The Royal Thai Air Force (RTAF), the Republic of Singapore Air Force (RSAF),
and the United States Air Force (USAF) concluded the exercise Cope Tiger
2026 in Thailand from 15 to 27 March 2026, by closing ceremony which held at
at Wing 1 Korat RTAF base on 27 March 2026. (Royal Thai Air Force and Republic
of Singapore Air Force)
Good evening from Thailand!
Over the past week, our airmen and women have been training hard in Exercise
Cope Tiger 2026 alongside the Royal Thai Air Force and Pacific Air Forces.
With a vast airspace to operate in, they’ve taken on complex and realistic
missions, sharpening their operational competencies while learning from one
another.
Training continues until the exercise wraps up on 27 Mar 26. Here’s a glimpse
at what we have been up to!
It’s a wrap for Exercise Cope Tiger 2026!
The exercise came to a close yesterday in a ceremony held in Korat Air Base, Thailand, in the presence of Chief of Air Force Major General Kelvin Fan, Commander-in-Chief of the Royal Thai Air Force (RTAF) Air Chief Marshal (ACM) Sakesan Kantha, and Chief of Staff of the Pacific Air Forces (PACAF) Brigadier General Shane S. Vesely.
A big thank you to the Royal Thai Air Force for their warm hospitality and seamless coordination throughout the exercise. Training alongside the RTAF and PACAF has not only sharpened our operational edge, but also strengthened the bonds of friendship and mutual trust between our air forces.
Prior to the closing ceremony, ACM Sakesan also presented the RTAF Honorary Wings to five senior RSAF officers at the RTAF Headquarters in recognition of their contributions to strengthening bilateral defence ties.
Congratulations to all recipients, and to all participants who made this exercise a success, both in the air and on the ground
ท้องฟ้าเหนือสนามฝึก มิได้เป็นเพียงพื้นที่ว่าง
หากแต่เป็นพื้นที่ปฏิบัติการจำลองของการสงครามสมัยใหม่
ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจและการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ
เมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล
จังหวัดลพบุรี การฝึกบินประกอบกำลังขนาดใหญ่ (Large Force Employment with
Observation+GBAD Interaction) ภายใต้การฝึกผสม COPE TIGER 2026
ได้ดำเนินการขึ้น
โดยเป็นการบูรณาการการปฏิบัติระหว่างกำลังทางอากาศของกองทัพอากาศไทย
กับระบบป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นของกองทัพบกไทย และกองทัพเรือไทย
พร้อมการสนับสนุนจากกองทัพอากาศสิงคโปร์
เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม/ผสม
และยกระดับมาตรฐานการฝึกให้เป็นไปตามระดับสากล
ในการฝึกดังกล่าว
อากาศยานต้องปฏิบัติภารกิจภายใต้สถานการณ์จำลองที่มีความซับซ้อน ทั้งการตรวจจับ
การหลบหลีก และการเจาะผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศ
ขณะที่หน่วยป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นต้องตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ
อันสะท้อนถึงความพร้อมรบและความสามารถในการปฏิบัติการร่วมอย่างมีประสิทธิภาพ
การดำเนินการฝึกครั้งนี้ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ นาวาอากาศเอก ณัฎฐ์
คำอินทร์ ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2026 ฝ่ายไทย และ COL
Gabriel Yam ผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม COPE TIGER 2026 ฝ่ายสิงคโปร์
ซึ่งได้ร่วมกันขับเคลื่อนและบูรณาการการฝึกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ การฝึกผสม COPE TIGER 2026
ถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศให้มีความพร้อมต่อภัยคุกคามในรูปแบบต่าง
ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ฝึกหนัก ฝึกเข้ม ยกระดับเต็มขีดความสามารถ
พร้อมเผชิญภัยคุกคามในทุกรูปแบบ
Cope Tiger 2026 ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับการฝึกผสมทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
