แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮ.ท.๑๓๙ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮ.ท.๑๓๙ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๕๙-๑๐

Royal Thai Navy new Frigate(DW3000H based on KDX-I Gwanggaeto the Great class destroyers) construction at Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering(DSME) Okpo-Dong shipyard, Geoje, South Gyeongsang, Republic of Korea

นี่เป็นหนึ่งในภาพที่มีการเผยแพร่ใน Internet และ Social Network ว่าเป็นเรือฟริเกตแบบ DSME DW3000H ที่กำลังสร้างที่อู่ต่อเรือของบริษัท Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering ที่ Okpo-Dong ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐเกาหลี
ตามโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงระยะที่๑ วงเงิน ๑๔,๖๐๐๐ล้านบาท โดยได้ทำพิธีวางกระดูงูเรือไปเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ อู่เรือ DSME ที่ Okpo เช่นกัน
ความคืบหน้าในการก่อสร้างที่เพิ่งวางกระดูงูเรือเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถ้ามีการสร้างถึงในส่วนลำตัวเรือและดาดฟ้ายกที่ปรากฎในภาพแล้ว ถ้าถ่ายภาพในเดือนตุลาคมนี้ก็นับว่าค่อนข้างเร็วทีเดียวสำหรับเรือฟริเกตระวางขับน้ำ 3,650tons
รูปทรงเรือในภาพรวมค่อนข้างจะใกล้เคียงกับแบบจำลองเรือที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้แล้วหลายภาพ ส่วนตัวเข้าใจว่าน่าจะมีพิธีปล่อยเรือลงน้ำในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า(ไม่ยืนยัน) โดยเรือจะเข้าประจำการได้ในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018)
ซึ่งในส่วนโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงระยะที่สองนี้ก็หวังเป็นไปตามที่รายงานความร่วมมือในการพัฒนาอู่ต่อเรือในไทยระหว่างกรมอู่ทหารเรือ กับบริษัทอู่กรุงเทพ และบริษัท DSME ว่าจะมีการต่อเรือฟริเกตลำที่สองในไทย
ที่รวมถึงความคืบหน้าในโครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.กระบี่ ลำที่๒ ที่จะมีการติดตั้งระบบเข็มทิศไยโร Laser แบบ Safran Sigma 40 เพื่อใช้ร่วมกับอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Harpoon Block II เช่นเดียวกับเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ตามที่ได้รายงานไปครับ

AAV7A1 Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy CARAT 2016

มีรายงานออกมาว่า กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทยมีการตั้งโครงการปรับปรุงรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 จำนวน ๓คันวงเงินประมาณ ๓๐๐ล้านบาท ให้มีสมรรถนะสูงขึ้น
ปัจจุบัน พัน.รนบ.พล.นย. มีรถสะเทินน้ำสะเทินบก LVTP7 รุ่นเก่า ๑๒คันที่ผ่านการปรับปรุงแล้ว และ AAV7A1 รุ่นใหม่ ๒๔คัน

Samsung Techwin KAAV7A1 upgrade with Remote Weapon System at ADEX 2013

ซึ่งมีข้อมูลว่านาวิกโยธินไทยต้องการปรับปรุงสมรรถนะของ AAV7A1 ให้เป็นมาตรฐาน AAV7A1 RAM/RS( Reliability, Availability, and Maintainability/Rebuild to Standard) ของ BAE Systems เช่นที่กองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่นกำลังจัดซื้อโดยการเปิดสายการผลิตใหม่
ทั้งนี้นอกจากแผนปรับปรุง AAV RAM/RS ของ BAE Systems แล้ว Hanwha Techwin(Samsung Techwin เดิม) สาธารณรัฐเกาหลีซึ่งได้สิทธิบัตรการผลิตรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV7A1 ก็มีแบบแผนการปรับรถ AAV7A1 ของตนเช่นกัน
โดยนาวิกโยธินฟิลิปปินส์ก็กำลังจะจัดหารถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV7A1 สร้างใหม่ ๘คันจากเกาหลีใต้วงเงิน 2.5 billion philippine peso($51.48 million) ซึ่งผ่านการปรับปรุงโดย Hanwha Techwin แล้ว 
แต่ก็ไม่ทราบว่าแบบแผนการปรับปรุงทั้งสองบริษัทนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุง AAV7A1 ของนาวิกโยธินกองทัพเรือไทยหรือไม่ครับ

