แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Tactical Transport Aircraft แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Tactical Transport Aircraft แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569

อินเดียออกเอกสารขอข้อเสนอ RFP สำหรับโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงอเนกประสงค์ MTA ใหม่ 60เครื่อง

India issues RFP for multirole transport aircraft programme





The Indian Air Force (IAF) seeks to replace its ageing Antonov An-32 transport fleet with a multirole transport aircraft capability. (Indian Air Force)

กระทรวงกลาโหมอินเดียได้เผยแพร่เอกสารขอข้อเสนอ(RFP: Request for Proposal) เพื่อจะจัดหาขีดความสามารถเครื่องบินลำเลียงอเนกประสงค์ MTA(Multirole Transport Aircraft) แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมยืนยันต่อ Janes
เอกสารขอข้อเสนอ RFP ที่ออกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 มองหาเครื่องบินลำเลียงใหม่จำนวน 60เครื่องที่วงเงินประมาณ 1 trillion Indian Rupee($10 billion) ตามที่ Janes เข้าใจ

เอกสารขอข้อเสนอ RFP มีขึ้นตามการออกเอกสารขอข้อมูล(RFI: Request for Information) ของกองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force) ในเดือนกรกฎาคม 2023 สำหรับโครงการ
กองทัพอากาศอินเดียกำลังมองหาเครื่องบินลำเลียงใหม่ที่สามารถบรรทุกได้หนักถึง 18-30tonnes ตามเอกสารขอข้อมูล RFI การส่งมอบต้องมีขึ้นภายใน 36เดือนหลังลงนามสัญญา

ขณะที่รายละเอียดแบบเต็มรูปแบบเกี่ยวกับเอกสารขอข้อเสนอ RFP ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ สื่อท้องถิ่นของอินเดียรายงานว่าผู้เข้าแข่งขันในโครงการเครื่องบินลำเลียงอเนกประสงค์ MTA
มองเครื่องบินลำเลียงใหม่จำนวน 12เครื่องที่จะส่งมอบในสถานะพร้อมทำการบินทันที(fly-away condition) และจำนวน 48เครื่องจะถูกผลิตในอินเดีย(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/c295-2025.html)

เครื่องบินลำเลียงใหม่ที่ถูกจัดหาภายใต้โครงการ MTA มีจุดประสงค์ที่จะทดแทนฝูงเครื่องบินลำเลียง Antonov An-32 (NATO กำหนดรหัส 'Cline') ยุคอดีตสหภาพโซเวียตของกองทัพอากาศอินเดีย
บริษัท Airbus Defence and Space ยุโรป, บริษัท Embraer Defense and Security บราซิล, และบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้แสดงความสนใจก่อนหน้านี้ในการมีส่วนร่วมในโครงการ

ในการตอบสนองต่อเอกสารขอข้อมูล RFI ที่ออกในปี 2023 บริษัท Airbus ยุโรปเสนอเครื่องบินลำเลียง A400M Atlas ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/a400m-53.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/02/airbus-a400m.html)
ขณะที่เครื่องบินลำเลียง A400M มีน้ำหนักบรรทุกที่ 37tonne เกินความต้องการโครงการ MTA บริษัท Airbus กล่าวกับ Janes ในปี 2023 ว่า A400M Atlas "สามารถเติมเต็มช่องว่างขีดความสามารถการลำเลียงของกองทัพอากาศอินเดีย" จากมุมมองการปฏิบัติการ

Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวในปี 2023 ว่าตนจะเสนอเครื่องบินลำเลียง C-130J Super Hercules เข้าแข่งขัน ซึ่งมีมีน้ำหนักบรรทุกที่ 19tonne(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/c-130j-10.html)
ในปี 2024 บริษัท Embraer บราซิล และบริษัท Mahindra Defence Systems อินเดียได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MoU: Memorandum of Understanding)  เพื่อที่จะ(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/kc-390-millennium-2.html)

"ร่วมกันดำเนินการผลักดันโครงการเครื่องบินลำเลียงอเนกประสงค์ MTA" ด้วยเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/c-390-millennium-2.html)
ตามข้อมูลจาก Embraer บราซิลเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium สามารถบรรทุกสัมภาระได้ที่น้ำหนักที่ 26tonnes ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c-390-millennium-10.html)

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569

โคลอมเบียลงนามจัดหาเครื่องบินลำเลียง KC-390 Millennium บราซิล 2เครื่อง

Colombia buys two KC 390 aircraft for USD366.4 million





Colombia signed a USD36.4 million contract for the purchase of two KC-390 Millennium aircraft in August 2026. (Embraer)



โคลอมเบียลงนามสัญญาวงเงิน $366.4 million กับบริษัท Embraer บราซิลเพื่อจัดซื้อเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี  KC-390 Millennium จำนวน 2เครื่องเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026
กองทัพอากาศและอวกาศโคลอมเบีย(Colombian Aerospace Force, Fuerza Aeroespacial Colombiana) ประกาศ ข้อตกลงรวมถึงการฝึกนักบินและกำลังพล, การสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงขั้นต้น, อุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้นดิน, 

