แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ H145 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ H145 แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Airbus Helicopters เปิดตัวระบบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 ใหม่

ILA 2026: Airbus Helicopters reveals U145 unmanned rotorcraft





The U145 unmanned cargo version of the H145 rotorcraft was revealed by Airbus Helicopters at the ILA Berlin Airshow 2026. It features 360-degree loading access via nose and rear clam-doors, and two sliding side doors. (Airbus Helicopters)



บริษัท Airbus Helicopters ยุโรปได้เปิดตัวรุ่นระบบอากาศยานไร้คนขับ(UAS: Unmanned Aircraft System) ของเฮลิคอปเตอร์ H145 ของตนที่ถูกเรียกว่าอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145

อากาศยานไร้คนขับปีกหมุน Airbus Helicopters U145 ถูกเปิดตัวในฐานะแบบจำลอง mockup ขนาดเท่าของจริง ณ งานแสดงการบินนานาชาติ ILA Berlin Airshow 2026 ในนครหลวง Berlin เยอรมนี ระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 202
ระบบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 UAS มีกำหนดที่จะทำการบินครั้งแรกของตนภายใต้การกำกับควบคุมความปลอดภัยโดยมนุษย์ก่อนสิ้นปี 2026 โดยการนำเข้าประจำการถูกระบุว่าจะเริ่มต้นในปี 2030s

"ด้วยอากาศยานไร้คนขับ U145 เรากำลังเสนอรุ่นอัตโนมัติไร้นักบินของเฮลิคอปเตอร์ H145 ของเรา ผสมผสานโครงสร้างอากาศยาน(airframe), กำลังขับ, และน้ำหนักบรรทุกที่ใช้ประโยชน์ได้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
ของเฮลิคอปเตอร์ H145 กับความอัตโนมัติของระบบอากาศยานไร้คนขับ UAS เพื่อที่จะพัฒนา U145 และขีดความสามารถต่างๆของมันในฐานะระบบอากาศยานไร้คนขับอเนกประสงค์"

"เราจะทำการจัดตั้งทีมขึ้นด้วยหุ้นส่วนระบบภารกิจอัตโนมัติชั้นนำต่างๆเพื่อที่ขยายระบบนิเวศ ecosystem ระบบอากาศยานไร้คนขับ UAS เพิ่มเติมในยุโรป" Matthieu Louvot ผู้อำนวยการบริหารบริษัท Airbus Helicopters กล่าวเสริม
ตามข้อมูลจาก Airbus Helicopters ยุโรป ระบบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 จะมีคุณลักษณะชุดระบบตรวจจับแบบพิเศษและระบบปัญญาประดิษฐ์(AI: Artificial Intelligence) สำหรับการทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

ระบบอากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 UAS จะไม่มีห้องนักบินทางกายภาพ และจะการปรับแต่งอย่างมีนัยสำคัญสำหรับการบรรทุกสัมภาระ เช่น การบูรณาการประตูที่หัวเครื่อง, แผ่นกระดานบรรทุกแบบพับได้, และพื้นวางสัมภาระโดยเฉพาะ
ด้วยประตูปิดเปิดแบบกาบหอย(clam-shell) ที่หัวเครื่องและท้ายเครื่อง ผสมผสานด้วยประตูด้านข้างในแต่ละด้าน อากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 จะสามารถเข้าออกตัวเครื่องได้ 360องศาสำหรับบรรทุกเข้าและบรรทุกออกของสัมภาระ

ด้วยน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MToW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 3,800kg อากาศยานไร้คนขับปีกหมุน U145 ได้รับการพัฒนาในฐานะแนวทางแก้ไขปัญหาที่ไม่ขึ้นกับรูปแบบภารกิจสำหรับการประยุกต์ใช้ทางพลเรือนและทางทหารโดยภารกิจหลักในการจัดส่งสัมภาระปริมาตรสูง
ขยายไปยังภารกิจการจัดการภัยพิภัย, ดับเพลิง, ลาดตระเวนติดอาวุธ, ตรวจการณ์ เป็นยานแม่สำหรับระบบ drone ตัวทำลาย(effector) ปล่อยทางอากาศที่ Airbus เป็นหุ้นส่วนกับบริษัท MBDA ยุโรป เช่นเดียวทีมมีคนบังคับ-ไร้คนขับ(MUM-T: Manned-Unmanned Teaming) ครับ

