แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Bangladesh แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Bangladesh แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568

บังกลาเทศลงนามจดหมายแสดงความจำนง LOI สำหรับจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon

Bangladesh signs letter of intent for Eurofighter Typhoons





The BAF's interest in the Eurofighter Typhoon goes back to 2015 when the service began considering new platforms to replace legacy fighters in service. (Eurofighter Jagdflugzeug GmbH/Italian Air Force)

กองทัพอากาศบังกลาเทศ(BAF: Bangladesh Air Force) ได้ลงนามจดหมายแสดงความจำนง(LOI: Letter of Intent) กับบริษัท Leonardo SpA อิตาลีสำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon
จดหมายแสดงความจำนง LOI ได้ถูกลงนามเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2025 ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศบังกลาเทศในนครหลวง Dhaka ตามข้อมูลจากกรมการประชาสัมพันธ์ระหว่างเหล่าทัพ(ISPR: Inter-Services Public Relations Directorate) กระทรวงกลาโหมบังคลาเทศ

ผ่านจดหมายแสดงความจำนง LOI บริษัท Leonardo อิตาลี "จะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon" แก่กองทัพอากาศบังกลาเทศเพื่อเติมเต็มความต้องการของกองทัพอากาศบังกลาเทศสำหรับเครื่องบินรบพหุภารกิจสมัยใหม่
กรมการประชาสัมพันธ์ระหว่างเหล่าทัพบังคลาเทศ ISPR กล่าาวโดยไม่ได้ระบุว่าจะมีเครื่องบินขับไล่ Typhoon จำนวนกี่เครื่องหรือในรุ่นใดที่กองทัพอากาศบังกลาเทศมองจะจัดหา(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/eurofighter-typhoon.html)

กรมการประชาสัมพันธ์ระหว่างเหล่าทัพ กระทรวงกลาโหมบังคลาเทศไม่ได้ตอบสนองต่อการร้องขอข้อมูลจาก Janes ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่ ด้านโฆษก Leonardo อิตาลีกล่าวว่าบริษัท
"ไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติม" เกี่ยวกับประเด็นนี้ได้ "ในขั้นตอนนี้ แหล่งข้อมูลทางการเพียงแหล่งเดียวคือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากบังกลาเทศ" โฆษกบริษัท Leonardo กล่าว

บังกลาเทศแสดงความสนใจครั้งแรกในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ในปี 2015-2016 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 บังกลาเทศได้ออกการแข่งขันที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจสองเครื่องยนต์จำนวน 8เครื่องสำหรับกองทัพอากาศบังกลาเทศ
โดยมีตัวเลือกที่จะจัดซื้อเพิ่มเติมอีกจำนวน 4เครื่องในอนาคตรวม 12เครื่องตามข้อมูลจาก Janes ในปี 2023 บังกลาเทศได้ประกาศว่าตนกำลังพิจารณาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon หรือเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale ฝรั่งเศสสำหรับการจัดหา

ในเดือนพฤษภาคม 2025 ผู้บัญชาการกองทัพอากาศบังกลาเทศ พลอากาศเอก Hasan Mahmood Khan ได้เยี่ยมชมโรงงานอากาศยานของ Leonardo ที่ Sergemine(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/eurofighter-typhoon-24.html)
ตามมาด้วยการถูกเชิญเข้าร่วมงานประชุมสัมมนาอำนาจทางอากาศและอวกาศ AeroSpace Power Conference 2025 ในนครหลวง Rome อิตาลี ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศบังกลาเทศ

พลอากาศเอก Khan ได้ประเมินค่าเครื่องบินขับไล่ Typhoon ขณะที่เยือนโรงงานอากาศยาน Sergemine พิธีลงนาม LOI ได้มีการปรากฎตนของพลอากาศเอก Khan และทูตอิตาลีประจำบังกลาเทศ H E Antonio Alessandro
กองทัพอากาศบังกลาเทศมองที่จะทดแทนเครื่องบินขับไล่ที่มีอายุการใช้งานมานานและล้าสมัยของตนรวมถึงเครื่องบินขับไล่ Chengdu F-7BG/BGI จีนจำนวนราว 36เครื่อง และเครื่องบินขับไล่ MiG-29 รัสเซียจำนวน 8เครื่องครับ

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565

เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ร่วมพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ International Fleet Review 2022 ฉลอง 50ปีเอกราชบังกลาเทศ












Royal Thai Navy (RTN)'s OPV-552 HTMS Prachuap Khiri Khan, the the Krabi-class Offshore Patrol Vessel (OPV) has participated 50th anniversary (golden jubilee) of Bangladesh independence's International Fleet Review at Cox’s Bazar on 7 December 2022.
International Fleet Review 2022 involved 29 ships of Bangladesh Navy and 8 warships from 6 Nations include US Navy, Royal Thai Navy, Indian Navy, Myanmar Navy, Royal Malaysian Navy and Chinese People's Liberation Army Navy. (DhakaLive)



