แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Malaysia แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Malaysia แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มาเลเซียจะทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela LCS ลำที่สี่ในเดือนมกราคม 2027

Malaysia to launch fourth Maharaja Lela-class LCS in January 2027







Malaysia future fourth Maharaja Lela-class frigate, seen here in construction at Lumut Naval Shipyard (LUNAS). The country will launch its fourth ship in the class in January 2027. (LUNAS)



อู่เรือบริษัท Lumut Naval Shipyard(LUNAS) มาเลเซียกำลังวางแผนที่จะทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela โครงการ Littoral Combat Ship(LCS) ลำที่สี่ในเดือนมกราคม 2027
Janes ได้รับทราบ เหตุการณ์สำคัญดังกล่าวนั้นจะบ่งชี้ว่าโครงการเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela LCS ที่ล่าช้ามายาวนานยังคงดำเนินการเป็นไปตามกำหนดการที่ได้รับการแก้ไขล่าสุด

แผนที่จะทำการปล่อยเรือลงน้ำของเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela LCS ลำที่สี่ เรือฟริเกต KD Mat Salleh หมายเลขเรือ 2504 ในเดือนมกราคม 2027 มีขึ้นตามหลายชุดการบรรลุผลเหตุการณ์สำคัญที่มีขึ้นในปี 2026
รวมถึงพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำที่สาม เรือฟริเกต KD Sharif Mashor หมายเลขเรือ 2503 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lcs-kd-sharif-mashor.html)

และการเริ่มต้นการทดลองเรือทางทะเลต่างๆของเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela LCS ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela หมายเลขเรือ 2501 ก่อนหน้าในปี 2026 นี้เช่นเดียวกัน(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lcs-kd-maharaja-lela.html)
โครงการ LCS ของมาเลเซียมีพื้นฐานแบบเรือหลักจากแบบเรือฟริเกต Gowind ของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศส และจัดตั้งขึ้นเป็นจุดศูนย์กลางของความพยายามการปรับปรุงความทันสมัยกองเรือผิวน้ำของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela มีขนาดความยาวตัวเรือประมาณ 111m และระวางขับน้ำปกติที่ราว 3,000tonnes ระบบอาวุธต่างๆของเรือรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA VL MICA(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/vl-mica-lcs.html),
ปืนเรือ BAE Systems 57mm Mk 3, ปืนกล MSI-Defence Seahawk 30mm, และแท่นยิง torpedo เบาสามท่อยิง J+S 324mm สำหรับ torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/torpedo-sea-maharaja-lela.html)

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela LCS เดิมมีความตั้งใจที่ติดตั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM) ของบริษัท Kongsberg นอร์เวย์ แต่แผนเหล่านั้นได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบควบคุมการส่งออกล่าสุดของนอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/nsm.html)
ชุดระบบตรวจจับของเรือที่นำมาติดตั้งรวมถึง radar แบบ Thales SMART-S Mk 2, ระบบควบคุมการยิง(FCS: fire-control system) แบบ Rheinmetall TMEO Mk 2 TMX/EO และ sonar ลากท้ายหลายระดับความลึก VDS(Variable Depth Sonar) ความถี่ต่ำแบบ Thales Captas-2 สำหรับการปฏิบัติการสงครามปราบเรือดำน้ำต่างๆ

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela มีกำหนดที่จะส่งมอบให้แก่กองทัพเรือมาเลเซียในเดือนธันวาคม 2026, ลำที่สอง เรือฟริเกต KD Raja Muda Nala หมายเลขเรือ 2502 ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนกรกฎาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/lcs-kd-raja-muda-nala.html)
และมีกำหนดส่งมอบแก่กองทัพเรือมาเลเซียในเดือนสิงหาคม 2027(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/lcs-kd-raja-muda-nala.html), ลำที่ห้าและลำสุดท้าย เรือฟริเกต KD Tok Janggut หมายเลขเรือ 2505 กำลังอยู่ระหว่าการต่อเรือที่อู่เรือ LUNAS ครับ

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ตุรกีทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สามและลำสุดท้ายของมาเลเซีย KD Tunku Osman Jewa

