วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568

อาร์เจนตินารับมอบเครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM มือสองชุดแรก 6เครื่องจาก 24เครื่อง

Argentine Air Force receives first F-16s, last Bell 407s







The first six Lockheed Martin F-16A/B Block 15 Fighting Falcons arrived at the FAA's Rio IV Material Area on 5 December 2025. (Argentine Air Force)



ในสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2025 กองทัพอากาศอาร์เจนตินา(Argentine Air Force, FAA: Fuerza Aérea Argentina) ได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16AM/BM Fighting Falcon ชุดแรกของตน
เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ Bell 407 ชุดสุดท้ายในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะมีประจำการด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์แบบใหม่ของกองทัพอากาศอาร์เจนตินา(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/f-16ambm-24.html)

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2025 เครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM Block 15 ชุดแรกจำนวน 6เครื่องของกองทัพอากาศอาร์เจนตินาได้มาถึง ณ พื้นที่ยุทโธปกรณ์ Rio IV Material Area(AMRIV: Área de Material Río IV) ของกองทัพอากาศอาร์เจนตินา
หลังจากบินเดินทางออกจากฐานทัพอากาศ Skrydstrup ในเดนมาร์ก และทำการหยุดพักที่ฐานทัพอากาศ Zaragoza และ Gando(หมู่เกาะ Canary) ในสเปนและฐานทัพอากาศ Natal ในบราซิล

การส่งมอบรวมถึงเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-16BM จำนวน 4เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว F-16AM จำนวน 2เครื่อง ซึ่งทำการบินจาก Gando ร่วมหมู่บินกับเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing KC-135R Stratotanker จำนวน 3เครื่องของกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) 
ในการเพิ่มเติมต่อการสนับสนุนจากเครื่องบินลำเลียง Boeing 737-700 และเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Lockheed Martin KC-130H Hercules ของกองทัพอากาศอาร์เจนตินา

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2025 กองทัพอากาศอาร์เจนตินาได้จัดพิธีนำเข้าประจำการอย่างเป็นทางการของเครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM ในฝูงบินขับไล่ที่6(6th Fighter Group, Grupo 6 de Caza)
โดยเชิญประธานาธิบดีอาร์เจนตินา Javier Milei, รัฐมนตรีกลาโหมอาร์เจนตินา Luis Petri และผู้บัญชาการกองทัพอากาศอาร์เจนตินา พลอากาศจัตวา Gustavo Valverde เข้าร่วมในพิธี

เครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM ชุดที่สองจำนวน 6เครื่องจะถูกส่งมอบเพิ่มเติมภายในสิ้นปี 2026 และชุดที่สาม และชุดที่สี่ จำนวนชุดละ 6เครื่องเช่นเดียวกันจะถูกส่งมอบตามมาในปี 2027 และ 2028 รวมทั้งหมด 24เครื่อง
ตามข้อมูลจากผู้บัญชาการกองทัพอากาศอาร์เจนตินา พลอากาศจัตวา Valverde ฝูงบินขับไล่ที่6 จะถูกรับมอบหมายหน้าที่เพื่อการฝึกนักบินและช่างอากาศยานสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM

และจะปฏิบัติการจากสถานที่ทำงานฐานทัพอากาศ Rio IV จนกว่าการก่อสร้างในฐานทัพอากาศ Tandil ของกองทัพอากาศอาร์เจนตินาจะแล้วเสร็จ งานก่อสร้างนี้รวมถึงการสร้างทางวิ่ง runway และพื้นผิว(tarmac) ใหม่,
โรงเก็บอากาศยานแข็งแรง(shelter) ใหม่, และการสร้างอาคารเครื่องจำลองการบิน simulator, ห้องบรรยายสรุป(briefing room), ศูนย์การฝึก และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

อาร์เจนตินาได้เสร็จสิ้นการบรรลุข้อตกลงที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM ส่วนเกิน(surplus)จากเดนมาร์ก โดยมีการลงนามสัญญาเดือนเมษายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/f-16ambm-24.html)
กองทัพอากาศเดนมาร์ก(RDAF: Royal Danish Air Force, Flyvevåbnet) กำลังทดแทนฝูงเครื่องบินขับไล่ F-16AM/BM จำนวน 40เครื่องของตนด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) จำนวน 43เครื่องครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/f-35a-16-43.html)

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568

PT PAL อินโดนีเซียเสร็จสิ้นการตัดเหล็กของเรือดำน้ำ Scorpene Evolved

Indonesia Completes Scorpène Steel Cutting Qualification with Construction Set for June 2026


Scorpène Evolved Steel Cutting Qualification at PT PAL's shipyard in Surabaya. PT PAL picture.

