แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Israel แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Israel แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สิงคโปร์เผยการใช้งานกระเปาะ ELTA ECM อิสราเอลบนเครื่องบินขับไล่ F-16D Block 52+

Singapore signals ELTA ECM pod deployment on F-16s





A Republic of Singapore Air Force F-16D equipped with an ELL-8212 ECM pod, fitted with a red protective cover, participates in Exercise ‘Red Flag-Alaska' in June 2026. (MINDEF)

กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force) ได้ปรากฏในฐานะผู้ใช้งานที่ได้รับการยืนยันของกระเปาะมาตรการต่อต้าน elctronic(ECM: Electronic Countermeasures) ป้องกันตนเองทางอากาศแบบ IAI/ELTA ELL-8212 อิสราเอล
หลังภาพถ่ายอย่างเป็นทางการได้แสดงเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16D Block 52+ Fighting Falcon ติดตั้งกระเปาะ ECM jamming pod นี้(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/lockheed-martin-f-16cdd.html)

ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2026 แสดงถึงกระเปาะ ECM แบบ ELL-8212 ติดตั้งบนตำบลอาวุธที่2 ใต้ปีกคู่นอกด้านซ้ายของเครื่องบินขับไล่ F-16D Block 52+
ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์เครื่องบินขับไล่ F-16D Block 52+ กองทัพอากาศสิงคโปร์ได้มีส่วนรวมในการฝึกผสมทางอากาศ Red Flag-Alaska 2026 ณ เวลาดังกล่าว

การฝึกผสมทางอากาศ Red Flag-Alaska 2026 ที่จัดขึ้น ณ ฐานทัพอากาศ Eielson Air Force Base(AFB) กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม-12 มิถุนายน 2026 
ได้มีส่วนร่วมจากเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 10เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15SG Strike Eagle จำนวน 8เครื่องของกองทัพอากาศสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/cope-tiger-2026.html)

พร้อมกำลังพลมากกว่า 250นายจากหน่วยบินแยก(detachment) Peace Carvin II และ Peace Carvin V ของกองทัพอากาศสิงคโปร์ในสหรัฐฯ กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์กล่าว
กระเปาะ ECM ป้องกันตนเองทางอากาศแบบ ELL-8212 ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มขยายความอยู่รอดของอากาศยานที่ติดตั้งต่อเครื่องบินขับไล่และอากาศยานทางทหารอื่นๆของฝ่ายตรงข้าม

บริษัท ELTA อิสราเอลในเครืองบริษัท Israel Aerospace Industries(IAI) อิสราเอลได้อธิบายกระเปาะ ECM แบบ ELL-8212 ว่าเป็นการมอบการป้องกันต่อภัยคุกคามอากาศสู่อากาศและพื้นสู่อากาศต่างๆใน
"สภาพแวดล้อมระบบอาวุธนำวิถีด้วย radar ที่หนาแน่น" กระเปาะน้ำหนัก 100kg แรงต้านต่ำถูกออกแบบให้มีความคล้ายคลึงกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศและสามารถจะติดตั้งในตำบลอาวุธใต้ปีกคู่นอกได้

ตามข้อมูลจาก ELTA อิสราเอล กระเปาะ ECM แบบ ELL-8212 มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการได้ครอบคลุมทุกการควบคุมการบิน(flight envelope)ของเครื่องบิน รวมถึงภายใต้อัตราเร่งแรงโน้มถ่วง g-load สูงและที่ความเร็วสูง
บริษัท ELTA กล่าวว่าระบบ ECM แบบ ELL-8212 ได้นำขีดความสามารถการรับมือภัยคุกคามแบบอัตโนมัติต่างๆมาใช้ ตัวรับสัญญาณระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures)

ทำให้ระบบ ECM แบบ ELL-8212 สามารถสกัดกั้น, วิเคราะห์, พิสูจน์ทราบ, แยกแยะประเภท, และเริ่มต้นการเลือกเทคนิคการก่อกวนสัญญาณ jamming อัตโนมัติต่อภัยคุกคาม คุณลักษณะอื่นๆรวมถึงความไวต่อคลื่นความถี่วิทยุ(RF: radio frequency) สูง
และกำลังส่งคลื่นอย่างมีประสิทธิภาพ(ERP: Effective Radiated Power) สูง กระเปาะยังสามารถบันทึกเหตุการณ์ภารกิจสำหรับการวิเคราะห์หลังการบินโดยใช้ระบบเล่นซ้ำภารกิจบน computer ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เฮลิคอปเตอร์โจมตี Leonardo AW249 Fenice อิตาลีบินเปิดตัวที่เยอรมนี