Türkiye launches Malaysia's final LMS Batch 2 vessel



Tunku Osman Jewa , the third and final corvette of the Littoral Mission Ship Batch 2 (LMS Batch-2) programme for the Royal Malaysian Navy, seen here being launched at Istanbul Shipyard on 9 August 2026. (STM)



บริษัท STM ตุรกีได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2 ของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)
เรือคอร์เวต KD Tunku Osman Jewa หมายเลขเรือ 143 ถูกทำพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำอย่างเป็นทางการ ณ อู่เรือ Istanbul Shipyard เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 บริษัท STM ประกาศในวันเดียวกัน

บริษัท STM ตุรกีกล่าวว่าเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ทั้งสามลำได้ถูกปล่อยเรือลงน้ำในช่วงระยะเวลาสี่เดือน ลำแรก เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026
(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lms-batch-2-kd-tunku-laksamana-abdul.html) และลำที่สอง เรือคอร์เวต KD Raja Laut หมายเลขเรือ 142 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/lms-batch-2-kd-raja-laut.html)

เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 จำนวน 3ลำกำลังได้รับการสร้างโดยบริษัท STM ภายใต้ข้อตกลงระดับรัฐต่อรัฐ(G-to-G: government-to-government) ระหว่างมาเลเซียและตุรกี
โครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html) เมื่อมาเลเซียได้ส่งมอบจดหมายตอบรับ(LoA: Letter of Acceptance) สำหรับการจัดหาเรือจำนวน 3ลำ

บริษัท STM อธิบายโครงการนี้ในฐานะการส่งออกเรือคอร์เวตแบบแรกของตุรกีแก่ลูกค้าในเอเชีย-แปซิฟิก พิธีตัดเหล็กของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีขึ้นในมหานคร Istanbul ในเดือนธันวาคม 2024 
ขณะที่พิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือลำแรกมีขึ้นในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html) ถูกออกแบบสำหรับความต้องการของกองทัพเรือมาเลเซียโดยมีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy)

เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีความยาวเรือรวมที่ 99.56m, กว้างที่ 14.42m, กินน้ำลึกที่ 3.94m และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) 
ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มากว่า 26knots และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 4,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 14knots มีระยะเวลาปฏิบัติการได้นาน 14วัน, รองรับกำลังพลประจำเรือได้ 111นาย และมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้ 

ระบบอาวุธของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ประกอบด้วยปืนเรือ 76mm เป็นปืนหลัก, ปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง, แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด, และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ
มาเลเซียยืนยันการเลือกระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point-defence) ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียใน Putrajaya ได้ลงนามสัญญาวงเงิน $94 million กับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี

สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile) จำนวน 48นัด ซึ่งจะติดตั้งในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) จำนวน 16นัดในแต่ละลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k-saam-lms-batch-2.html)
แยกออกไปต่างหากในเดือนเมษายน 2026 เช่นเดียวกันมาเลเซียยังได้ลงนามสัญญากับบริษัท ROKETSAN ตุรกีสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน 24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ที่จะถูกส่งมอบแก่กองทัพเรือมาเลเซียได้ครบทั้ง 3ลำภายในปี 2027 ครับ 

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

มาเลเซียมีความคืบหน้าการจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ VL MICA สำหรับเรือฟริเกต LCS

Malaysia progresses VL MICA acquisition for LCS



Malaysia has signed an LOA for the VL MICA anti-air missile system. (MBDA)

บริษัท MBDA ยุโรปได้ยืนยันว่ามาเลเซียกำลังจะจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ VL MICA สำหรับเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela โครงการ Littoral Combat Ship(LCS) 
ของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lcs-kd-sharif-mashor.html)

การยืนยันมีขึ้นตามรายงานเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 ว่ากระทรวงกลาโหมมาเลเซียได้ลงนามจดหมายตอบรับ(LOA: Letter of Acceptance) กับบริษัท MBDA สำหรับการจัดหา
โฆษกของบริษัท MBDA กล่าวกับ Janes ว่าตามการลงนาม LOA สัญญาการจัดตั้งกำหนดการสายการผลิตสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ VL MICA จะมีขึ้นตามมาโดยปราศจากความล่าช้า

มาเลเซียกำลังอยู่ในกระบวนการการส่งมอบเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela โครงการ LCS จำนวน 5ลำซึ่งมีพื้นฐานจากแบบเรือ Gowind ของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสแก่กองทัพเรือมาเลเซีย
เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela ได้เสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเลครั้งแรกของตนในเดือนเมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lcs-kd-maharaja-lela.html)

