แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Nuclear Weapon แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Nuclear Weapon แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569

TKMS เยอรมนีส่งมอบเรือดำน้ำชั้น Dolphin II ลำที่สามและลำสุดท้าย INS Drakon แก่อิสราเอล

TKMS delivers final Dolphin II-class submarine to Israeli Navy





Dolphin II-class submarine INS Drakon heading from Germany to Israel on 1 September 2026 after TKMS finished construction. (Michael Niedig/shipspotting.com, Michael Nitz, Naval Press Service)

บริษัท TKMS เยอรมนี และกองทัพเรืออิสราเอล(Israeli Navy) ได้ทำพิธีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 เพื่อส่งมอบเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Dolphin-II ลำที่สามและลำสุดท้าย เรือดำน้ำ INS Drakon
จากอู่เรือ Kiel ในเยอรมนีที่เรือดำน้ำถูกสร้างแก่อิสราเอล บริษัท TKMS กล่าวว่าเหตุการณ์สำคัญนี้เป็นเครื่องหมายถึงการเสร็จสิ้นโครงการเรือดำน้ำชั้น Dolphin-II(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/dolphin-ii-ins-drakon.html

ซึ่งเรือดำน้ำชั้น Dolphin-II ได้นำระบบขับเคลื่อน hybrid ที่มีพื้นฐานบนระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion) แบบ fuel cells มาใช้ ทำให้เรือดำน้ำสามารถที่จะปฏิบัติการใต้น้ำได้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ 
บริษัท TKMS เสริมว่าเรือดำน้ำ INS Drakon และเรือดำน้ำชั้น Dolphin เป็นหนึ่งในชั้นเรือดำน้ำที่มีความซับซ้อนมากที่สุดที่ตนเคยสร้าง(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/dolphin-ins-drakon.html)

ถูกจัดซื้อโดยกระทรวงกลาโหมอิสราเอลสำหรับกองทัพเรืออิสราเอล กองทัพอิสราเอล(IDF: Israel Defense Forces) กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์ของตนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ว่า
กองทัพอิสราเอลและเจ้าหน้าที่เยอรมนีต่างๆ "กำลังดำเนินการจัดการหารืออย่างครอบคลุมเกี่ยวกับโครงการร่วมที่มีความอ่อนตัวต่างๆในอนาคต ซึ่งจะขยายความร่วมมือไปยังภาคส่วนใหม่ๆของการพัฒนาและการผลิตร่วม"

การผลิตของเรือดำน้ำชั้น Dakar จำนวน 3ลำซึ่งจะทดแทนเรือดำน้ำชั้น Dolphin รุ่นแรกจำนวน 3ลำ ได้เริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายน 2024(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/dakar-3-tkms.html)
การส่งมอบเรือดำน้ำชั้น Dakar ลำแรกคาดว่าจะมีขึ้นในต้นปี 2030s TKMS เยอรมนียังได้สร้างเรือคอร์เวตชั้น Sa'ar 6 จำนวน 4ลำของกองทัพเรืออิสราเอลด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2021/05/tkms-saar-6-ins-oz.html)

เรือดำน้ำ INS Drakon ถูกน้ำลงสู่ทะเลเป็นครั้งแรกจากอู่เรือของบริษัท TKMS ใน Kiel เยอรมนีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2025 และเริ่มต้นเข้าสู่การทดลองเรือในทะเลต่างๆตั้งแต่นั้น
เรือดำน้ำชั้น Dolphin-II ได้รับการติดตั้งด้วยท่อยิง torpedo หนักขนาด 533mm จำนวน 6ท่อยิง และท่อยิง torpedo หนักขนาด 650mm จำนวน 4ท่อยิง ซึ่งสามารถรองรับ Torpedo ได้ถึง 16นัด และอาวุธปล่อยนำวิถีได้ถึง 5นัด

