แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of France แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of France แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569

FMV สวีเดนสั่งจัดหาปืนเรือ Bofors 57mm Mk 3 สี่แท่นและกระสุน 3P

FMV orders four Bofors 57 mm Mk 3 naval guns and 3P ammunition



Royal Swedish Navy already operates the 57 mm Mk 3 aboard its Visby-class corvettes. (Saab/FMV)


57 mm Mark 3 Bofors naval gun on an unidentified ship. Image taken from BAE Systems' resource space on 21 October 2026. (BAE Systems/Andreas Hylthén)



สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) ได้สั่งจัดหาปืนเรือ Bofors 57 mm Mk 3 แท่นเดี่ยวจำนวน 4แท่นยิง และกระสุนขนาด 57mm 
แบบตั้งค่าชนวนเฉียดระเบิดแตกสะเก็ดล่วงหน้าได้(3P: pre-fragmented, programmable, proximity-fuzed) FMV สวีเดนและบริษัท BAE Systems สหราชอาณาจักร-สวีเดนประกาศเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2026

FMV สวีเดนกล่าวว่าปืนเรือ Bofors 57 mm Mk 3 จำนวน 4กระบอกจะทดแทนปืนเรือที่ปัจจุบันติดตั้งอยู่แล้วในเรือบางลำของกองทัพเรือสวีเดน(RSwN: Royal Swedish Navy, Svenska marinen) โดยไม่ได้ระบุชั้นเรือหรือหน่วยที่มีส่วนร่วม
กองทัพเรือสวีเดนได้ติดตั้งใช้งานปืนเรือ Bofors 57 mm Mk 3 บนเรือคอร์เวตชั้น Visby ทั้ง 5ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/saab-visby-sea-ceptor.html) และเรือคอร์เวตชั้น Gävle จำนวน 2ลำแล้ว

บริษัท BAE Systems Bofors สวีเดนมีกำหนดที่จะทำการส่งมอบปืนเรือ Bofors 57 mm Mk 3 จำนวน 4แท่นแก่สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV ในปี 2028 และปี 2029
การประกาศไม่ได้ระบุว่าปืนเรือ Bofors 57 mm Mk 3 ถูกวางแผนสำหรับเรือฟริเกตชั้น Luleå แบบเรือฟริเกต FDI(Frégate de Défense et d'Intervention) จำนวน 4ลำที่กำลังจัดหาหรือไม่(https://aagth1.blogspot.com/2026/10/naval-group-fdi-lulea-hms-lulea.html)

การประกาศของสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV และบริษัท BAE Systems ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าของวงเงินสัญญาหรือจำนวนของกระสุนปืนเรือขนาด 57mm แบบ 3P ที่ถูกสั่งจัดหา
Bofors 57 mm Mk 3 เป็นระบบปืนเรืออเนกประสงค์ถูกออกแบบสำหรับภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศ, สงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare), และการยิงสนับสนุนทางเรือต่างๆ

ตามข้อมูลคุณลักษณะต่างๆโดยบริษัท BAE Systems ปืนเรือ Bofors 57 mm Mk 3 มีน้ำหนักแท่นยิงที่ 7,000kg ไม่รวมกระสุน, มีอัตรายิงที่ 4นัดต่อวินาที และมีระยะยิงไกลสุดที่ 17,000m และบรรจุกระสุนได้ 120นัดใน module แท่นยิง
ด้วยกระสุนปืนเรือ 57mm Bofors 3P ทำให้ ปืนเรือ Bofors 57 mm Mk 3 สามารถที่จะโจมตีภัยคุกคามได้หลายรูปแบบได้หมายเป้าหมาย รวมถึงเป้าหมายบนชายฝั่ง, อากาศยาน, และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: Anti-Ship Missile) ต่างๆ

เรือคอร์เวตชั้น Gävle และเรือคอร์เวตชั้น Visby ในปัจจุบันและเรือฟริเกตชั้น Luleå ในอนาคตของกองทัพเรือสวีเดน ปืนเรือ Bofors 57 mm Mk 3 ถูกติดตั้งในตำแหน่งปืนหลักที่ส่วนหน้าของเรือ เรือฟริเกตชั้น Luleå ทั้ง 4ลำยังจะติดตั้งด้วยปืนกล Bofors 40 mm Mk 4 ที่เบากว่าที่ท้ายเรือเป็นปืนรอง 
คุณลักษณะปืนกล Bofors 40 mm Mk 4 มีน้ำหนักแท่นยิงที่ 2,300kg ไม่รวมกระสุน, มีอัตรายิงที่ 300นัดต่อนาที, ระยะยิงไกลสุดที่ 12,500m และบรรจุกระสุนได้ 100นัดใน module แท่นยิง พร้อมกระสุนขนาด 40mm แบบ 3P ตามข้อมูลจากบริษัท BAE Systems ครับ

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Airbus เสร็จสิ้นการส่งมอบเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT แก่สเปนครบ 3เครื่อง

Airbus completes current MRTT deliveries to Spain





Spain has now received all three of its currently contracted MRTTs, with a further three expected to be contracted shortly. (Airbus)