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ขนาดความยาวตัวเรือราว 111m และระวางขับน้ำที่ราว 3,000tonnes ถูกออกแบบในฐานะเรือรบพหุภารกิจด้วยขีดความสามารถสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare),
สงครามต่อต้านทางอากาศ(AAW: Anti-Air Warfare), และสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) ต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/lcs-kd-raja-muda-nala.html)

อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ VL MICA เป็นส่วนหนึ่งของระบบอาวุธต่างที่วางแผนจะติดตั้งของเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela มายาวนาน แต่การจัดซื้อจัดจ้างไม่มีความคืบหน้าไปไกลขนาดนี้ต่อสาธารณะ
ระบบอาวุธอื่นๆที่วางแผนจะติดตั้งรวมถึงปืนเรือ BAE Systems 57mm Mk 3, แท่นปืนกล remote แบบ MSI‑Defence Seahawk ขนาด 30mm และแท่นยิง torpedo เบาสามท่อยิง J+S 324mm สำหรับ torpedo ปราบเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/torpedo-sea-maharaja-lela.html)

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ยังติดตั้งชุดระบบตรวจจับที่มีศูนย์กลางบน radar ตรวจการณ์แบบ Thales SMART-S Mk 2 และ sonar ลากท้ายหลายระดับความลึก VDS(Variable Depth Sonar) แบบ Thales CAPTAS-2
VL MICA เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันภัยทางอากาศทางเรือยิงแนวดิ่ง(vertical-launch) ที่ออกแบบเพื่อโจมตีอากาศยาน, เฮลิคอปเตอร์, อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: anti‑ship missile) และภัยคุกคามทางอากาศอื่นๆ โดยมีระยะยิงที่ 20km

อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ VL MICA ถูกออกแบบเพื่อมอบการป้องกันเฉพาะจุด(point defence) และการป้องกันเฉพาะท้องที่(local-area defence) ต่อต้านการโจมตีแบบพร้อมกันจำนวนมาก(saturation attacks) และสามารถโจมตีหลายๆเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
เดิมเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela วางแผนมานานที่จะติดตั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM) ของบริษัท Kongsberg Defence & Aerospace นอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/nsm.html)

อย่างไรก็ตามผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการส่งออกของนอร์เวย์ทำให้การจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ NSM ที่ลงนามสัญญาไปแล้วตั้งปี 2018 ได้ถูกยกเลิกการอนุญาตส่งออกให้แก่มาเลเซียในเดือนพฤษภาคม 2026
รัฐบาลมาเลเซียได้เรียกร้องการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อขอการชดเชยค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายการรื้อถอนสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเป็นวงเงินราว $250 million จากนอร์เวย์ และจะคัดเลือกอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำแบบใหม่แทนสำหรับเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ครับ

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569

มาเลเซียมองจะจัดหาอากาศยานไร้คนขับ ANKA-S UAV ตุรกีเพิ่มเติม

Malaysia seeks additional Anka UAVs







The Royal Malaysian Air Force (RMAF) has started operations with its new Turkish Aerospace Industries ANKA-S unmanned aerial vehicles (UAVs). (Royal Malaysian Air Force)



กระทรวงกลาโหมมาเลเซียได้ยืนยันต่อ Janes ถึงแผนที่จะจัดหาอากาศยานไร้คนขับ Turkish Aerospace Anka-S(นก Phoenix ในภาษาตุรกี) UAV(Unmanned Aerial Vehicle) ตุรกีเพิ่มเติม
หลังจากเริ่มต้นการปฏิบัติการของอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ชุดแรกที่ประกอบด้วยตัวอากาศยาน(air vehicle) จำนวน 3เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/anka-uav-3.html)

