Singapore in early talks on possible involvement in GCAP programme
An artist's rendition of the GCAP future fighter being developed by Italy, Japan, and the UK. (Edgewing)
สิงคโปร์ได้เริ่มต้นการหารือขั้นต้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการมีส่วนร่วมในโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก(GCAP: Global Combat Air Programme) Janes ได้รับการแจ้งข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดต่อเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม Janes เข้าใจว่าการเจรจาต่างๆปัจจุบันอยู่ในขั้นสำรวจความเป็นไปได้ และยังไม่มีการตัดสินใจเกิดขึ้นโดยรัฐบาลสิงคโปร์ที่จะเข้ามีส่วนร่วมในโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP
ถึงกระนั้นความคืบหน้านี้เป็นเครื่องหมายถึงการบ่งชี้ที่เป็นที่รับทราบครั้งแรกว่าสิงคโปร์กำลังตรวจสอบความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการต่อโครงการการรบทางอากาศทั่วโลก GCAP
ซึ่งกำลังถูกพัฒนาโดยสหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น, และอิตาลี เพื่อมอบขีดความสามารถการรบทางอากาศยุคอนาคตตั้งแต่ปี 2035(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/gcap.html)
โครงการ GCAP เป็นการนำรัฐบาลและหุ้นส่วนภาคอุตสาหกรรมต่างจากสามประเทศมารวมไว้ด้วยกัน(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/edgewing-gcap.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/04/edgewing-gcap.html)
และเป็นหนึ่งในสองผู้นำการริเริ่มพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่หกของโลกร่วมไปกับโครงการเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD(Next Generation Air Dominance) ของสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/f-47-2028.html)
รายละเอียดทางเทคนิคต่างๆของโครงสร้างอากาศยาน(airframe)ที่จะถูกผลิตขึ้นมีน้อยมาก แต่แบบจำลองแนวคิดต่างๆที่ถูกเปิดเผยโดยหุ้นส่วนต่างของโครงการ GCAP จนถึงตอนนี้ในงานแสดงการบินที่สำคัญต่างๆ
บ่งชี้การออกแบบด้วยรูปแบบแพนหางแนวตั้งคู่แบบเอียง, แบบแผนลำตัวทรงปีกบินผสานไปกับลำตัวแบบกว้าง และระบบขับเคลื่อนสองเครื่องยนต์(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/gcap-2027-2030-2035.html)
นอกเหนือจากการพัฒนาอากาศยานแบบมีนักบินบังคับ โครงการ GCAP มีจุดประสงค์ที่จะจะมอบระบบนิเวศ ecosystem การรบทางอากาศที่อากาศที่หลากหลายด้วยการนำ
ระบบตรวจับขั้นก้าวหน้าต่างๆ, วิทยาการต่างๆที่ขับเคลื่อนโดยปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence), และขีดความสามารถที่จะปฏิบัติการร่วมไปกับระบบอัตโนมัติและไร้คนขับต่างๆมาใช้
การเจรจาขั้นต้นต่างๆเหล่านี้สอดคล้องกับแนวทางการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหมหลักต่างๆที่มีมายาวนานของสิงคโปร์ เช่นเดียวกับแคนาดาที่เข้าร่วมโครงการ GCAP ในฐานะผู้สังเกตการณ์(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/gcap-canada.html)
แทนที่จะมุ่งมั่นตั้งแต่ต้นที่จะเข้าร่วมโครงการ กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์มีประวัติในการใช้เวลาหลายปีเพื่อการประเมินค่าวิทยาการต่างๆ, โอกาสทางอุตสาหกรรมต่างๆ และผลกระทบทางยุทธศาสตร์ต่างๆในระยะยาวก่อนสร้างการตัดสินใจการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ
แนวทางดังกล่าวปรากฎชัดเจนในเส้นทางของสิงคโปร์ที่มุ่งไปสู่การจัดหาเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้า Lockheed Martin F-35 Lightning II สหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/f-35a-8-f-35b-12.html, https://aagth1.blogspot.com/2023/03/f-35b-stovl.html)
กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) กำลังอยู่ระหว่างการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off Vertical Landing จำนวน 12เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ F-35A รุ่นบินขึ้นลงตามแบบ(CTOL: Conventional Take-Off and Landing) จำนวน 8เครื่องครับ