เรือดำน้ำชั้น Dolphin-II มีความยาวเรือราว 68.6m กว้าง 6.8m กินน้ำลึก 6.2m และมีระวางขับน้ำขณะดำใต้น้ำประมาณ 2,400tonnes และสามารถทำความเร็วขณะดำใต้น้ำได้มากกว่า 20knots
เมื่อเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำชั้น Dolphin-II สองลำแรก เรือดำน้ำ INS Tanin และเรือดำน้ำ INS Rahav ที่เข้าประจำการในปี 2014 และปี 2016 ตามลำดับ เรือดำน้ำ INS Drakon มีหอเรือ(sail) ที่มีความยาวมากกว่าเรือดำน้ำสองลำแรกอย่างเห็นชัดครับ

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump สั่งให้เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford เปลี่ยนระบบรางดีดส่งอากาศยานแม่เหล็กไฟฟ้าไปเป็นระบบไอน้ำ

Trump directs Pentagon to submit plans to replace electric catapult and elevator equipment with steam and hydraulic systems





The electromagnetic catapult system is shown here being installed in USS Gerald R Ford. The Pentagon is working on plans to reinstall steam catapults on Ford-class ships. (US Navy)

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ส่งบันทึกข้อความถึงรัฐมนตรีกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ Pete Hegseth สั่งการให้เขายืนแผนต่างๆสำหรับการเปลี่ยนระบบรางดีดส่งอากาศยานขึ้นบิน catapult และ lift ยกระบบไฟฟ้า
ที่ถูกติดตั้งบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ford-cvn-79-uss-john-f-kennedy.html) ไปเป็นระบบไอน้ำและ hydraulic ทำเนียบขาว White House ยืนยันเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ใน post online

บันทึกข้อความสั่งการให้รัฐมนตรีการสงครามสหรัฐฯ Hegseth ด้วยการให้คำปรึกษาของรักษาการรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯ Hung Cao เพื่อมอบแผนดังกล่าวภายใน 60วันตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2026
แก่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานบริหารงบประมาณสหรัฐฯ(OMB: Office of Management and Budget) และผู้ช่วยประธานาธิบดีสหรัฐฯด้านกิจการความมั่นคงแห่งชาติ(National Security Affairs)

แผนเกี่ยวกับ "มาตรการต่างๆที่จำเป็น" เพื่อแทนที่ระบบส่งอากาศยานขึ้นบินรางดีด catapult แม่เหล็กไฟฟ้า(EMALS: Electromagnetic Aircraft Launch System) และ lift ยกอาวุธชั้นก้าวหน้า Advanced Weapons Elevator(AWE) ต่างๆ
ด้วยระบบส่งอากาศยานขึ้นบินรางดีด catapult ระบบไอน้ำ และ lift ยกอาวุธระบบ hydraulic สำหรับการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สี่ เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-81 USS Doris Miller รวมถึงกำหนดเวลาและข้อกำหนดด้านทรัพยากรต่างๆ post online กล่าว 

ถูกจัดหาในปีงบประมาณ 2019 เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-81 USS Doris Miller เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจัดซื้อเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford จำนวนสองลำร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สาม เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-80 USS Enterprise 
การยื่นงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2026 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายการจัดจ้างของตนทั้งหมดที่ $15.2 billion กองงานวิจัยสภา Congress สหรัฐฯ(CRS: Congressional Research Service) เน้นในรายงานของตนในเดือนธันวาคม 2025

พิธีวางกระดูกงูเรือของเรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-81 USS Doris Miller มีแผนที่จะมีขึ้นภายหลังในปี 2026 และขณะนี้กองทัพเรือสหรัฐฯคาดหวังว่าเรือจะถูกส่งมอบได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2034
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump ได้วิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯต่อสาธารณะสำหรับการพึ่งพาอย่างหนักในระบบไฟฟ้าต่างๆที่ใช้ปฏิบัติงานบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำแรก เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-78 USS Gerald R Ford

