แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MiG-31 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MiG-31 แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563

กองทัพอากาศรัสเซียรับมอบเครื่องบินขับไล่ Su-57 ในสายการผลิตเครื่องแรกเพื่อใช้ทดสอบยิงอาวุธปล่อยนำวิถี Hypersonic

First batch-produced Su-57 delivered to regiment in Southern Military District — source 




The source added that another four such jets would be provided for the Aerospace Force in 2021

First batch-produced Su-57 to be used for testing hypersonic weapons 


A multirole fifth-generation fighter jet Su-57
A number of fundamentally new air-launched attack weapons is being developed by the Tactical Missiles Corporation



เครื่องบินขับไล่พหุภารกิจยุคที่5 แบบ Sukhoi Su-57 เครื่องแรกในสายการผลิตได้ถูกส่งมอบให้แก่กรมบิน(Aviation Regiment) ของกองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Force, VKS) 
ในภูมิภาคทหารตอนใต้(Southern Military District) ของกองทัพรัสเซีย แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงของรัสเซียกล่าวกับ TASS เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2020

"กองทัพอากาศรัสเซียได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Su-57 เครื่องแรกในสายการผลิต มันถูกส่งมอบให้แก่กรมบินในภูมิภาทหารตอนใต้" แหล่งข่าวกล่าว
โดยเสริมว่าเครื่องบินขับไล่ Su-57 ในสายการผลิตอีกจำนวน 4เครื่องจะถูกส่งมอบให้กับกองทัพอากาศรัสเซียในปี 2021(https://aagth1.blogspot.com/2020/08/su-57e-army-2020.html)

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2020 ผู้อำนวยการบริหารของ Rostec กลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงรัสเซีย Sergey Chemezov กล่าวว่าเครื่องบินขับไล่ Su-57 ในสายการผลิตเครื่องแรกพร้อมเครื่องยนต์ขั้นระยะแรก จะถูกส่งมอบให้กองทัพรัสเซียภายในสิ้นปี 2020
และเครื่องบินขับไล่ Su-57 เครื่องแรกที่ติดตั้งเครื่องยนตร์ขั้นระยะที่สองจะถูกประกอบในปี 2022(https://aagth1.blogspot.com/2020/08/su-57-2020.html, https://aagth1.blogspot.com/2017/12/su-57.html)

รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Sergei Shoigu กล่าวในการประชุมคณะกรรมาธอการกระทรวงกลาโหมรัสเซียว่าเครื่องบินขับไล่ Su-57 รวมทั้งหมด 22เครื่องจะถูกส่งมอบภายในสิ้นปี 2024
ภายใต้สัญญาที่เสร็จสิ้นการสรุปผลในปี 2019 เครื่องบินขับไล่ Su-57 จำนวนทั้งหมด 76เครื่องจะถูกส่งมอบภายในสิ้นปี 2028(https://aagth1.blogspot.com/2019/12/su-57.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/11/su-57.html)

เครื่องบินขับไล่ Su-57 เครื่องแรกในสายการผลิตจะถูกใช้สำหรับการทดสอบการยิงอาวุธปล่อยนำวิถียิงจากอากาศยานความเร็วเหนือเสียงสูงมาก Hypersonic ที่ศูนย์ทดสอบการบินใน Akhtubinsk แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงของรัสเซียกล่าวกับ TASS
"Su-57 เครื่องเรกในสายการผลิตได้ถูกส่งมอบให้กับศูนย์ทดสอบ Akhtubinsk ในสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2020 มันจะถูกใช้สำหรับการทดสอบอาวุธปล่อยนำวิถี Hypersonic ในการโจมตีแบบใหม่ล่าสุด" แหล่งข่าวกล่าว

ปัจจุบันมีเพียงเครื่องบินขับไล่ MiG-31K ที่ประจำการในภูมิภาคทหารตอนใต้เท่านั้นที่มีความสามารถในกาสรยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นความเร็วเหนือเสียงสูงมาก Hypersonic แบบ Kh-47M2 Kinzhal ได้
โดยพื้นฐานระบบอาวุธปล่อยนำวิถียิงจากอากาศยานจำนวนมากได้รับการพัฒนาโดยกลุ่มรัฐวิสาหกิจ Tactical Missiles Corporation(KTRV) รัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2018/08/5-mig-41.html)

เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 แบบ Su-57 ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำลายเป้าหมายทุกรูปแบบทั้งเป้าหมายทางอากาศ, เป้าหมายภาคพื้นดิน และเป้าหมายทางเรือ 
สามารถทำความเร็วเดินทางเหนือเสียง(supersonic cruising speed) ได้ มีห้องเก็บอาวุธภายในลำตัว, การเคลือยวัสดุดูดซับคลื่น Radar(วิทยาการตรวจจับได้ยาก Stealth) และชุดอุปกรณ์ประจำเครื่องแบบใหม่ล่าสุดต่างๆครับ

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

รัสเซียกำลังพัฒนาเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นยุคที่5 MiG-41

