรากฎในรายชื่อประเทศที่เกี่ยวข้องกับสัญญาของกระทรวงการสงครามสหรัฐฯสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-15
บริษัท Boeing สหรัฐฯกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/boeing-ghost-bat-f-15ex.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/09/boeing-f-15ex-eagle-ii.html)

เอกสารแจ้งของกระทรวงการสงครามสหรัฐฯที่เผยแพร่ก่อนหน้าหนึ่งวันเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ให้รายชื่อโปแลนด์ท่ามกลางผู้ใช้งานนานาชาติต่างๆของเครื่องบินขับไล่ F-15 ในรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS)
ที่เป็นที่ทราบคือ ญี่ปุ่น(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/f-15j.html), อิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/f-35i-f-15ia.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/01/boeing-f-15ia-25.html),

และสาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/f-15k-epawss.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/02/boeing-f-15k.html) และยังรวมถึงอินโดนีเซียที่ปัจจุบันยังไม่ได้เป็นผู้ใช้งานด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/boeing-f-15ex-24.html)

ในฐานะผู้ได้รับประโยชน์ของสัญญาวงเงิน $131.23 billion สำหรับโครงการ F-15 Eagle Crest ในการผลิต, การปรับปรุงความทันสมัย, และการดำรงสภาพ Janes เข้าใจว่าสัญญาไม่จำกัดการส่งมอบไม่จำกัดจำนวน(IDIQ: Indefinite Delivery Indefinite Quantity) นี้
ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นโครงสร้างทางสัญญาที่กว้างขวางที่สามารถสนับสนุนการผลิต, การปรับปรุงต่างๆ, และการขายในรูป FMS ของเครื่องบินขับไล่ F-15 Eagle ในอนาคตสำหรับหลายๆประเทศที่มีความเป็นไปได้

"โปแลนด์ยังไม่ได้ทำการตัดสินใจ" ตัวแทน Boeing สหรัฐฯกล่าว เขาเสริมว่าในกรณีการขายรูปแบบ FMS สำหรับอินโดนีเซียได้หมดอายุลงไปก่อนหน้าแล้วในปี 2026 นี้และไม่มีรณรงค์การขายอีกต่อไป
กระทรวงกลาโหมโปแลนด์ได้แนะนำให้ Janes ติดต่อสำนักงานยุทโธปกรณ์โปแลนด์(Polish Armaments Agency) ซึ่งยังไม่ได้ตอบรับการข้อการชี้แจงและความเห็นเกี่ยวกับรายชื่อในสัญญา ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่

Boeing สหรัฐฯได้เสนอเครื่องบินขับไล่ F-15EX Eagle II รุ่นล่าสุดเข้าแข่งขันอย่างเป็นทางการแก่โปแลนด์ในเดือนกันยายน 2023 กล่าวว่าเครื่องบินขับไล่ F-15EX(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/f-15ex-2026.html) จะสามารถที่จะมอบ
"ขีดความสามารถการทำงานร่วมกัน, การสนับสนุน และค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าอย่างเหนือชั้นกว่า ควบคู่ไปกับแผนทางอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งที่จะสนับสนุนเป้าหมายของโปแลนด์ในการพัฒนาขีดความสามารถการป้องกันประเทศต่างๆที่เป็นอิสระ" ครับ 

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ออสเตรเลียทำพิธีวางกระดูกงูเรือฟริเกตชั้น Hunter ลำแรกจาก 6ลำ

Australia lays down keel for first Hunter-class frigate





The keel-laying ceremony for the first Hunter-class frigate at Osborne Naval Shipyard on 24 August 2026. (BAE Systems)



ออสเตรเลียได้ทำพิธีวางกระดูกงูเรือของเรือฟริเกตชั้น Hunter ลำแรกเป็นเครื่องหมายถึงการประกอบสร้างอย่างเต็มรูปแบบของเรือฟริเกตสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) ใหม่ของกองทัพเรือออสเตรเลีย(RAN: Royal Australian Navy)
พิธีวางกระดูกงูเรือฟริเกตชั้น Hunter ลำแรกสำหรับกองทัพเรือออสเตรเลียถูกจัดขึ้น ณ อู่เรือ Osborne Naval Shipyard ในรัฐ South Australia เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ร่วม รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย Richard Marles และรัฐมนตรีอุตสาหกรรมกลาโหมออสเตรเลีย Pat Conroy กล่าวว่างานกำลังได้รับการดำเนินการกับชิ้นส่วน 20 block จาก 22 block ของเรือฟริเกตชั้น Hunter ลำแรก
บริษัท BAE Systems Maritime Australia สหราชอาณาจักรสาขาออสเตรเลียกำลังสร้างเรือฟริเกตชั้น Hunter จำนวน 6ลำภายใต้โครงการ Project Sea 5000 Phase 1

