วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่แบบที่๑๗ บ.ข.๑๗ F-86F Sabre ฝูงบิน๑๓ กองทัพอากาศไทย








Review: Fujimi North American Rockwell F-86F Sabre J.A.S.D.F No.25018 / Blue Impulse No.25021 1/72
Assembled and painted as F-86F-40 "1331" serial number 52-5134 of 13th Fighter Bomber Squadron, Wing 1 Don Muang, Royal Thai Air Force (RTAF) in 1961-1968. (My Own Photos)

เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ บ.ข.๑๗ North American F-86F Sabre เป็นเครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์ไอพ่นแบบที่สองและเป็นเครื่องบินขับไล่ไอพ่นปีกลู่หลัง (swept-wing) แบบแรกของกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ซึ่งได้รับมอบจากสหรัฐฯภายใต้โครงการความช่วยเหลือทางทหาร Military Assistance Program (MAP) และจากมิตรประเทศต่างๆทั้งหมดจำนวน ๕๕ เครื่อง
แบ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ F-86F-1-NA ในปี พ.ศ.๒๕๐๓(1960) ซึ่งไม่ได้ถูกนำเข้าประจำการแต่ถูกใช้ในการฝึกศึกษา, เครื่องบินขับไล่ F-86F-30-NA Sabre จำนวน ๔๐ เครื่องในปี พ.ศ.๒๕๐๔(1961) และเครื่องบินขับไล่ F-86F-25-NA Sabre จำนวน ๑๔ เครื่องในปี พ.ศ.๒๕๐๖(1963) ซึ่งทั้งหมดได้รับการปรับปรุงปีกยาวใหม่แบบ 6-3 แบบยาวขึ้นและแคบขึ้นเป็นมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ F-86F-40-NA Sabre
โดยถูกนำเข้าประจำการฝูงบินที่ ๑๓ กองบิน ๑ ดอนเมือง และฝูงบินที่ ๑๒ กองบิน ๑ ดอนเมืองต่อจาก เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๖ บ.ข.๑๖ Republic F-84G Thunderjet(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/f-84g-honey-sam.html) ซึ่งต่อมาฝูงบินที่ ๑๒ ได้รับมอบเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ก บ.ข.๑๗ก North American F-86L Sabre Dog จำนวน ๒๐ เครื่องเข้าประจำการในช่วงปี พ.ศ.๒๕๐๖-๒๕๐๙(1963-1966)
ฝูงบิน ๔๓ กองบิน ๔ ตาคลีได้รับมอบ บ.ข.๑๗ F-86F จากฝูงบินที่๑๒ ในปี พ.ศ.๒๕๐๖ หลังปลดประจำการเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๖ F-84G และได้รับมอบเครื่องที่เหลือเพิ่มเติมในปี พ.ศ.๒๕๐๙(1966) เมื่อฝูงบินที่๑๓ ได้รับมอบเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๘/ก บ.ข.๑๘/ก Northrop F-5A/B Freedom Fighter โดย บ.ข.๑๗ F-86F เครื่องสุดท้ายถูกปลดประจำการลงในปี พ.ศ.๒๕๑๕(1972) รวมระยะเวลาประจำการราว ๑๑ปี 