บริษัท Airbus Defence and Space(DS) ยุโรปได้เสร็จสิ้นการส่งมอบเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศพหุภารกิจ A330 MRTT(MultiRole Tanker Transport) จำนวน 3เครื่องที่ทำสัญญาของสเปนแล้ว
บริษัท Airbus DS ประกาศเหตุการณ์สำคัญนี้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 กล่าวว่า เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT เครื่องที่สามที่สั่งจัดหาในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/airbus-a330-mrtt.html)

ขณะนี้ได้ถูกส่งมอบให้แก่กองบินที่45(45th Group, Ala 45: Grupo 45) ของกองทัพอากาศและอวกาศสเปน(Spanish Air and Space Force, EdAE: Ejército del Aire y del Espacio) ณ ฐานทัพอากาศ Torrejón/ท่าอากาศยาน Madrid–Torrejón
สำหรับโครงการที่ได้รับสัญญาของสเปน Airbus DS ยุโปได้ทำการเปลี่ยนแบบเครื่องบินลำเลียง A330 ของอดีตสายการบิน Iberia จำนวน 3เครื่องเป็นมาตรฐานทางทหาร MRTT(รวมถึงชุดการส่งกลับทางสายแพทย์) ที่โรงงานอากาศยาน Getafe ใกล้กรุง Madrid

เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT สามเครื่องเหล่านี้ได้รับการติดตั้งด้วยกระเปาะเติมเชื้อเพลิงที่ปลายปีกคู่มาตรฐานเช่นเดียวกับลูกค้าอื่นๆทุกราย(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/airbus-a330-mrtt.html)
แต่ขณะที่เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT ของลูกค้ารายอื่นๆได้รับการติดตั้งด้วยท่อเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศแบบ boom ที่กลางลำตัวเครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/nordic-airbus-a330-mrtt.html)

เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT ทั้ง 3เครื่องของสเปนนี้ไม่ได้รับการติดตั้งท่อเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศแบบ boom(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/airbus-a330-mrtt-3.html)
ตามที่ปัจจุบันกองทัพอากาศและอวกาศสเปนไม่ได้มีอากาศยานแบบใดในประจำการที่จำเป็นต้องใช้ระบบเติมเชื้อเพลิงแบบ boom(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/airbus-eurofighter-typhoon-halcon-45.html)

เพิ่มเติมต่อเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT จำนวน 3เครื่องที่ถูกส่งมอบแล้ว สเปนได้เห็นชอบที่จะจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินเพิ่มเติมร่วมกับโปแลนด์ในเดือนสิงหาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/airbus-a330-mrtt.html)
ข้อตกลงรูปแบบทวิภาคีนี้จะได้เห็นกองทัพอากาศและอวกาศสเปนจะได้รับมอบเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT เพิ่มเติมอีกจำนวน 3เครื่อง แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศสัญญาก็ตาม

ช่วงเวลาก่อนการรับมอบเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT เครื่องแรก สเปนไม่มีขีดความสามารถการลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศทางยุทธศาสตร์ตั้งแต่ที่ปลดประจำการเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing 707 เครื่องสุดท้ายของตนในปี 2016
หน้าที่การเป็นเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศของกองทัพอากาศและอวกาศสเปนได้รับการดำเนินการปฏิบัติโดยเครื่องบินลำเลียง Airbus DS A400M Atlas(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/airbus-a400m.html)

และภารกิจการลำเลียงขนส่งกำลังพลของตนโดยเครื่องบินลำเลียง Airbus DS C295(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295-eoir.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295.html), เครื่องบินลำเลียง A400M, และเครื่องบินลำเลียง Airbus A310-304 เช่นเดียวกับเครื่องบินลำเลียง Dassault Falcon 900B
เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT สามารถบรรทุกเชื้อเพลิงได้มากกว่า(111 tonnes) เหนือระยะการบินที่ไกลกว่า(14,800km) เกินคู่แข่งต่างๆทั้งหมดของตน และสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมดโดยปราศจากการสูญเสียที่นั่งผู้โดยสาร(291 ที่นั่ง) หรือพื้นที่บรรทุกสัมภาระใต้พื้นเครื่อง(45 tonnes) ต่อถังเชื้อเพลิงเสริมครับ

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Chaiseri ไทยจะส่งมอบรถยนต์สนับสนุนต่างๆ 34คันสำหรับปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR มาเลเซีย

Chaiseri to supply 34 CAESAR support vehicles to Malaysia







Chaiseri's Jackal high-mobility armoured vehicle was unveiled at the Defense & Security 2025 show in Bangkok. (My Own Photos, DEFENSE INFO/Sukasom Hiranphan)