การซ้อมสวนสนามทางเรือนานาชาติ ที่เมือง Cox’s bazar สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ โดยมีเรือชาติต่าง ๆ เข้าร่วมการสวนสนามในครั้งนี้ถึง 6 ชาติ 
คือ สหรัฐอเมริกา ไทย อินเดีย เมียนมา มาเลเซีย จีน เป็นเรือ จำนวน 8 ลำ  เมื่อร่วมกับเรือ ทร.บังกลาเทศ อีก 29 ลำ จะรวมเป็น 37 ลำ

การสวนสนามทางเรือนานาชาติ International Fleet Review (IFR) 2022 ณ Cox’s Bazar ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๕(2022) เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ปีการประกาศเอกราชของสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศระหว่างวันที่ ๖-๙ ธันวาคม ๒๕๖๕
กองทัพเรือบังกลาเทศ(Bangladesh Navy) ได้นำเรือของตนเข้าร่วมการสวนสนามทางเรือนานาชาติ IFR 2022 ที่น่านน้ำของเมืองท่า Cox’s Bazar จำนวน ๒๙ลำ รวมกับเรือรบจากกองทัพเรือมิตรประเทศ ๖ชาติ จำนวน ๘ลำ รวมมีเรือเข้ารวมทั้งหมด ๓๗ลำ

เรือรบจากต่างประเทศเหล่านี้รวมถึง กองทัพเรืออินเดีย(IN: Indian Navy) จำนวน ๓ลำคือเรือพิฆาตชั้น Kolkata เรือพิฆาต D64 INS Kochi, เรือคอร์เวตชั้น Kamorta เรือคอร์เวต P31 INS Kavaratti และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Saryu เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง P58 INS Sumedha,
กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ๑ลำคือเรือ Littoral Combat Ship(LCS) ชั้น Independence เรือ LCS-24 USS Oakland, กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) ๑ลำคือเรือพิฆาตชั้น Type 052D เรือพิฆาต DDG-173 Changsha,

กองทัพเรือพม่า(Myanmar Navy, Tatmadaw Yay) ๑ลำคือเรือฟริเกต F12 UMS Kyan Sitthar, กองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia) ๑ลำคือเรือสนับสนุนชั้น Sri Indera Sakti เรือสนับสนุน KD Mahawangsa (1504)
และกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) คือเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงกระบี่ เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งออกเดินทางจากฐานทัพเรือพังงา(Phang Nga Naval Base) กองทัพเรือภาคที่๓(3rd Naval Area Command) ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ระหว่างวันที่ ๑-๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำการฝึกภารกิจลาดตระเวนร่วมกองทัพเรือไทย-กองทัพเรืออินเดียครั้งที่๓๔(34th INDO-THAI COPAT) ซึ่งการปฏิบัตินี้มีขึ้นปีละสองครั้ง(https://aagth1.blogspot.com/2022/12/34th-indo-thai-copat.html)
ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเรือรบที่สร้างในไทยท่ามกลางบรรดาเรือรบชาติต่างๆที่เข้าร่วมการสวนสนามทางเรือนานาชาติที่บังกลาเทศ นับเป็นอวดธงราชนาวีต่อมิตรประเทศล่าสุดหลังเรือฟริเกต เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ไปร่วมการสวนสนามทางเรือนานาชาติที่ญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/11/international-fleet-review-2022.html)

วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2565

บังคลาเทศอาจจะจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-28NE รัสเซีย

Bangladesh will buy Russian Mi-28NE instead of American AH-64 Apache 



Russian combat helicopters Mi-28NE (seen at event Dubai Airshow 2021) are currently considered one of the best in the world. 





เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-28NE (NATO กำหนดรหัส 'Havoc') ที่พัฒนาโดย Russian Helicopters ผู้ผลิตอากาศยานปีกหมุนรัสเซียปัจจุบันถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่ดีที่สุดในโลก พวกมันมีพละกำลังและอำนาจการยิงที่ไม่มีเฮลิคอปเตอร์แบบใดเทียบเท่า
ดังนั้นจึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยที่พวกมันจึงเป็นที่ดึงดูดความสนใจโดยเนื้อแท้อย่างมากจากกองทัพหลากหลายประเทศทั่วโลก(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/mi-28nm-mi-38t-2019.html, https://aagth1.blogspot.com/2018/08/mi-28ne-mi-35m.html)
มีรายงานเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-28NE รัสเซียขณะนี้กำลังเป็นที่สนใจในกระทรวงกลาโหมบังคลาเทศ ซึ่งก่อนหน้ามองอย่างใกล้ชิดไปยังเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache สหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2020/01/ah-64e-apache.html)

