แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Kongsberg แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Kongsberg แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สัญญาจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ NSM นอร์เวย์ของมาเลเซียเผชิญความไม่แน่นอนที่จะถูกยกเลิก

Malaysia pursues diplomacy as missile contract faces uncertainty





Malaysia first-of-class Maharaja Lela frigate, seen here at the RMN's Fleet Open Day on 1-3 May 2026. (LUNAS)

มาเลเซียกำลังแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาทางการทูตกับรัฐบาลนอร์เวย์หลังความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกับแผนของตนที่จะติดตั้งเรือฟริเกต Littoral Combat Ship(LCS)
สำหรับกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia) ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM)

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Mohamed Khaled Nordin กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 ว่าการจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ NSM จากนอร์เวย์
ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการส่งออกของนอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/nsm-lekiu.html, https://aagth1.blogspot.com/2022/08/kedah-nsm.html)

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled ยืนยันว่าสัญญาสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ NSM ได้รับการลงนามกับบริษัท Kongsberg Defence & Aerospace นอร์เวย์แล้ว
แต่เขาเสริมว่าการวางตัวของรัฐบาลนอร์เวย์ขณะนี้ได้ส่งกระทบต่อการนำนโยบายดังกล่าวมาปฏิบัติใช้แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lcs-kd-sharif-mashor.html)

บริษัท Kongsberg นอร์เวย์และสำนักงานควบคุมและคว่ำบาตรการส่งออกของนอร์เวย์(Norwegian Agency for Export Control and Sanctions, DEKSA: Direktoratet for eksportkontroll og sanksjoner)
ไม่ได้ยืนยันถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ และไม่ได้ตอบสนองต่อการร้องขอข้อมูลจาก Janes ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/lcs-kd-raja-muda-nala.html)

ในแถลงการณ์รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled กล่าวว่ามาเลเซียจะแสวงหาช่องทางทางการทูตต่างๆกับรัฐบาลนอร์เวย์เพื่อขอการชี้แจงและการทำงานไปข้างหน้าในสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นแนวทางที่เป็นไปได้ที่ดีที่สุดในผลประโยชน์แห่งชาติ
เขาเสริมว่ากระทรวงกลาโหมมาเลเซียยังคงมีความุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่าความพร้อมด้านการป้องกันประเทศของมาเลเซียไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ยังคงดำรงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ดีกับนอร์เวย์

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled กล่าวว่า มาตรการต่างๆใดที่จะมีตามมาจะต้องได้รับการดำเนินการอย่างระมัดระวัง และเป็นไปตามแนวทางของผลประโยชน์แห่งชาติของมาเลเซีย
แถลงการณ์ไปได้ยืนยันถึงการยกเลิกใดๆของการจัดซื้อจัดจ้างอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ NSM บ่งชี้ว่าสัญญายังมีผลบังคับใช้อยู่แต่เผชิญความไม่แน่นอนที่เชื่อมโยงกับปัญหาการอนุญาตส่งออก

NSM ได้ถูกกำหนดเป็นอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำตามหลักการสำหรับเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ภายใต้โครงการ LCS ของกองทัพเรือมาเลเซียจำนวน 5ลำ จากเดิม 6ลำที่ล่าช้าและค่าใช้จ่ายบานปลายมายาวนานกว่า 15ปี
เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela เพิ่งจะมีการทดลองเรือในทะเลในเดือนเมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lcs-kd-maharaja-lela.html) ก่อนการส่งมอบให้แก่กองทัพเรือมาเลเซียที่คาดว่าจะเป็นภายในสิ้นปี 2026 นี้ครับ

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569

ออสเตรเลียลงนามสัญญากับญี่ปุ่นเพื่อจัดหาเรือฟริเกตชั้น Mogami รุ่นปรับปรุง 3ลำแรก

Australia signs contract for first three Mogami-class frigates







A model of the Improved Mogami class on display at Indo Pacific 2025. (Commonwealth of Australia, Alex Luke)



ออสเตรเลียได้ลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการสำหรับเรือฟริเกตอเนกประสงค์(general purpose frigate) จำนวน 3ลำแรกของกองทัพเรือออสเตรเลีย(RAN: Royal Australian Navy)
เป็นเครื่องหมายถึงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในโครงการฟื้นฟูกำลังรบเรือรบผิวน้ำของกองทัพเรือออสเตรเลียจากการคัดเลือกแบบสู่การดำเนินการปฏิบัติ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/mogami.html)

ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2026 รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย Richard Marles และรัฐมนตรีอุตสาหกรรมกลาโหมออสเตรเลีย Pat Conroy กล่าวว่า
สัญญาต่างๆได้บรรลุผลเสร็จสิ้นกับบริษัท Mitsubishi Heavy Industries(MHI) ญี่ปุ่นสำหรับการส่งมอบเรือฟริเกตอเนกประสงค์จำนวน 3ลำแรก(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/mogami.html)

ซึ่งมีพื้นฐานเป็นรุ่นปรับปรุงของเรือฟริเกตชั้น Mogami ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/mogami-ffm-12-yoshii.html)
การลงนามสัญญามีขึ้นตามการตัดสินใจของออสเตรเลียในเดือนสิงหาคม 2025 ที่เลือกแบบเรือฟริเกตชั้น Mogami รุ่นปรับปรุงในฐานะระบบที่พึ่งประสงค์สำหรับโครงการเรือฟริเกตอเนกประสงค์ของตน

ขณะที่การตัดสินใจก่อนหน้าได้ยืนยันแบบเรือที่ชนะ การประกาศในเดือนเมษายน 2026 ได้ยืนยันการจัดหาเรือระยะที่หนึ่งและความมุ่งมั่นอย่างเป็นทางการในโครงการที่จะเริ่มต้นการสร้างเรือ
ภายใต้รูปแบบข้อตกลง เรือฟริเกต 3ลำแรกจะถูกต่อในญี่ปุ่น โดยเรือฟริเกตลำต่อไปที่ตามมามีความตั้งใจที่จะถูกสร้างในรัฐ Western Australia ขึ้นกับการควบรวมเข้ากับนิคมอุตสาหกรรมทางเรือกลาโหม Henderson Defence Precinct

เรือฟริเกตอเนกประสงค์ของออสเตรเลียจะติดตั้งแท่นยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launch System) 32ท่อยิง เรือฟริเกตแต่ละลำจะยังติดตั้งอาวุธปล่อนำวิถีพื้นสู่อากาศ(SAM: Surface-to-Air Missile) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: Anti-Ship Missile) 
และจะยังสามารถรองรับการปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Lockheed Martin/Sikorsky MH-60R Seahawk ของกองทัพเรือออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2021/10/mh-60r.html)

ไม่มีรายละเอียดที่ถูกมอบให้เกี่ยวกับแบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่างๆ แต่ Janes รายงานในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่าเรือฟริเกตของออสเตรเลียจะถูกสร้างเพื่อรองรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น Kongsberg Naval Strike Missile(NSM)
คุณลักษณะอื่นๆของเรือฟริเกตอเนกประสงค์ที่ถูกมอบให้ในแถลงการณ์ร่วมรวมถึงระยะการปฏิบัติการที่ราว 10,000nmi และกำลังพลประจำเรือที่ 92นายครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/nsm.html)

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

กองทัพบกไทย-สหรัฐฯทำพิธีปิดการฝึกร่วมผสม Hanuman Guardian 2026
















U.S. Army Pacific Announces Transfer of 17 Strykers to Royal Thai Army at Hanuman Guardian 2026 Closing Ceremony
LOP BURI, Thailand – March 20, 2026 — The U.S. Army Pacific (USARPAC) today ceremonially transferred 17 Stryker armored vehicles to the Royal Thai Army (RTA) during the closing ceremony of Exercise Hanuman Guardian 2026. 
The event, held at the Royal Thai Army Aviation Center in Lopburi, was attended by senior leaders from both nations, including LTG Joel Vowell, USARPAC Deputy Commander; General Pana Claewplodtook, Royal Thai Army Commander-in-Chief; and Sean K. O’Neill, U.S. Ambassador to Thailand.
This transfer, conducted under the U.S. Excess Defense Articles (EDA) program, marks a significant milestone in the U.S.-Thai defense partnership. These vehicles, previously operated by U.S. Army units and meticulously maintained, will enhance the RTA’s operational capabilities and support Thailand’s ongoing military modernization. 
The 17 Strykers, once delivered, will form the foundation of the RTA’s 111th Stryker Regiment Combat Team, supporting both training and operational missions.
General Ronald Clark, USARPAC Commanding General, underscored the strategic importance of the U.S.-Thai alliance: “The U.S.-Thai alliance is a cornerstone of regional stability and security, and this Stryker transfer is a clear demonstration of our enduring commitment to our allies and partners. 
It’s about more than just equipment – it’s about strengthening relationships, building trust, and enhancing capabilities that deter aggression and address emerging challenges.
By modernizing and enhancing the Royal Thai Army’s capabilities, we’re not just improving readiness; we’re reinforcing the collective ability of our nations to ensure partnerships are valued, sovereignty is respected, and peace is preserved.”
Ambassador O’Neill also addressed future benefits resulting from the transfer, such as potential new infrastructure to support the transferred Strykers 
“This [infrastructure] would ensure long-term readiness of the Stryker fleet and create substantial economic opportunities for both our countries: it will create jobs and advance military and commercial capabilities that benefit both our countries.  
This investment would position Thailand as a regional leader in defense sustainment and innovation. I am excited to see new opportunities for U.S. companies to collaborate with Thai partners. This is a model example of a defense partnership that benefits both countries.” 
Exercise Hanuman Guardian 2026, a joint U.S.-Thai military exercise, remains a cornerstone of bilateral defense cooperation. 
This year’s iteration featured a range of training activities, from live-fire exercises to cultural exchanges, fostering mutual understanding and strengthening the bonds between U.S. and Thai service members. The Stryker transfer at the closing ceremony underscores the shared achievements and future aspirations of both armies.