Marsun's M21 Inshore Patrol Craft model at Ship Tech.III 2016 (My Own Photo)

ตามเอกสารของศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างกองทัพเรือ สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กองทัพเรือได้อนุมัติโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่งด้วยวิธีพิเศษ วงเงิน ๖๒๗,๕๐๐,๐๐๐บาท กำหนดราคากลางเมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๙ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๐-๒๕๖๒
ประกอบด้วยสามรายการคือ ๑.การสร้างเรือตรวจการณ์ชายฝั่งจำนวน ๕ลำ ๒.การจัดซื้ออะไหล่/ชิ้นส่วนในการปรับปรุง/ซ่อมทำ ปืนกล GAM CO-1 ขนาด 20mm ๕แท่น ๓.การจัดซื้ออะไหล่/ชิ้นส่วนในการปรับปรุง/ซ่อมทำ ปืนกล 0.50cal ๕แท่น
ตรงนี้เข้าใจว่าเป็นการจัดหาเรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุด เรือ ต.228 ซึ่งใช้แบบเรือ M21 ของบริษัท MARSUN เช่นเดิมครับ

โดยเรือ ตกช.ชุดแรกจำนวน ๓ลำ ประกอบด้วยเรือ ต.228, เรือ ต.229 และเรือ ต.230 ขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๖
เรือ ตกช.ชุดที่สองจำนวน ๖ลำ ประกอบด้วยเรือ ต.232, เรือ ต.233, เรือ ต.234, เรือ ต.235, เรือ ต.236 และ เรือ ต. 237 ซึ่งทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๙ โดยมีกำหนดรับมอบเรือเข้าประจำการในวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙ ที่ผ่านมา
เรือ ตกช.ชุดที่สามจำนวน ๔ลำ ทำพิธีวางกระดูกงูเรือไปเมื่อวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘ มีกำหนดจะรับมอบเรือเข้าประจำการในวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
เรือ ตกช.ชุดที่สี่จำนวน ๕ลำ ทำพิธีวางกระดูกงูเรือไปเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๘ 
และล่าสุดเรือ ตกช.ชุดที่ห้าจำนวน ๕ลำที่มีการอนุมัติการจัดซื้อจัดสร้างไป รวมแล้วเรือ ตกช.ชุดเรือ ต.228 มีการสั่งจัดหาแล้ว ๒๓ลำครับ

Conventional Submarine model of China Shipbuilding Industry Corporation(CSIC) and China Shipbuilding & offshore International(CSOC) at Ship Tech.III 2016 (My Own Photo)

สำหรับความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย มีสื่อรายงานว่าดูเหมือนทางจีนจะต้องการกดดันไทยให้ดำเนินการจัดซื้อเรือดำน้ำ S26T ของตนทีเดียว ๓ลำ วงเงิน ๓๖,๐๐๐ล้านบาท ตามที่มีการวางแผนไว้แต่แรก
ขณะที่รัฐบาลไทยกับกองทัพเรือไทยต้องการให้จัดซื้อโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ระยะที่๑ ก่อนเพียง ๑ลำ ภายในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐ นี้ในวงเงินไม่เกิน ๑๒,๐๐๐ล้านบาท

ตรงนี้ทั้งทางผู้ที่เกี่ยวข้องในฝั่งไทยและฝั่งจีนก็คงจะต้องไปพูดคุยหารือข้อตกลงกันเพิ่มเติมอีกทีครับว่าจะทำอย่างไร
เพราะดูทางรัฐบาลไทยและกองทัพเรือไทยเองไม่ต้องการที่จะใช้ งป.๖๐ ให้สูงเกินไปในโครงการจัดหาเรือดำน้ำทีเดียว ๓ลำ ซึ่งจะมีผลกระทบตามมาในหลายๆด้าน โดยเฉพาะในส่วนกองทัพเรือเองที่คงใช้งบประมาณประจำปีของตนไปกับการจัดหาเรือดำน้ำอย่างเดียวไม่ได้
ซึ่งงบประมาณกลาโหมประจำปี พ.ศ.๒๕๖๐ ในส่วนโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)อนุมัติวงเงินเพียงประมาณ ๗๐๐ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งงบประมาณผูกพันต่อเนื่องจะต้องรอการอนุมัติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

