แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Boeing แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Boeing แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2569

กองทัพบกไทยได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M ใหม่เพิ่ม ๔เครื่องและเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ AH-6i สหรัฐฯ ๘เครื่อง

Royal Thai Army acquires new helicopters



The Royal Thai Army (RTA) has operated Black Hawks for several decades. This image shows the induction of four new UH-60Ms of the RTA's 9th Aviation Battalion at Lopburi Province. (Royal Thai Army)




An initial batch of the RTA's AH-6i Little Birds being unloaded at Kerry Siam Seaport in Chonburi Province. (Boeing)

ศูนย์การบินทหารบก ศบบ.(AAC: Army Aviation Center) กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) ได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์หลายแบบเพื่อเพิ่มขยายขีดความสามารถกำลังอากาศยานปีกหมุนต่างๆของตน
เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙(2026) กองพันบินที่๙(9th Aviation Battalion), กรมบิน(Aviation Regiment) ได้ประกาศการนำเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ Lockheed Martin(Sikorsky) UH-60M Black Hawk ชุดใหม่จำนวน ๔เครื่องเข้าประจำการ ณ ค่ายสมเด็จพระศรีนครินทรา จังหวัดลพบุรี

ขณะเดียวกันการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ Boeing AH-6i Little Bird จำนวน ๘เครื่องของกองทัพบกไทยภายใต้โครงการรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) ของสหรัฐฯได้ปรากฎที่จะมีความคืบหน้า
โดยเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i ชุดแรกได้ถูกขนส่งทางเรือมาถึงท่าเรือ Kerry Siam Seaport ในจังหวัดชลบุรี ประเทศไทย ตามชุดภาพที่เผยแพร่โดยผู้สังเกตการณ์ไทยเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙

กองพันบินที่๙ เป็นหน่วยบินที่ใช้งานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ UH-60 Black Hawk หน่วยเดียวของกองทัพบกไทย โดยมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ UH-60L จำนวน ๘เครื่องที่ได้รับมอบชุดแรกในปี พ.ศ.๒๕๔๕(2002)(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/radar-uh-60l.html)
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ UH-60A (Refurbished) จำนวน ๓เครื่องที่จัดหาในปี พ.ศ.๒๕๖๕(2022)(https://aagth1.blogspot.com/2022/05/uh-60a.html) และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ UH-60M จำนวน ๗เครื่องที่ได้รับมอบในปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014) และพ.ศ.๒๕๖๕(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/uh-60m.html)

การจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ UH-60M เพิ่มเติมจำนวน ๔เครื่องน่าจะถูกลงนามในสัญญาฉบับแก้ไขปี พ.ศ.๒๕๖๗(2024) กับกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army)/กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯมูลค่าวงเงิน $1.2 billion ที่ประกาศสัญญาแก่บริษัท Sikorsky สหรัฐฯ
สำหรับการผลิตและส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Black Hawk แก่ออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/uh-60m-black-hawk.html), บราซิล, กรีซ, สวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/uh-60m-black-hawk.html) และไทย

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ากองทัพบกไทยได้สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ UH-60M Black Hawk เพิ่มเติมนอกจาก ๔เครื่องล่าสุดที่ถูกนำเข้าประจำการในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๙ นี้หรือไม่
กระทรวงการสงครามสหรัฐฯ(DoW: Department of War) และกองทัพบกไทยไม่ได้ตอบสนองต่อการขอข้อมูลจาก Janes เกี่ยวกับสัญญาและการจัดซื้อจัดจ้างของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ UH-60M ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่

โฆษกบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M "เพิ่มขยายขีดความสามารถของประเทศหุ้นส่วนที่จะดำเนินการปฏิบัติภารกิจความมั่นคงแห่งชาติที่สำคัญยิ่งและด้านมนุษยธรรมต่างๆ"