ILA 2026: Leonardo AW249 attack helicopter makes Berlin debut



The AW249 being wheeled into position at ILA Berlin 2026, ahead of its debut flying display at an air show. (Helian)



เฮลิคอปเตอร์โจมตี Leonardo AW249 Fenice ("Phoenix" ในภาษาอิตาลี) ได้ทำการบินเปิดตัวต่อสาธารณะ ณ งานแสดงการบินนานาชาติ ILA Berlin Airshow 2026 ในนครหลวง Berlin เยอรมนี
เฮลิคอปเตอร์โจมตีหนัก AW249 Fenice ถูกพัฒนาขึ้นตามความต้องการแรกสำหรับกองทัพบกอิตาลี(Italian Army, EI: Esercito Italiano) แต่ยังถูกเสนอเข้าแข่งขันในตลาดส่งส่งออกทั่วโลกด้วย

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 Fenice อิตาลีได้แสดงการบิน ณ งานแสดงการบินนานาชาติ ILA 2026 ในเยอรมนีซึ่งจัดขึ้นทุกสองปีระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 2026 ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ Berlin Brandenburg
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 ถูกจัดแสดงต่อสาธารณะครั้งแรก ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2024 ที่จัดขึ้นในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/leonardo-aw249-fenice.html)

ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Aircraft: Development & Production เฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 เป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตีสองเครื่องยนต์ turboshaft สองที่นั่งเรียงกัน
ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Leonardo อิตาลีสำหรับกองทัพอิตาลี(Italian Armed Forces, Forze armate italiane) เป็นหลัก แต่ยังสำหรับการส่งออกแก่ต่างประเทศต่างๆด้วย

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 จะมีน้ำหนักที่ 7-8tonne สำหรับทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Leonardo AW129 Mangusta ของกองทัพบกอิตาลี ซึ่งได้รับการสั่งจัดหาแล้วรวม 48เครื่องที่จะได้รับมอบเครื่องแรกของตนในปี 2027
โดยมีสมรรถนะที่ดีกว่า(ความเร็วเดินทาง, เพดานบินปฏิบัติการ, และระยะเวลาการบิน), ความอยู่รอดที่เพิ่มสูงขึ้น, ขีดความสามารถเชิงรุก, การสื่อสาร digital ต่างๆ, ความเป็นอัตโนมัติ, และลดสัญญาณความร้อน infrared

โครงสร้างอากาศยาน(airframe) ของเฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 มีความเหมือนในการออกแบบเช่นที่ปรากฎกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี AW129 ที่มีขนาดเล็กกว่า เช่นเดียวกับรุ่นที่มีพื้นฐานการพัฒนามาจาก
อย่างเฮลิคอปเตอร์โจมตี T129 ATAK(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/t129b-atak.html) และยังรวมถึงเฮลิคอปเตอร์โจมตี T929 ATAK 2 จากบริษัท Turkish Aerospace(TA) ตุรกี(https://aagth1.blogspot.com/2023/04/t929-atak-2.html

ขณะที่เฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 ติดตั้งเครื่องยนต์ turboshaft แบบ General Electric(GE) CT7-8E6 สองเครื่องซึ่งให้กำลังขับเครื่องละ 1,900kW(2,500shp)
นักบินสองนายทำการปฏิบัติการในห้องนักบินหน้าและหลังที่รองรับการใช้งานกล้องมองกลางคืน(NVG: night-vision goggle) ขณะที่ภาพที่เผยแพร่ก่อนหน้าแสดงถึงห้องนักบินที่ติดตั้งด้วยจอแสดงผลขนาดใหญ่(LAD: Large Area Display)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AW249 สามารถบรรทุกอาวุธต่างๆได้ที่น้ำหนักถึง 2,000kg(4,409lbs) รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อสู้รถถัง Rafael Spike(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/spike-nlos-ah-64e-apache.html)
และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นและอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศอื่นๆ, จรวดอากาศสู่พื้นนำวิถีและไม่นำวิถี, หรือถังเชื้อเพลิงสำรองภายนอกในหกตำบลอาวุธ และยังได้รับการติดตั้งปืนกลอากาศ TM197B ขนาด 20mm ที่หัวเครื่องด้วยครับ

