แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ AH-64 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ AH-64 แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ออสเตรเลียฝึกยิงอาวุธด้วยกระสุนจริงครั้งแรก

Australian Apaches conduct first live-fire exercise





An Australian AH-64E Apache from the 1st Aviation Regiment conducts gunnery activities during Exercise ‘Possum Guns' at Townsville Field Training Area in July 2026. (Commonwealth of Australia/Sgt Samuel Miller)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache ที่ปฏิบัติการโดยกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army) ได้ดำเนินการฝึกการยิงอาวุธด้วยกระสุนจริงเป็นครั้งแรกในออสเตรเลีย 
กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ระหว่างการฝึกรหัส Possum Guns ในพื้นที่สนามฝึก Townsville เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ได้ดำเนินการ

"ปฏิบัติภารกิจต่างๆที่สาธิตระบบอาวุธต่างๆที่หลากหลายของเฮลิคอปเตอร์โจมตีต่อเป้าหมายจำลองต่างๆ รวมถึงปืนใหญ่อากาศ 30mm, จรวดอากาศสู่พื้น, และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Hellfire" กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าว
ผู้บัญชาการกองการบินกองทัพบกออสเตรเลีย(Australian Army Aviation) พลตรี David Hafner อธิบายการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงในฐานะ "ก้าวย่างในการทำให้สมบูรณ์ของขีดความสามารถเฮลิคอปเตอร์โจมตีของกองทัพบกออสเตรเลีย"

"การฝึกยิงด้วยกระสุนจริงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของการเตรียมการกำลังพลทางการบินของเราสำหรับการปฏิบัติการต่างๆ การปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอในออสเตรเลียช่วยดำรงความชำนาญระดับสูงที่จำเป็นต่อการปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ
นักบิน, ช่างอากาศยาน และกำลังพลสนับสนุนของเราขณะนี้จะดำเนินการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงตามวงรอบและเดินหน้าการบูรณาการขีดความสามารถขั้นก้าวหน้าต่างๆของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache เข้าสู่การปฏิบัติการกองกำลังร่วมต่างๆ" พลตรี Hafner กล่าวเสริม

กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวว่าการฝึก Possum Guns "ทำให้นักบิน, ช่างอากาศยาน และกำลังพลสนับสนุนจะพัฒนาและทดสอบขั้นตอนการทำงานที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยในการฝึก, การดำรงสภาพ, และการวางกำลัง" ฝูงบิน ฮ.โจมตี Apache
พันโท Jason Perrins ผู้บังคับการกรมบินที่1(1st Aviation Regiment) กล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache "เป็นก้าวย่างไปอีกขั้นจากสิ่งที่กองทัพบกออสเตรเลียเคยมีในอดีต"(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/1-ah-64e-apache.html)

"เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ทำให้เราสามารถที่จะพิสูจน์ทราบเป้าหมายต่างๆได้ไกลมากขึ้นด้วยการกวาดค้นหาของระบบตรวจจับ, ด้วยการวางกำลังระบบอาวุธต่างๆที่หลากหลายที่ยังโจมตีได้ไกลขึ้น"
ในเดือนมิถุนายน 2026  พันโท Perrins กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ทำให้นักบินได้รับการมอบด้วย "การหยั่งรู้สถานการณ์ที่มากขึ้นต่อกำลังรบบูรณาการที่ไม่สามารถทำได้โดยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Tiger ARH" ที่กำลังถูกทดแทน

กองทัพบกออสเตรเลียกำลังจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ทั้งหมดจำนวน 29เครื่องเพื่อที่จะทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตี Airbus Helicopters Tiger ARH(Armed Reconnaissance Helicopter) ของตน
บริษัท Boeing สหรัฐฯกำลังอยู่ระหว่างการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ที่ตนผลิตแก่กองทัพบกออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/boeing-ah-64e-apache-29.html) โดยมีกำหนดจะถูกส่งมอบครบภายในปี 2029 ครับ

