Türkiye launches Malaysia's first LMS Batch 2 vessel
Malaysia's first vessel in its LMS Batch 2 programme, Tunku Laksamana Abdul
Jalil , seen here at its launch ceremony. (Malaysia Ministry of Defence)
เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2
ลำแรกของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut
Diraja Malaysia)
เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141
ถูกทำพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำอย่างเป็นทางการแล้ว ณ อู่เรือ Istanbul
Shipyard ในตุรกีเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026
เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil เป็นเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS
Batch 2 ลำแรกจากทั้งหมดจำนวน
3ลำที่ได้รับการสร้างโดยผู้รับสัญญาหลักทางเรือบริษัท STM ตุรกี
ภายใต้รูปแบบข้อตกลงรัฐบาลต่อรัฐบาลระหว่างมาเลเซียและตุรกี
โครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2
ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html)
เมื่อมาเลเซียได้ส่งมอบจดหมายตอบรับ(LoA: Letter of Acceptance)
สำหรับโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 จำนวน 3ลำนี้ บริษัท STM
อธิบายโครงการนี้ในฐานะการส่งออกเรือคอร์เวตแบบแรกของตุรกีแก่ลูกค้าในเอเชีย-แปซิฟิก
พิธีตัดเหล็กของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีขึ้นในมหานคร Istanbul
ในเดือนธันวาคม 2024
ขณะที่พิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือลำแรกมีขึ้นในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html)
เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada
ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy) ตามข้อมูลจาก STM ตุรกี
เรือมีความยาวเรือรวมที่ 99.56m, กว้างที่ 14.42m, กินน้ำลึกที่ 3.94m
และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel
and Diesel) ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มากว่า 26knots
และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 4,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 14knots
บริษัท STM ยังให้รายละเอียดตุณลักษณะของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2
ว่ามีระยะเวลาปฏิบัติการได้นาน 14วัน, รองรับกำลังพลประจำเรือได้ 111นาย
และมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้
ระบบอาวุธของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ประกอบด้วยปืนเรือ 76mm
เป็นปืนหลัก, ปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง,
แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด,
และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ
มาเลเซียยืนยันการเลือกระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point-defence)
ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียใน Putrajaya ได้ลงนามสัญญาวงเงิน $94
million กับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี
สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile)
จำนวน 48นัด ซึ่งจะติดตั้งในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) จำนวน
16นัดในแต่ละลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k-saam-lms-batch-2.html)
แยกออกไปต่างหากในเดือนเมษายน 2026
เช่นเดียวกันมาเลเซียยังได้ลงนามสัญญากับบริษัท Roketsan
ตุรกีสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน
24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ด้วย
STM ตุรกีตั้งเป้าที่จะทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือคอร์เวต LMS Batch 2
ลำที่สองและลำที่สามในเดือนมิถุนายน 2026 และเดือนสิงหาคม 2026 ตามลำดับ
โดยเรือลำแรกเรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil
และเรืออีกสองลำจะถูกส่งมอบได้ครบ 3ลำภายในปี 2027 ครับ






















































