วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๖๙-๑
















The Royal Thai Air Force (RTAF) Lockheed Martin F-16A/B Block 15 OCU/ADF Fighting Falcon of 103rd Squadron, Wing 1 Korat; F-16AM/BM EMLU of of 403rd Squadron, Wing 4 Takhli; Saab Gripen C/D of 701st Squadron, Wing 7 Surat Thani; seen in the Children's Day 2026 at Wing 6 Don Muang on 10 January 2026; and Northrop F-5E/F TH Super Tigris of 211st Squadron, Wing 21 Ubon Ratchathani, were invovoled during border conflict between Thailand and Cambodia on 7-27 December 2025. (Royal Thai Air Force)

เก็บตก ”บรรยากาศรอยยิ้มแห่งความสุข“ จากผู้เข้าร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ ประจำปี 2569 
พี่ๆ ทหารอากาศสนุกมากครับ “เพราะน้องๆ คืออนาคตของชาติ”... แล้วพบกันปีหน้าครับ

"แม้เครื่องบินสมรรถนะสูงและยุทโธปกรณ์จะมีมูลค่าสูง แต่สิ่งที่มีคุณค่ามากยิ่งกว่าคือ นักบินและกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า ซึ่งประชาชนชาวไทยทั้งประเทศได้ฝากความหวังและความเชื่อมั่นไว้ในการดูแลอธิปไตยที่หวงแหน และกำลังพลกองทัพอากาศไม่เคยทำให้คนไทยต้องผิดหวังจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นและเป็นมืออาชีพ
 กองทัพอากาศได้แสดงถึงบทบาทสำคัญในมิติ “การรบร่วม” ซึ่งได้พิสูจน์แนวคิดในตำราและการฝึกในสถานการณ์จำลอง สู่การปฏิบัติจริงที่เป็นที่จับตามองของกองทัพทั่วโลก โดยแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจที่มุ่งเน้นการยุติความขัดแย้ง ด้วยการลิดรอนศักยภาพของฝ่ายตรงข้าม เพื่อลดการสูญเสียทั้งต่อกำลังพลและประชาชนผู้บริสุทธิ์ อันสะท้อนถึงหลักการทหารอาชีพและความรับผิดชอบต่อมนุษยธรรม
ในนามของพี่น้องประชาชนชาวไทย ขอชื่นชมกำลังพลทุกนาย ที่ได้ทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนัก แม้การใช้งานจริงอาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นและไม่อาจคาดการณ์ได้ แต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติภารกิจ กำลังพลทุกนายสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเด็ดขาด รอบคอบ และมีประสิทธิภาพ จนสามารถชี้ขาดและตัดสินผลการปฏิบัติการได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อรักษาความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ”
โอวาทจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องในโอกาสตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจนักบินและกำลังพลผู้ปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงชายแดนตะวันออก ณ กองบิน 1 
กองทัพอากาศตอกย้ำถึงความพร้อมขั้นสูงสุดของกำลังพลและอากาศยานในการเฝ้าระวังและปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ
“ 24/7 ไม่เกินจริง “

Shield of the East!!
Wing 21 spirit of the Eagle
“ฝึกทหาร 1,000 วัน รบวันเดียว แล้วชนะ คุ้ม! ฝึกทหาร 10 ปี ใช้รบจริงวันเดียว แล้วชนะ คุ้ม!”
เพราะอธิปไตยสูญเสียไม่ได้ กองทัพอากาศจึงต้องฝึกฝนเตรียมกำลังกองทัพอากาศให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา 
ผบ.ทอ.ขอบคุณข้าราชการที่ปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละและเข้มแข็ง อีกทั้งเน้นย้ำต้องมีความพร้อมในการปฏิบัติหากมีสถานการณ์เกิดขึ้น 
"เราไม่ต้องการสงคราม แต่ถ้าเราต้องการสันติภาพเราต้องพร้อมรบ"

กองบิน ๒๑ ให้การต้อนรับ
ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ
 พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ  และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมความพร้อมปฏิบัติการหน่วยในระบบควบคุมทางอากาศยุทธวิธี สถานีรายงานภูสิงห์ จังหวัดอำนาจเจริญ ,หน่วยบิน ๒๑๑๑ และ หน่วยบิน ๒๐๒๑ กองบิน ๒๑ จังหวัดอุบลราชธานี 
ในการนี้ นาวาอากาศเอก ภักตร์ บุณยะเวศ ผู้บังคับการกองบิน ๒๑ ให้การต้อนรับ ณ ท่าอากาศยาน กองบิน ๒๑ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันพุธที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๙

งานวันเด็กแห่งชาติประจำปี พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ในส่วนของกองทัพอากาศไทยที่มีขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีขึ้นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ครั้งที่สองระหว่างวันที่ ๒๔-๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘ และครั้งที่สามระหว่างวันที่ ๗-๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘
กองทัพอากาศไทยได้ตัดสินใจงดจัดกิจกรรมงานงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี พ.ศ.๒๕๖๙ ในพื้นที่ฐานทัพอากาศหลักต่างๆรวมถึง กองบิน๑ โคราช จังหวัดนครราชสีมา, กองบิน๔ ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์, กองบิน๗ จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กองบิน๒๑ จังหวัดอุบลราชธานี และกองบิน๓ วัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยและเตรียมกำลังต่อสถานการณ์ตามแนวชายแดนที่ยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงอยู่
อย่างไรก็ตามยังมีการจัดกิจกรรมงานวันเด็ก ๒๕๖๙ ของกองทัพอากาศไทยใน กองบิน๖ ดอนเมือง กรุงเทพฯที่เป็นสถานที่จัดงานหลัก และอีกหลายฐานที่ตั้ง เช่น กองบิน๒ โคกกระเทียม จังหวัดลพบุรี, กองบิน๒๓ จังหวัดอุดรธานี, ศูนย์การฝึกกองทัพอากาศน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น, กองบิน๔๑ จังหวัดเชียงใหม่, กองบิน๔๖ จังหวัดพิษณุโลก, กองบิน๕ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และกองบิน๕๖ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

