แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Lightweight Torpedo แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Lightweight Torpedo แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

Saab สวีเดนได้รับสัญญาการพัฒนาเรือคอร์เวตชั้น Visby Generation 2 ยุคอนาคต

Saab Signs Two Contracts for Next Generation Corvettes for Sweden






Saab and the Swedish Defence Materiel Administration, (FMV), have signed two agreements concerning the next generation of surface ships and corvettes. 





บริษัท Saab สวีเดน และสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Materiel Administration, FMV: Försvarets materielverk) ได้ลงนามสัญญาสองข้อตกลงในเรื่องเรือผิวน้ำและเรือคอร์เวตยุคอนาคต
คือขั้นระยะการกำหนดการจำกัดความผลิตภัณฑ์สำหรับการปรับปรุงครึ่งอายุ(MLU: Mid-Life Upgrade) ของเรือคอร์เวตชั้น Visby ทั้ง 5ลำของกองทัพเรือสวีเดน(RSwN: Royal Swedish Navy, Svenska marinen)

เช่นเดียวกับขั้นระยะการกำหนดการจำกัดความผลิตภัณฑ์สำหรับเรือคอร์เวตยุคอนาคต Visby Generation 2 รวมวงเงินทั้งสองสัญญาเป็น 190 million Swedish Krona($22.9 million)
ทั้งสองสัญญาได้รวมการวิเคราะห์ความต้องการและตามด้วยการเริ่มต้นงานดัดแปลงเรือคอร์เวตชั้น Visby จำนวน 5ลำ และการจัดหาเรือคอร์เวต Visby Generation 2 ตามลำดับ

"สัญญาเป็นก้าวย่างไปข้างหน้าที่สำคัญสำหรับขีดความสามารถการรบผิวน้ำของสวีเดน โดยการปรับปรุงเรือคอร์เวตที่มีอยู่ และสร้างเรือรบยุคอนาคต เรือคอร์เวตชั้น Visby ได้เป็นผู้บุกเบิกมา 20ปีแล้วและหลังการปรับปรุง MLU พวกมันจะได้รับการติดตั้งระบบสำหรับการมอบหมายภารกิจในอนาคต
ประสบการณ์และองค์ความรู้ที่รวบรวมจากเรือชั้น Visby เป็นเวลาหลายปีจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาเรือ Visby Generation 2" Lars Tossman หัวหน้าภาคธุรกิจของ Saab Kockums กล่าว

เรือคอร์เวต Visby Generation 2 เป็นการพัฒนาของเรือชั้น Visby รุ่นที่5 และจะได้รับการติดตั้งระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำสมัยใหม่, ระบบ Torpedo และระบบอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันภัยทางอากาศ
เรือคอร์เวตชั้น Visby ลำแรกถูกปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2000 และปัจจุบันเรือคอร์เวตทั้ง 5ลำคือ K31 HSwMS Visby, K32 HSwMS Helsingborg, K33 HSwMS Härnösand, K34 HSwMS Nyköping และ K35 HSwMS Karlstad อยู่ในประจำการ

ขั้นระยะการกำหนดการจำกัดความผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงครึ่งอายุ MLU มุ่งที่จะทำให้เรือคอร์เวตชั้น Visby ทั้ง 5ลำสามารถปฏิบัติการได้เกินปี 2040
นอกเหนือจากการดัดแปลงระบบที่มีอยู่บนเรือ ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันภัยทางอากาศจะถูกติดตั้งเพิ่มเติมในฐานขีดความสามารถใหม่

ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ RBS15 จะได้รับการปรับปรุงเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/saab-rbs15.html, https://aagth1.blogspot.com/2018/07/saab-rbs15-mk4-gungnir.html)
เช่นเดียวกับระบบ Torpedo ด้วยระบบ Torpedo เบาแบบใหม่ Saab Lightweight Torpedo(SLWT) ที่กำหนดแบบในกองทัพสวีเดนเป็น TS47(Torpedsystem 47) ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/06/saab-torpedo-ts47.html

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Saab สวีเดนเสร็จสิ้นการยิง Torpedo เบา TS47 จากเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำครั้งแรก

TS47 torpedo completes first ship, submarine firings


TS47 pictured being launched from HMS Karlstad


ภาคธุรกิจระบบใต้น้ำ(Underwater Systems) ของบริษัท Saab สวีเดน, สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Materiel Administration, FMV: Försvarets materielverk) และกองทัพสวีเดน(Swedish Armed Forces, Försvarsmaktens)
ได้เปิดเผยรายละเอียดของการยิงครั้งแรกของระบบ Torpedo เบาแบบใหม่ TS47(Torpedsystem 47) จากเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำของกองทัพเรือสวีเดน(RSwN: Royal Swedish Navy, Svenska marinen) 

