แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ B-2 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ B-2 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ H-20 ใหม่จีนใกล้จะทำการบินครั้งแรก

China's H-20 stealth bomber close to first flight



The estimation of the XAC H-20 design was based on images shown in official videos from AVIC and the PLA in 2018 and 2021. The design of the aircraft could have been altered since then. 
Analysis of the H-20's specifications is based on the PLA's definition of what constitutes a long-range, strategic bomber. (Janes)

สื่อของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกลตรวจจับได้ยาก(stealth) H-20 ของจีนจะดำเนินการบินทดสอบครั้งแรกของตนเร็วๆนี้(https://aagth1.blogspot.com/2016/12/blog-post_24.html)
การบินทดสอบเครื่องบินทิ้งระเบิด H-20 ให้ได้ถูกเชื่อมโยงต่อความเห็นโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกี่ยวกับการบินครั้งแรกของอากาศยานแห่ง "ประวัติศาสตร์และเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ"

ตามที่หนังสือพิมพ์ Global Times ของรัฐบาลจีนรายงาน ความเห็นมีขึ้นโดย Ge Heping หัวหน้าฝ่ายการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีนของสถาบันการบินทดสอบจีน(CFTE: Chinese Flight Test Establishment)
ของ Aviation Industry Corporation of China(AVIC) รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมอากาศยานจีน ระหว่างการรวบรวมกำลังคนเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2022 เพื่อระดมบุคลากรในการทดสอบ

หนังสือพิมพ์ Global Times จีนกล่าวว่าแหล่งที่มาดั้งเดิมของข้อมูลนี้มาจากสื่อประชาสัมพันธ์จากสถาบันการบินทดสอบจีน CFTE โดย Ge กล่าวว่าจะต้องมีบุคลากรเร่งด่วนในส่วนร่วมการพัฒนาอากาศยานที่จะตระหนักถึง "ความสำคัญอย่างสูงสุดของการเสร็จสิ้นภารกิจนี้"
Website ข่าวของจีน Guancha ยังให้รายละเอียดการเดินทางเยือนสถาบันการบินทดสอบจีน CFTE ของ Ge และเสริมว่าเขาได้ "ระดมกำลังการพัฒนาของแบบแผนที่แน่นอน" ของอากาศยาน

ขณะที่ไม่มีรายงานเปิดเผยทั้งการกำหนดแบบหรือคุณลักษณะของอากาศยาน หนังสือพิมพ์ Global Times จีนเน้นว่าเครื่องบินทิ้งระเบิด H-20 ได้ถูกอธิบายในฐานะยุทโธปกรณ์แห่งประวัติศาสตร์และยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
การคาดการณ์การออกแบบของเครื่องบินทิ้งระเบิด Xian Aircraft Corporation(XAC) H-20 มีพื้นฐานจากชุดภาพที่แสดงในวีดิทัศน์ทางการจาก AVIC จีนและกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA: People's Liberation Army)

ชุดภาพวาดวาดจำลองถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด H-20 ที่เผยแพร่ครั้งแรกในปี 2018 และปี 2021 นั้น การออกแบบตัวอากาศยานสามารถที่จะถูกเปลี่ยนแปลงไปได้ตั้งแต่นั้น
การวิเคราะห์คุณลักษณะของเครื่องบินทิ้งระเบิด H-20 มีพื้นฐานจากการกำหนดการคำจำกัดความของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนว่าอะไรที่ถึงเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกล

การวิเคราะห์โดย Janes ถึงคุณลักษณะของเครื่องบินทิ้งระเบิด H-20 จีนเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Northrop Grumman B-2 Spirit กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/b-21-raider.html)
H-20 จีนคาดว่าจะมีพิสัยทำการที่ 10,000km และมีน้ำหนักบรรทุกที่ระหว่าง 10-20tons เปรียบเทียบกับเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 สหรัฐฯที่มีความเร็วเดินทาง 140knots เพดานบินสูงสุด 50,000feet, พิสัยทำการ 11,667km และน้ำหนักบรรทุกที่ 18tons

กองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAAF: People's Liberation Army Air Force) มีความต้องการเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์แบบใหม่เพื่อแทนที่เครื่องบินทิ้งระเบิดตระกูล H-6 ที่ใช้งานมานานของตน
ที่มีพื้นฐานจากการลอกแบบเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดกลาง Tupolev Tu-16 รัสเซียที่การบินครั้งแรกตั้งแต่ปี 1952 หรือเกือบ 70ปีครับ(https://aagth1.blogspot.com/2019/10/wz-8-uav.html, https://aagth1.blogspot.com/2017/08/h-6k.html)

วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

กองทัพอากาศสหรัฐฯเปิดเผยภาพจำลองใหม่และรายละเอียดเพิ่มเติมเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 Raider

USAF reveals further B-21 Raider details, new image
An artist's interpretation of what the B-21 Raider bomber might look like. (US Air Force)



A new artist's impression showed the by-now-familiar B-2A Spirit-esque planform. (US Air Force)

กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ได้เผยแพร่รายละเอียดเพิ่มเติมของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Northrop Grumman B-21 Raider บน website ทางการของตน
เช่นเดียวกับภาพวาดจำลองใหม่ของเครื่องบินทิ้งระเบิดตรวจจับได้ยาก(stealth) B-21 ใหม่ที่มีกำหนดจะเข้าประจำการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า(https://aagth1.blogspot.com/2016/09/b-21-raider.html)

การถูกเผยแพร่ในแผ่นแสดงข้อมูลรายการอาวุธยุทโธปกรณ์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2021 เครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 ใหม่ได้มีการเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่าจะได้รับการจัดหาขั้นต่ำ 100เครื่อง
(ก่อนหน้านี้กองทัพอากาศสหรัฐฯกล่าวเพียงว่าจำนวนที่จะจัดหาอยู่ที่ 'ประมาณ' 100เครื่อง โดยมีตัวเลขฉันทามติที่ 80-100เครื่อง) และราคาต่อเครื่องจะอยู่ที่ $639 million(ค่าเงิน dollars ปี 2019)

ภาพวาดแบบจำลองแนวคิดใหม่แสดงถึงรูปแบบอากาศยานเช่นเดียวกับเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Northrop Grumman B-2A Spirit ในตอนนี้ของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21
แม้ว่าการออกแบบหน้าต่างห้องนักบินทรงโค้งที่แปลกตานั้นดูไม่เหมือนอากาศยานแบบอื่นใดๆที่มีการสร้างในปัจจุบัน(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/b-1b-b-21.html)

เหตุผลสำหรับการออกแบบหน้าต่างห้องนักบินเช่นนั้นไม่เป็นที่ชัดเจน แม้ว่าเช่นเดียวภาพวาดจำลองที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 
กองทัพอากาศสหรัฐฯได้ย้ำว่า ภาพวาดล่าสุดนั้นเป็น "การอธิบายถึง" รูปลักษณ์ของเครื่องบินที่ดูน่าจะเป็น มากกว่าที่จะเป็นรูปแบบของเครื่องบินที่เหมือนกับเครื่องจริงๆ

โดยรู้จักก่อนหน้าในชื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกล(LRS-B: Long Range Strike Bomber) B-21 เป็นหนึ่งในสามของการจัดซื้อจัดจ้างลำดับความสำคัญสูงสุดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ
ควบคู่ไปกับเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II(https://aagth1.blogspot.com/2021/06/f-35.html) และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ Boeing KC-46A Pegasus(https://aagth1.blogspot.com/2019/01/kc-46.html)

B-21 จะถูกนำมาทดแทนเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Rockwell B-1B Lancer ซึ่งมีการลงความเห็นว่าไม่สามารถจะอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมภัยคุกคามสมัยใหม่
ในการตอบโต้ต่อระบบอาวุธปล่อยนำวิธีพื้นสู่อากาศและระบบป้องกันภัยทางอากาศบูรณาการ(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/b-1b.html)

เช่นเดียวกับการทดแทนเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2A แต่ที่น่าสนใจคือในขั้นต้น B-21 จะไม่ได้ทดแทนเครื่องบินทิ้งระเบิด Boeing B-52H Stratofortress ซึ่งทั้ง B-1B และ B-2A เดิมถูกคาดว่าจะถูกนำมาแทนที่
ปัจจุบันกองทัพอากาศสหรัฐฯมีเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบต่างๆนอกจาก B-1B จำนวน 62เครื่องที่จะถูกปลดประจำการลงแล้ว คือ B-52H จำนวน 76เครื่อง และ B-2A จำนวน 20เครื่องครับ

