แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ JLTV แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ JLTV แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569

ยานเกราะล้อยาง Stryker 8x8 กองทัพบกไทยสาธิตระบบอำนวยการรบ BMS ในพิธีปิดการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026
















Combined Arms Live-Fire Exercise (CALFEX) and Closing Ceremony for the exercise Cobra Gold 2026 at First Army Area, Royal Thai Army (RTA)'s artillery range Baan Deelang, Phatthana Nikhom District in Lopburi Province, Thailand, on 6 March 2026. (Royal Thai Armed Forces)





การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) และพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026
วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.40 นาฬิกา พลเอก อุกฤษฎ์  บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย นาย ฌอน เค. โอนีลล์ (SEAN K. O’NEILL) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และพลตรี วิลเลี่ยม เจ.เพรนเดอร์แกสต์ที่ 4  (MG William J. Prendergast IV) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 40 สหรัฐอเมริกา กองกำลังรักษาดินแดน รัฐแคลิฟอร์เนีย 
เข้าร่วมในพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 พร้อมทั้งชมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) โดยมี ผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุดมิตรประเทศ  และผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมชมการฝึก ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี บ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี
การฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ประกอบด้วย การกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง การขัดขวางทางอากาศ การยิงเตรียม และการยิงสนับสนุนของปืนใหญ่ การเจาะช่องเปิดเส้นทางของทหารช่าง การเคลื่อนที่ประกอบการยิง การโจมตีทางอากาศ การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด การเข้ายึดที่หมาย
 และการดำเนินกลยุทธ์ด้วยการยิงด้วยกระสุนจริงในเวลากลางคืนซึ่งเป็นครั้งแรกของการฝึกร่วม/ผสม ระหว่างกองทัพไทย และกองทัพสหรัฐอเมริกา ในการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงในเวลากลางคืน โดยมียุทโธปกรณ์สำคัญที่เข้าร่วมการฝึกฯ ประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่ F-16 จากกองทัพไทย อากาศยานไร้คนขับ แบบ Neros ยานเกราะล้อยางแบบ Stryker จากกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพไทย
ปัจจุบันการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ถือเป็นการฝึกทางทหารที่มีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนับเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่นที่ทางกองทัพสหรัฐอเมริกาและกองทัพมิตรประเทศ ที่มีให้กับกองทัพไทย นับว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง ในการพัฒนาขีดความสามารถกำลังพลของประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ 
โดยการแลกเปลี่ยนความรู้ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร ขยายสู่มิติอวกาศและไซเบอร์ รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ ในการปฏิบัติการร่วม/ผสม ให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามในทุกรูปแบบ 
รวมทั้งการบริหารจัดการงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตลอดจนคงไว้ซึ่งการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคให้มั่นคงสืบไป

การฝึก การดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง แบบผสมเหล่า (CALFEX) และพิธีปิด การฝึก Cobra gold 2026

"CALFEX  and Closing Ceremony Cobra Gold 2026 "
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 เวลา 09.30 - 12.00 น. พล.ต. สมศักดิ์  นุตพันธุ์ ผบ.ศป. ร่วมพิธีปิดการฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold 26 ณ พื้นที่ฝึก สนามยิงปืน ศป. บ้านดีลัง อ.พัฒนานิคม จว.ล.บ. โดยมี พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส., H.E. Mr. Sean Kotaro O'Neill เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และ MG. William J. Prendergast, IV ผบ.พล.ร.40 เป็นประธานร่วม ในพิธีฯ
ในการนี้ ได้เยี่ยมชมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (Combined Arms Live Fire Exercise: CALFEX) และการจัดแสดงนิทรรศการอาวุธยุทโธปกรณ์ และนวัตกรรมทางทหาร ณ สนามฝึกทางยุทธวิธี บ้านดีลัง จ.ลพบุรี 

"แทรกซึมเงียบจากเวหา: การฝึกกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง (HALO) ใน การฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold 2026  ระหว่าง 23 ก.พ.- 6 มี.ค.69 เป็นการทดสอบขีดความสามารถของกำลังพลในการส่งกำลังทางอากาศจากความสูงวิกฤต 
เพื่อเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการอย่างแม่นยำและรวดเร็วภายใต้การตรวจการณ์ของฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้ยังยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติการพิเศษให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อความพร้อมในทุกภารกิจแทรกซึมเชิงลึก"
“Good To Great”

