วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

RV Connex, Chaiseri และ Narac ไทยร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย




Chaiseri's the Jackal 4x4 high-mobility armoured vehicle, was seen displayed at opening ceremony of THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026) show, with attended Prime Minister of Thailand Mr.Anutin Charnvirakul and Minister of Defence of thailand Lieutenant General Adul Boonthamcharoen on 8 July 2026. (Ministry of Defence of Thailand)
The first THAIDEF-EX 2026 show was held at Srisamarn building of the Office of the Permanent Secretary for Defence (Si Saman), Nonthaburi, Thailand from  8 to 10 July 2026.






RV Connex's TITUM M2-200 quad-rotor drone testing arming with Narac's 81mm, 120mm and 105mm munitions. (RV Connex)



RV Connex and Chaiseri Announce Strategic Collaboration to Develop Mobile Radar and C2 Systems for Tactical Armoured Platforms Advancing Thailand's Indigenous Defence Capability at THAIDEF-EX 2026
Nonthaburi, 8 July 2026 — R V Connex Co., Ltd. and Chaiseri Metal and Rubber Co., Ltd. today announced their formal strategic collaboration at the Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026), held at the Office of the Permanent Secretary for Defence (Si Saman), Nonthaburi, Thailand. 
Senior executives from both companies commemorated the occasion with an official photo session.
The collaboration aims to jointly develop and deliver a vehicle-mounted mobile radar system integrated with a Command and Control (C2) platform, designed to support low-altitude air surveillance, early warning, and air defence missions for the Royal Thai Army's Air Defense Artillery Battalion and other air defense units.
The system comprises four core components: the Radar Control Panel incorporating RV Connex's Command and Control (C2) system; the advanced battle proven exMHR AESA radars by DRS RADA Technologies Ltd.; a power generator; and a tactical vehicle platform supplied by Chaiseri. 
The system is designed as a fully mobile, vehicle-mounted solution for field deployment. The collaboration is scheduled to run from 2027 to 2029.
Group Captain Kanputt Mungklasiri, Vice Executive Chairman of R V Connex Co., Ltd., stated: "This collaboration with Chaiseri represents a defining moment for Thailand's defence industry — proof that Thai companies can integrate advanced defence capabilities end-to-end, 
from armoured platforms to command systems, demonstrating Thailand's ability to transform advanced defence technologies into an indigenous operational capability. This is what true defence sovereignty looks like."
Ms. Nardwadee Watanakij, VP Innovation of R V Connex Co., Ltd., added: "The C2 system we have developed is more than software — it is the intelligence layer that fuses radar and sensor data into a single real-time operational picture. 
Developing this in Thailand, integrated onto a Thai-built platform, means we can evolve, maintain, and upgrade the system throughout its entire lifecycle with reduced reliance on foreign technologies and suppliers."
This announcement marks a significant step in Thailand's strategic push to strengthen its domestic defence supply chain — reducing dependence on foreign technologies and equipping the Royal Thai Armed Forces with systems designed, developed, and integrated by Thai expertise.

Thai Drone Meets Thai Munition — RV Connex and Narac Forge Thailand's Indigenous Armed UAS System
Nonthaburi, 10 July 2026 — R V Connex Co., Ltd. and Narac Arms Industry Co., Ltd. announced a strategic collaboration at the Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026), held at the Office of the Permanent Secretary for Defence (Si Saman), Nonthaburi, Thailand. Senior executives from both companies marked the occasion with an official photo session.
The collaboration integrates RV Connex's TITUM M2-200 quad-rotor multi-solution drone platform with a jointly developed munition-release mechanism, designed to carry and deploy Narac's 120mm and 105mm munitions. 
The two companies conducted a joint test at Narac Arms Industry's facility in Ban Pong District, Ratchaburi Province — covering drop-release trials, fuze functionality testing, and system interoperability validation between the drone and munition platforms.
Ms. Nardwadee Watanakij, VP Innovation of R V Connex Co., Ltd., stated: "This collaboration with Narac represents exactly what Thailand's defence industry needs — Thai companies with complementary expertise coming together to build something neither could achieve alone. 
RV Connex brings the UAV platform and software intelligence; Narac brings unmatched munitions expertise. When these capabilities converge, the result is a fully operational, end-to-end system — built by Thais, for Thailand."
Mr. Tanabordi Lusawat, Deputy Director of Commercial at R V Connex Co., Ltd., added: "The fact that Thai private sector companies can now jointly develop, test, and validate an armed drone system entirely within the country is a milestone. 
It proves that Thailand's defence industry is ready for the next level — and that the path to strategic self-reliance runs through Thai-to-Thai collaboration."
This announcement reflects a broader momentum in Thailand's defence technology ecosystem — connecting domestic industry players, strengthening the national defence supply chain, and reducing reliance on foreign systems through meaningful partnerships built on shared expertise and shared purpose.
Both companies intend to continue advancing the system's capabilities with a clear ambition toward operational field deployment — delivering a battle-ready, fully indigenous armed UAS solution to meet the long-term needs of the Royal Thai Armed Forces.

