วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ Su-30MKM "Toruk Makto" LIMA 2025 กองทัพอากาศมาเลเซีย









Mini Review: Hobby Master 1/72 Air Power series Sukhoi Su-30MKM Flanker-H "Toruk Makto" M52-16, TUDM, LIMA 2025 (HA9513)
with 4x R-73, 4x R-27 and 4x R-77 air-to-air missiles, 2x Kh-31 air-to-surface missiles, and 2x twin B-8M1 rocket pods for S-8 80mm rockets.
The SU-30MKM is a multirole fighter aircraft operated by the Royal Malaysian Air Force (RMAF, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia). 
This variant of the Su-30 is tailored specifically for Malaysia, featuring advanced avionics, thrust-vectoring engines, and enhanced weaponry, making it highly capable in air-to-air and air-to-ground missions. 
Equipped with a modern radar system, the SU-30MKM can track multiple targets and engage them effectively. Its versatility allows for various roles, including air superiority, reconnaissance, and ground attack. 
The aircraft's capabilities have significantly strengthened Malaysia's defense posture and air combat capabilities, contributing to regional security and deterrence in Southeast Asia. 
Su-30MKM M52-16 of No. 12 Squadron RMAF in special paint scheme "Toruk Makto" featuring Malaysia's national flag, the Jalur Gemilang, was public displayed for fist time at Langkawi International Maritime and Aerospace Exhibition 2025 (LIMA 2025) show. 
Su-30MKM "Toruk Makto" M52-16 peformed aerial display during LIMA 2025 airshow, piloted by Chief of the Royal Malaysian Air Force, General Tan Sri Mohd Asghar Khan Goriman Khan, Callsign "Gunjiz"; and the Commander of the RMAF Gong Kedak Air Base, Colonel Mohd Norazan Othman, Callsign "Sting".

กองทัพอากาศมาเลเซีย(RMAF: Royal Malaysian Air Force, TUDM: Tentera Udara Diraja Malaysia) ได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ Sukhoi Su-30MKM (NATO กำหนดรหัส "Flanker-H") จำนวน 18เครื่องในปี 2003 โดยลงนามสัญญาวงเงิน $900 million กับบริษัท Irkut Corporation ในเครือของกลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยาน United Aircraft Corporation(UAC) รัสเซียในเดือนสิงหาคม 2003
ข้อตกลงการจัดซื้อยังได้รวมข้อตกลงชดเชย(offset) ต่างๆ รวมถึงการค้าต่างตอบแทน(counter trade) ในการชำระค่าใช้จ่าย 1/3 ของวงเงินสัญญาด้วยน้ำมันปาล์มดิบ และการฝึกอบรมและส่งนักบินอวกาศชาวมาเลเซียคนแรกภายใต้โครงการ Angkasawan คือ Dr.Sheikh Muszaphar Shukor สู่สถานีอวกาศนานาชาติ ISS(International Space Station) ด้วยจรวด Soyuz TMA-11 ในเดือนตุลาคม 2007 
กองทัพอากาศมาเลเซียได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Su-30MKM สองเครื่องแรกในเดือนพฤษภาคม 2007 ณ โรงงานอากาศยาน Irkut ในรัสเซีย โดยถูกส่งมอบมายังฐานทัพอากาศ RMAF Gong Kedak ในรัฐ Kelantan ด้วยเครื่องบินลำเลียง Antonov An-124-100 ในเดือนมิถุนายน 2007 และทยอยรับมอบจนครบทั้ง 18เครื่องในเดือนสิงหาคม 2009 เข้าประจำการในฝูงบินที่12(No.12 Squadron)