มาเลเซียลงนาม จัดหายุทธยานยนต์สนับสนุนชุดยิงปืนใหญ่อัตตาจรจากชัยเสรี
20 ตุลาคม 2569  บริษัทชัยเสรี /Thai Defense Industry(TDI) ลงนามร่วมกับ บริษัทSHAFLEENA ของมาเลเซีย ในการจัดหายานยนต์ล้อยาง สำหรับชุดสนับสนุนการปฏิบัติการของรถปืนใหญ่อัตตาจร(SPH)ที่จะเข้าประจำการในกองทัพบกมาเลเซีย
โดยมี คุณกานต์ กุลหิรัญ  กรรมการผู้จัดการบริษัทชัยเสรี/TDI ร่วมกับ Dato Shafii Hj Roshadกรรมการผู้จัดการบริษัทSHAFLEENA  เป็นผู้ลงนามในพิธี  และมีพลเอก นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานกรรมการ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้ให้เกียรติมาเป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งนี้
การลงนามจัดหาในครั้งนี้เป็นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดหายานยนต์สนับสนุนรถปืนใหญ่อัตตาจร รุ่นใหม่ของกองทัพบกมาเลเซีย อันประกอบไปได้ยานยนต์5รุ่น คือ
-รถลำเลียงชุดกระสน(Ammunition Supply Verhicle/ASV)
- รถซ่อมบำรุงส่วนหน้า(Forward Repair Verhicle/FRV )   
-รถประสานและควบคุมการยิง (Fire Control Cooridingnating/FCC)
- รถกู้ซ่อมขนาดกลาง (Medium Recovery Verhicle/MRV) 
และJACKAL 4x4  รถหุ้มเกราะลาดตระเวนความคล่องตัวสูง  รวมยานยนต์ทั้งหมดในชุดนี้ 34 คัน
ยานยนต์ทั้งหมดได้ทำการออกแบบและในประเทศไทย  ด้วยการประสานความร่วมมือกับบริษัท SHAFLEENA อย่างใกล้ชิด  ตามความต้องการของกองทัพมาเลเซีย
พิธีการลงนามในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมวันที่ระลึกวาระครบรอบ93ปีของกองทัพมาเลเซีย โดยมีเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย H.E. Datuk Wan Zaidi Wan Abdullah เป็นประธานในพิธี อันเป็นการตอกย้ำความร่วมมือระหว่างกันในด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ ที่มีพัฒนาการร่วมกันมาอย่างแนบแน่น ในทุกมิติความสัมพันธ์
โดยเป็นการยกระดับ การประสานความร่วมมือกันของบริษัทอุตสาหกรรมความมั่นคงภาคเอกชนในภูมิภาคอาเซี่ยนได้อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย และบริษัท Thai Defense Industry จำกัด(TDI) ไทย กิจการร่วมทุน(joint venture) ระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สปท. DTI(Defence Technology Institute) และบริษัท Chaiseri ไทย
ได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท Shafleena มาเลเซียเพื่อที่จะส่งมอบรถยนต์สนับสนุนล้อยางแบบต่างๆจำนวน ๓๔คันสำหรับปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางบนรถยนต์บรรทุก KNDS CAESAR Mk I SPH(Self-Propelled Howitzer) ขนาด 155mm/52calibre ของกองทัพบกมาเลเซีย(Malaysian Army, Tentera Darat Malaysia) ที่กำลังสั่งจัดหา

เจ้าหน้าที่ Chaiseri ไทยกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ว่าข้อตกลงได้รับการลงนามเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙ ยานยนต์ต่างๆเหล่านี้รวมถึงรถเกราะล้อยาง Jackal 4x4 ที่มีความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่สูงของบริษัท Chaiseri 
ที่เปิดตัวครั้งแรก ณ นิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defense & Security 2025 ที่ IMPACT เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri.html)

ข้อตกลงยังคลุมการส่งมอบระบบต่างๆบนพื้นฐานรถยนต์บรรทุกแบบ 6x6 ชุดรถยนตร์บรรทุก 6x6 ต่างๆเหล่านี้ประกอบด้วย รถกู้ซ่อมขนาดกลาง(MRV: Medium Recovery Vehicle) จำนวน ๑คัน 
และรถจ่ายกระสุน(ASV: Ammunition Supply Vehicle), รถซ่อมบำรุงส่วนหน้า(FRV: Forward Repair Vehicle), และรถประสานการควบคุมการยิง(FCCV: Fire-Control Co-ordination Vehicle) ที่ไม่เปิดเผยจำนวนหลายคัน

รถจ่ายกระสุน ASV มีวัตถุประสงค์ที่จะจ่ายกระสุนปืนใหญ่ 155mm แก่ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I 155mm/52calibre SPH ขณะที่รถซ่อมบำรุงส่วนหน้า FRV และรถกู้ซ่อมขนาดกลาง MRV จะมอบการสนับสุนการซ่อมบำรุงและกู้รถ
รถประสานการควบคุมการยิง FCCV มีวัตถุประสงค์เพื่อทวนข้อมูลการยิงแก่ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ตามข้อมูลจาก Chaiseri ไทย รถเกราะล้อยาง Jackal 4x4 มีความเหมาะสมสำหรับการคุ้มกันขบวนรถ, การตรวจการณ์หน้า(forward observation) และการลาดตระเวน