PT PAL welder undergoing training in Cherbourg. Naval Group picture.

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2025 PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซีย และบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสได้ประสบความสำเร็จการรับรองส่วนการตัดเหล็กสำหรับเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ณ อู่เรือของ PT PAL ในมหานคร Surabaya, East Java อินโดนีเซีย
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นระยะการฝึกการผลิตก่อนหน้าแผนการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène Evolved จำนวน 2ลำในอินโดนีเซียที่จะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

การรับรองการตัดเหล็กมีจุดประสงค์เพื่อจะแสดงความพร้อมของ PT PAL อินโดนีเซียที่จะเข้าสู่ขั้นระยะการผลิตและยืนยันกระบวนการการผลิตของอู่เรือว่าสอดคล้องกับมาตรฐานของ Naval Group ฝรั่งเศส
การเข้าถึงการรับรองเช่นเดียวกันนี้ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ก่อนหน้านี้ในโครงการเรือดำน้ำชั้น Riachuelo(เรือดำน้ำ Scorpène) ของบราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/riachuelo-s43-almirante-karam.html

ก่อนหน้าการตัดเหล็ก ขั้นระยะการฝึกการผลิตยังประเมินขีดความสามารถการผลิตของต่างๆของ PT PAL อินโดนีเซียในภาคส่วนอื่นๆ เช่น การยิงระเบิด(blasting) เพื่อขัดพื้นผิว, การลงสี(painting), และการเตรียมการก่อนการติดตั้ง(pre-outfitting)
บริษัท Naval Group จะประเมินกระบวนการต่างๆเหล่านี้ในฐานะส่วนหนึ่งของการประเมินผลความพร้อมโดยรวมก่อนการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène Evolved จะเริ่มต้นขึ้น(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/naval-group-scorpene-evolved-2.html)

ตามข้อมูลจาก PT PAL อินโดนีเซียการรับรองสะท้อนผลลัพธ์ของการฝึกที่บรรดาวิศวกรของตนได้รับซึ่งได้เสร็จสิ้นการฝึกที่เข้มงวดระยะเวลาสามเดือน ณ ศูนย์ฝึกการเชื่อม Cherbourg(Cherbourg Welding Training Centre) ของบริษัท Naval Group ในฝรั่งเศส
เป็นที่ทราบว่าก่อนหน้านี้ Naval Group ฝรั่งเศสได้ระบุว่าตนได้ทำการฝึกช่างเชื่อมอินโดนีเซีย 8คนในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการเรือดำน้ำ Scorpène และมีแผนที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญราว 50คนมายังอินโดนีเซียเพื่อฝึกวิศวกรอินโดนีเซียมากกว่า 400คนในการสร้างเรือดำน้ำ

ผู้อำนวยการเทคโนโลยีของ PT PAL อินโดนีเซีย Briljan Gazalba กล่าวว่าการรับรองส่วนเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการการถ่ายทอดวิทยาการที่จะสนับสนุนเป้าหมายในระยะยาวของอินโดนีเซียที่จะออกแบบ, สร้างและซ่อมบำรุงเรือดำน้ำได้เองอย่างอิสระในที่สุด ผ่านความร่วมมือกับ Naval Group ฝรั่งเศส
โครงการเรือดำน้ำ Scorpène Evolved จะยังสนับสนุนความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่กว่าของอินโดนีเซียที่จะกลายเป็นการพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในวิทยาการระบบใต้น้ำและการป้องกันประเทศ

ขณะเดียวกันผู้อำนวยการโครงการของ Naval Group ฝรั่งเศส Vincent Vimont ระบุว่าการรับรองการตัดเหล็กแสดงถึงการสนับสนุนของบริษัท Naval Group สำหรับการผลิตในประเทศอย่างเต็มรูปแบบของเรือดำน้ำ Scorpène
พิธีการรับรองการตัดเหล็กยังได้เชิญตัวแทนจากกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) และสถานทูตฝรั่งเศสประจำอินโดนีเซียเข้าร่วมด้วย

