วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569

อุซเบกิสถานรับมอบเครื่องบินขับไล่ J-10CE จีนเข้าประจำการ

Uzbekistan’s J-10CEs break cover





The J-10CEs were revealed in a government video presentation. Source: Uzbek TV



อุซเบกิสถานได้แสดงเครื่องบินขับไล่ Chengdu J-10CE จากจีนชุดแรกของตน เป็นเหตุการณ์การส่งออกที่สำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรมการบินและการป้องกันประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ภาพเคลื่อนไหวของเครื่องบินขับไล่ J-10CE ใหม่จำนวน 6เครื่องได้ถูกแสดงในวีดิทัศน์ที่ผลิตโดยรัฐบาลอุซเบกิสถานเนื่องในโอกาสวันชาติของอุซเบกิสถานเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา

สื่อท้องถิ่นของอุซเบกิสถานรายงานระบุว่าเครื่องบินขับไล่ J-10CE ชุดแรก 6เครื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสั่งจัดหาทั้งหมดจำนวน 24เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/j-10-type-22-cm-302.html)
การมาถึงนครหลวง Tashkent ของเครื่องบินขับไล่ J-10CE ชุดแรกได้ถูกบอกใบ้ในสื่อสังคม online ของจีนไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าด้วยชุดภาพเครื่องบินที่น่าจะของอุซเบกิสถานในสีพรางเทาเรียบแต่ขาดการทำเครื่องหมายระบุสัญชาติทางการ

การมาถึงของเครื่องบินขับไล่ J-10CE จีนเป็นเครื่องหมายถึงการเปลี่ยนแปลงในการตีตัวออกห่างที่สำคัญสำหรับอุซเบกิสถานประเทศในเอเชียกลางที่เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต
ตามที่ฝูงบินเครื่องบินรบต่างๆของกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศและกองทัพอากาศอุซเบกิสถาน(Uzbek Air Defense Forces and the Air Force) เดิมมีประจำการด้วยอากาศยานและอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียล้วน

ตามข้อมูลจาก Cirium บริษัทวิเคราะห์ด้านการบินตั้งข้อสังเกตุว่า ก่อนหน้าการมาถึงของเครื่องบินขับไล่ J-10CE ฝูงเครื่องบินรบไอพ่นความเร็วสูงของกองทัพอากาศอุซเบกิสถานประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ Mikoyan MiG-29 จำนวน 31เครื่อง
เครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว MiG-29A จำนวน 26เครื่องถูกใช้งานภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศ โดยเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง MiG-29UB จำนวน 5เครื่องถูกใช้ในฐานะเครื่องบินฝึก อายุการใช้งานของฝูงเครื่องบินขับไล่ MiG-29 เฉลี่ยอยู่ที่ 37.4ปี

กองทัพอากาศอุซเบกิสถาน(Uzbek Air Force) เคยมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-27P จำนวน 31เครื่อง แต่เครื่องบินขับไล่ Su-27P เครื่องสุดท้ายถูกปลดประจำการในปี 2020
สำหรับฝูงบินเครื่องบินปีกนิ่งสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด(CAS: Close Air Support) กองทัพอากาศอุซเบกิสถานมีประจำการด้วยเครื่องบินโจมตี Sukhoi Su-25 จำนวน 13เครื่อง โดยมีสองเครื่องเป็นรุ่นเฉพาะสำหรับการลากเป้าอากาศ

แยกออกไปต่างหากรายงานจากสื่อบังกลาเทศตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลบังกลาเทศกำลังพิจารณาการจัดหาเครื่องบินขับไล่ J-10CE ภายใต้ความต้องการเครื่องบินรบอเนกประสงค์(MRCA: Multi-Role Combat Aircraft)
Zahed Rahman ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีบังกลาเทศกล่าวว่ารัฐบาลบังกลาเทศในนครหลวง Dhaka หวังที่จะสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ใหม่ในปีงบประมาณปัจจุบันหรือเป็นไปได้ในปีงบประมาณหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/loi-eurofighter-typhoon.html)

"เครื่องบินขับไล่ J-10 ของจีนเป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ ขณะที่เครื่องบินขับไล่ Dassault Aviation Rafale ฝรั่งเศสได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 ที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด เครื่องบินขับไล่ J-10 มีสมรรถนะที่ดีมากในการรบ 
ด้วยเหตุนี้บังกลาเทศกำลังมุ่งเน้นความสนใจที่ตัวเลือกนี้ และเราหวังที่จะมีความคืบหน้าที่ดี" Zahed กล่าว เขาสังเกตว่าเครื่องบินขับไล่ J-10 จีนมีราคาถูกกว่าเครื่องบินขับไล่ของยุโรปอย่างเครื่องบินขับไล่ Rafale หรือเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon

เครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยว J-10 ได้รับการยกระดับชื่อเสียงขึ้นอย่างมากในความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานในปี 2025 เมื่อเครื่องบินขับไล่ J-10CE ของกองทัพอากาศปากีสถาน(PAF: Pakistan Air Force) ลูกค้าส่งออกรายแรกของเครื่องบินรุ่นนี้
ได้ทำการยิงเครื่องบินขับไล่ Rafale ของกองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force) ตก(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/rafale-114-p-8i-neptune-6.html) ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยไกล PL-15 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/jf-17-block-iii-pl-15.html)