ไม่มีรายงานจำนวนเครื่องแท้จริงที่บังคลาเทศจะซื้อตอนนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจะเป็นในจำนวนน้อยราว 8เครื่องที่วงเงิน 4,100 crores Bangladeshi taka($478 million) ที่จะเพิ่มขีดความความสามารถการรบที่สำคัญแก่กองทัพอากาศบังคลาเทศ(BAF: Bangladesh Air Force)
เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-28NE "Night Hunter" ได้การปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง ผู้เยี่ยมชมงานประชุมสัมมนาทางทหารและเทคนิคนานาชาติ Army รัสเซียมีความเชื่อมั่นในเรื่องนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง(https://aagth1.blogspot.com/2019/10/russian-helicopters-mil-kamov.html)
ตัวอย่างเช่นงาน Army-2021 ล่าสุดมีรายงานการนำอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังความเร็วเหนือเสียง 9M123 Khrizantema มาใช้กับเฮลิคอปเตอร์โจมตีรุ่นนี้(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/305e.html)

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อสู้รถถัง 9M123 Khrizantema-V มีระยะยิงไกลสุดถึง 10,000m และติดตั้งหัวรบสองชั้น tandem ที่สามารถเจาะเกราะวัสดุผสมหลายชั้นและเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิด(ERA: Explosive Reactive Armour) ของรถถังหลักส่วนใหญ่ของต่างประเทศได้
Mi-28NE ยังสามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อสู้รถถัง 9M120 Ataka-V รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Igla-V สำหรับโจมตีเป้าหมายเฮลิคอปเตอร์ อากาศยานเพดานบินต่ำ และอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ของข้าศึก 
ติดตั้งด้วยปืนใหญ่อากาศ 2A42 ขนาด 30mm และจรวดอากาศสู่พื้นไม่นำวิถี S-8 ขนาด 80mm และ S-13 ขนาด 130mm ทำให้ Mi-28NE ถูกใช้สำหรับการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน

Mi-28NE มีความเร็วสูงสุดที่ 300km/h มีความเร็วเดินทางที่ 265km/h และมีเพดานบินพลวัต(dynamic ceiling)ที่ 5,600m ติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น turboshaft แบบ Klimov VK-2500-02 กำลังขับ 2,500hp สองเครื่อง น้ำหนักบินขึ้นปกติ 10,900kg นักบินประจำเครื่อง 2นาย 
ในฐานะส่วนหนึ่งของกองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Forces, VKS) เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-28N ประสบความสำเร็จในการทดสอบที่ซีเรียมาแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2017/10/mi-28.html)
เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-28NE รุ่นส่งออกสำหรับกองบินกองทัพบกอิรัก(Iraqi Ground Forces's Army aviation) ได้ถูกนำมาใช้ในการรบเพื่อต่อต้านกลุ่มติดอาวุธก่อการร้าย และยังถูกส่งออกประจำการในกองทัพอากาศแอลจีเรีย(AAF: Algerian Air Force) ด้วยครับ

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562

จีนส่งมอบเรือฟริเกตชั้น Type 053H3 มืองสอง 2ลำแก่บังคลาเทศ

China hands over two ex-PLAN frigates to Bangladeshi Navy



One of the two ex-PLAN Jiangwei II-class frigates that were formally handed over to the BN on 18 December. The ship shown here, formerly known as Lianyungang, was overhauled at the Shenjia Shipyard in Shanghai. Source: Via haohanfw.com
https://www.janes.com/article/93346/china-hands-over-two-ex-plan-frigates-to-bangladeshi-navy

เรือฟริเกตชั้น Type 053H3 (NATO กำหนดรหัสชั้น Jiangwei II) จำนวน 2ลำที่ปลดประจำการจากกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) แล้ว
ได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพเรือบังคลาเทศ(BN: Bangladesh Navy) ในพิธีส่งมอบที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2018 ณ อู่เรือ Shenjia ในมหานคร Shanghai สาธารณรัฐประชาชนจีน

กองทัพเรือบังคลาเทศกล่าวในแถลงการณ์ว่าเรือฟริเกตชั้น Type 053H3 ระวางขับน้ำ 2,200ton ความยาวเรือ 112m และความกว้างเรือ 12.4m ทำความเร็วได้สูงสุด 24knots
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) สองเครื่องยนต์ดีเซล MTU กำลัง 8,715shp และสองเครื่องยนต์ดีเซล 18E390VA กำลัง 23,600shp