จังหวัดลพบุรี ประเทศไทย – 20 มีนาคม 2569: วันนี้ กองทัพบกสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิก (USARPAC) ประกาศการส่งมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คันให้แก่กองทัพบกไทยระหว่างพิธีปิดการฝึกหนุมานการ์เดียน ประจำปี 2569 พิธีดังกล่าวจัดขึ้นที่ศูนย์การบินทหารบก จ.ลพบุรี 
โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และไทยเข้าร่วม ได้แก่ พลโท โจเอล วาว์เวิล รองผู้บัญชาการ USARPAC พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกไทย และเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ฌอน เค. โอนีลล์
การส่งมอบยานเกราะสไตรเกอร์ภายใต้โครงการ Excess Defense Articles (EDA) ของสหรัฐฯ เป็นหมุดหมายสำคัญในความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ที่ผ่านมาหน่วยทหารบกของสหรัฐฯ ใช้งานและซ่อมบำรุงยานเกราะเหล่านี้เป็นอย่างดี 
ยานเกราะดังกล่าวจะเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการของกองทัพบกไทย และสนับสนุนการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย การส่งมอบยานเกราะสไตรเกอร์ 17 คันจะเป็นพื้นฐานสำคัญของชุดรบของกรมยานเกราะสไตรเกอร์ (กรมทหารราบที่ 111) ซึ่งสนับสนุนทั้งภารกิจการฝึกและการปฏิบัติการ
พลเอก โรนัลด์ คลาร์ก ผู้บัญชาการ USARPAC เน้นย้ำถึงความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ของพันธไมตรีระหว่างสหรัฐฯ กับไทย โดยกล่าวว่า “พันธไมตรีสหรัฐฯ-ไทย เป็นสิ่งสำคัญของเสถียรภาพและความมั่นคั่งในภูมิภาค และการส่งมอบสไตรเกอร์นี้เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นแน่วแน่ของเราต่อ พันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา 
เพราะนี่ไม่ใช่เพียงแค่อุปกรณ์ แต่คือการกระชับความสัมพันธ์ สร้างความไว้วางใจ และเสริมสร้างขีดความสามารถ ซึ่งจะป้องปรามการรุกราน และรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่ เมื่อกองทัพไทยได้รับการเสริมสร้างขีดความสามารถและทันสมัยมากยิ่งขึ้น 
เราไม่เพียงแต่ปรับปรุงความพร้อมรับมือเท่านั้น แต่เรายังเสริมสร้างความสามารถร่วมกันของชาติของเราเพื่อให้ความสำคัญกับความเป็นหุ้นส่วน เคารพอธิปไตย และธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ”
เอกอัครราชทูต โอนีลล์ กล่าวถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการส่งมอบนี้ เช่นการมีโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะสนับสนุนยานเกราะสไตรเกอร์เหล่านี้ “[โครงสร้างพื้นฐานนี้] จะเป็นการช่วยให้ยานสไตรเกอร์มีความพร้อมใช้งานในระยะยาว และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญให้กับทั้งสองประเทศ นั่นคือการสร้างงานและพัฒนาขีดความสามารถทางทหารและพาณิชย์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศของเราทั้งสอง 
การลงทุนนี้จะทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านการซ่อมบำรุงและนวัตกรรมด้านการป้องกันประเทศ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นโอกาสใหม่ ๆ สำหรับบริษัทสหรัฐฯ ในการร่วมมือกับหุ้นส่วนไทย นี่คือตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ”
การฝึกหนุมานการ์เดียน ประจำปี 2569 เป็นการฝึกร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับไทย และเป็นหัวใจสำคัญของการร่วมมือทางทหารระดับทวิภาคี การฝึกในปีนี้ประกอบไปด้วยกิจกรรมการฝึกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การฝึกกระสุนจริงไปจนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกำลังพลสหรัฐฯ และไทย 
การประกาศการส่งมอบสไตรเกอร์ในพิธีปิดนี้เน้นย้ำความสำเร็จร่วมกัน ตลอดจนเป้าประสงค์ในอนาคตของกองทัพของทั้งสองประเทศ