การทดสอบดำเนินการจากเรือคอร์เวตชั้น Visby และเรือดำน้ำชั้น Gotland ก่อนหน้าในปี 2020 นี้ที่สถานที่ทดสอบอาวุธนอกชายฝั่ง Karlskrona ทางชายฝั่งตะวันออกของสวีเดน 
การทดลองยิงเป็นเครื่องหมายถึงหลักก้าวย่างการพัฒนาที่สำคัญสำหรับ Saab สวีเดนในการมุ่งหน้าของการเริ่มสายการผลิตจำนวนมาก ซึ่ง TS47 ได้รับการจดทะเบียนชื่อกรรมสิทธิ์ว่า Saab Lightweight Torpedo(SLWT) โดยบริษัท

TS47 ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการ Torpedo เบาใหม่(NLT: New Lightweight Torpedo, Ny Lätt Torped) เพื่อทดแทนTorpedo เบาแบบ Torpedo 45 ปัจจุบันของกองทัพเรือสวีเดน
Saab ได้รับสัญญาวงเงิน 1.53 billion Swedish Krona($160 million) จาก FMV ในเดือนพฤษภาคม 2016 สำหรับการพัฒนา, สายการผลิต และส่งมอบ TS47 เข้าประจำการ(https://aagth1.blogspot.com/2016/05/torpedo-tp-47-saab.html)

TS47 ถูกออกเพื่อปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมเขตน้ำตื้นที่ซับซ้อนของหมู่เกาะของสวีเดนและทะเล Baltic มีคุณสมบัติเป็น torpedo นำวิถีด้วยเส้นลวด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 400mm ลอยตัวเกือบจะกลาง(near-neutrally buoyant)
ออกแบบโดยมีส่วนหัวระบบค้นหา digital ขั้นก้าวหน้าสำหรับตรวจจับ, พิสูจน์ทราบ และติดตามเป้าหมาย, การสื่อสารข้อมูลสองทางกับเรือที่ทำการยิง, ระบบนำร่องความแม่นยำสูง, ช่วงความเร็วแบบไร้รอยต่อที่กว้าง และความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ที่ยอดเยี่ยม

เมื่อเปรียบเทียบกับ Torpedo 45 ระบบขับเคลื่อนใหม่ของ TS47 ได้รวมสองนวัตกรรมสำคัญในรูปทรงของ battery lithium iron phosphate ที่ประจุไฟฟ้าใหม่ได้, ใช้สำหรับทั้งการฝึกและการยิงในสงครามจริง และระบบขับเคลื่อน Pumpjet ซึ่งแทนที่ระบบขับเคลื่อนใบจักรหมุนตรงข้ามในรุ่นก่อน
เช่นเดียวกับการเพิ่มความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ การเปลี่ยนไปใช้ระบบขับเคลื่อน Pumpjet ได้ช่วยลดสัญญาณเสียงลงโดยการลบความจำเป็นสำหรับการใช้ชุด gearbox ใน Torpedo ครับ

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

อินเดียส่งมอบ Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ Shyena แก่กองทัพเรือพม่า

India delivers first batch of indigenous lightweight torpedoes to Myanmar
India has delivered the first batch of Shyena advanced lightweight torpedoes to Myanmar as part of a USD37.9 million deal that New Delhi signed with Naypyitaw in early 2017.
https://www.janes.com/article/89865/india-delivers-first-batch-of-indigenous-lightweight-torpedoes-to-myanmar



triple-tube launchers for lightweight torpedoes on Myanmar Navy's frigates F12 UMS King Kyan Sitthar and F14 UMS King Sin Phyu Shin at IMDEX 2019, Changi Naval Base, Singapore.


อินเดียได้ส่งมอบ Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำขั้นก้าวหน้า Shyena ชุดแรกแก่พม่าในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงวงเงิน $37.9 million ที่รัฐบาลอินเดียลงนามกับรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในต้นปี 2017(https://aagth1.blogspot.com/2017/03/torpedo-shyena.html)
แหล่งข่าวทางการกล่าวกับ Jane's เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2019 ว่า Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำแบบ Shyena อินเดียได้ถูกส่งมอบให้กับกองทัพเรือพม่า(MN: Myanmar Navy, Tatmadaw Yei) เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2019