โฆษกกระทรวงกลาโหมมาเลเซียกล่าวเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ว่ากระทรวงกลาโหมมาเลเซียจะเริ่มต้นโครงการจัดซื้อจัดจ้างอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ระยะที่2 เร็วๆนี้แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
การจัดซื้อจัดจ้างจะทำให้จำนวนอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ในประจำการกองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ณ พิธีตรวจรับสำหรับอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV จำนวน 3เครื่องแรกที่ฐานทัพอากาศ Labuan ในทางตะวันออกของมาเลเซียเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Mohamed Khaled Nordin กล่าวว่า
Anka-S UAV จำนวนเพิ่มเติมจะ "เสริมความแข็งแกร่งขีดความสามารถข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence Surveillance and Reconnaissance) ต่างๆของมาเลเซีย โดยเฉพาะเหนือทะเลจีนใต้"

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Nordin เสริมว่าข้อเสนอการจัดซื้อจัดจ้างอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ระยะที่2 จะถูกยื่นเรื่องภายใต้กรอบการทำงานแผนการพัฒนาแห่งชาติปัจจุบัน ตามที่สื่อของรัฐบาลมาเลเซียรายงาน
อากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ชุดแรกได้ถูกนำเข้าประจำการในฝูงบินที่11(No 11 Squadron) ณ ฐานทัพอากาศ Labuan โดยกำหนดแบบในประจำการกองทัพอากาศมาเลเซียเป็นอากาศยานไร้คนขับ Anka-THS UAV

กองทัพอากาศมาเลเซียกล่าวว่าอากาศยานไร้คนขับ Anka-THS UAV จะสนับสนุน "การเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทางยุธศาสตร์ต่างๆในน่านน้ำต่างๆของประเทศ โดยเฉพาะในรัฐ Sabah และรัฐ Sarawak"
ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Nordin อากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV ถูกส่งมอบมายังฐานทัพอากาศ Labuan ตั้งแต่ต้นปี 2026(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/anka-uav-3.html)

บริษัท Turkish Aerospace ตุรกีได้เริ่มต้นการบินทดสอบต่างๆของอากาศยานไร้คนขับ Anka-S UAV จากฐานทัพอากาศ Labuan ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2026 ในฐานะส่วนหนึ่งของการเตรียมการส่งมอบแก่กองทัพอากาศมาเลเซีย
Anka เป็นอากาศยานไร้คนขับเพดานบินปานกลางระยะทำการนาน(MALE UAV: Medium-Altitude, Long-Endurance Unmanned Aerial Vehicle) ที่พัฒนาโดย Turkish Aerospace ตุรกี

ระบบอากาศยานไร้คนขับ Anka มีความเร็วระดับสูงสุดที่ 140knots, น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 1,700kg, รัศมีการปฏิบัติการที่ 135nmi และทำการบินได้นาน 30ชั่วโมง
ในรูปแบบ Anka-S ได้รวมถึงการติดตั้งระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม SATCOM(Satellite Communication), การสื่อสารเข้ารหัส, และระบบตรวจจับ EO/IR(Electro-Optic/Infrared) ตามข้อมูลจาก Janes ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569

มาเลเซียจะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR จาก KNDS ฝรั่งเศส 18ระบบ

Malaysia to acquire 18 CAESAR SPHs from KNDS





A 6x6 CAESAR SPH is displayed at Eurosatory 2026. (Basile Dobouis / Kenzo Tribouillard / Bloomberg via Getty Images)

กระทรวงกลาโหมมาเลเซียจะจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางบนรถยนต์บรรทุก CAESAR SPH(Self-Propelled Howitzer) ขนาด 155mm/52calibre จำนวน 18ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/caesar-6x6-12.html
บริษัท KNDS ฝรั่งเศสกล่าวสอดคล้องกับการจัดงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่ศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026

ในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 บริษัท KNDS กล่าวว่าปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR 155mm/52cal จะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพมาเลเซีย(MAF: Malaysian Armed Forces, ATM: Angkatan Tentera Malaysia)
และจะได้รับการซ่อมบำรุงในประเทศโดยบริษัท Advance Defense Systems(ADS) มาเลเซีย สัญญารวมถึงข้อตกลงสิทธิบัตรครอบคลุมการถ่ายทอดวิทยาการและการประกอบในมาเลเซีย

KNDS ฝรั่งเศสไม่ได้เปิดเผยคุณลักษณะต่างๆ, มูลค่าของวงเงินสัญญา, หรือกำหนดการส่งมอบต่างๆของระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR 155mm/52cal  SPH(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/caesar-mkii-109.html)
"การสั่งซื้อปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR จำนวน 18ระบบของมาเลเซียในรูปแบบการจัดกำลังหนึ่งกรมมีส่วนโดยตรงต่อการเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพมาเลเซีย" บริษัท KNDS กล่าว