ประวัติการรบเครื่องบินขับไล่ F-86F Saber ของกองทัพอากาศสหรัฐได้ถูกนำมาใช้ในสงครามเกาหลีปี พ.ศ.๒๔๙๓-๒๔๙๖(1950-1953) และประสบความสำเร็จในการรบทางอากาศเหนือฝ่ายตรงข้ามในอัตราการสังหารที่สูง รวมถึงการต่อสู้กับเครื่องบินขับไล่ไอพ่น Mikoyan-Gurevich MiG-15 ที่เป็นคู่ปรับที่สร้างโดยรัสเซีย ซึ่งประสบการที่ได้รับจากสงครามเกาหลีได้ถูกนำมาพัฒนาปีกลู่หลังแบบ 6-3
F-86F เป็นเครื่องบินขับไล่ทางยุทธวิธีเครื่องยนต์ไอพ่นความเร็วต่ำกว่าเสียงถูกออกแบบสำหรับการรบอากาศสู่อากาศด้วยอาวุธปืน โดยติดตั้งศูนย์เล็งกึ่งอัตโนมัติแบบ A-4 และ radar วัดระยะแบบ AN/APG-30 พร้อมปืนกลอากาศ M3 .50cal หกกระบอกความจุกระสุนรวม ๑,๘๐๐ นัด ซึ่งนับว่าทันสมัยมากถ้าเทียบกับเครื่องบินขับไล่ในยุคเดียวกันอย่างเครื่องบินขับไล่ MiG-15 รัสเซียยังใช้ที่ศูนย์เล็งปรับด้วยมืออยู่
F-86F ยังได้รับการปรับปรุงในปลายทศวรรษปี 1950s ให้สามารถใช้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้นำวิถีด้วยความร้อน GAR-8 หรือต่อมากำหนดแบบหลังปี พ.ศ.๒๕๐๕(1962) เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-9B Sidewinder ได้ ๒นัด โดยเป็นเครื่องบินขับไล่แบบแรกที่ทำยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศในการรบจริงโดยกองทัพอากาศไต้หวันในวิกฤตการณ์ช่องแคบไต้หวันปี พ.ศ.๒๕๐๑(1958)
F-86F ยังสามารถใช้ในการโจมตีภาคพื้นดินด้วยจรวดอากาศสู่พื้น HVAR(High Velocity Aircraft Rocket) ขนาด 5" ได้ถึง ๑๖ นัด และลูกระเบิดอากาศ AN-M64 ขนาด 500lbs ได้ ๒ ลูก F-86 Sabre เป็นเครื่องบินขับไล่ที่ถูกส่งออกในกว่าสามสิบประเทศทั่วโลก โดยมีจำนวนการสร้างสูงถึง ๙,๘๖๐ เครื่อง และถูกใช้ในหลายความขัดแย้งทั่วโลกในช่วงต้นสงครามเย็น ซึ่งโบลิเวียเป็นชาติสุดท้ายที่ปลดประจำการในปี พ.ศ.๒๕๓๗(1994)

สำหรับกองทัพอากาศไทยเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ บ.ข.๑๗ F-86F Sabre ได้มีส่วนร่วมในการฝึกและการปฏิบัติการทางทหารต่างๆของไทยในช่วงที่เข้าประจำการการตั้งแต่การฝึกร่วมผสมทางอากาศ Flying Brothers 1961 ที่ฐานทัพอากาศ Clark Air Base ฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ.๒๕๐๔ ที่มีกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ร่วมกับกองทัพอากาศหลายชาติในเอเชีย-แปซิฟิก เช่นฟิลิปปินส์และไต้หวัน
กองทัพอากาศไทยยังเคยวางกำลังเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๗ F-86F ณ สนามบินเชียงใหม่ในฐานะส่วนหนึ่งของกองกำลังองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สปอ. SEATO(Southeast Asia Treaty Organization) ในการป้องกันภัยทางอากาศทางภาคเหนือของไทยจากการรุกล้ำน่านฟ้าของอากาศยานต่างชาติทางชายแดนพม่าและลาวในช่วงสงครามกลางเมืองในพม่าและสงครามเวียดนาม-ลาวตึงเครียด
เครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๗ F-86F กองทัพอากาศไทยยังมีภารกิจการสกัดกั้นทางอากาศที่เผชิญภัยคุกคามที่เป็นไปได้จากเครื่องบินขับไล่ MiG-17 รัสเซียและเครื่องบินขับไล่ Shenyang J-5 จีน(ลอกแบบจาก MiG-17) ซึ่งรัสเซียและจีนส่งออกให้แก่กองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) และกัมพูชาในช่วงที่กรณีพิพาทเขาพระวิหาร(Preah Vihear) ทวีความตึงเครียดในปี พ.ศ.๒๕๐๘(1965) รวมถึงปฏิบัติการในการต่อต้านการก่อความไม่สงบของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ผกค. 
ขณะที่ บ.ข.๑๗ก F-86L ที่เป็นเครื่องบินขับไล่แบบแรกของกองทัพอากาศไทยที่ติด radar ควบคุมการยิงแบบ AN/APG-36 มีระยะเวลาประจำการเพียง ๓ปีเนื่องจากระบบอาวุธจรวดอากาศสู่อากาศไม่นำวิถี Mighty Mouse 2.75" ๒๔ นัดที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ และอุปกรณ์ประจำเครื่องที่เสื่อมภาพจากสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย เมื่อได้รับมอบ บ.ข.๑๘ F-5A ที่้เป็นเครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือแบบแรกของกองทัพอากาศไทยที่สมรรถสูงกว่าในการเผชิญหน้ากับเครื่องบินขับไล่ MiG-19 รัสเซียและ Shenyang J-6 จีน(ลอกแบบ MiG-19) ที่เวียดนามเหนือ(ในเวลานั้น)ได้รับมอบมา บ.ข.๑๗ F-86F ที่ผ่านการใช้งานมานานก็ถึงกำหนดโครงสร้างอากาศยาน(airframe)หมดอายุที่ราว ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ชั่วโมงบินแล้ว

แบบจำลองเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๗ บ.ข.๑๗-๑๙/๐๔ F-86F-30-NA Sabre หมายเลข "1331" หมายเลขสายการผลิต 52-5134 เป็นหนึ่งใน ๒๐ เครื่องที่ประจำการในฝูงบิน๑๓ กองบิน๑ ดอนเมือง ช่วงปี พ.ศ.๒๕๐๔-๒๕๑๐(1961-1967) ตัวนี้ใช้ชุดแบบจำลอง Fujimi North American Rockwell F-86F Sabre J.A.S.D.F Blue Impulse 1/72 ที่กล่องรุ่นแรกออกมาตั้งแต่ปี 1986 ที่ผู้เขียนได้มาในราคา ๓๕๐ บาท
โดยใช้รูปลอกน้ำ Siam Scale F-86F-40 Royal Thai Air Force 1/72 ราคา ๑๙๐ บาท ซึ่งเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๗ F-86F-40 1331 ลวดลายนี้จะเป็นช่วงที่ประจำการในฝูงบิน๑๓ ช่วงท้ายๆราว พ.ศ.๒๕๐๗-๒๕๐๙(1964-1966) ถ้าดูจากชุดภาพการฝึก Flying Brothers 1961 ที่ฟิลิปปินส์ ที่เครื่องที่เข้าร่วมทำลวดลายสีเขียวเข้มหน้ากระจกบังลมฝาครอบห้องนักบิน Windshield และสีแดงบานเย็นที่หัวเครื่องและปลายปีก
การประกอบทำสีและติดรูปลอกใช้บริการจากร้านค้า "โลกใบจิ๋ว" ในราคา ๑,๙๙๐ บาทไม่รวมค่าจัดส่ง ซึ่งใช้เวลาส่งถึงที่พักผู้เขียนภายใน ๑๕ วันหลังจากสั่งซื้อในสภาพที่ไม่น่าพอใจ คือไม่มีการติดฐานล้อ,ฝาพับ,หรือแม้แต่ชิ้นส่วนเล็กๆอย่างสายอากาศอะไรเลย แต่แยกมาเป็นชิ้นๆที่ไม่สมบูรณ์กับคู่มือที่ถูกตัดเป็นแผ่นเล็กๆให้กลับมาประกอบเอาเอง(ซึ่งมีบางชิ้นที่ติดไม่ได้) ตัวแบบจำลองอยู่ในกล่องที่มีลวดรัดซึ่งสะดวกสำหรับคนส่งแต่เอาออกยากสำหรับผู้รับ
เครื่องถูกทำสีพื้นหลักเป็นโลหะ duraluminium เปลือย(bare metal) ซึ่งหม่นและกึ่งเงากึ่งด้านเหมือนเครื่องที่ถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มากกว่าช่วงที่ยังประจำการ มีการทำสีแผงปืนกลอากาศ light gun metal และปลายท่อไอพ่น bunt iron แต่ติดรูปลอกตราสัญลักษณ์ต่างๆผิดจากตำแหน่งจริงไปบ้างและไม่ติดคำเตือนย่อยใดๆเลย ที่บ่งชี้ว่างานประกอบทำอย่างเร่งรีบเกินไปคือช่องเสียบฐานล้อหลักหลังที่เบี้ยวผิดตำแหน่ง การเจาะรูบางจุดก็คับไปบางจุดก็หลวมไปจนติดชิ้นส่วนไม่ได้หรือติดแล้วบิดเบี้ยว ต้องแก้ไขเองหลายวันและไม่ดีด้วย ทำให้ผู้เขียนไม่ค่อยพึงพอใจกับบริการที่ได้รับจากร้านนี้ครับ