โดย ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการทหารอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์
และเสนาธิการทหารอากาศสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก
เป็นประธานร่วมพิธีปิดการฝึกผสม Cope Tiger 2026 หลังดำเนินการฝึกอย่างเข้มข้น
ครอบคลุมทั้งการปฏิบัติการทางอากาศ การสนับสนุนภาคพื้น
และการทำงานร่วมกันของกำลังพลทั้งสามชาติ
การฝึกในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กำลังพล
ในการยกระดับขีดความสามารถ เพื่อเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่
ที่พร้อมปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติและดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน
วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ
พร้อมด้วย Major General Kelvin Fan ผู้บัญชาการทหารอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ และ
Brigadier General Shane Vesley เสนาธิการทหารอากาศสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิก
ร่วมเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกผสม COPE TIGER 2026 ณ กองบิน 1
จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้แนวคิด “Together we fly, stronger we
stand”
การฝึกผสม COPE TIGER ครั้งที่ 32 มุ่งพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติภารกิจทางอากาศ
โดยการฝึกในปีนี้ เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามและได้คุณค่าจากการฝึกผสมสูงสุด
กอฝ.ผสม ฯ ได้นำบทเรียนจากการฝึกผสม COPE TIGER ในอดีต
ตลอดจนบทเรียนที่ได้รับจากการปฏิบัติการทางทหารที่ผ่านมาของกองทัพไทยมาศึกษาวิเคราะห์
เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการสร้างสถานการณ์สมมติ (Training Scenario)
ให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์การรบที่มีความเป็นไปได้สูงสุดที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบัน
โดยกำหนดข้าศึกสมมติ (Red Force)
ให้มีขีดความสามารถใกล้เคียงกับหลักนิยมในการใช้กำลังของฝ่ายตรงข้ามในปัจจุบัน
ทั้งในสถานการณ์ที่เป็นสงครามเต็มรูปแบบและการรบนอกแบบให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถในหลายมิติ
ได้แก่ การควบคุมและบัญชาการด้านข่าวกรอง การเฝ้าระวังและการลาดตระเวน
(C2ISR)
ตลอดจนการปฏิบัติการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก(C-sUAS)
ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจทางยุทธวิธีและยกระดับศักยภาพกำลังพลของทั้งสามประเทศ
การฝึกครั้งนี้มี นาวาอากาศเอก ณัฎฐ์ คำอินทร์ COL.Yam Gui Hao Gabrie
และ Lieutenant Colonel Brian G. Lewis
เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสมของทั้งสามประเทศ พร้อมกำลังพลจากกองทัพบก
กองทัพเรือ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด
และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการฝึก
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อาทิ
การปรับปรุงสนามเปตอง สนามตะกร้อ บริการทางการแพทย์ ทันตกรรม ตรวจสายตา ตัดผม
มอบอุปกรณ์การศึกษาและกีฬา การแสดงเครื่องบินบังคับวิทยุ
และการแสดงดนตรีของวงดุริยางค์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกำลังพลทั้ง
3 ประเทศกับประชาชนในพื้นที่
รวมถึงการมอบอุปกรณ์การศึกษาและเวชภัณฑ์ให้สถานศึกษาและชุมชนรอบที่ตั้งกองบิน
1 และสนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล
การฝึกผสม COPE TIGER
ยังคงเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความพร้อมรบและการปฏิบัติการร่วมของไทย
สาธารณรัฐสิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา
สะท้อนความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอากาศอย่างเข้มแข็ง
เพื่อเสริมขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตยของประเทศอย่างต่อเนื่อง
การฝึกภาคสนาม(FTX: Field Training Exercise) ของการฝึกผสมทางอากาศ Cope Tiger
2026 ระหว่างกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force),
กองทัพอากาศสิงคโปร์(RSAF: Republic of Singapore Air Force)
และกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ในประเทศไทย
ซึ่งมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) โดยดำเนินขึ้นระหว่างวันที่
