15th ANNIVERSARY GRIPEN INTEGRATED AIR DEFENSE SYSTEM
The Royal Thai Air Force (RTAF) Saab Gripen C/D of 701st Squadron and Saab 340
ERIEYE AEW/B of 702nd Squadron, Wing 7 Surat Thani: 15 years of service under
PEACE SUVARNABHUMI program since 7 July 2011, 15th anniversary ceremony was
held at Wing 7 RTAF base on 20 July 2026. (Royal Thai Air Force)
The Royal Thai Air Force (RTAF) was held press conference on its collaboration
with Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation of
Thailand on offset technology, under procurement of 12 Saab Gripen E/F
aircrafts on 24 July 2026. (Royal Thai Air Force)
15th ANNIVERSARY: GRIPEN C/D & SAAB 340 AEW/B
15 ปี แห่งความเหนือชั้นในการปฏิบัติการทางอากาศเพื่อกองทัพอากาศไทย
ครบรอบ 15 ปีเต็มกับการประจำการของคู่หู่น่านฟ้าไทย Gripen C/D และ Saab 340
AEW/B สองกำลังรบสำคัญของกองบิน 7 ที่ประสานการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อปกป้องและรักษาความมั่นคงในทุกตารางนิ้วของน่านฟ้าไทย
“GUARDIAN OF THE KINGDOM, PEACE SUVARNABHUMI”
READY TODAY, PREPARE FOR TOMORROW
กองบิน ๗ ร่วมกับ กองทัพอากาศ จัดงานวันครบรอบ ๑๕ ปี การบรรจุ Gripen 39 C/D
และ Saab 340 AEW/B
พลอากาศเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
เป็นประธานในการจัดงานวันครบรอบ ๑๕ ปี การบรรจุ Gripen 39 C/D และ Saab 340
AEW/B เข้าประจำการ ณ กองบิน ๗ โดยมี พลอากาศเอก เสกสรร คันธา
ผู้บัญชาการทหารอากาศ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ
อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ อดีตนายทหารระดับสูงกองทัพอากา
ศ ผู้แทนเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย ผู้แทนจากกองทัพอากาศสวีเดน
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ
ภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ผู้แทนจากองค์การบริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทหารสวีเดน บริษัท FMV บริษัท Saab
Thailand บริษัท Saab AB และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ
เข้าร่วมพิธีฯ
โดยมีการจัดการบินแสดงสมรรถนะของ Gripen 39 C/D
การแสดงการสาธิตการปฏิบัติการบินหมู่ทางทหาร
และการจัดรูปขบวนอากาศยานหมู่บินขับเคลื่อนทางภาคพื้นแบบ Elephant Walk
ตลอดจนการจัดนิทรรศการเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๕ ปี การบรรจุประจำการของ Gripen 39
C/D และ Saab 340 AEW/B
โอกาสนี้ นาวาอากาศเอก ศุภวัจน์ จิตรมนตรี ผู้บังคับการกองบิน ๗
พร้อมด้วย รองผู้บังคับการกองบิน ๗ เสนาธิการกองบิน ๗ และกำลังพล กองบิน ๗
เข้าร่วมในพิธีฯ ณ กองบิน ๗ ตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
ปัจจุบัน ฝูงบิน ๗๐๑ และฝูงบิน ๗๐๒ กองบิน ๗
ปฏิบัติภารกิจการบินลาดตระเวนเพื่อปกป้องอธิปไตย การ
ปฏิบัติภารกิจโจมตีทางอากาศ การฝึกประจำปีของกองทัพอากาศ
การฝึกร่วมกับมิตรประเทศ
การถวายความปลอดภัยในเส้นทางการเสด็จของพระบรมวงศานุวงศ์
การบินแจ้งเตือนทางอากาศ การอารักขาบุคคลสำคัญ
การร่วมภารกิจยุทธการพิทักษ์จักรพงษ์ ๖๘
และการปฏิบัติภารกิจที่สำคัญในเหตุการณ์สถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา
เป็นต้น ทั้งนี้กองทัพอากาศ
ตลอดระยะเวลา ๑๕ ปีที่ผ่านมา ระบบป้องกันทางอากาศแบบบูรณาการ Gripen
Integrated Air Defense System ประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่ Gripen
เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือน SAAB 340 AEW และ ระบบบัญชาการและควบคุม Air
Command and Control System ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการป้องกันประเทศ และ
รักษาผลประโยชน์ของชาติให้ยั่งยืนสืบไป
7 ชาติ - 7 ภาษา - 7 น่านฟ้า
เป้าหมายเดียว คือ พลังทางอากาศที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทอ. ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Gripen User’s Group Air Chief
Conference (GUG ACC)
การประชุมระดับผู้บัญชาการทหารอากาศของกลุ่มประเทศผู้ใช้งาน บ.Gripen จำนวน 7
ประเทศ ได้แก่
ทอ.ไทย
ทอ.ราชอาณาจักรสวีเดน
ทอ.สาธารณรัฐเช็ก
ทอ.สาธารณรัฐฮังการี
ทอ.สาธารณรัฐแอฟริกาใต้
ทอ.สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล
ทอ.สาธารณรัฐโคลอมเบีย
โดยมี ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานการประชุม ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ
กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
การประชุมครั้งนี้ เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการใช้งาน
บ.Gripen รวมถึงหารือแนวทางความร่วมมือ
และกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถและแนวทางการปฏิบัติภารกิจของ บ.Gripen
ในอนาคต
ภัยคุกคามและประสบการณ์ ที่ต่างกัน
รวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อยกระดับพลังทางอากาศให้พร้อมสำหรับภารกิจในอนาคต
กองทัพอากาศจัดการแถลงข่าวความร่วมมือเกี่ยวกับ Offset
ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้การจัดหา
Gripen E/F ควบคู่ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี
ยกระดับขีดความสามารถการป้องกันประเทศ
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569