Su-30MKM เป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจสองที่นั่งเรียงกันที่เป็นรุ่นส่งออกสำหรับกองทัพอากาศมาเลเซีย ติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Saturn Lyulka AL-31FP พร้อมระบบปรับทิศทางแรงขับ thrust vectoring control(TVC) สองเครื่องให้กำลังขับเครื่องละ 123kN(28,000lbf) เมื่อใช้สันดาปท้าย ทำความเร็วได้สูงสุด Mach 2.0 และมีพิสัยบินไกลถึง 3,000km
เครื่องบินขับไล่ Su-30MKM ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ประจำเครื่องจากหลายแหล่งนอกจากของรัสเซียอย่าง PESA(Passive Electronically Scanned Array Radar) แบบ N011M Bars ที่สามารถติดตามเป้าหมายในอากาศได้ถึง 15 เป้าหมายและโจมตีได้พร้อมกันต่อเนื่อง 4เป้าหมาย และกระเปาะมาตรการต่อต้าน elctronic(ECM: Electronic Countermeasures): แบบ KNIRTI SAP-518
รวมถึงจอแสดงผลตรงหน้า(HUD: Head-Up Display) และกระเปาะชี้เป้าหมาย Damocles ของบริษัท Thales ฝรั่งเศส, ระบบแจ้งเตือนการถูกตรวจจับด้วย radar(RWR: Radar Warning Receiver) แบบ RWS-50 ระบบแจ้งเตือนการเข้าหาของอาวุธปล่อยนำวิถี(MAWS: Missile Approach Warning System) แบบ MAW-300 และระบบตรวจจับแจ้งเตือนการถูกเล็งด้วย laser(LWS: Laser Warning System) แบบ LWS310 จากบริษัท Avitronics แอฟริกาใต้

เครื่องบินขับไล่ Su-30MKM ติดตั้งปืนใหญ่อากาศ GSh-30-1 ขนาด 30x165mm ความจุกระสุน 150นัด มีภารกรรมบรรทุกอาวุธและอุปกรณ์ได้สูงถึง 8,000kg ใน 12จุดแข็งที่ปลายปีกใต้ปีกและใต้ลำตัวรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ R-73, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลางตระกูล R-27 และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง R-77,
จรวดอากาศสู่พื้นไม่นำวิถี S-8 ขนาด 80mm ในกระเปาะจรวดแบบ B-8M1 ความจุ 20นัด, จรวดอากาศสู่พื้นไม่นำวิถี S-13 ขนาด 122mm ในกระเปาะจรวดแบบ B-13L ความจุ 5นัด, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kh-29T/L, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kh-59ME อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านการแพร่คลื่น radar แบบ Kh-31P และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Kh-31A
ลูกระเบิดอากาศ OFAB-100-120, ลูกระเบิดอากาศ OFAB-250-270, ลูกระเบิดอากาศ FAB-500T, ระเบิดนำวิถี laser แบบ KAB-500L, ระเบิดนำวิถี laser แบบ KAB-1500L รวมถึงยังมีรายงานการทดสอบใช้ระเบิดนำวิถี laser แบบ GBU-12 Paveway II สหรัฐฯด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2017/06/su-30mkm-laser-gbu-12.html)

ในปี 2018 มีรายงานโดยกระทรวงกลาโหมมาเลเซียในขณะนั้นว่าเครื่องบินขับไล่ Su-30MKM ของกองทัพอากาศมาเลเซียจำนวน 14เครื่องจากทั้งหมด 18เครื่องได้ถูกงดบิน(grounded) เนื่องจากปัญหาเครื่องยนต์และการขาดแคลนอะไหล่(https://aagth1.blogspot.com/2018/08/su-30mkm-4-mig-29n.html) โดยมีการแก้ไขปัญหาความพร้อมผ่านการปรับปรุงภายในประเทศโดยบริษัท Aerospace Technology Systems Corporation(ATSC) ในปี 2019(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/su-30mkm.html) และเสร็จสิ้นในปี 2025 
รวมถึงเครื่องบินขับไล่ Su-30MKM หมายเลข M52-16 "Toruk Makto" ลวดลายพิเศษที่มีธงชาติมาเลเซีย(Jalur Gemilang) บนเครื่องที่ถูกเปิดตัวครั้งแรก ณ นิทรรศการทางเรือและการบินนานาชาติ LIMA 2025 ที่ Langkawi ระหว่างวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2025 ที่ทำการแสดงการบินทางอากาศโดยผู้บัญชาการกองทัพอากาศมาเลเซียในขณะนั้น พลอากาศเอก Tan Sri Mohd Asghar Khan Goriman Khan ที่มี Callsign "Gunjiz" และผู้บังคับการฐานทัพอากาศ RMAF Gong Kedak นาวาอากาศเอก Mohd Norazan Othman ที่มี Callsign "Sting"
ซึ่ง Su-30MKM M52-16 "Toruk Makto" นำชื่อมาจากสัตว์นักล่าบินได้ในภาพยนตร์ชุด Avatar สื่อถึงการใช้นักบินที่มีความชำนาญและกล้าหาญระดับสูงถึงจะควบคุมเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดยังได้ถูกนำมาวางกำลัง ณ กองบิน๑ โคราช กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Foce) ในการฝึกผสมทางอากาศ AIR THAMAL 33/2025 ระหว่างวันที่ ๓๐ มิถุนายน ถึง วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/air-thamal-2025.html) และต่อมาได้ทำการแสดงในงานแสดงการบินนานาชาติ Singapore Airshow 2026 ที่ Changi สิงคโปร์ระหว่างวันที่ 3-8 กุมภาพันธ์ 2026

