แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ B-52 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ B-52 แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564

เครื่องบินขับไล่ F-15E สหรัฐฯทดสอบการโจมตีเป้าหมายทางทะเลด้วยระเบิดนำวิถี JDAM ครั้งแรก

F-15E completes first successful Maritime JDAM test
The U.S. Air Force 85th Test and Evaluation Squadron partnered with the Air Force Research Laboratory to equip the F-15E Strike Eagle with modified 2,000-pound GBU-31 Joint Direct Attack Munitions. (U.S. Air Force photo by 1st Lt Lindsey Heflin)

Three U.S. Air Force F-15E Strike Eagles from the 85th Test and Evaluation Squadron supported a test as part of the QUICKSINK Joint Capability Technology Demonstration on Aug. 26, 2021.

The goal of this test was to validate a new way to employ air-delivered munitions on ships that will change the maritime target lethality paradigm. 

A U.S. Air Force F-15E Strike Eagle equipped with four modified 2,000-pound GBU-31 Joint Direct Attack Munitions takes off for the latest test as part of the QUICKSINK Joint Capability Technology Demonstration on Aug. 26, 2021. 

เครื่องบินขับไล่ Boeing F-15E Strike Eagle สามเครื่องของกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) จากฝูงบินทดสอบและประเมินค่าที่85(85th Test and Evaluation Squadron) ที่ฐานทัพอากาศ Eglin Air Force Base(AFB) มลรัฐ Florida
ได้สนับสนุนการทดสอบการในฐานะส่วนหนึ่งของการสาธิตขีดความสามารถทางวิทยาการร่วม(Joint Capability Technology Demonstration) QUICKSINK เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2021(https://aagth1.blogspot.com/2020/07/f-15-eagle.html)

โดยความเป็นหุ้นส่วนกับห้องทดลองวิจัยพัฒนากองทัพอากาศสหรัฐฯ(AFRL: Air Force Research Laboratory) นักบินเครื่องบินขับไล่ F-15E ได้พัฒนาและสาธิตยุทธวิธี, เทคนิค และขั้นตอนการทำงานใหม่
สำหรับการใช้งานระเบิดนำวิถีดาวเทียมแบบ Boeing GBU-31 JDAM(Joint Direct Attack Munition) ขนาด 2,000lbs ที่ได้รับการดัดแปลงต่อเป้าหมายทางทะเลทั้งที่กำลังเคลื่อนที่และอยู่นิ่งประจำที่

เป้าหมายของการทดสอบจะเป็นการยืนยันแนวทางใหม่ที่จะใช้ลูกระเบิดทำลายทางอากาศต่อเรือผิวน้ำที่จะเปลี่ยนกระบวนทัศน์การสังหารต่อเป้าหมายทางทะเล
"สำหรับเรือขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนที่ใดๆ อาวุธหลักของกองทัพอากาศสหรัฐฯคือระเบิดนำวิถี laser แบบ GBU-24 Paveway III ขนาด 2,000lbs" นาวาอากาศตรี Andrew Swanson เจ้าหน้าที่ระบบอาวุธฝูงบินทดสอบและประเมินค่าที่85 กล่าว

"ไม่เพียงแต่อาวุธนี้(GBU-24) เป็นที่น้อยกว่าอุดมคติ มันยังลดขีดความสามารถความอยู่รอดของเราบนพื้นฐานว่ามันจะต้องใช้งานอย่างไร อาวุธนี้(GBU-31) สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้" นาวาอากาศตรี Swanson เสริม
เรือดำน้ำของกองทัพเรือมีความสามารถที่จะยิงและทำลายเรือด้วย Torpedo นัดเดียวได้ทุกเวลา แต่การยิงอาวุธแบบนี้เป็นการเปิดเผยตำแหน่งของเรือดำน้ำ

การสาธิตขีดความสามารถทางวิทยาการร่วม QUICKSINK ตั้งเป้าที่จะพัฒนาวิธีการต้นทุนต่ำที่บรรลุผลอำนาจการสังหารความสมควรเดินทะเลเช่นเดียวกับ torpedo จากอากาศ
การทดสอบนี้สร้างการการทดสอบของกองบินที่53 ก่อนหน้าในปี 2020 ซึ่งเครื่องบินทิ้งระเบิด Boeing B-52 Stratofortress จากฝูงบินทดสอบและประเมินค่าที่49 ได้ทิ้งระเบิดนำวิถี JDAM เพื่อประเมินการทำงานของสภาพการปะทะทางทะเลโดยเฉพาะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