Torpedo เบา Shyena ซึ่งถูกออกแบบโดยห้องทดลองวิทยาศาสตร์ทางทะเลและเทคโนโลยีอินเดีย(NSTL: Naval Science and Technological Laboratory), องค์การวิจัยและพัฒนาทางกลาโหมอินเดีย(DRDO: Defence Research and Development Organisation)
ภายใต้ชื่อโครงการ Advanced Light Torpedo(TAL) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1990s และมีสายการผลิตที่โรงงานใน Visakhapatnam โดยบริษัท Bharat Dynamics Limited(BDL) และบริษัท Larsen & Toubro อินเดีย

Shyena ที่ได้ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพเรืออินเดีย(Indian Navy) ในต้นปี 2012 เป็น Torpedo เบานำวิถีด้วยตนเอง ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า มีความยาว 2.75m มีน้ำหนัก 220kg โดยมีส่วนเป็นหัวรบระเบิดหนัก 50kg
Torpedo เบา Shyena สามารถทำการยิงได้จากแท่นยิง Torpedo เบาแบบแฝดสามที่ติดตั้งบนเรือผิวน้ำ และจากเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำได้ ตามข้อมูลจาก DRDO อินเดีย

เป็นที่เข้าใจว่า Torpedo เบา Shyena อินเดียจะถูกนำมาติดตั้งใช้กับเรือฟริเกตชั้น Kyan Sitthar กองทัพเรือพม่าที่สร้างเองในประเทศทั้งสองลำคือ F12 UMS Kyan Sitthar (พระเจ้าจานสิตา) และ F14 UMS Sin Phyushin (พระเจ้ามังระ)
โดยเรือฟริเกตชั้น Kyan Sitthar พม่าติดตั้งแท่นยิง Topedo เบาแฝดสามสองแท่น ที่น่าจะใช้งานร่วมกับ Sonar ที่ตัวเรือแบบ HMS-X ที่พัฒนาโดยบริษัท Bharat Electronics Limited(BEL) อินเดีย

เรือฟริเกตชั้น Kyansittha เป็นเรือฟริเกตที่มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก Stealth ที่พัฒนาต่อจากเรือฟริเกตชั้น F11 UMS Aung Zeya (พระเจ้าอลองพญา) ซึ่งเป็นเรือฟริเกตลำแรกที่พม่าต่อเองในประเทศที่เข้าประจำการในปี 2010
กองทัพเรือพม่าได้นำเรือฟริเกต F12 UMS Kyan Sitthar และ F14 UMS Sin Phyushin เข้าประจำการในปี 2014(https://aagth1.blogspot.com/2014/12/ums-kyansittha-f12-stealth.html) และปี 2015 ตามลำดับ(https://aagth1.blogspot.com/2015/12/ums-sinbyushin-f14-stealth.html)

เรือฟริเกตชั้น Kyansittha มีระวางขับน้ำประมาณ 3,000tons ติดตั้งระบบขับเคลื่อนแบบ CODAD(Combined Diesel and Diesel) เครื่องยนต์ดีเซลสี่เครื่อง ทำความเร็วได้ประมาณ 30knots ระบบอาวุธมีปืนใหญ่เรือ 76mm ทรง Stealth ที่น่าจะลอกแบบจาก Oto Melara 76/62 Super Rapid อิตาลี,
ปืนใหญ่กลหกลำกล้องหมุน AK-630 30mm รัสเซีย 4กระบอก, อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ C-802A จีน 8นัด, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้ Igla ในแท่นยิง 6นัด รัสเซีย และแท่นยิงจรวดปราบเรือดำน้ำ 5ท่อยิง 2แท่นครับ

วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

SEA อังกฤษจะส่งมอบแท่นยิง Torpedo Launcher Systems ให้กองทัพเรือไทย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

SEA to Provide Torpedo Launcher Systems for Thai, Philippines & Malaysian Navies
SEA is supplying torpedo launchers to the SE Asia market
https://navyrecognition.com/index.php/news/defence-news/2017/november-2017-navy-naval-forces-defense-industry-technology-maritime-security-global-news/5679-sea-to-provide-torpedo-launcher-systems-for-thai-philippines-malaysian-navies.html

บริษัท SEA(Systems Engineering & Assessment Ltd.) ในเครือ Cohort plc สหราชอาณาจักรได้มองการสร้างโอกาสของตนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของระบบแท่นยิง Torpedo และเป้าลวงในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตามที่บริษัทจะได้นำเสนอขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์ตนในงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ Defense and Security 2017 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายนที่จะถึงนี้