กองทัพอากาศจัดการแถลงข่าวความร่วมมือเกี่ยวกับ Offset ร่วมกับ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้การจัดหา Gripen E/F
ควบคู่ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ยกระดับขีดความสามารถการป้องกันประเทศ
ซึ่งวันนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม และ นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ
รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
มาร่วมในการแถลงข่าวในวันนี้ โดยมี พลอากาศเอก เสกสรร คันธา
ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ
ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการตรวจรับข้อตกลงการชดเชยการนำเข้ายุทโปกรณ์ (MOA)
ตามโครงการจัดหา บ.ขับไล่โจมตีทดแทน ระยะที่ 1 ให้การต้อนรับ ณ
พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
โดยวันนี้ ยังได้รับเกียรติจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
(สวทช.) เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ผู้แทนจากบริษัท SAAB AB
และนักเรียนผู้รับทุน จำนวน 9 คน
เพื่อเข้าศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศสวีเดน มาร่วมงานแถลงข่าวฯ ในวันนี้
ได้แก่
- เรืออากาศโท จตุพล ทัศบุตร สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต
สาขาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
โดยหลักสูตรที่ได้คัดเลือกศึกษา Master's Programme in Cybersecurity ณ Royal
Institute of Technology (KTH)
- นายพรพิพัฒน์ พงษ์ศิริ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต
สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยหลักสูตรที่ได้คัดเลือกศึกษา
Master's Programme in Machine Learning ณ Royal Institute of Technology
(KTH)
- เรืออากาศตรี อานนทณัฏฐ์ เฉยเฟื้อง สำเร็จการศึกษา Bachelor of Computing
and Cyber Security จากUniversity of New South Wales Canberra
โดยหลักสูตรที่ได้คัดเลือกศึกษา Master's Programme in Cybersecurity ณ
Linköping University (LiU)
- นายปราชญ์ โพธิ์เกตุ กำลังศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต
สาขาวิศวกรรมอากาศยาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยหลักสูตรที่ได้คัดเลือกศึกษา
Master's Programme in Aerospace Engineering ณ Royal Institute of Technology
(KTH)
- นายภัคศรัณย์ นวพลพัฒน สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต
สาขาวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
โดยหลักสูตรที่ได้คัดเลือกศึกษา Master's Programme in Aerospace Engineering ณ
Royal Institute of Technology (KTH)
- นางสาวศดานันท์ กวีกุล สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต
สาขาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
โดยหลักสูตรที่ได้คัดเลือกศึกษา Master's Programme in Electromagnetics,
Fusion and Space Engineering ณ Royal Institute of Technology (KTH)
- นางสาวสุกุมาร สังข์วรรณะ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต
สาขาเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
โดยหลักสูตรที่ได้คัดเลือกศึกษา Master's Programme in Molecular Biology,
Microbiology and Biotechnology ณ Lund University
- นายเทพพิทักษ์ วิปุลาคม กำลังศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต
สาขาเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โดยหลักสูตรที่ได้คัดเลือกศึกษา
Master's Programme in Molecular Biotechnology ณ Lund University
- นางสาวณิชาดา อาภาพันธ์ กำลังศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต
สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดยหลักสูตรที่ได้คัดเลือกศึกษา Master's Programme in Molecular Biology,
Molecular Genetics and Biotechnology ณ Lund University
การเดินหน้าดำเนินโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง Gripen E/F ระยะที่
1 ควบคู่การดำเนินโครงการชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์ (Defence Offset)
ตามบันทึกข้อตกลง (MOA) ร่วมกับบริษัท Saab AB ประเทศสวีเดน
เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ พัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี
และบุคลากรของกองทัพอากาศในระยะยาว
โดยปัจจุบันการดำเนินงานด้าน Defence Offset มีความก้าวหน้าใน 3 ด้านสำคัญ
ได้แก่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธี Link-T (Transfer of
Technology : ToT) การได้รับสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property
Right: IPR) ของระบบ Link-T
และการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์ ณ ประเทศสวีเดน
พร้อมความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนําของประเทศสวีเดน
สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี Link-T กองทัพอากาศ และ บริษัท Saab AB
ได้ร่วมกันปรับปรุงรายละเอียดของข้อตกลง พร้อมจัดทำแผนดำเนินงาน (Execution
Plan)
โดยเตรียมส่งกำลังพลเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านระบบเชื่อมโยงทางยุทธวิธี
ซึ่งเป็นระบบสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยงานทางทหาร
ด้านสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของระบบ Link-T