ชุดภาพถ่ายและวีดิทัศน์ภาพเคลื่อนไหวของเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i Little Bird ณ ท่าเรือ Kerry Siam Seaport แสดงให้เห็นถึงเฮลิคอปเตอร์อย่างน้อยจำนวน ๔เครื่องถูกลำเลียงขนส่งและเคลื่อนย้ายโดยรถยนต์บรรทุกไปยังสถานที่ที่ไม่ระบุ
ข้อมูลจากกองทัพบกไทยระบุว่าเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i Little Bird จำนวน ๘เครื่องที่มีการส่งมอบในปี พ.ศ.๒๕๖๙ นี้จะถูกนำเข้าประจำการ ณ กองพันบินที่๓(3rd Aviation Battalion), กรมบิน, ศูนย์การบินทหารบก ศบบ. ซึ่งได้มีการฝึกนักบินและช่างอากาศยานชุดแรกแล้ว

กองพันบินที่๓ เป็นหน่วยบินเดียวของของกองทัพบกไทยที่มีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี ฮ.จ.๑ Bell AH-1F Cobra จำนวน ๗เครื่อง ที่ชุดแรกจำนวน ๔เครื่องได้รับมอบเข้าประจำการในปี พ.ศ.๒๕๓๓-๒๕๓๔(1990-1991) โดยมี ๑เครื่องสูญเสียไปจากอุบัติเหตุในปี พ.ศ.๒๕๔๓(2000)
และต่อมาจัดหาอีก ๔เครื่องที่เคยประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯในปี พ.ศ.๒๕๕๕(2012) ซึ่งล่าสุดยังได้ถูกวางกำลังในระหว่างการปะทะตามแนวชายแดนไทยในความขัดแย้งกับกัมพูชาประเทศเพื่อนบ้านในปี พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/blog-post.html)

ตั้งแต่ลงนามสัญญาจัดหาวงเงินราว $103.8 million(ประมาณ ๓,๓๔๒,๕๘๙,๐๑๔บาท) ที่ได้รับการอนุมัติการขายจากรัฐบาลสหรัฐฯในปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019) บริษัท Boeing สหรัฐฯได้เริ่มต้นทำการบินทดสอบ ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i เครื่องแรกจากทั้งหมด ๘เครื่องสำหรับกองทัพบกไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๗ ณ โรงงานอากาศยาน Mesa ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/boeing-ah-6i.html)
ตามเอกสารสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) กล่าวว่า ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i  จะทำให้กองทัพบกไทยสามารถปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี ฮ.จ.๑ AH-1F ได้ โดยหลังเสร็จสิ้นการส่งมอบให้แก่ไทย บริษัท  Boeing จะปิดสายการผลิต ฮ. AH-6i ของตนลงตามที่ไม่มีลูกค้าที่สั่งซื้อเพิ่มเติมครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/boeing-ah-6i.html)

Boeing ได้รับการประกาศสัญญาเป็นผู้ชนะโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคที่หก F/A-XX กองทัพเรือสหรัฐฯ

DoD, US Navy award USD20 billion contract to Boeing for F/A-XX programme





Boeing F/A-XX concept replacement for the F/A-18E/F Super Hornet (Boeing)

กระทรวงการสงครามสหรัฐฯ(DoW: Department of War) และกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026 บริษัท Boeing สหรัฐฯได้รับการประกาศสัญญา "มูลค่ามากกว่า" วงเงิน $20 billion 
สำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่โจมตียุคที่หก F/A-XX Strike Fighter ของกองทัพเรือสหรัฐฯภายใต้โครงการเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD(Next Generation Air Dominance)

กระทรวงการสงครามสหรัฐฯกล่าวว่าสัญญามีขึ้นสำหรับขั้นระยะการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ, การจัดหา "เครื่องบินทดสอบหลากหลายแบบสำหรับการทดสอบภาคพื้นดิน, ความสมควรเดินอากาศ, ระบบต่างๆ, และการบูรณาการระบบอาวุธต่างๆ"
รักษาการรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯ Hung Cao กล่าวว่าสัญญาเป็นการแสดงถึง "ยุคใหม่" สำหรับกองทัพเรือสหรัฐฯ ในฐานะเครื่องบินขับไล่ยุคที่หกประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน ที่จะเป็น "ก้าวกระโดดของยุค(เครื่องบินขับไล่)ในการครองอากาศ"