อากาศยานของฝูงบินที่มีที่ตั้งในฐานทัพอากาศที่งดจัดวันเด็กยังคงถูกนำมาเข้าร่วมการแสดงการบินในงานวันเด็กต่างๆทั่วประเทศทั้งการแสดงการบินภาคอากาศ ภาคพื้นดิน และบินผ่าน รวมถึงเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก บ.ข.๑๙/ก F-16A/B ฝูงบิน๑๐๓ กองบิน๑ ที่เครื่องหมายเลข "10308" และ "10311" ได้ปรากฏการทำเครื่องหมาย Bomb Score mark การใช้อาวุธระเบิดต่างๆแสดงถึงการใช้อาวุธในการรบจริงล่าสุด
เครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก บ.ข.๑๙/ก F-16AM/BM EMLU ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔, เครื่องบินขับไล่แบบที่๒๐/ก บ.ข.๒๐/ก Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ กองบิน๗, เครื่องบินขับไล่แบบที่๑๘ข/ค F-5E/F TH ฝูงบิน๒๑๑ กองบิน๒๑, เครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๒ บ.ขฝ.๒ T-50TH ฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔, เครื่องบินโจมตีแบบที่๗ บ.จ.๗ Alpha Jet TH ฝูงบิน๒๓๑ กองบิน๒๓, และเครื่องบินโจมตีแบบที่๘ บ.จ.๘ AT-6TH Wolverine ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ มีการแสดงการบินและบินผ่านในงานวันเด็กก็ต่างมีส่วนรวมในยุทธการ๙๕๕ และยุทธการพิทักษ์จักรพงษ์๖๘(๙๕๕.๒)
ผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพอากาศและผู้มีอำนาจในกระทรวงกลาโหมไทยได้เดินทางเยือนฐานทัพอากาศต่างๆของกองทัพอากาศไทยเพื่อตรวจเยี่ยมความพร้อมของกำลังรบทางอากาศ ซึ่งได้เห็นการใช้อาวุธที่หลากหลายทั้งลูกระเบิดอากาศทำลายอเนกประสงค์ Mk 82 ขนาด 500lbs และ Mk 84 ขนาด 2,000lbs ระเบิดนำวิถี laser แบบ Pavway II และ LIZARD 3 และระเบิดนำวิถีร่อนดาวเทียม KGGB เป็นต้น

ยังมีอากาศยานอีกหลายแบบที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงมากนักในการปฏิบัติการรบร่วมสี่เหล่าทัพอย่างแท้จริงครั้งแรกของทั้งกองทัพบกไทย กองทัพเรือไทย กองทัพอากาศไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่นอากาศยานรบไร้คนขับขึ้นลงทางดิ่ง NAC DRONE SW-30X4 Pro Max ไทย, FPV Drone สาย fiber optic, เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศแบบที่๑ บ.ค.๑ Saab 340 ERIEYE AEW ฝูงบิน๗๐๒ กองบิน๗,
อากาศยานไร้คนขับตรวจการณ์แบบที่๑ บร.ต.๑ Aeronautics Aerostar BP ฝูงบิน๓๐๑ กองบิน๓ ซึ่งมีการอ้างว่าเครื่องหนึ่งตกในพื้นที่กัมพูชา, อากาศยานไร้คนขับตรวจการณ์แบบที่๓ บร.ต.๓ Aeronautics Dominator XP ฝูงบิน๓๐๒ กองบิน๓ หรืออากาศยานไร้คนขับ Hermes 450 และอากาศยานไร้คนขับ DP20 ที่พัฒนาโดย ATIL ไทยและ DTI ไทยของกองทัพบกไทยที่พบว่ามี DP20 หนึ่งเครื่องตกในพื้นที่กัมพูชา
และยังรวมที่ถูกขอความร่วมมือจากกองทัพไม่ให้เผยแพร่ภาพยืนยันช่วงนี้รวมถึงเฮลิคอปเตอร์โจมตี ฮ.จ.๑ AH-1F Cobra กองทัพบกไทย ที่ถูกวางกำลังในพื้นที่กองทัพภาคที่๒ ทภ.๒ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๘ แล้ว และถูกใช้ในภารกิจเวลากลางคืนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งยากที่ทหารฝ่ายตรงข้ามจะใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบนำไปด้วยบุคคล MANPADS เล็งยิงด้วยสายตาถ้าไม่มี radar ตรวจจับครับ





A Royal Thai Air Force spokesperson revealed details regarding the aircraft accident.
Air Vice Marshal Chakrit Thamvichai, spokesperson for the Royal Thai Air Force, revealed that on Thursday, January 29, 2026, at 10:20 AM, an AT-6TH attack aircraft assigned to 411st Squadron, Wing 41, crashed during a combat search and rescue training mission in Chom Thong District, Chiang Mai Province (direction 210, distance 60 kilometers from Chiang Mai Airport). 
This area is a Royal Thai Air Force training zone. The incident resulted in the fatalities of two pilots. The incident did not affect civilians or property in the vicinity. Following the incident, Air Chief Marshal Seksan Kantha, Commander-in-Chief of the Royal Thai Air Force, ordered relevant units to immediately secure the crash site. 
He also assigned the Royal Thai Air Force Aircraft Accident Investigation Committee to the site to conduct a thorough and meticulous investigation into the cause of the accident, adhering strictly to regulations and aviation safety standards. 
The aim is to arrive at an accurate conclusion that can be used to improve and develop the most effective aviation safety measures in the future.
The Royal Thai Air Force expresses its deepest condolences to the family of the deceased pilot and commends his dedication, sacrifice, and commitment to the nation. The Royal Thai Air Force will provide full support and assistance to the family of the deceased pilot.
The Royal Thai Air Force places the highest priority on the safety of its personnel and the performance of flight training missions. These missions are essential for enhancing the capabilities and combat readiness of the air force, enabling it to effectively fulfill national defense, maintain independence and sovereignty, and ensure the security and safety of the people. 
The Royal Thai Air Force also expresses its gratitude to the local residents and rescue teams for their urgent assistance and urges those in the affected areas to strictly follow the instructions of Royal Thai Air Force personnel.
Office of the Air Force Spokesperson
29 January 2026

โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยกรณีอากาศยานประสบอุบัติเหตุ
พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 10.20 น. เครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6TH) สังกัดฝูงบิน 411 กองบิน 41 จำนวน 1 เครื่อง ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติภารกิจการฝึกบิน ค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search and Rescue) ณ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ (ทิศทาง 210 ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากสนามบินเชียงใหม่) ซึ่งเป็นพื้นที่การฝึกของกองทัพอากาศ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้นักบินจำนวน 2 คน เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
ภายหลังเกิดเหตุ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุทันที พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุกองทัพอากาศ ลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียด รอบคอบ เป็นไปตามระเบียบ และมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง และสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนามาตรการความปลอดภัยด้านการบินให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป
กองทัพอากาศขอแสดงความอาลัยต่อนักบินผู้เสียสละ และครอบครัวอย่างสุดซึ้ง และขอสดุดีในความมุ่งมั่น เสียสละ อุทิศตนเพื่อประเทศชาติ และจะดูแลช่วยเหลือครอบครัวของนักบินผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่
กองทัพอากาศให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของกำลังพลและการปฏิบัติภารกิจการฝึกบิน ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถและความพร้อมรบของกำลังทางอากาศ เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศ รักษาเอกราชอธิปไตย และดูแลความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งขอขอบคุณประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนทีมกู้ภัยที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศอย่างเคร่งครัด
สำนักงานโฆษกกองทัพอากาศ
29 มกราคม 2569

เครื่องบินโจมตีแบบที่๘ บ.จ.๘  Beechcraft AT-6TH Wolverine ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ เกิดอุบัติเหตุตกขณะทำการฝึกบินในภารกิจค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ(CSAR: Combat Search and Rescue) ณ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ ตามเวลาท้องถิ่น 1020h ณ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่(Bearing 210 ระยะทาง 60km จากท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่)
มีการเปิดเผยตามมาว่าเครื่องบินโจมตี บ.จ.๘ AT-6TH Wolverine ที่ตกคือเครื่องหมายเลข "41107" และมีนักบินเสียชีวิตสองนายคือ นาวาอากาศตรี สมัชชา คุณมาศ callsign "MATCHA" ครูการบิน(Flight Instructor) ซึ่งมีประสบการณ์การบินมาแล้ว ๘ปีและเป็นนักบินชุดที่ไปฝึกศึกษารับมอบเครื่องที่สหรัฐฯ และเรืออากาศโท กรวิชญ์ เจนคิด ขณะที่เขียนนี้กองทัพอากาศไทยยังอยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุ
นี่เป็นอุบัติเหตุครั้งแรกและมีนักบินเสียชีวิตนับตั้งแต่มีพิธีบรรจุประจำการ บ.จ.๘ AT-6TH เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๘(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/at-6th.html) ซึ่งตลอดปี ๒๕๖๘ ที่ผ่านมากองทัพอากาศไทยได้นำ บ.จ.๘ AT-6TH ปฏิบัติการจริงตามแนวชายแดนไทย-พม่าและไทย-กัมพูชาแล้ว จนกว่าจะมีการจัดหาระยะที่๒ จำนวน ๔เครื่องเพิ่มเติม ฝูงบิน๔๑๑ จะเหลือ บ.จ.๘ AT-6TH เพียง ๗เครื่องครับ
(เช่นเดิมในสื่อสังคม online ของไทยยังคงมีการแสดงความเห็นโจมตีนักบินสองนายที่เสียชีวิตว่าทำการบินด้วยความประมาทในสภาพอากาศดีท้องฟ้าสว่างแทบไม่มีเมฆ จนถึงโจมตีว่ากองทัพอากาศโง่ซื้อกากขยะเครื่องบินใบพัดล้าสมัยที่สหรัฐฯหลอกขาย ระบบเก้าอีดีดตัวไม่มีหรือไม่ทำงาน ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงที่ว่า AT-6TH เป็นเครื่องบินรบที่ทันสมัยมาก และการสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศจะตัดปัจจัยใดๆทิ้งไม่ได้
พวกที่โจมตีนักบินที่เสียชีวิตและกองทัพอากาศในตอนนี้มีสองพวกหลักๆคือคนจากประเทศฝ่ายตรงข้ามซึ่งก็คงจะไปว่าอะไรไม่ได้เพราะในสงครามชาติศัตรูก็คิดว่าประเทศตนเป็นฝ่ายถูกและยินดีที่จะสาปแช่งให้ฝ่ายเราพบกับความวิบัติ แต่พวกคนไทยที่เป็นผู้ไม่หวังดีต่อชาติและสื่อไร้จรรยาบรรณนี้ไม่สามารถให้อภัยได้! ตอนไทยเรารบตามชายแดนคือเงียบหาความบันเทิงไปวันๆ แต่ตอนทหารไทยตายจากการฝึกกลับออกมาด่า!)


Army Aviation Center (AAC), Royal Thai Army (RTA) held AH-6i Patches ceremony to first pilots, technicians and personnel have passed the entrance examination for the education system for eight AH-6i Little Bird light attack helicopters. (Royal Thai Army)


Thailand's acquisition of eight AH-6i Little Bird light attack helicopters will allow the service to replace its obsolete AH-1IF Cobra attack helicopters, seen here at frontline airbase in 2025. (Royal Thai Army)

"สร้างขวัญ ให้กำลังใจ ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวชายแดน"
ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุดอากาศยานไร้คนขับ กองกำลังสุรนารี และชุดบินเฉพาะกิจ ณ สนามบินสุรินทร์ภักดี จ.สุรินทร์ เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติต่างๆ โดยมอบสิ่งของใช้ที่จำเป็น ให้กับกำลังพลเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจ  
อีกทั้งสอบถามความเป็นอยู่ ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ภารกิจ และการใช้ชีวิตประจำวัน ว่ามีความกังวลหรือมีต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม เพื่อสะดวกต่อการดำเนินการจัดหาในการสนับสนุนต่อไป นอกจากนี้ยังให้กำลังใจกำลังพลทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่ครับ

SMART Soldiers | AH-6i Little Bird ขีดความสามารถใหม่กองทัพบกไทย
ศูนย์การบินทหารบก จัดพิธีมอบ Patch เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-6i ให้แก่นักบิน ช่างเครื่อง และกำลังพลรุ่นแรกจากหน่วยต่าง ๆ ที่ผ่านการสอบคัดเลือกการศึกษาระบบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-6i เพื่อการยกระดับขีดความสามารถด้านการบินทหารและการสนับสนุนการรบของกองทัพบก
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-6i ของกองทัพบกไทย เป็นอากาศยานโจมตีที่มีความคล่องตัวสูง ขนาดเล็ก เสียงเบา และตรวจจับได้ยาก เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและรูปแบบการปฏิบัติการของประเทศไทย โดยสามารถติดตั้งอาวุธได้หลากหลาย รองรับภารกิจลาดตระเวน การโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน และการสนับสนุนหน่วยรบแนวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ
อาวุธหลักของ AH-6i
- จรวดนำวิถีต่อต้านรถถัง AGM-114R Hellfire
- จรวดนำวิถีขนาด 2.75 นิ้ว APKWS (Advanced Precision Kill Weapon System)
- จรวดขนาด 2.75 นิ้ว Hydra 70
 - ปืนกล M134 Minigun (7.62 มม.) และ GAU-19/B (.50 นิ้ว)
คุณสมบัติเด่น
- ขนาดเล็ก ตรวจจับได้ยาก เข้าถึงพื้นที่จำกัดได้ดี
- คล่องตัวสูง เคลื่อนที่เร็ว หลบหลีกได้ดี
- อาวุธหลากหลาย รองรับภารกิจทั้งเชิงรุกและการสนับสนุนการรบ
การพัฒนากำลังพลและระบบอาวุธของ AH-6i ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความพร้อมรบของกองทัพบกไทย ให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามทุกรูปแบบได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
พร้อมรบ พร้อมปกป้องอธิปไตย และพร้อมยืนเคียงข้างประชาชน

ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ Boeing AH-6i Little Bird จำนวน ๘เครื่องสำหรับกองทัพบกไทยคือศูนย์การบินทหารบก ศบบ.(AAC: Army Aviation Center) ได้จัดพิธีมอบ patch เฮลิคอปเตอร์โจมตี ฮ.จ.๖ AH-6i แก่แก่นักบิน ช่างเครื่อง และกำลังพลรุ่นแรกจากหน่วยต่างๆที่ผ่านการสอบคัดเลือกการศึกษาระบบในเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๙
ตั้งแต่ลงนามสัญญาจัดหาวงเงินราว $103.8 million(ประมาณ ๓,๓๔๒,๕๘๙,๐๑๔บาท) ที่ได้รับการอนุมัติการขายจากรัฐบาลสหรัฐฯในปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019) โรงงานอากาศยาน Mesa ของ Boeing สหรัฐฯได้เริ่มต้นทำการบินทดสอบเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i เครื่องแรกจากทั้งหมด ๘เครื่องสำหรับกองทัพบกไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๗(2024) โดยสัญญาเดิมที่มีกำหนดส่งมอบในปี พ.ศ.๒๕๖๘ 
อย่างไรก็ตามการส่งมอบได้ถูกเลื่อนมาเป็นภายในปี พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ กองทัพบกไทยจะนำ AH-6i เข้าประจำการ ณ กองพันบินที่๓(3rd Aviation Battalion), กรมบิน(Aviation Regiment) ศูนย์การบินทหารบก หลังเสร็จสิ้นการส่งมอบให้แก่ไทย Boeing จะปิดสายการผลิตเฮลิคอปเตอร์โจมตีเบา AH-6i ของตนลงตามที่ไม่มีลูกค้าที่สั่งซื้อเพิ่มเติม(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/boeing-ah-6i.html)

ตามเอกสารอนุมัติการขายของสหรัฐฯ เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๖ AH-6i ใหม่ ๘เครื่องจะทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี ฮ.จ.๑ Bell AH-1F Cobra ๗เครื่องที่ประจำการ ณ กองพันบินที่๓ กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก ที่ใช้งานมานาน ซึ่งชุดแรก ๔เครื่องเข้าประจำการในกองทัพบกไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๓-๒๕๓๔(1990-1991) โดยมี ๑เครื่องสูญเสียไปจากอุบัติเหตุในปี พ.ศ.๒๕๔๓(2000) 
และจัดหาอีก ๔เครื่องที่เคยประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯในปี พ.ศ.๒๕๕๕(2012) มีข้อสังเกตว่าขณะที่ได้รับการจัดหาภายใต้โครงการเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ เช่นเดียวกับ ฮ.ลว./อว.๕๕๐ AS550 C3 Fennec(Airbus Helicopters H125M) ๘เครื่องที่ประจำการ ณ กองพันบินที่๑(1st Aviation Battalion) กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก ซึ่งถูกนำไปใช้งานภาคสนามจริงเช่นการวางกำลังในชายแดนภาคใต้
ในสื่อประชาสัมพันธ์ล่าสุดกองทัพบกไทยจะเรียก AH-6i ในฐานะ "เฮลิคอปเตอร์โจมตี" ฮ.จ.มากกว่าที่จะเรียกเป็นเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว. ทั้งนี้ตามสมุดปกขาวกองทัพบกไทย พ.ศ.๒๕๖๗(RTA White Paper 2024) มีระบุถึงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตีใหม่(ผ่านรูปแบบการขาย FMS สหรัฐฯคือ Boeing AH-6E Apache หรือ Bell AH-1Z Viper)ที่เป็นส่วนหนึ่งของหลากหลายแผนการเสริมขีดความสามารถระบบอากาศยานของกองทัพบกไทยในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙-๒๕๗๙(2026-2036) ครับ

China State Shipbuilding Corporation (CSSC) displayed a model of its 2,600 ton submarine (S26T) at the Defense & Security 2025 show in Bangkok. (My Own Photos)



Submarine Squadron, Royal Thai Fleet (RTF), Royal Thai Navy (RTN) was announcement of recruitment for selection examination of submarine crews, instructors and Combat Staff for 42 positions.
S26T submarine crews selection examination positions included 11 of Commissioned Officers (COs) and 17 of Non-commissioned officers (NCOs). (Royal Thai Navy)

การสมัครสอบคัดเลือกกำลังพลประจำเรือดำน้ำ กำลังพลเข้ารับการอบรมหลักสูตรครูฝึก (Instructor) และหลักสูตรฝ่ายเสนาธิการรบ (Combat Staff) ตามโครงการจัดหาเรือดำน้ำ เพื่อทดแทนอัตราที่ว่าง