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

กองทัพอากาศสหรัฐฯพิจารณาปลดเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B เพื่อจัดหา B-21 และปรับปรุงเครื่องรุ่นอื่นๆ

AFA 2019: US Air Force considering divesting B-1Bs in favour of B-21s, other bomber improvements


The Rockwell B-1B with its wings swept forward. The US Air Force’s top officer said this configuration, in addition to flying at slow speeds and medium altitude, has led to significant structural deficiencies with the platform. Source: IHS Markit/Patrick Allen
https://www.janes.com/article/91388/afa-2019-us-air-force-considering-divesting-b-1bs-in-favour-of-b-21s-other-bomber-improvements

กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) กำลังพิจารณาการปลดประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Rockwell B-1B Lancer ในความชื่นชอบในการนำงบประมาณจากการปลดมาลงทุนกับ
การจัดหาเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกล Northrop Grumman B-21 Raider (LRSB: Long Range Strike Bomber) เพิ่มเติมในการวางกำลังแนวหน้า และการปรับปรุงเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นอื่นๆ

ผู้บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐฯ พลอากาศเอก David Goldfein กล่าวกับสื่อในวันที่ 17 กันยายน 2019 ว่า B-1B มีปัญหาด้านโครงสร้างที่สำคัญตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติการในการปรับแต่งที่เหมาะสมอย่างน้อยที่สุดมาหลายปี
และนั่นจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ขัดขวางให้เครื่องบินทิ้งระเบิดสี่เครื่องยนต์ไอพ่นความเร็วเหนือเสียงปรับมุมลู่ปีกได้ B-1B Lancer จำนวนมากกลับมาใช้งานได้

เขากล่าวว่า B-1B ถูกออกแบบมาเพื่อบินในเพดานบินต่ำที่ความเร็วสูงเพื่อเจาะระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึกและทำลายเป้าหมาย กองทัพอากาศสหรัฐฯได้ทำการบินเครื่องในเพดาบินปานกลางที่ความเร็วต่ำมาก
โดยเครื่องทำการบินในตำแหน่งคู่ปีกลู่ไปด้านหน้ามาตลอด 18ปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับการบินในภารกิจที่ห้วงอากาศที่ไม่มีการขัดขวางจากฝ่ายตรงข้ามในอัฟกานิสถานและอิรัก

ดังนั้นกองทัพอากาศสหรัฐฯจึงพิจารณาการปลดประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B เหล่านี้ที่ไม่สามารถจะกลับมามีสถานะพร้อมปฏิบัติการเต็มอัตราได้แล้ว และการปลดประจำการนั้นจะนำเงินงบประมาณมาลงทุนในการปรับปรุงขีดความสามารถของเครื่องบินทิ้งระเบิดอื่นๆ
เช่น อาวุธทางยุทธศาสตร์ความแม่นยำสูงระยะไกล และการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่สำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Boeing B-52 Stratofortress

เครื่องยนต์ใหม่ของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ไม่เพียงแต่จะทำให้เครื่องสามารถใช้งานได้ต่อไปเท่านั้น แต่จะยังลดความต้องการในใช้เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศกับ B-52 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯด้วย พล.อ.อ.Goldfein กล่าว
นี่จะเป็นเรื่องสำคัญตามที่กองทัพอากาศสหรัฐฯจำเป็นที่จะจัดการกับระยะทางที่กว้างใหญ่มากๆของภูมิภาพแปซิฟิกในการแข่งขันกับคู่แข่งที่มีศักยภาพใกล้เคียงกัน เช่น จีน และรัสเซีย

กองทัพอากาศสหรัฐฯยังมีความต้องการจัดหาเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 Raider ใหม่เพิ่มเติมจากกรอบระยะเวลาแผนการจัดหาก่อนหน้า โดย B-21 จะถูกนำมาทดแทนเครื่องที่ประจำการมานานโดยเฉพาะ B-52, B-1 และอาจรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด Northrop Grumman B-2 Spirit ด้วยครับ
(https://aagth1.blogspot.com/2016/09/b-21-raider.htmlhttps://aagth1.blogspot.com/2015/10/northrop-grumman-lrs-b.htmlhttps://aagth1.blogspot.com/2015/07/lrs-b.htmlhttps://aagth1.blogspot.com/2015/03/stealth-lrs-b.html)