ขณะที่จีนเองก็ดูไม่ค่อยพอใจที่ไทยจะเลือกจัดหาเรือดำน้ำของตนในรูปแบบงบประมาณผูกพันต่อเนื่องทีละลำจนครบในระยะเวลาเกือบ ๑๐ปี 
เพราะอย่างโครงการจัดหาเรือดำน้ำ S20P ของปากีสถานเองก็จัดหาทีเดียว ๘ลำ ซึ่งทางปากีสถานจะต่อเองในประเทศครึ่งหนึ่ง ๔ลำโดยการถ่ายทอด Technology จากจีนด้วย
ก็จึงเป็นไปได้ว่าการลงนามจัดหาอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ โดยยังไม่น่าจะมีการยกเลิกโครงการเพียงรอเวลาที่เหมาะสมก่อน แต่ก็หมายความว่าโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือจะล่าช้าออกไปอีก ซึ่งก็ไม่ทราบว่านี่จะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายครับ





new batch of AgustaWestland AW139 Royal Thai Army at U-Tapao Royal Thai Navy Air Base
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=197512760691550&set=pcb.1421024214582298
https://www.facebook.com/theeraporn.nimnual

มีภาพเผยแพร่ออกมาว่าเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ ฮ.ท.๑๓๙ AgustaWestland AW139 ของกองทัพบกไทยชุดใหม่จำนวน ๓เครื่องได้มีการขนส่งมายังสนามบินอู่ตะเภาตั้งแต่วันที่ ๓๐-๓๑ ตุลาคมแล้ว
ก่อนหน้านี้กองทัพไทยได้สั่งจัดหา ฮ.ท.๑๓๙ AW139 จำนวน ๒เครื่องเข้าประจำการใน กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก กบบ.ขส.ทบ. ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014) และต่อมาจัดหาเพิ่มเติมอีก ๓เครื่อง รวมเป็น ๕เครื่อง โดยถูกใช้ในภารกิจขนส่งบุคคลสำคัญเป็นหลัก
โดยกองทัพบกไทยได้สั่งจัดหา ฮ.ท.๑๓๙ AW139 ชุดใหม่จำนวน ๖เครื่อง วงเงินประมาณ ๒,๘๐๐ล้านบาท ซึ่งจากรูปแบบสีบนตัวเครื่องชุดใหม่ประกอบกับข้อมูลก่อนหน้านี้
เข้าใจว่า ฮ.AW139 ชุดใหม่นี้เข้าประจำการใน กองบินปีกหมุนที่๑ ศูนย์การบินทหารบก ศบบ.ทบ. เพื่อสนับสนุนภารกิจใช้งานทั่วไปของกองทัพภาคที่ไม่ใช่ภารกิจทางยุทธวิธี เช่น การลำเลียงกำลังพล ส่งกำลังบำรุง ขนส่งบุคคลสำคัญ และงานธุรการ
ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่ากองทัพบกไทยมีแผนจะจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป AgustaWestland AW149 จำนวน ๖เครื่องเป็นระยะที่๒ เพื่อเข้าประจำการใน ศบบ. ซึ่ง ฮ.AW149 จะเป็นรุ่นที่ใช้งานทางยุทธวิธีเช่นเดียวกับ ฮ.ท.๖๐ UH-60L/UH-60M Blackhawk ครับ






http://andrei-bt.livejournal.com/445912.html


สายการผลิตของรถถังหลัก Oplot-T ที่โรงงาน Malyshev ของยูเครนสำหรับกองทัพบกไทยก็เห็นได้จากวิดีทัศน์รายการโทรทัศน์ที่ออกอากาศวันที่ ๒๗ ตุลาคม ข้างต้นว่ายังคงดำเนินการอยู่แม้จะยังดูล่าช้าก็ตาม
ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีชิ้นส่วนตัวถังรถแคร่ฐานถึงลำดับที่๒๗ และลำดับที่๓๐(Hull No.27 and No.30) ชิ้นส่วนป้อมปืนลำดับที่๒๒ (Turret No.22) แล้ว
แต่ก็ยังไม่เห็นที่ประกอบเป็นรถเต็มตัวคันนอกจากภาพในหลายเดือนก่อนหน้าที่มีอยู่ราว ๕คัน ซึ่งได้เคยรายงานว่าเป็นชุดที่๓ ที่เพิ่งจะส่งมอบให้ กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ รวมล่าสุดกองทัพบกไทยมีรถถังหลัก Oplot ๑๕คันครับ