กองเรือดำน้ำ กดน.(Submarine Squadron) กองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet) กองทัพเรือไทยได้เปิดการสมัครสอบคัดเลือกกำลังพลประจำเรือดำน้ำ กำลังพลเข้ารับการอบรมหลักสูตรครูฝึก(Instructor) และหลักสูตรฝ่ายเสนาธิการรบ(Combat Staff) ตามโครงการจัดหาเรือดำน้ำ S26T เพื่อทดแทนอัตราที่ว่าง จำนวน ๔๒ อัตรา ระหว่างวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ถึง ๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙
กำลังพลประจำเรือดำน้ำ จำนวน ๒๘ อัตรา รวมถึงนายทหารสัญญาบัตร จำนวน ๑๑ อัตรา คือ ต้นหน(Navigation Officer) ผู้ช่วยต้นหน(Thrid Navigator) นายทหารการอาวุธ(Weapons Officer) จำนวน ๕ อัตรา, รองต้นกล(Second Engineer) และนายช่างกล(Thrid and Fourth Engineer) จำนวน ๓ อัตรา, นายแพทย์(Medical Officer) ๒ อัตรา และนายทหารโซนาร์(Sonar Officer) ชั้นยศระหว่านาวาตรี(Lieutenant Commander) และเรือเอก(Lieutenant)
และนายทหารชั้นประทวน ๑๗ อัตรา คือ พนักงานระบบเดินเรือ(Quartermaster) จำนวน ๑ อัตรา, ช่างอาวุธใต้น้ำ(Underwarter Weapons Technician) จำนวน ๑ อัตรา, ช่างกล(Engineer Technician) จำนวน ๑๑ อัตรา, จ่าเรือ(Petty Officer) จำนวน ๒อัตรา, พนักงานวิทยุ(Radio Operator) จำนวน ๑ อัตรา, และพนักงานโซนาร์(Sonar Operator) จำนวน ๒อัตรา, ชั้นยศระหว่างพันจ่าเอก(Chief Petty Officer First Class) และจ่าเอก(Petty Officer First Class)

หลักสูตรครูฝึก ๒ อัตรา รวมถึงครูฝึกหนีภัยออกจากเรือดำน้ำ แผนกฝึกความปลอดภัย ชั้นยศเรือเอก จำนวน ๑ อัตรา และครูช่างกล แผนกฝึกช่างกล ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ชั้นยศนาวาตรี จำนวน ๑อัตรา และหลักสูตรฝ่ายเสนาธิการรบ จำนวน ๑๒ อัตรา ชั้นยศระหว่างนาวาเอก(พิเศษ)(Commodore) และนาวาตรี(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/hangor-pns-ghazi.html)
อู่เรือ Wuchang ใน Wuhan จีน ได้เสร็จสิ้นการต่อเรือดำน้ำชั้น Hangor สำหรับกองทัพเรือปากีสถาน(PN: Pakistan Navy) ๔ลำแรกจาก ๘ลำ ในช่วงปี 2024-2025 ซึ่งปี 2025 ปล่อยเรือลงน้ำได้ถึง ๓ลำ และกำลังอยู่ระหว่างการทดลองเรือในทะเลก่อนส่งมอบลำแรกในปี 2026 เป็นที่เข้าใจว่าอู่เรือ Wuchang น่าจะมีเวลา,แรงงาน, และทรัพยากรที่มาใช้ในการต่อเรือดำน้ำ S26T ลำแรกสำหรับกองทัพเรือไทยได้มากขึ้น 
ซึ่งไทยได้มีการลงนามการแก้ไขสัญญาในการยอมรับเครื่องยนต์ดีเซลขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า CHD620 แทน MTU 396 เยอรมนี ในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๘ และคณะตัวแทนกองทัพเรือไทยเพิ่งจะไปติดตามความก้าวหน้าโครงการที่จีนระหว่างวันที่ ๙-๑๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ การทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำ S26T ลำแรกของกองทัพเรือไทยอาจจะเร็วกว่าที่คาดถ้าไม่ติดปัญหาอะไรเพิ่มอีกครับ




Royal Thai Navy (RTN) OPV-552 HTMS Prachuap Khiri Khan, Krabi-class offshore patrol vessel (OPV), intercepted a suspicious oil tanker in the Gulf of Thailand on 27 December 2025. (Royal Thai Navy)
Royal Thai Navy (RTN) individual and tactical training of Royal Thai Fleet (RTF), Royal Thai Naval Air Division (RTNAD) and Naval Special Warfare Command (NSWC) (RTN SEALs) for Fiscal Year 2026 was concluded by closing ceremony on 6 January 2026.
Royal Thai Navy individual and tactical training for Fiscal Year 2026 was conducted during 3 November 2025 to 9 January 2026. 

กองทัพเรือสกัดเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยกลางอ่าวไทย เข้มสกัดลำเลียงยุทธปัจจัยไปยังกัมพูชา
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าทัพเรือภาคที่ 1 บูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) ดำเนินการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทยที่กระทำผิดกฎหมายกลางอ่าวไทย มีพฤติการณ์เข้าข่ายหลบเลี่ยงกฎหมาย 
และอาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธปัจจัยไปยังประเทศกัมพูชา อันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งยุทธการ “จักรพงศ์ภูวนารถ” เพื่อป้องกันและรักษาอธิปไตยทางทะเลของไทย โดยเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ จากหมวดเรือพิทักษ์อ่าวไทย ขณะลาดตระเวนในอ่าวไทย ตรวจพบเรือต้องสงสัยบริเวณห่างจากเกาะเสม็ดไปทางทิศใต้ประมาณ 50 ไมล์ทะเล 
ไม่แสดงชื่อเรือ เลขทะเบียน ไม่ชักธงแสดงสัญชาติ และไม่เปิดใช้งานระบบแสดงตนเองอัตโนมัติ (AIS) จึงควบคุมเรือเข้าท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 โดยมีแรงงานต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย จำนวน 5 คน ประกอบไปด้วยสัญชาติเมียนมา 1 คน สัญชาติกัมพูชา 4 คน 
การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจมีความเชื่อมโยงกับการขนส่งยุทธปัจจัยไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด
กองทัพเรือยืนยันว่า ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับ ศรชล.ภาค 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ สกัดกั้น และยับยั้งเรือที่มีพฤติการณ์ลักลอบขนส่งน้ำมันและยุทธปัจจัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในห้วงเวลาที่สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคมีความอ่อนไหว เพื่อพิทักษ์อธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างสูงสุด
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
30 ธันวาคม 2568