การฝึกร่วมผสมนานาชาติ Cobra Gold 2026 ระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙(2026) ในประเทศไทยได้เสร็จสิ้นลงแล้วตามการฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง(CALFEX: Combined Arms Live Fire Exercise) ของกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) และพิธีปิดการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ณ สนามฝึกยิงปืนใหญ่บ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙
คู่ขนานไปกับการฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX ของนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ในวันเดียวกัน(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/d-tiger-4x4-calfex-cobra-gold-2026.html)

การฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX การฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ยังเป็นครั้งแรกที่ได้มีการฝึกในเวลากลางคืน รวมถึงการส่วนร่วมจากกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) ที่นำเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙ บ.ข.๑๙ F-16AM EMLU ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ ตาคลี ทิ้งลูกระเบิดอากาศอเนกประสงค์ Mk82 ขนาด 500 lbs สองลูกในพื้นที่ฝึกเป็นครั้งแรก
กำลังทางอากาศรวมถึงเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ Sikorsky UH-60M Black Hawk กองพันบินที่๙(9th Aviation Battalion), กรมบิน(Aviation Regiment) ศูนย์การบินทหารบก ศบบ.(AAC: Army Aviation Center) ฝึกกระโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง(HALO: High Altitude Low Opening) หน่วยปฏิบัติการพิเศษกองทัพบกไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ฝึกยิงอาวุธจริง

การยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งแบบลากจูง LG1 Mk III 105mm กองพันทหารปืนใหญ่ที่๑๑(11th Artillery Battalion), กรมทหารปืนใหญ่ที่๑ รักษาพระองค์(1st Artillery Regiment) กองทัพบกไทย(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/lg1-mk3-105mm.html), ปืนใหญ่สนามลากจูง M777 155mm(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/bae-systems-m777.html) และจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS กองทัพบกสหรัฐฯ
กำลังรบหลักภาคพื้นดินคือยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV(Royal Thai Army Infantry Carrier Vehicle) 8x8 ของกรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑(112th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) กองทัพบกไทย ที่ปฏิบัติการร่วมกับ กองพลน้อยชุดรบ Stryker(SBCT: Stryker Brigade Combat Team) และรถยนต์บรรทุกหุ้มเกราะ JLTV ของกองทัพบกสหรัฐฯ

การฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX การฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2026 ยังเป็นครั้งแรก ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV 8x8 กองทัพบกไทยได้แสดงขีดความสามารถระบบอำนวยการสนามรบ(BMS: Battle Management System) ที่ได้รับการติดตั้งแล้วเช่นเดียวกับยานยนต์แทบทุกแบบของกองทัพบกสหรัฐฯ เพื่อการแบ่งปันข้อมูลและการหยั่งรู้สถานการณ์ทางยุทธวิธีผ่านเครือข่ายแบบเข้ารหัส
ระบบอำนวยการสนามรบ BMS แบบ MFoCS II ของบริษัท Leonardo DRS สหรัฐฯ ได้ร่วมกับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทยในการดำเนินการติดตั้งให้แก่ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล Stryker RTA ICV 8x8 กองทัพบกไทย(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri-bms-stryker-8x8.html)

ในฐานะส่วนหนึ่งของการขยายขีดความสามารถนอกจากระบบ BMS C4I ยังรวมถึงติดตั้งระบบควบคุมอาวุธระยะไกลแบบ M153 CROWS II(Common Remotely Operated Weapon Station) ของบริษัท Kongsberg นอร์เวย์ ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการใช้อาวุธที่แม่นยำจากระยะไกลทั้งกลางวันกลางคืนและปกป้องพลยิงที่ทำการควบคุมการยิงจากภายในตัวรถ
กรมทหารราบที่๑๑๒ กองพลทหารราบที่๑๑ ร.๑๑๒ พล.ร.๑๑ ซึ่งเป็นกรมชุดรบยานเกราะล้อยาง Stryker(SRCT: Stryker Regiment Combat Team) ของกองทัพบกไทยได้รับมอบยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8 จนถึงปี พ.ศ.๒๕๖๘(2025) แล้วจำนวน ๑๔๐คัน และกำลังจะได้รับมอบเพิ่มเติม(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/stryker-8x8.html) สำหรับ กรมทหารราบที่๑๑๑ ร.๑๑๑ พล.ร.๑๑(111th Infantry Regiment, 11th Infantry Division) ให้เป็นหน่วย Stryker ทั้งกองพลครับ