เมื่อเร็วๆนี้ SEA ได้เป็นผู้ชนะการสั่งจัดหาระบบแท่นยิง Torpedo เบาแฝดสามแบบ Torpedo Launcher Systems(TLS) สำหรับเรือฟริเกตใหม่สองลำของกองทัพเรือฟิลิปปินส์(Philippines Navy)ที่สร้างโดยอู่เรือบริษัท Hyundai Heavy Industries(HHI) สาธารณรัฐเกาหลี
เช่นเดียวกับการส่งมอบแท่นยิง TLS และระบบควบคุมอาวุธสำหรับเรือฟริเกตชั้น Maharaja Lela กองทัพเรือมาเลเซีย(Royal Malaysian Navy) คือ Littoral Combat Ship(LCS) แบบเรือ Gowind ของ Naval Group ฝรั่งเศสที่สร้างโดยอู่เรือบริษัท Boustead Heavy Industries Corporation Berhad(BHIC) ในมาเลเซีย

ซึ่งมีตามมาจากการส่งมอบแท่นยิง Torpedo เบาแบบ TLS สำหรับเรือฟริเกตสมรรถนะสูงใหม่ของกองทัพเรือไทย(Royal Thai Navy) คือเรือหลวงท่าจีน(ลำที่๓) แบบเรือ DW3000H ที่สร้างโดยอู่เรือบริษัท Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering(DSME) สาธารณรัฐเกาหลี
โดยแท่นยิง Torpedo Launcher Systems ที่จะติดตั้งกับเรือฟริเกตของกองทัพเรือชาติ ASEAN ทั้งสามประเทศ เดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ J+S Torpedo Launcher Systems สหราชอาณาจักร ซึ่งได้ถูกซื้อกิจการโดย Cohort ไปแล้ว

SEA กำลังมองหาความเป็นไปได้ในการส่งมอบระบบแท่นยิง TLS ของตนสำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ชุด ร.ล.ท่าจีน(ลำที่๓) ลำที่๒ ที่กองทัพเรือไทยมีแผนจะสร้างในประเทศไทยที่ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ โดยการถ่ายทอด Technology จาก DSME เกาหลีใต้
นอกจากนี้ยังรวมถึงการมองหาโอกาสที่จะได้รับในการจัดหาแท่นยิง Torpedo เบาใหม่เป็นจำนวนมาก สำหรับโครงการสร้างเรือฟริเกตใหม่และโครงการปรับปรุงความทันสมัยเรือฟริเกตที่มีอยู่ของกองทัพเรือกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

TLS เป็นระบบแท่นยิง Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำที่สามารถเลือกใช้ Torpedo เบาขนาด 324mm มาตรฐาน NATO ได้ทุกแบบ ซึ่งความยืดหยุ่นสูงนี้ทำให้ผู้ใช้งานมีอิสระในการเลือกแบบ Torpedo เบา และสามารถปรับเปลี่ยนได้ใหม่ตลอดอายุการใช้งานของเรือ
โดย Torpedo เบาที่รองรับมีเช่น Mk44, Mk46 และ Mk54 สหรัฐฯที่อนุมัติขายให้ไทย(http://aagth1.blogspot.com/2016/08/torpedo-mk-54.html,http://aagth1.blogspot.com/2017/09/torpedo-mk54-mod-0.html) รวมถึง Sting Ray อังกฤษ และ A244S อิตาลี

การออกแบบในระบบ Modular แต่แรกทำให้สามารถติดตั้งแผงควบคุมการทำงานท่อยิงเป็นส่วนหนึ่งของระบบอำนวยการรบ(Combat Management System) ระบบควบคุมการยิงสามารถปรับให้เชื่อมโยงติดต่อกับระบบยิงเป้าลวงของเรือเช่นเดียวกับแท่นยิง TLS
โดย SEA กำลังพัฒนาการบูรณาการระบบร่วมกับ Sonar ลากท้ายแบบสายบาง KraitArray ของตนเป็นส่วนหนึ่งของระบบตรวจจับและระบบต่อต้านป้องกันตัวในสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare) โดยใช้ชุดคำสั่งการทำงานร่วมกัน

"ระบบของเรามีพื้นฐานมาจากประสบการณ์มากกว่า ๓๐ปีในการส่งมอบและสนับสนุนกองทัพเรือสหราชอาณาจักร(Royal Navy) และนั่นมีความต้องการที่เติบโตขึ้นสำหรับแท่นยิงของเราในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
David Hinds รองประธานฝ่ายกำหนดยุทธศาสตร์ภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ SEA อธิบายครับ