วันที่ 6 ม.ค.69 พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในการแถลงผลและพิธีปิดการฝึกองค์บุคคลและยุทธวิธี กองเรือ กองบิน และหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ กองการฝึก กองเรือยุทธการ ซึ่งกองเรือยุทธการได้อนุมัติให้หน่วยขึ้นตรง ดำเนินการฝึกระหว่าง 3 พ.ย.68 - 9 ม.ค.69 
โดยมีการฝึกตั้งแต่ระดับพื้นฐานในแต่ละสาขาการรบ ไปจนถึงระดับสามารถทำการรบได้ (safe to sail, Basic tactic และ Ready to combat) ซึ่งกองเรือยุทธการได้ให้ความสำคัญในการฝึกในครั้งนี้ เพื่อให้กำลังพลได้เสริมสร้างความรู้ความชำนาญ รวมทั้งเสริมสร้างจิตวิญญาณความเป็นนักรบชาวเรือและการเป็นทหารเรืออย่างมืออาชีพ 
ทำให้มั่นใจได้ว่ากำลังพลของกองเรือยุทธการทุกนาย ได้รับความรู้ ความชำนาญ เก็บเกี่ยวประโยชน์จากการฝึกได้อย่างเต็มที่ และพร้อมนำประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนาตนเอง พัฒนาหน่วยให้ดียิ่งขึ้นไป 
เพื่อให้กองเรือยุทธการมีความพร้อมในการปกป้องอาณาเขตทางทะเล การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การรักษากฎหมาย ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชน และพร้อมที่จะเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

กองทัพเรือไทยได้เสร็จสิ้นการฝึกองค์บุคคลและยุทธวิธี กองเรือ กองบิน และหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ซึ่งมีพิธีเปิดมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๘ และดำเนินการฝึกระหว่างวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ ด้วยพิธีปิดเมื่อวันที่ ๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙
การฝึกจะได้เห็นเรือรบหลักของกองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet) ทั้งเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เรือหลวงจักรีนฤเบศร, เรือฟริเกต เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ตลอดจนอากาศยานต่างๆของ กองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division) และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นสร.(NSWC: Naval Special Warfare Command)(RTN SEAL) แสดงความพร้อมปฏิบัติงานเมื่อได้รับคำสั่ง
หมวดเรือพิทักษ์อ่าวไทย(Gulf of Thailand Protection Flotilla) โดยเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงกระบี่ เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ยังคงปฏิบัติการลาดตระเวนในอ่าวไทยเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนไทย ซึ่งได้มีการปฏิบัติภารกิจป้องกันและรักษาอธิปไตยทางทะเลของไทยจากประเภทฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนแรกของปี พ.ศ.๒๕๖๙ นี้ แสดงถึงประสิทธิผลที่ได้จากการฝึกมาต่อเนื่องครับ




Naval Ordnance Department (NORDD), Royal Thai Navy inspected two SENTINEL 30 naval remote stations equipped with Mk44 Bushmaster II chain guns, and two OTEOS electro-optical systems as fire control and observation systems for fitting on its Tor 997 and Tor 998 coastal patrol boats from EM&E Group on 5 January 2026. (Royal Thai Navy)

กรมสรรพาวุธทหารเรือ สพ.ทร.(Naval Ordnance Department) กองทัพเรือไทยได้ตรวจรับระบบปืนกลขนาด 30mm แบบ SENTINEL 30 จำนวน ๒ระบบ และระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control System) แบบ OTEOS จำนวน ๒ระบบ พร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง จากบริษัท EM&E Group สเปน เมื่อวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ ณ ศูนย์ซ่อมสร้างสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารเรือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
แท่นยิงปืนเรือ SENTINEL 30 RCWS และระบบควบคุมการยิงกล้อง EOS แบบ OTEOS ที่ได้รับการดำเนินการติดตั้งในเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.997 สองลำคือ เรือ ต.997 และเรือ ต.998 ที่สร้างโดยบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน)(Marsun Public Company Limited) ไทย แทนที่ปืนกล Oerlikon GAM-CO1 ขนาด 20x128mm ซึ่งเป็นแท่นยิงที่ควบคุมด้วยมือ(manual) ที่เป็นปืนหลักในขณะนี้
EM&E Group สเปนได้ส่งมอบระบบปืนกล SENTINEL 30 และระบบควบคุมการยิงแบบ OTEOS แก่กองทัพเรือไทยภายในเวลาราว ๑๑เดือนหลังการประกาศเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๘(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/em-sentinel-30-997.html) ซึ่งแท่นยิงปืนกล SENTINEL 30 จะยังถูกติดตั้งบนเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยเรือหลวงช้าง และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงปัตตานีทั้งสองลำด้วยครับ




Indian Navy's P56 INS Sujata, the Sukanya-class offshore patrol vessel; L16 INS Shardul landing ship tank; A86 INS Tir cadets training ship; and Indian Coast Guard ICGS Sarathi, the Samarth-class offshore patrol vessel port visited Royal Thai Navy (RTN) Third Naval Area Command (3rd NAC) at Phuket, Thailand on 25-28 January 2026. (Royal Thai Navy)

“Welcome to Thailand “
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นาวาเอก ณัฐวัชต์ วิชกูล รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 ให้การต้อนรับหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรืออินเดีย จำนวน 4 ลำ ประกอบด้วย INS TIR  INS SHARDUL  INS SUJATA และ ICGS SARATHI ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรืออินเดีย 
กำหนดจอดเรือ ระหว่างวันที่ 25 - 28 มกราคม 2569 ณ ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย
1. การเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3
2.งานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำอย่างเป็นทางการของกองทัพเรือทั้ง 2 ประเทศ 
3.การเยี่ยมชมเรือ ในหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรืออินเดีย
4.การแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือไทย และกองทัพเรืออินเดีย

4th Pakistan Navy–Royal Thai Navy Expert-Level Talks Held at NHQ
Royal Thai Navy delegation, led by Rear Admiral Chaksawat Saiwong, visited Naval Headquarters (NHQ), Islamabad, for 4th Navy-to-Navy Staff Talks between Pakistan Navy and Royal Thai Navy. The head of the delegation called on the Chief of Staff, Vice Admiral Raja Rab Nawaz.
Subsequently, during the talks, discussions focused on operations, exercises, training, and technical cooperation, reaffirming the shared commitment of both navies towards maritime security, innovation, and capacity building.