เรือฟริเกตชั้น Hunter ทั้ง 6ลำจะถูกจัดตั้งขึ้นเป็นองค์ประกอบหลักของขีดความสามารถสงครามปราบเรือดำน้ำ ASW ในอนาคตของกองทัพเรือออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/hunter-6.html)
มีพื้นฐานจากแบบเรือฟริเกตชั้น Type 26 Global Combat Ship ของบริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักร เรือฟริเกตชั้น Hunter มีความยาวตัวเรือที่ประมาณ 151.4m และมีระวางขับน้ำที่ราว 8,200tonnes

เรือฟริเกตชั้น Hunter จะติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ Aegis ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy), ส่วนติดต่อ interface ของออสเตรเลียที่พัฒนาโดยบริษัท Saab Australia สวีเดนสาขาออสเตรเลีย,
และ phased-array radar แบบ CEAFAR2 ที่ออกแบบโดยออสเตรเลีย ระบบควบคุมการยิงกล้อง electro-optical แบบ SeaEagle FCEO(Fire-Control Electro-Optical) ของบริษัท Chess Dynamics สหราชอาณาจักรยังได้ถูกเลือกให้ติดตั้งบนเรือฟริเกตชั้น Hunter ชุดแรก

ระบบอาวุธของเรือฟริเกตชั้น Hunter จะรวมถึงแท่นยิงแนวดิ่ง Mk 41 VLS(Vertical Launch System) จำนวน 32ท่อยิง, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ SM-2 และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ ESSM(Evolved Sea Sparrow Missile),
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM)(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/nsm.html) แท่นยิงสี่นัดสองแท่นยิงรวม 8นัด, และ torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ MU90

เรือฟริเกตชั้น Hunter สามลำแรกจาก 6ลำจะเข้าประจำการในชื่อ ลำแรกเรือฟริเกต HMAS Hunter, ลำที่สองเรือฟริเกต HMAS Flinders, และลำที่สามเรือฟริเกต HMAS Tasman ตามลำดับ
เรือฟริเกตชั้น Hunter ลำแรก เรือฟริเกต HMAS Hunter มีกำหนดสำหรับการส่งมอบให้แก่กองทัพเรือออสเตรเลียในต้นปี 2030s ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/mogami-3.html)

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Saab จัดแสดงแนวคิดเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต KFS ของกองทัพอากาศสวีเดน

Saab showcases Swedish KFS future combat aircraft concept





The unmanned A3-001 is one of at least six future combat aircraft concepts that Saab is developing under Sweden;s KFS effort. (Saab)



ผสานความร่วมมือทางยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนสู่กองทัพอากาศที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ
100 ปีแห่งความภาคภูมิใจของกองทัพอากาศสวีเดนซึ่งพัฒนาเคียงคู่กับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยเฉพาะบริษัท Saab ซึ่งมีส่วนสำคัญในการร่วมยกระดับขีดความสามารถกำลังทางอากาศของกองทัพอากาศสวีเดนให้ทันสมัย 
ด้วยประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรสวีเดน นำมาซึ่ง ความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างแนบแน่นตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี จากการบรรจุเข้าประจำการของเครื่องบิน Gripen C/D เครื่องบิน SAAB 340 AEW และระบบ ACCS ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์หลักเพื่อภารกิจการป้องกันประเทศของกองทัพอากาศ
เนื่องในโอกาสที่กองทัพอากาศสวีเดนครบรอบ 100 ปี ความร่วมมือระหว่างไทยและสวีเดนก้าวไปอีกขั้น ด้วยโครงการจัดหาเครื่องบิน Gripen E/F ที่จะยกระดับการปฏิบัติการทางอากาศให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังต่อยอดสู่ความเป็น Strategic Partnership ระหว่างทั้งสองประเทศผ่านกลไก Offset Policy 
อาทิเช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี การส่งเสริมและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศ ตลอดจนการวิจัย นวัตกรรม และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชาติ 
จากพันธมิตรความมั่นคงที่ไว้วางใจ สู่การพัฒนาขีดความสามารถทางอากาศยุคใหม่อย่างยั่งยืน

บริษัท Saab สวีเดนได้จัดแสดงหนึ่งในแนวคิดต่างๆที่ตนกำลังพัฒนาสำหรับความพยายามแนวคิดเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต KFS(Konceptet Framtidens Stridsflyg, Future Combat Aircraft Concept) ของสวีเดน
ถูกเปิดเผยในฐานะแบบจำลองขนาดเท่าของจริง mockup ณ งานแสดงการบินครบรอบ 100ปีกองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet) Jubilee Air Show ณ ฐานทัพอากาศ Malmen ใน Linköping สวีเดน เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2026 