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560

กองทัพเรือไทยจัดหาชุดนำวิถีของ Torpedo เบา Mk54 Mod 0 สหรัฐฯ

Northrop Grumman Systems Corp is being awarded an $18,608,828 for the production of MK54 Mod 0 lightweight torpedo (LWT) array kits
This contract combines purchases for the Navy (84 percent); the governments of the United Kingdom (11 percent); and Thailand (5 percent), under the Foreign Military Sales (FMS) program.
https://www.defense.gov/News/Contracts/Contract-View/Article/1316834/

Mark 54 Torpedo aboard DDG-71 USS Ross in March 2008.(wikipedia.org)

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯประกาศเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนที่ผ่านมาว่าบริษัท Northrop Grumman Systems Corp ใน Annapolis มลรัฐ Maryland สหรัฐฯ ได้รับสัญญาวงเงิน $18,608,828 แก้ไขเพิ่มจากสัญญาก่อนหน้า เพื่อดำเนินการเป็นเวลา ๔ปี
ในการผลิตชุดนำวิถี(Array Kit) ของ Torpedo เบา Mk54 Mod 0 Lightweight Torpedo(LWT) พร้อมการผลิตอมภัณฑ์สนับสนุน, การวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง และสิ่งอุปกรณ์การบริการซ่อมเพื่อปรับปรุง Mk54 ของกองทัพเรือ
สัญญาแบ่งเป็นการจัดหาของกองทัพเรือสหรัฐฯ(US Navy) ร้อยละ๘๔, รัฐบาลสหราชอาณาจักรร้อยละ๑๑ และรัฐบาลไทยร้อยละ๕ ภายใต้รูปแบบโครงการขาย Foreign Military Sale(FMS) ซึ่งคาดว่าการทำงานจะเสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายนปี 2020

Mk54 Mod 0 LWT เป็น Torpedo เบาต่อต้านเรือดำน้ำ(Anti-Submarine Lightweight Torpedo) แบบล่าสุดที่ประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ และมีการส่งออกไปใช้งานในหลายประเทศ
เช่น กองทัพเรือออสเตรเลีย(Royal Australian Navy) และเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล Boeing P-8A Poseidon ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย(Royal Australian Air Force) และเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-8I Neptune ของกองทัพเรืออินเดีย(Indian Navy)
โดย Torpedo เบา Mk54 ขนาด 324mm นี้สามารถถูกติดตั้งได้กับเรือผิวน้ำโดยใช้ยิงจากแท่นยิงแฝดสาม Mk32 Surface Vessel Torpedo Tubes(SVTT), เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ, หรือเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล(MPA: Maritime Patrol Aircraft) เช่น P-3C Orion

ก่อนหน้าบริษัท Raytheon สหรัฐฯได้ประกาศการจัดซื้อ Torpedo เบา Mk54 Mod 0 วงเงิน $37,723,774 แบ่งเป็นในส่วนที่กองทัพสหรัฐฯจัดหาเองร้อยละ๙๘
และส่วนที่กองทัพเรือไทย(Royal Thai Navy)สั่งจัดหาร้อยละ๒ ในรูปแบบ FMS เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๙(2016) ที่ผ่านมา(http://aagth1.blogspot.com/2016/08/torpedo-mk-54.html)
ดังนั้นการจัดหาชุดนำวิถี Array Kits สำหรับ Torpedo เบา Mk54 Mod 0 ในส่วนของกองทัพเรือไทยเองจึงน่าจะเป็นระบบของลูก Torpedo ที่สั่งจัดหามาก่อนหน้าแล้ว

แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยที่ชัดเจนว่ากองทัพเรือไทยได้สั่งจัดหา Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ Mk54 Mod 0 มาจำนวนกี่นัด แต่กองทัพเรือไทยมีระบบอาวุธที่สามารถปรับปรุงหรือทำการติดตั้ง Mk54 Torpedo ได้หลายแบบ
เช่น ในส่วนเรือรบผิวน้ำอย่าง เรือฟริเกตสมรรถนะสูงใหม่ชุด ร.ล.ท่าจีน(ลำที่๓) ,เรือฟริเกตชุด ร.ล.นเรศวร และเรือคอร์เวต ร.ล.รัตนโกสินทร์ รวมถึงอากาศยาน เช่น เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ ฮ.ปด.๑ SH-60B เป็นต้น
สำหรับอังกฤษการจัดหา Array Kits สำหรับ Torpedo เบา Mk54 Mod 0 น่าจะเพื่อนำมาใช้งานเป็นอาวุธปราบเรือดำน้ำของเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-8A ที่ถูกสั่งจัดหา ๙เครื่องสำหรับกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(Royal Air Force) ครับ