และองค์ประกอบสนับสนุนต่างๆที่จำเป็นเพื่อที่จะรับประกันการเข้าประจำการและการปฏิบัติการของเครื่องบินลำเลียง  KC-390 Millennium ในกองทัพอากาศและอวกาศโคลอมเบียจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2030
ตามข้อมูลจากเอกสารต่างๆของกระทรวงกลาโหมโคลอมเบียที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงการจัดซื้อเครื่องบินลำเลียง Embraer KC-390 Millennium ซึ่ง Janes ได้เข้าถึงได้

โครงสร้างทางการเงินรวมถึงการชำระค่าใช้จ่ายล่วงหน้าวงเงิน $182.9 million แบ่งจ่ายเป็นสองงวด งวดแรกวงเงิน $94.3 million ในปีงบประมาณ 2027 และงวดที่สองวงเงิน $88.5 million ในปีงบประมาณ 2028
ยอดค้างชำระที่เหลือที่โดยคราวๆเท่ากับวงเงินราว $183.6 million จะทำการชำระค่าใช้จ่ายในปี 2030 เมื่อเหตุการณ์สำคัญทางสัญญาได้บรรลุผลตรงตามที่วางแผนไว้ ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมโคลอมเบีย

ตามเอกสารทางเทคนิคต่างๆของกระทรวงกลาโหมโคลอมเบีย เครื่องบินลำเลียง  KC-390 สำหรับกองทัพอากาศและอวกาศโคลอมเบียเครื่องแรกจะอยู่ในรูปแบบระบบอากาศยานอเนกประสงค์พร้อมขีดความสามารถการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ
โดยจะมีการนำกระเปาะเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ WARP(Wing Air Refueling Pod) จำนวน 2กระเปาะ, ถังเชื้อเพลิงเสริมติดตั้งในโครงสร้างลำตัว(fuselage), ระบบกล้องสำหรับปฏิบัติการเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ, และสองสถานีผู้สังเกตการณ์

อุปกรณ์ของเครื่องบินลำเลียง  KC-390 สำหรับกองทัพอากาศและอวกาศโคลอมเบียจะยังรวมถึง ระบบสื่อสารดาวเทียมความถี่ย่าน L-band, วิทยุสองช่องสัญญาณ Rohde & Schwarz UHF/VHF,
ระบบข้อมูลการบินบูรณาการ IFIS(integrated flight information system), ระบบสร้างภาพภูมิประเทศและสิ่งกีดขวางจำลอง SVS(synthetic vision system), อุปกรณ์ oxygen แบบเคลื่อนย้ายได้ และที่ติดตั้งสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ

เครื่องบินลำเลียง  KC-390 สำหรับกองทัพอากาศและอวกาศโคลอมเบียยังสามารถอยู่ในรูปแบบสำหรับภารกิจการส่งกลับทางสายแพทย์ทางอากาศต่างๆด้วยความจุที่จะขนส่งผู้ป่วย 74คนบนเปล เอกสารต่างๆกล่าว
สำหรับการป้องกันตนเองเครื่องบินลำเลียง  KC-390 จะมีคุณลักษณะชุดบูรณาระบบความอยู่รอดต่างๆประกอบด้วย ระบบแจ้งเตือนการถูกตรวจจับด้วย radar(RWR: Radar Warning Receiver), 

ระบบแจ้งเตือนการเข้าหาของอาวุธปล่อยนำวิถี(MAWS: Missile Approach Warning System), ระบบตรวจจับแจ้งเตือนการถูกเล็งด้วย laser(LWS: Laser Warning System), และเครื่องจ่ายเป้าลวง chaff และพลุไฟ flare ตามข้อมูลจากเอกสารต่างๆ
โคลอมเบียจะเข้าร่วมกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องบินลำเลียง KC/C-390 ทั่วโลกรวมถึง บราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/embraer-c-390.html), โปรตุเกส(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/29n-super-tucano-12.html),


ลิทัวเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/c-390-millennium-3.html), สาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/kc-390.html), อุซเบกิสถาน(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/c-390-2.html) 
และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c-390-millennium-10.html) โดยมียอดคำสั่งซื้อรวมทั้งหมดถึง 62เครื่องแล้วจนถึงขณะนี้ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/tai-embraer.html)

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สหรัฐอนุมัติข้อตกลงการสนับสนุนเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules แก่เวียดนามบ่งชี้ความเป็นไปได้ในการจัดหา

US clears Vietnam C-130 support deal, indicating potential acquisition





The USAF is preparing to retire its C-130H fleet, which could be made available to US security partners. RTX has unveiled a C-130H upgrade suite that includes the NP2000 eight-bladed propeller, as seen on this US Air National Guard Hercules. (Collins Aerospace/USAF)

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติข้อเสนอวงเงิน $100 million ที่จะจัดส่งสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและการสนับสนุนเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130 Hercules แก่เวียดนาม
ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลเวียดนามในนครหลวง Hanoi อาจจะกำลังเตรียมการที่จะจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-130 Hercules จากสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/c-130h-hercules.html)