"ผ่านโครงการการถ่ายทอดองค์ความรู้และการจัดตั้งอุตสาหกรรมขั้นก้าวหน้าภายในประเทศกับ ADS มาเลเซีย สัญญานี้ยังสอดคล้องกับนโยบายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแห่งชาติ(NDIP: National Defence Industry Policy) ของมาเลเซีย
ซึ่งมุ่งเป้าที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เป็นอิสระ, ยั่งยืน, และมีความยืดหยุ่น" คำสั่งจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ของมาเลเซียมีขึ้นหลังการจัดหาระบบปืนใหญ่จากฝรั่งเศสก่อนหน้า

ตามการส่งมอบปืนใหญ่ลากจูง LG1 Mk III ขนาด 105mm จำนวน 18กระบอกโดย ADS มาเลเซียและบริษัท Nexter ฝรั่งเศสแก่กรมทหารปืนใหญ่ที่1(1st Royal Artillery Regiment, RAD: Rejimen Artileri DiRaja), กองทัพบกมาเลเซีย(Malaysian Army, Tentera Darat Malaysia) 
ในเดือนมีนาคม 2022 ณ เวลานั้น ADS มาเลเซียและ Nexter ฝรั่งเศสซึ่งตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ KNDS ฝรั่งเศสแล้วได้ระบุแผนที่จะมีความร่วมมือเกี่ยวกับการเสนอปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR SPH สำหรับมาเลเซีย

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR มีขีดความสามารถในการยิงต่อเนื่อง 6นัดภายในเวลาหนึ่งนาทีที่ระยะยิงไกลราว 40km โดยการใช้กระสุนปืนใหญ่ 155mm ตามแบบและสามารถเตรียมเดินย้ายที่ตั้งใหม่ภายในเวลาประมาณ 2.5นาทีหลังทำการยิง
ระยะยิงสามารถเพิ่มขยายเป็นไกลเกิน 55mm โดยการใช้กระสุนจรวดช่วย RAP(Rocket-Assisted Projectile) ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR มีพร้อมในรูปแบบบนรถยนต์บรรทุก 6x6 และ 8x8 บริษัท KNDS ไม่ได้ตอบสนองต่อการสอบถามจาก Janes ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่ครับ

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ตุรกีทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สองของมาเลเซีย KD Raja Laut

STM Launches Second Vessel of Malaysia’s LMS Batch II Project in Istanbul







The second vessel of the LMS Batch 2 project of the Royal Malaysian Navy, Raja Laut, seen here at its launch ceremony. (Malaysia Ministry of Defence)



บริษัท STM ตุรกีได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2 ลำที่สองจากทั้งหมดสามลำของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)
เรือคอร์เวต KD Raja Laut หมายเลขเรือ 142 ได้ถูกทำพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำอย่างเป็นทางการ ณ อู่เรือ Istanbul Shipyard ในตุรกีเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2026

พิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ลำที่สอง เรือคอร์เวต KD Raja Laut มีขึ้นตามพิธีปล่อยเรือลงน้ำของลำแรก เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 สองสัปดาห์ก่อนหน้า
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lms-batch-2-kd-tunku-laksamana-abdul.html) โครงการเดินหน้าเป็นไปตามแผนโดยเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ลำที่สาม (หมายเลขเรือ 143) มีกำหนดจะถูกปล่อยลงน้ำในเดือนสิงหาคม 2026

พิธีได้ทูลเชิญสุลต่านแห่งรัฐ Selangor Sultan Sharafuddin Idris Shah และพระอัครมเหสี Tengku Permaisuri Hajah Norashikin เสด็จเป็นองค์ประธาน, เชิญรองรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Haji Adly bin Zahari, รองประธานสำนักงานอุตสาหกรรมกลาโหมตุรกี(Turkish Secretariat of Defence Industries, SSB: Savunma Sanayii Başkanlığı) และประธานคณะกรรมการบริหาร STM ตุรกี Prof. Dr. İhsan Kaya,
รองประธาน SSB ตุรกี Mustafa Murat Şeker, ผู้บัญชาการกองทัพเรือมาเลเซีย พลเรือเอก Tan Sri Zulhelmy bin Ithnain, ผู้จัดการทั่วไปบริษัท STM Özgür Güleryü เช่นเดียวกับคณะตัวแทนทางทหารจากทั้งสองชาติและตัวแทนจากบริษัทภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศต่างๆ