๑๕-๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ณ กองบิน๑ จังหวัดนครราชสีมา, กองบิน๒ โคกกระเทียม และ
สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี, และกองบิน๒๓ จังหวัดอุดรธานี
ได้เสร็จสิ้นลงแล้วตามพิธีปิดเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ณ กองบิน๑ โคราช
ขณะที่กองทัพอากาศสหรัฐฯในการฝึกผสม Cope Tiger 2026
ปีนี้จะต่างจากการฝึกในปีก่อนหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/cope-tiger-2025.html)
ที่ดูเหมือนจะไม่ได้นำอากาศยานรบหลักของตนวางกำลังในประเทศไทยเพื่อทำการฝึกภาคสนาม
โดยเห็นเฉพาะการฝึกในภาคที่บังคับการและอื่นๆ เช่น
การปฏิบัติการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก(C-sUAS: Counter Small Unmanned
Aircraft Systems)
การฝึกระบบป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นดิน(GBAD: Ground-Based Air Defence)
ยังมีส่วนร่วมจากกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army)
ที่นำปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานลากจูง Oerlikon GDF-007 35mm และ Radar ควบคุมการยิง
Skyguard 3 และปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานลากจูง Boford 40/L70 จาก
กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน พล.ปตอ.(Anti-Aircraft Artillery Division)
เข้าร่วม
กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy)
นำอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้แบบเคลื่อนที่ Igla-S บนรถยนต์บรรทุกตระกูล
Thairung TR Transformer 4x4 ไทยเสริมเกราะ และติดท่อ Snorkel
จากหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ.(ACDC: Air and Coastal
Defence Command) เข้าร่วม
และกองทัพอากาศสิงคโปร์นำระบบป้องกันภัยทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ
SPYDER เข้าร่วม
กำลังทางอากาศส่วนกองทัพอากาศไทยในการฝึกบินประกอบกำลังขนาดใหญ่(LFE: Large Force
Employment) รวมถึง เครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก บ.ข.๑๙/ก Lockheed Martin F-16A/B
Block 15 OCU และ F-16A/B ADF ฝูงบิน๑๐๓ กองบิน๑ และเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙/ก
บ.ข.๑๙/ก F-16AM/BM EMLU ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ ตาคลี, เครื่องบินขับไล่แบบที่๒๐/ก
บ.ข.๒๐/ก SAAB Gripen C/D ฝูงบิน๗๐๑ กองบิน๗ สุราษฎร์ธานี,
เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศแบบที่๑ บ.ค.๑ Saab 340 ERIEYE AEW(Airborne
Early Warning) ฝูงบิน๗๐๒ กองบิน๗, เครื่องบินขับไล่แบบที่๑๘ข/ค บ.ข.๑๘ข/ค
Northrop F-5E/F TH Super Tigris ฝูงบิน๒๑๑ กองบิน๒๑ อุบลราชธานี,
เครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๒ บ.ขฝ.๒ Korea Aerospace Industries(KAI) T-50TH
Golden Eagle ฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔ ตาคลี,
เครื่องบินโจมตีแบบที่๗ บ.จ.๗ Dornier Alpha Jet TH ฝูงบิน๒๓๑ กองบิน ๒๓,
เครื่องบินโจมตีแบบที่๘ บ.จ.๘ Beechcraft AT-6TH Wolverine ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑
เชียงใหม่, เครื่องบินลำเลียงแบบที่๘ บ.ล.๘ Lockheed Martin C-130H Hercules
ฝูงบิน๖๐๑ กองบิน๖ ดอนเมือง, และเฮลิคอปเตอร์แบบที่๑๑ ฮ.๑๑ Airbus Helicopters
H225M(EC725) ฝูงบิน๒๐๓ กองบิน๒ เป็นต้น
ส่วนกองทัพอากาศสิงคโปร์อากาศยานที่เข้าร่วมการฝึกรวมถึง เครื่องบินขับไล่ Boeing
F-15SG Strike Eagle ฝูงบิน142(142 Squadron) และฝูงบิน149(149 Squadron),
เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16C/D Block 52 Fighting Falcon
ฝูงบิน143(143 Squadron) และเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16D Block 52+
ฝูงบิน145(145 Squadron),
เครื่องบินแจ้งเตือนทางอากาศ Gulfstream G550 AEW ฝูงบิน111(111 Squadron),
เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศและลำเลียง Airbus A330-200 MRTT ฝูงบิน112(112
Squadron), เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง H225M ฝูงบิน125(125 Squadron),
และอากาศยานไร้คนขับ Israel Aerospace Industries(IAI) Heron 1 UAV ฝูงบิน119(119
Squadron) เป็นต้นครับ