กองทัพอากาศสหรัฐฯเปิดเผยภาพจำลองใหม่และรายละเอียดเพิ่มเติมเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 Raider

USAF reveals further B-21 Raider details, new image
An artist's interpretation of what the B-21 Raider bomber might look like. (US Air Force)



A new artist's impression showed the by-now-familiar B-2A Spirit-esque planform. (US Air Force)

กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ได้เผยแพร่รายละเอียดเพิ่มเติมของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Northrop Grumman B-21 Raider บน website ทางการของตน
เช่นเดียวกับภาพวาดจำลองใหม่ของเครื่องบินทิ้งระเบิดตรวจจับได้ยาก(stealth) B-21 ใหม่ที่มีกำหนดจะเข้าประจำการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2016/09/b-21-raider.html)

การถูกเผยแพร่ในแผ่นแสดงข้อมูลรายการอาวุธยุทโธปกรณ์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2021 เครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 ใหม่ได้มีการเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่าจะได้รับการจัดหาขั้นต่ำ 100เครื่อง
(ก่อนหน้านี้กองทัพอากาศสหรัฐฯกล่าวเพียงว่าจำนวนที่จะจัดหาอยู่ที่ 'ประมาณ' 100เครื่อง โดยมีตัวเลขฉันทามติที่ 80-100เครื่อง) และราคาต่อเครื่องจะอยู่ที่ $639 million(ค่าเงิน dollars ปี 2019)

ภาพวาดแบบจำลองแนวคิดใหม่แสดงถึงรูปแบบอากาศยานเช่นเดียวกับเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Northrop Grumman B-2A Spirit ในตอนนี้ของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21
แม้ว่าการออกแบบหน้าต่างห้องนักบินทรงโค้งที่แปลกตานั้นดูไม่เหมือนอากาศยานแบบอื่นใดๆที่มีการสร้างในปัจจุบัน(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/b-1b-b-21.html)

เหตุผลสำหรับการออกแบบหน้าต่างห้องนักบินเช่นนั้นไม่เป็นที่ชัดเจน แม้ว่าเช่นเดียวภาพวาดจำลองที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 
กองทัพอากาศสหรัฐฯได้ย้ำว่า ภาพวาดล่าสุดนั้นเป็น "การอธิบายถึง" รูปลักษณ์ของเครื่องบินที่ดูน่าจะเป็น มากกว่าที่จะเป็นรูปแบบของเครื่องบินที่เหมือนกับเครื่องจริงๆ

โดยรู้จักก่อนหน้าในชื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกล(LRS-B: Long Range Strike Bomber) B-21 เป็นหนึ่งในสามของการจัดซื้อจัดจ้างลำดับความสำคัญสูงสุดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ
ควบคู่ไปกับเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/f-35.html) และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing KC-46A Pegasus(https://aagth1.blogspot.com/2019/01/kc-46.html)

B-21 จะถูกนำมาทดแทนเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Rockwell B-1B Lancer ซึ่งมีการลงความเห็นว่าไม่สามารถจะอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมภัยคุกคามสมัยใหม่
ในการตอบโต้ต่อระบบอาวุธปล่อยนำวิธีพื้นสู่อากาศและระบบป้องกันภัยทางอากาศบูรณาการ(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/b-1b.html)

เช่นเดียวกับการทดแทนเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2A แต่ที่น่าสนใจคือในขั้นต้น B-21 จะไม่ได้ทดแทนเครื่องบินทิ้งระเบิด Boeing B-52H Stratofortress ซึ่งทั้ง B-1B และ B-2A เดิมถูกคาดว่าจะถูกนำมาแทนที่
ปัจจุบันกองทัพอากาศสหรัฐฯมีเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบต่างๆนอกจาก B-1B จำนวน 62เครื่องที่จะถูกปลดประจำการลงแล้ว คือ B-52H จำนวน 76เครื่อง และ B-2A จำนวน 20เครื่องครับ

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

กองทัพอากาศสหรัฐฯเริ่มการปลดประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B

USAF begins B-1B retirements



The first of 17 B-1Bs to be retired by the USAF prepares to depart from its home station of Ellsworth AFB in South Dakota.