และมอบขีดความสามารถใหม่ต่างๆตามที่เครื่องบินขับไล่โจมตี F/A-XX มุ่งเป้าที่จะทำงานร่วมกันกับระบบไร้คนขับต่างๆอย่างเช่นอากาศยานรบทำงานร่วมกัน(CCA: Collaborative Combat Aircraft)(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/rheinmetall-boeing-mq-28-ghost-bat.html)
Steve Parker ประธานและผู้อำนวยการบริหารบริษัท Boeing Defense, Space & Security สหรัฐฯกล่าวในแถลงการณ์ของบริษัทว่า(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/mq-25a-stingrayv.html) 

ความพยายามต่างๆของบริษัท Boeing คือ "เสริมสร้างความแข็งแกร่งโดยการลงทุนต่างๆที่ได้มีขึ้นในสถานที่ประกอบการใหม่ต่างๆที่มีความเหมาะสมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเพื่อที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆหลายหลายรูปแบบด้วยขีดความสามารถยุคอนาคตต่างๆ"
บริษัท Boeing กำลังสร้างโรงงานการผลิตที่ได้รับการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ใน St Louis ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ ""ระบบการออกแบบและการผลิตทางการบินและอวกาศแบบ digital ล้วน" ของตน Boeing สหรัฐฯกล่าว

สัญญาโครงการ F/A-XX ได้กลายเป็นการเลือกบริษัท Boeing เป็นครั้งที่สองสำหรับการสร้างเครื่องบินขับไล่ยุคที่หกหลังจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ประกาศสัญญาสำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่ F-47 ในปี 2025

การจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่โจมตี F/A-XX ได้มีความผันผวนตามที่กองทัพเรือสหรัฐฯได้พิจารณาแล้วว่าจะพัฒนาอากาศยานแบบใหม่แยกออกไปสำหรับเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคตแบบใหม่ของตน 
หรือนำประโยชน์จากการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ F-47 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯมาใช้หรือไม่ โดยโครงการ F/A-XX มีวัตุประสงค์เพื่อที่จะทดแทนเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18E/F Super Hornet ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/trump-ford.html)

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569

สวีเดนสั่งจัดหาจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS สหรัฐฯ 20ระบบ

Sweden procures HIMARS





The FMV is procuring HIMARS for the Swedish Armed Forces. (US Army)

สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ว่า ตนได้รับมอบอำนาจเป็นการตัวแทนโดยรัฐบาลสวีเดน
เพื่อที่จะจัดหาระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS(High Mobility Artillery Rocket System) MRL(Multiple Rocket Launcher) สำหรับกองทัพสวีเดน(Swedish Armed Forces, Försvarsmakten)

FMV สวีเดนให้มูลค่าคำสั่งจัดหาสำหรับจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS จำนวนราว 20ระบบและเครื่องกระสุนจรวดพื้นสู่พื้นต่างๆที่วงเงิน 7 billion Swedish Krona($700 million)
โดยการส่งมอบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS ชุดแรกแก่สวีเดนวางแผนจะมีขึ้นในปี 2027(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/cv90-mkiv-m142-himars-3.html)

Oscar Elardt หัวหน้ากองการบริหารจัดการระบบกองทัพบก(Army Systems Management Department) ของสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV กล่าวว่า
จรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS ผสมผสานความแม่นยำสูง, ระยะยิงไกล และมีภาระการส่งกำลังบำรุงที่ค่อนข้างต่ำ เขาเสริมว่าคำสั่งจัดซื้อรวมถึงระบบการสนับสนุนต่างๆ, การฝึก และระบบการซ่อมบำรุงต่างๆด้วย

Elardt เสริมว่า จรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS "จะเสริมความแข็งแกร่งแก่กองทัพ(สวีเดน)อย่างมีนัยสำคัญ และท้ายที่สุดขีดความสามารถของกองทัพบกในการรบที่มีความตึงเครียดสูง
เขากล่าวว่า "เกณฑ์การประเมินการคัดเลือกที่สำคัญที่สุดคือเวลาที่ประมาณการณ์ไว้ต่อการมีขีดความสามารถการปฏิบัติการในหน่วยรบต่างๆของกองทัพบกสวีเดน(Swedish Army, Svenska armén)"