“กระทรวงกลาโหม” เปิดเวที THAIDEF-EX 2026 ครั้งแรกของไทย ผนึกภาครัฐ–เอกชน–นักวิจัย สร้างพลังอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
ในวันพุธที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา พลเอก ธราพงษ์  มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด “การจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ๒๕๖๙” 
หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026 ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๘ - ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (พื้นที่ศรีสมาน)
บรรยากาศภายในพิธีเปิดเป็นไปอย่างคึกคักและยิ่งใหญ่ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนผู้ประกอบการและเครือข่ายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง 
สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยสู่อนาคต
การจัดงาน THAIDEF-EX 2026 ถือเป็นการจัดนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Power of Self Reliance : พลังแห่งการพึ่งพาตนเอง” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงกลาโหมที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ 
ผ่านการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมภายในประเทศ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศและก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม
การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีในการจัดแสดงศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทย นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ได้นำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาต่อยอดสู่การผลิตและการใช้งานจริง 
อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการจ้างงาน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีสากล
ภายในงานได้รวบรวมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและผลงานวิจัยที่มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การผลิตจริงจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมกิจกรรมสำคัญที่มุ่งสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือในหลากหลายมิติ ได้แก่ การปาฐกถาพิเศษจากผู้บริหารระดับประเทศและผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขา อาทิ
  “ทิศทางอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย” โดย  พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  “การปรับตัวอุตสาหกรรมไทยและทางเลือกใหม่ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 
และ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและ Dual-use” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “โอกาสและปัจจัยสู่ความสำเร็จในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ” โดยผู้แทนจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัท ชัยเสรี จำกัด บริษัท มาร์ซัน จำกัด และบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวทางการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไทยสู่ระดับนานาชาติ
พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการสาธิตเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ได้พบปะ สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือไปสู่การพัฒนาและการลงทุนในอนาคต
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเชื่อมั่นว่า THAIDEF-EX 2026 จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการรวมพลังของทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างมิติด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อันจะนำไปสู่เป้าหมายการพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม และการรักษาผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว

อาร์วี คอนเน็กซ์ และชัยเสรี ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ พัฒนาระบบเรดาร์เคลื่อนที่และระบบบัญชาการควบคุมบนแพลตฟอร์มยานเกราะ เสริมแกร่งอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยบนเวที THAIDEF-EX 2026
นนทบุรี, 8 กรกฎาคม 2569 — บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด และ บริษัท ชัยเสรี เมทัลแอนด์รับเบอร์ จำกัด ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ณ งาน Thailand Defence Industry Exhibition (THAIDEF-EX 2026) สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัทร่วมบันทึกภาพในพิธีดังกล่าว
ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนาและนำเสนอระบบเรดาร์เคลื่อนที่บนแพลตฟอร์มยานยนต์ยุทธวิธี พร้อมระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control: C2) เพื่อรองรับภารกิจแจ้งเตือนภัยทางอากาศระดับต่ำของ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พัน.ปตอ.) และหน่วยป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพบกไทย
โครงการดังกล่าวประกอบด้วยระบบหลัก 4 ส่วน ได้แก่ แผงควบคุมเรดาร์พร้อมระบบบัญชาการและควบคุม (Radar Control Panel พร้อมระบบ C2) ซึ่งพัฒนาโดย อาร์วี คอนเน็กซ์, ระบบเรดาร์ AESA รุ่น exMHR ที่ผ่านการพิสูจน์ในสนามรบจริงจาก DRS RADA Technologies Ltd., เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และยานยนต์ยุทธวิธีสำหรับติดตั้งระบบ ซึ่งชัยเสรีเป็นผู้จัดหา 
โดยระบบทั้งหมดได้รับการออกแบบในลักษณะเคลื่อนที่ (Mobile Configuration) ติดตั้งบนรถยนต์ยุทธวิธีเพื่อรองรับการปฏิบัติการภาคสนามอย่างคล่องตัว ระยะเวลาความร่วมมือตามสัญญาอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2570–2572
น.อ.กันต์พัฒน์ มังคละศิริ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า "ความร่วมมือกับชัยเสรีในครั้งนี้คือก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยสามารถบูรณาการขีดความสามารถจากภาคเอกชนไทยด้วยกันเองได้อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่แพลตฟอร์มยานเกราะไปจนถึงระบบบัญชาการ 
สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงให้เป็นระบบป้องกันประเทศที่ตอบโจทย์การใช้งานของไทย นี่คือความหมายที่แท้จริงของอธิปไตยด้านการป้องกันประเทศ"
นางสาวนาฏวดี วัฒนกิจ รองประธานฝ่ายนวัตกรรม บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด กล่าวเสริมว่า "ระบบ C2 ที่เราพัฒนาขึ้นไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์แวร์ แต่คือสมองที่เชื่อมโยงข้อมูลจากเรดาร์และเซนเซอร์ทุกชนิดเข้าสู่ภาพสถานการณ์เดียวกันแบบเรียลไทม์ การที่ระบบนี้ถูกพัฒนาโดยคนไทยและติดตั้งบนแพลตฟอร์มของไทย 
คือการรับประกันว่าเราสามารถพัฒนา ปรับปรุง และดูแลระบบได้ตลอดอายุการใช้งานโดยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ"
การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ในการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคงภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และยกระดับขีดความสามารถของกองทัพไทยด้วยระบบที่ได้รับการออกแบบ บูรณาการ และต่อยอดโดยผู้เชี่ยวชาญไทย

โดรนไทยพบกระสุนไทย — อาร์วี คอนเน็กซ์ และ เนแรค ผนึกกำลังสร้างระบบ UAS ติดอาวุธฝีมือไทย
นนทบุรี, 10 กรกฎาคม 2569 — บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด และ บริษัท เนแรค อาร์มส อินดัสตรี จำกัด ร่วมประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ณ งาน Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026) สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองบริษัทร่วมบันทึกภาพในโอกาสนี้
ความร่วมมือครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการขีดความสามารถของทั้งสองบริษัท โดย อาร์วี คอนเน็กซ์ นำโดรนอเนกประสงค์รุ่น TITUM M2-200 ติดตั้งร่วมกับชุดอุปกรณ์จับยึดและปล่อยที่พัฒนาร่วมกัน เพื่อรองรับการใช้งานกระสุนขนาด 120 มม. และ 105 มม. ของเนแรค 
โดยทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการทดสอบร่วมกัน ณ สถานที่ตั้งของ บริษัท เนแรค อาร์มส อินดัสตรี จำกัด อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งครอบคลุมการทดสอบการทิ้งตัวของกระสุน การทำงานของชนวนหัว และความสามารถในการใช้งานร่วมกันของระบบ
นางสาวนาฏวดี วัฒนกิจ รองประธานฝ่ายนวัตกรรม บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า "ความร่วมมือกับเนแรคในครั้งนี้คือภาพที่เราอยากเห็นในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย นั่นคือบริษัทไทยที่มีความเชี่ยวชาญต่างด้านมาเสริมพลังซึ่งกันและกัน อาร์วี คอนเน็กซ์ นำมาซึ่งแพลตฟอร์ม UAV และระบบซอฟต์แวร์ 
ขณะที่เนแรคนำความเชี่ยวชาญด้านอาวุธยุทโธปกรณ์มาเติมเต็ม เมื่อสองสิ่งนี้มาบรรจบกัน เราได้ระบบที่สมบูรณ์ พร้อมปฏิบัติการ และเป็นของคนไทยอย่างแท้จริง"
นายธนบดี ลุสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการค้า บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า "การที่ภาคเอกชนไทยสามารถพัฒนาและทดสอบระบบโดรนติดอาวุธร่วมกันได้เองภายในประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยพร้อมก้าวขึ้นสู่ระดับถัดไปแล้ว"
ความร่วมมือนี้สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคงที่แข็งแกร่ง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และยกระดับขีดความสามารถการป้องกันประเทศของไทยจากภายในประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งสองบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาและขยายขีดความสามารถของระบบร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสู่การนำไปใช้งานจริงในภาคสนาม เพื่อตอบสนองความต้องการของกองทัพไทยในระยะยาว

งานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ๒๕๖๙ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026(THAIDEF-EX 2026) ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม(Office of The Permanent Secretary for Defence) ศรีสมาน ระหว่างวันที่ ๘-๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ที่มีพิธีเปิดงานเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙
ได้เห็นการแสดงความพยายามในการพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยที่หลากหลายรูปแบบเป็นจำนวนมากทั้งจาก กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army), กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy), กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force), หน่วยงานของกระทรวงกลาโหมไทยและของรัฐบาลไทย สถาบันการศึกษาของไทย และภาคเอกชนไทยต่างๆ

หนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยที่เกิดขึ้นในงานคือความร่วมมือระหว่างบริษัท RV Connex ไทยและบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย ในความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบ radar เคลื่อนที่และระบบบัญชาการควบคุม(C2: Command and Control) บนยานเกราะเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ที่ยังไม่มีการให้รายละเอียดว่า
ระบบยานเกราะที่จะถูกนำมาติดตั้งกับ AESA(Active Electronically Scanned Array) radar แบบ exMHR(Extended Multi-Mission Hemispheric Radar) ของบริษัท DRS RADA Technologies อิสราเอล ในเครือบริษัท Leonardo DRS สหรัฐฯ ซึ่งบริษัท Chaiseri ไทยมีประสบการณ์ในการบรูณาการระบบอำนวยการสนามรบ(BMS: Battle Management System) แบบ MFoCS II เข้ากับยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV 8x8 กองทัพบกไทยมาแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri-bms-stryker-8x8.html) นั้นเป็นรถแบบใด

แต่เป็นที่เข้าว่าระบบยานเกราะที่เป็นไปได้อาจจะรวมถึงรถเกราะล้อยาง Jackal 4x4 ที่ Chaiseri ไทยเปิดตัวครั้งแรกในงานนิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defense & Security 2025 ที่ IMPACT เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri.html)
ซึ่งต่อมาถูกพบว่ามีรถเกราะล้อยาง Jackal 4x4 อย่างน้อย ๑คันถูกส่งมอบให้กองทัพบกไทยไปทดลองใช้งาน และพบว่าถูกวางกำลังปฏิบัติการภาคสนามระหว่าการปะทะตามชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ซึ่งระยะเวลาความร่วมมือตามสัญญาระหว่างปี พ.ศ.๒๕๗๐-๒๕๗๒(2027-2029) คาดหวังที่จะได้เห็นการสร้างต้นแบบรถยนต์ทางยุทธวิธีพร้อมงระบบ radar และระบบ C2 ออกมา

ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๙ บริษัท RV Connex ไทยและและบริษัท Narac Arms Industry ไทยได้ลงนามความร่วมมือในการบูรณาการระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) แบบ TITUM M2-200 ที่ติดตั้งชุดอุปกรณ์จับยึดและปล่อยที่พัฒนาร่วมกันเพื่อรองรับการใช้กระสุน(เครื่องยิงลูกระเบิด)ขนาด 120mm และ(ปืนใหญ่) 105mm ที่ดัดแปลงให้ปล่อยทางอากาศที่ผลิตโดย Narac ไทย
อากาศยานไร้คนขับปีกหมุน quad-rotor แบบ TITUM M2-200 เป็นหนึ่งในระบบ UAS หลายแบบที่พัฒนาโดย RV Connex ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/rv-connex-diehl-defence-jrv-01-iris-t.html) เช่นเดียวกับอากาศยานไร้คนขับมุมมองบุคคลที่หนึ่ง FPV drone แบบ T-OR(ต่อ) ที่ใช้ในค้นหาและยืนยันเป้าหมาย และแบบ TANN(แตน) ที่ใช้ในการโจมตีเป้าหมายครับ