NORINCO to demonstrate VT4(MBT-3000) Main Battle Tank at Zhuhai Air Show 2016, 1-6 November 2016

งานแสดงอากาศยานและอาวุธยุทโธปกรณ์ Zhuhai Air Show 2016 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จัดในวันที่ 1-6 พฤศจิกายนนี้ ทาง NORINCO จีนก็จะมีการสาธิตรถถังหลัก VT4 หรือ MBT-3000 สำหรับส่งออกที่เป็นรถต้นแบบที่ปรับปรุงเพิ่มใหม่ในงานด้วย 
จากภาพข้างต้นจะเห็นว่ารถถังหลัก MBT-3000(VT4) ที่ทำการซ้อมการสาธิตสมรรถนะทำลายพรางแบบเดียวกับรถถังหลัก Type 96B ที่ข้าแข่งขันในการแข่งรถถังนานาชาติ Tank Biathlon 2016 ที่รัสเซียซึ่งจีนได้อันดับที่สอง(ถึงล้อกดสายพานรถคันหนึ่งจะหักหลุดระหว่างการแข่งก็ตาม)
ซึ่งก็อย่างที่ทราบว่ากองทัพบกไทยได้สั่งจัดหารถถังหลัก VT4(MBT-3000) จำนวน ๒๘คัน วงเงิน ๔,๙๘๔ล้านบาท เป็นลูกค้ารายแรกของรถถังรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ซึ่งในงาน Zhuhai Air Show 2016 อาจจะมีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรถของไทยครับ

Vertical Launch MICA(VL MICA) ground based air defence system(http://www.mbda-systems.com)

มีกระแสข่าวออกมาเล็กน้อยว่ากองทัพบกไทยอาจจะได้รับมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศแบบ MBDA VL MICA ฝรั่งเศส/สหราชอาณาจักร ๑ระบบแล้ว(ประกอบด้วยแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถี, ฐาน Radar และที่บังคับการอัตตาจร)
ซึ่งมีรายงานว่าได้จัดหาในวงเงิน ๓,๕๒๐ล้านบาท ในปี ๒๕๕๗(2014) เพื่อทดแทนระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Spada อิตาลีที่ประจำการในกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่๗ กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานมานานถึง ๒๕ปี
แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานภาพหรือเอกสารยืนยัน รวมถึงมีการให้ข้อมูลส่วนหนึ่งว่ากองทัพบกไทยไม่ได้มีการสั่งจัดหาระบบดังกล่าวแต่อย่างใด จึงยังไม่ยืนยันความถูกต้องของข้อมูลนี้ครับ

Turkmenistan KS-1C Surface to Air Missile durring Independence Day military parade, 27 October 2016(https://www.youtube.com/watch?v=Enqk25paOQQ)

ทั้งนี้ก็เช่นเดียวกับโครงการจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ KS-1C จากสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับหน่วยต่อสู้อากาศยานของอากาศโยธิน กองทัพอากาศไทย(มีข้อมูลว่าจัดหามาอย่างน้อย ๓แท่นยิง หนึ่งแท่นยิงมีอาวุธปล่อยนำวิถี ๒นัดในท่อยิงบรรจุทรงสี่เหลี่ยม)
แม้ว่าจะมีเอกสารรายงานข้อมูลการจัดหาเผยแพร่ออกมาตามที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยระบบอย่างเป็นทางการหรือมีภาพยืนยันชัดเจนออกมาว่ามีการรับมอบระบบแล้ว
โดยประเทศหนึ่งที่มีการจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ KS-1C รุ่นล่าสุดจากจีนคือกองทัพเติร์กเมนิสถานที่เปิดตัวในการสวนสนามวันประกาศเอกราชเมื่อ ๒๗ ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งระบบ KS-1C ของอากาศโยธินกองทัพอากาศไทยก็น่าจะเป็นรูปแบบเดียวกันนี้ครับ

