แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of France แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of France แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569

โครเอเชียสั่งจัดหาจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง K239 Chunmoo จาก Hanwha Aerospace เกาหลีใต้ 18ระบบ

Croatia orders Chunmoo MRLs from Hanwha Aerospace





Croatia is procuring 18 Chunmoo MRLs. (Hanwha Aerospace)



กระทรวงกลาโหมโครเอเชีย(MORH: Ministarstva obrane Republike Hrvatske) ได้ลงนามสัญญากับบริษัท Hanwha Aerospace สาธารณรัฐเกาหลีเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026
สำหรับระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง K239 Chunmoo MRL(Multiple Rocket Launcher) บริษัท Hanwha Aerospace ประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์ในวันต่อมาเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026

บริษัท Hanwha ได้รับสัญญามูลค่าวงเงิน 411.8 million Euros(เกือบ $357 million) สำหรับการส่งมอบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง K239 Chunmoo MRL จำนวน 18ระบบ พร้อมรถจ่ายกระสุน(จรวด), รถที่บังคับการควบคุมการยิง 
และการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงบูรณาการ สัญญายังรวมถึงจรวดนำวิถีพื้นสู่พื้นพิสัยใกล้, พิสัยกลางและพิสัยไกลความแม่นยำสูงหลากหลายแบบ เช่นเดียวกับการฝึกและการสนับสนุนตลอดอายุการใช้งาน

ตามข้อมูลจาก Hanwha สาธารณรัฐเกาหลี จรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง K239 Chunmoo MRL ในรูปแบบของกองทัพบกโครเอเชีย(Croatian Army, HKoV: Hrvatska kopnena vojska)
จะนำระบบบริหารจัดการสนามรบแบบ Topaz ที่พัฒนาโดยบริษัท WB Group โปแลนด์มาใช้ เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันของผู้ใช้ระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร Chunmoo ทั่วยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/k239-chunmoo-k2-k9.html)

นายกรัฐมนตรีโครเอเชีย Andrej Plenković ซึ่งได้ถูกเชิญเข้าร่วมพิธีลงนามสัญญากล่าวว่า "นี่เป็นหนึ่งในการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุดในด้านยุทโธปกรณ์และการปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพโครเอเชีย(Croatian Armed Forces, OSRH: Oružane snage Republike Hrvatske)
ด้วยระบบจรวดหลายลำกล้อง Chunmoo กองทัพโครเอเชียได้รับขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับการปฏิบัติที่รวดเร็วและแม่นยำต่อเป้าหมายที่มีคุณค่าสูงต่างๆจากระยะไกบตั้งแต่ประมาณ 30-300km"

Billy Boo-hwan Lee หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจของบริษัท Hanwha Aerospace ซึ่งยังได้ถูกเชิญเข้าร่วมพิธีลงนามสัญญากล่าวว่า "การลงนามสัญญาวันนี้เป็นเครื่องหมายถึงการเริมต้นการเห็นหุ้นส่วนกลาโหมระยะยาวของ Hanwha Aerospace กับโครเอเชีย"
กระทรวงกลาโหมโครเอเชียประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ว่ารัฐบาลโครเอเชียได้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง K239 Chunmoo MRL ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน

รัฐบาลโครเอเชียยังได้อนุมัติการจัดหาอุปกรณ์ตรวจจับและการป้องกันตนเองเพิ่มเติมสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/rafale-12-nato.html), การปรับปรุงระบบสื่อสารการรบของกองทัพอากาศโครเอเชีย(Croatian Air Force, HRZ i PZO: Hrvatsko ratno zrakoplovstvo i protuzračna obrana),
การจัดซื้่อจัดจ้างอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง Spike พร้อมอุปกรณ์, การปรับปรุงความทันสมัยระบบ radar แบบ AN/FPS-117, และการก่อสร้างโรงเก็บอากาศยาน ณ ฐานทัพอากาศ Zemunik ครับ

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

ฝรั่งเศสประกาศสัญญาแรกของเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 รุ่นใหม่ล่าสุด

France awards first Rafale F5 contracts





A representative F5-standard Rafale was showcased at the Paris Airshow 2025. France has now launched the industrial effort to field the capability in the early 2030s. (Janes/Gareth Jennings)

ฝรั่งเศสได้ประกาศสัญญาทางอุตสาหกรรมที่จะเริ่มต้นงานเกี่ยวกับมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale F5 รุ่นใหม่ล่าสุด(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/rafale-f5.html)
โดยสำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(Directorate General of Armament, DGA: Direction Générale de l'Armement) ได้ประกาศถึงเหตุการณ์สำคัญนี้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา

การประกาศของสัญญาทางอุตสาหกรรมแรกสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 มาตรฐานใหม่ล่าสุด มีขึ้นตามมาราวสองปีหลังจากอดีตรัฐมนตรีกระทรวงกองทัพฝรั่งเศส Sébastien Lecornu 
ได้ประกาศการเริ่มต้นความพยายามการพัฒนามาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 ในเดือนตุลาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/rafale-f5.html)

"คำสั่งของ DGA ฝรั่งเศสสำหรับงานต้นน้ำแรกต่างๆก่อนหน้าการเริ่มต้นต่อไปสำหรับการนำมาปฏิบัติใช้ของมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 สิ่งต่างๆเหล่านี้เกี่ยวข้องกับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ระบบนำร่อง inertial navigation unit, เครื่องยนต์, radar, และชุดระบบป้องกันตนเองของเครื่องบิน" สำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส DGA กล่าว ตามที่ตนได้ระบุไว้สัญาต่างๆได้รับการประกาศแก่

บริษัท Dassault Aviation ฝรั่งเศส, บริษัท MBDA ยุโรป, บริษัท Safran ฝรั่งเศส, และบริษัท Thales ยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/30mm-rafale-c-uas.html
แม้ว่ามูลค่าวงเงินต่างๆของสัญญาเหล่านี้ไม่ได้รับการเปิดเผย มาตรฐานเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 ถูกวางแผนที่จะรองรับการเชื่อมโยงที่มากขึ้นอย่างมาก(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/dassault-rafale-2025.html)

ระบบอาวุธใหม่ต่างๆ รวมถึงขีดความสามารถเฉพาะด้านการกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึก(SEAD: Suppression of Enemy Air Defences)/การทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึก(DEAD: Destruction of Enemy Air Defences)
ที่มีพื้นฐานบนอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น MBDA Stratus Rapid Strike(RS) และระบบตรวจจับต่างๆ, อาวุธปล่อยอากาศสู่พื้นติดหัวรบนิวเคลียร์แบบ ASN4G(Air-Sol Nucléaire de Quatrième Génération),

ปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence), และชุดการยืดอายุการใช้งานโครงสร้างอากาศยาน(airframe) การเพิ่มขยายอื่นๆที่ถูกกำหนดขึ้นเฉพาะสำหรับเครื่องบินขับไล่ Rafale F5 โดยทางการฝรั่งเศส
ประกอบด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Safran M88 T-REX(Thrust Range Extension) รุ่นปรับปรุง, ถังเชื้อเพลิงแนบลำตัว CTF(Conformal Fuel Tank), ระบบอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี' Loyal Wingman,

และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ที่จะมาแทนที่อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) แบบ MBDA Meteor(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/rafale-meteor.html)
ที่จะมีชื่อในประจำการกองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, AAE: Armée de l'Air et de l'Espace) และกองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy, Marine nationale) ในรายงานของสื่อฝรั่งเศสว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Comet ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569

กองทัพเรือไทยเลือก Hanwha Ocean เกาหลีใต้เป็นผู้ชนะโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ ๑ลำ

Hanwha Ocean Selected as Preferred Bidder for Thailand’s Next-Generation Frigate Program

Artist impression of the design selected for Thailand’s Next-Generation Frigate Program. (Hanwha Ocean)


Hanwha Ocean OCEAN-40F frigate design on display at Defense & Security 2025 in Bangkok, Thailand. (Naval News)

บริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้การนำโดย Kim Hee-cheul ประธานและผู้อำนวยการบริหาร ได้ถูกเลือกในฐานะผู้เข้าแข่งขันที่พึ่งประสงค์สำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ จำนวน ๑ลำของกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ตามเอกสารที่เผยแพร่โดยสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ สยป.ทร.(NAMO: Naval Acquisition Management Office) เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙(2026)
โครงการจัดหาเรือฟริเกต โดยวิธีคัดเลือก นั้น การจ้างสร้างเรือฟริเกต จำนวน ๑ ลำ ผู้ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ บริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. โดยเสนอราคา เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๖,๗๓๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($508,202,023)(https://www.navy.mi.th/procurement-result/9125)

บริษัท Hanwha Ocean กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์ของตนที่เผยแพร่ตามว่าเมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙(https://www.hanwha.co.kr/newsroom/media_center/news/news_view.do?seq=16255) ว่า "การคัดเลือกเป็นก้าวย่างทางขั้นตอนกระบวนการที่นำไปสู่การหารือในแง่รายละเอียดเฉพาะ 
รวมถึงรายละเอียดคุณลักษณะทางเทคนิคต่างๆและขอบเขตของโครงการ ก่อนหน้าการลงนามสัญญาขั้นสุดท้าย Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีจะดำเนินการเจรจารายละเอียดต่างๆกับกองทัพเรือไทย และเงื่อนไขสัญญาสุดท้ายจะถูกกำหนดโดยผลลัพธ์ของการเจรจาต่างๆเหล่านั้น"

"ด้วยการถูกเลือกในฐานะผู้เข้าแข่งขันที่พึ่งปรารถนา บริษัท Hanwha Ocean วางแผนที่จะเสริมสร้างแข็งแกร่งรากฐานการจัดตั้งสำหรับความร่วมมือการป้องกันประเทศทางเรือรบระยะยาวกับไทยขณะที่เดินหน้าที่ขยายความเป็นไปได้ทางธุรกิจในตลาดเรือรบผิวน้ำทั่วโลกรวมถึงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระหว่างการเจรจารายละเอียดต่างๆที่กำลังจะมีขึ้น บริษัท Hanwha Ocean ตั้งใจที่จะประสานงานเงื่อนที่จำเป็นต่างๆอย่างรอบคอบเพื่อสร้างความมั่นใจว่าโครงการจะดำเนินการปฏิบัติได้อย่างน่าเชื่อถือและสร้างเรือรบที่เป็นที่พอใจสำหรับทั้งกองทัพเรือไทยและ Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี

"ผ่านขั้นตอนนี้ บริษัท Hanwha Ocean มุ่งเป้าที่จะได้รับเงื่อนไขสัญญาที่เหมาะสมที่สุดที่เพิ่มการแข่งขันได้และประสิทธิภาพของโครงการต่อเรือรบของตนอย่างถึงขีดสุด กองทัพเรือไทยได้แถลงก่อนหน้าในเอกสารแจ้งต่อสาธารณะว่ากองเรือไทยได้เสนอวงเงิน ๑๖.๗๓ พันล้านบาทหรือประมาณ 683.3 billion Korean Won สำหรับการสร้างเรือฟริเกต ๑ลำ และการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงแบบบูรณาการ
Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีได้แข่งขันในโครงการเรือฟริเกตของกองทัพเรือไทยกับบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศต่างๆจากสเปน, สิงคโปร์, ตุรกี และประเทศอื่นๆ บริษัทได้ถูกเลือกในฐานะผู้เข้าแข่งขันที่พึ่งประสงค์ตามความแข็งแกร่งของประสบการณ์ความสำเร็จของตนในการส่งมอบเรือฟริเกตลำแรก"

"คือเรือฟริเกตเรือหลวงภูมิพลอดุยเดช(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/rtn-27aug2026.html) แก่กองทัพเรือไทยในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) รวมถึงความเชี่ยวชาญการสร้างเรือรบที่บริษัท Hanwha Ocean สั่งสมมา(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/kddx.html)
การสนับสนุนเชิงรุกจากกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี, สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลี, และกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ยังมีส่วนช่วยในการได้รับการถูกเลือก"

"ความเชื่อถือระหว่างสองชาติราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐเกาหลีถูกสร้างผ่านการแลกเปลี่ยนทางกลาโหมที่ยั่งยืนที่ยังถูกใช้ในฐานะรากฐานสำหรับความก้าวหน้าของโครงการ สิ่งต่างๆเหล่านี้เหล่านี้รวมถึงการแลกเปลี่ยนและการหารือระดับทวิภาคีของกองทัพเรือทั้งสองชาติ,
การเดินทางเยือนไทยโดยหมู่เรือฝึกต่างประเทศ(Cruise Training Task Group) ของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/blog-post.html) และการฝึกผสมนานาชาติ Cobra Gold(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/amphibex-cobra-gold-2026.html)" บริษัท Hanwha Ocean กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์ของตน

ตามที่ Naval News รายงานก่อนหน้านี้การแข่งโครงการจัดหาเรือฟริเกตใหม่ของกองทัพเรือไทยมีผู้เข้าแข่งขันจาก ASFAT รัฐวิสาหกิจอู่ต่อเรือตุรกี, Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี, บริษัท HD Hyundai Heavy Industries(HHI) สาธารณรัฐเกาหลี, บริษัท Navantia สเปน, บริษัท ST Engineering Marine สิงคโปร์, และบริษัท TAIS Shipyards ตุรกี
ตามที่ Naval News รายงานระหว่างนิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defense & Security 2025 ที่ IMPACT เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/blog-post.html)

รูปแบบของแบบเรือฟริเกต Ocean-40F ของ Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีสำหรับกองทัพเรือไทยนั้นแตกต่างออกไปจากปกติ เป็นครั้งแรกที่อู่เรือสาธารณรัฐเกาหลีเป็นหุ้นส่วนจะผู้ผลิตระบบการป้องกันประเทศชั้นนำต่างๆของยุโรป(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/hanwha-ocean-40f.html) ระหว่างงาน Defense & Security 2025 
บริษัท Hanwha Ocean ได้ลงนามลงนามบันทึกความเข้าใจ(MoU: Memorandum of Understanding) กับบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสเพื่อจะทำหน้าที่เป็นผู้บูรณาการระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) และระบบตรวจจับต่างๆ และบริษัท MBDA ยุโรปสำหรับการบูรณาการะบบอาวุธต่างๆ