การส่งมอบต่างๆของรถยนต์สนับสนุนต่างๆเหล่านี้จะเริ่มต้นในปี พ.ศ.๒๕๗๐(2027) เจ้าหน้าที่ Chaiseri ไทยกล่าว รถยนต์สนับสนุนต่างๆจะถูกผลิตในไทยและมาเลเซีย แม้ว่าเขาไม่ได้ให้รายละเอียดต่างๆเพิ่มเติม
มาเลเซียได้เลือกจัดหาปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I SPH จำนวน 18ระบบในเดือนมิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/caesar-knds-18.html) บริษัท KNDS ฝรั่งเศสผู้ผลิตกล่าวว่า

การจัดซื้อจัดจ้างรวมถึงการถ่ายทอดวิทยาการและการประกอบในมาเลเซียที่บริษัท Advance Defense Systems(ADS) มาเลเซียจะทำการซ่อมบำรุงปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR การส่งมอบคาดว่าจะมีขึ้่นระหว่างปี 2028-2030
โฆษกบริษัท KNDS กล่าวกับ Janes ในเดือนมิถุนายน 2026 ว่า ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR ของมาเลเซียจะใช้ระบบควบคุมการยิง AS4000 ที่ติดตั้งแล้วในปืนใหญ่เบาลากจูง LG1 Mk III ขนาด 105mm ของกองทัพบกมาเลเซีย

ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I SPH จำนวน 18ระบบสำหรับกองทัพบกมาเลเซียจะยังอยู่ในรูปแบบขับด้วยพวงมาลัยขวา(right-hand drive) ปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I สามารถบรรทุกกระสุนได้ 18นัด
และตามรายงานก่อนหน้าของ Janes รถแคร่ฐานของระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง CAESAR Mk I ของมาเลเซียจะถูกติดตั้งบนรถยนต์บรรทุก Renault แบบ 6x6 ที่จะมีการประกอบรวมขั้นสุดท้าย ณ โรงงานของบริษัท ADS ในมาเลเซียครับ

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ฝรั่งเศสเริ่มโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคที่หก ACF แทนเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต NGF ที่ถูกยกเลิก

France launches ACF to replace cancelled NGF future combat aircraft





A model of the recently aborted NGF future fighter showcased on the Dassault stand of the Paris Airshow 2025. France is now building on the work done over the previous decade to develop its own national ACF solution, albeit with European cooperation. (Thomas Samson, Benoit Tessier and Bloomberg via Getty Images/Dassault)

ฝรั่งเศสจะพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคที่หกภายใต้โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต Avion de Combat Futur(ACF) แห่งชาติ เพื่อแทนที่โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF(New Generation Fighter) ไตรภาคีที่ถูกยกเลิกไปก่อนหน้าในปี 2026
การพูดคุยกับวุฒิสมาชิกต่างๆในวุฒิสภาฝรั่งเศส หัวหน้าคณะเสนาธิการ(ผู้บัญชาการ)กองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, AAE: Armée de l'Air et de l'Espace) พลอากาศเอก Jérôme Bellanger กล่าวว่า

โครงการเครื่องบินขับไล่ยุคอนาคต ACF จะเป็นความพยายามแห่งชาติของฝรั่งเศสที่จะทดแทนโครงการเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF ที่ฝรั่งเศสเคยกำลังพัฒนาร่วมกับเยอรมนีและสเปน
ก่อนการยกเลิกโครงการในเดือนมิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/airbus-team-gen-6-ngf.html) แต่ความร่วมมือระดับนานาชาติกับทั้งสองประเทศเหล่านั้นและประเทศอื่นๆต่างๆนั้นจะเป็น "ความจำเป็น"

"ความเกี่ยวข้องกับจุดเริ่มต้นของโครงการ ACF 'เครื่องบินรบยุคอนาคต'(Future Combat Aircraft) แนวทางการเข้าถึงเป็นระดับแห่งชาติ(ของฝรั่งเศส)ตามที่สามารถทำให้ความเป็นไปในความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ
ภายใต้กรอบการรทำงานต่างๆที่ไม่ได้เป็นการจัดตั้งรากฐานทางโครงสร้างต่อการพัฒนาของอากาศยาน" พลอากาศเอก Bellanger กล่าวในการรับฟังเพื่อการพิจารณาของวุฒิสภาฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2026

"มีประเด็นหลักสองประการในเรื่องนี้ ประการแรกมันเป็นความจำเป็นที่เรา(ฝรั่งเศส)กำลังทำงานอย่างต่อเนื่องกับเยอรมนีและชาติต่างๆอื่นๆในระบบ combat cloud ประการที่สองซึ่งเป็นความสำคัญยิ่งเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถการทำงานร่วมกันทางการระบบแบบมีนักบินบังคับต่างๆของยุโรปของเรา"