Chaiseri First Win 4x4 with CMI Cockerill CSE90 90mm turret concept

นอกจากการสั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง ฮ.๑๑ EC725(H225M) เพิ่มเติม ๒เครื่องอย่างเป็นทางการ และภาพเครื่องบินฝึก บ.ทอ.๖ ในสายการผลิตระยะที่๑ ของกองทัพอากาศ กับโครงการซ่อมปรับปรุงสภาพครึ่งอายุปืนใหญ่อัตตาจร ปกค.๓๗ M109A5 ของกองทัพบก
ตามที่ได้เคยได้รายงานไปก่อนหน้าแล้วนั้น ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวโครงการจัดหาหรือปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์หลักใดออกมาในช่วงเดือนตุลาคมนี้อีก
ทั้งนี้ก็เป็นที่เข้าใจได้ครับว่านี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมนักที่จะมีข่าวการดำเนินการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูงออกมาครับ
(เรื่องหนึ่งที่ต้องขอว่ากล่าวอีกครั้งคือ มี Page FB หรือ Webboard หรือ Website เยอะแยะที่คัดลอกบทความจาก Blog นี้ไปลงแล้วไม่ให้แหล่งที่มาดั้งเดิมแม้แต่ Link เดียว จนถึงดัดแปลงข้อความราวกับว่าเขียนเองแปลเองหรือมีเจตนาอื่นแฝงมาตลอดนานแล้วครับ)

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๕๘-๖

ช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมาซึ่งเป็นเดือนที่สองของปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ก็มีข่าวการรับมอบยุทโธปกรณ์และการดำเนินงานโครงการจัดหาของกองทัพหลายส่วนครับ

การประชุมพิจารณาคัดเลือกแบบรถถัง



การประชุมพิจารณาคัดเลือกแบบรถถัง ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 27 ต.ค.58 โดยมี จก.กบ.ทบ.เป็นหัวหน้าคณะ
http://dlogs.rta.mi.th/www/readcontent/17427

คัดเลือกแบบ ถ. ณ สาธารณรัฐรัสเซีย




จก.กบ.ทบ. พร้อมคณะเดินทางเพื่อคัดเลือกแบบ ถ. ณ สาธารณรัฐรัสเซีย เมื่อ ๑๖ พ. ย.๕๘
http://dlogs.rta.mi.th/www/readcontent/17453

ส่วนของกองทัพบกนั้นมีการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแบบรถถัง ซึ่งตามที่มาข้อมูลล่าสุดมีการเดินทางไปดูงานสองประเทศแล้วคือ Norinco จีน ซึ่งน่าจะเป็นรถถังหลัก VT4 (MBT-3000) และ Uralvagonzavod รัสเซีย ซึ่งน่าจะเป็นรถถังหลัก T-90
โดยมีข้อมูลว่าเพื่อเป็นแนวทางในการจัดหารถถังหลักแบบใหม่หลังจากที่โครงการจัดหารถถังหลัก Oplot ของยูเครนมีความล่าช้า

เท่าที่ทราบนี่การจัดหารถถังหลัก Oplot ตามแผนการปรับปรุงกำลังเหล่าทหารม้าในเบื้องต้นจะจัดหาเป็นมาแทนรถถังหลัก M48A5 ในสองกองพันทหารม้ารถถัง
คือ กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ ที่ตอนนี้ได้รับมอบแล้ว ๑๐คัน กับ กองพันทหารม้าที่๒๑ กองพลทหารราบที่๖
โดยถ้าจัดหา ถ.หลัก Oplot มาได้ครบกองพันในส่วน ม.พัน.๒ ก็จะมีการย้าย M48A5 ไปที่ กองพันทหารม้าที่๘ กองพลทหารราบที่๓ แทน ถ.เบา M41A3 ที่จะปลด
แต่ก็ไม่ทราบว่าในส่วนของ ม.พัน.๒๑ นั้นจะมีการจัดหา ถ.หลัก Oplot ชุดที่สอง หรือจะจัดหารถถังหลักแบบอื่น ซึ่งตามแผนเดิมจะย้าย M48A5 จาก ม.พัน.๒๑ ไป กองพันทหารม้าที่๑๖ กองพลทหารราบที่๕ แทน M41A3
รวมถึงกองพันทหารม้ารถถัง ประจำกองพลทหารราบ กองพันอื่นที่ต้องจัดหา ถ.หลักใหม่ แทน ถ.เบา M41A3 เช่น กองพันทหารม้าที่๔ รักษาพระองค์