SMART Soldiers l ปิดฉาก Hanuman Guardian 2026 ยกระดับขีดความสามารถการรบสมัยใหม่พร้อมรับมือกับทุกภัยคุกคาม
กองทัพบกจัดพิธีปิดการฝึกผสมไทย–สหรัฐฯ ภายใต้รหัส “Hanuman Guardian 2026” ภายหลังดำเนินการฝึกระหว่างวันที่ 9–20 มีนาคม 2569 ณ พื้นที่ฝึกบ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี บรรลุความมุ่งหมายในการพัฒนาขีดความสามารถการปฏิบัติการทางทหารร่วมของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
พิธีปิดการฝึกในครั้งนี้มี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก, H.E. Mr. Sean Kotaro O’Neill เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และ LTG Joel B. Vowell USARPAC DCG รองผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก ร่วมเป็นประธานในพิธี โดยผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวว่า
“การฝึกผสม Hanuman Guardian 2026 เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นของทั้งสองกองทัพ และเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนาเทคนิคและยุทธวิธี เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรบให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ตลอดระยะเวลาการฝึก กำลังพลได้ปฏิบัติการในระดับกองพันผสมเหล่า โดยบูรณาการขีดความสามารถด้านการรบสมัยใหม่อย่างครบมิติ ทั้งการใช้อากาศยานไร้คนขับและโดรนโจมตี การปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ การยิงสนับสนุน การเจาะช่องเครื่องกีดขวาง และการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ 
ควบคู่กับการวางแผนและการปฏิบัติการร่วมภายใต้สถานการณ์จำลอง เพื่อเชื่อมต่อการฝึกให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในสนามปฏิบัติการ
Hanuman Guardian 2026 จัดเป็นการฝึกที่พัฒนาขีดความสามารถของกองทัพบกไทยในเชิงรูปธรรม ทั้งด้านเทคนิคและยุทธวิธี การบูรณาการกำลัง และการปฏิบัติการร่วมกับพันธมิตร ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของความพร้อมรบในยุคปัจจุบัน การพัฒนากองทัพในยุคใหม่ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ยุทโธปกรณ์หรือเทคโนโลยี แต่เริ่มต้นจาก “การฝึกที่เข้มข้น ฝึกอย่างที่จะรบ การรบอย่างที่ฝึก และพร้อมรับมือกับทุกภัยคุกคาม”

กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) และกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ได้เสร็จสิ้นการฝึกร่วมผสม Hanuman Guardian 2026 ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ ๙-๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ด้วยพิธีปิดที่จัดขึ้น ณ สนามฝึกยิงปืนใหญ่บ้านดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ด้วยการฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง(CALFEX: Combined Arms Live Fire Exercise) 
กองทัพบกไทยจัดกำลังหลักจากกรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑(112th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) ซึ่งเป็นกรมชุดรบยานเกราะล้อยาง Stryker(SRCT: Stryker Regiment Combat Team) ของกองทัพบกไทยที่เป็นหน่วยใช้งานยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV(Royal Thai Army Infantry Carrier Vehicle) 8x8