"เราจำเป็นต้องก้าวข้ามไปเกินกว่าแนวคิดของการต่อสู้เคียงข้างกันเพียงอย่างเดียว และมุ่งไปสู่การต่อสู้ร่วมกันอย่างแท้จริง ระบบ combat cloud และผลลัพธ์ขีดความสามารถการทำงานร่วมกันของระบบต่างๆของเราเป็นแกนหลักของเรื่องนี้ 
นี่คือสิ่งที่เรากำลังเริ่มต้นโครงการในระดับแห่งชาติอย่างไร" หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส พลอากาศเอก Bellanger เสริม(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/airbus-fcasscaf-dassault.html)

รัฐบาลเยอรมนีและรัฐบาลฝรั่งเศสได้ประกาศการปรับเปลี่ยนแนวทางใหม่ของโครงการระบบการรบทางอากาศอนาคต FCAS/SCAF(Future Combat Air System/Système de Combat Aérien du Futur) ของยุโรปที่มีเครื่องบินขับไล่ยุคหน้า NGF เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 
ซึ่งนำมาสู่จุดจบการล่มสลายของโครงการ NGF เนื่องจากความแตกต่างที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ต่างๆระหว่างบริษัท Airbus Defence and Space(DS) ยุโรปตัวแทนเยอรมนีและสเปน และบริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศสตัวแทนฝรั่งเศสครับ

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2569

NHI ยุโรปเสนอเฮลิคอปเตอร์ NH90 นอร์เวย์มือสองที่ราคาถูกกว่ามากในตลาดนานาชาติ

NHI offering ‘much cheaper' surplus Norwegian NH90s to international market





NHI now owns 14 NH90 helicopters that it bought back from Norway, and which it is now offering to the international market at a much discounted rate. (Royal Norwegian Air Force)

บริษัท NHIndustries(NHI) ยุโรปขณะนี้มองที่จะขายเฮลิคอปเตอร์ NH90 ส่วนเกิน(surplus) ของนอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/nhi-nh90.html) แก่ตลาดนานาชาติโดยที่มีการลดราคาลงอย่างหนักมาก
Axel Aloccio ประธานกิจการค้าร่วม(consortium) NHI กล่าวกับ Janes และสื่อความมั่นคงอื่นๆเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา ระหว่างการพูดคุย ณ สถานที่ของบริษัท Airbus Helicopters ยุโรปผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย(chief stakeholder)

ณ โรงงานอากาศยาน Marignane ของบริษัท Airbus Helicopters ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส Aloccio กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือฟริเกต NH90 NFH(NATO Frigate Helicopter) จำนวน 14เครื่อง
และชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆที่ขณะนี้อยู่ในนอร์เวย์ภายใต้ความเป็นเจ้าของโดยบริษัท NHI ที่กิจการค้าร่วมยังรวมถึงบริษัท Leonardo อิตาลี และบริษัท GKN Fokker เนเธอร์แลนด์ กำลังเสนอที่จะขายเฮลิคอปเตอร์เหล่านี้ใหม่แบบลดราคาลงอย่างมาก

"เรามีเฮลิคอปเตอร์หลายเครื่อง พวกมันยังคงอยู่ในนอร์เวย์ในสถานที่ของบริษัท Airbus ขณะที่เรารอที่จะค้นหาบ้านใหม่สำหรับพวกมัน เรากำลังเสนอ(ลูกค้าที่คาดหวังไว้ต่างๆของรุ่นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล NH90 NFH) 
เฮลิคอปเตอร์ของนอร์เวย์เหล่านี้เพราะว่าพวกมันเป็นเฮลิคอปเตอร์มืองสองและพวกมันมีราคาถูกกว่าอย่างมาก" Aloccio กล่าวโดยเสริมว่าบนพื้นฐานของการหารือต่างๆในปัจจุบันเฮลิคอปเตอร์เหล่านี้อาจจะไปสู่ลูกค้ามากกว่าหนึ่งราย

กองทัพอากาศนอร์เวย์(RNoAF: Royal Norwegian Air Force, Luftforsvaret) มีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือฟริเกต NH90 NFH จำนวน 14เครื่องในนามของหน่วยยามฝั่งนอร์เวย์(NoCG: Norwegian Coast Guard, Kystvakten) 
โดยปฏิบัติการจากฐานบินบนชายฝั่งและวางกำลังบนเรือต่างๆของหน่วยยามฝั่งนอร์เวย์ รัฐบาลนอร์เวย์กล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลประจำเรือฟริเกต NH90 NFH เหล่านี้ไม่สามารถที่จะเติมเต็มความต้องการต่างๆของตนได้ และตามกระบวนการทางกฎหมายที่มีตามมา

บริษัท NHI ได้เห็นชอบในเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่จะซื้อเฮลิคอปเตอร์เหล่านี้คืนเพื่อนำพวกมันกลับเข้ามาบูรณาการใหม่ภายใต้โครงการเฮลิคอปเตอร์ NH90 เพื่อขายพวกมันต่อ และ/หรือทำเป็นชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ต้องการพร้อมใช้แก่ผู้ใช้งานเฮลิคอปเตอร์ NH90 รายอื่นๆ 
นอร์เวย์เป็นหนึ่งในผู้ใช้งานที่เลิกลงทุนในเฮลิคอปเตอร์ตระกูล NH90(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/nh90.html) ต่อจากออสเตรเลียสำหรับเฮลิคอปเตอร์ MRH90 Taipan จำนวน 45เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/mrh90-taipan.html), 