ความเป็นหุ้นส่วนนี้ส่งมอบขีดความสามารถการโจมตีที่มีศูนย์กลางบนอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำแบบ MBDA Exocet MM40 Block 3C ซึ่งให้ขีดความสามารถทั้งการโจมตีที่ระยะเหนือเส้นขอบฟ้าและการโจมตีเป้าหมายชายฝั่ง
บริษัท Hanwha Ocean ยังได้ลงนามลงนามบันทึกความเข้าใจ MoU กับบริษัท Cohort Group สหราชอาณาจักร รวมถึงความร่วมมือเกี่ยวกับระบบ Sonar ต่างๆ, แท่นยิง torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ SEA Torpedo Launcher System(TLS), ระบบตรวจการณ์, ระบบชี้เป้าหมาย และระบบควบคุมการยิงต่างๆ เช่นเดียวระบบจัดการการสื่อสารต่างๆ

บนพื้นฐานจากแบบจำลองเรือฟริเกต Ocean-40F ที่ถูกจัดแสดงในงาน Defense & Security 2025 และชุดภาพล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ในสัปดาห์ที่สองของเดือนกันยายน ๒๕๖๙ โดย Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลี เรือฟริเกตใหม่ในอนาคตของกองทัพเรือไทยน่าจะติดตั้งด้วยระบบตรวจจับต่างๆ รวมถึง
radar แบบ HENSOLDT TRS-4D, ระบบควบคุมการยิง Chess Dynamics Sea Eagle FCRO(Fire Control Radar Optical) และ SeaEagle FCEO-D(Fire Control Electro-Optical Digital), ระบบตรวจจับการแพร่สัญญาณไฟฟ้า(ESM: Electronic Support Measures) radar ทางยุทธวิธีแบบ L3Harris ES-3601 R-ESM

การป้องกันภันทางอากาศของเรือฟริเกต Ocean-40F กองทัพเรือไทยถูกมอบให้โดยแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launch System) 16-cell ๑๖ท่อยิงติดตั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA VL MICA NG ๑๖นัด และแท่นยิงอาวุธปล่อนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA SIMBAD RC สองแท่นยิงที่ด้าหน้าและด้านหลังเรือเสริมขีดความสามารถการป้องกันภัยทางอากาศระยะประชิดเพิ่มเติม
ชุดระบบอาวุธรวมถึงปืนเรือ Leonardo 76mm/62 และแท่นยิง remote(RWS: Remote Weapon Station) DS-30 Mk2 สองแท่นสำหรับปืนกล 30mm ที่ถูกใช้ในแบบทวิประสงค์ทั้งสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำตามแบบและภัยคุกคามแบบอสมมาตรต่างๆที่อุบัติขึ้น เรือฟริเกต Ocean-40F ยังปรากฎที่จะติดตั้งแท่งยิงเป้าลวง Lacroix SYLENA สี่แท่นยิงด้วย

หนึ่งในภาพวาดสร้างจาก computer ที่บริษัท Hanwha Ocean เผยแพร่ล่าสุดยังแสดงเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ ฮร.ตช.๑ Schiebel Camcopter S-100 VTOL UAV(Vertical Take-Off and Landing Unmanned Aerial Vehicle) ที่ประจำการในฝูงบิน๑๐๔ กองบิน๑ กองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division) และยานผิวน้ำไร้คนขับ(USV: Unmanned Surface Vehicle) แบบหนึ่งแล่นควบคู่ไปกับเรือฟริเกต Ocean-40F 
ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าระบบไร้คนขับต่างๆเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่กำลังมีขึ้นหรือไม่ บนพื้นฐานจาก MoU ที่ลงนามไปก่อนหน้าสันนิษฐานว่าระบบอำนวยการรบ CMS ของเรือคือ SETIS ของ Naval Group ฝรั่งเศส รายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมน่าจะมีขึ้นเมื่อไทยลงนามสัญญาจัดหาอย่างเป็นทางการหลังกองทัพเรือไทยแถลงผลการพิจารณาคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกตในวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙ ครับ

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569

อุซเบกิสถานรับมอบเครื่องบินขับไล่ J-10CE จีนเข้าประจำการ

Uzbekistan’s J-10CEs break cover





The J-10CEs were revealed in a government video presentation. Source: Uzbek TV



อุซเบกิสถานได้แสดงเครื่องบินขับไล่ Chengdu J-10CE จากจีนชุดแรกของตน เป็นเหตุการณ์การส่งออกที่สำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรมการบินและการป้องกันประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ภาพเคลื่อนไหวของเครื่องบินขับไล่ J-10CE ใหม่จำนวน 6เครื่องได้ถูกแสดงในวีดิทัศน์ที่ผลิตโดยรัฐบาลอุซเบกิสถานเนื่องในโอกาสวันชาติของอุซเบกิสถานเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา

สื่อท้องถิ่นของอุซเบกิสถานรายงานระบุว่าเครื่องบินขับไล่ J-10CE ชุดแรก 6เครื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสั่งจัดหาทั้งหมดจำนวน 24เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/j-10-type-22-cm-302.html)
การมาถึงนครหลวง Tashkent ของเครื่องบินขับไล่ J-10CE ชุดแรกได้ถูกบอกใบ้ในสื่อสังคม online ของจีนไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าด้วยชุดภาพเครื่องบินที่น่าจะของอุซเบกิสถานในสีพรางเทาเรียบแต่ขาดการทำเครื่องหมายระบุสัญชาติทางการ

การมาถึงของเครื่องบินขับไล่ J-10CE จีนเป็นเครื่องหมายถึงการเปลี่ยนแปลงในการตีตัวออกห่างที่สำคัญสำหรับอุซเบกิสถานประเทศในเอเชียกลางที่เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต
ตามที่ฝูงบินเครื่องบินรบต่างๆของกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศและกองทัพอากาศอุซเบกิสถาน(Uzbek Air Defense Forces and the Air Force) เดิมมีประจำการด้วยอากาศยานและอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียล้วน

ตามข้อมูลจาก Cirium บริษัทวิเคราะห์ด้านการบินตั้งข้อสังเกตุว่า ก่อนหน้าการมาถึงของเครื่องบินขับไล่ J-10CE ฝูงเครื่องบินรบไอพ่นความเร็วสูงของกองทัพอากาศอุซเบกิสถานประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ Mikoyan MiG-29 จำนวน 31เครื่อง
เครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว MiG-29A จำนวน 26เครื่องถูกใช้งานภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศ โดยเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง MiG-29UB จำนวน 5เครื่องถูกใช้ในฐานะเครื่องบินฝึก อายุการใช้งานของฝูงเครื่องบินขับไล่ MiG-29 เฉลี่ยอยู่ที่ 37.4ปี