อากาศยานไร้คนขับ A3-001 เป็นหนึ่งในอย่างน้อย 6แนวคิดของการออกแบบเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต KFS ต่างๆ ที่เป็นที่ทราบว่าบริษัท Saab จะกำลังดำเนินการทำงานอยู่สำหรับสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) 
"ระบบไร้คนขับ(A3-001)...จะสามารถเสริมต่อขีดความสามารถต่างๆของเครื่องบินขับไล่ Gripen(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/gripen-cd.html) และเครื่องบินขับไล่แบบมีนักบินประจำเครื่องในอนาคต แนวคิดถูกคิดขึ้นสำหรับภารกิจความเสี่ยงสูงต่างๆ" 

"อย่างเช่น สงคราม electronic(EW: Electronic Warfare), การกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึก(SEAD: Suppression of Enemy Air Defence) ต่างๆ, และการปฏิบัติการโจมตีความแม่นยำสูงต่างๆในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงต่างๆ
ด้วยการถูกตรวจพบได้ต่ำ, ความเป็นระบบอัตโนมัติระดับสูง, และขีดความสามารถที่จะปฏิบัติการตลอดทั้งมิติต่างๆที่หลากหลาย แนวคิดวาดภาพองค์ประกอบที่เป็นไปได้ของขีดความสามารถการรบทางอากาศยุคอนาคต" Saab สวีเดนกล่าว

บริษัท Saab กล่าวว่าขณะนี้ตนกำลังอยู่ในขั้นระยะการพัฒนาอย่างเข้มข้นที่ร่วมกันกับสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV กำลังสำรวจวิทยาการต่างๆที่จะวางเป็นรากฐานการจัดตั้งสำหรับระบบการรบทางอากาศยุคอนาคตต่างๆได้
"ในฐานะส่วนหนึ่งของงานนี้เราตั้งเป้าที่จะทำการบินต้นแบบสาธิตอากาศยานไร้คนขับที่มีคุณลักษณะต่างๆเหมือนเครื่องบินขับไล่ก่อนปี 2030 ตามที่เราสนับสนุนสวีเดนในการพิจารณาทางเลือกต่างๆในอนาคตของตน"

"นี่แยกออกไปต่างหากระบบอากาศยานไร้คนขับ Saab A3 เป็นแนวคิดของเราเองสำหรับสิ่งที่น่าจะมีตามมาในกลางปี 2030s ถ้าสวีเดนตัดสินใจที่จะสร้างขึ้นมาจากงานที่เรากำลังทำอยู่" Peter Nilsson หัวหน้าแผนกโครงการขั้นก้าวหน้าของบริษัท Saab กล่าวเสริม
การเปิดตัวแบบแบบจำลองขนาดเท่าของจริง mockup ของอากาศยานไร้คนขับ A3-001 มีขึ้นตามมา 9เดือนหลังจาก Janes ได้รายงานครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่า(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/saab-kfs.html)

Saab สวีเดนได้เปิดเผยตัวอย่างภาพวาดแนวคิดเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต KFS แสดงถึงโครงสร้างอากาศยาน(airframe) หลายรูปแบบในงานสัมมนาเครื่องบินขับไล่นานาชาติ IQPC International Fighter Conference 2025 (IFC 2025) ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2025
ตามป้ายจัดแสดงซึ่งแสดงเพียงส่วนหน้าของโครงสร้างลำตัว(fuselage) ของการออกแบบทางแนวความคิด 6แบบที่ประกอบด้วยอากาศยานแบบมีนักบินบังคับ 3แบบที่เป็นเครื่องบินรบที่นั่งเดี่ยว และอากาศยานแบบไร้คนขับ 3แบบครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/saab-kfs.html)

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569

โปรแกรมเพื่อความบันเทิงในงาน NSC 2026

การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย (NSC National Software Contest) ครั้งที่ 28 NSC 2026 ได้จัดในวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ผ่านการนำเสนอผลงานแบบ online และมีการประกาศผลเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙
โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ NSC 2026 ปีนี้ก็เป็นรูปแบบเดียวกับการแข่ง NSC 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/nsc-2023.html), NSC 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/nsc-2024.html), และ NSC 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/nsc-2025.html)  ที่ผ่านมา

โปรแกรมเพื่อความบันเทิงที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศนั้นมีดังนี้


ระดับนักศึกษา
1.กลยุทธ์วอเตอร์เฟลม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
2. รักษ์โลกเหรอ... เอาไว้พรุ่งนี้ละกัน! มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
3. การพัฒนาเกมเอาชีวิตรอดโดยใช้ระบบการจัดการทรัพยากรและออกซิเจน: Out of Ozone มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
4. Silent Ember: การพัฒนาเกมสามมิติแนว Psychological Horror ด้วยกลไกการเล่าเรื่องผ่านแสงและสถาปัตยกรรมแบบ Event-Driven มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
5. หมากข้าสุ่มเดนตาย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
6. ตำนานบางระจัน: เหล็กกล้าและคาถาอาคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
7. โครงการออกแบบเกม ฟริ้บเบิ้ล มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี


ระดับนักเรียน
1. วันวุ่นๆ ของคุณองเมียว โรงเรียนสตรีอ่างทอง
2. กระสุนพันล้าน โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๒
3. แสตรต้า โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม)
4. ผู้พิทักษ์แห่งตำนานไทย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
5. 30 วัน สู่อนาคตที่ยั่งยืน โรงเรียนระยองวิทยาคม
6. วิถีหนูรวย โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดจันทบุรี
7. อภินิหารล้างมหาบาป: เบิกแดนสุขาวดี โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร
8. โอท็อปลุย! โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
9. อัศวินพฤกษา โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม
10. เสียงสะท้อนจากความมืด โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ
11. คำสั่งชี้ชะตา โปรโตคอลล้างโลก โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม
12. โครงการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ประเภทเล่นร่วมกันแบบลอบเร้น "The Last Host" ด้วยเทคโนโลยีระบบเครือข่ายมัลติเพลเยอร์และปัญญาประดิษฐ์เชิงพฤติกรรม เพื่อส่งเสริมทักษะการทางานเป็นทีมและการคิดเชิงตรรกะ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้
13. พิโรธแค้นทวงกระด้ง โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ในพระอุปถัมภ์ฯ
14. เพชณฆาตเสือสมิง โรงเรียนพรศิริกุล
15. อีโคโนเวิร์ส: เกมจำลองในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์เพื่อการบริหารความเสี่ยงและฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย
16. ภายนอกของเขตกระดาน โรงเรียนสวนศรีวิทยา
17. นินจาผู้พิทักษ์ทะเล โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว
18. แก๊สซิ่ง โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม

"NSC" ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคน ทีมพัฒนา อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้สนับสนุนการแข่งขัน ศูนย์ประสานงานภูมิภาค คณะกรรมการทุกท่านที่สละเวลาเข้าร่วมการตัดสินผลงานในทุกรอบการแข่งขัน และผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลงานเพื่อส่งเข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ 
รางวัลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจ ความพยายาม และความสามารถอันโดดเด่นของทุกคน "ขอแสดงความยินดีกับโครงการที่ได้รับรางวัล" ปีนี้ด้วยค่ะ 
สำหรับทีมพัฒนาที่ไม่ได้รับรางวัล ก็ขอให้พัฒนาต่อไป เพราะนี่ยังไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เราได้เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และสะสมประสบการณ์เพื่อกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมในครั้งหน้า จงภูมิใจในความตั้งใจและพยายามที่ผ่านมา

ผลการตัดสิน NSC 2026 กลุ่มโปรแกรมเพื่อความบันเทิง







กลุ่มนิสิต นักศึกษา
รางวัลที่1: ตำนานบางระจัน: เหล็กกล้าและคาถาอาคม
รางวัลที่2: หมากข้าสุ่มเดนตาย
รางวัลที่3: โครงการออกแบบเกม ฟริ้บเบิ้ล
รางวัลชมเชย: กลยุทธ์วอเตอร์เฟลม
รางวัลชมเชย: รักษ์โลกเหรอ... เอาไว้พรุ่งนี้ละกัน!








กลุ่มนักเรียน
รางวัลที่1: ผู้พิทักษ์แห่งตำนานไทย
รางวัลที่2: อภินิหารล้างมหาบาป: เบิกแดนสุขาวดี
รางวัลที่3: โอท็อปลุย!
รางวัลชมเชย: วันวุ่นๆ ของคุณองเมียว
รางวัลชมเชย: ภายนอกของเขตกระดาน

ปีนี้ก็มีโครงการโปรแกรมเพื่อความบันเทิงในกลุ่มนักศึกษา 7 โครงการ และกลุ่มนักเรียน 18โครงการ ปีนี้โครงการในระดับนิสิตนักศึกษาและโครงการในระดับนักเรียนกลับมามีโครงการที่ได้รับรางวัลที่หนึ่ง ที่สอง และที่สาม และรางวัลชมเชยครบ
ขณะที่จำนวนโครงการที่เข้าแข่งขันในระดับนักศึกษามีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และในระดับนักเรียนยังคงมีจำนวนหลายโครงการเท่าเดิมและได้เห็นสถาบันการศึกษาใหม่ต่างๆเข้ามาร่วมการแข่งขันมาขึ้น แต่ก็น่าเสียดายที่การแข่งขัน NSC2026 ไม่มีการจัดนิทรรศการที่เปิดโอกาสแก่ผู้สนใจเข้าชมและทดลองใช้งานโครงการอีกต่อไปครับ