แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Constellation class แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Constellation class แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

กองทัพเรือสหรัฐฯยกเลิกการจัดหาเรือฟริเกตชั้น Constellation สี่ลำสุดท้าย

US Navy cancels work on final four frigates under contract



The USN terminated work on four Constellation-class frigates, shown here in a rendering. (US Navy)

กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้ทำการ "เปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์ออกไปจากโครงการเรือฟริเกตชั้น Constellation" รัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯ John Phelan กล่าวเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2025 ในหลาย post บนสื่อสังคม online ต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพเรือสหรัฐฯได้ยุติงานเกี่ยวกับเรือฟริเกตชั้น Constellation จำนวน 4ลำสุดท้ายภายใต้สัญญากับบริษัท Fincantieri Marinette Marine(FMM) สหรัฐฯ-อิตาลีในมลรัฐ Wisconsin รัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯ Phelan กล่าว

"ขณะที่งานของเรือฟริเกตชั้น Constellation สองลำแรกเดินหน้าต่อ เรือเหล่านี้ยังคงอยู่ภายใต้การทบทวน เรากำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบว่าเราจะสร้างและวางกำลังกองเรืออย่างไร ปัจจัยหลักในการตัดสินใจนี้คือ
ความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มขยายกองเรือให้เร็วขึ้น กรอบการทำงานนี้ผลักดันการนำกองทัพเรือสหรัฐฯไปสู่เส้นทางที่จะสร้างเรือรบชั้นใหม่ที่รวดเร็ว...ในกรอบระยะเวลาที่มีเร่งด่วนมากขึ้น" Phelan เสริม

ในแถลงการณ์อู่เรือบริษัท FMM กล่าวว่า "ข้อตกลงครอบคลุมความต่อเนื่องของงานสำหรับเรือฟริเกตชั้น Constellation จำนวน 2ลำที่ปัจจุบันอยู่ในการสร้างและให้การไม่เดินหน้าต่อของสัญญา
สำหรับเรือฟริเกตชั้น Constellation อีกจำนวน 4ลำที่อยู่ภายใต้สัญญาแล้ว สะท้อนถึงพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงในลำดับความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือสหรัฐฯ"

"ข้อตกลงได้ให้การชดเชยความเสียหายแก่บริษัท Fincantieri Marine Group ในภาระผูกพันทางเศรษฐกิจและผลกระทบทางอุตสาหกรรมที่มีอยู่ผ่านมาตรการต่างๆที่มอบโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ 
ตามผลลัพธ์ของการตัดสินใจทางสัญญาที่มีขึ้นเพื่อความสะดวกของตนเอง" ตามแถลงการณ์ของบริษัท FMM ข้อตกลงระหว่างอู่เรือผู้สร้างเรือและกองทัพเรือสหรัฐฯได้บรรลุผลในฐานะ 

"ส่วนหนึ่งของการทบทวนกองเรือทั่วไปโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ มุ่งที่การเปลี่ยนผ่านมุ่งไปสู่การให้ความสำคัญของรูปแบบอนาคตในความเป็นเลิศทางวิทยาการ, เรือแบบมีคนขับและไร้คนขับ, และขีดความสามารถการดำรงสภาพในระยะยาว"
ตามที่ระบุในรายงานของกองงานวิจัยสภา Congress สหรัฐฯ(CRS: Congressional Research Service) เรื่องโครงการเรือฟริเกตชั้น Constellation(FFG-62) กองทัพเรือสหรัฐฯ: เบื้องหลังและปัญหาต่างๆสำหรับสภา Congress(Navy Constellation (FFG-62) Class Frigate Program: Background and Issues for Congress)

กองทัพเรือสหรัฐฯได้ใช้จ่ายงบประมาณในโครงการเรือฟริเกตชั้น Constellation ไปแล้วราว $2 billion และสภา congress สหรัฐฯได้เห็นชอบงบประมาณวงเงิน $7.6 billion สำหรับสัญญาทางเลือกที่จะจัดหาเรือเพิ่มเติมอีก 6ลำซึ่งโครงการมีความล่าช้าและค่าใช้จ่ายที่บานปลาย
เรือฟริเกตชั้น Constellation มีพื้นฐานจากเรือฟริเกตชั้น Bergamini FREMM(Frégate Européenne Multi-Mission) ของกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, Marina Militare) ซึ่งบริษัท FMM ได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะสัญญาโครงการในปี 2020

เรือฟริเกตชั้น Constellation ลำแรกเรือฟริเกต FFG-62 USS Constellation ที่ถูกวางกระดูงูเรือในเดือนเมษายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/constellation-ffg-62-uss-constellation.html) ปัจจุบันได้สร้างเสร็จไปแล้วราวร้อยละ12 โดยควรจะเข้าประจำการได้ภายในปี 2029
ลำที่สองเรือฟริเกต FFG-63 USS Congress ยังคงอยู่ภายใต้สัญญาจัดหา ขณะที่ลำที่สามเรือฟริเกต FFG-64 Chesapeake, ลำที่สี่เรือฟริเกต FFG-65 USS Lafayette, ลำที่ห้าเรือฟริเกต FFG-66 Hamilton และลำที่หก FFG-67 USS Galvez ได้ถูกยกเลิกแล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2567

สหรัฐทำพิธีวางกระดูกงูเรือฟริเกตชั้น Constellation ลำแรก FFG-62 USS Constellation

Keel laid for Constellation-class guided-missile frigate lead ship





The keel was laid for guided-missile frigate Constellation , the lead ship for the new class of surface ships. (US Navy)



พิธีวางกระดูงูเรือของเรือฟริเกตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Constellation ใหม่ลำแรก เรือฟริเกต FFG-62 USS Constellation ได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2024 ที่ผ่านมา กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ยืนยัน
การพูดคุย ณ พิธีวางกระดูกงูเรือในวันเดียวกัน รัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯ Carlo Del Toro เน้นความจำเป็นที่จะต้องเสริมกองเรือด้วยเรืออย่างเรือฟริเกตติดอาวุธปล่อยนำวิถี FFG โดยเฉพาะกับเหตุการณ์ล่าสุดในทะเลแดง(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/f361-hdms-iver-huitfeldt.html)

"เรือฟริเกต USS Constellation และเรือฟริเกตชั้น Constellation เป็นก้าวย่างต่อไปที่สำคัญยิ่งในการปรับปรุงความทันสมัยของกองเรือผิวน้ำของเรา การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เล่นในสนามที่มีอยู่แล้วทั่วโลกสำหรับผู้บัญชาการกองเรือและเรือรบของเรา
ตามเหตุการณ์ล่าสุดในทะเลแดงและอินโด-แปซิฟิกได้แสดงถึง เรือ, เรือดำน้ำ, อากาศยาน, ลูกเรือ และนาวิกโยธินของเราอยู่ในความต้องการสูงโดยผู้สร้างการตัดสินใจของชาติเรา" Del Toro กล่าวในระหว่างการปราศรัยของเขา ตามข้อมูลกองทัพเรือสหรัฐฯ

การเป็นพยานก่อนหน้าเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2024 ต่อคณะกรรมาธิการการจัดสรรงบประมาณ(HAC: House Appropriations Committee) สภา Congress สหรัฐฯ
Del Toro เน้นย้ำถึงบางส่วนของการยกระดับทางวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับกองเรือได้มีความคืบหน้าในโครงการเรือฟริเกตชั้น Constellation(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/constellation.html)

"การริเริ่มของเราเกี่ยวกับการป้องกันทาง cyber เรือผิวน้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินการปฏิบัติภารกิจที่ซับซ้อนต่างๆในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขัน เรามีทีมชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินการศึกษานี้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อกองเรือ
ในฐานะส่วนหนึ่งของการริเริ่มนี้ เรามได้บูรณาการความต้องการการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงทาง Cyber เข้ากับเรือฟริเกตชั้น Constellation ใหม่ในฐานะคุณลักษณะที่สำคัญ ณ การเริ่มต้นของโครงการ" เขาเป็นพยาน 

"โครงการมีกำหนดการการทดสอบการบูรณาการช่วงต้นที่สถานีทดสอบภาคพื้นดินที่มีความพร้อม เรามีจุดประสงค์สำหรับการทดสอดสอบต่างๆเหล่านี้
เพื่อจะประเมินการควบคุมความปลอดภัยทาง cyber เครือข่าย และลดความเสี่ยงการบูรณาการสิ่งอุปกรณ์ประจำเรือสำหรับอุปกรณ์ที่ติดตั้งของรัฐบาลและผู้รับสัญญา" เขากล่าว

เรือฟริเกตชั้น Constellation มีพื้นฐานจากเรือฟริเกตชั้น Bergamini FREMM(Frégate Européenne Multi-Mission) ของกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, Marina Militare) เรือฟริเกตชั้น Constellation จำนวน 4ลำที่ได้รับการตั้งชื่อแล้ว 
ลำแรกเรือฟริเกต FFG-62 USS Constellation, ลำที่สองเรือฟริเกต FFG-63 USS Congress, ลำที่สามเรือฟริเกต FFG-64 USS Chesapeake และลำที่สี่เรือฟริเกต FFG-65 USS Lafayette กำลังได้รับการสร้างสำหรับกองทัพเรือสหรัฐฯที่อู่เรือบริษัท Fincantieri Marinette Marine สหรัฐฯโดยมีแผนการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมอีก 16ลำครับ