ที่จะตามมาด้วยเบลเยียมสำหรับเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปทางยุทธวิธี NH90 TTH(Tactical Transport Helicopter) จำนวน 4เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/nh90-tth.html) และรุ่น NH90 NFH จำนวน 4เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/nh90-nfh-4.html) 
และสวีเดนสำหรับรุ่นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป NH90 TTH จำนวน 9เครื่อง และรุ่นเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล NH90 NFH จำนวน 9เครื่องในเร็วๆนี้ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/uh-60m-black-hawk.html)

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2569

โรมาเนียสั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ H225M ฝรั่งเศส 12เครื่อง

Romania orders H225M helicopters





Seen at Marignane in Hungarian markings prior to delivery, the H225M has now been ordered by Romania also. (Airbus Helicopters)

โรมาเนียได้ลงนามสัญญาสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างของเฮลิคอปเตอร์ Airbus Helicopters H225M Super Puma จำนวน 12เครื่อง บริษัท Airbus Helicopters ยุโรปผู้ผลิตประกาศเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026
ข้อตกลงได้บรรลุผลเสร็จสิ้นกับสำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(Directorate General of Armament, DGA: Direction Générale de l'Armement) ในกรอบของโครงการการดำเนินการด้านความมั่นคง(SAFE: Security Action for Europe) ของสหภาพยุโรป(EU: European Union)

กองทัพอากาศโรมาเนีย(RoAF: Romanian Air Force) ปัจจุบันมีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ IAR 330 Puma จำนวน 57เครื่องที่สร้างในประเทศโดย Industria Aeronautică Română(IAR) รัฐวิสาหกิจการบินโรมาเนียภายใต้สิทธิบัตร
ขณะที่กองทัพเรือโรมาเนีย(Romanian Navy) มีประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์ IAR 330 Puma จำนวน 3เครื่อง เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ H215M Super Puma จำนวน 2เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/h215m-marte-er.html)

เฮลิคอปเตอร์ H225M Super Puma จำนวน 12เครื่องจะเป็นการเริ่มต้นการทดแทนของฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ IAR 330 Puma สำหรับการปฏิบัติการตามแบบและการปฏิบัติการพิเศษต่างๆสำหรับกองทัพโรมาเนีย
ไม่มีมูลค่าวงเงินสัญญาหรือกำหนดการส่งมอบสำหรับเฮลิคอปเตอร์ H225M ที่ได้รับการเปิดเผย ตามการเน้นโดยบริษัท Airbus Helicopters นี่เป็นสัญญาที่สองที่ตนได้รับการลงนามกับโรมาเนียภายใต้กรอบของโครงการ SAFE ของยุโรป

สัญญาแรกที่บริษัท Airbus Helicopters ได้รับจากโรมาเนียภายใต้โครงการ SAFE ในการสั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ H160 จำนวน 7เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/airbus-h160m.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/12/h160m.html)
และเฮลิคอปเตอร์ H145 จำนวน 5เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/h145m-15.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/06/h145m-lkh-10.html) ล่าสุดสำหรับภารกิจการบริการสาธารณะต่างๆ

มีเฮลิคอปเตอร์ H225 และเฮลิคอปเตอร์ H225M จำนวนมากกว่า 350เครื่องแล้วในประจำการทั่วโลก โดยทำการบินรวมทั้งหมดไปมากกว่า 1ล้านชั่วโมงบินแล้ว ลูกค้าของเฮลิคอปเตอร์ H225M สิบสองรายทั่วโลกรวมถึง

อิรัก(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/h225m-14.html), คูเวต(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/h225m-airbus.html), มาเลเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/h135.html), เม็กซิโก, โมร็อกโก
เนเธอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/h225m-aargm-er-f-35a.html), สิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/h225m-ch-47f.html), และกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/h225m-ec725.html)

การพูดคุยกับ Janes และสื่อความมั่นคงอื่นๆ ณ โรงงานอากาศยานสายการผลิต Marignane ของบริษัท Airbus Helicopters ในตอนใต้ของฝรั่งเศส Michel Macia หัวหน้าโครงการเฮลิคอปเตอร์ตระกูล Super Puma
เขาได้อธิบายแจกแจงรายละเอียดความคืบหน้าการพัฒนาต่างๆล่าสุดสำหรับระบบเฮลิคอปเตอร์ตระกูล Super Puma ตามที่เฮลิคอปเตอร์เกี่ยวข้องกับตลาดทางทหารในวงกว้างโดยภาพรวมครับ

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569

การส่งมอบเรือฟริเกต LCS ลำแรก KD Maharaja Lela มาเลเซียถูกเลื่อนเป็นเดือนเมษายน 2027

Malaysia's first LCS delivery slips to April 2027







The first Maharaja Lela-class LCS, seen here at Lumut in September 2026. (LUNAS)