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

การฝึกโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก AMPHIBEX Raid การฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๙




















Royal Thai Marine Corps (RTMC) conducted Amphibious Exercise (AMPHIBEX) Raid operation as part of Field Training Exercise (FTX) of Royal Thai Navy (RTN) annual exercise Fiscal Year 2026 at the Naval Training Field No. 15, in Hat Yao, Sattahip district, Chonburi province in Gulf of Thailand on 14 May 2026. (Royal Thai Marine Corps/Royal Thai Navy)



เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙ 
นาวาเอก บุญมี แก้วสง่า รองผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน (๑) เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ร่วมตรวจเยี่ยมการฝึกสนับสนุนการปฏิบัติการด้วยระบบอากาศยานไร้คนขับของกำลังทางเรือ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และการฝึกโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนามและภาคทะเล (FTX) ในการฝึกกองทัพเรือ ๖๙ การฝึกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความพร้อมของกำลังพลอาวุธยุทโธปกรณ์ และระบบสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติการจริงรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงและภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป

การตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) ของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ 
ในวันนี้ (๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙) พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ให้การรับรอง พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) ของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ โดยมี พลเรือเอก สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือ ๒๕๖๙
ในส่วนของกองเรือยุทธการ ได้จัดให้มีการฝึกในหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนเรือ โดยมีการตรวจการณ์กระสุนตกด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) บนเรือหลวงนเรศวร ณ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และการฝึกการถอนตัวสะเทินน้ำสะเทินบก (Withdrawal) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ หาดยาว อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี
นอกจากนี้ กองเรือยุทธการยังมีหัวข้อการฝึกที่สำคัญอื่น ๆ ประกอบด้วย การฝึกความคุ้นเคยในการนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนดาดฟ้าเรือ (DLQ), การฝึกควบคุมห้วงอากาศในพื้นที่การรบ โดยใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นฐานปฏิบัติการของอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และเฮลิคอปเตอร์, การโจมตีเป้าหมายด้วยเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และโดรนพลีชีพ (Kamikaze Drone) แบบ MARCUSS-KK รวมถึงการปฏิบัติการร่วมระหว่างเรือ อากาศยาน และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ทั้งนี้ เพื่อมุ่งเน้นให้กองเรือยุทธการมีความพร้อมรบสูงสุด และพร้อมเผชิญหน้ากับภัยคุกคามในทุกรูปแบบ

การฝึกโจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก(AMPHIBEX: Amphibious Exercise Raid) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๕ หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026)  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล(FTX: Field Training Exercise) การฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๙ ของนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) 
และกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) จะได้เห็นการบูรณาการกำลังรบทั้งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก ซึ่งได้รรับประสบการณ์จากการปะทะตามแนวชายแดนจังหวัดตราดในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ที่มีส่วนร่วมโดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ฉก.นย.(Marine Task Force) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กปช.จต.(Chanthaburi and Trat Border Defence Command) อย่างมาก

โดยเน้นปฏิบัติการร่วมกับระบบไร้คนควบคุม(UXV: Unmanned X Vehicle) ทั้งอากาศยานรบไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) และการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System) ต่างๆเช่น อากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ MARCUS-KK ที่พัฒนาโดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ สวพ.ทร.(NRDO: Naval Research and Development Office)
และเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ ฮร.ตช.๑ Schiebel Camcopter S-100 ร่วมกับ เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่๕ ฮ.ลล.๕ Sikorsky MH-60S Knighthawk, เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่๖ ฮ.ลล.๖ Airbus Helicopters H145M, และ เครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ บ.ตช.๑ Cessna T-337 Skymaster ของ กองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division)