เสริมด้วยรถเกราะล้อยางใช้ต่อสู้ทางยุทธวิธี First Win AFV 4x4 ที่พัฒนาและผลิตในไทยโดยบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการนำเข้าร่วมการฝึก Hanuman Guardian ตามที่ได้ร่วมการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ที่เสร็จสิ้นไปก่อนหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/stryker-8x8-bms-cobra-gold-2026.html)
และปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งแบบลากจูง LG1 Mk III 105mm กองพันทหารปืนใหญ่ที่๑๑ กรมทหารปืนใหญ่ที่๑ รักษาพระองค์ ป๑.พัน๑๑ รอ.(11th Artillery Battalion, 1st Artillery Regiment)(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/lg1-mk3-105mm.html) ที่มีการฝึกการเคลื่อนย้ายทางอากาศจากเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ Sikorsky UH-60M Black Hawk กองพันบินที่๙(9th Aviation Battalion), กรมบิน(Aviation Regiment) ศูนย์การบินทหารบก ศบบ.(AAC: Army Aviation Center)

กองทัพบกสหรัฐฯจัดกำลังจากกองพลน้อยชุดรบ Stryker ที่๑(1-2 SBCT: Stryker Brigade Combat Team) กองพลทหารราบที่๗(7th Infantry Division) เสริมด้วยปืนใหญ่สนามลากจูง M777A2 155mm(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/bae-systems-m777.html) จากกองพันที่๑ กรมทหารปืนใหญ่สนามที่๓๗(1st Battalion, 37th Field Artillery Regiment)
และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M จากกองพันเฮลิคอปเตอร์จู่โจมที่๒(2nd Assault Helicopter Battalion) กรมบินที่๑๕๘(158th Aviation Regiment) และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache จากกองพันโจมตีที่๑(1st Attack Battalion) กรมบินที่๒๒๙(229th Aviation Regiment), กองพลน้อยบินรบที่๑๖(16th CAB: 16th Combat Aviation Brigade)

หลังเสร็จสิ้นการฝึกภาคสนาม(FTX: Field Training Exercise) พิธีปิดการฝึกร่วมผสม Hanuman Guardian 2026 ยังคู่ขนานด้วยการทำพิธีส่งมอบยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 เพิ่มเติมจำนวน ๑๗คันภายใต้โครงการยุทโธปกรณ์ส่วนเกิน(EDA: Excess Defense Articles) ของรัฐบาลสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/hanuman-guardian-2026-open.html)
ซึ่งอยู่ในรูปแบบยานเกราะล้อยางลำเลียงพล M1126 Stryker ICV ติดตั้งระบบควบคุมอาวุธระยะไกลแบบ M153 CROWS II(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/stryker-8x8.html) ซึ่งจะถูกนำเข้าประจำการ ณ กรมทหารราบที่๑๑๑ ร.๑๑๑ พล.ร.๑๑(111th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) เพื่อขยายอัตรากำลังของทั้ง พล.ร.๑๑ เป็นกองพลน้อยชุดรบ Stryker(SBCT) ที่สมบูรณ์ทั้งกองพลครับ

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569

กองทัพบกไทย-สหรัฐฯจัดพิธีเปิดการฝึกร่วมผสม Hanuman Guardian 2026












“Opening Ceremony of Hanuman Guardian 2026”
Colonel Nunn, Commander of the 1 – 2 Stryker Brigade Combat Team, officers, great soldiers, and partners from the United States Army and the Royal Thai Army.
On behalf of the 112th Stryker Regiment Combat Team, it is my great honor to welcome all of you to the opening ceremony of Exercise Hanuman Guardian 2026 
Hanuman Guardian is an major bilateral training event that strengthens the long-standing partnership between the Royal Thai Army and the United States Army. The Hanuman Guardian 2026 marks the 17th iteration of the exercise. For many years, our two armies have trained together, learned from each other, and built strong bonds of trust and friendship. 
This exercise reflects our shared commitment to co-operation, professionalism, and regional stability.
Hanuman Guardian 2026 also continues the strong momentum from Exercise Cobra Gold, which was successfully conducted. Hanuman Guardian will build on that success by focusing on tactical training and interoperability between our Stryker and support forces.
During this exercise, my intent is the same as Cobra Gold – Integration between our Armies. our soldiers will still train side by side, share knowledge, and improve our ability to operate together. Most importantly, they will continue to build the personal relationships and mutual trust that make our partnership stronger.
To our friends from the United States Army, we are again proud to host you here and we look forward to productive training together.
Now, it is my great honor to officially declare Exercise Hanuman Guardian 2026 open