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560

เอกสารลับเปิดเผยสหรัฐฯเคยเสนอเครื่องบินรบ Stealth F-117 ให้อังกฤษ

In 1986 U.S. President Ronald Reagan offered Britain the F-117 stealth jet
Recently declassified documents show that U.S. President Ronald Reagan offered UK Prime Minister Margaret Thatcher access to the American stealth technology.
https://theaviationist.com/2017/01/02/in-1986-u-s-president-ronald-reagan-offered-britain-the-f-117-stealth-jet/

เอกสารที่ถูกยกเลิกชั้นความลับแล้วจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหราชอาณาจักรได้เปิดเผยข้อมูลลับที่น่าสนใจในอดีตว่า
ย้อนกลับไปในปี 1986 อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Ronald Reagan ได้เสนออดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ นาง Margaret Thatcher สำหรับโอกาสในความร่วมร่วมข้ามมหาสมุทร Atlantic ของวิทยาการอากาศยานตรวจจับได้ยากคือเครื่องบินโจมตี Stealth แบบ F-117 Nighthawk

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Guardian อังกฤษ ภายใต้ชื่อโครงการ Project Moonflower อดีตเจ้าของนามเรียกขาน POTUS ซึ่งเป็นรหัสลับที่ใช้เรียกบุคคลในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคืออดีตประธานาธิบดี Reagan ในขณะนั้น
ได้เสนอบรรยายข้อสรุปถึงโครงการลับ Black Project และความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯและสหราชอาณาจักรในโอกาสที่จะได้ทำงานร่วมกันแก่อดีตนายกรัฐมนตรี Thatcher
ซึ่งมีข้อความบางส่วนจากโทรเลขที่อดีตผู้นำผู้ล่วงลับทั้งสองส่งติดต่อกันถึงเรื่องดังกล่าวในปี 1986 เช่น

"Margaret ที่รัก
ผมดีใจที่ได้ยินว่าคุณสามารถที่จะพบ Cap(Casapar Weinberger รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯในสมัยนั้น) เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการพิเศษที่ผมเขียนถึง
...ผมหวังว่าจะได้รับการตอบสนองจากคุณ
ขอแสดงความนับถือ, Ron"

แต่ทางอังกฤษได้ปฏิเสธโอกาสที่จะได้ทำงานด้านวิทยาการ Stealth ร่วมกับสหรัฐฯและจัดหาเครื่องบินโจมตี F-117 ซึ่งบินขึ้นครั้งแรกในปี 1981 และถูกปกปิดเป็นความลับมาตลอด(กองทัพอากาศสหรัฐฯเรียกเป็น F: Fighter คือเครื่องบินขับไล่เพื่อลวงหน่วยข่าวกรองต่างชาติ)
จนมีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในปี 1988 และ F-117A กลายเป็นเครื่องบิน Stealth ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิรักระหว่างยุทธการ Desert Storm ปี 1991
ตามจดหมายของกระทรวงกลาโหมอังกฤษในเดือนธันวาคมปี 1986 ถึง Charles Powell ผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีอังกฤษด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมัยนั้นว่า
"คุณ Weinberger ได้เสนอให้เรามีโอกาสที่จะจัดซื้อเครื่องสหรัฐฯรุ่นปัจจุบัน แต่เราได้ตอบไปว่าเราไม่ต้องการจริงๆที่จะจัดซื้อยุทโธปกรณ์ในขณะที่โครงการยังคงเป็นสีดำ(ลับเฉพาะ)อยู่"