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560

กองทัพเรือพม่าจะจัดหา Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ Shyena อินเดีย

Indian sonars for Kilo;Myanmar orders Indian torpedo
http://www.theweek.in/news/india/indian-sonars-for-kilo-myanmar-orders-indian-torpedo.html
India steps up supply of military equipment to Myanmar to counter China - Times of India
http://timesofindia.indiatimes.com/india/india-steps-up-supply-of-military-equipment-to-myanmar-to-counter-china/articleshow/57815200.cms


Indian Advanced Light Torpedo(TAL) Shyena

ระหว่างการแถลงการรับมอบระบบ Sonar แบบ Ushus-II ที่พัฒนาโดยองค์การวิจัยและพัฒนากลาโหมอินเดีย(DRDO: Defence Research and Development Organisation) สำหรับการปรับปรุงเรือดำน้ำ Project 877EKM ชั้น Sindhughosh จำนวน 5ลำของกองทัพเรืออินเดียนั้น
รัฐมนตรีกลาโหมอินเดีย Arun Jaitley ยังได้ประกาศความสำเร็จอีกประการของภาคการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของอินเดียว่า กองทัพพม่าได้สั่งจัดหา Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำแบบ Shyena ที่อินเดียพัฒนาเองในประเทศวงเงินประมาณ $37.9 million

Shyena เป็น Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำขนาด 324mm ยาว 2.75m หนัก 220kg หัวรบหนัก 50kg มีระยะยิง 7km ด้วยความเร็ว 33knots และใช้ดำโจมตีเป้าหมายได้ลึกสุด 540m สามารถทำการยิงได้จากทั้งเรือผิวน้ำ เรือดำน้ำ และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ
ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาที่เริ่มต้นโดยห้องทดลองวิทยาศาสตร์ทางทะเลและเทคโนโลยีอินเดีย(NSTL: Naval Science and Technological Laboratory) ภายใต้ชื่อโครงการ Advanced Experimental Torpedo(TAE) และ Advanced Light Torpedo(TAL) ตั้งแต่ปี 1990s
และเข้าประจำการในกองทัพเรืออินเดียในเดือนมีนาคม 2012 มีสายการผลิตโดย Bharat Dynamics Limited และ Larsen & Toubro







Myanmar Navy ships (UMS Anawratha, UMS Bayinnaung and other) firing anti-submarine rocket and depth charge for Anti-Submarine Warfare during Exercise Sea Shield 2016(https://www.facebook.com/www.myanmarnavy.org/)

ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดการจัดหา Torpedo เบา Shyena ว่ากองทัพเรือพม่าจะนำมาติดตั้งกับเรือผิวน้ำหรือระบบอื่น โดยปัจจุบันเรือรบผิวน้ำของพม่าที่มีขีดความสามารถในการปราบเรือดำน้ำส่วนใหญ่จะติดตั้งจรวดปราบเรือดำน้ำแบบ RBU-1200 รัสเซียหรือ Type 81 จีน และระเบิดลึก
เช่น เรือตรวจการณ์ปราบเรือดำน้ำชั้น Type 037 Hainan ที่จัดหาจากจีน 10ลำ(จมไป 1ลำจากพายุปี 2008) และเรือฟริเกตชั้น Type 053H1 Jianghu-II 2ลำ(F22 UMS Mahar Bandoola และ F23 UMS Mahar Thiha Thura)ที่จัดหาจากจีนเช่นกัน
รวมถึงเรือรบที่พม่าสร้างเองในประเทศทั้ง เรือคอร์เวตชั้น Anawratha 2ลำ(UMS Anawratha 771 และ UMS Bayinnaung 772)  เรือคอร์เวต Stealth UMS Tabinshwehti 773 1ลำ เรือฟริเกตชั้น F11 UMS Aung Zeya 1ลำ และเรือฟริเกต Stealth ชั้น Kyan Sittha 2ลำ (F12 UMS Kyansittha และ F14 UMS Sinbyushin) เป็นต้น

ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ากองทัพเรือพม่าได้จัดหา Torpedo เบาปราเรือดำน้ำแบบอื่นอย่าง Yu-7 จีนมาแล้วหรือไม่ โดยการจัดหา Torpedo เบา Shyena จากอินเดียนั้นจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการทำสงครามปราบเรือดำน้ำของกองทัพเรือพม่าให้สูงขึ้น
ซึ่งอินเดียก็ต้องการจะเสนอการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของตนให้กับพม่ามากขึ้น เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางทหาร และคานอำนาจกับจีนซึ่งพม่ามีความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมความมั่นคงทางทหารกับจีนใกล้ชิดมาก่อนอยู่แล้วครับ