พิธีเปิดการฝึก Hanuman Guardian2026

ทบ.ไทย – สหรัฐฯ เปิดการฝึกผสม “Hanuman Guardian 2026” ณ บ้านดีลัง เสริมขีดความสามารถกำลังรบผสมเหล่า และการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญทางทหาร
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 กองทัพบกจัดพิธีเปิดการฝึกผสมระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ภายใต้รหัส “Hanuman Guardian 2026” โดยกำหนดการฝึกในห้วงวันที่ 9 – 20 มีนาคม 2569 ณ  พื้นที่ฝึกบ้านดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
ในการนี้ พันเอก เฉลิมเกียรติ ศิริสมบูรณ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 112 และ Col. Christopher Nunn ผู้บังคับหน่วย 1-2 Stryker Brigade Combat Team (1-2 SBCT) กองทัพบกสหรัฐอเมริกา ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึก 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมของหน่วยกำลังรบผสมเหล่า และเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ในอนาคต 
สำหรับการฝึกในปีนี้ มีกำลังพลเข้าร่วมรวมประมาณ 2,500 นาย แบ่งเป็นกำลังพลกองทัพบกไทยประมาณ 1,500 นาย และกองทัพบกสหรัฐอเมริกาประมาณ 1,000 นาย ทั้งนี้ การฝึกประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 3 ส่วน ได้แก่
การฝึกแลกเปลี่ยนฝ่ายอำนวยการ (STAFFEX)
การซักซ้อมกระบวนการวางแผนทางทหารร่วมกันในระดับกรมและกองพัน เพื่อเสริมสร้างทักษะการวางแผน การตัดสินใจ และการประสานงานทางยุทธวิธีของหน่วยกำลังรบผสมเหล่า
การฝึกภาคสนาม (FTX)
การฝึกปฏิบัติจริงของหน่วยดำเนินกลยุทธ์และหน่วยสนับสนุนการรบในระดับกองพัน ณ พื้นที่ฝึกบ้านดีลัง เพื่อทดสอบความพร้อมด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมในสภาพแวดล้อมจำลองที่ใกล้เคียงสถานการณ์จริง
การฝึกแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (SMEE)
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในสายงานเฉพาะด้าน ได้แก่ การปฏิบัติการทางอากาศ ทหารช่าง การทำลายล้างวัตถุระเบิด (ทลร.) สุนัขทหาร การปฏิบัติการด้านกิจการพลเรือน (กร.) และด้านการข่าว
ทั้งนี้ การฝึกผสม Hanuman Guardian มีจุดเริ่มต้นจากการประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นแปซิฟิก ครั้งที่ 7 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อปี 2554 เพื่อขยายความร่วมมือด้านการฝึกและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลต่อความมั่นคงในภูมิภาค 
โดยเริ่มดำเนินการครั้งแรกในห้วงวันที่ 25 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2555 ณ พื้นที่ฝึกของศูนย์การทหารราบ ประกอบด้วยการฝึกปฏิบัติการทางทหาร การปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม (MOOTW) รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนและการบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) และได้จัดการฝึกต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน
แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการ กองทัพบก
9 มีนาคม 2569

กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) และกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ได้จัดพิธีเปิดการฝึกร่วมผสม Hanuman Guardian 2026 เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ณ สนามฝึกยิงปืนใหญ่บ้านดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีขึ้นให้หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกร่วมผสมนานาชาติ Cobra Gold 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/stryker-8x8-bms-cobra-gold-2026.html)
การฝึกร่วมผสม Hanuman Guardian 2026 เป็นการฝึกทวิภาคีระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกสหรัฐฯ ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่๑๗ แล้วนับตั้งแต่จัดการฝึกครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๕๕(2012) โดยปีมีการฝึกที่ครอบคลุมหลายด้านตั้งแต่การฝึกแลกเปลี่ยนฝ่ายอำนวยการ(STAFFEX) และการฝึกแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน(SMEE: Subject Matter Expert Exchange) ที่รวมการปฏิบัติการทางอากาศ, ทหารช่าง, การทำลายล้างวัตถุระเบิด ทลร., สุนัขทหาร, การปฏิบัติการด้านกิจการพลเรือน กร. และการข่าว

