แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ HQ-9 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ HQ-9 แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564

กองทัพบกปากีสถานนำระบบป้องกันภัยทางอากาศ HQ-9/P จีนเข้าประจำการ

Pakistan Army commissions HQ-9/P air-defence system







A screengrab from footage released by the ISPR on 14 October showing a transporter vehicle carrying spare missiles for the HQ-9/P SAM system during a commissioning ceremony held that same day at Army Air Defence Centre Karachi. (ISPR)



กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบกปากีสถาน(PA: Pakistan Army)ได้ทำพิธีนำระบบป้องกันภัยทางอากาศอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ HQ-9 SAM(Surface-to-Air Missile) จีนรุ่นสำหรับปากีสถานเข้าประจำการ
ตามข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2021 โดย กองประชาสัมพันธ์ระหว่างเหล่าทัพ(ISPR: Inter-Services Public Relations) หน่วยงานสื่อของกองทัพปากีสถาน

ระบบที่ถูกเรียกว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับสูงถึงกลาง HQ-9/P HIMADS(High-to-Medium Air Defence System)ได้เข้าสู่ประจำการในกองทัพบกปากีสถานในพิธีที่จัดขึ้นในวันเดียวกัน
ณ ศูนย์ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกปากีสถาน(Army Air Defence Centre) นคร Karachi ที่ยังได้เชิญผู้บัญชาการกองทัพบกปากีสถาน(COAS: Chief of Army Staff) พลเอก Qamar Javed Bajwa ร่วมพิธี

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ HQ-9/P สามารถปฏิบัติการในฐานะส่วนหนึ่งของเครือข่ายระบบป้องกันภัยทางอากาศและอาวุธปล่อยนำวิถีบูรณาการ หมายความว่าระบบจะถูกใช้เพื่อ 
"เพิ่มขยายอย่างสำคัญ" ของ 'การป้องกันภัยทางอากาศบูรณาการเป็นชั้นอย่างครอบคลุม'(CLIAD: Comprehensive Layered Integrated Air Defence) ควบคู่ไปกับแนวป้องกันต่างๆของปากีสถาน ISPR เน้น

ไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีระบบป้องกันภัยทางอากาศ HQ-9/P จำนวนกี่ระบบที่ถูกนำเข้าประจำการ และจะมีการสั่งจัดหา HQ-9/P เพิ่มเติมหรือไม่แต่อย่างใด
ระบบ HQ-9/P สามารถโจมตีเป้าหมายทางอากาศได้ตั้งแต่อาวุธปล่อยนำวิถีร่อนและอากาศยานในพิสัยยิงไกลเกิน 100km โดยมี "ความเป็นไปได้ในการสังหารที่การยิงนัดเดียว" สูง ตามข้อมูล ISPR ปากีสถาน

อย่างไรก็ตามพิสัยยิงไกลสุดของ HQ-9/P ที่ 100km นี้แท้จริงเป็นเฉพาะการต่อต้านเป้าหมายอากาศยานเท่านั้น และภาคตัดขวาง radar(RCS: Radar Cross Section) ที่ระบบต้องการสำหรับการยิงเป้าหมายที่ระยะนี้ไม่เป็นที่ทราบ
การโจมตีต่อต้านเป้าหมายอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนหรือเป้าหมายทางอากาศลักษณะเดียวกันน่าจะมีระยะยิงที่สั้นกว่ามากคือราว 25km เท่านั้น

การนำ HQ-9 เข้าประจำการมีขึ้นให้หลังสองวันจากที่กองทัพบกปากีสถานทำพิธีนำรถถังหลัก VT4 ที่สร้างโดย Norinco จีนเข้าประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2021(https://aagth1.blogspot.com/2021/10/vt4.html
HQ-9 รุ่นส่งออกเป็นอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศแบบ active-radar homing ที่พัฒนาโดย China Precision Machinery Import-Export Corporation(CPMIEC) รัฐวิสาหกิจผู้ส่งออกระบบอาวุธนำวิถีของสาธารณรัฐประชาชนจีนครับ

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559

อินเดียจะลงนามจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 Triumf อิหร่านรับมอบ S-300 ครบ และตุรกีสนใจจัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศจากรัสเซีย

Russia, India to sign deal on S-400 Triumf air defense systems delivery
Marina Lystseva/ITAR-TASS
The agreement will be signed on Saturday, October 15
http://tass.com/defense/906326

นาย Yuri Ushakov ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียได้กล่าวเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า อินเดียจะมีการลงนามกับรัสเซียในสัญญาจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยไกลแบบ S-400 Triumf ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้
"ตามผลการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ของเรา และนายกรัฐมนตรีอินเดีย Narendra Modi จะมีการลงนามข้อตกลงการจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันภัยทางอากาศ S-400 Triumf
เช่นเดียวกันกับเอกสารอื่นบางส่วน ซึ่งส่วนของเอกสารจะถูกลงนามหลังประตูที่ปิด" นาย Ushakov ผู้ช่วยประธานาธิบดีปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในรายละเอียดข้อตกลง โดยมีการตั้งข้อสังเกตุว่าเอกสารแรกอาจจะมีการลงนามไปก่อนแล้ว

