Singapore Airshow 2026: KAI moves to boost Malaysia's FA-50 package with proposed AMRAAM integration
A model of the FA-50 on display at Singapore Airshow 2026. (Royal Thai Armed Forces, Korea Aerospace Industries, MK84.com)
บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีกำลังมองที่จะเสริมความแข็งแกร่งตำแหน่งของตนในโครงการเครื่องบินรบเบา LCA(Light Combat Aircraft) ของมาเลเซีย
โดยการเสนอการบูรณาการการเพิ่มขยายระบบอาวุธต่างๆสำหรับแผนการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ระยะที่2 สำหรับกองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia)
ตัวแทนของบริษัท KAI กล่าวกับ Janes ณ งานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2026 ที่จัดขึ้นที่ Changi สิงคโปร์ระหว่างวันที่ 3-8 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า
KAI สาธารณรัฐเกาหลีกำลังเสนอขีดความสามารถสำหรับเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ที่จะติดตั้งใช้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง AIM‑120 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile)
เป็นการสร้างเครื่องหมายที่แสดงถึงย่างก้าวที่สำคัญในการเพิ่มขยายขีดความสามารถสงครามทางอากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVR: Beyond‑Visual‑Range) ของเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50
ตัวแทนบริษัท KAI กล่าวว่าข้อเสนอเป็นส่วนหนึ่งของหลากหลายความพยายามที่จะเพิ่มความน่าสนใจข้อตกลงสำหรับรัฐบาลมาเลเซียตามที่มีความคืบหน้ามุ่งไปสู่การจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 เพิ่มเติมจำนวน 18เครื่อง
ความเป็นไปได้สำหรับเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ระยะที่2 จำนวน 18เครื่องได้เป็นที่รับทราบครั้งแรกโดย KAI สาธารณรัฐเกาหลีในปี 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/kai-fa-50-18.html)
เมื่อบริษัท KAI กล่าวว่ามาเลเซียได้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างตามมาในเวลาอันสั้นหลังการลงนามสัญญาวงเงิน $920 million สำหรับเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ระยะที่1 จำนวน 18เครื่องในเดือนกุมภาพันธ์ 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/fa-50.html)
ในเวลานั้นบริษัท KAI สาธารณรัฐเกาหลีบ่งชี้ว่าการบรรลุผลอย่างเป็นทางการของสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ระยะที่2 คาดว่าจะมีขึ้นตามมาในเวลาอันสมควร
เครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA‑50 Block 20 จำนวน 18เครื่องแรกของกองทัพอากาศมาเลเซียจะได้รับการติดตั้ง Active Electronically Scanned Array(AESA) radar แบบ PhantomStrike ของบริษัท Raytheon สหรัฐฯ
PhantomStrike AESA radar ทำให้เครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA‑50 Block 20 สามารถที่จะตรวจจับเป้าหมายได้ในระยะไกลและมีความเข้ากันได้กับชุดระบบอาวุธต่างๆของตะวันตกที่หลากหลาย การส่งมอบเครื่องบินชุดแรกคาดว่าจะมีขึ้นในปี 2026 นี้
เครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA‑50 ได้เข้าประจำการแล้วในกองทัพอากาศอินโดนีเซีย(Indonesian Air Force, TNI-AU: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Udara) ในชื่อเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา T-50i(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/elang-thainesia-2025.html),
กองทัพอากาศอิรัก(Iraqi Air Force) ในชื่อเครื่องบินฝึกไอพ่น/โจมตีเบา T-50IQ(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/t-50iq.html), กองทัพอากาศฟิลิปปินส์(PAF: Philippine Air Force) ในชื่อเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50PH(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/fa-50ph-12.html)
กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/sky-dragon-fa-50.html) และกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Foce) ในชื่อเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๒ บ.ขฝ.๒ T-50TH(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/rv-connex-diehl-defence-jrv-01-iris-t.html)
และ KAI สาธารณรัฐเกาหลีได้กล่าวว่าความสนใจเพิ่มเติมในเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA‑50 ของตนได้มีขึ้นจากผู้ใช้งานต่างๆในภูมิภาคตะวันออกกลางและอเมริกากลาง-อเมริกาใต้(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/fa-50.html)
แบบจำลองของเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA‑50 ที่แสดงในงาน Singapore Airshow 2026 อยู่ในรูปแบบเครื่องบินรบที่นั่งเดี่ยว โดยโครงสร้างอากาศยาน(airframe)มีการนำนักบินที่สองและห้องนักบินหลังออกไปและติดตั้งระบบเชื้อเพลิงสำรองขนาด 300gal แทนในพื้นที่นั้นครับ