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อิสราเอลรับมอบเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Gideon สหรัฐฯเครื่องแรกจาก 6เครื่อง

Israel receives first Gideon tanker aircraft





A heavily redacted image showing the first of six (plus two on option) Boeing KC-46A Gideon tankers for Israel being delivered into Nevatim Airbase on 27 May 2026. (Israeli Air Force)



เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing KC-46A Gideon เครื่องแรกจาก 6เครื่องสำหรับกองทัพอากาศอิสราเอล(IAF: Israeli Air Force) ได้ถูกรับมอบแล้วเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา
เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Gideon หมายเลขหัวเครื่อง 301 ได้บินมาถึงฐานทัพอากาศ Nevatim จากโรงงานอากาศยานสายการผลิตของบริษัท Boeing สหรัฐฯใน Everett

ให้หลังหลายสัปดาห์หลังจากเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Gideon เครื่องแรกของกองทัพอากาศอิสราเอลทำการบินครั้งแรกของตนเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 
"วันนี้กองทัพอากาศอิสราเอลกำลังเพิ่มเติมขีดความสามารถต่างๆของเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ 'Gideon' " กองทัพอากาศอิสราเอลกล่าวโดยเสริมว่า

"การมาถึงของเครื่องบินเป็นเครื่องหมายถึงก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างแท้จริงในขีดความสามารถของกองทัพอากาศอิสราเอลที่จะขยายระยะการปฏิบัติการ, ยืดระยะเวลาการบินปฏิบัติการ,
และดำรงความได้เปรียบเชิงคุณภาพของกองทัพอิสราเอล(IDF: Israel Defense Force) ในอีกหลายปีข้างหน้า ในหลายวันข้างหน้าที่จะมาถึงเครื่องบินจะได้รับการติดตั้งด้วยระบบที่ก้าวหน้าที่สุดต่างๆ"

ทั้ง Boeing สหรัฐฯและกระทรวงกลาโหมอิสราเอลไม่ได้เปิดเผยกำหนดระยะเวลาการส่งมอบเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Gideon เครื่องที่เหลือ
ด้วยเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Gideon จำนวน 6เครื่องที่ได้รับการสั่งจัดหาและมีตัวเลือกสำหรับการจัดหาเพิ่มเติมอีก 2เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/kc-46a-2.html)

กองทัพอากาศอิสราเอลมองที่จะทดแทนเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-707 Re'em จำนวน 9เครื่องที่มีพื้นฐานจากเครื่องบินลำเลียงไอพ่น Boeing 707 ซึ่งประจำการมาตั้งแต่ต้นปี 1970s และประสบปัญหาความพร้อมการปฏิบัติงาน
เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Gideon ยังจะเสริมต่อเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Lockheed Martin KC-130H Hercules จำนวน 4เครื่องด้วย

เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Pegasus (Gideon เป็นชื่อเฉพาะในประจำการกองทัพอิสราเอลเท่านั้น) เป็นการนำเครื่องบินลำเลียงสินค้า Boeing 767-2C ติดตั้งด้วยระบบห้องนักบิน(flight deck) ของเครื่องบินโดยสาร Boeing 767-400
(ห้องนักบินนี้มีคุณลักษณะติดตั้งจอแสดงผลขนาดใหญ่ของบริษัท Collins สหรัฐฯที่ติดตั้งบนเครื่องบินโดยสาร Boeing 787) มีกำลังพลประจำเครื่องขั้นต่ำ 3นายประกอบด้วยนักบิน, นักบินผู้ช่วย, และเจ้าหน้าที่/นายทหารระบบภารกิจครับ

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ F-35I อิสราเอลจะเพิ่มระยะปฏิบัติการด้วยถังเชื้อเพลิงภายนอกใหม่ที่พัฒนาในประเทศ

Israel to increase range of F-35I jets with domestically developed external tanks





The Israeli Air Force is to equip its F-35I Adir combat aircraft with external fuel tanks to increase their long-range strike capabilities at the same time as reducing the burden on its tanker fleet. (Israeli Air Force)