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างข้อตกลงการอนุญาตใช้สิทธิ (Link-T IPR License
Agreement) และการดำเนินการตามแผนที่กำหนดร่วมกัน
เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าวได้ในอนาคต
และสำหรับโครงการทุนการศึกษาระดับปริญญาโท
กองทัพอากาศได้ดำเนินการคัดเลือกผู้รับทุนจำนวน 9 คน
เพื่อเข้าศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศสวีเดน
พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดค่าใช้จ่ายและความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย
เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการบินและการป้องกันประเทศในอนาคต
ในขณะเดียวกัน กองทัพอากาศเตรียมดําเนินกิจกรรมสําคัญในระยะต่อไป อันได้แก่
การประชุมติดตามความก้าวหน้าร่วมกับบริษัท Saab AB
การพิจารณาข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา การลงนามบันทึกความเข้าใจด้าน Defence
Offset และการติดตามความก้าวหน้าของทุกโครงการตามแผนงานที่กำหนด
นอกจากนี้
การพัฒนากองทัพอากาศไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการจัดหาเครื่องบินขับไล่เท่านั้น
แต่ยังให้ความสําคัญกับการเสริมสร้างขีดความสามารถในทุกมิติ
ทั้งระบบอากาศยานไร้คนขับ(Drone) ระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ (Autonomous System)
ระบบการป้องกันทางไซเบอร์ (Cyber Security) ระบบบัญชาการและควบคุม
(C2)
รวมถึงระบบเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี
เพื่อให้สามารถปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ โครงการ Defence Offset จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการป้องกันประเทศ
เสริมสร้างการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี ลดการนำเข้ายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ
เสริมสร้างพัฒนากําลังพลของกองทัพอากาศ
และสร้างความมั่นคงของประเทศไทยในระยะยาวเพื่อให้กองทัพอากาศสามารถปฏิบัติภารกิจในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมรองรับความท้าทายด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ได้เฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ
๑๕ปีการบรรจุเข้าประจำการระบบป้องกันทางอากาศแบบบูรณาการ Gripen Integrated Air
Defense System(IADS) ที่ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๒๐/ก บ.ข.๒๐/ก Saab
Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ กองบิน๗
สุราษฎร์ธานี(แบ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Gripen C จำนวน ๗เครื่อง
และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Gripen D จำนวน ๔เครื่อง),
เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศแบบที่๑ บ.ค.๑ Saab 340 ERIEYE AEW(Airborne
Early Warning) เครื่องบินลำเลียงแบบที่๑๗ บ.ล.๑๗ SAAB 340B
และเครื่องบินตรวจการณ์และลำเลียงแบบที่๑๗ บ.ตล.๑๗ SAAB 340 B ELINT/COMINT
ฝูงบิน๗๐๒ กองบิน๗ ที่ได้รับการจัดหาภายใต้โครงการ PEACE SUVARNABHUMI
โดยเครื่องชุดแรกถูกบรรจุเข้าประจำการตั้งแต่วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔(2011)
กองทัพอากาศไทยได้เข้าร่วมกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องบินขับไล่ตระกูล Gripen
ทั่วโลกร่วมกับกองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet)
ชาติผู้ผลิต(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/gripen-e-60.html), กองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก(CzAF: Czech Air Force, VSACR: Vzdusné Sily Armády
Ceské Republiky)(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/f-35a-24.html),
กองทัพอากาศฮังการี(HuAF: Hungarian Air Force, Magyar Légierő)(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/gripen-c-2-18.html,
https://aagth1.blogspot.com/2026/05/gripen-c-2-4-18.html), กองทัพอากาศแอฟริกาใต้(SAAF: South African Air Force),
กองทัพอากาศบราซิล(Brazilian Air Force, FAB: Força Aérea Brasileira)(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/saab-gripen-f.html,
https://aagth1.blogspot.com/2026/03/gripen-e.html),
โรงเรียนนักบินทดสอบสหราชอาณาจักร(ETPS: Empire Test Pilots' School),
และเพิ่งต้อนรับกองทัพอากาศโคลอมเบีย(Colombian Air Force, FAC: Fuerza Aérea
Colombiana) เข้าร่วมล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/saab-gripen-ef-17.html) และจะตามมาด้วยกองทัพอากาศยูเครน(Ukrainian Air Force) ในปี 2027(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/gripen-e-16.html)
กองทัพอากาศไทยได้นำเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐/ก Gripen C/D
เข้าร่วมการปฏิบัติการรบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในปี พ.ศ.๒๕๖๘(2025) แล้ว
และภายใต้โครงการ PEACE BURAPHA กำลังอยู่ระหว่างการจัดหาเครื่องบินขับไล่แบบที่
๒๐ข/ค บ.ข.๒๐ข/ค Gripen E/F ระยะที่๑ จำนวน ๔เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/saab-gripen-ef.html) และมองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๒๐ข/ค Gripen E/F ระยะที่๒ จำนวน
๘เครื่องในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๗๑(2028) ครับ