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela โครงการ Littoral Combat Ship(LCS) ของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia) ที่เต็มไปด้วยปัญหาได้พบกับความล่าช้าต่างๆเพิ่มเติม
โดยเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela (LCS 1) หมายเลขเรือ 2501 ล่าสุดกำหนดการส่งมอบเรือถูกเลื่อนออกไปเป็นในเดือนเมษายน 2027 แทนกำหนดเดิมในเดือนธันวาคม 2026

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Mohamed Khaled Nordin เปิดเผยต่อรัฐสภามาเลเซียเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ว่าเรือฟริเกต KD Maharaja Lela ขณะนี้จะส่งมอบล่าช้าไปอีก 4เดือนจากที่ระบุไว้ก่อนหน้า
รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียยังยืนยันว่าเรือฟริเกต KD Maharaja Lela จะถูกตรวจรับโดยปราศจากขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM) ที่วางแผนไว้(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/nsm.html)

ระหว่างการเดินทางเยือนอู่เรือบริษัท Lumut Naval Shipyard(LUNAS) มาเลเซียเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 Janes สังเกตว่ากิจกรรมการสร้างและการติดตั้งหลักยังคงอยู่ในการดำเนินการกับเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก
Janes ยังยืนยันด้วยสายตาว่า radar ตรวจการณ์ทางอากาศแบบ Thales SMART-S Mk 2 ที่วางแผนไว้ของเรือฟริเกต KD Maharaja Lela ยังไม่ได้รับการติดตั้งบนเสากระโดงเรือบูรณาการของเรือ

แม้ว่าอุปกรณ์การนำร่องและ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) อย่างเช่น Rheinmetall TMEO Mk 2 TMX/EO ปรากฏว่าได้รับการติดตั้งบนเรือฟริเกต KD Maharaja Lela แล้ว
Janes ไม่สามารถตรวจสอบสถานะการติดตั้งต่างๆได้อย่างอิสระขององค์ประกอบระบบการรบอื่นๆระหว่างการเยี่ยมชมอู่เรือ LUNAS มาเลเซีย ระหว่างการกล่าวปราศรัยต่อรัฐสภามาเลเซียเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled กล่าวว่า อู่เรือ LUNAS ได้ยื่นเรื่องแจ้งให้กระทรวงกลาโหมมาเลเซียทราบว่าตนไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันที่จะส่งมอบเรือฟริเกต KD Maharaja Lela ภายในเดือนธันวาคม 2026 ได้อีกต่อไป
ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย ความล่าช้าต่างๆมีส่วนร่วมจากกิจกรรวมการเดินสายต่างๆ, การติดตั้งสิ่งอุปกรณ์, การตรวจสอบต่างๆ, พื้นที่ที่พักอาศัย, งานท่อทางต่างๆ, และการทดสอบตามมาต่างๆได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อกำหนดการของโครงการ

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled เสริมว่ากิจกรรมการทดลองเรือหน้าท่าและการทดลองเรือในทะเลต่างๆได้เนื่องจากผลกระทบต่างๆต่อเนื่องของปัญหาต่างๆเหล่านี้ เขายังแจ้งต่อรัฐสภามาเลเซียว่า
สัญญาสำหรับขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศของโครงการ LCS ยังไม่บรรลุผลเสร็จสิ้นอย่างเต็มรูปแบบแม้ว่าจดหมายตอบรับ(LOA: Letter of Acceptance) ได้รับการลงนามแล้วและเอกสารสัญญาคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม 2026

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela ได้เสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเลครั้งแรกของตนในเดือนเมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lcs-kd-maharaja-lela.html)
ลำที่สอง เรือฟริเกต KD Raja Muda Nala หมายเลขเรือ 2502 ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนกรกฎาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/lcs-kd-raja-muda-nala.html) และมีกำหนดส่งมอบแก่กองทัพเรือมาเลเซียในเดือนสิงหาคม 2027(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/lcs-kd-raja-muda-nala.html), 

ลำที่สาม เรือฟริเกต KD Sharif Mashor หมายเลขเรือ 2503 ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนกุมภาพันธ์ 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lcs-kd-sharif-mashor.html), ลำที่สี่ เรือฟริเกต KD Mat Salleh หมายเลขเรือ 2504 มีแผนที่จะทำการปล่อยเรือลงน้ำในเดือนมกราคม 2027(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/maharaja-lela-lcs-2027.html) 
ลำที่ห้าและลำสุดท้าย เรือฟริเกต KD Tok Janggut หมายเลขเรือ 2505 กำลังอยู่ระหว่าการต่อเรือที่อู่เรือ LUNAS อย่างก็ตามความล่าช้าต่างๆที่เกิดขึ้นล่าสุดกับเรือลำแรก KD Maharaja Lela ทำให้คาดว่ากำหนดการที่วางแผนไว้เดิมนี้เหล่านี้เป็นได้ว่าจะถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela โครงการ LCS ของมาเลเซียมีพื้นฐานจากแบบเรือฟริเกต Gowind ของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศส มีขนาดความยาวตัวเรือประมาณ 111m และระวางขับน้ำปกติที่ราว 3,000tonnes ระบบอาวุธต่างๆของเรือรวมถึง
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA VL MICA(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/vl-mica-lcs.html), ปืนเรือ BAE Systems 57mm Mk 3, ปืนกล MSI-Defence Seahawk 30mm, และแท่นยิง torpedo เบาสามท่อยิง J+S 324mm สำหรับ torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/torpedo-sea-maharaja-lela.html) ครับ