กองทัพเรือไทยได้เริ่มต้นกิจกรรมกับกองทัพเรือมิตรประเทศรวมถึงการต้อนรับการเดินทางเยือนท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต กองทัพเรือภาคที่๓ ทร.๓ ของหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรืออินเดีย ๔ลำประกอบด้วยเรือฝึก A86 INS Tir, เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P56 INS Sujata, เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ L16 INS Shardul และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งหน่วยยามฝั่งอินเดีย ICGS Sarathi ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙
กองทัพเรือไทยยังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสารกองทัพเรือไทย-กองทัพเรืออินเดียครั้งที่๗(7th RTN-IN IEC: Royal Thai Navy-Indian Navy Information Exchange Conference) ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมกรมข่าวทหารเรือ ชั้น๒ กองบัญชาการกองทัพเรือ ขว.ทร.เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการข่าวและความมั่นคงทางทะเลระหว่างสองประเทศ
ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ ระหว่างการเดินทางเยือนกองบัญชาการกองทัพเรือปากีสถาน(PN: Pakistan Navy) ที่ Islamabad พลเรือตรี จักษวัฏ สายวงค์ ตัวแทนกองทัพเรือไทย ได้เข้าพบพลเรือโท Raja Rab Nawaz ในการประชุมคณะเสนาธิการทหารเรือกองทัพเรือไทย-ปากีสถานครั้งที่๔(4th Navy-to-Navy Staff Talks) เพื่อหารือความร่วมมือในด้านต่างๆของกองทัพเรือทั้งสองประเทศด้วยครับ


The Royal Thai Army (RTA) Norinco VN1 armoured vehicles of 15th Cavalry Battalion, 2nd Cavalry Regiment, 1st Cavalry Division, seen displayed at the Children's Day 2026 in Chaiyathan Subdistrict, Mueang Nan District, Nan Provincei, Thailand on 10 January 2026. (Royal Thai Army)


The RTA has signed an agreement with Norinco to procure additional VN1 8x8 IFVs on 12 January 2026. (Office of the Defence and Army Attaché of Royal Thai Embassy at Beijing)

การจัดซื้อยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 ระยะที่๔ ของกองทัพบกไทย ที่มีการลงนามสัญญากับ NORINCO จีนเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ นั้นแม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าประกอบด้วยรถรุ่นใดบ้าง แต่การจัดหาที่วงเงินราว ๑,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($32 million) ซึ่งน้อยกว่าการจัดหาระยะที่๑ ระยะที่๒ และระยะที่๓ ที่มีการจัดหารถรุ่นต่างๆเฉลี่ยเกือบ ๔๐คันที่วงเงินราว ๒,๐๐๐ล้านกว่าบาทในแต่ละระยะ
จึงตั้งข้อสังเกตว่าการจัดหาระยะที่๔ น่าจะมีการจัดหารถใหม่ที่จำนวนน้อยกว่า ๒๐คันตามวงเงินที่ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งและราคาเฉลี่ยต่อคันที่สูงขึ้นตามค่าเงินและราคาวัสดุที่เพิ่มขึ้น นอกจากรุ่นที่จัดหาไปแล้วทั้งรถเกราะลำเลียงพล VN1 APC, รถเกราะกู้ซ่อม VS27 8x8 Recovery Vehicle, รถเกราะพยาบาล VN1 Ambulance หรือ อาจจะรวมรุ่นรถเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm แบบ ST-1 8x8 ที่ยังไม่มีการจัดหา
ซึ่งควรจะเป็นการทดแทนรถเกราะล้อยาง V-150 รุ่นติดปืนใหญ่รถถังขนาด 90mm ที่ยังคงใช้งานในหน่วยที่ใช้ VN1 รวมถึง กองพันทหารม้าที่๑๐ ม.พัน.๑๐(10th Cavalry Battalion), กองพันทหารม้าที่๗ ม.พัน.๗(7th Cavalry Battalion) และกองพันทหารม้าที่๑๕ ม.พัน.๑๕(15th Cavalry Battalion) ของ กรมทหารม้าที่๒ ม.๒(2nd Cavalry Regiment), กองพลทหารม้าที่๑ พล.ม.๑(1st Cavalry Division)

ความขัดแย้งแนวชายแดนไทย-กัมพูชาระหว่างระหว่างวันที่ ๗-๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ กองทัพบกไทยได้วางกำลังยานเกราะล้อยาง VN1 8x8 ในแนวรบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างที่เป็นพื้นที่รับผิดชอบกองทัพภาคที่๒ ทภ.๒(2nd Army Area) ซึ่งยังได้นำรถรบของเหล่าทหารม้าหลายแบบที่รวมถึงรถในสังกัดกองพลทหารม้าที่๑ ที่มีที่ตั้งปกติในกองทัพภาคที่๓ ทภ.๓(3rd Army Area) ในภาคเหนือเข้าร่วมจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามการจัดหา VN1 8x8 ระยะที่๔ ล่าสุดถูกวิจารณ์ในสื่อของไทยว่าเป็นการไม่สนับสนุนอุตสาหกรรมของไทยอย่างรถรบหุ้มเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถัง Chaiseri Guardian-T 8x8(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri.html) รวมถึงยุทโธปกรณ์ต่างๆที่กองทัพบกไทยจัดหาจาก NORINCO จีนก็ถูกวิจารณ์ในการรบจริงกับกัมพูชาว่ามีสมรรถนะสูงแต่คุณภาพวัสดุและอายุการใช้งานด้อยกว่าของตะวันตก
ซึ่งถ้ามองตามความเป็นจริงรถรบหุ้มเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถัง Guardian-T 8x8 ที่เปิดตัวในงาน Defense & Security 2025 ยังไม่ได้รับมอบป้อมปืนจริงมาติดตั้งและมีการทดสอบจริงแลย อีกทั้งการจัดหา VN1 ที่มีสายการผลิตพร้อมแล้วอย่างรุ่นติดปืนใหญ่รถถัง ST-1 105mm ที่ใช้รถแคร่ฐานร่วมกัน(common chassis) ในหน่วยเดียวกันเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลกว่าในแง่การซ่อมบำรุงและการส่งกำลังบำรุงในระยะยาวครับ


Japan Ground Self-Defense Force (JGSDF) 1st Airborne Brigade conducted the New Year Jump in Indo-Pacific 2026 (NYJIP2026) with airborne troops of fourteen countries at Camp Narashino and Narashino training area on 11 JAN 2026, with the presence of Defense Minister Koizumi.
They received tremendous admiration and applause by many visitors, mainly local residents. Also, ambassadors of various countries attended the event.
In addition will commence the first-ever multinational airborne exercise in Japan starting on 13 January 2026.


Japan Ground Self-Defense Force (JGSDF) 1st Airborne Brigade hosted International Airborne Commanders Conference, inviting airborne troop commanders fromfourteen allies and like-minded countries, in Camp Narashino on 9 JAN 2026.
MG Ishihara, commanding general of1st Airborne Brigade chaired the conference. The participants discussed airborne operation and training. They also built mutual understanding and trust for theNew Year Jump in Indo-Pacific scheduled on 11 JAN 2026.