ข้อเสนอการขายที่เป็นไปได้ที่มีการแจ้งเตือนเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 คลอบคลุมการบริการการดำรงสภาพต่างๆและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายใต้กลไกรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) ของรัฐบาลสหรัฐฯ
"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มพูนขีดความสามารถของเวียดนามเพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามต่างๆในปัจจุบันและอนาคตโดยการสร้างความมั่นใจความพร้อมการปฏิบัติการฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130" กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว

กองทัพอากาศประชาชนเวียดนาม(VPAF: Vietnam People's Air Force) ไม่ได้เป็นผู้ใช้งานเครื่องบินลำเลียงตระกูล C-130 Hercules ตามข้อมูลจาก Janes All the World's Air Forces
ฝูงบินเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศประชาชนเวียดนามประกอบด้วยเครื่องบินลำเลียง NC212i จำนวน 3เครื่อง และเครื่องบินลำเลียง C-212 จำนวน 1เครื่องที่จัดหาจาก PT Dirgantara Indonesia รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมการบินอินโดนีเซีย,

และเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง Airbus C295 จำนวน 3เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295-eoir.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295.html) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวว่าชุดข้อเสนอที่ถูกเสนอรวมถึง
ใบพัดเครื่องยนต์เครื่องบินลำเลียง C-130 ส่วนประกอบอากาศยาน ชิ้นส่วน และอุปกรณ์เสริมต่างๆ, อุปกรณ์การจัดการภาคพื้นดิน, และชิ้นส่วนอะไหล่และวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ ยังรวมถึงการฝึก, การซ่อม, การสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงต่างๆ และเอกสาร

"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มพูนขีดความสามารถการลำเลียงทางอากาศทางยุทธศาสตร์และการตอบสนองต่อภัยพิบัติ/เหตุการณ์ฉุกเฉินของเวียดนามโดยการสร้างความมั่นใจของฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130 ของตน" 
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าว ไม่มีประกาศก่อนหน้าถึงการอนุมัติการขายเครื่องบินลำเลียง C-130 แก่เวียดนามภายใต้โครงการรูปแบบการขาย FMS(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/c-130j-10.html)

ในเอกสารแจ้งระยะแรกของตน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯให้รายชื่อบริษัท RTX Corporation สหรัฐฯใน Arlington มลรัฐ Virginia ในฐานะผู้รับสัญญาตามหลักการ มีการแก้ไขเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 เป็นบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯใน Marietta มลรัฐ Georgia
ตามข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตนไม่ทราบถึงข้อตกลงการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม(offset) ใดๆที่ถูกเสนอในการเชื่อมโยงกับความเป็นไปได้ในการขาย(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/c-130h.html)

ก่อนหน้านี้บริษัท RTX สหรัฐฯได้เปิดตัวชุดการปรับปรุงเครื่องบินลำเลียง C-130H Hercules ซึ่งรวมถึงใบพัดแบบแปดกลีบ NP2000 ที่พบในเครื่องบินที่ได้รับการปรับปรุงของกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศสหรัฐฯ(ANG: Air National Guard)
กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) กำลังเตรียมการที่จะปลดประจำการฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130H ของตนซึ่งสร้างความเป็นไปได้ที่เครื่องบินจะพร้อมที่ส่งมอบให้แก่ชาติหุ้นส่วนความมั่นคงของสหรัฐฯรวมถึงเวียดนามครับ

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium สาธารณรัฐเช็กเครื่องแรกจาก 2เครื่องทำการบินครั้งแรก

First Czech Millennium makes maiden flight







The first of two Millennium airlifters for the Czech Republic on its maiden flight from Embraer's Gavião Peixoto production facility in southern Brazil. (Embraer)



เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Embraer KC/C-390 Millennium เครื่องแรกสำหรับสาธารณรัฐเช็กได้การบินครั้งแรกของตนแล้วเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา
บริษัท Embraer บราซิลผู้ผลิตได้ประกาศเหตุการณ์สำคัญซึ่งมีขึ้น ณ โรงงานอากาศยานสายการผลิต Gavião Peixoto ของตนใกล้มหานคร Sao Paulo ในตอนใต้ของบราซิล

การบินครั้งแรกของเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-390 Millennium เครื่องแรกจำนวน 2เครื่องสำหรับกองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็ก(CzAF: Czech Air Force, VSACR: Vzdusné Sily Armády Ceské Republiky)
มีขึ้นราว 19เดือนให้หลังจากที่สาธารณรัฐเช็กประเทศยุโรปตะวันออกชาติสมาชิก NATO ลงนามสัญญาจัดหาในเดือนตุลาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/c-390-millennium-2.html)

การส่งมอบเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-39 ให้แก่กองทัพอากาศสาธารณรัฐเช็กคาดว่าจะมีขึ้นภายหลังในปี 2026 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเครื่องบินจะถูกใช้งานสำหรับภารกิจต่างๆ
เช่น การลำเลียงทางอากาศ, การปฏิบัติการจู่โจมทางอากาศต่างๆ, การส่งกำลังบำรุงทางอากาศ, การส่งกลับทางสายแพทย์, การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, การเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ, และการดับเพลิง

เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-390 ใหม่จำนวน 2เครื่องจะเพิ่มเติมต่อเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี Airbus C295M/MW จำนวน 6เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2019/12/airbus-c295.html) 
และเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธี  Let L-410 จำนวน 5เครื่องที่เป็นเจ้าของและปฏิบัติการโดยกองทัพสาธารณรัฐเช็ก(ACR: Army of the Czech Republic, AČR: Armáda České republiky)

เช่นเดียวกับแนวทางเครื่องบินลำเลียงทางยุทธศาสตร์นานาชาติ NATO(SALIS: NATO Strategic Airlift International Solution) และฝูงบินเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศอเนกประสงค์นานาชาติ(MMF: Multinational Multirole Tanker Transport Fleet) 
สหภาพยุโรป(EU: European Union)/NATO(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/nordic-airbus-a330-mrtt.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/03/airbus-a330-mrtt-nato.html) ที่เป็นโครงการเช่าเครื่องบินลำเลียง/เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศมาใช้งาน

เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium มีพื้นที่บรรทุกภายใน 170ลูกบาศก์เมตร(รวมประตูท้าย) มีน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 23tonnes(หรือน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่ 26tonnes เมื่อรวมสัมภาระไว้ที่จุดศูนย์ถ่วง) คุณลักษณะสมรรถนะที่ให้การเผยแพร่โดยบริษัท Embraer
เครื่องบินลำเลียง C-390 มีความเร็วเดินทางสูงสุดที่ 470knots(870km/h) มีเพดานบินสูงสุด 36,000feet, และมีพิสัยทำการไกลสุด(เมื่อบรรทุกสัมภาระหนัก 23tonnes) ที่ 1,380nmi(2,556km) หรือบินได้ไกลสุดโดยใช้ถังเชื้อเพลิงภายในลำตัวที่ 4,640nmi พิสัยทำการสามารถขยายเพิ่มได้โดยการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศครับ

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

กองทัพเรือไทยลงนามจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295 พร้อมระบบตรวจจับ EO/IR ใหม่ ๒เครื่อง

The Royal Thai Navy orders two Airbus C295 in advanced transport configuration





Airbus has released a concept image of a C295W aircraft in Royal Thai Navy (RTN) livery. (Airbus/Royal Thai Navy)



กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ได้ลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินลำเลียง Airbus C295 จำนวน ๒เครื่องในรูปแบบเครื่องบินลำเลียงเพิ่มขยายขีดความสามารถที่สามารถใช้ในภารกิจการตรวจการณ์ทางทะเล
และการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search and Rescue) ต่างๆ นอกจากการปฏิบัติการการส่งกำลังบำรุงสำหรับไทย บริษัท Airbus Defence and Space(DS) ยุโรปประกาศเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026)

การสั่งจัดหากองทัพเรือไทยนี้มีขึ้นตามการสั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295 จำนวน ๒เครื่องของกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ที่ประกาศเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c295.html)
และเป็นการเพิ่มเติมต่อเครื่องบินลำเลียง บ.ล.๒๙๕ Airbus C295W จำนวน ๓เครื่องของกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) ที่ถูกใช้ในภารกิจการลำเลียงสัมภาระและการขนส่งกำลังพลต่างๆตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๙(2016)(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/c295.html)

ด้วยจำนวนการสั่งจัดหาล่าสุดที่รวมแล้วถึง ๗เครื่อง เครื่องบินลำเลียง C295 ได้กลายเป็นเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีที่เป็นระบบอากาศยานมาตรฐานอ้างอิงสำหรับกองทัพไทย(RTARF: Royal Thai Armed Forces)
เครื่องบินลำเลียง C295 จำนวน ๒เครื่องสำหรับกองทัพเรือไทยซึ่งจะปฏิบัติการจากสนามบินทหารเรืออู่ตะเภาของกองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division) กองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet) ในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย

เครื่องบินลำเลียง C295 สำหรับกองทัพเรือไทยจะสามารถที่จะตรวจจับ, จำแนก, และพิสูจน์ทราบเป้าหมายต่างๆในทะเลหรือภาคพื้นดิน ปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้่งในเวลากลางวันและกลางคืนตามที่เครื่องบินได้รับการติดตั้งด้วยชุดระบบตรวจจับกล้อง Electro-Optical/Infra-Red(EO/IR) 
เครื่องบินลำเลียง C295 สำหรับกองทัพเรือไทยจะถูกประกอบ ณ โรงงานบอากาศยานของบริษัท Airbus Defence and Space ใน Seville สเปน โดยการส่งมอบเครื่องแรกมีกำหนดการในสิ้นปี พ.ศ.๒๕๗๑(2028)