ตรงนี้ยังไม่รวมในส่วนกองพันทหารม้ารถถังใน กรมทหารม้าที่เป็นหน่วยขึ้นตรง กองพลทหารม้าที่๓ ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ด้วยครับ
ถ้าให้คาดเดาส่วนตัวมองว่าเป็นไปได้ว่าในส่วนของ พล.ม.๓ นี่อย่างน้อยจะมี กองพันทหารม้าที่๖ กรมทหารม้าที่๖ ที่จะต้องจัดหารถถังหลักใหม่แทน ถ.เบา.๓๒ Stingray ที่มีแผนจะย้ายไป กองพันทหารม้าที่๙ กองพลทหารราบที่๔ แทน M41A3
ยังไม่ไม่รวม กรมทหารม้าที่๗ ที่เป็น นขต.ของ พล.ม.๓ ที่ต้องจัดหายุทโธปกรณ์ใหม่ทั้งกรม คือสองกองพันทหารม้าบรรทุกยานเกราะ และหนึ่งกองพันทหารม้ารถถัง
จึงเป็นไปได้สูงว่า ถ้ามีการจัดหารถถังหลักจากจีนจริงอาจจะมาลงในส่วน พล.ม.๓ เนื่องจากเป็นการจัดหาในจำนวนมาก ลักษณะเดียวกับที่กองทัพบกเคยจัดหา ถ.๓๐ Type 69-II และ รสพ.๓๐ Type 85 ลงกองพลทหารม้าที่๒ รักษาพระองค์จำนวนมากในสมัยก่อน
แต่ก็เป็นไปได้เช่นกันว่าพิจารณาคัดเลือกแบบรถถังใหม่อาจจะมาลงในส่วน กองพันทหารม้ารถถัง กองพลทหารราบ

สำหรับไทยนั้นเข้าใจว่าถ้าจะจัดหารถถังหลักจากจีนจริง คงน่าจะเป็นรุ่นใหม่กว่าที่ประเทศอื่นมีแล้วคือ VT4 (MBT-3000)
โดยประเทศในแถบนี้ที่มีการจัดหารถถังหลัก VT1A (MBT-2000) ซึ่งเป็นรถรุ่นก่อน VT4 (MBT-3000) เข้าประจำการก็มีกองทัพบกพม่ากับกองทัพบกบังคลาเทศ
โดยในส่วนเครื่องยนต์นั้น VT4 จะใช้ ย.ดีเซล กำลัง 1200HP ของจีนเองเพื่อแก้ปัญหาการจัดซื้อ ย.จากแหล่งอื่น
อย่างในโครงการจัดหารถถังหลักใหม่แทน T-55 ของกองทัพบกเปรู ซึ่ง MBT-2000 ถูกยูเครนกดดันไม่ขายเครื่องยนต์ให้เพราะตนเองได้ส่ง Oplot แข่งด้วย ซึ่งปัจจุบันจีนเสนอ VT4 ห้เปรู
ส่วนความทันสมัยของระบบรถขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าที่จะเลือกติดตั้งอย่างเช่นระบบป้อมปืนกลหนัก Remote เหมือน T-90MS ซึ่งมีการสาธิตต้นแบบไปแล้วเป็นต้น
อย่างไรก็ตามสำหรับรถถังหลัก VT4 หรือ MBT3000 จีนนั้นก็ไม่ได้จัดว่ามีราคาถูกนักครับ โดยราคาที่เสนอขายเปรูจะอยู่ที่เฉลี่ยคันละ $4 million ซึ่งพอๆกับ Oplot หรือ T-90S
แต่ทั้งนี้รถถังจีนอาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับการจัดหาในจำนวนมาก เพื่อให้มีอัตราจัดในหน่วยต่างๆเต็มตามแผนที่วางไว้