S-400 Triumf เป็นระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยไกลที่ก้าวหน้าที่สุดซึ่งประจำการในกองทัพรัสเซียตั้งแต่ปี 2007
โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 สามารถทำลายเป้าหมายอากาศยานและอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนได้ในระยะ 400km และทำลายเป้าหมายขีปนาวุธที่ความเร็ว 4.8km/s ได้ในระยะ 60km
จีนเป็นประเทศแรกที่รัสเซียส่งออกระบบ S-400 เพื่อเข้าประจำการในกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ซึ่งจีนและรัสเซียได้ลงนามสัญญาจัดหาไปเมื่อฤดูใบไม้ผลิปี 2015 โดยมีรายงานว่าเป็นวงเงินประมาณ $3 billion

นอกจากนี้รัสเซียยังมีแผนที่ลงนามข้อตกลงความร่วมมือในการสร้างเรือฟริเกตแบบ Project 11356 ให้กับกองทัพเรืออินเดีย และจัดตั้งความร่วมมือในการผลิตเฮลิคอปเตอร์ Kamov Ka-226T ในอินเดีย
รวมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงอื่นๆ เช่นความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย เศรษฐกิจการค้า และพลังงาน เช่น การพัฒนาโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและรัสเซียที่สถาปนาการทูตครบรอบ 70ปี
แต่ทั้งนี้ทางรัสเซียก็กังวลที่อินเดียแสดงความไม่พอใจในกรณีที่ กองทัพรัสเซียและกองทัพปากีสถานได้จัดการซ้อมรบร่วมระหว่างกันเป็นครั้งแรกในชื่อ Friendship 2016 ระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 10 ตุลาคมที่ผ่านมาที่เขตทหารภาคใต้ของรัสเซียครับ

Russia completes supplies of S-300 air defense systems to Iran
Dmitriy Rogulin/ITAR-TASS
The contract for selling S-300 to Iran was concluded back in 2007 and resumed in 2015
http://tass.com/defense/906269

จากการตอบคำถามต่อสื่อของเจ้าหน้าที่ความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหารสหพันธรัฐรัสเซีย รัสเซียได้เสร็จสิ้นการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300 ทั้งหมดให้อิหร่านแล้ว "ใช่มันผ่านการจัดส่งครบแล้ว" เจ้าหน้าที่กล่าว
เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน Hossein Dehghan กล่าวว่ารัฐบาล Tehran หวังว่าระบบ S-300 จะถูกจัดส่งมาครบภายในหนึ่งเดือน
สัญญาการจัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300 ระหว่างรัสเซียกับอิหร่านได้เริ่มขึ้นในปี 2007 แต่ถูกระงับในปี 2010 เมื่อรัสเซียปฏิบัติตามมติการคว่ำบาตการขายอาวุธให้อิหร่านของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
และเริ่มต้นใหม่ในฤดูใบไม้ผลิปี 2015 เมื่อประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ยกเลิกการห้ามขาย S-300 ให้อิหร่าน โดยสัญญามีผลเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2015

S-300 เป็นตระกูลระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยไกลที่พัฒนาโดย NPO Almaz รัสเซีย ซึ่งมีรุ่นพื้นฐานดั้งเดิมรุ่นแรกคือ S-300P
โดยมีรายงานว่าอิหร่านจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300 ทั้งหมดจำนวน 4กองพัน แต่ไม่มีการยืนยันระบบที่อิหร่านจัดหาเป็นรุ่น S-300PM1 หรือ S-300PMU2
ระบบ S-300 ถูกพัฒนาเพื่อใช้เป็นระบบป้องกันอากาศยานและอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนสำหรับกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศโซเวียต โดยรุ่นต่อมาถูกพัฒนาให้สมารถยิงสกัดกั้นขีปนาวุธได้
S-300 ถูกนำเข้าประจำการในอดีตสหภาพโซเวียตในปี 1979 เพื่อเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศในพื้นที่โรงานอุตสาหกรรมและภาคการบริหารขนาดใหญ่, ฐานทัพ และควบคุมห้วงอากาศต่อต้านการถูกโจมตีจากอากาศยานข้าศึกครับ

Turkey 'positive' about puchasing Russian air defense systems — official
Dmitriy Rogulin/ITAR-TASS
Erdogan's representative explained that Turkey might be prepared to sign an agreement with the country that proves capable of meeting its demand for air defense systems
http://tass.com/world/906490