The service fields 62 B-1Bs, meaning that 45 will remain operational once this initial divestment is complete (though four of the 17 will be stored in a reclaimable condition, should they be needed again). (US Air Force)



กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ได้เริ่มต้นการปลดประจำการของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Rockwell B-1B Lancer ตามที่ตนเตรียมการสำหรับการเข้าประจำการของเครื่องบินทิ้งระเบิด Northrop Grumman B-21 Raider

เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B เครื่องแรกจากจำนวนขั้นต้น 17เครื่องย้ายจากที่ตั้งหลักของตนที่ฐานทัพอากาศ Ellsworth AFB(Air Force Base) ในมลรัฐ South Dakota เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2021 
ปัจจุบันกองทัพอากาศสหรัฐฯมี B-1B ประจำการ 62เครื่อง ซึ่งหมายความว่าจะมี 45เครื่องที่ยังประจำการจนกว่าการปลดเครื่องชุดแรกจะเสร็จสิ้น(ตามที่ 4เครื่องจาก 17เครื่องจะถูกเก็บรักษาในสภาพกลับมาใช้งานได้ใหม่ถ้าพวกมันจำเป็นต้องถูกใช้อีกครั้ง)

"การเริ่มต้นที่จะปลดประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นดั้งเดิมเพื่อนำทางสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 Raider เป็นสิ่งที่เราเดินหน้าทำงานมาได้ระยะหนึ่งแล้ว" 
พลอากาศเอก Tim Ray ผู้บัญชาการกองบัญชาการโจมตีทั่วโลกกองทัพอากาศสหรัฐฯ(AFGSC: Air Force Global Strike Command) ถูกอ้างคำพูดตามที่เขากล่าว

"เนื่องจากการเสื่อมสภาพที่เกิดขึ้นกับฝูงบิน B-1B ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา การดำรงสภาพเครื่องบินทิ้งระเบิดเหล่านี้จะมีค่าใช้จ่ายหลายสิบล้านเหรียญต่อเครื่องเพื่อกลับมามีสถานะที่เป็นอยู่เดิม(status quo)
และนั่นเป็นเพียงการที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆที่เรารู้อยู่แล้วเท่านั้น เราเพียงกำลังเร่งการปลดประจำการตามที่วางแผนไว้ให้เร็วขึ้นเท่านั้น" พลอากาศเอก Ray กล่าว

ตามการเน้นโดยกองทัพอากาศสหรัฐฯ การปฏิบัติการรบต่อเนื่องตลาด 20ปีหลังมานี้ได้สร้างความเสียหายแก่โครงสร้างอากาศยานของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B
ปัจจุบันชิ้นส่วนเล็กๆของ B-1B อยู่ในสถานะที่จำเป็นต้องการวงเงินเพื่อดำเนินงานประมาณ $10 million-$30 million ต่อเครื่อง ตามที่จะมีการนำเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 เข้าประจำการในอีกหลายปีที่จะถึง

กองทัพอากาศสหรัฐฯคาดว่าการทำการบินครั้งแรกของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 จะมีขึ้นไม่เร็วไปกว่าปี 2022 ช้ากว่ากรอบระเวลาเดิมที่คาดไว้ว่าจะเป็นปลายปี 2021 เล็กน้อย
ปัจจุบันกองทัพอากาศสหรัฐฯมีเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบต่างๆรวม 157เครื่อง นอกจาก B-1B คือเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Boeing B-52H Stratofortress จำนวน 76เครื่อง และเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Northrop Grumman B-2 Spirit จำนวน 20เครื่องครับ

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

กองทัพอากาศสหรัฐฯพิจารณาปลดเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B เพื่อจัดหา B-21 และปรับปรุงเครื่องรุ่นอื่นๆ