การฝึกภาคสนาม(FTX: Field Training Exercise) ในการฝึกร่วมผสม Hanuman Guardian 2026 ปีนี้กองทัพบกไทยจัดกำลังจาก กรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑(112th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) ซึ่งเป็นกรมชุดรบยานเกราะล้อยาง Stryker(SRCT: Stryker Regiment Combat Team) ของกองทัพบกไทยที่เป็นหน่วยใช้งานยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8
โดยกองทัพบกสหรัฐฯจัดกำลังจาก กองพลน้อยชุดรบ Stryker ที่๑(1-2 SBCT: Stryker Brigade Combat Team) กองพลทหารราบที่๗(7th Infantry Division) ในการฝึกหน่วยดำเนินกลยุทธ์และหน่วยสนับสนุนการรบระดับกองพัน ซึ่งกองพลทหารราบที่๑๑ กองทัพบกไทยกำลังอยู่ระหว่างเพิ่มขีดความสามารถและรับมอบยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 เพิ่มเติม(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/stryker-8x8.html)

ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV(Royal Thai Army Infantry Carrier Vehicle) 8x8 ของกองทัพบกไทยได้รับการติดตั้งระบบอำนวยการสนามรบ(BMS: Battle Management System) แบบ MFoCS II ของบริษัท Leonardo DRS สหรัฐฯ ที่ร่วมกับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทยในการดำเนินการติดตั้งในไทย(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri-bms-stryker-8x8.html
นอกจากระบบ BMS C4I  เพื่อการแบ่งปันข้อมูลและการหยั่งรู้สถานการณ์ทางยุทธวิธีผ่านเครือข่ายแบบเข้ารหัสแล้ว ยังรวมถึงติดตั้งระบบควบคุมอาวุธระยะไกลแบบ M153 CROWS II(Common Remotely Operated Weapon Station) ของบริษัท Kongsberg นอร์เวย์ ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการใช้อาวุธที่แม่นยำจากระยะไกลทั้งกลางวันกลางคืนและปกป้องพลยิงที่ทำการควบคุมการยิงจากภายในตัวรถด้วยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กองทัพบกไทยรับมอบยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 สหรัฐฯเพิ่มเติม ๑๗คัน

Thailand receives additional Stryker vehicles







The US Army has delivered 17 Stryker IFVs to the RTA as a part of the EDA programme. (Royal Thai Army)



Joint Visual Inspection (JVI)
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 69 ตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐอเมริกา กรม สน.พล.ร.11 โดย พัน.ซบร.กรม สน.พล.ร.11 ได้จัดกำลังพลชุดตรวจสภาพร่วม JVI ร่วมคณะผู้แทน ทบ. ตรวจสภาพรถยานเกราะล้อยาง 8x8 แบบ Stryker จำนวน 85 คัน 
และจัดเรียงลำดับ (Priority) สถานภาพตามความสมบูรณ์ เพื่อใช้ในการพิจารณาการจ้างซ่อมก่อนการจัดหายุทโธปกรณ์ของ ทบ. ณ Yakima Training Center (YTC) รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย ประกอบด้วย
1. แบบลำเลียงพล (ICV) จำนวน 48 คัน 
2. แบบบังคับการ (CV) จำนวน 6 คัน
3. แบบพยาบาล (MEV) จำนวน 4 คัน 
4. แบบติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิด 120 มม. (MCV) จำนวน 11 คัน
5. แบบลาดตระเวน (RV) จำนวน 5 คัน
6. แบบรถทหารช่าง (ESV) จำนวน 9 คัน
7. แบบรถอำนวยการยิง (FSV) จำนวน 1 คัน
8. แบบต่อสู้รถถัง (ATGM) จำนวน 1 คัน
โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการ ยังไม่แล้วเสร็จ

กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ได้ส่งมอบรถรบทหารราบ(IFV: Infantry Fighting Vehicle) ยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 เพิ่มเติมจำนวน ๑๗คันแก่กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army)
กองทัพบกไทยประกาศเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ว่ายานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 ได้ถูกส่งมอบภายใต้โครงการความช่วยเหลือยุทโธปกรณ์ส่วนเกิน Excess Defense Articles(EDA) รัฐบาลสหรัฐฯ

ซึ่งผ่านกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ(DoW: Department of War) ในการส่งมอบทรัพย์สินส่วนเกิน(surplus  asset) ของกองทัพสหรัฐฯแก่ประเทศพันธมิตร(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/stryker-8x8-4-207.html)
ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์(Public Relations Department) ของรัฐบาลไทย ยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 ใหม่จะได้รับการสนับสนุนผ่านการวางกำลังของกองพลน้อยชุดรบ Stryker(SBCT: Stryker Brigade Combat Team) ในประเทศไทย