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2567

กองทัพบกไทย-สหรัฐฯทำพิธีเปิดการฝึกผสม Hanuman Guardian 2024
















Royal Thai Army (RTA) and US Army held opening ceremony for joint combined exercise HANUMAN GUARDIAN 2024 at RTA Artillery Center in Lopburi Province, Thailand on 11 March 2024. (Royal Thai Army)
Hanuman Guardian 2024 will be conducted from 11-22 March, 2024 in the Kingdom of Thailand. Primary exercise events include an RTA-led combined Staff Exercise; platoon and company-level Field Training Exercises and a Combined Live-Fire Exercise; as well as several smaller aviation, Counter-Improvised Explosive Devices, Unmanned Aircraft Systems and Military Working Dog Subject Matter Expert Exchanges, and medical support events. 
Hanuman Guardian is conducted in coordination with United States Indo-Pacific Command as part of the USARPAC Operations Pathways.

เปิดการฝึกผสม HANUMAN GUARDIAN 2024
กองพันจู่โจมรักษาพระองค์ Ranger Battalion King’s Royal Guard

เริ่มแล้ว การฝึกร่วมผสม ทบ.ไทย-ทบ.สหรัฐฯ  รหัส Hanuman Guardian 2024 (HG24) ถือเป็นครั้งที่ 12 แล้ว นับตั้งแต่การฝึกร่วมผสมภายใต้รหัส HG ครั้งแรกในปี 2012 
การฝึกแลกเปลี่ยน CTX หน่วยยานเกราะStryker ทบ.ไทย จัดกำลังจาก กรมทหารราบที่ 111 ,กรมทหารราบ 112 ,กองพันจู่โจมรักษาพระองค์ และ ทบ.สหรัฐฯจัดกำลังจาก กองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 17 (1-17 IN BN ) 
ในวันแรกจะเป็นการเรียนรู้การปฏิบัติร่วมกับรถยานเกราะ Stryker ดังนี้
 - การฝึกปรนนิบัติบำรุงยานเกราะ Stryker (PMCS)
 - การฝึกใช้ระบบ Remote Weapon System 
 - การฝึกการปฏิบัติเมื่อยานเกราะพลิกคว่ำ (Roll Over)
โดยเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันระหว่าง ทบ.ไทย และ ทบ.สหรัฐฯ

กองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) และกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ได้ทำพิธีเปิดการฝึกร่วมผสมรหัส HANUMAN GUARDIAN 2024 ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๗(2024) ซึ่งเป็นการฝึกครั้งที่๑๒ แล้ว
ตั้งแต่เริ่มการฝึก HANUMAN GUARDIAN 2012 ครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๕๕๕(2012) โดยในปี พ.ศ.๒๕๖๗ นี้เป็นการฝึกระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกสหรัฐต่อเนื่องจากการฝึก Balance Torch 2024 ซึ่งการฝึก Balance Torch 24-4 ได้เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๗ ที่ผ่านมา

กองทัพบกไทยได้จัดกำลังจาก กรมทหารราบที่๑๑๑(111th Infantry Regiment) และกรมทหารราบที่๑๑๒(112th Infantry Regiment) กองพลทหารราบที่๑๑(11th Infantry) ซึ่งเป็นหน่วยทหารราบยานเกราะใช้รถสายพานลำเลียง รสพ.M113 APC และยานเกราะล้อยาง Stryker RTA ICV 8x8 ตามลำดับ
กองพันทหารปืนใหญ่ที่๑๑(11th Artillery Battalion), กรมทหารปืนใหญ่ที่๑ รักษาพระองค์, กองพลที่๑ รักษาพระองค์(1st Artillery Regiment, 1st Division Royal Guard) ที่ใช้ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งแบบลากจูงขนาด 105mm แบบที่๑ LG1 Mk III(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/lg1-mk3-105mm.html)