ระหว่างการประชุมระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมอินเดีย-อินโดนีเซียครั้งที่3 ที่จัดขึ้นในนครหลวง New Delhi อินเดียในเดือนพฤศจิกายน 2025 ทั้งสองฝ่ายได้หารือความร่วมมือเกี่ยวกับวิทยาการการป้องกันประเทศและขีดความสามารถเรือดำน้ำ
อินเดียกล่าวว่าประสบการณ์ของอินเดียในการพัฒนาเรือดำน้ำและการบริหารห่วงโซ่อุปทานรวมถึงผ่านโครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของตนได้รับการยอมรับในฐานะที่มีคุณค่าสูงสำหรับแผนในอนาคตของอินโดนีเซีย

ตามรายงานก่อนหน้านี้โดย Naval News หลายบริษัทของอินเดีย โดยเฉพาะอู่เรือบริษัท Mazagon Dock Shipbuilders Limited(MDL) อินเดียแสดงความสนใจในการมีส่วนร่วมในโครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซีย
กองทัพเรืออินเดีย(IN: Indian Navy) มีประจำการด้วยเรือดำน้ำชั้น Kalvari(เรือดำน้ำ Scorpène) จำนวน 6ลำที่สร้างในประเทศและกำลังจัดหาเพิ่ม 3ลำครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/kalvari-3.html)

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568

อากาศยานไร้คนขับบรรทุกฝูง drone แบบ Jiutian SS-UAV จีนทำการบินครั้งแรก

China's Jiutian drone swarm-launching UAV conducts first flight







AVIC's Jiutian SS-UAV No 004 was shown at Airshow China 2024, carrying a diverse range of armament on its eight underwing hardpoints. (Janes, CCTV)



อากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) อเนกประสงค์ขนาดหนัก ซึ่งจีนเปิดตัวในปี 2024 ในฐานะที่เป็นไปได้ว่าเป็น "ยานแม่บรรทุก drone" ได้ทำการบินครั้งแรกของตนแล้ว
ตามชุดภาพถ่ายและวิดีทัศน์ที่เผยแพร่ออกอากาศโดยสถานีโทรทัศน์ China Central Television(CCTV) ของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025 และวันที่ 12 ธันวาคม 2025

อากาศยานไร้คนขับ UAV ซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า 'Jiutian'(九天, Nine Heavens "เก้าสวรรค์ชั้นฟ้า" หรือเรียกง่ายๆว่า "ฟ้าสูง" High Sky) มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 16tonnes
และได้ถูกออกแบบที่จะให้มีห้องบรรทุกภายในรับน้ำหนักได้ 6tonnes ของอาวุธต่างๆหรือสัมภาระทางอากาศ รวมถึงฝูง drone จำนวนมาก(swarms drones) หรืออากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก ตามข้อมูลจาก Aviation Industry Corporation of China(AVIC) กลุ่มรัฐวิสาหกิจผู้ผลิตอากาศยานของจีน 

ได้รับการมอบหมายงานโดยบริษัท Shaanxi Unmanned Equipment Technology Company จีน และได้รับการพัฒนาสถาบันออกแบบและวิจัยอากาศยานที่หนึ่ง(First Aircraft Design and Research Institute) ของ AVIC จีน
อากาศยานไร้คนขับเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Jiutian ได้ทำการบินครั้งแรกของตนในพื้นที่ของภูมิภาค Pucheng มณฑล Shaanxi ทางตอนกลางส่วนเหนือของจีน สถานีโทรทัศน์ CCTV จีนกล่าวเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2025 สถานีโทรทัศน์ CCTV จีนได้ออกอากาศและภาพเคลื่อนไหววีดิทัศน์ของอากาศยานไร้คนขับ Jiutian ทำการบินขึ้นและบินเหนือฐานทัพอากาศ โดยฐานล้อลงจอดอยู่ในตำแหน่งกางลง โดยได้แสดงการลงจอดตามมา 
Jiutian UAV ได้ถูกเปิดตัวเป็นแรกในงานแสดงการบิน Airshow China 2024 ในนคร Zhuhai ในฐานะอากาศยานไร้คนขับสนับสนุนรูปแบบอัจฉริยะ(SS-UAV: Smart-Configuration Support-UAV)