อิสราเอลจะเพิ่มระยะปฏิบัติการของเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35I Adir ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/f-35i-f-15ia.html) ด้วยถังเชื้อเพลิงภายนอกแบบใหม่ที่พัฒนาในประเทศ
กระทรวงกลาโหมอิสราเอลประกาศเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 ว่าตนได้ทำสัญญากับบริษัท Cyclone อิสราเอลในเครือบริษัท Elbit Systems อิสราเอลเพื่อจะพัฒนาและบูรณาการถังเชื้อเพลิงติดตั้งภายนอกสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35I Adir

ที่มีพื้นฐานจากถังเชื้อเพลิงภายนอกที่ก่อนหน้านี้ได้ถูก Elbit Systems Cyclone อิสราเอลทำการพัฒนาสำหรับเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16 Fighting Falcon(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/f-16c-barak-1.html)
"ขีดความสามารถใหม่คาดว่าจะเพิ่มขยายระยะการปฏิบัติการของเครื่องบินขับไล่ F-35I, ลดการพึ่งพาการพึ่งพาการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และเพิ่มขยายความยืดหยุ่นการปฏิบัติการตลอดทั้งภารกิจระยะทางไกลต่างๆ" 

"สัญญานี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การเสริมสร้างกำลังรบที่กว้างขวางของกระทรวงกลาโหมอิสราเอล นำโดยรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล Israel Katz และและอธิบดีกระทรวงกลาโหมอิสราเอล พลตรี(กำลังสำรอง) Amir Baram
เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งความพร้อมของอิสราเอลสำหรับความมั่นคงที่เข้มข้นในทศวรรษต่อไปข้างหน้าและดำรงความเหนือกว่าทั้งทางอากาศและทางยุทธศาสตร์ของอิสราเอลในภูมิภาค" บริษัท Elbit Systems กล่าวเสริม

สัญญามีมูลค่าที่วงเงิน 100 million Israeli new shekel($34 million) ทั้งกระทรวงกลาโหมอิสราเอล และ Elbit Systems อิสราเอลไม่ได้เปิดเผยระยะเวลาการส่งมอบของถังเชื้อเพลิงภายนอกสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35I
ไม่มีรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบบรูปทรงหรือขนาดของถังเชื้อเพลิงภายนอกใหม่ถูกเปิดเผย อย่างไรก็ตามในแง่ของรูปแบบสันนิษฐานว่าจะเป็นรูปทรงที่ถูกตรวจพบได้ต่ำ(LO: Low-Observable) และทำการเคลือบสารพิเศษต่างๆ

ตามที่เพื่อจะรักษาคุณลักษณะการถูกตรวจจับได้ยาก stealth ต่างๆของเครื่องบินขับไล่ F-35I ขณะที่ในแง่ของขนาดก่อนหน้านี้ Cyclone อิสราเอลได้พัฒนาถังเชื้อเพลิงสำรองภายนอกขนาด 600 gallon สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-16
กองทัพอากาศอิสราเอล(IAF: Israeli Air Force) ปัจจุบันมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-35I Adir จำนวน 75เครื่องในสามฝูงบิน กระทรวงกลาโหมอิสราเอลได้ประกาศการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35I เพิ่มเติมเป็นฝูงบินที่สี่เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2026

ปัจจุบันกองทัพอากาศอิสราเอลมีประจำการด้วยเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing 707 จำนวนหนึ่งที่มีอายุการใช้งานมานาน ซึ่งกำลังจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing KC-46A Gideon ใหม่จำนวน 6เครื่อง
อิสราเอลได้สั่งจัดหาเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Gideon จำนวน 4เครื่องในเดือนสิงหาคม 2022 และเพิ่มเติมอีก 2เครื่องในเดือนสิงหาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/kc-46a-2.html) ซึ่งเครื่องแรกจะถูกส่งมอบในเดือนมิถุนายน 2026 ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

นอร์เวย์เปิดสายการผลิตรถถังหลัก Leopard 2A8NO และรับมอบรถ 2คันแรกจาก 54คัน

Norway opens Leopard 2A8 production line, receives first two MBTs





The first two Leopard 2A8NO MBTs were delivered to the Norwegian Army on 30 April. (Forsvaret/Synne Nilsson)



บริษัท KNDS เยอรมนีประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2025 ว่าตนและบริษัท RITEK นอร์เวย์ผู้ให้บริการและซ่อมบำรุงยานยนต์ได้เปิดโรงงานสายการผลิตใหม่
สำหรับรถถังหลัก Leopard 2A8NO MBT(Main Battle Tank) ใน Levanger นอร์เวย์ โดยการผลิตรถถังหลัก Leopard 2 สำหรับนอร์เวย์จะเริ่มต้นในไตรมาสที่สามของปี 2026