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กรีซประกาศแผนที่จะเข้าร่วมการสร้างเรือฟริเกตชั้น Constellation สหรัฐฯ

Greece announces plans for joint production of Constellation-class frigates







The Constellation-class frigate design is derived from the Italian Navy's Bergamini-class FREMM frigates. (US Navy)

รัฐมนตรีกลาโหมกรีซ Nikos Dendias กรีซกำลังสนใจมในการร่วมสร้างรุ่นดัดแปลงของเรือฟริเกตชั้น Constellation ที่กำลังถูกสร้างสำหรับกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy)
ความเห็นของรัฐมนตรีกลาโหมกรีซ Dendias ได้มีขึ้นตามการเข้าพบกับรัฐมนตรีกลาโหมสาธารณรัฐไซปรัสเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2024 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2020/05/fremm-ffgx.html)

"เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2024 เราได้รับจดหมายจากกองทัพเรือสหรัฐฯได้ให้การยอมรับในหลักการความสนใจของเราในการออกแบบร่วมและการผลิตร่วมของเรือฟริเกตชั้น Constellation ใหม่ถึง 7ลำในอู่เรือของกรีซ" Dendias กล่าว
ถ้าข้อตกลงสามารถบรรลุผลได้ Dendias เสริม กรีซจะสามารถมีส่วนร่วมในโครงการตั้งแต่เริ่มต้นและสามารถมีส่วนร่วมตามมาที่จะออกแบบและปรับแต่งเรือตามความต้องการของกองทัพเรือกรีซ(HN: Hellenic Navy)

การออกแบบเรือฟริเกตชั้น Constellation มีพื้นฐานจากเรือฟริเกตชั้น Bergamini FREMM(Frégate Européenne Multi-Mission) ของกองทัพเรืออิตาลี(Italian Navy, Marina Militare)
เรือฟริเกตชั้น Constellation จำนวน 4ลำกำลังได้รับการสร้างสำหรับกองทัพเรือสหรัฐฯที่อู่เรือบริษัท Fincantieri Marinette Marine สหรัฐฯโดยมีแผนการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมอีก 16ลำ

เรือฟริเกตชั้น Constellation มีความยาวตัวเรือที่ 151m และระวางขับน้ำเต็มที่ที่ 7,400tonnes ระบบขับเคลื่อนใช้รูปแบบเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์ gas turbine ระบบ CODAG(Combined Diesel and Gas turbine)
ขณะที่ระบบอาวุธที่จะติดตั้งรวมถึงแท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launching System) 32ท่อยิงสำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น 16ท่อยิง เช่นเดียวกับจรวดปราบเรือดำน้ำ และ torpedo ปราบเรือดำน้ำ

การประกาศล่าสุดมีขึ้นตามมาไม่กี่วันหลังสำนักนายกรัฐมนตรีกรีซเผยแพร่จดหมายที่ได้รับจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งท่ามกลางการส่งมอบที่เกี่ยวข้องทางกลาโหมอื่นๆ(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/f-35a-f-16-block-70-40.html)
ประกอบด้วยการจัดเตรียมการสำหรับการส่งมอบเรือปฏิบัติการใกล้ฝั่ง Littoral Combat Ship(LCS) ที่เคยประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ 4ลำ แก่กรีซในฐานะส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือรูปแบบ Excess Defense Articles(EDA)(https://aagth1.blogspot.com/2023/04/nimitz-lcs-independence.html)

จดหมายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้ระบุว่าเป็นเรือปฏิบัติการใกล้ฝั่ง LCS ชั้น Freedom จำนวน 4ลำที่ได้ถูกปลดประจำการลงแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2021/10/lcs-freedom-lcs-1-uss-freedom.html)
ความช่วยเหลือทางทหารรูปแบบ EDA แก่กรีซยังรวมถึงเรือตรวจการณ์ชั้น Marine Protector ที่เคยประจำการในหน่วยยามฝั่งสหรัฐ(USCG: Coast Guard) จำนวน 3ลำ, เครื่องบินลำเลียง C-130H จำนวน 2เครื่อง และรถรบทหารราบ Bradley IFV(Infantry Fighting Vehicle) จำนวน 60คันด้วยครับ