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กองทัพเรือไทยจัดหา Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ Mk 54 สหรัฐฯ

DDG-80 USS Roosevelt launches a Mk 54 torpedo.(wikipedia.org)

Raytheon awarded US Navy MK 54 torpedo contract
http://raytheon.mediaroom.com/2016-08-29-Raytheon-awarded-US-Navy-MK-54-torpedo-contract

บริษัท Raytheon สหรัฐฯได้ประกาศข่าวการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ล่าสุดของตนคือสัญญาการจัดหา Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำแบบ Mk 54 Mod 0 วงเงิน $37,723,774
ทั้งชุดลูก Torpedo, ส่วนประกอบ Torpedo, ถังเชื้อเพลิง Torpedo สำหรับการฝึก, อะไหล่, วัสดุที่เกี่ยวข้อง, การสนับสนุนทางวิศวกรรม และการซ่อมบำรุง
โดยเป็นการจัดซื้อแบบ FMS(Foreign Military Sales) รวมกับที่กองทัพเรือสหรัฐฯเองสั่งจัดหากับ Raytheon วงเงิน $448,737,790 แบ่งเป็นส่วนที่กองทัพสหรัฐฯจัดหาร้อยละ๙๘ และที่กองทัพเรือไทยสั่งจัดหาร้อยละ๒

SH-60B Royal Thai Navy carrying a Mark 46 lightweight torpedo(training torpedo) at Guardian Sea 2016
กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ
https://www.facebook.com/prthainavy/posts/1181776695207018

Mk 54 Mod 0 เป็นระบบTorpedo เบาปราบเรือดำน้ำขนาด 324mm แบบใหม่ที่กองทัพเรือสหรัฐฯนำเข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 2004 เพื่อทดแทนระบบเก่าอย่าง Mk 46 และ Mk 50 โดยมีการส่งออกให้หลายประเทศเช่น กองทัพเรือออสเตรเลีย และกองทัพเรืออินเดีย เป็นต้น
ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่ากองทัพเรือไทยสั่งจัดซื้อ มาจำนวนกี่นัด โดย Mk 54 สามารถทำการยิงได้แท่นยิง Torpedo เบาที่ติดตั้งบนเรือรบผิวน้ำอย่างแท่นยิงแฝดสาม Mk 32 ที่ติดบนเรือรบที่มีขีดความสามารถในการปราบเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทยหลายชุด
หรือเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำอย่าง ฮ.ปด.๑ SH-60B ที่สามารถติดตั้ง Torpedo เบาแบบ Mk 46 ได้ หรือติดกับจรวด  RUM-139 VL-ASROC ยิงจากแท่นยิงแนวดิ่ง Mk 41 VLS โดย Mk 54 Torpedo มีระยะยิงไกลสุดประมาณ 15km ที่ความเร็วสูงสุดมากกว่า 40knots ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Elbit Systems อิสราเอลทดสอบยิง Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำจากยานผิวน้ำไร้คนขับ Seagull

Seagull examines offensive ASW with torpedo trials
The trials saw two torpedoes successfully launched from a Seagull USV. Source: Elbit Systems
http://www.janes.com/article/61840/seagull-examines-offensive-asw-with-torpedo-trials

บริษัท Elbit Systems อิสราเอลได้ทำการทดสอบยิง Torpedo เบาจากยานผิวน้ำไร้คนขับแบบ Seagull USV(Unmanned Surface Vessel) ในทะเลห่างจากท่าเรือเมือง Haifa อิสราเอล
การทดสอบได้มีการยิง Torpedo เบาจำนวนสองนัด อย่างไรก็ตามทางบริษัทไม่ได้เปิดเผยข้อมูลกับ Jane's ว่า Torpedo ที่ใช้เป็นจะแบบอะไร เว้นแต่บอกเพียงว่าเป็นระบบที่ "มีพร้อมใช้งานในตลาด"

จุดประสงค์ของการทดสอบนี้เพียงเป็นการยืนยันและสาธิตการติดตั้งและทำการยิง Torpedo กับระบบ USV มากกว่าที่ทดสอบความสามารถในการโจมตีเป้าหมาย
"เราต้องการพิสูจน์ว่าระบบการทำงานทั้งหมดและ Torpedo นั้นสามารถทำการยิงได้จากยานผิวน้ำขนาดเล็กแบบนี้ได้" โฆษกของ Elbit กล่าว
ระหว่างการทดสอบยานผิวน้ำไร้คนขับ Seagull ได้ทำการเดินตัวเรือในทะเลที่มีความสูงคลื่นประมาณ 1m (Sea State 3) ซึ่งโฆษกของบริษัทกล่าวว่าระบบ Torpedo เบาที่ติดตั้งสามารถทำการยิงได้ในสภาพคลื่นลมแรง
รูปแบบของแท่นยิง Torpedo ที่แสดงให้เห็นในการทดสอบว่าสามารถนำมาใช้ในปฏิบัติการได้ถึงขีดสุด สังเกตว่ามันตรงกับการพิจารณาการวางกำลังหน่วยทางยุทธวิธีสำหรับ Torpedo