ทั้งสองลำคือเรือฟริเกต FFG-521 Jiaxing และเรือฟริเกต FFG-522 Lianyungang ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว ซึ่งจะถูกเปลี่ยนชื่อเรือเป็น F16 BNS Umer Farroq(หรือออกเสียงได้ว่า Umar Farooq) และ F19 BNS Abu Ubaidah เมื่อเข้าประจำการในกองทัพเรือบังคลาเทศ
มีกำหนดจะเดินทางมาถึงบังคลาเทศหลังพิธีส่งมอบเรือ โดยเรือฟริเกตทั้งสองได้รับการทำสีหมายเลขเรือบนตัวแล้ว ตามข้อมูลจากกองทัพเรือบังคลาเทศ

ตามข้อมูลจากสื่อจีน กองทัพเรือบังคลาเทศได้จัดหาเรือฟริเกตชั้น Type 053H3 สองลำที่เคยประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนภายใต้ข้อตกลงที่ลงนามในเดือนมิถุนายน 2018
ในเดือนกันยายน 2019 กองทัพเรือบังคลาเทศได้ลงนามสัญญาจัดหาเรือฟริเกตชั้น Type 053H3 เพิ่มอีก 2ลำที่รวมเรือฟริเกต FFG-523 Putian ซึ่งคาดว่าจะถูกเปลี่ยนชื่อเรือเป็น BNS Khalid Bin Walid เมื่อเข้าประจำการในกองทัพเรือบังคลาเทศ

เรือฟริเกตชั้น Type 053H3 ที่ประจำการในจีนมีอาวุธประจำเรือประกอบด้วย ปืนเรือ 100mm แฝดสอง, อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ YJ-83 ในแท่นยิงแบบเฉียง 8ท่อยิง, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้ HHQ-7 ในแท่นยิง 8ท่อยิง และปืนกล 37mm แฝดสอง 4ป้อม
ไม่มีอาวุธชนิดใดถูกถอดออกจากเรือที่ถูกส่งมอบให้บังคลาเทศ แม้ว่าอาวุธปล่อยนำวิถี YJ-83 และ HHQ-7 อาจจะถูกเปลี่ยนเป็นอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ C-802A และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้ FM-90 รุ่นส่งออก โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการจัดส่งอาวุธปล่อยนำวิถี

ปัจจุบันกองทัพเรือบังคลาเทศมีเรือฟริเกตประจำการ 4ลำคือ เรือฟริเกต F18 BNS Osman เป็นเรือฟริเกตชั้น Type 053H1 (Jianghu II) ที่เก่าที่สุดที่จัดหาจากจีนในปี 1989, เรือฟริเกต F25 BNS Bangabandhu มีพื้นฐานดัดแปลงจากเรือฟริเกตชั้น Ulsan จัดหาจากสาธารณรัฐเกาหลีในปี 2001 และเรือฟริเกตชั้น Type 053H2 (Jianghu III) ที่เคยประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนมาก่อน 2ลำคือ F15 BNS Abu Bakar และ F17 BNS Ali Haider ที่ได้รับมอบในปี 2014

กองทัพเรือบังคลาเทศยังมีเรือตัดน้ำแข็ง(cutter) ชั้น Hamilton ระวางขับน้ำ 3,250ton ที่เคยประจำการในหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ(USCG: US Coastguard) 2ลำ
คือ F28 BNS Somudra Joy และ F29 BNS Somudra Avijan ที่ติดตั้งปืนเรือ Oto Melara 76mm/62caliber ที่จัดหาในปี 2013 และปี 2015

นอกจากบังคลาเทศแล้ว รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมจีนได้แจ้งว่าจะสร้างและส่งมอบเรือฟริเกตชุดเรือหลวงเจ้าพระยา(Type 053HT) ให้แก่กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) อีก ๒ลำ โดยจะขอรับซากเรือฟริเกตที่กองทัพเรือไทยปลดประจำการ ๒ลำเพื่อนำกลับไปเป็นพิพิธภัณฑ์
ทั้งนี้กองทัพเรือไทยได้แจ้งความต้องการรับมอบเรือฟริเกต Type 053H3 Jiangwei II เนื่องจากเป็นแบบเรือที่ทันสมัย และมีขีดความสามารถที่สูงกว่าเรือฟริเกตชุดเรือหลวงกระบุรี(Type 053HT(H)) ๒ลำที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยไปแล้วครับ

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

บังคลาเทศรับมอบเรือคอร์เวตแบบ C13B จีนสองลำสุดท้าย

Bangladesh Navy receives final two Chinese-made Type C13B corvettes

The final two Shadhinota (Type C13B)-class corvettes for the BN arrived at the naval base in Chittagong on 27 April, according to an ISPR statement. Source: ISPR
https://www.janes.com/article/88149/bangladesh-navy-receives-final-two-chinese-made-type-c13b-corvettes