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

โปแลนด์รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D ที่เช่าครบ 8เครื่องเพื่อเตรียมรอรับ AH-64E ใหม่ 96เครื่อง

Poland receives final leased AH-64D as preparations for AH-64E continue





Poland received the last of eight leased Boeing AH-64D Apache Longbow helicopters from the US on 10 March. (Polish Ministry of National Defence)

โปแลนด์ได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64D Apache Longbow เครื่องสุดท้ายจาก 8เครื่องที่ตนเช่าจากสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/ah-64d-8-ah-64e-96.html)
ตามที่โปแลนด์เดินหน้าการเตรียมการสำหรับการมาถึงของเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian รุ่นล่าสุดที่ตนสั่งจัดหา(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/ah-64e-apache-96.html)

รองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ Władysław Kosiniak-Kamysz ประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2026 กล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D เครื่องสุดท้าย
ที่เคยประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ได้มาถึงโปแลนด์แล้วในฐานะการสร้างความคุ้นเคยที่ดียิ่งขึ้นของนักบินและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของกองทัพโปแลนด์กับเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบใหม่นี้

"เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D เครื่องที่แปดและเครื่องสุดท้ายที่เช่าจากสหรัฐฯได้อยู่ในโปแลนด์แล้ว นี่เป็นข่าวสำคัญสำหรับกองทัพโปแลนด์และความมั่นคงของเรา การฝึกนักบินและเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตามกำหนดการที่วางแผนไว้ 
ขอบคุณต่อสิ่งนี้ เราจะพร้อมที่จะรับมอบเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E จำนวน 96เครื่องที่จัดซื้อจากสหรัฐฯ และจะใช้ ฮ.เหล่านี้ในการสร้างขีดความสามารถการป้องปรามและการป้องกันประเทศของเรา" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์กล่าว

ด้วยการเช่าเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D โปแลนด์ได้พร้อมเริ่มต้นหลักสูตรการฝึกต่างๆสำหรับเหล่านักบิน โดยมุ่งเน้นที่การปฏิบัติการการบินต่างๆและการจัดการระบบอาวุธต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/stryker-8x8-bms-cobra-gold-2026.html)
เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 Apache เป็นก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างมหาศาลในแง่ของวิทยาการและขีดความสามารถต่างๆสำหรับกองทัพโปแลนด์(Polish Armed Forces)

ก่อนหน้านี้กองทัพโปแลนด์มีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-24(NATO กำหนดรหัส 'Hind') ยุค Warsaw Pact ซึ่งมีระยะใช้อาวุธยิงโจมตีไกลสุดที่ราว 4km ด้วยจรวดไม่นำวิถีอากาศสู่พื้น
ในทางตรงกันข้ามเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache Guardian สามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Lockheed Martin AGM-114 Hellfire ที่มีระยะยิง 8km(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/amphibex-cobra-gold-2026.html)

โดยระยะยิงของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114 Hellfire สามารถขยายเป็นที่ 16km ได้ด้วยชุดคำสั่ง Version 6 ของเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/ah-64e-apache-30.html)
และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Rafael Spike NLOS(Non-Line of Sight) ซึ่งมีระยะยิงไกลเกินพิสัยยิงของข้าศึก(stand-off) ที่ถึง 50km(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/spike-nlos-ah-64e-apache.html)

ล่าสุดบริษัท Rafael อิสราเอลได้มีการสาธิตการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Spike NLOS จากเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E ที่ระยะยิง 30km เนื่องข้อจำกัดของสนามฝึกใช้อาวุธที่นอกชายฝั่งของโปแลนด์ในปี 2025
กองทัพบกโปแลนด์(Polish Army) กำลังจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E จำนวน 96เครื่องภายใต้ความต้องการโครงการ Kruk(นกกา Raven) ของตน โดยการส่งมอบ ฮ.โจมตี AH-64E แก่โปแลนด์จะมีขึ้นในปี 2028 และดำเนินไปจนถึงปี 2032 ครับ