KNDS เยอรมนียังประกาศว่ารถถังหลัก Leopard 2A8NO MBT สองคันแรกจาก 54คันได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพบกนอร์เวย์(Norwegian Army, Hæren) เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026 ด้วยขีดความสามารถที่จะผลิตรถถังได้ 36คันต่อปี
โรงงานการผลิตและทดสอบบูรณาการใน Levanger นอร์เวย์มีสนามทดสอบต่างๆ เช่น สนามทดสอบการวัดระยะ laser พร้อมทางลาดชันและสระน้ำจมได้ทั้งคัน แหล่งพลังงานของโรงงานมาจากแหล่งความร้อนใต้พิภพ ตามข้อมูลจากบริษัท KNDS

รถถังหลัก Leopard 2A8NO จำนวน 17คันกำลังได้รับการผลิตโดยโรงงานของบริษัท KNDS Deutschland เยอรมนีใน Munich(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/leopard-2a7-44.html) และอีกจำนวน 37คันในโรงงานที่ Levanger นอร์เวย์
การวางแผนกำหนดให้รถถังหลัก Leopard 2A8NO จะเริ่มต้นเข้าประจำการในกองทัพบกนอร์เวย์ในปี 2027 หลังการทดสอบและรับรองจะเสร็จสิ้นในปี 2028 เพื่อทดแทนรถถังหลัก Leopard 2A4NO รุ่นเก่าที่ใช้งานมา 30ปี

ก่อนการส่งมอบรถถังหลัก Leopard 2A8NO สองคันแรกที่ค่าย Rena Camp ของกองทัพบกนอร์เวย์ใน Østerdalen รถถังหลัก Leopard 2A8 MBT ชุดแรกสำหรับกองทัพบกเยอรมนี(German Army, Heer) และนอร์เวย์ 
ร่วมไปกับปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน Panzerhaubitze(PzH) 2000 A4 ถูกเปิดตัว ณ บริษัท KNDS Deutschland ใน Munich เยอรมนี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/leopard-2a8-pzh-2000-a4.html)

ในพิธีเปิดตัวผู้บัญชาการกองทัพบกนอร์เวย์ พลตรี Lars Lervik ได้อธิบายถึงรถถังหลัก Leopard 2A8NO MBT ในฐานะ "เสาหลักในการจัดตั้งกองพลน้อยเหนือ(Brigade North) เพื่อให้ตรงเป้าหมายกำลังรบของ NATO สำหรับกองพลน้อยทหารราบยานเกราะ"
สำนักงานยุทโธปกรณ์กลาโหมนอร์เวย์(NDMA: Norwegian Defence Materiel Agency, FMA: Forsvarsmateriell) ได้สั่งจัดหารถถังหลัก Leopard 2A7+ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น Leopard 2A8 จำนวน 54คันในปี 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/leopard-2a7-54.html)

รถถังหลัก Leopard 2A8 รุ่นล่าสุดที่สร้างใหม่ได้ถูกสั่งจัดหาโดยเยอรมนีจำนวน 124คัน, นอร์เวย์จำนวน 54คัน, เนเธอร์แลนด์จำนวน 46คัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/leopard-2a8-46.html), ลิทัวเนียจำนวน 44คัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/leopard-2a8-44.html), 
สวีเดนจำนวน 44คัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/leopard-2a8-strv-123-44.html) และสาธารณรัฐเช็กจำนวน 44คัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/leopard-2a8-44.html) ยังรวมถึงโครเอเชียในอนาคตจำนวนถึง 50คันด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/leopard-2a8-m142-himars.html)

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อิสราเอลอนุมัติการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35I และ F-15IA สหรัฐฯเพิ่ม

Israel approves additional combat squadrons







Israel is increasing its buy of both the F-35I (pictured) and F-15IA combat aircraft. (Israeli Air Force)

อิสราเอลได้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างของเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35I Adir(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35i-yak-130.html) เพิ่มเติมอีกหนึ่งฝูงบิน
และเครื่องบินขับไล่ Boeing F-15IA เพิ่มเติมอีกหนึ่งฝูงบิน(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/boeing-f-15ia-25.html) รวมสองฝูงบิน กระทรวงกลาโหมอิสราเอลประกาศเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2026