กองทัพเรือบังคลาเทศ(BN: Bangladesh Navy) ได้รับมอบเรือคอร์เวตชั้น Shadhinota(Type C13B) สองลำสุดท้ายที่ได้สั่งจัดหาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปลายปี 2015
ตามการแถลงโดยกองประชามสัมพันธ์ระหว่างเหล่าทัพ(ISPR: Inter-Services Public Relations) ที่เป็นฝ่ายสื่อสารมวลชนของกองทัพบังคลาเทศ

เรือคอร์เวต C13B ใหม่สองลำซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า F113 BNS Sangram และ F114 BNS Prottasha ได้ถูกส่งมอบแก่กองทัพเรือบังคลาเทศเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2019 และเดินทางถึงฐานทัพเรือ Chittagong เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2019 ISPR กล่าว
เรือซึ่งคาดว่าจะเข้าประจำการในอนาคตอันใกล้เป็นเรือลำที่สามและสี่ของเรือคอร์เวตชั้น Shadhinota ที่ถูกสร้างโดยอู่เรือ Wuchang Shipbuilding Industry Group ใน Wuhan จีน

โดย BNS Sangram ถูกปล่อยลงน้ำเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 และ BNS Prottasha ถูกปล่อยลงน้ำเมื่อเดือนเมษายน 2018 เป็นเรือชุดที่สองที่ต่อจากเรือสองลำแรกของชั้น
คือ F111 BNS Shadhinota และ F112 BNS Prottoy ซึ่งทั้งสองลำถูกปล่อยลงน้ำที่ Wuhan เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2014 และเดือนธันวาคม 2014 ตามลำดับ และเข้าประจำการในเดือนมีนาคม 2016 ตามข้อมูลจาก Jane's Fighting Ships

อย่างไรก็ตามชุดภาพที่ปรากฎได้แสดงให้เห็นว่าเรือคอร์เวตชั้น Shadhinota ชุดสองลำหลังไม่เหมือนกับเรือชุดสองลำแรก โดยเรือสองลำหลังสุดดูเหมือนจะได้รับการติดตั้ง phased-array radar ที่มีความก้าวหน้ามากกว่า
ซึ่งตามข้อมูลจาก Website sina.com จีน น่าจะเป็น 3-D multifunctional radar แบบ SR2410C แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการใดๆปรากฎออกมา

เรือคอร์เวตแบบ C13B มีพื้นฐานการออกแบบจากเรือคอร์เวตชั้น Type 056 ที่ประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People’s Liberation Army Navy)
เรือคอร์เวต C13B มีความยาวเรือ 90m กว้าง 11m กินน้ำลึก 4.4m ระวางขับน้ำเต็มที่ 1,330tonnes และมีความเร็วสูงสุดราว 25knots เรือแต่ละลำมีกำลังพล 78นายประกอบด้วยนายทหาร 18นาย และพันจ่า จ่า และพลทหาร 60นาย

เรือคอร์เวตแบบ C13B ติดตั้งปืนหลักปืนใหญ่เรือ H/PJ-26 ขนาด 76mm, ระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-In Weapon System) ปืนใหญ่กล H/PJ-17-1 ขนาด 30mm สองกระบอก, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้ FL-3000N แท่นยิง 8นัด,
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น C-802(YJ-83) และลานจอดเฮลิคอปเตอร์ท้ายเรือ แม้ว่าระบบอำนวยการรบของ C13B ส่วนใหญ่จะเหมือนกับ Type 056 แต่เรือคอร์เวตชั้น Shadhinota ของกองทัพเรือบังคลาเทศไม่ได้มีการติดตั้งระบบ Sonar และอาวุธปราบเรือดำน้ำครับ

วันพุธที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560

กองทัพเรือบังคลาเทศทำพิธีประจำการเรือดำน้ำชั้น Type 035 2ลำจากจีน

Bangladesh commissions two Type 035 submarines from China
http://www.janes.com/article/68658/bangladesh-commissions-two-type-035-submarines-from-china

Sheikh Hasina: Bangladesh will give befitting reply if attacked

Naval officers line up on the newly commissioned submarines – Nabajatra and Joyjatra – that were added to the nation’s naval fleet at Chittagong Port on Sunday FOCUS BANGLA
http://www.dhakatribune.com/bangladesh/2017/03/13/sheikh-hasina-bangladesh-will-give-befitting-reply-attacked/


วันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมากองทัพเรือบังคลาเทศได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Type 035 (NATO กำหนดรหัส Ming) ที่ผ่านการปรับปรุงสภาพแล้ว 2ลำจากสาธารณรัฐประชาชนจีนในวงเงิน $203.5 million
เรือดำน้ำทั้งสองลำถูกตั้งชื่อว่า BNS Nabajatra และ BNS Joyjatra ซึ่งเดิมคือเรือดำน้ำ Type 035G หมายเลข 356 และ 357 ที่เคยประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) ตั้งแต่ช่วงปี 1990s
โดยในพิธีนายกรัฐมนตรีบังคลาเทศและรัฐมนตรีกลาโหมบังคลาเทศ นาง Sheikh Hasina ได้ร่วมงานที่ฐานทัพเรือ BNS Issa Khan ใน Patenga, Chittagong