AFA 2019: US Air Force considering divesting B-1Bs in favour of B-21s, other bomber improvements


The Rockwell B-1B with its wings swept forward. The US Air Force’s top officer said this configuration, in addition to flying at slow speeds and medium altitude, has led to significant structural deficiencies with the platform. Source: IHS Markit/Patrick Allen
https://www.janes.com/article/91388/afa-2019-us-air-force-considering-divesting-b-1bs-in-favour-of-b-21s-other-bomber-improvements

กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) กำลังพิจารณาการปลดประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Rockwell B-1B Lancer ในความชื่นชอบในการนำงบประมาณจากการปลดมาลงทุนกับ
การจัดหาเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกล Northrop Grumman B-21 Raider (LRSB: Long Range Strike Bomber) เพิ่มเติมในการวางกำลังแนวหน้า และการปรับปรุงเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นอื่นๆ

ผู้บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐฯ พลอากาศเอก David Goldfein กล่าวกับสื่อในวันที่ 17 กันยายน 2019 ว่า B-1B มีปัญหาด้านโครงสร้างที่สำคัญตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติการในการปรับแต่งที่เหมาะสมอย่างน้อยที่สุดมาหลายปี
และนั่นจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ขัดขวางให้เครื่องบินทิ้งระเบิดสี่เครื่องยนต์ไอพ่นความเร็วเหนือเสียงปรับมุมลู่ปีกได้ B-1B Lancer จำนวนมากกลับมาใช้งานได้

เขากล่าวว่า B-1B ถูกออกแบบมาเพื่อบินในเพดานบินต่ำที่ความเร็วสูงเพื่อเจาะระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึกและทำลายเป้าหมาย กองทัพอากาศสหรัฐฯได้ทำการบินเครื่องในเพดาบินปานกลางที่ความเร็วต่ำมาก
โดยเครื่องทำการบินในตำแหน่งคู่ปีกลู่ไปด้านหน้ามาตลอด 18ปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับการบินในภารกิจที่ห้วงอากาศที่ไม่มีการขัดขวางจากฝ่ายตรงข้ามในอัฟกานิสถานและอิรัก

ดังนั้นกองทัพอากาศสหรัฐฯจึงพิจารณาการปลดประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B เหล่านี้ที่ไม่สามารถจะกลับมามีสถานะพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตราได้แล้ว และการปลดประจำการนั้นจะนำเงินงบประมาณมาลงทุนในการปรับปรุงขีดความสามารถของเครื่องบินทิ้งระเบิดอื่นๆ
เช่น อาวุธทางยุทธศาสตร์ความแม่นยำสูงระยะไกล และการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่สำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Boeing B-52 Stratofortress

เครื่องยนต์ใหม่ของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ไม่เพียงแต่จะทำให้เครื่องสามารถใช้งานได้ต่อไปเท่านั้น แต่จะยังลดความต้องการในใช้เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศกับ B-52 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯด้วย พล.อ.อ.Goldfein กล่าว
นี่จะเป็นเรื่องสำคัญตามที่กองทัพอากาศสหรัฐฯจำเป็นที่จะจัดการกับระยะทางที่กว้างใหญ่มากๆของภูมิภาพแปซิฟิกในการแข่งขันกับคู่แข่งที่มีศักยภาพใกล้เคียงกัน เช่น จีน และรัสเซีย

กองทัพอากาศสหรัฐฯยังมีความต้องการจัดหาเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 Raider ใหม่เพิ่มเติมจากกรอบระยะเวลาแผนการจัดหาก่อนหน้า โดย B-21 จะถูกนำมาทดแทนเครื่องที่ประจำการมานานโดยเฉพาะ B-52, B-1 และอาจรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด Northrop Grumman B-2 Spirit ด้วยครับ
(https://aagth1.blogspot.com/2016/09/b-21-raider.htmlhttps://aagth1.blogspot.com/2015/10/northrop-grumman-lrs-b.htmlhttps://aagth1.blogspot.com/2015/07/lrs-b.htmlhttps://aagth1.blogspot.com/2015/03/stealth-lrs-b.html)