ณ เวลานั้น อากาศยานไร้คนขับ Jiutian SS-UAV มีหมายเลขเครื่อง (No 004) ลงสีอยู่บนโครงสร้างลำตัว(fuselage) ด้านหลัง อากาศยานไร้คนขับ Jiutian ที่ถูกวางกำลังสำหรับการบินครั้งแรกมีหมายเลขเดียวกัน
ตามชุดภาพที่ออกอากาศโดยสถานีโทรทัศน์ CCTV จีน บ่งชี้ว่านี่เป็นอากาศยานไร้คนขับ Jiutian SS-UAV เครื่องเดียวกับที่ถูกนำมาจัดแสดงในงาน Airshow China 2024 ระหว่างวันที่ 12-17 พฤศจิกายน 2024

ตามข้อมูลจาก AVIC จีน อากาศยานไร้คนขับ Jiutian SS-UAV มีความเร็วสูงสุดที่ 385knots(มีความเร็วเดินทางที่ 377knots) มีพิสัยบินเดินทางที่ 7,000km และมีระยะเวลาการบินได้นาน 12ชั่วโมง
และมีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกสูงสุดที่ 6,000kg และเพดานบินปฏิบัติภารกิจสูงสุดที่ 49,000feet สามารถติดตั้งอาวุธได้หลากหลายรูปแบบบนตำบลอาวุธ 8จุดแข็งใต้ปีก และมีระบบตรวจจับกล้อง EO/IR(Electro-Optic/Infrared) ที่ใต้หัวเครื่องครับ

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568

บังกลาเทศลงนามจดหมายแสดงความจำนง LOI สำหรับจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon

Bangladesh signs letter of intent for Eurofighter Typhoons





The BAF's interest in the Eurofighter Typhoon goes back to 2015 when the service began considering new platforms to replace legacy fighters in service. (Eurofighter Jagdflugzeug GmbH/Italian Air Force)

กองทัพอากาศบังกลาเทศ(BAF: Bangladesh Air Force) ได้ลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LOI: Letter of Intent) กับบริษัท Leonardo SpA อิตาลีสำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon
จดหมายแสดงความจำนง LOI ได้ถูกลงนามเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2025 ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศบังกลาเทศในนครหลวง Dhaka ตามข้อมูลจากกรมการประชาสัมพันธ์ระหว่างเหล่าทัพ(ISPR: Inter-Services Public Relations Directorate) กระทรวงกลาโหมบังคลาเทศ

ผ่านจดหมายแสดงความจำนง LOI บริษัท Leonardo อิตาลี "จะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon" แก่กองทัพอากาศบังกลาเทศเพื่อเติมเต็มความต้องการของกองทัพอากาศบังกลาเทศสำหรับเครื่องบินรบพหุภารกิจสมัยใหม่
กรมการประชาสัมพันธ์ระหว่างเหล่าทัพบังคลาเทศ ISPR กล่าาวโดยไม่ได้ระบุว่าจะมีเครื่องบินขับไล่ Typhoon จำนวนกี่เครื่องหรือในรุ่นใดที่กองทัพอากาศบังกลาเทศมองจะจัดหา(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/eurofighter-typhoon.html)

กรมการประชาสัมพันธ์ระหว่างเหล่าทัพ กระทรวงกลาโหมบังคลาเทศไม่ได้ตอบสนองต่อการร้องขอข้อมูลจาก Janes ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่ ด้านโฆษก Leonardo อิตาลีกล่าวว่าบริษัท
"ไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติม" เกี่ยวกับประเด็นนี้ได้ "ในขั้นตอนนี้ แหล่งข้อมูลทางการเพียงแหล่งเดียวคือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากบังกลาเทศ" โฆษกบริษัท Leonardo กล่าว

บังกลาเทศแสดงความสนใจครั้งแรกในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ในปี 2015-2016 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 บังกลาเทศได้ออกการแข่งขันที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจสองเครื่องยนต์จำนวน 8เครื่องสำหรับกองทัพอากาศบังกลาเทศ
โดยมีตัวเลือกที่จะจัดซื้อเพิ่มเติมอีกจำนวน 4เครื่องในอนาคตรวม 12เครื่องตามข้อมูลจาก Janes ในปี 2023 บังกลาเทศได้ประกาศว่าตนกำลังพิจารณาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon หรือเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศสสำหรับการจัดหา

ในเดือนพฤษภาคม 2025 ผู้บัญชาการกองทัพอากาศบังกลาเทศ พลอากาศเอก Hasan Mahmood Khan ได้เยี่ยมชมโรงงานอากาศยานของ Leonardo ที่ Sergemine(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/eurofighter-typhoon-24.html)
ตามมาด้วยการถูกเชิญเข้าร่วมงานประชุมสัมมนาอำนาจทางอากาศและอวกาศ AeroSpace Power Conference 2025 ในนครหลวง Rome อิตาลี ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศบังกลาเทศ

พลอากาศเอก Khan ได้ประเมินค่าเครื่องบินขับไล่ Typhoon ขณะที่เยือนโรงงานอากาศยาน Sergemine พิธีลงนาม LOI ได้มีการปรากฎตนของพลอากาศเอก Khan และทูตอิตาลีประจำบังกลาเทศ H E Antonio Alessandro
กองทัพอากาศบังกลาเทศมองที่จะทดแทนเครื่องบินขับไล่ที่มีอายุการใช้งานมานานและล้าสมัยของตนรวมถึงเครื่องบินขับไล่ Chengdu F-7BG/BGI จีนจำนวนราว 36เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ MiG-29 รัสเซียจำนวน 8เครื่องครับ

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568

อากาศยานไร้คนขับ MQ-28A Ghost Bat ออสเตรเลียทดสอบยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120 AMRAAM

Australia announces new funding for MQ-28A after live-fire test







An MQ-28A Ghost Bat carries an AIM-120 AMRAAM on 8 December 2025, during Trial Kareela 25-4 at RAAF Base Woomera, South Australia. (Commonwealth of Australia)



รัฐบาลออสเตรเลียได้ประกาศการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อการพัฒนาเพิ่มเติมของอากาศยานรบทำงานร่วมกัน(CCA: Collaborative Combat Aircraft) แบบ MQ-28 Ghost Bat
หนึ่งวันให้หลังจากระบบอากาศยานรบทำงานร่วมกัน MQ-28 Ghost Bat CCA ประสบความสำเร็จการโจมตีเป้าบินไร้คนขับ(UAT: Unmanned Aerial Target) ระดับเครื่องบินขับไล่ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศติดหัวรบจริง

การจัดสรรงบประมาณใหม่วงเงินประมาณ A$1.4 billion($929 million) จะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถการทำการร่วมกันทางอากาศเพิ่มเติมที่จะเปลี่ยนผ่านอากาศยานรบทำงานร่วมกัน MQ-28
"ไปสู่ทรัพยากรการรบสงครามพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตราสำหรับกองทัพออสเตรเลีย(ADF: Australian Defence Force)" กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/boeing-mq-28a-ghost-bat.html)

ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย "การลงทุนล่าสุดรวมถึงการทำสัญญาใหม่กับบริษัท Boeing Defence Australia(BDA) ออสเตรเลีย-สหรัฐฯสำหรับอากาศยานรบทำงานร่วมกัน MQ-28A Block 2 ในประจำการจำนวน 6ระบบ
และการพัฒนาต้นแบบอากาศยานรบทำงานร่วมกัน MQ-28 Block 3 รุ่นเพิ่มขยายขีดความสามารถ" บริษัท BDA ออสเตรเลีย-สหรัฐฯประกาศเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2025 ว่าตนได้ชนะสัญญาวงเงิน $A754 million 

"ที่จะส่งมอบ, พัฒนาและสนับสนุนชุดระยะที่สาม" ของอากาศยานรบทำงานร่วมกัน MQ-28 Ghost Bat เป็นระยะเวลาตลอดสามปีข้างหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/mq-28a-ghost-bat.html) ข้อตกลงวงเงิน $A754 million
"เชื่อมประสานความเป็นหุ้นส่วน MQ-28 ของ BDA กับกองทัพอากาศออสเตรเลีย(RAAF: Royal Australian Air Force) และภาคอุตสาหกรรมของออสเตรเลียไปจนถึงปี 2028" Amy List ผู้อำนวยการการจัดการบริษัท BDA กล่าว

ภายใต้โครงการระบบทำงานร่วมกันอัตโนมัติทางอากาศ AIR6015(Autonomous Collaborative Platforms-Air Programme) บริษัท Boeing จะส่งมอบอากาศยานรบไร้คนขับ MQ-28A Block 2 และ Block 3 เพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถการปฏิบัติการภายในปี 2028 
บริษัท Boeing กล่าวว่าตนจะยัง "เดินหน้าการส่งมอบขีดความสามารถของระบบและสิ่งอำนวยความสะดวกการสนับสนุนสำหรับกองทัพอากาศออสเตรเลียเพื่อเสริมฝูงเครื่องบินรบแบบมีนักบินบังคับที่มีอยู่ด้วยการบูรณาการระบบอากาศยานรบทำงานร่วมกัน CCA"