"นโยบายต่างประเทศของเราคือการรักษาความเป็นมิตรกับทุกประเทศและถือว่าไม่มีความอาฆาตพยาบาทต่อกัน อย่างไรก็ตามเราจะตอบโต้กลับอย่าสาสมถ้าหากมีใครกล้าโจมตีประเทศของเรา
บังคลาเทศไม่เคยมีเรือดำน้ำมาก่อน ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่พิเศษ ไม่เฉพาะกองทัพเรือบังคลาเทศหรือกองทัพเท่านั้น แต่กับทุกๆประเทศเช่นเดียวกันด้วย ไม่ใช่ทุกประเทศในโลกที่จะสามารถมีเรือดำน้ำได้ ตอนนี้บังคลาเทศได้อยู่ในกลุ่มของไม่กี่ประเทศที่มีเรือดำน้ำใช้งาน
นอกเหนือจากการขยายขนาดกำลังทางเรือของเรา เรายังได้นำมาตรการทั้งหมดเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกำลังรบ การก่อสร้างท่าเทียบเรือดำน้ำที่มีความแตกต่างกันกำลังดำเนินการอยู่
เราจะไม่ยอมให้มีการใช้ดินแดนของเราเพื่อกระทำการก่อการร้ายใดๆ หลังจากที่มีอำนาจตั้งแต่ปี 2009 รัฐบาลของเราจะทำงานเพื่อสร้างความสงบสุขและมั่นคงในภูมิภาค
การนำเข้าประจำการของเรือดำน้ำทั้งสองลำนี้ ทำให้ขีดความสามารถกองทัพเรือบังคลาเทศในการปกป้องความมั่นคงและอธิปไตยทางทะเลในพื้นที่ทางทะเลที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก" นาง Sheikh Hasina นายกรัฐมนตรีบังคลาเทศและรัฐมนตรีกลาโหมบังคลาเทศกล่าว

ในพิธีประจำการเรือดำน้ำทั้งสองลำนายกรัฐมนตรีบังคลาเทศได้พบกับ นาวาโท KM Mamunur Rashid ผู้บังคับการเรือ Nabajatra และ นาวาตรี Mazharul Islam ผู้บังคับการเรือ Joyjatra
ซึ่งในพิธียังมีการแสดงการสวนสนามทางเรือของและการแสดงสาธิตของหน่วยรบพิเศษ Commandos กองทัพเรือบังคลาเทศ ให้แขกผู้มีเกียรติทั้งทหารผ่านศึกสงครามประกาศอิสรภาพ และตัวแทนจากต่างประเทศทั้งทหารและพลเรือนชมด้วย
การจัดหาเรือดำน้ำชั้น Type 035G ทั้ง 2ลำเข้าประจำการนั้น เป็นการสร้างความพร้อมรบสามมิติ ประกอบด้วย สงครามผิวน้ำ สงครามทางอากาศ และสงครามใต้น้ำ ของกองทัพเรือบังคลาเทศโดยสมบูรณ์ตามแผนการพัฒนากองทัพ 2030 ครับ

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

กองทัพเรือบังคลาเทศรับมอบเรือดำน้ำ Type 035G จากจีน 2ลำ

Bangladesh Navy acquires two submarines.
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10154160067223576&set=a.407700938575.188419.759918575

Bangladesh Navy gets 2 submarines
Chief of Naval Staff Admiral Nizamuddin Ahmed (right) receives two first-ever Chinese submarines at Liaonan Shipyard in China on November 14, 2016. Photo Courtesy: Bangladesh Navy
http://www.thedailystar.net/country/bangladesh-navy-gets-2-chinese-submarines-1314553

Bangladesh gets first submarines 'Nabajatra', 'Joyjatra' from China


http://bdnews24.com/bangladesh/2016/11/14/bangladesh-gets-first-submarines-nabajatra-joyjatra-from-china

วันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ อู่ต่อเรือ Liaonan ใน Dalian มณฑล Liaoning สาธารณรัฐประชาชนจีน กองทัพเรือบังคลาเทศได้ทำพิธีรับมอบเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าชั้น Type 035G (NATO กำหนดรหัส Ming)ที่ผ่านการปรับปรุงแล้ว 2ลำ
คือ BNS Nabojatra และ BNS Joyjatra ซึ่งเดิมเป็นเรือที่เคยประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน นับเป็นการเข้าประจำการของเรือดำน้ำชั้นแรกของกองทัพเรือบังคลาเทศนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศมา