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

DARPA สหรัฐฯกำลังเตรียมจะทดสอบการบินสองอาวุธ hypersonic

DARPA preparing to test fly two hypersonic weapons

DARPA and the USAF are planning to test fly the TBG and the HAWC this year. Source: DARPA
https://www.janes.com/article/88272/darpa-preparing-to-test-fly-two-hypersonic-weapons

สำนักงานโครงการวิจัยขั้นก้าวหน้ากลาโหมสหรัฐฯ(DARPA: Defense Advanced Research Projects Agency) กำลังมองที่จะทดสอบการบินสำหรับสองอาวุธความเร็วเหนือเสียงสูงมาก Hypersonic ภายหลังในปี 2019 นี้
และกำลังร่วมทีมกับกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) ในการพัฒนาขีดความสามารถการยิงจากภาคพื้นดินดังกล่าว อย่างไรก็ตามในเวลาเดียวกัน ผู้นำกองทัพบกสหรัฐฯกำลังร่างแผนเพื่อรวบรวมสายการต่อสู้ของความพยายามที่จะมีผลงานอาวุธ Hypersonic ของตน

ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2019 กลุ่มของนักเขียนกลาโหมได้รับประทานอาหารเช้ากับผู้สื่อข่าว ผู้อำนวยการ DARPA  Dr Steven Walker ได้รับคำถามสอดแทรกเกี่ยวกับโครงการที่กำลังดำเนินอยู่ภายในแผนกวิจัยอาวุธของ Pentagon
รวมถึงการพัฒนาสองอาวุธ Hypersonic กับกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) คือ Tactical Boost Glide(TBG) และ Hypersonic Air-breathing Weapon Concept(HAWC)

"(มันมี)สองแนวคิดที่แตกต่างแต่เมื่อคุณกำลังพูดถึง(อาวุธ) Hypersonic มันเป็นเรื่องดีที่ผมจะมีการพิจารณาว่าอะไรเป็นความตั้งใจที่ซ้ำซ้อน เพราะมันเป็นวิทยาการที่ยาก, การสร้างวัสดุและระบบขับเคลื่อนที่ท้ายสุดจะต้องอยู่ในอุณหภูมิ 3,000 องศาฟาเรนไฮต์ไม่ใช่เรื่องง่าย" Walker กล่าว
กองทัพสหรัฐฯวาดภาพการพัฒนา TBG ในฐานะจรวดยิงทางอากาศด้วยความเร็วที่สูงกว่า Mach 5 และสามารถทำเพดานบินได้สูงเกือบ 200,000ft. ส่วน HAWC ยังได้รับการออกแบบให้เป็นอาวุธยิงทางกาศแต่วาดภาพเป็นอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน Hypersonic

ภายในสิ้นปี 2019 DARPA วางแผนที่จะทดสอบการบินระบบอาวุธ Hypersonic ทั้งสองจากเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 อย่างไรก็ตามถ้ามีความท้าทายด้านคุณสมบัติเกิดขึ้น Walker กล่าวว่าการทดสอบควรจะขยายไปในกรอบระยะเวลาถึงต้นปี 2020
"ในท้ายที่สุดมันจะนำไปสู่การเกิดขึ้นภายในปีนี้จากตอนนี้ และผมคิดว่าเราจะคงให้นิ้วของผมก้าวข้ามไปสำหรับเรื่องราวความสำเร็จที่ดีบางอย่างที่จะมาถึง" เขาเสริม

นอกเหนือจากการทำงานโครงการ TBG กับ HAWC กองทัพอากาศสหรัฐฯ DARPA ได้เป็นหุ้นส่วนกับกับกองทัพบกสหรัฐฯในโครงการพัฒนา Operational Fires (OpFires) ที่โดยหลักขีดความสามารถระบบการยิงปฏิบัติการภาคพื้นดินด้วยอาวุธ TBG "ส่วนหน้า" Walker อธิบาย
ในส่วนหนึ่งของความพยายาม DARPA และกองทัพบกสหรัฐฯได้ประกาศสามบริษัทที่ได้รับสัญญาความพยายามพื้นฐานขั้น1 ซึ่งรวมถึงการออกแบบส่วนขับดันส่ง booster ขั้นต้น และการทดสอบยืนยันแนวคิดเพื่อสาธิตองค์ประกอบหลักของระบบขับเคลื่อนครับ

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

ความคืบหน้าของโครงการเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Stealth LRS-B กองทัพอากาศสหรัฐฯ

Contemporary U.S. strategic bombers: the B-52 Stratofortress, B-1 Lancer and B-2 Spirit.