"บันทึกโครงการมีขึ้นตามการเสร็จสิ้นความสำเร็จโครงการพัฒนาด้วยอากาศยานรบทำงานร่วมกัน MQ-28A จำนวน 8ระบบและการผลิต module ภารกรรมบรรทุกภารกิจขีดความสามารถสูง และอากาศยานรุ่น Block 2 เพิ่มเติม 3ระบบในขั้นระยะการผลิตหรือการทดสอบสุดท้าย" บริษัท Boeing เสริม
อากาศยานรบทำงานร่วมกัน MQ-28A Ghost Bat ได้ประสบความสำเร็จการทดสอบติดตั้งและยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง RTX AIM-120 AMRAAM(Advanced Medium‐Range Air‐to‐Air Missile)(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/aim-120-amraam.html)

ระหว่างการทดสอบรหัส Trial Kareela 25-4 ที่มีขึ้น ณ ฐานทัพอากาศ RAAF Base Woomera ในรัฐ South Australia เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2025 กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียประกาศตามมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/aim-120c-8-amraam.html)
อากาศยานรบทำงานร่วมกัน MQ-28A ที่ติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120 AMRAAM ได้ทำการบินขึ้นและประสบความสำเร็จในการยิงทำลายเป้าบินไร้คนขับไอพ่น Phoenix Jet UAT ของบริษัท QinetiQ Australia ออสเตรเลียครับ

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568

บราซิลเสร็จสิ้นการทดสอบยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor จากเครื่องบินขับไล่ Gripen E

Brazil completes launch of Meteor BVRAAM from Saab Gripen E aircraft







The Brazilian Air Force completed the firing of the Meteor BVRAAM from a Saab Gripen E in November. (Brazilian Air Force/Saab)



กองทัพอากาศบราซิล(Brazilian Air Force, FAB: Força Aérea Brasileira) ได้เสร็จสิ้นการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond-Visual-Range Air-to-Air Missile) แบบ MBDA Meteor
จากเครื่องบินขับไล่ Saab F-39E Gripen E(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/saab-gripen-ef-2025.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/11/gripen-ef-9.html) ในเดือนพฤศจิกายน 2025 บริษัท Saab สวีเดนประกาศ

บริษัท Saab กล่าวว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor จำนวน 2นัดได้พุ่งชนเป้าหมายที่ถูกกำหนดของพวกมัน ณ ฐานทัพอากาศ Natal ใน Rio Grande do Norte บราซิล
เป็นการแสดงถึงขีดความสามารถของอาวุธในการต่อต้านเป้าหมายหลายเป้าหมายจากระยะไกล(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/f-35a-meteor.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/03/f-35b-meteor.html)

การทดสอบใช้เครื่องบินขับไล่ Gripen E จำนวน 4เครื่องใน "การปฏิบัติการขนาดใหญ่" ที่จำลองสถานการณ์ที่เหมือนการรบต่างๆสำหรับเหล่าช่างเทคนิคและนักบิน Saab สวีเดนกล่าวในแถลงการณ์
กองทัพอากาศบราซิลและบริษัท Saab สวีเดนไม่ได้ตอบสนองต่อการร้องขอสำหรับความเห็นจาก Janes ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/saab-gripen-ef-17.html)

"โครงการการผสานเครื่องบินขับไล่ Gripen และอาวุธปล่อยนำวิถี Meteor ของบราซิลเป็นอำนาจการรบและเสริมความแข็งแกร่งการป้องปรามที่จำเป็นโดยกองทัพอากาศของเราและเหนือสิ่งอื่นใดโดยประเทศของเรา
ด้วยขีดความสามารถระบบตรวจจับ, ระบบภารกิจ, และสงคราม electronic ขั้นก้าวหน้าต่างๆ ผสมผสานด้วยการออกแบบอาวุธปล่อยนำวิถีที่ทำให้การหลบหลีกแทบจะเป็นไปไม่ได้ การผสมผสานนี้ความได้เปรียบขั้นเด็ดขาดในการรบทางอากาศ"