สำหรับรถถังหลักรัสเซียนั้นก็คงค่อนข้างแน่นอนว่าแบบรถถังหลักที่ทางรัสเซียนำเสนอน่าจะเป็นตระกูล T-90 เนื่องจากรถถังหลักรุ่นใหม่ล่าสุดของ Uralvagonzavod (UVZ) คือ T-14 ARMATA นั้นรัสเซียยังไม่พร้อมจะส่งออกในเร็วๆนี้
ตรงนี้มองว่าถ้ากองทัพบกจะเลือกจัดหารถถังหลัก T-90 จริง ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ารถถังหลักจีนอย่าง VT4 ครับ เพราะระบบพื้นฐานหลักค่อนข้างจะใกล้เคียงกับ ถ.หลัก Oplot ในบางจุด
(บางอย่าง Oplot เหนือกว่าเช่นสมรรถนะระบบขับเคลื่อนตัวรถ บางอย่าง T-90MS เหนือกว่าเช่นปืนใหญ่รถถังและระบบควบคุมการยิง)
อีกทั้ง ถ.หลักตระกูล T-90 ก็มีใช้งานทั้งในกองทัพบกรัสเซียและอีกหลายประเทศทั่วโลกในจำนวนมากกว่าด้วย
เท่าที่มีข้อมูลตอนนี้ประเทศที่มีความต้องการจะจัดหารถถังหลัก T-90MS รุ่นส่งออกล่าสุดก็มี อินเดีย กับแอลจีเรีย ซึ่งต่างเป็นผู้ใช้รายใหญ่ของ T-90 อยู่แล้ว โดยสองประเทศนี้ได้ซื้อสิทธิบัตรจากรัสเซียในการประกอบ T-90 ในประเทศด้วย
ส่วนรถรุ่นที่มีความก้าวหน้ารองลงมาที่รัสเซียส่งออกต่างประเทศช่วงหลังปี 2010 มาก็คือรุ่น T-90SA ที่มีพื้นฐานจาก T-90A ที่ประจำการในกองทัพบกรัสเซีย ซึ่งใช้เกราะ ระบบอาวุธ และระบบควบคุมรุ่นใหม่ๆบางส่วน เช่นที่ประจำการในแอลจีเรีย อูกันดา และเติร์กเมนิสถาน เป็นต้น
ราคาของ T-90SA เข้าใจว่าน่าจะถูกกว่า T-90MS อยู่บ้างระดับหนึ่งครับ แต่ถ้ากองทัพบกไทยจะเลือกจัดหา T-90 จริง ถ้าเลือกได้ก็ควรจะเลือกรุ่นที่มีความก้าวหน้าสูงสุดครับ
เพราะตัว T-90 เองนั้นระบบพื้นฐานหลักของรถก็เริ่มจะล้าสมัยไปบ้างแล้วในยุคปัจจุบัน(มีพื้นฐานพัฒนามาจาก T-72) เว้นแต่ว่ากองทัพบกจะลดงบประมาณสำหรับจัดหารุ่นที่ราคาถูกลงมาอย่าง T-90SA เพื่อการจัดหาเป็นจำนวนมากๆ
เช่นเพื่อจัดตั้งกองพันทหารม้ารถถังในทั้งในส่วนกองพลทหารราบ และกองพลทหารม้าที่๓ ตามที่ได้กล่าวไป

แต่ทั้งนี้เองก็น่าจะมีตัวเลือกแบบรถถังหลักจากประเทศอื่นนอกจาก จีน และรัสเซีย ที่คณะกรรมการจะไปดูงานด้วย
ซึ่งถ้าไม่มีประเทศอื่นเช่นกลุ่มยุโรปตะวันตกหรือเกาหลีใต้ที่คณะกรรมการจะเดินทางไปดูงานแล้ว ก็น่าเชื่อว่ากองทัพบกไทยคงจะเลือกระบบรถถังหลักติดปืนใหญ่รถถังขนาด 125mm รัสเซีย เป็นระบบอาวุธหลักใหม่ต่อไปในอนาคตครับ

https://www.facebook.com/188960898103285/photos/a.188965268102848.1073741828.188960898103285/200302143635827/
https://www.facebook.com/รัชต์-รัตนวิจารณ์-188960898103285/
ที่มา รัชต์ รัตนวิจารณ์










การตรวจรับ ฮ. AWC 139 ที่สหรัฐฯ ผลการตรวจ ได้เเก่ test flight. Visual. Inspection. Publication. เเละ Loose.Parts. ทุกอย่างดำเนินการเรียบร้อยเเล้ว เมื่อ 26 พ.ย.58 
บริษัทพร้อมจะจัดส่ง ฮ. ทางอากาศให้กับ. ทบ. ไทย โดยเร็วที่สุด จะได้เเจ้งวันเวลาให้ทราบในโอกาสต่อไป
https://www.facebook.com/armydol/posts/1103673719650440










ผอ.กปชท.สกบ.กบ.ทบ. สังเกตการณ์ ปรนนิบัติบำรุง-ส่งมอบ-ตรวจรับและแจกจ่าย ฮ.ท.17(Mi-17V-5) จำนวน 2 เครื่อง ในห้วง 26 พ.ย.-11 ธ.ค. 58 ณ กองการบินทร. อ.บ้านฉาง จ.ระยอง
https://www.facebook.com/armydol/posts/1103205003030645
https://www.facebook.com/armydol/
ที่มา กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก









https://www.facebook.com/media/set/?set=a.899136763497069.1073741836.403256659751751
https://www.facebook.com/GeneralSupportAviationBattalion/
ที่มา กองบินสนับสนุนทั่วไป