ในห้วงเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ กองทัพบกไทยได้มีการฝึกและกิจกรรมทางทหารกับมิตรประเทศตั้งแต่เดือนแรกของปี 2026 เช่นมีส่วนร่วมกับ กองพลน้อยส่งทางอากาศที่๑(1st Airborne Brigade) กองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น(JGSDF: Japan Ground Self-Defense Force) ในการกระโดดร่มปีใหม่อินโด-แปซิฟิก 2026(NYJIP2026: New Year Jump in Indo-Pacific 2026) 
เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ ณ ค่าย Narashino และพื้นที่การฝึก Narashino ญี่ปุ่น ร่วมกับมิตรประเทศอีก ๑๔ชาติทั้ง ออสเตรเลีย, เบลเยียม, แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, สิงคโปร์, ตุรกี, สหราชอาณาจักร, และสหรัฐฯ กองทัพบกไทยยังได้ส่งนายทหารเข้าร่วมการประชุมสัมมนาผู้บัญชาการหน่วยส่งทางอากาศนานาชาติ(International Airborne Commanders Conference) 
ซึ่งกองพลน้อยส่งทางอากาศที่๑ กองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพเมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ ณ ค่าย Narashino ญี่ปุ่น ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งของกองทัพบกไทยกับมิตรประเทศเป็นอย่างดีครับ(ขณะที่กองพลน้อยทหารช่างที่๔(4th Engineer Brigade) กองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่นก็ให้การฝึกการช่างพลเรือน(Civil Engineering) แก่กัมพูชาเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๙)




Exercise Kocha Singa was successfully conducted by the Singapore Army and the Royal Thai Army (RTA) in Singapore from 8 to 14 January 2026. (Royal Thai Army)

กองทัพบกไทยและกองทัพบกสิงคโปร์(Singapore Army) ได้เสร็จสิ้นการฝึกผสมรหัส Kocha Singa 2025(คชสีห์ 2025) ในสิงคโปร์ระหว่างวันที่ ๘-๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ การฝึกผสม Kocha Singa ครั้งที่๒๕ ที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๔๐(1997) ได้มีการสลับกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละปีระหว่างไทยและสิงคโปร์ การฝึกผสม Kocha Singa 2025 ปีนี้กองทัพบกไทยได้จัดกำลังพลจำนวน ๑๒๐นาย
จากกองพันทหารราบที่๓ กรมทหารราบที่๒๙ ร.๒๙ พัน.๓(3rd Infantry Battalion, 29th Infantry Regiment) กองพลทหารราบที่๙ พล.ร.๙(9th Infantry Division) ซึ่งได้รับอุปกรณ์เครื่องสนามที่ทันสมัยรวมถึงอาวุธประจำกายหลักปืนเล็กยาว IWI Galil ACE-N 23 ขนาด 5.56x45mm พร้อมกล้องช่วยเล็ง Red Dot แบบ Meprolight M5 อิสราเอล เข้าร่วมการฝึกที่สิงคโปร์
กองทัพบกสิงคโปร์จัดกำลังเข้ารวมการฝึก ๖๐๐นาย โดยเป็นครั้งแรกของการฝึกผสม Kocha Singa ที่ทำการฝึกในพื้นที่ฝึก SAFTI City ซึ่งเป็นสนามฝึกเมืองจำลองอัจฉริยะสำหรับฝึกการปฏิบัติการรบในเขตเมืองที่สมจริง กองทัพบกสิงค์โปร์ยังได้นำรถเกราะสายพาน Hunter AFV(Armoured Fighting Vehicle) ของตนที่สร้างในประเทศเข้ารวมการฝึกได้ให้ทหารไทยฝึกกับเครื่องฝึกจำลอง simulator ของรถด้วยครับ




Marine Signals Battalion, Marine Division, Royal Thai Marine Corps (RTMC) coducted knowledge training on Situation Awareness (SA) and Command and Control (C2) system at Camp Kromluang Chumporn, Sattahip District, Chonburi Province, Thailand on 16 January 2026. (Royal Thai Marine Corps)

นาวิกโยธินไทยได้เผยแพร่ภาพการอบรมความรู้เกี่ยวกับระบบติดตามสถานการณ์และควบคุมบังคับบัญชาการรบ(Situation Awareness and Command and Control system) ณ กองพันทหารสื่อสาร กองพลนาวิกโยธิน พัน.ส.พล.นย.(Marine Signals Battalion, Marine Division) ณ ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ โดยที่ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้
จากภาพของอุปกรณ์ tablet แบบมีความทนทานสูงตามมาตรฐานทางทหาร(military rugged tablet) และระบบสื่อสารวิทยุไร้สาย(wireless radio) รวมถึงเจ้าหน้าที่จากนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) เจ้าหน้าที่ของคณะที่ปรึกษาทางการทหารสหรัฐประจำประเทศไทย JUSMAGTHAI ที่ปราก เข้าใจว่านี่้จะเป็นระบบ MCH ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ แต่ไม่มีรายละเอียดว่ามีการถูกจัดหาหรือไม่ กี่ระบบ และเป็นรุ่นใด
ระบบติดตามสถานการณ์และควบคุมบังคับบัญชาการรบเช่นนี้จะเป็นก้าวกระโดดและตัวเปลี่ยน game สำหรับนาวิกโยธินไทยในสนามรบสมัยใหม่ ซึ่งยุทธการตราดปราบปรปักษ์ ระหว่างวันที่ ๗-๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ก็ได้เห็นแล้วว่าหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ฉก.นย.(Marine Task Force) ปฏิบัติภารกิจขับไล่กองทัพประเทศฝ่ายตรงข้ามออกจากดินแดนไทยได้สำเร็จโดยไม่มีการสูญเสียครับ
(แม้ว่าจะผ่านแค่หนึ่งเดือนนาวิกโยธินไทยจะถูกสื่อไร้จรรยาบรรณและผู้ให้ความร่วมมือกับชาติฝ่ายตรงข้ามโจมตีว่านาวิกโยธินไทยยอมให้คนจีนในพื้นที่บ้านทมอดาย้ายรั้วลวดหนามออกจากร้านค้าตนเองเพราะทหารเรือไทยเป็นพวกเดียวกับอาชญากรจีน ก็อย่างที่ผู้เขียนบอกบ่อยๆว่าพวกนี้ไม่ได้โจมตี นย.ไทยเพราะหวังดีต่อชาติหรอก มันฆ่านาวิกโยธินในสนามรบไม่ได้สักคน มันเลยจะฆ่านาวิกโยธินให้ตายทางสังคม online!)