New U.S. stealth bomber shrouded in mystery
http://edition.cnn.com/2015/03/14/politics/u-s-air-force-stealth-bomber/

CNN ได้รายงานความคืบหน้าของโครงการ LRS-B (Long Range Strike Bomber) ซึ่งเป็นโครงการเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ใหม่ของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่ยังคงมีความคลุมเครือไม่แน่นอนในตัวโครงการหลายประการ
นับเป็นเวลาเกือบ 30ปีแล้วที่เครื่องบินทิ้งระเบิด Stealth แบบแรกของกองทัพอากาศสหรัฐฯคือ B-2 Spirit เข้าประจำการในจำนวนการผลิตเพียง21เครื่อง
กองทัพอากาศสหรัฐฯต้องการที่จะจัดหาเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ระยะไกลแบบใหม่จำนวนราว 80-100เครื่องเพื่อทดแทน B-52 Stratofortress ซึ่งเป็นม้างานหลักมาตั้งแต่ยุคปี 1950s
โดยผู้แข่งขันในโครงการมีสองรายด้วยกันคือ Northrop Grumman ผู้พัฒนา B-2 และทีมร่วมระหว่าง Boeing และ Lockheed Martin ที่จะพัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบใหม่ได้ภายในกลางปี 2020s เป็นต้นไป

B-2 drops Mark 82 bombs.

เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ใหม่ในโครงการ LRS-B นั้นกองทัพอากาศสหรัฐฯได้กำหนดคุณสมบัติหลายประการเพื่อให้สามารถเจาะทะลวงและเอาตัวรอดจากระบบป้องกันภัยทางอากาศและเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ได้
เช่น คุณสมบัติตรวจจับได้ยากมาก Stealth มีความเร็วสูงและมีพิสัยการบินไกล บรรทุกอาวุธขนาดใหญ่จำนวนมากได้ทั้งระเบิดและอาวุธปล่อยนำวิถีตามแบบและอาวุธนิวเคลียร์
มีระบบตรวจจับชี้เป้าหมาย และระบบสงครามElectronicที่ทันสมัย มีความสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบตัวอากาศยาน และสามารถซ่อมแซมตัวเองจากความเสียหายได้ระดับหนึ่ง
อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ Combat Cloud คือการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลของแต่ละเครื่องเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายร่วมเพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติการรบสูงสุด
ซึ่งมีการประเมินว่าราคาเครื่องบินทิ้งระเบิดใหม่นี้จะมีราคาไม่ต่ำกว่าเครื่องละ $550 million นั่นหมายความว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯจะต้องใช้งบประมาณ $55 billion สำหรับการจัดหา 100เครื่อง

แต่อย่างไรก็ตามความล่าช้าในการพัฒนาโครงการเนื่องจากผลกระทบที่รัฐบาลสหรัฐฯของประธานาธิบดี Obama ได้ตัดลดงบประมาณทางกลาโหมลงหลายรายการ
ประกอบกับที่กองทัพอากาศสหรัฐฯยังมีโครงการจัดหาขนาดใหญ่ต่อเนื่องอีกหลายโครงการเช่น โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 F-35A Lightning II และโครงการจัดหาเครื่องบินเติมเชื้่อเพลิงทางอากาศ KC-46A Pegasus เป็นต้น
ทำให้โครงการเครื่องบินทิ้งระเบิด LRS-B มีแนวโน้มที่จะมีความล่าช้าลงและมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงที่รัฐบาลกลางและกองทัพอากาศสหรัฐฯต้องแบกรับในขณะนี้
ซึ่งถ้ากองทัพอากาศสหรัฐฯต้องการจะจัดหาเครื่องบินทิ้งระเบิดใหม่ 100เครื่องเข้าประจำการพร้อมรบได้ในกลางปี 2030s อาจจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า $90 billion
โครงการ LRS-B จึงมีผลต่อการคงขีดความสามารถด้านกำลังรบทางยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯมาก
เพราะเครื่องบินทิ้งระเบิดที่เป็นกำลังหลักในปัจจุบันอย่าง B-52 นั้นคงไม่สามารถยืดอายุการใช้งานไปได้เกินปี 2040-2045 ครับ