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569

ยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 กองทัพบกไทยสาธิตระบบอำนวยการรบ BMS ในพิธีปิดการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026
















Combined Arms Live-Fire Exercise (CALFEX) and Closing Ceremony for the exercise Cobra Gold 2026 at First Army Area, Royal Thai Army (RTA)'s artillery range Baan Deelang, Phatthana Nikhom District in Lopburi Province, Thailand, on 6 March 2026. (Royal Thai Armed Forces)





การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) และพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026
วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.40 นาฬิกา พลเอก อุกฤษฎ์  บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย นาย ฌอน เค. โอนีลล์ (SEAN K. O’NEILL) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และพลตรี วิลเลี่ยม เจ.เพรนเดอร์แกสต์ที่ 4  (MG William J. Prendergast IV) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 40 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย 
เข้าร่วมในพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 พร้อมทั้งชมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) โดยมี ผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุดมิตรประเทศ  และผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมชมการฝึก ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี บ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี
การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ประกอบด้วย การกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง การขัดขวางทางอากาศ การยิงเตรียม และการยิงสนับสนุนของปืนใหญ่ การเจาะช่องเปิดเส้นทางของทหารช่าง การเคลื่อนที่ประกอบการยิง การโจมตีทางอากาศ การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด การเข้ายึดที่หมาย
 และการดำเนินกลยุทธ์ด้วยการยิงด้วยกระสุนจริงในเวลากลางคืนซึ่งเป็นครั้งแรกของการฝึกร่วม/ผสม ระหว่างกองทัพไทย และกองทัพสหรัฐอเมริกา ในการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงในเวลากลางคืน โดยมียุทโธปกรณ์สำคัญที่เข้าร่วมการฝึกฯ ประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่ F-16 จากกองทัพไทย อากาศยานไร้คนขับ แบบ Neros ยานเกราะล้อยางแบบ Stryker จากกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพไทย
ปัจจุบันการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ถือเป็นการฝึกทางทหารที่มีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนับเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่นที่ทางกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพมิตรประเทศ ที่มีให้กับกองทัพไทย นับว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง ในการพัฒนาขีดความสามารถกำลังพลของประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ 
โดยการแลกเปลี่ยนความรู้ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร ขยายสู่มิติอวกาศและไซเบอร์ รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ ในการปฏิบัติการร่วม/ผสม ให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามในทุกรูปแบบ 
รวมทั้งการบริหารจัดการงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตลอดจนคงไว้ซึ่งการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคให้มั่นคงสืบไป

การฝึก การดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง แบบผสมเหล่า (CALFEX) และพิธีปิด การฝึก Cobra gold 2026

"CALFEX  and Closing Ceremony Cobra Gold 2026 "
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 เวลา 09.30 - 12.00 น. พล.ต. สมศักดิ์  นุตพันธุ์ ผบ.ศป. ร่วมพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold 26 ณ พื้นที่ฝึก สนามยิงปืน ศป. บ้านดีลัง อ.พัฒนานิคม จว.ล.บ. โดยมี พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส., H.E. Mr. Sean Kotaro O'Neill เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และ MG. William J. Prendergast, IV ผบ.พล.ร.40 เป็นประธานร่วม ในพิธีฯ
ในการนี้ ได้เยี่ยมชมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (Combined Arms Live Fire Exercise: CALFEX) และการจัดแสดงนิทรรศการอาวุธยุทโธปกรณ์ และนวัตกรรมทางทหาร ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี บ้านดีลัง จ.ลพบุรี 