การกล่าวในพิธีผู้จัดการทั่วไป STM ตุรกี Güleryü เน้นย้ำถึงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองชาติและความเร็วในการต่อเรือที่ยอดเยี่ยมของโครงการ "ในโครงการสำคัญนี้ ซึ่งแสดงถึงข้อตกลงการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหมระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล(G2G: Government-to-Government) แรกระหว่างตุรกีและมาเลเซีย และการสงออกเรือคอร์เวตแบบแรกของตุรกีแก่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
เราได้ปล่อยเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำแรก KD Tunku Laksamana Abdul Jalil แค่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน วันนี้การปล่อยเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สอง KD Raja Laut เป็นการแสดงอย่างเป็นรูปธรรมของขีดความสามารถทางวิศวกรรมและความเร็วในการดำเนินงานของ STM ตุรกี เราตั้งเป้าที่จะปล่อยเรือคอร์เวตลำที่สามในเดือนสิงหาคม 2026 และส่งมอบเรือทั้ง 3ลำแก่กองทัพเรือมาเลเซียภายในปี 2027"

เรือคอร์เวตทั้ง 3ลำที่สร้างขึ้นภายใต้โครงการ LMS Batch 2 ได้รับการตั้งชื่อตามบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มาเลเซีย เรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำแรกตั้งชื่อตามพระนาม "Tunku Laksamana Abdul Jalil" พระราชบุตรผู้ล่วงลับขององค์ Sultan Ibrahim ซึ่งสิ้นพระชนม์ในปี 2015 และทรงเป็นเจ้าชายองค์แรกที่ได้รับพระยศ 'พลเรือเอกเจ้าชาย'(Prince Admiral)
เรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สองตั้งชื่อตามพระนาม "Raja Laut" บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของมาเลเซียซึ่งทรงเป็นเจ้าชายแห่งราชวงศ์ Selangor ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ปกครองรัฐ Selangor และทรงเป็นผู้วางโครงสร้างการค้าทางทะเลในภูมิภาคระหว่างศตวรรษที19

ภายใต้รูปแบบข้อตกลงรัฐบาลต่อรัฐบาลระหว่างมาเลเซียและตุรกี โครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html) เมื่อมาเลเซียได้ส่งมอบจดหมายตอบรับ(LoA: Letter of Acceptance) สำหรับโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 จำนวน 3ลำนี้
พิธีตัดเหล็กของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีขึ้นในมหานคร Istanbul ในเดือนธันวาคม 2024 ขณะที่พิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือลำแรกมีขึ้นในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html

เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy) ตามข้อมูลจาก STM ตุรกี เรือมีความยาวเรือรวมที่ 99.56m, กว้างที่ 14.42m, กินน้ำลึกที่ 3.94m และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มากว่า 26knots และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 4,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 14knots

บริษัท STM ยังให้รายละเอียดตุณลักษณะของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ว่ามีระยะเวลาปฏิบัติการได้นาน 14วัน, รองรับกำลังพลประจำเรือได้ 111นาย และมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้
ระบบอาวุธของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ประกอบด้วยปืนเรือ 76mm เป็นปืนหลัก, ปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง, แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด, และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ

มาเลเซียยืนยันการเลือกระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point-defence) ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียใน Putrajaya ได้ลงนามสัญญาวงเงิน $94 million กับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี
สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile) จำนวน 48นัด ซึ่งจะติดตั้งในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) จำนวน 16นัดในแต่ละลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k-saam-lms-batch-2.html

แยกออกไปต่างหากในเดือนเมษายน 2026 เช่นเดียวกันมาเลเซียยังได้ลงนามสัญญากับบริษัท ROKETSAN ตุรกีสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน 24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ด้วย เรือยังได้รับการติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) และระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control System) ระบบปืนจากบริษัท HAVELSAN ตุรกี, 
ระบบ 3D radar ตรวจการณ์, ระบบ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar), ระบบพิสูจน์ฝ่าย(IFF: Identification, Friend-or-Foe), ระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures), ระบบแท่นยิงเป้าลวง Chaff และชุดระบบตรวจจับอื่นๆจากบริษัท ASELSAN ตุรกีครับ