เครื่องบินลำเลียง C295 จำนวน ๙๐เครื่องได้รับการสั่งจัดหาแล้วโดยเจ็ดประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/c295mw-4.html) C295 เป็นผู้นำระดับโลกในภาคส่วนเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีสองเครื่องยนต์ใบพัดขนาดกลาง
โดยครองส่วนแบ่งในตลาดที่ร้อยละ๘๕ ด้วยคำสั่งซื้อทั้งหมด ๓๓๕เครื่องจาก ๓๙ประเทศในสี่ทวีป ปัจจุบันฝูงบิน C295 ทั่วโลกได้บรรลุการทำการบินรวมแล้ว ๗๕๐,๐๐๐ ชั่วโมงบิน(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/c295-18.html)

ความเห็นวิเคราะห์
บริษัท Airbus ไม่ได้ให้รายละเอียดมูลค่าวงเงินของสัญญาจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295 จำนวน ๒เครื่องของกองทัพเรือไทย แต่เข้าใจว่าเป็นการจัดหาภายใต้โครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงสนับสนุนปฏิบัติการทางเรือ วงเงิน ๓,๗๖๙,๙๙๙,๙๘๗บาท($115,285,280) 
เพื่อทดแทนเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๑ บ.ลล.๑ Fokker F-27 MK-400 จำนวน ๒เครื่อง ที่เคยประจำการ ณ ฝูงบิน๒๐๑(201 Naval Air Squadron) กองบิน๒(Naval Air Wing 2) กองการบินทหารเรือ ที่มีรายงานว่าได้ถูกปลดประจำการลงตั้งแต่ช่วงสิ้นปี พ.ศ.๒๕๖๖(2023)

โดยเครื่องบินลำเลียง C295 ในประจำการกองการบินทหารเรือ กบร. กองเรือยุทธการ กร. กองทัพเรือไทยน่าจะได้รับการกำหนดแบบเป็น "เครื่องบินลำเลียงแบบที่๓ บ.ลล.๓" ตามหลังเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ บ.ลล.๒ Embraer ERJ135LR จำนวน ๒เครื่องในประจำการ
และจะถูกในภารกิจสนับสนุนนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) รวมถึงหลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน ตลอดจนการค้นหาและกู้ภัยทางทะเล SAR และการส่งกลับทางภารกิจการส่งกลับทางสายแพทย์(medevac: medical evacuation)

การจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295 ของกองทัพเรือไทยยังสร้างความเป็นไปได้ที่จะมีการจัดหาในรุ่นเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล C295 MSA(Maritime Surveillance Aircraft) และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล C295 MPA(Maritime Patrol Arcraft) ตามมาด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/c295-3.html) 
ฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C295 ในประจำการร่วมกันของทั้งสามเหล่าทัพยังจะทำให้ได้รับประโยชน์ในการสนับสนุนการซ่อมบำรุงภายในไทยโดย บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด(TAI: Thai Aviation Industries) ไทย ผ่านข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท Airbus ด้วยครับ

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

กองทัพอากาศไทยลงนามจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295 ใหม่ ๒เครื่อง

The Royal Thai Air Force orders two Airbus C295 tactical transport aircraft
An artist's impression of the Airbus C295 in service with the Royal Thai Air Force. (Airbus)




Thailand already has three C295s operated by the Royal Thai Army since 2016. (Royal Thai Army)

กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ได้ลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินลำเลียง Airbus C295 จำนวน ๒เครื่องในรูปแบบเครื่องบินลำเลียงทางทางยุทธวิธี ซึ่งจะเพิ่มขยายขีดความสามารถการป้องกันประเทศของไทย
บริษัท Airbus Defence and Space(DS) ยุโรปประกาศเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) เครื่องบินลำเลียง C295 สองเครื่องจะประจำการ ณ กองบิน๔๖ พิษณุโลก ของกองทัพอากาศไทย

กองทัพไทย(RTARF: Royal Thai Armed Forces) มีเครื่องบินลำเลียง C295 ใช้งานอยู่แล้วโดยประจำการในกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) จำนวน ๓เครื่องจากแผนที่มองจะจัดหาจำนวน ๔เครื่อง
ในชื่อเครื่องบินลำเลียง บ.ล.๒๙๕ Airbus C295W ซึ่งถูกใช้ในภารกิจการลำเลียงสัมภาระและการขนส่งกำลังพลต่างๆตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๙(2016)(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/c295.html)

เครื่องบินลำเลียง C295 สำหรับกองทัพอากาศไทยจะถูกประกอบที่โรงงานบริษัท Airbus Defence and Space ใน Seville สเปน โดยเครื่องแรกมีกำหนดส่งมอบในครึ่งแรกของปี พ.ศ.๒๕๗๒(2029)
C295 ในรูปแบบเครื่องบินลำเลียงทางทางยุทธวิธีมีขีดความสามารถในการบรรทุกกำลังพลได้ ๗๐นาย หรือพลร่มได้ ๔๙นาย บินขึ้นและลงจอดบนทางวิ่งที่ไม่มีผิวทาง(unprepared runway) ได้ 