การจัดซื้อจัดจ้างของเครื่องบินขับไล่ F-35I Adir ฝูงบินที่สี่(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/f-35i.html) และเครื่องบินขับไล่ F-15IA ฝูงบินที่สอง(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/f-15ia-25.html)
ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมาธิการรัฐมนตรีด้านการจัดซื้อจัดจ้าง(Ministerial Committee on Procurement) "นี่เป็นก้าวย่างแรกในการดำเนินการปฏิบัติแผนการเสริมสร้างกำลังรบระยะยาวเป็นทศวรรษของกองทัพอิสราเอล(IDF: Israel Defense Force)"

"ได้รับความเห็นชอบโดยนายกรัฐมนตรีอิสราเอล Benjamin Netanyahu และรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล Israel Katz ภายใต้การจัดสรรงบประมาณวงเงิน 350 billion Israeli new shekel($119 billion)
ฝูงบินใหม่(สองฝูงบิน)จะทำหน้าที่ในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนากำลังรบระยะยาวของกองทัพอิสราเอล ในการรับมือภัยคุกคามต่างๆในภูมิภาคที่มีวิวัฒนาการและสงวนยุทธศาสตร์การครองอากาศ(air superiority) ของอิสราเอล" กระทรวงกลาโหมอิสราเอลกล่าว

ขณะที่จำนวนเครื่องบินขับไล่ F-35I และเครื่องบินขับไล่ F-15IA ที่จะจัดหาเพิ่มเติมไม่ได้ถูกให้ข้อมูลในการประกาศ ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีของกองทัพอากาศอิสราเอล(IAF: Israeli Air Force) โดยปกติมีจำนวนอากาศยานที่ระหว่าง 20-30เครื่อง
ด้วยการได้รับการอนุมัติในระดับชาติ ขณะนี้กระทรวงกลาโหมอิสราเอลจะเดินหน้าโดยการบรรลุของตกลงต่างๆกับรัฐบาลสหรัฐฯและคู่สัญญาทางทหารรายต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/f-15ia.html)

แยกออกไปต่างหาก กระทรวงกลาโหมอิสราเอลประกาศเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 ว่าเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing KC-46A Gideon ได้ทำการบินครั้งแรกของตนแล้ว ก่อนหน้าการส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศอิสราเอลในเดือนมิถุนายน 2026
อิสราเอลได้สั่งจัดหาเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-46A Gideon จำนวน 4เครื่องในเดือนสิงหาคม 2022 และเพิ่มอีก 2เครื่องในในเดือนสิงหาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/kc-46a-2.html) รวมจำนวน 6เครื่อง

ปัจจุบันกองทัพอากาศอิสราเอลมีเครื่องบินขับไล่ F-35I Adir(ภาษาฮีบรูแปลว่า "ผู้ทรงฤทธา" การกำหนดแบบและชื่อของเครื่องบินขับไล่ F-35A ในประจำการอิสราเอล) ประจำการในสามฝูงบินรวมจำนวน 75เครื่อง
และกำลังจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-15IA ฝูงบินแรกที่เป็นเครื่องสร้างใหม่จำนวน 25เครื่อง และปรับปรุงเครื่องบินขับไล่  F-15I(Israel) Ra'am(Thunder "สายฟ้า" ภาษาฮีบรู) ที่มีอยู่ 25เครื่องเป็นมาตฐานใหม่ที่เรียกว่าเครื่องบินขับไล่ F-15I+ ครับ

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สิงคโปร์ทำพิธีตัดเหล็กเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สามและลำที่สี่

Singapore cuts steel for third, fourth MRCVs







A computer-generated image of the MRCV. (Singapore Ministry of Defence)

บริษัท ST Engineering สิงคโปร์ได้ดำเนินการทำพิธีตัดเหล็กสำหรับเรือรบอเนกประสงค์(MRCV:  Multirole Combat Vessel) ลำที่สามและลำที่สี่ของกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy)
พิธีตัดเหล็กส่งสัญญาณว่าการวางแผนการสร้างและการดำเนินการปฏิบัติทางสัญญาของโครงการเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ได้เข้าถึงระดับความสมบูรณ์ที่ทำให้สามารถมีความคืบหน้าการดำเนินการกับตัวเรือหลายลำคู่ขนานกันได้