กองทัพอากาศอุซเบกิสถาน(Uzbek Air Force) เคยมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-27P จำนวน 31เครื่อง แต่เครื่องบินขับไล่ Su-27P เครื่องสุดท้ายถูกปลดประจำการในปี 2020
สำหรับฝูงบินเครื่องบินปีกนิ่งสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด(CAS: Close Air Support) กองทัพอากาศอุซเบกิสถานมีประจำการด้วยเครื่องบินโจมตี Sukhoi Su-25 จำนวน 13เครื่อง โดยมีสองเครื่องเป็นรุ่นเฉพาะสำหรับการลากเป้าอากาศ

แยกออกไปต่างหากรายงานจากสื่อบังกลาเทศตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลบังกลาเทศกำลังพิจารณาการจัดหาเครื่องบินขับไล่ J-10CE ภายใต้ความต้องการเครื่องบินรบอเนกประสงค์(MRCA: Multi-Role Combat Aircraft)
Zahed Rahman ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีบังกลาเทศกล่าวว่ารัฐบาลบังกลาเทศในนครหลวง Dhaka หวังที่จะสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ใหม่ในปีงบประมาณปัจจุบันหรือเป็นไปได้ในปีงบประมาณหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/loi-eurofighter-typhoon.html)

"เครื่องบินขับไล่ J-10 ของจีนเป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ ขณะที่เครื่องบินขับไล่ Dassault Aviation Rafale ฝรั่งเศสได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 ที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด เครื่องบินขับไล่ J-10 มีสมรรถนะที่ดีมากในการรบ 
ด้วยเหตุนี้บังกลาเทศกำลังมุ่งเน้นความสนใจที่ตัวเลือกนี้ และเราหวังที่จะมีความคืบหน้าที่ดี" Zahed กล่าว เขาสังเกตว่าเครื่องบินขับไล่ J-10 จีนมีราคาถูกกว่าเครื่องบินขับไล่ของยุโรปอย่างเครื่องบินขับไล่ Rafale หรือเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon

เครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยว J-10 ได้รับการยกระดับชื่อเสียงขึ้นอย่างมากในความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานในปี 2025 เมื่อเครื่องบินขับไล่ J-10CE ของกองทัพอากาศปากีสถาน(PAF: Pakistan Air Force) ลูกค้าส่งออกรายแรกของเครื่องบินรุ่นนี้
ได้ทำการยิงเครื่องบินขับไล่ Rafale ของกองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force) ตก(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/rafale-114-p-8i-neptune-6.html) ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยไกล PL-15 ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/jf-17-block-iii-pl-15.html)

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ Su-30MKM "Toruk Makto" LIMA 2025 กองทัพอากาศมาเลเซีย









Mini Review: Hobby Master 1/72 Air Power series Sukhoi Su-30MKM Flanker-H "Toruk Makto" M52-16, TUDM, LIMA 2025 (HA9513)
with 4x R-73, 4x R-27 and 4x R-77 air-to-air missiles, 2x Kh-31 air-to-surface missiles, and 2x twin B-8M1 rocket pods for S-8 80mm rockets.
The SU-30MKM is a multirole fighter aircraft operated by the Royal Malaysian Air Force (RMAF, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia). 
This variant of the Su-30 is tailored specifically for Malaysia, featuring advanced avionics, thrust-vectoring engines, and enhanced weaponry, making it highly capable in air-to-air and air-to-ground missions. 
Equipped with a modern radar system, the SU-30MKM can track multiple targets and engage them effectively. Its versatility allows for various roles, including air superiority, reconnaissance, and ground attack. 
The aircraft's capabilities have significantly strengthened Malaysia's defense posture and air combat capabilities, contributing to regional security and deterrence in Southeast Asia. 
Su-30MKM M52-16 of No. 12 Squadron RMAF in special paint scheme "Toruk Makto" featuring Malaysia's national flag, the Jalur Gemilang, was public displayed for fist time at Langkawi International Maritime and Aerospace Exhibition 2025 (LIMA 2025) show. 
Su-30MKM "Toruk Makto" M52-16 peformed aerial display during LIMA 2025 airshow, piloted by Chief of the Royal Malaysian Air Force, General Tan Sri Mohd Asghar Khan Goriman Khan, Callsign "Gunjiz"; and the Commander of the RMAF Gong Kedak Air Base, Colonel Mohd Norazan Othman, Callsign "Sting".

กองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) ได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-30MKM (NATO กำหนดรหัส "Flanker-H") จำนวน 18เครื่องในปี 2003 โดยลงนามสัญญาวงเงิน $900 million กับบริษัท Irkut Corporation ในเครือของกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยาน United Aircraft Corporation(UAC) รัสเซียในเดือนสิงหาคม 2003
ข้อตกลงการจัดซื้อยังได้รวมข้อตกลงชดเชย(offset) ต่างๆ รวมถึงการค้าต่างตอบแทน(counter trade) ในการชำระค่าใช้จ่าย 1/3 ของวงเงินสัญญาด้วยน้ำมันปาล์มดิบ และการฝึกอบรมและส่งนักบินอวกาศชาวมาเลเซียคนแรกภายใต้โครงการ Angkasawan คือ Dr.Sheikh Muszaphar Shukor สู่สถานีอวกาศนานาชาติ ISS(International Space Station) ด้วยจรวด Soyuz TMA-11 ในเดือนตุลาคม 2007 
กองทัพอากาศมาเลเซียได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Su-30MKM สองเครื่องแรกในเดือนพฤษภาคม 2007 ณ โรงงานอากาศยาน Irkut ในรัสเซีย โดยถูกส่งมอบมายังฐานทัพอากาศ RMAF Gong Kedak ในรัฐ Kelantan ด้วยเครื่องบินลำเลียง Antonov An-124-100 ในเดือนมิถุนายน 2007 และทยอยรับมอบจนครบทั้ง 18เครื่องในเดือนสิงหาคม 2009 เข้าประจำการในฝูงบินที่12(No.12 Squadron)

Su-30MKM เป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจสองที่นั่งเรียงกันที่เป็นรุ่นส่งออกสำหรับกองทัพอากาศมาเลเซีย ติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Saturn Lyulka AL-31FP พร้อมระบบปรับทิศทางแรงขับ thrust vectoring control(TVC) สองเครื่องให้กำลังขับเครื่องละ 123kN(28,000lbf) เมื่อใช้สันดาปท้าย ทำความเร็วได้สูงสุด Mach 2.0 และมีพิสัยบินไกลถึง 3,000km
เครื่องบินขับไล่ Su-30MKM ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ประจำเครื่องจากหลายแหล่งนอกจากของรัสเซียอย่าง PESA(Passive Electronically Scanned Array Radar) แบบ N011M Bars ที่สามารถติดตามเป้าหมายในอากาศได้ถึง 15 เป้าหมายและโจมตีได้พร้อมกันต่อเนื่อง 4เป้าหมาย และกระเปาะมาตรการต่อต้าน elctronic(ECM: Electronic Countermeasures): แบบ KNIRTI SAP-518
รวมถึงจอแสดงผลตรงหน้า(HUD: Head-Up Display) และกระเปาะชี้เป้าหมาย Damocles ของบริษัท Thales ฝรั่งเศส, ระบบแจ้งเตือนการถูกตรวจจับด้วย radar(RWR: Radar Warning Receiver) แบบ RWS-50 ระบบแจ้งเตือนการเข้าหาของอาวุธปล่อยนำวิถี(MAWS: Missile Approach Warning System) แบบ MAW-300 และระบบตรวจจับแจ้งเตือนการถูกเล็งด้วย laser(LWS: Laser Warning System) แบบ LWS310 จากบริษัท Avitronics แอฟริกาใต้