เครื่องบินลำเลียง C295 สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทั้งการทิ้งร่มส่งสัมภาระและพลร่มส่งทางอากาศต่างๆ เช่นเดียวกับการทำภารกิจการส่งกลับทางสายแพทย์(medevac: medical evacuation)
บริษัท Airbus มีส่วนส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยผ่านความเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด(TAI: Thai Aviation Industries) ไทย สำหรับการสนับสนุนการซ่อมบำรุงฝูงบิน C295 ในไทยผ่านการฝึกอมรมขั้นก้าวหน้า

ไทยเป็นหนึ่งในเจ็ดประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่เป็นผู้ใช้งานเครื่องบินลำเลียง C295(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/c295mw-4.html) ในฐานะผู้นำระดับโลกในภาคส่วนเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีสองเครื่องยนต์ใบพัดขนาดกลาง
เครื่องบินลำเลียง C295 มีส่วนแบ่งในตลาดที่ร้อยละ๘๕ ด้วยคำสั่งซื้อทั้งหมด ๓๓๓เครื่องจาก ๓๙ประเทศในสี่ทวีป ปัจจุบันฝูงบิน C295 ทั่วโลกได้บรรลุการทำการบินรวมแล้ว ๗๕๐,๐๐๐ ชั่วโมงบิน(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/c295-18.html)

ความเห็นวิเคราะห์
บริษัท Airbus ไม่ได้ให้รายละเอียดมูลค่าวงเงินของสัญญาจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295 จำนวน ๒เครื่องของกองทัพอากาศไทย แต่การอนุมัติงบประมาณกลาโหมของกองทัพอากาศไทยในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ ระบุถึงโครงการเครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีอเนกประสงค์ ระยะที่ ๑ วงเงิน ๓,๖๖๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($112,037,980) 
ซึ่งตรงกับสมุดปกขาวของกองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๖๘ RTAF White Paper 2025 ของกองทัพอากาศไทยที่เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/rtaf-white-paper-2025.html)

ที่ระบุถึงโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงทดแทนเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒ก บ.ล.๒ก Basler BT-67 ฝูงบิน๔๖๑ กองบิน๔๖ ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๗๔-พ.ศ.๒๕๗๘(2031-2035) ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่าคือการจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295 ระยะที่๑ จำนวน ๒เครื่องที่มีการประกาศเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙
ก่อนหน้านี้กองทัพอากาศไทยได้ลงนามสัญญากับบริษัท Airbus ยุโรปเพื่อจะจัดหาเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ A330 MRTT+(Multi Role Tanker Transport Plus) ภายใต้โครงการเครื่องบินรับ-ส่ง บุคคลสำคัญทดแทนเครื่องบินลำเลียงแบบที่๑๙ บ.ล.๑๙ Airbus 340-500 ที่ประกาศเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๘(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/airbus-a330-mrtt.html)

กองทัพอากาศไทยในฐานะลูกค้ารายแรกที่สั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Airbus A330 MRTT+ จำนวน ๑เครื่อง รุ่นล่าสุดนี้จะได้รับมอบเครื่องภายในปี พ.ศ.๒๕๗๒ ที่จะเข้าประจำการ ณ ฝูงบิน๖๐๒ กองบิน๖ โดยอาจจะถูกกำหนดแบบเป็น "เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงแบบที่ ๑ บ.ช.๑" หรือ "เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงและลำเลียงแบบที่ ๒๐ บ.ชล.๒๐" อย่างใดอย่างหนึ่ง
โดยมีกำหนดการรับมอบในปี พ.ศ.๒๕๗๒ เช่นเดียวกันจึงยังไม่ชัดเจนในขณะนี้ว่าเครื่องบินลำเลียง C295 ในประจำการกองทัพอากาศไทยซึ่งไม่เคยมีเครื่องบินแบบนี้มาก่อนจะถูกกำหนดแบบเป็น "เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒๐ บ.ล.๒๐" หรือ "เครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๒๑ บ.ล.๒๑" ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium บราซิล 10เครื่อง

UAE orders Millennium airlifter as Embraer breaks into Middle East market





The Millennium airlifter has now secured the UAE as the latest in a growing list of customers. (Embraer)



สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE: United Arab Emirates) ได้สั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง Embraer KC/C-390 Millennium จำนวน 10เครื่อง เป็นเครื่องหมายถึงการขายครั้งแรกของเครื่องบินที่ผลิตในบราซิลในตลาดตะวันออกกลาง
บริษัท Embraer บราซิลผู้ผลิตเครื่องบินประกาศเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 ว่าคำสั่งซื้อสำหรับเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จำนวน 10เครื่องสำหรับกองทัพอากาศและป้องกันภัยทางอากาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE AFAD: United Arab Emirates Air Force and Air Defence)

ได้รับการวางคำสั่งซื้อโดย Tawazun Council for Defence Enablement หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้านการบริหารโครงการการจัดซื้อจัดจ้างทางกลาโหม 
โดยมีตัวเลือกสำหรับการจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-390 เพิ่มเติมอีก 10เครื่อง "ตามกระบวนการการวิเคราะห์และประเมินค่าอย่างเข้มงวด รวมถึงการรณรงค์การทดสอบอย่างครอบคลุมในสภาพแวดล้อมการปฏิบัติการของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์" 

"กองทัพอากาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เลือกเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium ในฐานะอากาศยานที่เหมาะสมที่สุดที่ต้องต่อความต้องการทางภารกิจที่สำคัญต่างๆ ขณะปรับแต่งการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน
เครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium จะทำให้กองทัพอากาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายรูปแบบรวมถึงการลำเลียงขนส่งกำลังพลและสัมภาระ, การปฏิบัติส่งทางอากาศและทิ้งร่มต่างๆ"

"การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม(humanitarian assistance), การส่งกลับทางสายแพทย์(medevac: medical evacuation), การปฏิบัติการต่างๆจากทางวิ่งที่ไม่มีผิวทาง(unpaved runway) ต่างๆ,
และการทำงานร่วมกันอย่างไร้ร้อยต่อกับทรัพยากรแห่งชาติต่างๆ(ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เช่นเดียวกับกับกองกำลังชาติพันธมิตรและชาติหุ้นส่วนต่างๆ" Embraer บราซิลกล่าวเสริม 

เช่นเดียวกับตัวโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ข้อตกลงC-390 รวมถึงชุดการซ่อมบำรุง, ซ่อมแก้ และซ่อมทำใหญ่(MRO: Maintenance, Repair and Overhaul) อย่างครอบคลุม และการบริการหลังการการต่างๆ
ที่จะได้รับการพัฒนาภายใต้ความรวมมือกับบริษัทของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปัจจุบันที่ไม่เปิดเผย การประกาศไม่ได้เปิดเผยว่าสัญญามีมูลค่าที่วงเงินเท่าไรหรือกำหนดระยะเวลาการส่งมอบเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium ใหม่

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะเข้าร่วมกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องบินลำเลียง KC/C-390 ทั่วโลกรวมถึง บราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/embraer-c-390.html), โปรตุเกส(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/29n-super-tucano-12.html), 

สาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/kc-390.html) และอุซเบกิสถานครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/tai-embraer.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/12/c-390-2.html) 

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

กองทัพอากาศบรูไนเสร็จสิ้นการจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295MW ใหม่ครบ 4เครื่อง

Brunei completes C295MW acquisition





The RBAirF has completed its acquisition of four Airbus C295MW aircraft with the delivery of the two final platforms. (Airbus, Brunei Ministry of Defence/Anishaik Tmski)

กองทัพอากาศบรูไน(RBAirF: Royal Brunei Air Force) ได้เสร็จสิ้นการจัดหาเครื่องบินลำเลียง Airbus C295MW จำนวน 4เครื่องของตนด้วยการส่งมอบเครื่องบิน 2เครื่องสุดท้าย
บรูไนสั่งจัดหาเครื่องบินลำเลียง C295MW จำนวน 4เครื่องจากบริษัท Airbus Defence and Space SAU ยุโรปสาขาสเปนในเดือนธันวาคม 2022(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/c295-18.html)

เครื่องบินลำเลียง C295MW จำนวน 2เครื่องแรกได้ถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศบรูไนในเดือนมกราคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/c295mw.html)
ขณะที่เครื่องบินลำเลียง C295MW สองเครื่องสุดท้ายได้มาถึงศูนย์ความเคลื่อนไหวทางอากาศ(Air Movement Centre) ฐานทัพอากาศ Rimba ในบรูไนเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 กระทรวงกลาโหมบรูไนกล่าว

"เครื่องบินลำเลียง C295MW สองเครื่องได้เสร็จสิ้นเที่ยวบินเดินทางระยะเวลา 7วันจากโรงงานอากาศยานของผู้ผลิต(ในสเปน) ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026" กระทรวงกลาโหมบรูไนเสริม
ตามข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมบรูไน เครื่องบินลำเลียง C295MW เครื่องที่สามและเครื่องที่สี่จะถูกกำหนดหมายเลข 'TUDB 504' และ 'TUDB 505' ในประจำการกองทัพอากาศบรูไน

ฝูงเครื่องบินลำเลียง C295MW ทั้ง 4เครื่องจะปฏิบัติการในฝูงบินที่15(No 15 Squadron) ที่มีที่ตั้ง ณ ฐานทัพอากาศ Rimba ของกองทัพอากาศบรูไน ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมบรูไน
เครื่องบินลำเลียง C295 รุ่นพื้นฐานมีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MToW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 23,200kg, ความเร็วเดินทางที่ 260knots, ระยะการบินไกลสุดที่ 2,477nmi ด้วยเชื้อเพลิงสูงสุด, และมีเพดานบินสูงสุดที่ 9,145m

เครื่องบินลำเลียง C295 ยังเป็นที่รู้จักในด้านขีดความสามารถการบินขึ้นและลงจอดระยะสั้น(STOL: Short Takeoff and Landing) ของเครื่อง โดยต้องการความยาวทางวิ่งเพื่อบินขึ้นที่ 844m และลงจอดที่ 420m
กระทรวงกลาโหมบรูไนกล่าวว่า ภารกิจการปฏิบัติการต่างๆของเครื่องบินลำเลียง C295MW ในประจำการกองทัพอากาศบรูไนรวมถึงการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ(HADR: Humanitarian Assistance and Disaster Relief),