กล่าวโดยผู้บังคับการฐานทัพอากาศ Natal และผู้อำนวยการฝ่ายการฝึกทางเทคนิคทางอากาศ(Director of the Technical Exercise Air) พลอากาศตรี Breno Diogenes Gonçalves
แถลงการณ์ของ Saab สวีเดนกล่าวว่าอากาศยานไร้คนขับเป้าบินแบบ Mirach 100/5 จำนวน 2เครื่องได้ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการฝึกนี้ได้ถูกวางกำลังเพื่อเลียนแบบคุณลักษณะความเร็วและสูงของเครื่องบินขับไล่สมัยใหม่

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา Meteor BVRAAM ถูกอธิบายโดยเจ้าหน้าที่ในภาคอุตสาหกรรมและทางทหารว่าเป็นการมอบก้าวย่างการเปลี่ยนแปลงในขีดความสามารถการรบอากาศสู่อากาศ
ด้วยความเร็วมากกว่า Mach 4 และระยะยิงที่เกิน 100km อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Meteor ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ ramjet ซึ่งหมายความว่าลูกจรวดจะมีกำลังขับไปจนถึงจุดปะทะเป้าหมาย

ขณะที่อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบอื่นๆที่มีความคล้ายคลึงกันมีระยะการขับดันเครื่องยนต์จรวดระยะสั้นหลังการยิง หลังจากนั้นจรวดจะร่อนเข้าหาเป้าหมายขณะที่สูญเสียพลังงานไปเรื่อยๆ
กองทัพอากาศบราซิลกำลังอยู่ระหว่าการรับมอบเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว F-39E Gripen E จำนวน 28เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-39F Gripen F จำนวน 8เครื่อง รวม 36เครื่องที่สั่งจัดหาจาก Saab และมีแผนจะจัดหาเพิ่มเติมถึง 12-15เครื่องครับ

วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568

สหรัฐฯอนุมัติการขายอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อนพิสัยไกล JASSM-ER แก่อิตาลี

Italy to field JASSM-ER long-range cruise missile





Seen being dropped by an F-16 during trials, the JASSM-ER will be carried by Italy aboard its F-35 ‘and other types', according to the US DSCA. (US Air Force)

รัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติการขายอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อนพิสัยไกลเพิ่มระยะยิง AGM-158B/B-2 JASSM-ER(Joint Air-To-Surface Stand-off Missile-Extended Range) แก่อิตาลี
สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ประกาศว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2025

DSCA สหรัฐฯกล่าวว่าอิตาลีอยู่ในลำดับที่จะได้รับมอบอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นร่อนพิสัยไกล JASSM-ER จำนวน 100นัดมีมูลค่าเป็นวงเงินประมาณ $301 million(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/jassm-er.html)
"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มพูนขีดความสามารถของอิตาลีเพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามในปัจจุบันและอนาคตโดยการมอบขีดความการโจมตีนอกระยะข้าศึกผ่านระบบโจมตีพิสัยไกลขั้นก้าวหน้าต่างๆ"

"สำหรับการวางกำลังบนเครื่องบินขับไล่ของอิตาลี รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35" สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ DSCA กล่าว

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-158 JASSM เป็นอาวุธโจมตีพิสัยไกล(Stand-Off Weapon) ยุคอนาคตตรวจจับได้ยาก stealth ที่ใช้หน่วยระบบนำวิถี INS(Inertial Navigation System)/GPS
ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับระเบิดนำวิถีดาวเทียม JDAM(Joint Direct Attack Munition) และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-154 Joint Stand-Off Weapon(JSOW) สำหรับการนำวิถีในระยะ mid-course

ด้วยทั้งเพดานบินในการบินโคจรแบบร่อนที่ระดับเพดานบินสูงและเพดานบินต่ำ(ต่ำกว่าประมาณ 1,600feet) ขั้นระยะโจมตีสุดท้าย terminal phase จะเห็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น JASSM ทำการบินดำดิ่งเข้าโจมตีเป้าหมาย
โดยการใช้ส่วนหัวค้นหาเป้าหมายแบบสร้างภาพความร้อน(IIR: Imaging Infrared) ก่อนหัวรบเจาะทะลวงและระเบิดแตกสะเก็ดแบบ WDU-42/B(J-1000) จะทำการจุดชนวนระเบิด