สนับสนุนด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นสร.(NSWC: Naval Special Warfare Command/RTN SEALs) เรือเร็วปฏิบัติการพิเศษชุดเรือ พ.51(Marsun M18 Fast Assault Boat) เรือ พ.52, เรือระบายพลขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงทองแก้ว ร.ล.ทองแก้ว และเรือหลวงวังใน และเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยเรือหลวงช้าง(ลำที่๓)(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/navantia-type-071et-lpd.html) กองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet)
และการยกพลขึ้นบกด้วยรถสะเทินน้ำสะเทินบก รนบ.AAVP7A1 กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) ที่ได้รับการปรับปรุงโดย Chaiseri ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/aavp7a1-d-tiger-4x4-dti.html) และทหารราบนาวิกโยธินครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/amphibex-cobra-gold-2026.html)

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

กองทัพเรือไทยสาธิตอากาศยานไร้คนขับ MARCUS-B รุ่นใหม่ในพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๘




Royal Thai Navy (RTN) held opening ceremony of Naval Exercise Fiscal Year 2025 at Laem Thian Pier, Sattahip Port, Sattahip Naval Base, Chonburi province, Gulf of Thailand on 13 February 2025.
involved demonstration of Maritime Aerial Reconnaissance Craft Unmanned System (MARCUS) "MARCUS-B" (2024) Vertical Take-Off and Landing (VTOL) Unmanned Aerial Vehicle (UAV), serial production domestic Naval Research & Development Office (NRDO), RTN with Thailand companies B.J.Supply 2017, Oceanus Research and Development and X-Treme Composites;












the demonstration also include Royal Thai Marine Corps (RTMC) new domestic Chaiseri AWAV (Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) 8x8 and upgraded Chaiseri AAV7A1 RAM/RS; 








Royal Thai Naval Air Division (RTNAD) Airbus Helicopters H145M and Sikorsky SH-60B Seahawk helicopters; domestic Marsun Por.51-class Special Operations Craft and Naval Special Warfare Command((NSWC) known as RTN SEALs team operators. (Royal Thai Navy, Royal Thai Marine Corps, Sompong Nondhasa)







MARCUS B เป็นอากาศยานไร้นักบินที่ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ หรือ สวพ.ทร. พัฒนามาเป็นเวลาหลายปี โดยได้รับเงินสนับสนุนทั้งจากงบประมาณของ สวพ.ทร. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และภาคเอกชน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์จากคณะกรรมการมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพเรือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
นอกจาก สวพ.ทร. แล้ว โครงการ MARCUS B ยังมีบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการคือบริษัท BJ Supply 2017 จำกัด ในฐานะผู้ให้เงินทุนสนับสนุน ผู้จัดการห่วงโซ่อุปทาน และคู่สัญญากับกองทัพเรือ บริษัท Oceanus Research and Development จำกัด ในฐานะผู้พัฒนา Software และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ และบริษัท X-Treme Composite เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนและโครงสร้างของอากาศยาน
MARCUS B รุ่น 2024 ที่เข้าประจำการในกองทัพเรือนั้น มีความยาว 2.8 เมตร ความกว้างขณะกางปีก 4.8 เมตร น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด 50 กิโลกรัม ความเร็วเดินทาง 50-70 น็อต เพดานบินสูงสุด 5 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล ติดตั้งกล้องตรวจการณ์ EO/IR กำลังขยาย 30x รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ C4ISR ของกองทัพเรือ
ใน 1 ระบบ จะประกอบด้วยอากาศยานไร้คนขับขึ้นลงทางดิ่ง 2 ลำ เป็นรุ่นปฏิบัติการระยะไกล 1 ลำ และรุ่นปฏิบัติการระยะใกล้ 1 ลำ กล้องตรวจการณ์ 2 ชุด สถานีควบคุมภาคพื้นดิน 1 ชุด การซ่อมบำรุงส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ในประเทศไทย ทำให้มี Down time ต่ำ และสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานทางเรือได้
ทั้งนี้ หลังจากส่งมอบแล้ว กองทัพเรือมีแผนที่จะกำหนดให้ฝูงบิน 104 ของกองการบินทหารเรือวางกำลัง MARCUS B ไว้ที่หน่วยปฏิบัติการที่สำคัญตามชายฝั่งทะเล เพื่อปฏิบัติการลาดตระเวนจากฐานบินบนบก ซึ่ง MARCUS B สามารถบินขึ้นลงบนเรือได้เช่นเดียวกันโดยใช้การบังคับด้วยมือ แต่ในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาระบบขึ้นลงอัตโนมัติเพื่อให้การปฏิบัติงานง่ายขึ้น 
ซึ่งกองทัพเรือวางแผนให้ MARCUS B ปฏิบัติงานบนหน่วยปฏิบัติการบนเกาะที่สำคัญตามแนวชายแดน 5 แห่ง และเรือ 18 ลำที่มีประจำการในกองทัพเรือ โดย MARCUS B ได้ทดสอบการขึ้นลงบนเรือหลวงจักรีนฤเบศรในขณะที่ปฏิบัติงานทางทะเล แล้ว โดยในอนาคตกองทัพเรือจะจัดหาเข้าประจำการเพิ่มเติม ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนาและเพิ่งพาตนเองของกองทัพเรือ