เครื่องบินขับไล่ Su-30MKM ติดตั้งปืนใหญ่อากาศ GSh-30-1 ขนาด 30x165mm ความจุกระสุน 150นัด มีภารกรรมบรรทุกอาวุธและอุปกรณ์ได้สูงถึง 8,000kg ใน 12จุดแข็งที่ปลายปีกใต้ปีกและใต้ลำตัวรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ R-73, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลางตระกูล R-27 และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง R-77,
จรวดอากาศสู่พื้นไม่นำวิถี S-8 ขนาด 80mm ในกระเปาะจรวดแบบ B-8M1 ความจุ 20นัด, จรวดอากาศสู่พื้นไม่นำวิถี S-13 ขนาด 122mm ในกระเปาะจรวดแบบ B-13L ความจุ 5นัด, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kh-29T/L, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kh-59ME อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านการแพร่คลื่น radar แบบ Kh-31P และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Kh-31A
ลูกระเบิดอากาศ OFAB-100-120, ลูกระเบิดอากาศ OFAB-250-270, ลูกระเบิดอากาศ FAB-500T, ระเบิดนำวิถี laser แบบ KAB-500L, ระเบิดนำวิถี laser แบบ KAB-1500L รวมถึงยังมีรายงานการทดสอบใช้ระเบิดนำวิถี laser แบบ GBU-12 Paveway II สหรัฐฯด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2017/06/su-30mkm-laser-gbu-12.html)

ในปี 2018 มีรายงานโดยกระทรวงกลาโหมมาเลเซียในขณะนั้นว่าเครื่องบินขับไล่ Su-30MKM ของกองทัพอากาศมาเลเซียจำนวน 14เครื่องจากทั้งหมด 18เครื่องได้ถูกงดบิน(grounded) เนื่องจากปัญหาเครื่องยนต์และการขาดแคลนอะไหล่(https://aagth1.blogspot.com/2018/08/su-30mkm-4-mig-29n.html) โดยมีการแก้ไขปัญหาความพร้อมผ่านการปรับปรุงภายในประเทศโดยบริษัท Aerospace Technology Systems Corporation(ATSC) ในปี 2019(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/su-30mkm.html) และเสร็จสิ้นในปี 2025 
รวมถึงเครื่องบินขับไล่ Su-30MKM หมายเลข M52-16 "Toruk Makto" ลวดลายพิเศษที่มีธงชาติมาเลเซีย(Jalur Gemilang) บนเครื่องที่ถูกเปิดตัวครั้งแรก ณ นิทรรศการทางเรือและการบินนานาชาติ LIMA 2025 ที่ Langkawi ระหว่างวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2025 ที่ทำการแสดงการบินทางอากาศโดยผู้บัญชาการกองทัพอากาศมาเลเซียในขณะนั้น พลอากาศเอก Tan Sri Mohd Asghar Khan Goriman Khan ที่มี Callsign "Gunjiz" และผู้บังคับการฐานทัพอากาศ RMAF Gong Kedak นาวาอากาศเอก Mohd Norazan Othman ที่มี Callsign "Sting"
ซึ่ง Su-30MKM M52-16 "Toruk Makto" นำชื่อมาจากสัตว์นักล่าบินได้ในภาพยนตร์ชุด Avatar สื่อถึงการใช้นักบินที่มีความชำนาญและกล้าหาญระดับสูงถึงจะควบคุมเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดยังได้ถูกนำมาวางกำลัง ณ กองบิน๑ โคราช กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Foce) ในการฝึกผสมทางอากาศ AIR THAMAL 33/2025 ระหว่างวันที่ ๓๐ มิถุนายน ถึง วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/air-thamal-2025.html) และต่อมาได้ทำการแสดงในงานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2026 ที่ Changi สิงคโปร์ระหว่างวันที่ 3-8 กุมภาพันธ์ 2026

Hobby Master Su-30MKM "Toruk Makto" M52-16, TUDM, LIMA 2025 (HA9513)  เป็นแบบจำลอง Diecast ล่าสุดที่ผู้เขียนซื้อจากร้าน TOY STUDIO ใน Centerpoint Siam Square ที่ผู้เขียนเป็นสมาชิกได้สิทธิซื้อในราคาลดพิเศษ 10% ผ่านการสั่งจองล่วงหน้า ซึ่งแบบจำลอง Diecast มีก่อนหน้าคือ Hobby Master F-14D VF-31 Tomcatters (HA5202) ตัวแรก(https://aagth1.blogspot.com/2018/09/12-f-14-tomcat.html), 
Hobby Master F-35A 69-8701, JASDF, March 2020 (HA4423) ตัวที่สอง(https://aagth1.blogspot.com/2022/08/f-35a-302.html), Hobby Master AH-64E Apache Guardian 73117, 1st Air Cavalry, US Army, 2018 (HH1215) ตัวที่สาม(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/ah-64e-apache-guardian-1.html), Hobby Master Eurofighter Typhoon "Bavarian Tigers" 30+29, JG 74, Neurburg Air Base, 2013 (HA6652) ตัวที่สี่(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/eurofighter-typhoon-bavarian-tigers-74.html), Hobby Master AV-8B Harrier II Plus 1-19, Marina Militare, North Arabian Sea, 2002 "Operation Eduring Freedom" (HA2627) ตัวที่ห้า(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/av-8b-harrier-ii-plus.html), Hobby Master F-15SG RSAF 55th Anniversary (HA4537) ตัวที่หก(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/f-15sg-rsaf-55th-anniversary.html), และ Hobby Master Rafale EH BS 001, Indian Air Force, 2020 (HA9616) ตัวที่เจ็ด(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/rafale-eh-bs-001.html)

ตัวแบบจำลองทำจากโลหะแข็งแรงมาก บรรจุภัณฑ์มีขนาดใหญ่โดยตัวแบบจำลองบรรจุในกล่องโฟมที่จัดเก็บมาค่อนข้างดีเอาออกได้ค่อนข้างสะดวกถ้าเทียบกับ series อื่นๆ แต่มีปัญหาคือดูเหมือนจะไม่มีคู่มือการประกอบมาให้ ขาตั้งแสดงฐาน plastic และแกนโลหะจะประกอบค่อนข้างยากหน่อยในช่วงแรก แต่ก็มีความพอดีในการติดตั้งและจัดแสดงแบบจำลองถ้าเทียบกับ F-15 series ที่ขาตั้งแสดงดูไม่แข็งแรงและสมดุลเลย
ห้องนักบินมีรายละเอียดพอประมาณแต่ก็ไม่มากนัก ให้หุ่นนักบินมาสองนายซึ่งฝาปิดห้องนักบินค่อนข้างถอดเข้าออกง่ายและสามารถใส่หุ่นนักบินเข้าไปได้ง่ายกว่าถ้าเทียบ series อื่นๆ ชุดอาวุธที่ให้จะมีอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ R-73 ที่ปลายปีกสองนัด และติดเพิ่มได้อีกสองนัดรวมสี่นัด, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ R-77 สี่นัดสำหรับติดที่ตำบลอาวุธใต้ปีก, กระเปาะจรวด B-8M1 แบบแฝดสองสองชุดติดใต้ปีก
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ R-27 สี่นัดติดใต้ปีกสองนัด และกลางลำตัวสองนัดซึ่งถ้าใส่ขาตั้งแสดงจะติดนัดด้านหน้าไม่ได้, และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kh-31 สองนัดติดที่ตำบลอาวุธใต้ช่องรับอากาศเข้าซึ่งมีปัญหาข้างหนึ่งติดไม่ได้เลยคับมากอีกข้างติดแล้วไม่พอดีหลุดง่ายมากแต่ขยับเบาๆเลยเลือกที่จะไม่ติด และฐานล้อหน้าที่เจอชิ้นส่วนเล็กๆหลุดต้องติดเข้าไปใหม่ เป็นข้อบกพร่องพอประมาณที่พบครับ