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Naval Group ฝรั่งเศสทำพิธีตัดเหล็กเรือฟริเกตชั้น FDI Luleå สวีเดนลำแรก HMS Luleå

Naval Group cuts steel on first Swedish FDI Luleå frigate





A computer-generated image released on 1 October 2026 showing the Swedish Royal Navy's forthcoming FDI frigate, the first unit in the Luleå-class, under construction in Lorient, France. (FMV/Naval Group)

บริษัท Naval Group ฝรั่งเศสได้ทำพิธีตัดเหล็กของเรือฟริเกตชั้น Luleå แบบเรือฟริเกต FDI(Frégate de Défense et d'Intervention) ลำแรกของกองทัพเรือสวีเดน(RSwN: Royal Swedish Navy, Svenska marinen)
ณ อู่เรือของบริษัทใน Lorient ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา ตามข้อมูลจากสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัท Naval Group ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา

การเริ่มต้นการสร้างเรือฟริเกตชั้น FDI Luleå ลำแรกมีขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากสวีเดนได้ลงนามสัญญาวงเงิน 47 billion Swedish Krona($4.9 billion) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/fdi-lulea-4.html)
สวีเดนได้เลือกแบบเรือฟริเกต FDI ฝรั่งเศสเป็นผู้ชนะเหนือแบบเรือฟริเกต Arrowhead 140 สหราชอาณาจักร-เดนมาร์ก และแบบแบบเรือฟริเกต ALFA 4000 สเปนสำหรับโครงการเรือฟริเกตชั้น Luleå จำนวน 4ลำ

เมื่อรัฐบาลสวีเดนในกรุง Stockholm ได้เจรจาขั้นต้นต่างๆกับ Naval Group ฝรั่งเศส รายละเอียดในสื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/fdi-lulea-4.html)
ระบุว่าเรือฟริเกต FDI ฝรั่งเศสเป็น "ตัวเลือกที่สมดุลและเป็นไปได้จริง" ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกำหนดระยะเวลาการส่งมอบของบริษัท Naval Group(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/fmv.html)

เรือฟริเกตชั้น Luleå ลำแรก เรือฟริเกต HMS Luleå มีกำหนดการส่งมอบในปี 2030 บริษัท Naval Group กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์ของตนโดยสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) เสริมว่า
เรือฟริเกตชั้น Luleå ลำที่สอง เรือฟริเกต HMS Norrköping, ลำที่สาม เรือฟริเกต HMS Trelleborg และลำที่สี่และลำสุดท้าย เรือฟริเกต HMS Halmstad มีแผนที่จะมีการส่งมอบตามมาในปี 2032, 2033 และ 2034 ตามลำดับ

กองทัพเรือสามชาติ NATO กองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy, Marine nationale) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Amiral Ronarc'h(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/fdi-d660-amiral-ronarch.html)
และกองทัพเรือกรีซ(HN: Hellenic Navy) ในชื่อเรือฟริเกตชั้น Kimon(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/fdi-hn-f601-hs-kimon.html) และล่าสุดสวีเดน ได้สั่งจัดหาเรือฟริเกต FDI ทั้งหมดรวมจำนวน 13ลำแล้วจนถึงตอนนี้

Naval Group ฝรั่งเศสผู้สร้างเรืออ้างว่าโครงการเรือฟริเกตชั้น Luleå แบบเรือฟริเกต FDI ของตนจะสร้าง "ความเป็นหุ้นส่วนเชิงโครงสร้างและระยะยาว" กับภาคอุตสาหกรรมของสวีเดน
ที่จะนำการมีส่วนร่วมของสถานที่ประกอบการและทีมงานต่างๆทั้งหมดของบริษัท Naval Group กล่าวโดย Vincent Martinot-Lagarde รองประธานบริหารฝ่ายเรือผิวน้ำของ Naval Group ฝรั่งเศส

เรือฟริเกตชั้น Luleå ทั้งหมด 4ลำจะมอบขีดความสามารถแก่กองทัพเรือสวีเดนด้วยการป้องกันภัยทางอากาศและอาวุธปล่อยนำวิถีควบคู่ไปกับขีดความสามารถสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare) และสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) ต่างๆอันทรงพลัง
ที่ยังจะมีการนำระบบอาวุธและอุปกรณ์ที่พัฒนาโดยสวีเดนมาใช้รวมถึง radar ตรวจการณ์แบบ Saab Sea Giraffe 1X, ปืนเรือ Bofors 57 Mk3b, ปืนกล Bofors 40 Mk4, แท่นปืนกล remote แบบ Saab Trackfire, Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ Torped 47 และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ RBS 15 Mk4 ครับ