"แทรกซึมเงียบจากเวหา: การฝึกกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง (HALO) ใน การฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold 2026  ระหว่าง 23 ก.พ.- 6 มี.ค.69 เป็นการทดสอบขีดความสามารถของกำลังพลในการส่งกำลังทางอากาศจากความสูงวิกฤต 
เพื่อเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการอย่างแม่นยำและรวดเร็วภายใต้การตรวจการณ์ของฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้ยังยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติการพิเศษให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อความพร้อมในทุกภารกิจแทรกซึมเชิงลึก"
“Good To Great”

การฝึกร่วมผสมนานาชาติ Cobra Gold 2026 ระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ในประเทศไทยได้เสร็จสิ้นลงแล้วตามการฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง(CALFEX: Combined Arms Live Fire Exercise) ของกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) และพิธีปิดการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ณ สนามฝึกยิงปืนใหญ่บ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙
คู่ขนานไปกับการฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX ของนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ในวันเดียวกัน(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/d-tiger-4x4-calfex-cobra-gold-2026.html)

การฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX การฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ยังเป็นครั้งแรกที่ได้มีการฝึกในเวลากลางคืน รวมถึงการส่วนร่วมจากกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ที่นำเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙ บ.ข.๑๙ F-16AM EMLU ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ ตาคลี ทิ้งลูกระเบิดอากาศอเนกประสงค์ Mk82 ขนาด 500 lbs สองลูกในพื้นที่ฝึกเป็นครั้งแรก
กำลังทางอากาศรวมถึงเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ Sikorsky UH-60M Black Hawk กองพันบินที่๙(9th Aviation Battalion), กรมบิน(Aviation Regiment) ศูนย์การบินทหารบก ศบบ.(AAC: Army Aviation Center) ฝึกกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง(HALO: High Altitude Low Opening) หน่วยปฏิบัติการพิเศษกองทัพบกไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ฝึกยิงอาวุธจริง

การยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งแบบลากจูง LG1 Mk III 105mm กองพันทหารปืนใหญ่ที่๑๑(11th Artillery Battalion), กรมทหารปืนใหญ่ที่๑ รักษาพระองค์(1st Artillery Regiment) กองทัพบกไทย(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/lg1-mk3-105mm.html), ปืนใหญ่สนามลากจูง M777 155mm(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/bae-systems-m777.html) และจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS กองทัพบกสหรัฐฯ
กำลังรบหลักภาคพื้นดินคือยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV(Royal Thai Army Infantry Carrier Vehicle) 8x8 ของกรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑(112th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) กองทัพบกไทย ที่ปฏิบัติการร่วมกับ กองพลน้อยชุดรบ Stryker(SBCT: Stryker Brigade Combat Team) และรถยนต์บรรทุกหุ้มเกราะ JLTV ของกองทัพบกสหรัฐฯ

การฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX การฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ยังเป็นครั้งแรก ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV 8x8 กองทัพบกไทยได้แสดงขีดความสามารถระบบอำนวยการสนามรบ(BMS: Battle Management System) ที่ได้รับการติดตั้งแล้วเช่นเดียวกับยานยนต์แทบทุกแบบของกองทัพบกสหรัฐฯ เพื่อการแบ่งปันข้อมูลและการหยั่งรู้สถานการณ์ทางยุทธวิธีผ่านเครือข่ายแบบเข้ารหัส
ระบบอำนวยการสนามรบ BMS แบบ MFoCS II ของบริษัท Leonardo DRS สหรัฐฯ ได้ร่วมกับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทยในการดำเนินการติดตั้งให้แก่ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV 8x8 กองทัพบกไทย(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri-bms-stryker-8x8.html)