เพื่อมอบการฝึกในการซ่อมบำรุงและยุทธวิธีการรบแบบเครือข่าย(network-centric warfare tactics) แก่กองทัพบกไทย(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri-bms-stryker-8x8.html)
การส่งมอบยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 สอดคล้องกับการฝึกร่วมทางหารที่กองทัพบกสหรัฐฯมีส่วนร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ เช่น การฝึกผสมนานาชาติ Cobra Gold 2026 ที่มีพิธีเปิดเเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ และการฝึกร่วมผสม Hanuman Guardian 2026 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เช่นกัน

ยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 ได้รับการผลิตโดยบริษัท General Dynamics Land Systems(GDLS) สหรัฐฯ มีคุณลักษณะรูปทรงตัวถังรถแบบ sponson ด้วยเกราะ glacis แบบลาดชันแบบแผ่นเกราะใต้ท้องที่ขึ้นรูปเป็นมุมจมูกแหลมซึ่งไปสู่หลังคาตัวถังรถ
ด้านข้างของตัวถังรถเป็นทรงลาดเอียงและรวมกล่องเก็บอุปกรณ์ต่างๆในแต่ละข้าง รถมีสี่ล้อในแต่ละข้างซึ่งมีวางในพื้นที่ห่างเท่ากันพร้อมระบบกันสะเทือน hydropneumatic suspension และสองแกนเพลาบังคับเลี้ยวที่ด้านหน้าของรถ

เครื่องยนต์ถูกวางในตำแหน่งด้าหน้าขวาของตัวถังรถโดยมีฝาปิดเปิด hatch เข้าในตัวรถด้านหน้า และท่อไอเสียอยู่บนหลังคาของรถเหนือห้องเครื่องยนต์(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/calfex.html
ยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 มีคุณลักษณะติดตั้งระบบอาวุธ RCWS(Remote-Control Weapon System) ติดตั้งบนด้านขวาของรถหลังห้องเครื่องยนต์(M153 CROWS II(Common Remotely Operated Weapon Station))

ความเห็นวิเคราะห์
กองทัพบกไทยในฐานะผู้ใช้ส่งออกรายแรกได้รับมอบยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV(Royal Thai Army Infantry Carrier Vehicle) 8x8 คันแรกในปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019) โดยเข้าประจำการ ณ กรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑(112th Infantry Regiment, 11th Infantry Division)
ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV 8x8 จำนวน ๑๓๐คันที่ได้รับมอบแล้วจนถึงตอนนี้ติดตั้งอาวุธด้วยแท่นยิงปืนกลหนัก M2 .50cal หรือเครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ STK 40 AGL 40mm แบบบังคับด้วยมือ(manual) และมีอย่างน้อย ๑๕คันที่ได้รับการติดตั้งระบบควบคุมอาวุธระยะไกลแบบ M153 CROWS II แล้ว

ในความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025) กองทัพบกไทยได้วางกำลังยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8 ในพื้นที่การรบของกองทัพภาคที่๑ ทภ.๑(1st Army Area) ทางภาคตะวันออกของไทยซึ่งเป็นการรบครั้งแรกของรถรบรุ่นนี้ในประจำการกองทัพบกไทย
นอกจากการปรับปรุงติดตั้งระบบอำนวยการสนามรบ(BMS: Battle Management System) MFoCS II ของบริษัท Leonardo DRS สหรัฐฯร่วมกับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย รวมถึงการติดตั้งเกราะตาข่าย anti-drone mesh เพื่อต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ และเกราะไม้เพื่อป้องกันอาวุธต่อสู้รถถังแบบระเบิดแรงสูงแล้ว

กรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑ ซึ่งเป็นกรมชุดรบยานเกราะล้อยาง Stryker(SRCT: Stryker Regiment Combat Team) ของกองทัพบกไทย จะมีการขยายอัตรากำลังของทั้งกองพลทหารราบที่๑๑ พล.ร.๑๑ เป็นกองพลน้อยชุดรบ Stryker(SBCT) ซึ่งจะทำให้กองทัพบกไทยเป็นผู้ใช้งานส่งออกรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
โดยอีกหน่วยขึ้นตรงของกองพลทหารราบที่๑๑ พล.ร.๑๑ คือ กรมทหารราบที่๑๑๑ ร.๑๑๑ พล.ร.๑๑(111th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) มีกำหนดจะได้รับมอบยานเกราะล้อยาง Stryker ใหม่เพิ่มเติมในหลายรุ่น ซึ่งได้มีการไปตรวจสภาพรถจำนวน ๘๕คัน ณ Yakima Training Center(YTC) รัฐ Washington เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ ครับ