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569

สิงคโปร์ทำพิธีวางกระดูกงูเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สาม

Singapore Lays Keel for Third Multi-Role Combat Vessel



A segment of Singapore's third MRCV seen here at the keel-laying ceremony on 3 September 2026. (Republic of Singapore Navy)

บริษัท ST Engineering Marine สิงคโปร์ได้ประกาศการทำพิธีวางกระดูกงูเรือของเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV(Multirole Combat Vessel) ลำที่สามสำหรับสำหรับกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 ณ อู่เรือของบริษัท
พิธีวางกระดูกงูเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สามได้เชิญเจ้าหน้าที่ต่างๆเข้าร่วมรวมถึงปลัดกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ Joseph Leong, ผู้บัญชาการกองทัพเรือสิงคโปร์ พลเรือตรี Sean Wat  พร้อคณะนายทหารกองทัพเรือสิงคโปร์, ตัวแทนจากสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหมสิงคโปร์(DSTA: Defence Science and Technology Agency) และบริษัท ST Engineering Marine

พิธีวางกระดูกงูมีขึ้นตามพิธีตัดเหล็กของเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ลำที่สามและลำที่สี่เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/victory-mrcv.html) ตามด้วยพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สอง เรือรบอเนกประสงค์ RSS Valour(89) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/victory-mrcv-rss-valour.html)
ที่มีขึ้น ณ อู่เรือ Benoi ของบริษัท ST Engineering Marine เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำแรก เรือรบอเนกประสงค์ RSS Victory(88) มีพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/mrcv-rss-victory.html) ด้วยเรือลำที่สามที่ขณะเริ่มการสร้างอย่างเป็นทางการแล้ว โครงการ MRCV มีเรือที่อยู่สถานะการสร้างที่แตกต่างกัน

กองทัพเรือสิงคโปร์วางแผนที่จะทยอยได้รับมอบเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV จำนวน 6ลำตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/victory-mrcv.html) เพื่อทดแทนเรือคอร์เวตชั้น Victory ของกองทัพเรือสิงคโปร์ที่มีอายุการใช้งานมานาน ซึ่งได้ถูกขึ้นระวางประจำการช่วงระหว่างปี 1990-1991
เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV จะยังคงได้รับการตั้งชื่อเรือและหมายเลขเรือตามเรือคอร์เวตชั้น Victory ทั้ง 6ลำที่มีก่อนหน้า ลำแรก เรือรบอเนกประสงค์ RSS Victory และลำที่สอง เรือรบอเนกประสงค์ RSS Valour ได้รับการตั้งชื่อเรือตามเรือคอร์เวตชั้น Victory เดิมจึงเป็นไปได้ว่าเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สามจะมีชื่อเรือคือ เรือรบอเนกประสงค์ RSS Vigilance หมายเลขเรือ 90

เรือรบอเนกประสงค์ MRCV เป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีมีความซับซ้อนทางเทคนิคมากที่สุดที่เคยถูกสร้างในสิงคโปร์ เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory มีความยาวเรือรวมที่ 150m, กว้างที่ 21m, และระวางวางขับน้ำที่ราว 8,000tonnes สิงคโปร์อธิบายแบบเรือรบอเนกประสงค์ MRCV ในฐานะเรือรบและเรือแม่สำหรับระบบไร้คนขับต่างๆ 
โดยมีจุดประสงค์ที่จะปฏิบัติการระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System), ยานผิวน้ำไร้คนขับ(USV: Unmanned Surface Vehicle), และยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ควบคู่ไปกับระบบตรวจจับและอาวุธต่างๆของตัวเรือเอง

เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ถูกออกแบบที่จะสามารถทำความเร็วได้ที่มากกว่า 22knots และมีระยะการปฏิบัติการไกลเกิน 7,000nmi ราวประมาณสองเท่าของเรือฟริเกตชั้น Formidable ของกองทัพเรือสิงคโปร์(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/formidable-blue-spear.html
เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV มีกำลังพลประจำเรือขั้นพื้นฐานที่น้อยกว่า 100นาย สิงคโปร์ระบุว่าการลงกำลังพลประจำเรือดังกล่าวเป็นผลจากการนำระบบอัตโนมัติต่างๆมาใช้อย่างมาก สะพานเดินเรือถูกออกแบบที่จะปฏิบัติการได้โดยลูกเรือสองนายและศูนย์ควบคุมเครื่องจักรของพรรคกลินโดยเจ้าหน้าที่หนึ่งนาย

เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ยังจะบูรณาการด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ สถาปัตยกรรมระบบจ่ายไฟฟ้าของเรือได้ถูกออกแบบให้มีความจุรองรับอุปกรณ์ในอนาคตที่ต้องการพลังงานไฟฟ้าที่มากขึ้นได้ ดาดฟ้ายก(superstructure) ของเรือสร้างด้วยวัสดุผสมมีจุดประสงค์เพื่อลดน้ำหนักส่วนบนและสงวนพื้นที่ต่างๆสำหรับการเพิ่มเติมภายหลัง
ห้องบรรทุกภารกิจจะรองรับชุดบรรจุ module ต่างๆ 8ตู้ สิงคโปร์ระบบุว่าการใช้งานรวมถึงระบบไร้คนขับต่างๆ, การส่งกำลังบำรุงต่างๆ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief) ตู้บรรทุกมาตรฐานต่างๆยังจะถูกใช้สำหรับวางกำลังสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์เพิ่มเติมเมื่อจำเป็น

สำหรับระบบการรบต่างๆ กองทัพเรือสิงคโปร์เปิดเผยว่าเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV จะติดตั้งด้วย multifunction radar และ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) ของบริษัท Thales ยุโรป, ระบบตรวจจับกล้อง electro-optical และ sonar ตัวเรือของบริษัท Safran ฝรั่งเศส
ระบบอาวุธต่างๆรวมถึงปืนเรือ Leonardo 76mm Strales(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/7662-strales-drone.html), ระบบแท่นยิงอาวุธปืนกล RCWS(Remotely Controlled Weapon System) แบบ Typhoon Mk 30‑C ขนาด 30mm, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MICA และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Aster ในแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(vertical launching system) แบบ Sylver จำนวน 16ท่อยิง