นาย Ibrahim Kalyn โฆษกประธานาธิบดีตุรกีให้ข้อมูลต่อสื่อเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ตุรกีและรัสเซียกำลังหารือเพื่อสร้างแนวทางความร่วมมือในกรอบเทคนิคทางทหารร่วมกัน
โดยความร่วมมือทั้งสองประเทศนี้มีขึ้นจากการเยือน Istanbul ของประธานธิบดีรัสเซีย นาย Vladimir Putin และประธานาธิบดีตุรกี Recep Tayyip Erdogan เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา
"การเจรจาที่ Istanbul ได้สร้างความสำเร็จของข้อตกลงในการพัฒนาความร่วมมือกับรัสเซียด้านอุตสาหกรรมความมั่นคง หน่วยงานที่เกี่ยวกำลังทำรายละเอียดอยู่ ภาคส่วนอุตสาหกรรมความมั่นคงของตุรกีกำลังพูดคุยกับคู่ค้ารัสเซียเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือ" นาย Kalyn กล่าว
โฆษกประธานาธิบดีตุรกีได้ถูกซักถามถึงความเป็นไปได้ที่ตรุกีจะจัดซื้่อระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยไกลจากรัสเซีย "ตามหลักการเรามีความเห็นเชิงบวกในเรื่องนี้" เขาตอบ
นาย Kalyn เสริมว่า เมื่อมีความมั่นคงของชาติเป็นเดิมพันตุรกีควรจะเตรียมตัวในโต๊ะเจรจาที่จะมาถึง และลงนามข้อตกลงกับประเทศที่สามารถพิสูจน์ความสามารถที่ตรงความต้องการสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ

ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายนปี 2013 ตุรกีได้เลือกข้อเสนอในการจัดหาระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยไกลแบบ FD-2000 จาก China Precision Machinery Export-Import Corp(CPMEIC) สาธารณรัฐประชาชนจีน
ซึ่ง FD-2000 เป็นรุ่นส่งออกของอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ HQ-9(มีพื้นฐานจาก S-300 รัสเซีย) ที่ประจำการในกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน พร้อมการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตในตุรกีจากจีน
แต่จากการที่ NATO กังวลว่าการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศจากจีนของตุรกี จะทำให้จีนสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของระบบป้องกันภัยทางอากาศ NATO ได้ ทำให้ตุรกีต้องกลับมาพิจารณาถึงตัวเลือกระบบที่มีความเข้ากันได้อยู่แล้วจากผู้แข่งขันอีกสองรายคือ
Patriot จากบริษัท Raytheon และ Lockheed Martin สหรัฐฯ และ Eurosam SAMP/T จาก MBDA ฝรั่งเศสและ Thales Group ยุโรป ซึ่งพัฒนามาจากอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Aster 30 ที่ใช้กับเรือผิวน้ำ
มีข้อมูลว่ารัสเซียได้เสนอระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ S-300VM หรือ Antey-2500 จากบริษัท Almaz-Antey รัสเซีย โดยทางตุรกีต้องการการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับการผลิตร่วมในประเทศตนครับ

Russia may consider delivering air defense systems to Turkey
Grigory Sysoyev/TASS
The Kremlin spokesman confirmed that "various air defense systems were mentioned" during the negotiations
http://tass.com/politics/906527

ด้านโฆษกประธานาธิบดีรัสเซีย นาย Dmitry Peskov ก็ได้แถลงยืนยันเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านเช่นกันว่า รัฐบาลรัสเซียอาจจะพิจารณาส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศให้ตรุกี
"ที่จริงแล้วหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือทางทหารและทางเทคนิคนั้นอยู่ในวาระการประชุมติดต่อระหว่างประธานาธิบดี Putin และประธานาธิบดี Erdogan โดยมีระบบป้องกันภัยทางอากาศหลายแบบได้ถูกกล่าวถึง
ถ้าทางตุรกีแสดงถึงความต้องการรัสเซียก็อาจจะพิจารณาความเป็นไปได้ในการส่งมอบระบบแก่ตุรกีโดยมีการปรับเปลี่ยนในหลายอย่างสำหรับพวกเขา แต่นี่เป็นปัญหาในเชิงพาณิชย์อย่างเดียวที่เป็นพื้นที่อ่อนไหวมากของความร่วมมือ" นาย Peskov กล่าว

ก่อนหน้านี้โฆษกรัฐบาล Kremlin ได้กล่าวว่าประธานาธิบดี Putin และประธานาธิบดี Erdogan ไม่ได้มีการหารือร่วมกันในหัวข้อการสร้างระบบป้องกันภัยทางอากาศร่วมกัน
ซึ่งผู้นำรัสเซียได้กล่าวต่อสื่อหลังการประชุมเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาว่ารัสเซียพร้อมที่จะเดินหน้าการพูดคุยกับตุรกีในกรอบความร่วมมือทางทหารและเทคนิคที่เต็มไปด้วยโครงการสำคัญที่มีความสนใจร่วมกัน
โดยประธานาธิบดี Putin กล่าวว่าข้อเสนอสำหรับทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างการเริ่มการศึกษาและทั้งหมดยังอยู่ในช่วงตั้งต้นการดำเนินการครับ