Malaysia's first LCS delivery slips to April 2027
The first Maharaja Lela-class LCS, seen here at Lumut in September 2026. (LUNAS)
เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela โครงการ Littoral Combat Ship(LCS) ของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia) ที่เต็มไปด้วยปัญหาได้พบกับความล่าช้าต่างๆเพิ่มเติม
โดยเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela (LCS 1) หมายเลขเรือ 2501 ล่าสุดกำหนดการส่งมอบเรือถูกเลื่อนออกไปเป็นในเดือนเมษายน 2027 แทนกำหนดเดิมในเดือนธันวาคม 2026
รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Mohamed Khaled Nordin เปิดเผยต่อรัฐสภามาเลเซียเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ว่าเรือฟริเกต KD Maharaja Lela ขณะนี้จะส่งมอบล่าช้าไปอีก 4เดือนจากที่ระบุไว้ก่อนหน้า
รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียยังยืนยันว่าเรือฟริเกต KD Maharaja Lela จะถูกตรวจรับโดยปราศจากขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Naval Strike Missile(NSM) ที่วางแผนไว้(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/nsm.html)
ระหว่างการเดินทางเยือนอู่เรือบริษัท Lumut Naval Shipyard(LUNAS) มาเลเซียเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 Janes สังเกตว่ากิจกรรมการสร้างและการติดตั้งหลักยังคงอยู่ในการดำเนินการกับเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก
Janes ยังยืนยันด้วยสายตาว่า radar ตรวจการณ์ทางอากาศแบบ Thales SMART-S Mk 2 ที่วางแผนไว้ของเรือฟริเกต KD Maharaja Lela ยังไม่ได้รับการติดตั้งบนเสากระโดงเรือบูรณาการของเรือ
แม้ว่าอุปกรณ์การนำร่องและ radar ควบคุมการยิง(FCR: Fire-Control Radar) อย่างเช่น Rheinmetall TMEO Mk 2 TMX/EO ปรากฏว่าได้รับการติดตั้งบนเรือฟริเกต KD Maharaja Lela แล้ว
Janes ไม่สามารถตรวจสอบสถานะการติดตั้งต่างๆได้อย่างอิสระขององค์ประกอบระบบการรบอื่นๆระหว่างการเยี่ยมชมอู่เรือ LUNAS มาเลเซีย ระหว่างการกล่าวปราศรัยต่อรัฐสภามาเลเซียเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026
รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled กล่าวว่า อู่เรือ LUNAS ได้ยื่นเรื่องแจ้งให้กระทรวงกลาโหมมาเลเซียทราบว่าตนไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันที่จะส่งมอบเรือฟริเกต KD Maharaja Lela ภายในเดือนธันวาคม 2026 ได้อีกต่อไป
ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย ความล่าช้าต่างๆมีส่วนร่วมจากกิจกรรวมการเดินสายต่างๆ, การติดตั้งสิ่งอุปกรณ์, การตรวจสอบต่างๆ, พื้นที่ที่พักอาศัย, งานท่อทางต่างๆ, และการทดสอบตามมาต่างๆได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อกำหนดการของโครงการ
รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย Khaled เสริมว่ากิจกรรมการทดลองเรือหน้าท่าและการทดลองเรือในทะเลต่างๆได้เนื่องจากผลกระทบต่างๆต่อเนื่องของปัญหาต่างๆเหล่านี้ เขายังแจ้งต่อรัฐสภามาเลเซียว่า
สัญญาสำหรับขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศของโครงการ LCS ยังไม่บรรลุผลเสร็จสิ้นอย่างเต็มรูปแบบแม้ว่าจดหมายตอบรับ(LOA: Letter of Acceptance) ได้รับการลงนามแล้วและเอกสารสัญญาคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม 2026
เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela ลำแรก เรือฟริเกต KD Maharaja Lela ได้เสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเลครั้งแรกของตนในเดือนเมษายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/lcs-kd-maharaja-lela.html)
ลำที่สอง เรือฟริเกต KD Raja Muda Nala หมายเลขเรือ 2502 ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนกรกฎาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/lcs-kd-raja-muda-nala.html) และมีกำหนดส่งมอบแก่กองทัพเรือมาเลเซียในเดือนสิงหาคม 2027(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/lcs-kd-raja-muda-nala.html),
ลำที่สาม เรือฟริเกต KD Sharif Mashor หมายเลขเรือ 2503 ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนกุมภาพันธ์ 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lcs-kd-sharif-mashor.html), ลำที่สี่ เรือฟริเกต KD Mat Salleh หมายเลขเรือ 2504 มีแผนที่จะทำการปล่อยเรือลงน้ำในเดือนมกราคม 2027(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/maharaja-lela-lcs-2027.html)
ลำที่ห้าและลำสุดท้าย เรือฟริเกต KD Tok Janggut หมายเลขเรือ 2505 กำลังอยู่ระหว่าการต่อเรือที่อู่เรือ LUNAS อย่างก็ตามความล่าช้าต่างๆที่เกิดขึ้นล่าสุดกับเรือลำแรก KD Maharaja Lela ทำให้คาดว่ากำหนดการที่วางแผนไว้เดิมนี้เหล่านี้เป็นได้ว่าจะถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน
เรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela โครงการ LCS ของมาเลเซียมีพื้นฐานจากแบบเรือฟริเกต Gowind ของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศส มีขนาดความยาวตัวเรือประมาณ 111m และระวางขับน้ำปกติที่ราว 3,000tonnes ระบบอาวุธต่างๆของเรือรวมถึง
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MBDA VL MICA(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/vl-mica-lcs.html), ปืนเรือ BAE Systems 57mm Mk 3, ปืนกล MSI-Defence Seahawk 30mm, และแท่นยิง torpedo เบาสามท่อยิง J+S 324mm สำหรับ torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/torpedo-sea-maharaja-lela.html) ครับ