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558

กองทัพอากาศสหรัฐฯปรับปรุงห้องอาวุธเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ให้รองรับระเบิดนำวิถี


http://www.armedforces-int.com/news/usaf-b-52-smart-bomb-weapons-bay-mods-begin.html?

เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-52H นับเป็นอากาศยานรบที่มีอายุการใช้งานนานที่สุดของกองทัพอากาศสหรัฐฯและมีการปรับปรุงใหญ่และย่อยมาหลายครั้งด้วยกัน
แผนการปรับปรุง B-52H ล่าสุดของกองทัพอากาศสหรัฐฯคือการปรับปรุงห้องเก็บอาวุธภายในตัวเครื่องให้รองรับการติดตั้งอาวุธนำวิถีแบบต่างๆได้
ซึ่งเดิมทีระบบอาวุธนำวิถีจะสามารถติดตั้งได้ที่ตำบลอาวุธใต้ปีกเครื่องเท่านั้นทำให้มีข้อจำกัดด้านจำนวนอาวุธที่ B-52 สามารถบรรทุกไปได้
เช่น ระเบิดนำวิถีดาวเทียมตระกูล JDAM, อาวุธปล่อยนำวิถีร่อน AGM-158 JASSM และเป้าลวง ADM-160 MALD เป็นต้น
การปรับปรุงให้ B-52H สามารถติดตั้งระเบิดนำวิถีภายในห้องอาวุธได้จะเพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกอาวุธได้มากขึ้นและประหยัดเชื้อเพลิงกว่าการติดตั้งอาวุธที่ปีกด้วย
B-52 เครื่องแรกบินขึ้นครั้งแรกในปี 1952 โดยมีจำนวนการสร้างทุกรุ่นรวม 744เครื่อง มีพิสัยการบินไกล 8,764nmi บรรทุกอาวุธได้หนักราว 70,000lbs ทั้งระเบิด อาวุธปล่อยนำวิถี และอาวุธนิวเคลียร์
ซึ่งกองทัพอากาศสหรัฐฯมีแผนจะประจำการ B-52 ไปจนถึงราวปี 2040 เลยครับ

วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กองทัพอากาศสหรัฐฯติดตั้งระบบสื่อสารให้ B-52 ใหม่


http://www.wired.com/2014/05/boeing-b52-bomber-upgrade/

กองทัพอากาศสหรัฐฯยังมีแผนที่จะใช้งานเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-52 ต่อไปอีกอย่างน้อย 35ปี
จากโครงการปรับปรุง Combat Network Communications Technology (CONECT) ของ Boeing สำหรับ B-52 76เครื่อง
ซึ่ง B-52 จะได้รับการปรับปรุงติดตั้งระบบสื่อสารแบบใหม่แทนระบบที่ใช้ตั้งแต่ยุคปี 1960s เป็นต้นมา
โดยระบบสื่อสารรุ่นเก่านั้นมีการปรับปรุงเล็กน้อยมาแล้วในช่วงปี 1980s
ระบบสื่อสารใหม่ของ B-52 จะเป็นแบบ Digital พร้อม QWERTY keyboards หรือ keypads กับ trackball
โครงการปรับปรุง B-52 ต่างๆโดย Boeing เริ่มมาตั้งแต่ปี 2005 และมีการทดสอบเครื่องที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ครั้งแรกในปี 2009
B-52 เครื่องแรกที่ได้รับการติดตั้งระบบ CONECT จะเข้าประจำการที่ฐานทัพอากาศ Tinker ที่ Oklahoma City
กองทัพอากาศสหรัฐฯได้ใช้งบประมาณสำหรับโครงการปรับปรุง B-52 ในปี 2014 ที่ $14 million
และรวม $40.6 million ในช่วงปีงบประมาณ 2014-2019 ครับ