ในฐานะส่วนหนึ่งของการขยายขีดความสามารถนอกจากระบบ BMS C4I ยังรวมถึงติดตั้งระบบควบคุมอาวุธระยะไกลแบบ M153 CROWS II(Common Remotely Operated Weapon Station) ของบริษัท Kongsberg นอร์เวย์ ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการใช้อาวุธที่แม่นยำจากระยะไกลทั้งกลางวันกลางคืนและปกป้องพลยิงที่ทำการควบคุมการยิงจากภายในตัวรถ
กรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑ ซึ่งเป็นกรมชุดรบยานเกราะล้อยาง Stryker(SRCT: Stryker Regiment Combat Team) ของกองทัพบกไทยได้รับมอบยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8 จนถึงปี พ.ศ.๒๕๖๘(2025) แล้วจำนวน ๑๔๐คัน และกำลังจะได้รับมอบเพิ่มเติม(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/stryker-8x8.html) สำหรับ กรมทหารราบที่๑๑๑ ร.๑๑๑ พล.ร.๑๑(111th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) ให้เป็นหน่วย Stryker ทั้งกองพลครับ

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

การฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก AMPHIBEX การฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026




















Amphibious Exercise (AMPHIBEX) involved Royal Thai Marine Corps (RTMC), Royal Thai Navy (RTN) and and Royal Thai Air Force (RTAF); US Marine Corps (USMC) and US Army; Republic of Korea Navy (RoKN) and Republic of Korea Marine Corps (RoKMC); and Republic of Singapore Navy (RSN) and Singapore Army at the Naval Training Field No. 15, in Hat Yao, Sattahip district, Chonburi province in Gulf of Thailand on 26 February 2026 as parts of the exercise Cobra Gold 2026 in Thailand during 24 February to 6 March 2026. (Royal Thai Marine Corps/Royal Thai Navy)



การฝึกการปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึกร่วมผสม คอบบร้าโกลด์ 2026
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 พลเรือตรี โยธิน ธนะมูล ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ร่วมตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึกร่วม/ผสม คอบบร้าโกลด์ 2026 ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข 15 (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
การฝึกการปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเสริมสร้างความพร้อมรบและพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร รวมทั้งแสดงแสนยานุภาพทางทหาร ในการปฏิบัติการร่วมกันของกองทัพพันธมิตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กองทัพไทยมีความพร้อมรบทุกมิติ รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมิตรประเทศ และความร่วมมือทางทหารอันเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติตลอดไป

รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึกร่วมผสม คอบบร้าโกลด์ 2026
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 พลเรือเอก สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในการตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึกร่วม/ผสม คอบบร้าโกลด์ 2026 ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข 15 (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก (AMPHIBEX) เป็นหนึ่งในการฝึกภาคสนาม (FTX) โดยในครั้งนี้แตกต่างจากเดิม คือ เป็นการปฏิบัติร่วมกันทั้ง 5 มิติ ประกอบด้วย กำลังทางบก กำลังทางเรือ กำลังทางอากาศ สนับสนุนด้วยการปฏิบัติการมิติทางไซเบอร์ และอวกาศ 
โดยมีชาติเข้าร่วมการฝึกจำนวน 4 ชาติ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ซึ่งได้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษแทรกซึมเข้าพื้นที่ และทำลายระเบิดสิ่งกีดขวางหน้าหาด การโจมตีทางอากาศ ด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16 และเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 ของสหรัฐอเมริกา การสนับสนุนการโจมตีทางอากาศโดยใกล้ชิด ด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศ และการส่งกลับสายแพทย์ด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ 
การฝึกการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเสริมสร้างความพร้อมรบและพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร รวมทั้งแสดงแสนยานุภาพทางทหาร ในการปฏิบัติการร่วมกันของกองทัพพันธมิตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กองทัพไทยมีความพร้อมรบทุกมิติ รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมิตรประเทศ และความร่วมมือทางทหารอันเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติตลอดไป

“รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น”
การฝึกการปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึกร่วมผสม คอบบร้าโกลด์ 2026
เมื่อ 26 ก.พ. 69 เวลา 1000 พล.ร.ต.ณรงค์  วงษ์ประเสริฐ รอง ผบ.นย. เป็นผู้แทน ผบ.นย.ร่วมการตรวจเยี่ยมของ พล.ร.อ.สุชาติ  ธรรมพิทักษ์เวช รอง ผบ.ทร. ผู้แทน ผบ.ทร. ในการฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก(AMPLIBEX) ของการฝึก คอบร้าโกลด์ 2026 บริเวณเนินคนดู สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี

การฝึกการปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก(AMPHIBEX: Amphibious Exercise) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙(2026) เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกร่วมผสมนานาชาติ Cobra Gold 2026 ในประเทศไทยระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ซึ่งมีพิธีเปิดการฝึกไปเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙
กำลังในการฝึกภาคสนาม(FTX: Field Training Exercise) ของฝ่ายไทยจัดกำลังจากนาวิกโยธินไทยนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) รวมถึงรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion) กองพลนาวิกโยธิน พล.นย.(Marine Division)(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/aavp7a1-d-tiger-4x4-dti.html)

กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) นำเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยเรือหลวงช้าง(ลำที่๓)(Type 071ET LPD-792)(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/navantia-type-071et-lpd.html), เรือระบายพลขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงทองแก้ว เรือหลวงทองหลาง(LCU-772) และเรือหลวงวังใน(LCU-774) และกำลังอากาศยานฝ่ายไทยรวมถึง
กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) สำหรับเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก บ.ข.๑๙/ก Lockheed Martin F-16A/B Fighing Falcon ฝูงบิน๑๐๓ กองบิน๑ จำนวน ๒เครื่อง และและกองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division) เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำแบบที่๑ ฮ.ปด.๑ Sikorsky SH-60B Seahawk ฝูงบิน๒ หน่วยบินเรือหลวงจักรีนฤเบศร จำนวน ๑เครื่อง

กำลังจากฝ่ายสหรัฐฯประกอบด้วยกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยชั้น Whidbey Island เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย LSD-48 USS Ashland และยานเบาะอากาศ LCAC(Landing Craft, Air Cushioned), นาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60M Black Hawk และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache
ฝ่ายสาธารณรัฐเกาหลี กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) นำเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ชั้น Cheon Wang Bong เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ LST-689 ROKS No Jeok  Bong นาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี(ROKMC: Republic of Korea Marine Corps) รถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV และเป็นครั้งแรกสำหรับปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานอัตตาจรล้อยาง K30W Cheonho 8x8

ฝ่ายสิงคโปร์ กองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยชั้น Endurance เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย RSS Endeavour (210) และเป็นครั้งแรกที่้ฝึกยกพลขึ้นบกจากเรือระบายพลของกำลังทหารราบของกองทัพบกสิงคโปร์(Singapore Army) ยังรวมถึงชุดปฏิบัติการพิเศษจาก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นสร.(NSWC: Naval Special Warfare Command/RTN SEALs)
และกองพันลาดตระเวนนาวิกโยธิน พัน.ลว.นย.(Marine Reconnaissance Battalion) นาวิกโยธินไทย และชุดปฏิบัติการพิเศษของนาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี การฝึกการปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก AMPHIBEX ในการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 นี้เป็นเครื่องหมายถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่แข็งแกร่งของไทยกับมิตรประเทศผ่านการฝึกที่จัดมาต่อเนื่องยาวนานที่สุดในภูมิภาคนี้เป็นปีที่ ๔๕แล้วครับ

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สหรัฐฯอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache ใหม่ 30เครื่องแก่อิสราเอล

US approves Apache, Koala helicopters for Israel



An IAF AH-64D Apache attack helicopter. (Israeli Ministry of Defense)




An IAF AH-64A Apache attack helicopter. The US has now approved the sale of the latest AH-64E to Israel, along with additional AW119Kx training helicopters. (Israeli Ministry of Defense)

สหรัฐฯได้อนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache Guardian และเฮลิคอปเตอร์ฝึก Leonardo AW119Kx Koala แก่อิสราเอลเป็นวงเงินรวมกันที่ $3.95 billion
ประกาศโดยสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ในสองสัญญาที่แยกต่างหากที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2026