Russia’s MiG aircraft corporation working on fifth-generation fighter jet
As was reported earlier, the MiG-31 interceptor will be eventually replaced by the MiG-41 aircraft, which is also known as the PAK DP
http://tass.com/defense/1017603

One Kh-47M2 Kinzhal Air-Launched Ballistic Missile being carried by a Mikoyan MiG-31K interceptor over Moscow Victory Day Parade 2018(wikipedia.org)

บริษัท MiG Aircraft Corporation รัสเซียกำลังดำเนินงานพัฒนาเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นยุคที่5 แบบ MiG-41 ตามที่ผู้อำนวยการบริหาร MiG รัสเซีย Ilya Tarasenko กล่าวกับ TASS เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2018
"ไม่ นี่ไม่ใช่โครงการในจินตนาการ นี่เป็นโครงการที่มีมายาวนานของ MiG และตอนนี้เรานี่เราเรากำลังดำเนินการทำงานอย่างมุ่งมั่นภายใต้โล่ของ UAC(United Aircraft Corporation) และจะแสดงมันต่อสาธารณะในเร็วๆนี้"

ผู้อำนวยการบริหาร MiG กล่าวในการตอบคำถามเกี่ยวงานของ MiG-41 ตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้เครื่องบินขับไล่สกัดกั้นพิสัยไกล MiG-31 ที่ประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย(Russian Aerospace Force, VKS) ปัจจุบันจะถูกทดแทนด้วย MiG-41
ซึ่งเครื่องบินขับไล่ MiG-41 เป็นที่รู้จักในชื่อโครงการเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นพิสัยไกล PAK DP(Prospective Aviation Complex of Long-Range Interception)(http://aagth1.blogspot.com/2015/08/pak-dp-mig-31.html)

ตามที่อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสภากลาโหมสหพันธรัฐรัสเซีย Viktor Bondarev กล่าวก่อนหน้า
งานออกแบบการพัฒนาเครื่องต้นแบบทดสอบของเครื่องบินขับไล่ PAK DP ถูกคาดว่าจะเริ่มในปี 2018 นี้

ขณะเดียวกัน Tarasenko ผู้อำนวยการบริหาร MiG กล่าวว่างานวิจัยและพัฒนา และงานต้นแบบทดสอบของเครื่องบินขับไล่อันล้ำยุคนี้ได้ถูกวางแผนที่จะเริ่มต้น "ทันทีในอนาคต"
และการส่งมอบเครื่องบินขับไล่สกัดกั้น MiG-41 แก่กองทัพรัสเซียคาดว่าจะเริ่มต้นได้ในช่วงกลางปี 2020s

นอกจากนี้เครื่องบินขับไล่สกัดกั้นพิสัยไกล MiG-41 ยังมีการพิจารณาทั้งรุ่นมีนักบินบังคับและรุ่นอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle)
โดย Tarasenko เคยกล่าวในการให้สัมภาษณ์สื่อว่า เครื่องบินขับไล่ MiG-41 จะสามารถทำการบินด้วยความเร็วสูงถึง 3.6 MACH ติดตั้งอาวุธ Laser พลังงานสูง และมีเพดานบินสูงไปถึงขอบอวกาศได้

เครื่องบินขับไล่ Mikoyan MiG-31 (NATO กำหนดรหัส Foxhound) ที่เข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียมาตั้งแต่ปี 1980s และมีกองทัพอากาศคาซัคสถานประเทศเดียวที่มีประจำการนอกจากรัสเซีย
ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงความทันสมัยเช่นรุ่นเครื่องบินขับไล่ MiG-31K ที่สามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีความเร็วเหนือเสียงสูงมาก Hypersonic แบบ Kh-47M2 Kinzhal ได้ครับ

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ซีเรียได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ MiG-31 จากรัสเซีย

Syria reportedly receives MiG-31 interceptors from Russia
Syria has reportedly received six MiG-31 interceptor aircraft from Russia, although there has so far been no official confirmation of this. Source: Russian Air Force
http://www.janes.com/article/53660/syria-reportedly-receives-mig-31-interceptors-from-russia

สำนักข่าว BGN ตุรกีได้รายงานข่าวเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมว่ารัฐบาลซีเรียได้รับมอบเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นพิสัยไกลแบบ MiG-31 Foxhound จำนวน 6เครื่องจากรัสเซีย
โดยเครื่องบินขับไล่ MiG-31 ทั้ง 6เครื่องถูกส่งมายังฐานทัพอากาศ Mezze นอกเมืองหลวง Damascus ซึ่งน่าจะเป็นรุ่น MiG-31E ซึ่งเป็นรุ่นส่งออกของ MiG-31B ที่เข้าประจำการในปี 1990
มีรายงานว่าซีเรียมีความต้องการจัดหา MiG-31 มาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว แต่ได้รับการปฏิเสธจาก Rosoboronexport องค์การด้านการส่งออกยุทโธปกรณ์ของรัสเซียในปี 2010 ว่าเป็นเพียงข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง
ซึ่งถ้าการส่งมอบนี้เป็นความจริงกองทัพอากาศซีเรียจะเป็นประเทศแรกที่ได้รับการส่งออกของ MiG-31 นอกจากกองทัพอากาศรัสเซีย และกองทัพอากาศคาซัคสถานที่ได้รับมอบเครื่องมาจากสมัยอดีตสหภาพโซเวียต

ปัจจุบันรัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดี Bashar al-Assad กำลังเผชิญกับสงครามกลางเมืองกับกลุ่มติดอาวุธภายในหลายกลุ่มที่ยืดเยิ้อมานานหลายปี
ทำให้กองทัพอากาศซีเรียได้รับความเสียหายจากการสูญเสียอากาศยานหลายแบบในการสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธไปมากพอสมควร
แต่สำหรับ MiG-31 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นพิสัยไกลสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาสำหรับการรบแบบอากาศสู่อากาศที่กองทัพอากาศโซเวียตประจำการมาตั้งแต่ปี 1980s แล้วนั้น
ดูเหมือนว่าทางกองทัพอากาศซีเรียตั้งใจจะนำมาใช้สร้างเขตห้ามบินเพื่อสกัดกั้นการล่วงล้ำน่านฟ้าของอากาศยานกลุ่มพันธมิตรชาติอาหรับ อิสราเอล และ NATO ที่เข้ามาแทรกแซงสงครามกลางเมืองภายในซีเรียอยู่บ่อยครั้งมากกว่า

MiG-31 ติดตั้งระบบ PESA radar ควบคุมการยิงแบบ Zaslon (NATO กำหนดรหัสว่า Flash Dance) สามารถตรวจจับเป้าหมายได้ในระยะ 200km สามารถติดตามและโจมตีเป้าหมายได้พร้อมกัน 10เป้า
มี Radar ท้ายเครื่องระยะตรวจจับ 90km และระบบตรวจจับ Elctro-Optical Infra-Red Search and Track (IRST) สำหรับการตรวจจับเป้าหมายระยะใกล้ ติดปืนใหญ่อากาศ GSh-6-23 ขนาด 23mm กระสุน 260นัด
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยไกลที่ติดตั้งได้คือ R-33 ระยะยิง 304km (NATO กำหนดรหัส AA-9 Amos) และ R-37 ระยะยิง 280km (NATO กำหนดรหัส AA-13 Arrow)
ซึ่ง MiG-31BM ที่ได้รับการปรับปรุงประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียปัจจุบันสามารถใช้อาวุธใหม่ได้หลายแบบ
ทั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง R-77 ระยะ 100km (NATO กำหนดรหัส AA-12 Adder) อาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยใกล้ R-73 (NATO กำหนดรหัส AA-11 Archer)
รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นเช่น อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านการแพร่คลื่น Radar Kh-31P (AS-17 Krypton) และ Kh-58 (AS-11 Kilter) เป็นต้นครับ

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558

รัสเซียจะตั้งโครงการพัฒนาเครื่องขับไล่สกัดกั้นพิสัยไกล PAK DP ทดแทน MiG-31 ภายในสิ้นทศวรรษนี้

Russia to launch MiG-31 replacement programme before end of decade
Russia is to begin developing a replacement for the MiG-31 in 2019, with the aim of fielding it about 2028. Source: Russian Air Force
http://www.janes.com/article/53633/russia-to-launch-mig-31-replacement-programme-before-end-of-decade

Jane's ได้รายงานข่าวจากสำนักข่าว TASS รัสเซียที่สัมภาษณ์ผู้บัญชาการกองทัพอากาศและอวกาศรัสเซีย พลโท(Colonel General) Victor Bondarev เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมว่า
กองทัพอวกาศรัสเซียจะเริ่มตั้งโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นพิสัยไกลยุคใหม่คือ PAK DP(Predpolagayemyy vozdukha Kompleks dlya Dal'ney Perekhvat "Prospective Air Complex for Long-Range Interception") ภายในสิ้นปี 2019
เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นพิสัยไกล MiG-31 ซึ่ง NATO กำหนดรหัสว่า Foxhound ที่เข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 1980s
ปัจจุบันกองทัพอากาศรัสเซียมีเครื่องบินขับไล่หนัก MiG-31BM ซึ่งผ่านการปรับปรุงแล้ว 130เครื่อง โดย MiG-31BM ได้รับการติดตั้งระบบต่างๆที่ทันสมัยเช่น
ระบบ Avionic ใหม่, จอแสดงผลเอนกประสงค์(Multi Function Display)แบบ LCD, PESA radar แบบ Zaslon-M ซึ่งสามารถตรวจจับเป้าหมายทางอากาศได้ต่อเนื่อง 24เป้า และโจมตีได้พร้อมกัน 6เป้า
ระบบ Datalink และระบบควบคุมการยิง Digital , ปรับปรุงยืดอายุตัวเครื่องและฐานล้อลงจอด ซึ่งกองทัพอากาศรัสเซียวางแผนจะประจำการ MiG-31BM ไปจนถึงช่วงปี 2030s
คาดว่าเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นพิสัยไกลแบบใหม่ PAK DP นั้นจะเข้าประจำการได้ภายในปี 2028 แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดใดๆของโครงการออกมาในขณะนี้ครับ