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-158A JASSM มีระยะยิงอยู่ที่ประมาณ 370km ขณะที่อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-158B/B-2 JASSM-ER เพิ่มระยะยิงเป็นเกือบ 1,000km ผ่านการใช้ระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ turbofan ใหม่ และเชื้อเพลิงเพิ่มเติม
กองทัพอากาศอิตาลี(Italian Air Force, AMI: Aeronautica Militare Italiana) ปัจจุบันมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-35A และเครื่องบินขับไล่ F-35B ที่รองรับการติดตั้ง JASSM-ER ขณะที่เครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ยังไม่มีการทดสอบการบูรณาการครับ

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568

อาร์เจนตินารับมอบยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 สหรัฐฯ 4คันแรกจาก 207คัน

Argentine Army incorporates first Strykers







Up to 207 Strykers could enter the Argentine Army's fleet in the coming years. (US Embassy in Argentina)



กองทัพบกอาร์เจนตินา(Argentine Army, EA: Ejército Argentino) รับมอบยานเกราะล้อยาง M1126 Stryker 8x8 จำนวน 4คันแรกจากทั้งหมด 8คันที่จัดหาจากรัฐบาลสหรัฐฯ
ระหว่างพิธีที่มีขึ้น ณ กรมการสรรพาวุธ(Dirección de Arsenales) ใกล้นครหลวง Buenos Aires เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/hanuman-guardian-2025.html)

อาร์เจนตินาตั้งเป้าที่จะจัดซื้อยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 จำนวน 207คันที่ผลิตโดยบริษัท General Dynamics Land Systems(GDLS) สหรัฐฯ ซึ่งกองทัพบกอาร์เจนตินาได้ประกาศเป้าหมายของตนที่จะจัดตั้งกองพลน้อยยานเกราะให้เสร็จสมบูรณ์
ยานเกราะล้อยาง Stryker ที่ถูกส่งมอบมาจากรถที่เก็บไว้ในคลังของกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) และการส่งมอบรถชุดที่สองจำนวน 4คันคาดว่าจะมีขึ้นก่อนสิ้นเดือนธันวาคม 2025 นี้ ผู้บัญชาการกองทัพบกอาร์เจนตินา พลเอก Carlos Presti กล่าวระหว่างพิธี

หลังจากผ่านกระบวนการที่ใช้ระยะเวลามามากกว่าสิบปี ในระหว่างนั้นยานเกราะล้อยาง Norinco VN1 8x8 จีน(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/vn1-8x8.html
และยานเกราะล้อยาง Iveco Defence Vehicles Guaraní บราซิล-อิตาลีในรุ่น 8x8 ยังถูกประกาศว่าได้ถูกเลือกโดยกองทัพบกอาร์เจนตินา ยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 สหรัฐฯได้ถูกจัดซื้อในที่สุดด้วยรถชุดแรกนี้

ขณะนี้กองทัพบกอาร์เจนตินาตั้งเป้าที่จะสั่งจัดหายานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 ชุดใหม่ในจำนวนที่มากขึ้นระหว่างปี 2026-2027 เพื่อทดแทนส่วนหนึ่งของกองรถสายพานลำเลียงพล M113 APC(Armoured Personnel Carrier)
ยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 ได้ถูกส่งมอบอย่างเป็นทางการให้แก่กรมทหารราบยานเกราะที่6 General Viamonte(6th Mechanized Infantry Regiment 'General Viamonte')

ซึ่งกรมทหารราบยานเกราะที่6 General Viamonte เป็นหน่วยขึ้นตรงของกองพลน้อยยานเกราะที่10( X Armored Brigade) ที่เป็นกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว(Rapid Deployment Force) ใน La Pampa อาร์เจนตินา
อาร์เจนตินาได้ลงนามข้อตกลงกับสหรัฐฯเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2025 ในการจัดหายานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 ระยะแรกจำนวน 8คันโดยการส่งมอบมีกำหนดในระหว่างเดือนธันวาคม 2025 ถึงเดือนมีนาคม 2026

อาร์เจนตินาเป็นผู้ใช้งานรายล่าสุดของยานเกราะล้อยาง Stryker สหรัฐฯต่อจากรายแรกคือกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) สำหรับยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV(Infantry Combat Vehicles) 8x8 จำนวน ๑๔๐คัน
(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri-bms-stryker-8x8.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/02/leonardo-drs-chaiseri-bms-stryker-8x8.html) รวมถึงมาซิโดเนียเหนือ และยูเครนครับ