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายรูปแบบ Foreign Military Sales(FMS) ครอบคลุมเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Apache Guardian จำนวน 30เครื่องเป็นวงเงิน $3.8 billion
และเฮลิคอปเตอร์ฝึก AW119Kx Koala ที่ไม่เปิดเผยจำนวนเป็นวงเงิน $150 million(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/aw119kx-ofer.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/04/th-73a-thrasher.html)

"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มขยายขีดความสามารถของอิสราเอลเพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามต่างๆในปัจจุบันและอนาคตโดยการเพิ่มพูนความสามารถที่จะป้องกันพรมแดน, โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ, และศูนย์กลางประชากรของอิสราเอล
ข้อเสนอการขายที่ถูกเสนอนี้จะเพิ่มการทำงานร่วมกันกับกองกำลังของสหรัฐฯและแสดงถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯที่จะปรับปรุงความทันสมัยกองกำลังรักษาความมั่นคงและกองทัพของอิสราเอล" DSCA สหรัฐฯกล่าวในทั้งสองเอกสารการอนุมัติ

การอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E ครอบคลุมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรวมถึง radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) ติดตั้งบนแกนใบพัดประธานแบบ Northrop Grumman AN/APG-78 Longbow
และตัวรับสัญญาณระบบทีมมีคนบังคับ-ไร้คนขับ(MUM-T: Manned-Unmanned Teaming) ขณะที่แท่นยิงอาวุธได้ถูกรวมไว้แต่ตัวระบบอาวุธต่างๆไม่ได้ถูกรวมในข้อเสนอ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/spike-nlos-ah-64e-apache.html)

แม้ว่าจะไม่ได้ถูกระบุในการประกาศ เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E เหล่านี้จะเป็นมาตรฐาน Version 6 ล่าสุดที่ขณะนี้อยู่ในประจำการกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army)(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/ah-64e-apache.html)
และลูกค้าส่งออกนานาชาติต่างๆแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/boeing-ah-64e-apache-29.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/03/ah-64e-apache-29.html)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E Version 6 นี้ได้เพิ่มขีดความสามารถการโจมตีระยะยิงไกลเกินพิสัยยิงข้าศึก(stand-off) ของเฮลิคอปเตอร์โจมตีตระกูล AH-64 Apache เป็นอย่างมาก(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/ah-64e-apache-6.html)
ด้วยการเพิ่มระยะตรวจจับและติดตามเป้าหมายของ radar แบบ AN/APG-78 Longbow จาก 8km เป็น 16km เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E v6 ยังมีคุณลักษณะการโจมตีเป้าหมายทางทะเลโดยตรงเป็นครั้งแรกด้วย

เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64E สร้างใหม่ 30เครื่องเหล่านี้จะทดแทนหรือเสริมต่อเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64A Peten(Cobra "งูเห่า" ในภาษาฮีบรู) จำนวน 23เครื่องที่กองทัพอากาศอิสราเอล(IAF: Israeli Air Force) ได้รับมอบตั้งแต่ปี 1990
เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D Saraf(Fiery Winged Serpent งูใหญ่มีปีกในตำนานในภาษาฮีบรู) จำนวน 20เครื่องที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้รับมอบตั้งแต่ปี 2005

การอนุมัติการขายเฮลิคอปเตอร์ฝึก AW119Kx ครอบคลุมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรวมถึงอุปกรณ์สนับสนุนการบินภาคพื้นดิน(AGSE: Aviation Ground Support Equipment) และเครื่องมืออื่นๆ
เฮลิคอปเตอร์ฝึก AW119Kx เพิ่มเติมที่ไม่ระบุจำนวนนี้จะเสริมต่อเฮลิคอปเตอร์ฝึก AW119Kx Ofer(Fawn กวางสายพันธุ์หนึ่งในภาษาฮีบรู) จำนวน 12เครื่องที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้รับมอบตั้งแต่ปี 2024 ครับ