กองพันจู่โจมรักษาพระองค์ พัน.จจ.รอ(Ranger Battalion King's Guard) กรมรบพิเศษที่๓ รักษาพระองค์  รพศ.๓(3rd Special Forces Regiment King's Guard) กองพลรบพิเศษที่๑ พล.รพศ.๑(1st Special Forces Division) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(SWCOM: Special Warfare Command) 
และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๖๐ Sikorsky UH-60M Black Hawk กองพันบินที่๙(9th Aviation Battalion), กรมบิน(Aviation Regiment) ศูนย์การบินทหารบก ศบบ.(AAC: Army Aviation Center) รวมถึงสุนัขทหารจาก ศูนย์การสุนัขทหาร(MDC: Military Dog Center) กรมการสัตว์ทหารบก(Veterinary and Remount Department)

กองทัพบกสหรัฐฯได้จัดกำลังหลักจากกองพันที่1 กรมทหารราบที่17(1st Battalion, 17th Infantry Regiment) กองพลน้อยชุดรบ Stryker ที่2(2nd SBCT: 2nd Stryker Brigade Combat Team) กองพลทหารราบที่2(2nd Infantry Division) กองทัพบกแปซิฟิกสหรัฐฯ(USARPAC: US Army Pacific)
การฝึก HANUMAN GUARDIAN 2024 จะดำเนินในระหว่างวันที่ ๑๑-๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๗ โดยใช้พื้นที่ของกองทัพภาคที่๑(1st Army Area) กองทัพบกไทยเป็นหลัก ซึ่งครอบคลุมการฝึกภาคสนามหลายด้านอาทิการบิน, การต่อต้านระเบิดแสวงเครื่อง และการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงเป็นต้นครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2567

กองทัพไทย-สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง CALFEX และพิธีปิดการฝึก Cobra Gold 2024



























Combined Arms Live Fire Exercise and Cobra Gold 2024 Closing Ceremony
On March 8, 2027, at 10.30 a.m., Air Chief Marshal Chanon Muangthanya, deputy chief of Defense Forces, and Major General Michelle  Schmidt, commanding general of the 7th Infantry Division, U.S. Army, 
presided over the Cobra Gold 2024 closing ceremony at the Naval Training Field no. 16, Ban Chanthakhlem, Chanthaburi province, and observed the Combined Arms Live Fire Exercise (CALFEX).  
Chiefs of Defense Forces and commanders-in-chief of allied nations were also in attendance. 
The CALFEX featured weaponry and 137 participants from the Thai, American, and South Korean armed forces.  Activities included high-altitude, high-opening (HAHO) operations, sniper training, air interdiction, artillery preparation and supporting fire,
 engineer corps’ breaching operations, shooting on the move, air assaults, close air support, air assault operations, medical evacuation, and efforts to secure a target area.  
Key hardware included Thai Armed Forces’ BTR wheeled armored vehicles and F-16 fighters; U.S. Air Force’ F-16 fighters; U.S. Marine Corps’  PUMA unmanned air vehicles (UAVs), Light Armored Vehicles (LAV), and Joint Light Tactical Vehicles (JLTVs); 
and Korea Marine Corps’ TOW-2ARF missles and KAAV.
The Cobra Gold exercise is the largest military exercise in Southeast Asia, co-hosted annually in Thailand by the Royal Thai Armed Forces (RTARF) and the U.S. Indo-Pacific Command.  
Past iterations have been highly successful in increasing capacity of participating troops.  The exercise allows for the exchange of military know-how, doctrine, and technology, 
and has broadened the experience of Thai and allied forces in joint and multilateral operations.  This reflects our commitment to elevating cooperation and our relationships with participating nations to safeguard the stability and mutual interests of the region.  Additionally, the exercises also provide an economic benefit for local communities, while also building a good image of Thailand in the eyes of participating nations.