Ove Hjärtberg ผู้จัดการโครงการฝ่ายระบบปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดของ FMV สวีเดนเสริมว่า "ความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่และขีดความสามารถที่จะทำการยิงอย่างรวดเร็วยังทำให้ระบบยากสำหรับข้าศึกที่จะตรวจพบและทำการต่อสู้"
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายรูปแบบ Foreign Military Sale(FMS) ของระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS และสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่าถึงวงเงิน $930 million แก่สวีเดน

สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ (DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/lockheed-martin-himars-flex.html)
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 บริษัท Saab สวีเดน และบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้ร่วมลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LoI: Letter of Intent) ที่จะผลิตกระสุนจรวดที่รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น PrSM(Precision Strike Missile) สำหรับจรวดหลายลำกล้อง HIMARS ในสวีเดนด้วยครับ

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียขึ้นระวางประจำการเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก KRI Sriwijaya มือสองอิตาลี

Indonesia commissions ex-Italian Navy aircraft carrier





The former Italian Navy aircraft carrier Giuseppe Garibaldi docked upon its arrival from Italy at Tanjung Priok port in Jakarta on 18 September 2026, ahead of its induction into the Indonesian Navy as KRI Sriwijaya. (Satya Adhi / AFP via Getty )



อินโดนีเซียได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการอย่างเป็นทางการของเรือบรรทุกเครื่องบิน C551 ITS Giuseppe Garibaldi ที่เคยประจำการในกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, Marina Militare)

เรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi ถูกขึ้นระวางประจำการภายใต้ธงนาวีกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) ในชื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya หมายเลขเรือ 100 
หลังพิธีขึ้นระวางประจำการที่นำโดยผู้บัญชาการกองทัพเรืออินโดนีเซีย พลเรือเอก Muhammad Ali เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ณ ท่าเรือ Tanjung Priok ในนครหลวง Jakarta

อดีตเรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi ที่เคยประจำการในกองทัพเรืออิตาลีออกเดินเรือจากอิตาลีมาถึงท่าเรือ Tanjung Priok ในนครหลวง Jakarta เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 
เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya (100) ที่ตั้งชื่อตามอาณาจักรโบราณ "ศรีวิชัย" เดิมถูกระบุว่าจะขึ้นระวางประจำการในชื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Gajah Mada แต่ไม่มีรายละเอียดที่มอบให้โดยรัฐบาลอินโดนีเซียเกี่ยวกับการตั้งชื่อเรือใหม่

เรือบรรทุกเครื่องบิน C551 ITS Giuseppe Garibaldi ถูกขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรืออิตาลีครั้งแรกในปี 1985 และถูกปลดระวางประจำการในปี 2024 หลังปฏิบัติการมาเป็นเวลาเกือบสี่ทศวรรษ
เรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi มีความยาวเรือประมาณ 180m เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya เป็นเรือที่มีขีดความสามารถการปฏิบัติการทางการบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยถูกจัดหาโดยอินโดนีเซีย

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียยังได้ระบุก่อนหน้าว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya จะถูกใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางการบินของเฮลิคอปเตอร์และและอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ต่างๆเป็นหลัก
โดยเฉพาะการมุ่งเน้นที่ความสำคัญในการปฏิบัติภารกิจการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster-Relief) ต่างๆ ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 

กองทัพเรืออินโดนีเซียย้ำถึงแผนของตนสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya ว่าจะถูกวางกำลังเพื่อภารกิจทางทหารนอกเหนือจากสงคราม(MOOTW: Military Operations Other Than War) เป็นหลัก
กองทัพเรืออินโดนีเซียยังอธิบายถึงเรือบรรทุกเครื่องบินในฐานะส่วนหนึ่งของหลากหลายความพยายามที่จะเสริมความแข็งแกร่งและปรับปรุงความทันสมัยโครงสร้างกำลังรบทางเรือบูรณาการและขีดความสามารถการป้องกันประเทศทางทะเลของอินโดนีเซีย

เรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya ที่ขึ้นระวางประจำการใหม่ของกองทัพเรืออินโดนีเซียจะถูกถอดระบบอาวุธต่างๆและอุปกรณ์สื่อสาร electronic ต่างๆก่อนโครงการปรับปรุงความทันสมัยของเรือด้วย แหล่งข่าวต่างๆที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ได้ยืนยันกับ Janes
การยืนยันมีขึ้นให้หลังจากบริษัท Fincantieri อิตาลีผู้สร้างเรือประกาศเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2026 ว่าตนได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) กับ PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียเพื่อที่จะปรับปรุงความทันสมัยเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya

ภายใต้ข้อตกลงอู่เรือ Fincantieri อิตาลีและ PT PAL อินโดนีเซียจะร่วมกันกำหนดกิจกรรมการปรับปรุงความทันสมัยต่างๆ, ความรับผิดชอบต่างๆ และการเข้าถึงโดยรวมที่จะปรับปรุงเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya
บริษัท Fincantieri กล่าวว่าโครงการมีวัตถุประสงค์ที่สร้างความมีประสิทธิภาพสูงสุดของเรือตลอดหลากหลายขอบเขตภารกิจตั้งแต่การป้องกันประเทศและรักษาความปลอดภัยทางทะเลจนถึงการตอบสนองการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและภัยพิบัติ

เรือบรรทุกเครื่องบิน Giuseppe Garibaldi ที่เดิมเคยประจำการในกองทัพเรืออิตาลีมาหลายทศวรรษในฐานะเรือธงและปฏิบัติการอากาศยานปีกนิ่งเครื่องบินโจมตี Boeing AV-8B Harrier II(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/av-8b-harrier-ii-plus.html) เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ต่างๆ
ชุดภาพที่ถูกเผยแพร่จากพิธีขึ้นระวางประจำการบ่งชี้ว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya กองทัพเรืออินโดนีเซียยังคงมีระบบการรบดั้งเดิมที่สืบทอดมาอย่างน้อยบางส่วนที่ยังถูกพบเห็นการติดตั้งไว้อยู่

ระบบต่างๆเหล่านี้ที่สามารถสังเกตเห็นได้จากภายนอกตัวเรือบรรทุกเครื่องบิน KRI Sriwijaya คือแท่นยิง torpedo เบาปราบเรือดำน้ำแบบสามท่อยิง, แท่นปืนกล Breda 40mm สองลำกล้อง และอุปกรณ์ด้านบนดั้งเดิมอื่นที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบเดิมของเรือ
สถานะของระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat-Management System), ระบบตรวจจับต่างๆ, อุปกรณ์สื่อสาร, ชุดระบบสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) และระบบภารกิจต่างๆอื่นๆของเรือไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะครับ

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

ออสเตรเลียจะปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH

Australia retires Tiger attack helicopter amid AH-64E ramp up







An Australian Army Tiger ARH helicopter in flight during a live fire serial as part of Exercise Keris Strike 2026 in Sabah, Malaysia. The Tiger had a troubled career in Australia. Tiger’s withdrawal was only a matter of time following Canberra’s Apache commitment. (Commonwealth of Australia)



กองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) ได้กำลังจะทำการปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Airbus Helicopters Tiger Armed Reconnaissance(ARH) ของตนลงแล้ว โดยจะมีการจัดพิธีอำลาในวันที่ 30 กันยายน 2026
ตามที่กองทัพบกออสเตรเลียมุ่งความสำคัญในการทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/ah-64e-apache.html)

กองการบินกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army Aviation) จะ "ยุติการบินปฏิบัติการในเร็วๆนี้" กับเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH จากฐานบินใน Darwin กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าว
"การสิ้นสุดของการบินปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger เป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งสำหรับกรมบินที่1(1st Aviation Regiment) แต่ยังเป็นเครื่องหมายของการเริ่มต้นบทใหม่ที่น่าตื้นเต้น" 