Seagull ถูกออกแบบมาให้เป็นยานผิวน้ำไร้คนขับพหุภารกิจซึ่งครอบคลุมหลายบทบาท โดยขั้นต้นเน้นไปที่การต่อต้านทุ่นระเบิด และสงครามต่อต้านเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare)
การประยุกต์ใช้ยังรวมไปถึงการรักษาความปลอดภัยทางทะเล และการปกป้องกำลัง ซึ่งระบบสามารถติดตั้งแท่นยิงอาวุธ Remote Weapon Station และระบบสำหรับภารกิจข่าวกรอง, ตรวจการณ์ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance) และอื่นๆ
การทดสอบขีดความสามารถในการใช้ Torpedo และการติดตั้งระบบอื่นๆ ทางโฆษกของบริษัท Elbit ยืนยันว่ามีการจัดกำหนดการขึ้นแล้ว
โดยสำหรับปฏิบัติการสงครามปราบเรือดำน้ำนั้น Seagull USV สามารถติดตั้ง Sonar ชักหย่อนความถี่ต่ำของ L-3 Ocean Systems แบบ HELRAS ได้

ยานผิวน้ำไร้คนขับ Seagull มีความยาวตัวเรือ 12m กินน้ำลึกเพียง 0.8m และมีความกว้างตัวเรือ 3.3m ทำความเร็วได้สูงสุด 32knots
บรรทุกระบบที่ใช้งานได้หนักสูงสุด 2,500kg มีความจุเชื้อเพลิง 3,500liters ซึ่งสามารถปฏิบัติการได้นานสุด 96ชั่วโมงครับ

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

สวีเดนสั่งจัดหา Torpedo เบา Tp 47 จาก SAAB

Sweden orders new Tp 47 torpedo from Saab
The FMV has contracted Saab to develop a new lightweight torpedo, to be called Torpedo 47. Source: Saab
http://www.janes.com/article/60514/sweden-orders-new-tp-47-torpedo-from-saab

สำนักงานจัดหาอมภัณฑ์ความมั่นคงรัฐบาลสวีเดน(FMV)ได้ประกาศเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมว่า สวีเดนสั่งจัดหาการพัฒนาและผลิตระบบ Torpedo เบาจากบริษัท SAAB สัญญาวงเงิน 1.53 billion Swedish krona($184 million)
ระบบ Torpedo เบาใหม่ถูกเรียกว่า Torpedo 47 (Tp 47) ซึ่งจะถูกนำเข้าประจำการในกองทัพเรือสวีเดนแทน Torpedo 45 (Tp 45) ที่ใช้ประจำการอยู่ในปัจจุบัน
"Torpedo 47 จะมีประสิทธิภาพที่มากกว่า ทั้งความคงทนที่มากขึ้น มีระยะยิงไกลขึ้น และมีความเร็วสูงกว่า Torpedo 45 ที่ใช้งานอยู่ในตอนนี้" Mikael Ericsson หัวหน้าฝ่ายการรบใต้น้ำของ FMV กล่าว

ตามข้อมูลจาก FMV สวีเดน Torpedo เบาแบบ Tp 47 จะติดตั้งระบบค้นหาแบบ Passive และ Active พร้อมระบบสื่อสารด้วยเส้นลวดเช่นเดียวกับ Torpedo เบา Tp 45
FMV ยังให้ข้อมูลอีกว่า Tp 47 จะสามารถติดตั้งได้ทั้งเรือผิวน้ำ, เรือดำน้ำ และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ และสามารถใช้งานเขตน้ำตื้นซึ่งเป็นข้อสำคัญในการพิจารณาของกองทัพเรือสวีเดนในการใช้งานในเขตทะเล Baltic ที่เป็นเขตน้ำตื้น
Torpedo เบา Tp 47 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 400mm เช่นเดียวกับ Tp 45 รุ่นก่อน ซึ่ง SAAB กล่าวว่าจะส่งมอบ Tp 47 ได้ในช่วงปี 2016-2024 ครับ