อีกส่วนคือการจัดหาอากาศยานของกองทัพบกไทยก็มีการเผยแพร่ภาพการของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปขนาดเบา Airbus Helicopters H145 (EC145 T2 เดิม) เครื่องแรกหมายเลข 20069 ซึ่งเพิ่งประกอบออกมาจากโรงงาน
โดยกองทัพบกไทยสั่งจัดหา ฮ.H145 จำนวน ๖เครื่อง วงเงิน ๙๙๙,๒๐๗,๔๓๖บาท คาดว่ากำหนดการบินขึ้นทดสอบครั้งแรกและการตรวจรับมอบเครื่องจะมีตามมาในอนาคตอันใกล้

ตามมาด้วยการตรวจรับมอบ ฮ.ท.๑๓๙ AW139 ชุดใหม่ ที่สร้างในโรงงาน AgustaWestland Philadelphia สหรัฐฯ
ซึ่งดูจากสีเครื่องและการตกแต่งภายในห้องโดยสารแล้วเข้าใจว่าน่าจะเป็นเครื่องสำหรับภารกิจขนส่งบุคคลสำคัญเช่นเดียวสองเครื่องแรกที่ประจำการใน กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก

และ กองบินสนับสนุนทั่วไป ศูนย์การบินทหารบก จะได้รับมอบ ฮ.ท.๑๗ Mi-17V5 ชุดใหม่ ๒เครื่อง ซึ่งขนส่งวมาโดยเครื่องบินลำเลียงหนัก An-124-100 สายการบิน Volga-Dnepr รัสเซีย
ซึ่ง ฮ.ท.๑๗ Mi-17V5 หมายเลข 76404 และ 76405 นั้นคาดว่าจะมีกำหนดการทดสอบการบินในเร็วๆนี้ ซึ่งจะเป็นการเสริมการปฏิบัติงานของ ฮ.ท.๑๗ Mi-17V5 ทั้ง ๓เครื่องเดิมที่ประจำการอยู่แล้วได้อีกมากครับ

ตัวแทนจำหน่ายและร่วมสายการผลิตเครื่องบิน CN235-220

บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัท PT Dirgantara Indonesia (Persero) ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย และ ร่วมการผลิตเครื่องบิน CN235-220 ในประเทศไทย




http://www.taithailand.com/business-and-services/casas-authorize-dealer-in-thai/

ด้านอุตสาหกรรมอากาศยานของไทยนั้นก็เป็นที่น่ายินดีเมื่อ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (Thai Aviation Industries) ได้ลงนามข้อตกลงกับ PT Dirgantara อินโดนีเซีย ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายและร่วมการผลิตเครื่องบินลำเลียง CN235-220 ในประเทศไทย
PT Dirgantara Indonesia (Persero) เป็นอุตสาหกรรมอากาศของอินโดนีเซียที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในกลุ่มประเทศ ASEAN ซึ่งมีโครงการพัฒนาอากาศยานของตนเองและได้รับสิทธิบัตรหรือเป็นโครงการร่วมนานาชาติหลายแบบ
เช่น เครื่องบินลำเลียง EADS CASA CN-235 และ C-295 กับยุโรป และโครงการเครื่องบินขับไล่ KAI KF-X กับสาธารณรัฐเกาหลีเป็นต้น
ในส่วนของเครื่องบินลำเลียง CN-235 นั้นก็มีประจำการในกองบินตำรวจ ๑เครื่อง โดยเพิ่งมีข่าวที่ สำนักตำรวจแห่งชาติ สั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง CN-235-200M เพิ่มไป ๑เครื่องเมื่อปีที่แล้ว
และในส่วนของกองทัพบกไทย กองทัพเรือไทย และกองทัพอากาศไทยนั้นก็ยังมีความต้องการเครื่องบินลำเลียงขนาดกลางสองเครื่องยนต์อยู่ตามที่ได้เคยนำเสนอไป
จึงน่าจะเป็นข่าวดีครับที่ไทยเราจะได้เริ่มก้าวเข้าสู่การพัฒนาขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมอากาศยานร่วมกับเพื่อนบ้าน ASEAN ครับ