"ตามที่เราเดินหน้าย้ายที่ตั้งไปยัง Townsville(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/1-ah-64e-apache.html) และสร้างขีดความสามารถเฮลิคอปเตอร์โจมตีของออสเตรเลียเพิ่มเติมบนพื้นฐานเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache
ทหาร, นักบิน และช่างอากาศยานของเราได้บรรลุการเปลี่ยนผ่านที่น่าทึ่งจากเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ไปสู่เฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache ขณะที่เดินหน้าที่จะส่งมอบผลลัพธ์การฝึกและการปฏิบัติการ"

"การอุทิศตนของพวกเขาและพวกเธอเหล่านั้นได้สร้างความมั่นใจว่ากองทัพบกออสเตรเลียยังคงพร้อมสำหรับอนาคต" พลตรี David Hafner ผู้บัญชาการกองการบินกองทัพบกออสเตรเลียกล่าว
การปลดประจำการของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH เป็นสิ่งที่ถูกคาดว่าจะมีขึ้นแน่นอนตั้งแต่ที่รัฐบาลออสเตรเลียในนครหลวง Canberra ประกาศในปี 2021 ว่าตนจะจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache จำนวน 29เครื่อง

ซึ่งจนถึงขณะนี้กองทัพบกออสเตรเลียได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache แล้วจำนวน 6เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/boeing-ah-64e-apache-29.html)
กองทัพบกออสเตรเลียมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH จำนวน 22เครื่องเป็นจำนวนสูงสุด ในเดือนมีนาคม 2025 พลตรี Hafner การสิ้นสุดการปฏิบัติการของ ฮ.โจมตี Tiger ARH จะ "มีขึ้นไม่เกินสิ้นปี 2027 ถึงต้นปี 2028"

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุว่าเมื่อเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH เข้าประจำการในกองทัพบกออสเตรเลียในปี 2004 มันผสมผสานขีดความสามารถของเฮลิคอปเตอร์สองแบบที่มีใช้งานก่อนหน้า
คือเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนไม่ติดอาวุธ Bell OH-58 Kiowa และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปติดอาวุธ Bell UH-1 Iroquois ซึ่งกำหนดแบบเป็นเฮลิคอปเตอร์ Bushranger ในประจำการกองทัพบกออสเตรเลีย

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเสริมว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH มีประสิทธิภาพในการบูรณาการภารกิจการข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance), สงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) และโจมตีในระบบเดียว
กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียยังโต้แย้งด้วยว่า การปลดประจำการเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ยังสะท้อนอายุการใช้งานที่ 20ปีตามแผนของตน เช่นเดียวกับวิวัฒนาการสภาพแวดล้อมภัยคุกคามที่สามารถจะรับมือได้ดีกว่าโดยระบบใหม่อย่างเช่นเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E

แม้ว่าจะกล่าวด้วยคำพูดที่อบอุ่น ปัญหาการดำรงสภาพต่างๆ และความท้าทายอื่นๆได้รุมเร้าการปฏิบัติงานของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ของออสเตรเลีย ในเดือนกันยายน 2016 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินออสเตรเลียได้วิจารณ์ฝูงบิน ฮ.โจมตี Tiger อย่างรุนแรง
เน้นย้ำถึง "ข้อบกพร่องด้านขีดความสามารถ" 76 รายการ จาก 60 รายการซึ่งกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียระบุว่าจะเป็น "ขั้นวิกฤติ" และนั้นทำให้เฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH ไม่ได้ถูกส่งมอบบนพื้นฐานขีดความสามารถดั้งเดิมที่ถูกคาดไว้