Public Relations Office, Cobra Gold 2024 Command Center
March 8, 2024

” Cobra Gold 24 “ 
การฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริงและพิธีปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ ๒๐๒๔
เมื่อวันที่ ๘ มี.ค.๖๗ พลอากาศเอก ชานนท์  มุ่งธัญญา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพลตรีหญิง มิเชล ชมิดต์ (Michelle Schmidt) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๗ กองทัพบกสหรัฐอเมริกา เป็นประธานร่วมในพิธีปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ ๒๐๒๔ 
โดยมี ผู้แทน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มิตรประเทศ ผู้แทน ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ร่วมชมการสาธิต การฝึกดําเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข ๑๖ บ้านจันทเขลม จว.จันทบุรี 
ในการนี้ พลเรือตรี วีระชัย  หลีค้า รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้แทน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พร้อมด้วย นาวาเอก โยธิน  ธนะมูล รองผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ผู้แทน ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังนาวิกโยธินผสม 
การฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ๒๐๒๔ (Cobra Gold 24) เข้าร่วมในพิธีฯ การฝึกดําเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ประกอบด้วย การโดดร่มแทรกซึมเบื้องสูง การชุ่มยิง การบินขัดขวางทางอากาศ การยิงเตรียมและการยิงสนับสนุนของปืนใหญ่ การเจาะช่องเปิดเส้นทางของทหารช่าง 
การเคลื่อนที่ประกอบการยิง การโจมตีทางอากาศ การสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิด การยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ การส่งกลับสายแพทย์ทางอากาศ และการเข้ายึดที่หมาย โดยมียุทโธปกรณ์สำคัญ ที่เข้าร่วมการฝึกฯ ประกอบด้วยรถเกราะล้อยาง BTR และเครื่องบินขับไล่ F-16 จากกองทัพไทย 
และเครื่องบินขับไล่ F-16 อากาศยานไร้คนขับ UAV รุ่น PUMA และ ยานเกราะล้อยาง LVT จากนาวิกโยนสหรัฐอเมริกา อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถังขนาดหนักโทว์ (TOW-2ARF) รถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV จากนาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี 
ปัจจุบันการฝึกคอบร้าโกลด์ ถือเป็นการฝึกทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทยและกองกําลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโด - แปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจําทุกปี 
การฝึกคอบร้าโกลด์ที่ผ่านมา นับว่าประสบผลสําเร็จเป็นอย่างสูงในการพัฒนาขีดความสามารถกําลังพลของประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ และเป็นศูนย์รวมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ หลักนิยม และเทคโนโลยีทางทหาร 
รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกําลังพลของกองทัพไทยและกองทัพมิตรประเทศในปฏิบัติการร่วม/ผสม สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพและผลประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาคโดยรวม 
นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น รวมทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาของกําลังพลมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกอีกด้วย

การฝึกผสมนานาชาติ Cobra Gold 2024 ที่จัดขึ้นในประเทศไทยระหว่างวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์-๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๗(2024) ได้มีพิธีปิดการฝึกเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๗ ด้วยการฝึกดำเนินกลุยทธ์ด้วยกระสุนจริง(CALFEX: Combined Arms Live Fire Exercise)
ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข๑๖ บ้านจันทเขลม จังหวัดจันทบุรี โดยมีกองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) เป็นเจ้าภาพสถานที่การฝึกต่อเนื่องจากการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก(AMPHIBEX: Amphibious Exercise) เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๗(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/amphibex-cobra-gold-2024.html)

การฝึกจะได้เห็นการประกอบกำลังภาคพื้นดินจากนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) ด้วยรถหุ้มเกราะล้อยาง BTR-3E1 8x8 ยูเครนที่ยังคงใช้งานได้แม้ประเทศผู้ผลิตจะอยู่ในภาวะสงครามมาหลายปี และรถยนต์บรรทุก HMMWV ติดอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง TOW 2A RF
นาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี(ROKMC: Republic of Korea Marine Corps) นำรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV ของตนฝึกยิงด้วยกระสุนจริงพร้อมกำลังทหารราบและหน่วยปฏิบัติการพิเศษควบคู่ไปกับทหารราบนาวิกโยธินไทยและชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ RTN SEALs

นาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) วางกำลังรถเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก LAV-25 และรถยนต์บรรทุกหุ้มเกราะ JLTV(Light Armored Vehicle) ในหลายรุ่น รวมถึงระบบอากาศยานไร้คนขับ RQ-20 Puma UAS(Unmanned Aircraft System) สนับสนุนการฝึก
และยังได้รับการสนับสนุนกำลังทางอากาศจากเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-60M Blackhawk จากกองพลน้อยบินที่16(16th CAB: 16th Combat Aviation Brigade) กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) และและเครื่องบินขับไล่ F-16C Block 40 ฝูงบินขับไล่ที่80(80th Fighter Squadron) กองบินขับไล่ที่8(8th Fighter Wing) กองทัพอากาศแปซิฟิก(PACAF: Pacific Air Forces) กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ด้วยครับ