หลังจากที่ปฏิเสธการเสนอในครั้งแรก ต่อมาในปี 1995 ได้มีเสนอเครื่องบิน F-117 รุ่นปรับปรุง ให้กับกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(Royal Air Force) ซึ่งเชื่อว่าถูกเรียกว่า F-117C โดยแผนโครงการพัฒนา F-117 สำหรับกองทัพอากาศอังกฤษนั้นประกอบด้วยเช่น
การใช้ช่องรับอากาศเข้าแบบเครื่องบินทิ้งระเบิด Stealth B-2, กระจกครอบห้องนักบินแบบเห็นวิสัยทัศน์ได้รอบแบบเครื่องบินขับไล่ Stealth F-22, ระบบ Avionic ของอังกฤษ, เครื่องยนต์ไอพ่น General Electric F414 หรือ Eurojet EJ200 รวมถึงการใช้ส่วนประกอบโครงสร้างจำนวนมาก หรือการประกอบย่อยจาก BAE Systems
ยังมีเครื่องรุ่นที่ถูกอ้างชื่อว่า F-117A+ หรือ F-117B(B: British) ที่เคยถูกเสนอเพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่โจมตีทางลึก Tornado GR4 นั่นเป็นสาเหตุที่เชื่อว่าทำไมถึงเคยมีนักบินกองทัพอากาศอังกฤษทำการบินประเมินค่า F-117A Nighthawk ก่อนที่กองทัพอากาศสหรัฐฯจะปลดประจำการในปี 2008

ถึงแม้ว่า Technology Stealth ของ F-117 นั้นจะล้ำยุคมากในช่วงกลางปี 1980s แต่ Tornado GR4 ก็เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีของกองทัพอากาศอังกฤษที่ประสบความสำเร็จในปฏิบัติการรบอย่างมากในหลายสมรภูมิช่วง 20ปีมานี้
ทั้งนี้กองทัพอากาศอังกฤษกำลังอยู่ระหว่างการรับมอบเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35B Lightning II ที่จัดหาจากสหรัฐฯ ซึ่งมีความก้าวหน้าด้านวิทยาการ Stealth มากกว่าเข้าประจำการต่อไปในอนาคตครับ

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Northrop Grumman ได้รับสัญญาโครงการเครื่องบินทิ้งระเบิด LRS-B กองทัพอากาศสหรัฐฯ

Northrop Grumman B-2 Spirit(wikipedia.org)

Pentagon awards Northrop Grumman stealth bomber contract
http://edition.cnn.com/2015/10/27/politics/long-range-strike-bomber-northrop-grumman/

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ Pentagon ได้แถลงการประกาศเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า บริษัท Northrop Grumman เป็นผู้ชนะได้รับสัญญาในโครงการจัดหาเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ LRS-B (Long Range Strike Bomber)
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ นาย Ashton Carter กล่าวว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบใหม่นี้จะเป็นกระดูกสันหลังของกองทัพอากาศสหรัฐฯในการแสดงแสนยานุภาพทั่วโลกในปัจจุบันและอนาคต
"ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดของเราในปัจจุบันถึงอายุขัยที่จะต้องใช้กระบวนการคิดใหม่และสร้างขีดความสามารถใหม่ การสร้างเครื่องบินทิ้งระเบิดจะเป็นการลงทุนทางยุทธศาสตร์ต่อไปอีก 50ปีข้างหน้า" นาย Carter กล่าว
ยังไม่มีการเปิดเผยคุณสมบัติสมรรถนะของเครื่องบินทิ้งระเบิด LRS-B อย่างเป็นทางการในขณะนี้ แต่เบื้องต้นเครื่องบินทิ้งระเบิดใหม่จะเป็นอากาศยานที่มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก(STEALTH)
สามารถบรรทุกอาวุธได้ทั้งอาวุธตามแบบและอาวุธนิวเคลียร์ และเป็นไปได้ว่าจะสามารถปฏิบัติการได้ทั้งมีนักบินบังคับหรือไร้นักบินในเครื่อง
เลขานุการกองทัพอากาศ นางสาว Deborah Lee James กล่าวว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกลแบบใหม่นี้จะเพิ่มขีดความสามารถของสหรัฐฯในการส่งออกไปปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายได้ทุกแห่งทั่วโลก
โดยมีขีดความสามารถในการหลบหลีจากระบบต่อสู้อากาศยานขั้นก้าวหน้าที่มีประจำการในประเทศคู่ขัดแย้งหรือภัยคุกคามเกิดใหม่ที่จะเป็นศัตรูที่เป็นไปได้ของสหรัฐฯ