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 สมุดปกขาวกลาโหม 2016(defence white paper 2016) ของออสเตรเลียได้ระบุถึงการมองการทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH โดยเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache จะถูกส่งมอบครบ 29เครื่องภายในปี 2029
การจัดหา ฮ.โจมตี Apache สอดคล้องกับการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60M Black Hawk ของกองทัพบกออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/uh-60m-black-hawk.html) เพื่อทดแทนเฮลิคอปเตอร์ NH Industries MRH90 Taipan ซึ่งมียังมีปัญหาการใช้งานในประจำการของออสเตรเลียเช่นกันครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้นำเครื่องบินขับไล่ KF-21 เครื่องแรกในสายการผลิตเข้าประจำการ

South Korea inducts first production KF-21 fighter







The first production Korea Aerospace Industries (KAI) KF-21 Boramae Block I 4.5-generation fighter ahead of its delivery to Yecheon Air Base in South Korea in September 2026. (Republic of Korea Air Force/bemil.chosun.com)





เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 แบบ Korea Aerospace Industries(KAI) KF-21 Boramae(보라매, "Young Hawk" นกเหยี่ยวหนุ่ม) Block I เครื่องแรกในสายการผลิตได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) แล้ว
เครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae รุ่นสองที่นั่งหมายเลขแพนหาง 26-001 ภายใต้การจัดหาระยะที่1 รวมจำนวน 40เครื่อง ได้ทำการบินมายังฐานทัพอากาศ Yecheon ในจังหวัด Gyeongsangbuk-do เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026

ซึ่งเครื่องบินขับไล่ KF-21 รุ่นสองที่นั่งเครื่องแรกในสายการผลิตนี้จะเข้าประจำการในฝูงบินขับไล่ที่156(156th Fighter Squadron) กองบินขับไล่ที่16(16th Fighter Wing) ที่กลับมาเปิดฝูงบินขึ้นใหม่ กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกล่าว
ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี นาวาอากาศตรี Han Jae-seok หนึ่งในนักบินเครื่องบินขับไล่ KF-21 ชุดแรกที่ผ่านการรับรองคุณลักษณะเพื่อทำการบินปฏิบัติการกับเครื่องบินแบบนี้

ได้ลงลายมือของตนใน 'เอกสารการตรวจรับและรับมอบเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตจำนวนมากเครื่องที่1'(KF-21 Series Production No 1 Acceptance and Handover Document) ในวันเดียวกัน
เป็นเครื่องหมายถึงการนำเข้าประจำการอย่างเป็นทางการของเครื่องบินขับไล่ KF-21 ในสายการผลิตจำนวนมากเครื่องแรกเข้าสู่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีที่มีกำหนดที่จะส่งมอบต่อเนื่องจนถึงปี 2028(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/kf-21.html)

ฝูงบินขับไล่ที่156 ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 1988 มีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ McDonnell Douglas F-4E Phantom(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/f-4-phantom-ii-2024.html) จนกระทั่งถูกยุบฝูงบินในปี 2012 
ฝูงบินขับไล่ที่156 ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ในฐานะฝูงบินเครื่องบินขับไล่ KF-21 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 โดยได้รับมอบให้บรรจุตำแหน่งศิษย์การบินและช่างอากาศชุดแรกสำหรับการฝึก ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี

กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่าตนมีแผนที่จะทยอยจัดตั้งระบบการปฏิบัติการต่างๆสำหรับการบินและการซ่อมบำรุง ขณะที่เดินหน้าการฝึกนักบินเปลี่ยนแบบและเจ้าหน้าที่ช่างอากาศซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง
"หลังจากนั้น เครื่องบินขับไล่ KF-21 จะถูกประกาศความพร้อมปฏิบัติการในครึ่งหลังของปี 2027 และถูกวางกำลังปฏิบัติการ" กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีเสริม(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/kf-21.html)

ตามข้อมูลจากหัวหน้านักบินทดสอบของบริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี Jin Tae-beom เครื่องบินขับไล่ KF-21 มีคุณลักษณะคันเร่งอัตโนมัติ(auto-throttle) ที่สามารถปรับความเร็วระหว่างการบินขึ้น, ลงจอด, และทำการบินหมู่ได้
ตามข้อมูลจากสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี เครื่องบินขับไล่ KF-21 ได้เสร็จสิ้นโครงการการพัฒนาทางการบินแล้วในเดือนมกราคม 2026 ครับ