"ด้วยการนำเรือดำน้ำเหล่านี้เข้าประจำการ กองทัพเรือบังคลาเทศได้เริ่มต้นการเดินทางสู่การเป็นกำลังรบสามมิติ" พลเรือเอก Mohammad Nizamuddin Ahmed ผู้บัญชาการทหารเรือบังคลาเทศกล่าวในพิธี โดยพลเรือตรี Liu Zizhu ตัวแทนจากรัฐบาลจีนร่วมพิธีด้วย
ผู้บัญชาการกองทัพเรือบังคลาเทศได้กล่าวขอบคุณกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนในการปรับปรุงเรือดำน้ำและการฝึกกำลังพลของกองทัพเรือบังคลาเทศ รวมถึงการก่อสร้างฐานเรือดำน้ำและระบบสนับสนุนที่ Pekua ใน Cox's Bazar
ซึ่งตามรายงานในเวลาเดียวกันนี้กำลังพลของกองทัพเรือบังคลาเทศได้เสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเลและการฝึกการปฏิบัติการกับเรือดำน้ำจริงแล้ว เรือดำน้ำทั้งสองลำจะเดินทางไปยังบังคลาเทศเพื่อเข้าประจำการในเร็วๆนี้เพื่อเข้าประจำการในราวปีหน้า(2017)

เรือดำน้ำ Type 035G ทั้งสองลำของกองทัพเรือบังคลาเทศคือ BNS Nabojatra และ BNS Joyjatra มีความยาวตัวเรือ 76m กว้าง 7.6m ระวางขับน้ำขณะดำใต้น้ำ 2,110tons อาวุธ Torpedo 533mm 6ท่อยิงและทุ่นระเบิดซึ่งมีขีดความสมารถในการทำลายเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำข้าศึก
การลงนามสัญญาโครงการจัดหาเรือดำน้ำมือสองจากจีนวงเงินราว $203.5 million เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยอดีตผู้บัญชาการทหารเรือบังคลาเทศ พลเรือโท Zahir Uddin Ahmed โดยเขากล่าวว่า "วันนี้กองทัพเรือบังคลาเทศได้รับความสำเร็จแล้ว นี่เป็นการเริ่มต้นของกำลังรบสามมิติซึ่งรวมเรือดำน้ำ"
การจัดหาเรือดำน้ำจะทำให้กองทัพเรือบังคลาเทศเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันน่านน้ำของตนเองมากขึ้นกว่าแต่ก่อน อดีตนายพลเรือยังกล่าวอีกว่ากองทัพเรือต้องมุ่งมั่นในการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เรือดำน้ำโดยการสร้างกองบินพิเศษขึ้นมา
อดีตผู้บัญชาการทหารเรือบังคลาเทศยังกล่าว่า "ท่ามกลางข้อจำกัดมากมาย เราจะเดินหน้ารักษาแนวคิดแผนการพัฒนากำลังรบ Forces Goal 2030 เราหวังว่าเราจะสามารถสร้างสมดุลกำลังทางเรือได้ใน 10ปีข้างหน้า"

กองทัพเรือบังคลาเทศต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีบังคลาเทศ นาง Sheikh Hasina ซึ่งเธอได้อนุมัติให้รัฐบาลบังคลาเทศปฏิรูปกองทัพเรือให้ทันสมัยซึ่งร่วมถึงโครงการจัดหาเรือดำน้ำ
ซึ่งตั้งแต่ปี 2014 บังคลาเทศได้จัดหาเรือฟริเกตชั้น Type 053H2 จากจีน 2ลำเข้าประจำการคือ F15 BNS Abu Bakar และ F17 BNS Ali Haider รวมถึงการจัดหาเรือรบและเรือตรวจการณ์ที่ส่วนหนึ่งสร้างในประเทศ และเครื่องบินลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อให้กองทัพเรือในช่วงสามปีนี้ครับ

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ภาพสามมิติและข้อมูลเพิ่มเติมเรือตรวจการณ์ Littoral Mission Ship กองทัพเรือมาเลเซียจากจีน

3D model of LSM68 Littoral Mission Ship for Royal Malaysian Navy(http://www.malaysiandefence.com/more-on-the-lms-68)

กองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy หรือ TLDM: Tentera Laut DiRaja Malaysia) ได้เปิดเผยภาพแบบจำลองสามมิติของเรือตรวจการณ์ Littoral Mission Ship(LMS) ซึ่งได้มีการลงนามจัดหาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 4ลำตามที่รายงานไปก่อนหน้านี้