พิธีตัดเหล็กของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สามและลำที่สี่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 ณ อู่เรือของบริษัท ST Engineering โดยพิธีได้เชิญหัวหน้าฝ่ายวิศกรรมและการส่งกำลังบำรุงทางเรือ ของกองทัพเรือสิงคโปร์ Military Expert 7(ME7) Khoo Koh Giok
ในคำกล่าวของเขา ME7 Khoo กล่าวว่าวิวัฒนาการที่ต่อเนื่องของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV จำที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงในวิธีการนำขีดความสามารถต่างๆมาใช้และสนับสนุนตลอดวงจรชีวิตของเรือเหล่านี้

ME7 Khoo เสริมว่าความเป็นหุ้นส่วนของกองทัพเรือสิงคโปร์กับสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหมสิงคโปร์(DSTA: Defence Science and Technology Agency) และ ST Engineering สิงคโปร์
จะเป็นการรวมศูนย์เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory โครงการ MRCV เหล่านี้ยังคงสอดคล้องสำหรับภารกิจต่างๆในอนาคตท่ามกลางการวิวัฒนาการนี้(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/saab-mrcv.html)

ST Engineering สิงคโปร์ได้รับสัญญาเพื่อออกแบบและสร้างเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ทั้งหมดจำนวน 6ลำสำหรับกองทัพเรือสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/mrcv.html)
เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV มีวัตถุประสงค์ที่จะทยอยทดแทนเรือคอร์เวตชั้น Victory ของกองทัพเรือสิงคโปร์ที่มีอายุการใช้งานมานาน ซึ่งได้ถูกขึ้นระวางประจำการช่วงระหว่างปี 1990-1991

กองทัพเรือสิงคโปร์ได้อธิบายเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ในฐานะองค์ประกอบทางเครื่องมือของโครงสร้างกำลังรบในอนาคตของตน โดยเรือถูกออกแบบเพื่อจะปฏิบัติการในฐานะเรือแม่สำหรับระบบแบบมีคนบังคับและไร้คนขับต่างๆในการสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ
เรือรบอเนกประสงค์ MRCV เป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีมีความซับซ้อนทางเทคนิคมากที่สุดที่เคยถูกสร้างในสิงคโปร์ เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory มีความยาวเรือรวมที่ 150m, กว้างที่ 21m, และระวางวางขับน้ำที่ราว 8,000tonnes

เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ถูกออกแบบที่จะสามารถทำความเร็วได้ที่มากกว่า 22knots และมีระยะการปฏิบัติการไกลเกิน 7,000nmi ราวประมาณสองเท่าของเรือฟริเกตชั้น Formidable ของกองทัพเรือสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/formidable-rss-stalwart-aster.html)
ชุดระบบการรบของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV มีคุณลักษณะประกอบด้วยปืนเรือ Leonardo 76mm Strales(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/7662-strales-drone.html) และระบบแท่นยิงอาวุธปืนกล RCWS(Remotely Controlled Weapon System) แบบ Typhoon Mk 30‑C ขนาด 30mm 

การติดตั้งระบบการป้องกันภัยทางอากาศเป็นวงชั้นประกอบด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MICA และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Aster ในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) แบบ Sylver จำนวน 16ท่อยิง
แม้ว่ากองทัพเรือสิงคโปร์ยังไม่ได้เปิดเผยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นที่ถูกเลือกสำหรับเรือรบอเนกประสงค์ MRCV มีการคาดว่าจะเป็นระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear ที่พัฒนาร่วมโดยสิงคโปร์และอิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/blue-spear-formidable.html

เรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำแรก RSS Victory หมายเลขเรือ 88 ถูกทำพิธีตัดเหล็กในเดือนมีนาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/mrcv.html), ทำพิธีวางกระดูกงูเรือในเดือนตุลาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/mrcv.html),
ถูกทำพิธีพิธีปล่อยเรือและตั้งชื่อเรือในเดือนตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/mrcv-rss-victory.html) และถูกนำลงสู่ผิวน้ำถูกนำลงสูงผิวน้ำจริงแล้วตามวีดิทัศน์ที่กองทัพเรือสิงคโปร์เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 RSS Victory มีกำหนดจะส่งมอบให้กองทัพเรือสิงคโปร์ภายในปี 2028

เรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สองที่น่าจะมีชื่อเรือ RSS Valour หมายเลขเรือ 89 ถูกทำพิธีตัดเหล็กในเดือนเมษายน 2025 และทำพิธีวางกระดูกงูเรือเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/victory-mrcv.html)
ในการทดแทนเรือคอร์เวตชั้น Victory เดิมเป็นไปได้มากว่าเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สามและลำที่สี่ล่าสุดจะถูกตั้งชื่อว่า RSS Vigilance หมายเลขเรือ 90 และ RSS Valiant หมายเลขเรือ 91 ตามลำดับ กองทัพเรือสิงคโปร์มีกำหนดจะได้รับมอบเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ครบ 6ลำภายในปี 2030 ครับ

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

เยอรมนีรับมอบเครื่องบินลำเลียง A400M เครื่องสุดท้ายครบ 53เครื่อง

Germany receives final A400M airlifter





As the last of 53 A400Ms for Germany, 54+63 was delivered to the Luftwaffe on 18 April 2026. (Luftwaffe)

เยอรมนีได้รับมอบเครื่องบินลำเลียง Airbus Defence and Space(DS) A400M เครื่องที่53 และเครื่องสุดท้ายของตนเข้าประจำการในกองทัพอากาศเยอรมนี(Luftwaffe) แล้ว
เครื่องบินลำเลียง A400M หมายเลข 54+63 ได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศเยอรมนีเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2026 เสร็จสิ้นการส่งมอบที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2014

กองทัพอากาศเยอรมนีได้จัดหาเครื่องบินลำเลียง A400M เพื่อทดแทนเครื่องบินลำเลียง Transall C-160 ที่ขณะนี้ปลดประจำการไปแล้วของตน เช่นเดียวกับการใช้สำหรับการลำเลียงด้านการส่งกำลังบำรุง
กองทัพอากาศเยอรมนีกำลังใช้งานเครื่องบินลำเลียง A400M สำหรับภารกิจทางยุทธวิธีต่างๆในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/airbus-a400m.html)

ด้วยวัตถุประสงค์นี้กองทัพอากาศเยอรมนีได้เครื่องบินลำเลียง A400M ของตนด้วยระบบมาตรการต่อต้านการเล็งด้วย infrared แบบ Elbit Systems J-MUSIC(MUlti-Spectral Infrared Countermeasure) อิสราเอล
เช่นเดียวกับระบบการพรางตัวไปกับภูมิประเทศด้วยการบินระดับเพดานบินต่ำ ฝูงบินเครื่องบินลำเลียง A400M ของกองทัพอากาศเยอรมนียังถูกนำไปใช้งานในฐานเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศด้วย

ภารกิจต่างๆในอนาคตสำหรับเครื่องบินลำเลียง A400M ในประจำการกองทัพอากาศเยอรมนียังอาจจะรวมถึงการทำหน้าที่ยานแม่สำหรับฝูงอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) จำนวนมาก
และเครื่องบินบรรทุกระยะไกล(remote carriers) ของระบบอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี'(loyal wingmen)(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/rheinmetall-boeing-mq-28-ghost-bat.html)

และความเป็นไปได้ในฐานะระบบก่อกวนสัญญาณระยะไกลเกินพิสัยโจมตีฝ่ายตรงข้าม(standoff jammer) สำหรับภารกิจ luWES(Luftgestützte Wirkung im Elektromagnetischen Spektrum) สำหรับ NATO
เยอรมนีเดิมมีความตั้งใจที่จะจัดซื้อเครื่องบินลำเลียง A400M จำนวน 73เครื่อง แต่จำนวนเครื่องได้ถูกลดลงในปี 2011 เป็นจำนวน 53เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/airbus-a400m.html)

ขณะที่เยอรมนีมองที่จะขายเครื่องบินลำเลียง A400M เหล่านี้ออกไป 13เครื่องและยังปฏิบัติการเครื่องบินเหล่านี้ในฐานะฝูงบินานชาติ ขณะนี้เครื่องบินลำเลียง A400M ทุกเครื่องได้อยู่ในรายการยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศเยอรมนีแล้ว
เครื่องบินลำเลียง A400M ประจำการอยู่ในฝูงบิน1(1 Flying Squadron), ฝูงบิน2(2 Flying Squadron), และฝูงบิน3(3 Flying Squadron) กองบินลำเลียง62(Air Transport Wing 62) ณ ฐานทัพอากาศ Wunstorf โดยมีหน่วยฝึกที่ฝูงบิน4(4 Flying Squadron) ณ ฐานทัพอากาศ Bremen ครับ