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ F-35A ฟินแลนด์เครื่องแรกจาก 64เครื่องเดินทางมาถึงประเทศตนแล้ว

First F-35As arrive in Finland







A photo from a Finnish Air Force showing the arrival into the country on 18 September 2026 of the first F-35A. (Finnish Air Force)



เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) เครื่องแรกสำหรับฟินแลนด์ได้เดินทางมาถึงกองบิน Lapland(Lapland Air Wing) ใน Rovaniemi แล้วเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026
กองทัพอากาศฟินแลนด์(Finnish Air Force, Ilmavoimat) ได้ประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้ในวันเดียวกัน ที่เป็นการส่งสัญญาณถึงการมาถึงของเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II สองเครื่องแรกจากจำนวน 64เครื่อง

เครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 64เครื่องจะทดแทนเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Boeing F/A-18C Hornet จำนวน 55เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F/A-18D Hornet จำนวน 7เครื่องของกองทัพอากาศฟินแลนด์
ข่าวการมาถึงนี้มีขึ้นให้หลัง 10เดือนหลังจากบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-35A เครื่องแรกสำหรับฟินแลนด์ระหว่างพิธี ณ โรงงานอากาศยาน Fort Worth ในมลรัฐ Texas สหรัฐฯในเดือนธันวาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/lockheed-martin-f-35a-64.html)

เครื่องบินขับไล่ F-35A ชุดแรกจำนวน 8เครื่องของกองทัพอากาศฟินแลนด์ได้ถูกส่งมอบไปยังฐานทัพอากาศ Eglin Air Force Base(AFB) กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ในมลรัฐ Florida ซึ่งจะถูกใช้สำหรับการฝึกนักบินและช่างอากาศยานของฟินแลนด์
ฟินแลนด์ได้เลือกเครื่องบินขับไล่ F-35A ในฐานะการทดแทนเครื่องบินขับไล่ F/A-18C/D Hornet  ภายใต้การแข่งขันโครงการเครื่องบินขับไล่ทดแทน HX(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/f-35a-hx.html)

งบประมาณวงเงิน 10 billion($11.5 billion) สำหรับโครงการเครื่องบินขับไล่ HX รวมถึงค่าใช้จ่ายการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A, สิ่งอำนวยความสะดวก, และการฝึกตั้งแต่เปิดตัวเครื่องบินเครื่องแรกในปี 2025(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/f-35a-64.html),
ตามมาด้วยการประกาศความพร้อมปฏิบัติการขั้นต้น(IOC: Initial Operational Capability) ในปี 2027 และความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) ในปี 2030(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/lockheed-martin-f-35-300.html) 

หลังจากการประกาศความพร้อมปฏิบัติการนี้ การจัดสรรงบประมาณการสนับสนุนและการดำรงสภาพจะถูกย้ายจากงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างไปสู่งบประมาณสำหรับการปฏิบัติการต่างๆ เครื่องบินขับไล่ F-35A ของฟินแลนด์กำลังได้รับการผลิตในสายการผลิต Lot 17-Lot 22 
และจะถูกส่งมอบในมาตรฐาน Technical Refresh-3(TR-3) ที่สามารถทำให้เป็นขีดความสามารถมาตรฐานรุ่นเครื่องบินขับไล่ F-35 Block 4 ได้ เครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II ได้ขยายผู้ใช้งานไปทั่วทั้งภูมิภาคยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/f-35-lightning-ii.html)

รวมถึงสหราชอาณาจักร(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/f-35b-48.html), ฟินแลนด์, อิตาลี(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/f-35-eurofighter-typhoon.html), นอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/jsm-f-35a.html), 
เนเธอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/aim-120c-8-amraam.html), สวิตเซอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/f-35a-36.html), เยอรมนี(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/f-35a-35.html), 

สาธารณรัฐเช็ก(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/f-35a-24.html), กรีซ(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/f-35a-20.html), และโรมาเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/f-35a-32.html) ครับ