พลเรือเอก จิรพล  ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568โดยมี ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ พร้อมกำลังพลที่เข้ารับการฝึก เข้าร่วมในพิธี ณ ท่าเรือแหลมเทียนกลางท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 
ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ร่วมชมการสาธิตการปฏิบัติการทางเรือและอากาศยาน ซึ่งกองเรือยุทธการ เป็นหน่วยรับผิดชอบในการจัด และเยี่ยมชม การแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะใช้ในการฝึกกองทัพเรือในปีนี้ 
การฝึกกองทัพเรือประจำปี ถือเป็นการฝึกที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพเรือ โดยใช้แนวความคิดในการฝึกว่า “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” ซึ่งในปีนี้เป็นการฝึกป้องกันประเทศโดยกำหนดสถานการณ์ตั้งแต่ในขั้นปกติสถานการณ์วิกฤตไปถึงขั้นป้องกันประเทศ ซึ่งมีการทดสอบและสร้างความคุ้นเคยทางด้านแนวความคิดหลักการ หลักนิยม ไปจนถึงขีดความสามารถของกำลังรบในแต่ละประเภทโดยส่วนต่าง ๆ ของกองทัพเรือ
ทั้งในกองอำนวยการฝึก และหน่วยรับการฝึกทุกหน่วยได้มีการเตรียมและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอย่างเต็มกำลังความสามารถโดยนำวัตถุประสงค์การฝึกและหัวข้อการทดสอบที่กองทัพเรือกำหนด ไปกำหนดเป็นวัตถุประสงค์เฉพาะตามภารกิจของหน่วย และนำไปทดสอบในการฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX ) และการฝึกภาคสนาม (FTX) เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายคำสั่งและวัตถุประสงค์การฝึกที่ได้กำหนดไว้ต่อไป
 
สำหรับการฝึกในปีนี้ได้ทำการฝึกแผนป้องกันประเทศ ในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ 2 ประกอบด้วย การฝึกปัญหาที่บังคับการ และ การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล โดยในส่วนของการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเลในปีนี้ มีหัวข้อการฝึกที่สำคัญคือ การฝึกปฏิบัติการทางเรือของกองเรือเฉพาะกิจปฏิบัติการระยะไกลที่ 72 โดยมีการจัดกำลังเข้าร่วมการฝึกประกอบด้วย 
เรือหลวงช้าง เรือหลวงอ่างทอง เรือหลวงสุรินทร์ และเรือหลวงมันใน เป็นหมู่เรือลำเลียง โดยมีเรือหลวงนเรศวร เรือหลวงเจ้าพระยา และเรือหลวงกระบุรี ประกอบกำลังเป็นหมู่เรือคุ้มกัน ร่วมด้วยกำลังจากอากาศยานนาวีกำลังรบยกพลขึ้นบกและกำลังสนับสนุนอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้นจะมีการฝึกที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ 
การฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Mistral ของเรือหลวงจักรีนฤเบศร การฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศ การฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก การฝึกต่อต้านการก่อการร้ายบนแท่งผลิตก๊าซธรรมชาติ การฝึกให้ความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) 
และ การขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ในทะเล (Oil and chemical spill) การฝึกเป็นหน่วยกรมผสมนาวิกโยธิน และการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) การฝึกของหน่วยวิชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่และการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี โดยมีการเชิญกำลังพลจากกองทัพบกกองทัพอากาศรวมถึงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้

