วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กัมพูชารับมอบรถถังหลัก Type 59D จีนมือสองชุดแรก 39 คันจาก 93คัน

Cambodia receives initial batch of Chinese T-59D tanks





A file image of a Chinese T‑59D main battle tank, which features upgrades to firepower and optics. (China Military/Norinco, T-55AM1/Army Military Force)

กัมพูชาได้ระบมอบรถถังหลัก Type 59D MBT(Main Battle Tank) ชุดแรกจากจีนแล้ว ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นของกัมพูชาและภาพเคลื่อนไหวในสื่อสังคม online ที่ปรากฎถึงรถถังในกัมพูชา
สื่อของกัมพูชารวมถึงหนังสือพิมพ์ The Phnom Penh Post ยืนยันการส่งมอบนี้ รายงานเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ว่ารถถังหลัก Type 59D ได้ถูกสั่งจัดหาจากจีนก่อนความขัดแย้งตามแนวชายแดนกับไทยในปี 2025

ในไทยสื่อของรัฐบาลไทยอ้างอิงถึงกระทรวงกลาโหมไทยว่า รถถังหลัก Type 59D ระยะแรกจำนวน 39คันจากที่สั่งจัดหาทั้งหมด 93คันได้ถูกส่งมอบให้แก่กัมพูชาแล้ว
รายงานของสื่อไทยเสริมว่ารถถังหลัก Type 59D ที่จีนส่งมอบให้กัมพูชาเป็นรุ่นที่ผ่านการซ่อมคืนสภาพ(refurbished) จากรถรุ่นดั้งเดิม(https://aagth1.blogspot.com/2014/06/blog-post.html

แยกออกไปต่างหากรายงานต่างๆในสื่อกัมพูชากล่าวว่าคำสั่งจะทำให้ได้รับมอบรถถังหลัก Type 59D ทั้งหมดจำนวนมากกว่า 100คันในที่สุด(https://aagth1.blogspot.com/2018/03/type-59.html)
ภาพวีดิทัศน์ในสื่อสังคม online ที่ปรากฎยังแสดงถึงรถถังหลัก Type 59D หลายคันกำลังถูกขนส่งจากจีนมายังกัมพูชา แม้ว่า Janes ไม่ได้ตรวจสอบยืนยันรับรองเรื่องนี้อย่างเป็นอิสระก็ตาม

กองทัพบกกัมพูชา(RCA: Royal Cambodian Army) ไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาไม่สามารถติดต่อได้ การส่งมอบรถถังหลัก Type 59D มีรายงานถึงคุณลักษณะที่ได้รับการปรับปรุงต่างๆ
รวมถึงปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm แทนที่ระบบปืนใหญ่รถถังขนาด 100mm ดั้งเดิม ร่วมไปกับกล้องเล็งมองกลางคืนและกล้องเล็งสร้างภาพความร้อนที่ได้รับการปรับปรุง, และการเพิ่มขยายเกราะป้องกันและระบบประจำรถต่างๆ

การออกแบบพื้นฐานของรถถังหลัก Type 59 MBT จีนมีพื้นฐานจากรถถังหลัก T-55 โซเวียตรัสเซียรถถังหลักยุคที่หนึ่งที่ถูกพัฒนาในปี 1940s(https://aagth1.blogspot.com/2019/01/brdm-2m.html)
รุ่นรถถังหลัก Type 59D ได้นำการปรับปรุงต่างๆมาใช้ทั้งอำนาจการยิง, เกราะป้องกัน, และระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire-Control System) ต่างๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อยืดอายุการใช้งานของรถถัง(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/80-hanoi.html)

ไทยและกัมพูชาได้มีส่วนร่วมในความขัดแย้งตามชายแดนระยะสั้นในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2025 โดยทั้งกองทัพบกกัมพูชาและกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) ได้วางกำลังรถถังหลักแบบต่างๆของตนในพื้นที่การปะทะ
กองทัพบกไทยมีประจำการด้วยรถถังหลัก M48A5 ที่ถูกจัดหาในปี พ.ศ.๒๕๒๒(1979) และรถถังหลัก M60A1 และรถถังหลัก M60A3 ในปี พ.ศ.๒๕๓๔(1991) และ พ.ศ.๒๕๓๙(1996) ตามลำดับจากสหรัฐฯ และรถถังหลักแบบ๕๗ ถ.๕๗ T-84 Oplot-T จากยูเครนในปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014)

รถถังหลักที่ใหม่ที่สุดและทันสมัยที่สุดของกองทัพบกไทยคือรถถังหลักแบบ๖๐ ถ.๖๐ VT4 จาก China North Industries Corporation(Norinco) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน 
ซึ่งเข้าประจำการตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๖๐(2017) และจนถึงขณะนี้มีรายงานว่าได้รับมอบแล้วอย่างน้อยจำนวน ๖๐คันจากความต้องการที่จะจัดหาเพิ่มอีกราวจำนวน ๑๐๐คัน(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-norinco-vt4.html)

อย่างไรก็ตามผลหลังจากการปะทะตามแนวชายแดนในปี พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ที่มีภาพปรากฎถึงรถถังหลัก VT4 กองทัพบกไทยอย่างน้อยสองถึงสามคันได้ที่ลำกล้องปืนใหญ่รถถังขนาด 125mm แตก
และมีรายงานเครื่องยนต์ดีเซลกำลัง 1,200HP และเครื่องเปลี่ยนความเร็ว transmission, กล้องเล็งต่างๆ และอุปกรณ์ประจำรถทำงานล้มเหลวขณะปฏิบัติงานอยู่ในแนวหน้า ทำให้เป็นไปได้ที่กองทัพบกไทยอาจจะทบทวนการจัดหารถถังหลัก VT4 จากจีนเพิ่มเติมครับ