สิงคโปร์กล่าวว่าอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นที่ถูกเลือกสำหรับเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV จะได้รับการยืนยันในภายหลัง มีการคาดว่าจะเป็นระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear ที่พัฒนาร่วมโดยสิงคโปร์และอิสราเอล(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/blue-spear-formidable.html
เรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ยังมีจุดประสงค์ที่จะถูกใช้งานในฐานะเรือบัญชาการสำหรับภารกิจต่างๆของกองทัพสิงคโปร์(SAF: Singapore Armed Forces) ระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) ได้รับการพัฒนาในประเทศโดย DSTA สิงคโปร์ 

โครงการเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ได้นำสถาบันวิจัยทางกลาโหมแห่งชาติสิงคโปร์ DSO National Laboratories, บริษัท ST Engineering สิงคโปร์ และหุ้นส่วนนานาชาติต่างๆที่ไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ(รวมถึงบริษัท Saab สวีเดน)มาร่วมทำงานด้วยกัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/saab-mrcv.html)
ST Engineering Marine สิงคโปร์กล่าวว่าโครงการเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ได้บันทึกสถิติการทำงานครบ 2ล้านชั่วโมงคนงานโดยปราศจากอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องหยุดงาน ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งชื่อเรือจริงๆ แผนกำหนดการทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำและการส่งมอบของเรือรบอเนกประสงค์ชั้น Victory MRCV ลำที่สามครับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569

สวีเดนลงนามจัดหาเรือฟริเกต FDI ฝรั่งเศสสำหรับโครงการเรือฟริเกตชั้น Luleå ใหม่ 4ลำ

Sweden inks deal with Naval Group for new frigates





The FMV has signed a contract with Naval Group for the delivery of four new Luleå-class frigates for the RSwN. (Naval Group)

สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) ได้ลงนามสัญญากับบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสผู้สร้างเรือและผู้บูรณาการระบบต่างๆ
เป็นมูลค่าวงเงินประมาณ 47 billion Swedish Krona($4.9 billion) ในฐานะหุ้นส่วนสัญญาหลักสำหรับโครงการเรือฟริเกตชั้น Luleå จำนวน 4ลำของกองทัพเรือสวีเดน(RSwN: Royal Swedish Navy, Svenska marinen)

สัญญาได้รับการลงนามโดยผู้อำนวยการสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน Mikael Granholm และประธานและผู้อำนวยการบริหาร Naval Group ฝรั่งเศส Pierre Éric Pommellet เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026
สัญญาครอบคลุมการสร้าง, การบูรณาการ และการส่งมอบเรือฟริเกต 4ลำที่มีพื้นฐานจากแบบเรือฟริเกตชั้น Amiral Ronarc'h FDI(Frégate de Défense et d'Intervention) ของกองทัพเรือฝรั่งเศส(French Navy, Marine nationale)

พิธีลงนามสัญญามีขึ้นบนเรือฟริเกตชั้น Amiral Ronarc'h ลำแรก เรือฟริเกต D660 Amiral Ronarc'h ที่จอดเทียบท่าในกรุง Stockholm สวีเดน โดยมีนายกรัฐมนตรีสวีเดน Ulf Kristersson และประธานาธิบดีฝรั่งเศส Emmanuel Macron ร่วมพิธี
ข้อตกลงกรอบการทำงานในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหมทวิภาคีระหว่างสวีเดนและฝรั่งเศสได้ถูกลงนามในวันเดียวกันโดยรัฐมนตรีกลาโหมสวีเดน Pål Jonson รัฐมนตรีกระทรวงกองทัพและทหารผ่านศึกฝรั่งเศส Catherine Vautrin

ข้อตกลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมืออันแน่นแฟ้นเกี่ยวกับประเด็นการปฏิบัติการต่างๆ เช่นเดียวกับเกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์และอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ
รัฐบาลสวีเดนได้ประกาศการเลือกแบบเรือฟริเกต FDI ฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ตามการประเมินค่าการแข่งขันที่ได้รับการดำเนินการโดย FMV สวีเดน(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/fdi-lulea-4.html)

ข้อเสนอของ Naval Group ฝรั่งเศสเป็นที่พึ่งประสงค์เหนือผู้เข้าแข่งรายอื่นๆจากบริษัท Babcock สหราอาณาจักรที่เสนอแบบเรือฟริเกต Arrowhead 120 ในความเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท Saab สวีเดน และบริษัท Navatia สเปนที่เสนอแบบเรือฟริเกต ALFA 4000
เรือฟริเกตชั้น Luleå ใหม่ 4ลำที่จะได้รับการตั้งชื่อว่าลำแรกเรือฟริเกต HMS Luleå, ลำที่สองเรือฟริเกต HMS Norrköping, ลำที่สามเรือฟริเกต HMS Trelleborg และลำที่สี่และลำสุดท้ายเรือฟริเกต HMS Halmstad

เรือฟริเกตชั้น Luleå ทั้งหมด 4ลำมีความตั้งใจที่จะถูกส่งมอบให้กองทัพเรือสวีเดนได้ปีละหนึ่งลำระหว่างปี 2030 ถึงปี 2034 เรือฟริเกตชั้น Luleå จะมอบขีดความสามารถแก่กองทัพเรือสวีเดน
ด้วยการป้องกันภัยทางอากาศและอาวุธปล่อยนำวิถีควบคู่ไปกับขีดความสามารถสงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare) และสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) ต่างๆอันทรงพลังครับ

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มาเลเซียจะทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela LCS ลำที่สี่ในเดือนมกราคม 2027

Malaysia to launch fourth Maharaja Lela-class LCS in January 2027







Malaysia future fourth Maharaja Lela-class frigate, seen here in construction at Lumut Naval Shipyard (LUNAS). The country will launch its fourth ship in the class in January 2027. (LUNAS)



อู่เรือบริษัท Lumut Naval Shipyard(LUNAS) มาเลเซียกำลังวางแผนที่จะทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela โครงการ Littoral Combat Ship(LCS) ลำที่สี่ในเดือนมกราคม 2027
Janes ได้รับทราบ เหตุการณ์สำคัญดังกล่าวนั้นจะบ่งชี้ว่าโครงการเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela LCS ที่ล่าช้ามายาวนานยังคงดำเนินการเป็นไปตามกำหนดการที่ได้รับการแก้ไขล่าสุด

แผนที่จะทำการปล่อยเรือลงน้ำของเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela LCS ลำที่สี่ เรือฟริเกต KD Mat Salleh หมายเลขเรือ 2504 ในเดือนมกราคม 2027 มีขึ้นตามหลายชุดการบรรลุผลเหตุการณ์สำคัญที่มีขึ้นในปี 2026
รวมถึงพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำที่สาม เรือฟริเกต KD Sharif Mashor หมายเลขเรือ 2503 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lcs-kd-sharif-mashor.html)