คณะกรรมการจัดทำสารคดีและสื่อโทรทัศน์กองทัพเรือ
กุมภาพันธ์ 2568

พิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๘(2025) ณ ท่าเรือแหลมเทียนกลางท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จะได้เห็นว่ากองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) และนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) ได้นำอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ที่ออกแบบพัฒนาสร้างโดยอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยร่วมการสาธิตการปฏิบัติการหลายแบบ
นี่รวมถึงอากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล MARCUS-B (2024) รุ่นใหม่ หรือรู้จักในชื่อว่า MARCUS-C ซึ่งเป็นอากาศยานไร้คนขับขึ้นลงทางดิ่ง(VTOL UAV: Vertical Take-Off and Landing Unmanned Aerial Vehicle) ในตระกูลอากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล MARCUS(Maritime Aerial Reconnaissance Craft Unmanned System) รุ่นที่สาม
ที่พัฒนาโดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ สวพ.ทร.(NRDO: Naval Research and Development Office) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ร่วมกับภาคเอกชนไทยคือ บริษัท Oceanus Research and Development ไทย, บริษัท X-Treme Composites ไทย และบริษัท B.J.Supply 2017 ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/marcus-c.html)

อากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล MARCUS-B (2024) ความยาว 2.8m ความกว้างปีก 4.8m น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) 50kg ความเร็วเดินทาง 50-70knots เพดานบินสูงสุด 5,000m เหนือระดับน้ำทะเล บินได้นาน ๔-๖ชั่วโมง มีน้ำหนักบรรทุก 8kg หนึ่งระบบประกอบด้วยอากาศยาน(airframe) ๒เครื่อง และสถานีควบคุมภาคพื้นดิน(GCS: Ground Control Station) ๑ชุด
ในพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๘ จะได้เห็นอากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล MARCUS-B ทำการบินขึ้นลงจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์ท้ายเรือของเรือฟริเกตชุดเรือหลวงเจ้าพระยา เรือหลวงสายบุรี ปฏิบัติการร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่๑ ฮร.ตช.๑ Schiebel Camcopter S-100 ฝูงบิน๑๐๔ กองบิน๑ กองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division)
ชี้เป้าหมายให้ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีราบ Type 59-I ขนาด 130mm ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง สอ.รฝ.(ACDC: Air and Coastal Defence Command) สนับสนุนชุดปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นสร.(NSWC: Naval Special Warfare Command/RTN SEALs) จากเรือเร็วปฏิบัติการพิเศษชุดเรือ พ.51(Marsun M18 Fast Assault Boat)

สาธิตยังรวมถึงรถหุ้มเกราะล้อยางชนิดลำเลียงพล 8x8 แบบ AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) และรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 RAM/RS หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นย.(RTMC: Royal Thai Marine Corps) ที่พัฒนาสร้างและปรับปรุงโดยบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/awav-8x8.html)
เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่๖ ฮ.ลล.๖ Airbus Helicopters H145M และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำแบบที่๑ ฮ.ปด.๑ SH-60B Seahawk ที่สาธิตการขจัดมลพิษทางน้ำร่วมกับเรือลากจูง เรือหลวงแสมสาร และเรือหลวงตาชัย ทั้งนี้กองทัพเรือไทยวางแผนที่จะนำ MARCUS-B VTOL UAV ปฏิบัติงานในหน่วยปฏิบัติการบนเกาะสำคัญตามแนวชายแดน ๕แห่ง และเรือ ๑๘ลำ โดยจะจัดหาเข้าประจำการเพิ่มเติมในอนาคต
การฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๘ ที่จะมีตามมาหลังพิธีเปิดยังรวมถึงการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง(CALFEX: Combined Arms Live Fire Exercise) ของนาวิกโยธินไทยและ สอ.รฝ. การฝึกภาคทะเลของกองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet) เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เรือหลวงจักรีนฤเบศร จะมีการฝึกยิงจริงของอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Mistral ที่ไม่ได้ทำการฝึกยิงมานานด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2019/01/mbda-mistral.html)