ข้อมูลเพิ่มเติมจาการวิเคราะห์ของสื่อด้านความมั่นคงและเทคโนโลยีทางทหารของมาเลเซียนั้นมีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วนว่า
โครงการเรือตรวจการณ์ LMS นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Boustead Holdings Berhad ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของอู่ต่อเรือ Boustead Naval Shipyard Sdn Bhd(BNS) มาเลเซียร่วมกับ China Shipbuilding & Offshore International Company(CSOC) กลุ่มอุตสาหกรรมทางเรือจีนรายใหญ่
เรือตรวจการณ์ LMS 2ลำแรกจะถูกสร้างที่อู่ต่อเรือบริษัท Wuchang Shipbuilding Industry ในเครือ China Shipbuilding Industry Corporation(CSIC) กลุ่มอุตสาหกรรมทางเรือจีนรายใหญ่อีกราย ในระยะเวลาการสร้าง 24เดือน
และอู่ต่อเรือบริษัท Boustead Naval Shipyard จะดำเนินการต่อเรืออีก 2ลำหลังภายในมาเลเซียเอง ซึ่งถ้าเรือเป็นที่พอใจในประสิทธิภาพตามความต้องการของกองทัพเรือมาเลเซียก็จะมีการสั่งจัดหาเพิ่มเติมในอนาคต
ตามแผนการปรับโครงสร้างกำลังทางเรือจาก 15ชั้นเรือเหลือ 5ชั้นที่เผยแพร่เมื่อต้นปีนี้ กองทัพเรือมาเลเซียต้องการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง LMS รวม 18ลำภายในปี 2023 โดยตั้งเป้าให้ราคาต่อลำอยู่ที่ไม่เกิน 200-300 million Malaysian Ringgit($47.5-71.3 million)

P813 BNS Nirmul Second Ship of Durjoy class Large Patrol Craft(LPC) of the Bangladesh Navy(wikipedia.org)

มีการตั้งข้อสังเกตจากแบบจำลองสามมิติของเรือตรวจการณ์ LSM68 ว่าน่าจะมีพื้นฐานขยายแบบมาจากเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชั้น Durjoy กองทัพเรือบังคลาเทศ ซึ่งออกแบบโดย CSIC สาธารณรัฐประชาชนจีน
เรือตรวจการณ์ชั้น Durjoy กองทัพเรือบังคลาเทศ มีความยาว 64m ระวางขับน้ำ 648tons อาวุธปืนใหญ่เรือ H/PJ-26 76mm, ปืนใหญ่กล Oerlikon 20mm 2กระบอก, แท่นยิงจรวดปราบเรือดำน้ำ EDS-25A 250mm 6ท่อยิง2แท่น และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ C-704 4นัด
โดยเรือ 2ลำแรก P811 BNS Durjoy และ P813 BNS Nirmul นั้นทำการสร้างที่อู่เรือ Wuchang ในจีนและเข้าประจำการเมื่อปี 2013 ส่วนเรืออีก 2ลำจะต่อที่อู่ต่อเรือ Khulna บังคลาเทศ ซึ่งกองทัพเรือบังคลาเทศมีความต้องการเรือตรวจการณ์ชั้นนี้รวม 8ลำ

ข้อมูลเกี่ยวกับสมรรถนะของแบบเรือตรวจการณ์ LSM68 ที่มีในขณะนี้เบื้องต้นคือ เรือมีความยาว 68m ระวางขับน้ำประมาณ 700tons ซึ่งระบบเครื่องยนต์อาจจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลของ MTU เยอรมนีสองเครื่อง(เรือชั้น Durjoy บังคลาเทศใช้เครื่องยนตร์ดีเซล Pielstick สองเครื่อง)
ส่วนระบบอาวุธยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่จากแบบจำลองสามมิติจะเห็นว่าเรือติดปืนใหญ่เรือ H/PJ-26 ขนาด 76mm จีน(ที่ได้สิทธิบัตรการผลิตจากปืนใหญ่เรือ AK-176 76mm รัสเซีย) และอาจจะติดอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำซึ่งยังไม่ทราบแบบ
จะเห็นได้รูปแบบการจัดหาเรือ LMS ของมาเลเซียมีความคล้ายกับของบังคลาเทศ แต่ในส่วนระบบอาวุธและอุปกรณ์ประจำเรือนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากระบบที่เป็นของจีน เนื่องจากปัจจุบันนี้มาเลเซียไม่มีระบบอาวุธทางเรือจากจีนแบบใดประจำการอยู่เลย
ซึ่งจีนเองก็มีประสบการณ์ในการบูรณาการระบบอาวุธและอุปกรณ์ประจำเรือของตะวันตกที่กองทัพเรือมาเลเซียใช้งานในปัจจุบันกับเรือที่จีนสร้าง ดังเช่นตัวอย่างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.ปัตตานี กองทัพเรือไทยเป็นต้นครับ