การส่งกลับทางสายแพทย์(medevac: medical evacuation), การอพยพผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรบออกจากพื้นที่ขัดแย้ง(NEO: Non-Combatant Evacuation Operation), และการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search and Rescue)
กระทรวงกลาโหมบรูไนกล่าวว่าเครื่องบินลำเลียง C295MW ยังสามารถจัดรูปแบบสำหรับการขนส่งกำลังพลและสัมภาระ, การขนส่งบุคคลสำคัญ VIP, การส่งทางอากาศกระโดดร่มแบบกระตุกเอง(free-fall) และสายตรึงประจำที่(static line), และการทิ้งร่มสัมภาระทางอากาศต่างๆครับ

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569

ญี่ปุ่นเริ่มการทดสอบเครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ EC-2 ใหม่

Update: Japan begins testing of new electronic warfare aircraft






This computer graphics image, presenting an overhead view of the Kawasaki Heavy Industries (KHI) Stand-off Electronic Warfare Aircraft, shows the aircraft's enlarged dorsal fairings. (Janes)



ญี่ปุ่นได้เตรียมการเริ่มต้นการบินทดสอบสำหรับเครื่องบินสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) ใหม่ของตนที่ผลิตโดยบริษัท Kawasaki Heavy Industries(KHI) ญี่ปุ่น
ก่อนหน้าการนำเข้าประจำการในกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น(JASDF: Japan Air Self-Defense Force) ในปีหน้าปี 2027 โฆษกกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวกับ Janes ในเดือนมีนาคม 2026 

การพัฒนาของระบบเครื่องบินสงคราม electronic ได้เริ่มต้นในปีงบประมาณ 2020 ของญี่ปุ่น โฆษกกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าว ตามแผนต่างๆในปัจจุบัน เครื่องบินสงคราม electronic ใหม่ได้ถูกผลิตแล้วจำนวน 1เครื่องจนถึงขณะนี้
จะ "เข้าประจำการ(ในกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น)ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2027" โฆษกกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวต่อ งบประมาณวงเงินทั้งหมด 52.3 billion Yen($328.7 million) ได้รับการจัดสรรสำหรับโครงการระหว่างปีงบประมาณ 2020-2023

โฆษกของสำนักงานจัดซื้อจัดจ้าง, วิทยาการ และการส่งกำลังบำรุง(ATLA: Acquisition, Technology & Logistics Agency) กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026
Janes เข้าใจว่ากระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นน่าจะจัดหาเครื่องบินสงคราม electronic ใหม่มากกว่า 1เครื่องในอนาคต "จำนวนเครื่องบินที่จะถูกจัดหาหลังจาก(เครื่องบินเครื่องแรก)กำลังอยู่ในการพิจารณา" โฆษกกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าว

แม้ว่าโฆษกของ สำนักงานจัดซื้อจัดจ้าง, วิทยาการ และการส่งกำลังบำรุง ATLA ญี่ปุ่นและกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นได้อ้างอิงถึงระบบอากาศยานใหม่ในฐานะ "เครื่องบินสงคราม electronic ระยะไกลเกินพิสัยโจมตีฝ่ายตรงข้าม"(Stand-off EW Aircraft)
ขีดความสามารถนี้น่าจะทำให้ถูกกำหนดแบบเป็นเครื่องบินสงคราม electronic แบบ EC-2 โดย ATLA ญี่ปุ่นกล่าวกับ Janes ในปี 2022 ว่าเครื่องบินจะมีพื้นฐานจากเครื่องบินลำเลียง KHI C-2(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/jassm-er.html)

มีรายละเอียดต่างๆเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการหลังการพัฒนาได้เริ่มต้นในปี 2020 ระบบเครื่องบิน EW แบบใหม่เพื่อทดแทนเครื่องบินสงคราม electronic แบบ KHI EC-1 ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 1986 ดังกล่าวขณะนี้ได้เดินหน้าสู่ขั้นระยะการทดสอบแล้ว
ที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 เมื่อกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่นได้เปิดเผยชุดภาพถ่ายอย่างเป็นทางการแรกของระบบเครื่องบินสงคราม electronic ใหม่บนสื่อสังคม online X(Twiiter เดิม)

ชุดภาพได้แสดงถึงเครื่องบินสงคราม electronic แบบ EC-2 ที่มีพื้นฐานจากเครื่องบินลำเลียง C-2 มีโครงสร้างส่วนครอบอากาศยาน(fairing) เป็นโหนก(dorsal) ยื่นขยายออกมาในส่วนหัว, ด้านข้าง, ด้านบน, และด้านหลังของเครื่องบิน
ภาพที่เผยแพร่ในสื่องสังคม Online ของญี่ปุ่นล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 แสดงถึงเครื่องบินสงคราม electronic แบบ EC-2 ใหม่ได้ทำการบินครั้งแรกของตนจากฐานทัพอากาศ Gifu แล้วครับ