บริษัท Northrop Grumman ซึ่งเป็นผู้ชนะในโครงการ LRS-B เป็นผู้พัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-2 Spirit ที่มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยากที่ประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯปัจจุบัน
ซึ่ง Northrop Grumman สามารถเอาชนะคู่แข่งขันคือ Boeing ที่ร่วมกับ Lockheed Martin ในการเสนอแบบเครื่องบินทิ้งระเบิดของตนในโครงการ LRS-B ได้
"กองทัพอากาศได้ตัดสินใจถูกต้องสำหรับความมั่นคงของชาติเรา เช่นเดียวกับที่บริษัทได้พัฒนาและส่งมอบเครื่องบินทิ้งระเบิด Stealth คือ B-2 Spirit
เราจะมุ่งหน้าเพื่อให้บริการกองทัพอากาศด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีพิสัยไกลยุคใหม่ที่มีขีดความสามารถสูงและมีราคาที่เหมาะสม" นาย Wes Bush ประธานกรรมการ, ผู้บริหารสูงสุด และประธานบริษัท Northrop Grumman กล่าวแถลง
เช่นเดียวกับโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 Joint Strike Fighter และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ KC-46 โครงการเครื่องบินทิ้งระเบิด LRS-B เป็นหนึ่งในโครงการปรับปรุงขีดความสามารถของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่มีความสำคัญสูง
"เรากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความมั่นคงที่ซับซ้อน มันมีความจำเป็นที่กองทัพอากาศเราจะต้องลงทุนกับผู้คนที่ถูกต้อง Technology ขีดความสามารถและการฝึก เพื่อปกป้องชาติและผลประโยชน์ของประเทศ ในราคาที่ยอมรับได้"
เลขานุการกองทัพอากาศ นางสาว Deborah Lee James กล่าว

Pentagon กล่าวว่าสัญญาการจัดหาโครงการ LRS-B นั้นแบ่งเป็นสองส่วน เพื่อที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าผู้รับสัญญาจะสามรถดำเนินการได้ตรงตามกำหนดการในกรอบงบประมาณที่ตั้งไว้
ส่วนแรกของสัญญาครอบคลุมด้านการพัฒนาทางวิศวกรรมและการผลิตของอากาศยาน และรวมการกระตุ้นการลดเหตุที่จะให้ผู้รับสัญญาเกิดการควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ได้และความล่าช้าของกำหนดการให้น้อยที่สุด
โดยตามค่าเงิน Dollar สหรัฐฯปี 2010 วงเงินในส่วนนี้จะอยู่ที่ราว $21.4 billion ตลอดทั้งอายุโครงการ ส่วนที่สองของสัญญาครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการสร้างอากาศยาน โดยจำนวนเครื่องที่จะสร้าง 100เครื่องเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้
ตามการประเมินเค้าโครงของสัญญาเครื่องบินทิ้งระเบิดใหม่จะมีราคาที่เครื่องละ $511 million ตามค่าเงิน Dollar ปี 2010 ซึ่งอยู่ในกรอบที่ไม่เกินเครื่องละ $550 million ตามที่ กระทรวงกลาโหมสหรับฯตั้งไว้
"เรามีความมุ่งมั่นต่อชาวอเมริกันที่จะสร้างความมั่นคงในท้องฟ้า สมดุลกับความรับผิดชอบต่อผู้จ่ายภาษีอย่างเหมาะสมกับสิ่งที่ทำ โครงการนี้จะมอบความมั่นใจในขณะที่เราเผชิญหน้ากับภัยคุกคามอุบัติใหม่ที่คลุมเครือในอนาคต" พลอากาศเอก Mark A. Welsh ผู้บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐฯกล่าว
โครงการนี้มีค่าใช้จ่ายหนึ่งในสามของโครงการ B-2 ที่ผ่านมา โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถกองทัพอากาศสหรัฐฯ เช่นเดียวกับโครงการ JSF ในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II ที่ล่าช้า มี Technology ผิดพลาด และค่าใช้จ่ายสูงขึ้นครับ

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

ความคืบหน้าของโครงการเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Stealth LRS-B กองทัพอากาศสหรัฐฯ

Contemporary U.S. strategic bombers: the B-52 Stratofortress, B-1 Lancer and B-2 Spirit.