และการเริ่มต้นการทดลองเรือทางทะเลต่างๆของเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela LCS ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela หมายเลขเรือ 2501 ก่อนหน้าในปี 2026 นี้เช่นเดียวกัน(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lcs-kd-maharaja-lela.html)
โครงการ LCS ของมาเลเซียมีพื้นฐานแบบเรือหลักจากแบบเรือฟริเกต Gowind ของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศส และจัดตั้งขึ้นเป็นจุดศูนย์กลางของความพยายามการปรับปรุงความทันสมัยกองเรือผิวน้ำของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela มีขนาดความยาวตัวเรือประมาณ 111m และระวางขับน้ำปกติที่ราว 3,000tonnes ระบบอาวุธต่างๆของเรือรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA VL MICA(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/vl-mica-lcs.html),
ปืนเรือ BAE Systems 57mm Mk 3, ปืนกล MSI-Defence Seahawk 30mm, และแท่นยิง torpedo เบาสามท่อยิง J+S 324mm สำหรับ torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/torpedo-sea-maharaja-lela.html)

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela LCS เดิมมีความตั้งใจที่ติดตั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM) ของบริษัท Kongsberg นอร์เวย์ แต่แผนเหล่านั้นได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบควบคุมการส่งออกล่าสุดของนอร์เวย์(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/nsm.html)
ชุดระบบตรวจจับของเรือที่นำมาติดตั้งรวมถึง radar แบบ Thales SMART-S Mk 2, ระบบควบคุมการยิง(FCS: fire-control system) แบบ Rheinmetall TMEO Mk 2 TMX/EO และ sonar ลากท้ายหลายระดับความลึก VDS(Variable Depth Sonar) ความถี่ต่ำแบบ Thales Captas-2 สำหรับการปฏิบัติการสงครามปราบเรือดำน้ำต่างๆ

เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela มีกำหนดที่จะส่งมอบให้แก่กองทัพเรือมาเลเซียในเดือนธันวาคม 2026, ลำที่สอง เรือฟริเกต KD Raja Muda Nala หมายเลขเรือ 2502 ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนกรกฎาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/lcs-kd-raja-muda-nala.html)
และมีกำหนดส่งมอบแก่กองทัพเรือมาเลเซียในเดือนสิงหาคม 2027(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/lcs-kd-raja-muda-nala.html), ลำที่ห้าและลำสุดท้าย เรือฟริเกต KD Tok Janggut หมายเลขเรือ 2505 กำลังอยู่ระหว่าการต่อเรือที่อู่เรือ LUNAS ครับ

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เรือฟริเกตชั้น Formidable สิงคโปร์ติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear อิสราเอลแล้ว

Singapore Formidable-class frigates fitted with Blue Spear missile



File image of the Formidable-class frigate RSS Steadfast at Hawaii during the exercise RIMPAC 2026. (US Navy)

เรือฟริเกตชั้น Formidable ของกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) ได้รับการติดตั้งด้วยด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear SSM(Surface-to-Surface Missile) แล้ว Janes สามารถยืนยันได้
อาวุธปล่อยนำวิถี Blue Spear ได้รับการติดตั้งในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงครึ่งอายุ(MLU: Mid-Life Upgrade) ของเรือฟริเกตชั้น Formidable แทนที่อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Harpoon ASM(Anti-Ship Missile) ดั้งเดิม

ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear ถูกเห็นได้บนเรือฟริเกตชั้น Formidable ลำที่สาม เรือฟริเกต RSS Steadfast หมายเลขเรือ 70(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/formidable-rss-stalwart-aster.html)
ซึ่งกองทัพเรือสิงคโปร์จะเปิดให้สาธารณชนเข้าชมพร้อมการแนะนำจากเจ้าหน้าที่ ณ ท่าเรือสำราญนานาชาติ Tokyo International Cruise Terminal ในกรุง Tokyo ญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคม 2026

สิงคโปร์ได้เปิดเผยเป็นครั้งแรกถึงแผนที่จะติดตั้งเรือฟริเกตชั้น Formidable ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถี Blue Spear ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Janes ก่อนหน้างานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ทางเรือ IMDEX 2023
ผู้บัญชาการกองเรือที่1(First Flotilla) กองทัพเรือสิงคโปร์ ณ เวลานั้น นาวาเอก Ng Kok Yeng Daniel ได้ร่างเค้าโครงความตั้งใจระหว่างก่อนเริ่มงานแสดง IMDEX 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/blue-spear-formidable.html)

กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ได้แถลงตามมาต่อเนื่องว่าโครงการปรับปรุงครึ่งอายุของเรือฟริเกตชั้น Formidable จะยังรวมถึงการปรับปรุงระบบอำนวยการรบ, ระบบสื่อสาร และระบบทางวิศวกรรมต่างๆของเรือ
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear ได้รับการทำตลาดโดยบริษัท Proteus Advanced Systems กิจการร่วมค้า(JV: Joint Venture) ระหว่างบริษัท Israel Aerospace Industries(IAI) อิสราเอล และบริษัท ST Engineering สิงคโปร์

ระบบอาวุธปล่อยนำวิถี Blue Spear สามารถสืบย้อนไปได้ถึงต้นกำเนิดในตระกูลอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Gabriel และได้รับการพัฒนาสำหรับทั้งภารกิจโจมตีเรือผิวน้ำและโจมตีภาคพื้นดินต่างๆ
ตามข้อมูลคุณลักษณะที่เผยแพร่โดยบริษัท Proteus Advanced Systems อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีความเร็วต่ำกว่าเสียง subsonic มีระยะยิงที่ราว 290m และสามารถโจมตีเป้าหมายต่างๆในระยะนอกสายตา(BLOS: Beyond Line-of-Sight) ได้

อาวุธปล่อยนำวิถี Blue Spear ได้นำชุดระบบหัวค้นหา seeker และระบบนำวิถีมาใช้ที่ออกแบบเพื่อปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมที่มีการแพร่สัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าหนาแน่นและเพื่อต่อต้านฝ่ายตรงข้ามที่วางกำลังระบบมาตรการต่อต้านทาง electronic ต่างๆ
เจ้าหน้าที่ในภาคอุตสาหกรรมกล่าวกับ Janes ก่อนหน้านี้ว่า อาวุธปล่อยนำวิถี Blue Spear สามารถโจมตีเป้าหมายต่างๆได้ทั้งเป้าหมายทางทะเลและเป้าหมายภาคพื้นดิน และสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินของตนได้อย่างพลวัตในการต่อต้านเป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่ต่างๆ

อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Blue Spear ยังทำการบินโคจรในรูปแบบบินเรี่ยดผิวน้ำ(sea-skimming) ระดับต่ำโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามยุ่งยากในการตรวจพบและสกัดกั้น(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/7662-strales-drone.html)
เรือฟริเกตชั้น Formidable ทั้ง 6ลำ ลำแรกเรือฟริเกต RSS Formidable(68), ลำที่สองเรือฟริเกต RSS Intrepid, ลำที่สามเรือฟริเกต RSS Steadfast(70), ลำที่สี่เรือฟริเกต RSS Tenacious(71), ลำที่ห้าเรือฟริเกต RSS Stalwart(72) และลำที่หกเรือฟริเกต RSS Supreme(73) ถูกขึ้นระวางประจำการในช่วงปี 2007-2009 ครับ