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตุรกีทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำแรกของมาเลเซีย KD Tunku Laksamana Abdul Jalil

Türkiye launches Malaysia's first LMS Batch 2 vessel







Malaysia's first vessel in its LMS Batch 2 programme, Tunku Laksamana Abdul Jalil , seen here at its launch ceremony. (Malaysia Ministry of Defence)



เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง Littoral Mission Ship(LMS) Batch 2 ลำแรกของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)
เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil หมายเลขเรือ 141 ถูกทำพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำอย่างเป็นทางการแล้ว ณ อู่เรือ Istanbul Shipyard ในตุรกีเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026

เรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil เป็นเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ลำแรกจากทั้งหมดจำนวน 3ลำที่ได้รับการสร้างโดยผู้รับสัญญาหลักทางเรือบริษัท STM ตุรกี 
ภายใต้รูปแบบข้อตกลงรัฐบาลต่อรัฐบาลระหว่างมาเลเซียและตุรกี โครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html)

เมื่อมาเลเซียได้ส่งมอบจดหมายตอบรับ(LoA: Letter of Acceptance) สำหรับโครงการเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 จำนวน 3ลำนี้ บริษัท STM อธิบายโครงการนี้ในฐานะการส่งออกเรือคอร์เวตแบบแรกของตุรกีแก่ลูกค้าในเอเชีย-แปซิฟิก 
พิธีตัดเหล็กของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีขึ้นในมหานคร Istanbul ในเดือนธันวาคม 2024 ขณะที่พิธีวางกระดูกงูเรือสำหรับเรือลำแรกมีขึ้นในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lms-batch-2-3.html)

เรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 มีพื้นฐานจากแบบเรือคอร์เวตชั้น Ada ของกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy) ตามข้อมูลจาก STM ตุรกี เรือมีความยาวเรือรวมที่ 99.56m, กว้างที่ 14.42m, กินน้ำลึกที่ 3.94m และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล 4เครื่องในรูปแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) ทำให้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มากว่า 26knots และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 4,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 14knots

บริษัท STM ยังให้รายละเอียดตุณลักษณะของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ว่ามีระยะเวลาปฏิบัติการได้นาน 14วัน, รองรับกำลังพลประจำเรือได้ 111นาย และมีดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้
ระบบอาวุธของเรือปฏิบัติการใกล้ชายฝั่ง LMS Batch 2 ประกอบด้วยปืนเรือ 76mm เป็นปืนหลัก, ปืนกลขนาด 30mm เป็นปืนรอง, แท่นยิงอาวุธปล่อยวิถีพื้นสู่พื้นสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด, และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ

มาเลเซียยืนยันการเลือกระบบป้องกันภัยทางอากาศเฉพาะจุด(point-defence) ในเดือนเมษายน 2026 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียใน Putrajaya ได้ลงนามสัญญาวงเงิน $94 million กับบริษัท LIG Defense & Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี
สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ K-SAAM(Korean Ship‑to‑Air Anti Missile) จำนวน 48นัด ซึ่งจะติดตั้งในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) จำนวน 16นัดในแต่ละลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/k-saam-lms-batch-2.html

แยกออกไปต่างหากในเดือนเมษายน 2026 เช่นเดียวกันมาเลเซียยังได้ลงนามสัญญากับบริษัท Roketsan ตุรกีสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ ATMACA จำนวน 24นัดสำหรับเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ด้วย
STM ตุรกีตั้งเป้าที่จะทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือคอร์เวต LMS Batch 2 ลำที่สองและลำที่สามในเดือนมิถุนายน 2026 และเดือนสิงหาคม 2026 ตามลำดับ โดยเรือลำแรกเรือคอร์เวต KD Tunku Laksamana Abdul Jalil และเรืออีกสองลำจะถูกส่งมอบได้ครบ 3ลำภายในปี 2027 ครับ

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เรือดำน้ำชั้น Hangor ปากีสถานสืบทอดคุณลักษณะหลักต่างๆจากเรือดำน้ำชั้น Type 039B จีน

