Japan decommissions first Asagiri-class destroyer
Asagiri , seen here, has decommissioned on 23 March. (JMSDF)
กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force)
ได้ทำพิธีปลดระวางประจำการเรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำแรก เรือพิฆาต DD-151 JS
Asagiri
การปลดประจำการได้ถูกประกาศเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2026 โดยกองบัญชาการมณฑล
Maizuru(Maizuru District Headquarters) ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางบัญชีสื่อสังคม online X(Twitter เดิม)
ทางการของกองบัญชาการมณฑล Maizuru
กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่นได้ประกาศว่า
เรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำแรก เรือพิฆาต DD-151 JS Asagiri
ได้มาถึงวันสุดท้ายในการประจำการของเธอ ณ ที่ตั้งของตนที่ฐานทัพเรือ Maizuru(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/mogami-ffm-9-natori.html)
เรือพิฆาต DD-151 JS Asagiri ได้ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 1988
และปฏิบัติการมาเป็นเวลา 38ปีรวมช่วงเวลาทั้งในภารกิจเรือพิฆาตและเรือฝึก
เรือพิฆาต JS Asagiri เป็นเรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำแรกจาก
8ลำที่ถูกสร้างเข้าประจำการในช่วงกลางปี 1980s ถึงต้นปี 1990s
โดยหลายอู่เรือของญี่ปุ่นรวมถึงบริษัท Ishikawajima‑Harima ญี่ปุ่น, บริษัท
Sumitomo ญี่ปุ่น, บริษัท Mitsubishi ญี่ปุ่น, และบริษัท Hitachi ญี่ปุ่น
เรือพิฆาต DD-151 JS Asagiri ถูกส่งมอบในเดือนมีนาคม 1988 ในฐานะเรือพิฆาตชั้น
Asagiri ลำแรก และภายหลังได้รับการเปลี่ยนแบบเป็นเรือฝึก TV-3516 JS Asagiri ในปี
2005 ก่อนได้รับการคืนกลับเป็นเรือรบแนวหน้าอีกครั้งในปี 2012
เรือพิฆาตชั้น Asagiri ลำที่สอง เรือพิฆาต DD-152 JS Yamagiri
ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนมกราคม 1989 ภายหลังถูกเปลี่ยนแบบเป็นเรือฝึก
TV-3515 JS Yamagiri ในปี 2004 ก่อนคืนสภาพเป็นเรือรบแนวหน้าในปี 2011
และเปลี่ยนกลับเป็นเรือฝึกอีกครั้งในปี 2025
ลำที่สาม เรือพิฆาต DD-153 JS Yugiri และลำที่สี่ เรือพิฆาต DD-154 JS Amagiri
ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนกุมภาพันธ์ 1989, ลำที่ห้า เรือพิฆาต DD-155 JS
Hamagiri ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนมกราคม 1990
ลำที่หก เรือพิฆาต DD-156 JS Setogiri
ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนกุมภาพันธ์ 1990, ลำที่เจ็ด เรือพิฆาต DD-157
JS Sawagiri ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 1990
และลำที่แปดและลำสุดท้าย เรือพิฆาต DD-158 JS Umigiri
ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนมีนาคม 1991
เรือพิฆาตชั้น Asagiri มีระวางขับน้ำเต็มที่ที่ประมาณ 4,900tonnes
ความยาวเรือรวมที่ 137m และความกว้างที่ 14.6m ระบบขับเคลื่อนติดตั้งเครื่องยนต์
gas turbine แบบ Spey SM1C สี่เครื่องในรูปแบบ COGAG(Combined Gas and Gas)
ทำความเร็วได้สูงสุดที่ 30knots
เรือพิฆาตชั้น Asagiri รองรับกำลังพลประจำเรือที่ประมาณ 220นาย
และได้รับการติดตั้งด้วยดาดฟ้าบินและโรงเก็บอากาศยานท้ายเรือรองรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล
Mitsubishi Heavy Industries(MHI)/Sikorsky SH-60J Seahawk หนึ่งเครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/sh-60l.html)
ในแง่ระบบอาวุธ เรือพิฆาตชั้น Asagiri ติดตั้งแท่นยิงจรวดปราบเรือดำน้ำ Mk 112
ASROC(Anti-Submarine Rocket) แปดท่อยิงสำหรับสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW:
Anti‑Submarine Warfare), แท่นยิง Mk 29
แปดท่อยิงสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ RIM-7 Sea Sparrow,
และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ RGM-84 Harpoon
แท่นยิงสี่ท่อยิงสองแท่นยิง 8นัด ระบบอาวุธปืนรวมถึงปืนเรือหลัก Oto Melara
76mm/62 และระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-In Weapon System) Phalanx
สองแท่นยิงครับ