New U.S. stealth bomber shrouded in mystery
http://edition.cnn.com/2015/03/14/politics/u-s-air-force-stealth-bomber/

CNN ได้รายงานความคืบหน้าของโครงการ LRS-B (Long Range Strike Bomber) ซึ่งเป็นโครงการเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ใหม่ของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่ยังคงมีความคลุมเครือไม่แน่นอนในตัวโครงการหลายประการ
นับเป็นเวลาเกือบ 30ปีแล้วที่เครื่องบินทิ้งระเบิด Stealth แบบแรกของกองทัพอากาศสหรัฐฯคือ B-2 Spirit เข้าประจำการในจำนวนการผลิตเพียง21เครื่อง
กองทัพอากาศสหรัฐฯต้องการที่จะจัดหาเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ระยะไกลแบบใหม่จำนวนราว 80-100เครื่องเพื่อทดแทน B-52 Stratofortress ซึ่งเป็นม้างานหลักมาตั้งแต่ยุคปี 1950s
โดยผู้แข่งขันในโครงการมีสองรายด้วยกันคือ Northrop Grumman ผู้พัฒนา B-2 และทีมร่วมระหว่าง Boeing และ Lockheed Martin ที่จะพัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบใหม่ได้ภายในกลางปี 2020s เป็นต้นไป

B-2 drops Mark 82 bombs.

เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ใหม่ในโครงการ LRS-B นั้นกองทัพอากาศสหรัฐฯได้กำหนดคุณสมบัติหลายประการเพื่อให้สามารถเจาะทะลวงและเอาตัวรอดจากระบบป้องกันภัยทางอากาศและเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ได้
เช่น คุณสมบัติตรวจจับได้ยากมาก Stealth มีความเร็วสูงและมีพิสัยการบินไกล บรรทุกอาวุธขนาดใหญ่จำนวนมากได้ทั้งระเบิดและอาวุธปล่อยนำวิถีตามแบบและอาวุธนิวเคลียร์
มีระบบตรวจจับชี้เป้าหมาย และระบบสงครามElectronicที่ทันสมัย มีความสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบตัวอากาศยาน และสามารถซ่อมแซมตัวเองจากความเสียหายได้ระดับหนึ่ง
อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ Combat Cloud คือการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลของแต่ละเครื่องเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายร่วมเพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติการรบสูงสุด
ซึ่งมีการประเมินว่าราคาเครื่องบินทิ้งระเบิดใหม่นี้จะมีราคาไม่ต่ำกว่าเครื่องละ $550 million นั่นหมายความว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯจะต้องใช้งบประมาณ $55 billion สำหรับการจัดหา 100เครื่อง

แต่อย่างไรก็ตามความล่าช้าในการพัฒนาโครงการเนื่องจากผลกระทบที่รัฐบาลสหรัฐฯของประธานาธิบดี Obama ได้ตัดลดงบประมาณทางกลาโหมลงหลายรายการ
ประกอบกับที่กองทัพอากาศสหรัฐฯยังมีโครงการจัดหาขนาดใหญ่ต่อเนื่องอีกหลายโครงการเช่น โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 F-35A Lightning II และโครงการจัดหาเครื่องบินเติมเชื้่อเพลิงทางอากาศ KC-46A Pegasus เป็นต้น
ทำให้โครงการเครื่องบินทิ้งระเบิด LRS-B มีแนวโน้มที่จะมีความล่าช้าลงและมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงที่รัฐบาลกลางและกองทัพอากาศสหรัฐฯต้องแบกรับในขณะนี้
ซึ่งถ้ากองทัพอากาศสหรัฐฯต้องการจะจัดหาเครื่องบินทิ้งระเบิดใหม่ 100เครื่องเข้าประจำการพร้อมรบได้ในกลางปี 2030s อาจจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า $90 billion
โครงการ LRS-B จึงมีผลต่อการคงขีดความสามารถด้านกำลังรบทางยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯมาก
เพราะเครื่องบินทิ้งระเบิดที่เป็นกำลังหลักในปัจจุบันอย่าง B-52 นั้นคงไม่สามารถยืดอายุการใช้งานไปได้เกินปี 2040-2045 ครับ