Pakistan's Hangor class inherits main features of China's Type 039







Pakistan's first Hangor-class submarine seen here approaching a naval pier at Kota Kinabalu in East Malaysia. (Royal Malaysian Navy)

ชุดภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia) บ่งชี้ว่าเรือดำน้ำชั้น Hangor ของกองทัพเรือปากีสถาน(PN: Pakistan Navy)
ได้รับสืบทอดคุณลักษณะการออกแบบต่างๆเกือบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำชั้น Type 039B(NATO กำหนดรหัสชั้น Yuan) ของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People’s Liberation Army Navy)

ชุดภาพถ่าเหล่านี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 20226 เพื่อเป็นเครื่องหมายถึงการมาถึงของเรือดำน้ำชั้น Hangor ลำแรก เรือดำน้ำ PNS Hangor ณ ฐานทัพเรือ Teluk Sepanggar ของกองทัพเรือมาเลเซีย
ใน Kota Kinabalu รัฐ Sabah ทางตะวันออกของมาเลเซีย มอบมุมมองที่หาได้ยากของแบบแผนของเรือดำน้ำชั้น Hangor ที่ได้จากภายถ่ายที่จำกัดที่เผยแพร่โดยกองทัพเรือปากีสถาน

เรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Hangor ที่สร้างโดยจีนได้แวะเทียบท่าที่มาเลเซียเป็นส่วนหนึ่งของการส่งกำลังบำรุง, การประสานงานการขนส่งทางทะเล และการพักผ่อนของลูกเรือก่อนเดินทางต่อไปยังปากีสถาน
เรือดำน้ำ PNS Hangor ได้ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการใน Sanya มณฑล Hainan สาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/hangor-pns-hangor.html)

ชุดภาพถ่ายแสดงถึงรตัวเรือทรงหยดน้ำตา(teardrop) ตากหลักอุทกพลศาสตร์(hydrodynamic) ที่ถูกปรับแต่งสำหรับการปฏิบัติการใต้น้ำต่างๆ ด้วยการจัดวางรูปแบบหางเสือท้ายเรือรูปเครื่องหมายบวกแบบดั้งเดิม
และครีบปรับการดำแนวนอนคู่ที่ติดที่หอเรือ(sail) แบบแผนพื้นผิวควบคุมนี้เป็นรูปแบบทั่วไปของเรือดำน้ำตามแบบของจีน เป็นการเน้นย้ำถึงการควบคุมเรือที่ความเร็วต่ำที่คาดการณ์ได้และการลดการแพร่สัญญาณเสียง

แผงรูปสี่เหลี่ยนมผืนผ้าที่เว้าเข้าไปด้านในที่เห็นได้จากด้านข้างของหอเรือ น่าจะถูกใช้เป็นช่องเข้าออกในตัวเรือ ตลอดโครงด้านหน้าส่วนบนของเรือดำน้ำ เป็นช่องระบายน้ำแบบร่องหลายช่องเรียงเป็นแถวแนวนอน
ช่องปล่อยน้ำเข้าออกได้อย่างอิสระเหล่านี้ถูกจัดวางอย่างสม่ำเสมอและไปตามแนวโค้งของตัวเรือทำให้ระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วเมื่อเรือขึ้นสู่ผิวน้ำ โครงส่วนหน้าของหอเรือด้านบนมีความโค้งมนลงล่างไปยังฐานของหอเรือ

ไม่มีระบบอาวุธต่างๆภายนอกหรือการติดตั้งบนดาดฟ้าใดๆเห็นได้ บ่งชี้ถึงการพึ่งพาการใช้งาน torpedo ที่ติดตั้งภายในตัวเรือดำน้ำและเป็นไปได้กับระบบอาวุธปล่อยนำวิถีที่ยิงจากท่อยิง torpedo มาตรฐานที่หัวเรือ
ชุดภาพยังยืนยันว่าเช่นเดียวกับเรือดำน้ำชั้น Type 039B ของจีน เรือดำน้ำชั้น Hangor ของปากีสถานติดตั้งท่อยิง torpedo หนักขนาด 533mm หกท่อยิงที่หัวเรือซึ่งเห็นการจัดวางรูปแบบ 2ท่อยิงด้านบนและ 4ท่อยิงด้านล่างครับ