Hobby Master Su-30MKM "Toruk Makto" M52-16, TUDM, LIMA 2025 (HA9513)  เป็นแบบจำลอง Diecast ล่าสุดที่ผู้เขียนซื้อจากร้าน TOY STUDIO ใน Centerpoint Siam Square ที่ผู้เขียนเป็นสมาชิกได้สิทธิซื้อในราคาลดพิเศษ 10% ผ่านการสั่งจองล่วงหน้า ซึ่งแบบจำลอง Diecast มีก่อนหน้าคือ Hobby Master F-14D VF-31 Tomcatters (HA5202) ตัวแรก(https://aagth1.blogspot.com/2018/09/12-f-14-tomcat.html), 
Hobby Master F-35A 69-8701, JASDF, March 2020 (HA4423) ตัวที่สอง(https://aagth1.blogspot.com/2022/08/f-35a-302.html), Hobby Master AH-64E Apache Guardian 73117, 1st Air Cavalry, US Army, 2018 (HH1215) ตัวที่สาม(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/ah-64e-apache-guardian-1.html), Hobby Master Eurofighter Typhoon "Bavarian Tigers" 30+29, JG 74, Neurburg Air Base, 2013 (HA6652) ตัวที่สี่(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/eurofighter-typhoon-bavarian-tigers-74.html), Hobby Master AV-8B Harrier II Plus 1-19, Marina Militare, North Arabian Sea, 2002 "Operation Eduring Freedom" (HA2627) ตัวที่ห้า(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/av-8b-harrier-ii-plus.html), Hobby Master F-15SG RSAF 55th Anniversary (HA4537) ตัวที่หก(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/f-15sg-rsaf-55th-anniversary.html), และ Hobby Master Rafale EH BS 001, Indian Air Force, 2020 (HA9616) ตัวที่เจ็ด(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/rafale-eh-bs-001.html)

ตัวแบบจำลองทำจากโลหะแข็งแรงมาก บรรจุภัณฑ์มีขนาดใหญ่โดยตัวแบบจำลองบรรจุในกล่องโฟมที่จัดเก็บมาค่อนข้างดีเอาออกได้ค่อนข้างสะดวกถ้าเทียบกับ series อื่นๆ แต่มีปัญหาคือดูเหมือนจะไม่มีคู่มือการประกอบมาให้ ขาตั้งแสดงฐาน plastic และแกนโลหะจะประกอบค่อนข้างยากหน่อยในช่วงแรก แต่ก็มีความพอดีในการติดตั้งและจัดแสดงแบบจำลองถ้าเทียบกับ F-15 series ที่ขาตั้งแสดงดูไม่แข็งแรงและสมดุลเลย
ห้องนักบินมีรายละเอียดพอประมาณแต่ก็ไม่มากนัก ให้หุ่นนักบินมาสองนายซึ่งฝาปิดห้องนักบินค่อนข้างถอดเข้าออกง่ายและสามารถใส่หุ่นนักบินเข้าไปได้ง่ายกว่าถ้าเทียบ series อื่นๆ ชุดอาวุธที่ให้จะมีอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ R-73 ที่ปลายปีกสองนัด และติดเพิ่มได้อีกสองนัดรวมสี่นัด, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ R-77 สี่นัดสำหรับติดที่ตำบลอาวุธใต้ปีก, กระเปาะจรวด B-8M1 แบบแฝดสองสองชุดติดใต้ปีก
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ R-27 สี่นัดติดใต้ปีกสองนัด และกลางลำตัวสองนัดซึ่งถ้าใส่ขาตั้งแสดงจะติดนัดด้านหน้าไม่ได้, และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Kh-31 สองนัดติดที่ตำบลอาวุธใต้ช่องรับอากาศเข้าซึ่งมีปัญหาข้างหนึ่งติดไม่ได้เลยคับมากอีกข้างติดแล้วไม่พอดีหลุดง่ายมากแต่ขยับเบาๆเลยเลือกที่จะไม่ติด และฐานล้อหน้าที่เจอชิ้นส่วนเล็กๆหลุดต้องติดเข้าไปใหม่ เป็นข้อบกพร่องพอประมาณที่พบครับ