และมองการออกแบบใหม่ โดย Trump กล่าวว่าระบบไฟฟ้าต่างๆเหล่านี้มีความซับซ้อนมากเกินไป เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-78 USS Gerald R Ford ได้เข้าประจำการและผ่านการวางกำลังปฏิบัติการจริงแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ea-18g-growler.html)
ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ลำที่สอง เรือบรรทุกเครื่องบิน CVN-79 USS John F. Kennedy กำลังอยู่ระหว่างการทดลองเรือในทะเลต่างๆ และมีกำหนดจะส่งมอบให้แก่กองทัพเรือสหรัฐฯในเดือนมีนาคม 2027 ครับ

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

รัสเซียทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M ลำที่หก K-563 Ulyanovsk

Russia Floats Out Yasen-M-class Nuclear Submarine Ulyanovsk



The launch ceremonth of the 6th Yasen-M submarine Ulyanovsk (Credit: Sevmash Shipyard)

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 อู่เรือ Sevmash รัสเซียได้ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน(SSGN)ชั้น Project 885M Yasen-M ลำที่หก เรือดำน้ำ K-563 Ulyanovsk
เป็นเครื่องหมายถึงการเสร็จสิ้นขั้นระยะการสร้างตัวเรือของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน K-563 Ulyanovsk และย้ายเข้าสู่ขั้นระยะสุดท้ายของการติดตั้งสิ่งอุปกรณ์และการทดสอบ

พิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน K-563 Ulyanovsk มีขึ้น ณ อู่เรือ Sevmash ใน Severodvinsk เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ตามแถลงการของอู่เรือ Sevmash 
เรือดำน้ำ Ulyanovsk เป็นเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์อเนกประสงค์ชั้น Project 885M Yasen-M เรือดำน้ำได้ถูกย้ายจากโรงประกอบสร้างของเรือลงสู่น้ำของอู่เรือที่ซึ่งงานจะดำเนินต่อเนื่องข้างแนวท่าจอดเรือ

ผู้บัญชาการกองทัพเรือรัสเซีย(Russian Navy) พลเรือเอก Aleksandr Moiseyev กล่าวว่าเรือดำน้ำ K-563 Ulyanovsk มีจุดประสงค์ที่จะเข้าร่วมกองเรือทะเลเหนือ(Northern Fleet) ตามหลังการเสร็จสิ้นการทดลองเรือต่างๆ
ผู้อำนวยการอู่เรือ Sevmash รัสเซีย Mikhail Budnichenko เรือดำน้ำ Ulyanovsk จะเข้ารับการทดลองเรือหน้าท่า, การทดลองเรือในทะเล และการทดสอบตรวจรับระดับรัฐก่อนการส่งมอบ ซึ่งอู่เรือมีแผนปัจจุบันในเดือนธันวาคม 2027

พิธีปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำ Ulyanovsk ได้เชิญเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลรัสเซีย, กองทัพเรือรัสเซีย และภาคอุตสาหกรรมรัสเซียเข้าร่วม รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย Yuri Trutnev และตัวแทนจากสำนักออกแบบ Malakhit ผู้ออกแบบเรือดำน้ำชั้น Yasen-M
เรือดำน้ำ Ulyanovsk เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Project 885 Yasen/Project 885M Yasen-M ที่มีมาอย่างต่อเนื่องของรัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/khabarovsk.html)

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Project 885 Yasen รุ่นดั้งเดิมลำแรกเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน K-560 Severodvinsk ถูกขึ้นระวางประจำการในกองเรือทะเลเหนือในปี 2014
เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Project 885M Yasen-M รุ่นปรับปรุงเริ่มต้นด้วยลำแรกเรือดำน้ำ K-561 Kazan, ลำที่สองเรือดำน้ำ K-573 Novosibirsk, ลำที่สามเรือดำน้ำ K-571 Krasnoyarsk และลำที่สี่ K-564 Arkhangelsk ถูกรายงานโดยอู่เรือ Sevmash ว่าถูกขึ้นระวางประจำการในกองทัพเรือรัสเซียแล้ว

ยังมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M อีกหลายลำที่กำลังถูกสร้างที่อู่เรือ Sevmash รวมถึงลำที่ห้าเรือดำน้ำ K-572 Perm ที่ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2025 และกำลังอยู่ระหว่างการทดลองเรือในทะเล
อู่เรือ Sevmash อธิบายเรือดำน้ำ Ulyanovsk ในฐานะเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M ลำที่หกในชุดโครงการการปรับปรุงความทันสมัยที่เสร็จสิ้นขั้นระยะการสร้างในทางเลื่อน slipway(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/borei-k-555-knyaz-pozharskiy.html)

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 อู่เรือ Sevmash ยังได้ทำพิธีวางกระดูกงูเรือเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M ลำที่เก้าเรือดำน้ำ Murmansk ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในเรือดำน้ำหลายลำที่กำลังถูกสร้างที่อู่เรือ Sevmash 
ร่วมกับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M ลำที่เจ็ดเรือดำน้ำ Voronezh และลำที่แปดเรือดำน้ำ Vladivostok ที่มีพิธีวางกระดูกงูเรือเมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2020 โดยกำลังอยู่ในหลากหลายขั้นระยะการสร้างเรือ

การออกแบบเรือดำน้ำชั้น Yasen-M SSGN มีวัตถุประสงค์ที่จะให้เป็นแบบเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์อเนกประสงค์ตามหลักการของกองทัพเรือรัสเซีย ดำเนินการปฏิบัติภารกิจต่างที่ก่อนหน้านี้ทำโดยเรือดำน้ำแบบเก่าหลายชั้นเรือ
ภารกิจหลักต่างๆของเรือดำน้ำชั้น Yasen-M SSGN รวมถึงสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti-Submarine Warfare), สงครามต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASuW: Anti-Surface Warfare), การโจมตีเป้าหมายพื้นดิน และการรวบรวมข่าวกรองต่างๆ

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนชั้น Yasen-M มีคุณลักษณะติดตั้งด้วยท่อยิง torpedo หนัก พร้อมแท่นยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launch System) ที่สามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนของรัสเซียได้ ระบบยิงเหล่านี้มีความเข้ากันได้ร่วมกับอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนตระกูล Kalibr สำหรับภารกิจโจมตีภาคพื้นดินและต่อต้านเรือ เช่นเดียวกับอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ P-800 Oniks
ทางการรัสเซียยังได้เผยแพร่ต่อสาธารณะเชื่อมโยงเรือดำน้ำชั้น Yasen-M กับโครงการอาวุธปล่อยนำวิถีความเร็วเหนือเสียงสูงมาก hypersonic แบบ Tsirkon(3M-22 Zircon) แม้ว่าการระบุอาวุธที่ติดตั้งและการบรรทุกอาวุธในปฏิบัติการจะไม่ถูกเปิดเผยโดยปกติ(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/admiral-gorshkov-hypersonic-tsirkon.html)

เรือดำน้ำชั้น Yasen-M เป็นเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ทำให้เรือดำน้ำมีระยะเวลายาวนานที่ปฏิบัติกในช่วยระยะเวลาที่ยืดขยายออกไปโดยปราศจากข้อจำกัดต่างๆของเรือดำน้ำพลังงานตามแบบต่างๆ(https://aagth1.blogspot.com/2024/02/lada-b-586-kronshtadt.html
อู่เรือ Sevmash อ้างว่าเรือดำน้ำชั้น Yasen-M ได้นำมาการออกแบบที่ใช้ระบบขับเคลื่อนที่เงียบกว่า, ระบบตรวจจับ sonar และระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) ต่างๆที่ได้รับการปรับปรุง และรูปแบบตัวเรือที่มีจุดประสงค์เพื่อลดการแพร่สัญญาณเสียงเมื่อเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์รุ่นก่อนหน้าของรัสเซีย

ขณะที่เรือดำน้ำ Ulyanovsk ขณะนี้ได้ถูกนำลงน้ำแล้ว ส่วนที่มีความจำเป็นมากที่สุดของโครงการยังคงรออยู่ข้างหน้า งานการติดตั้งสิ่งอุปกรณ์, การทดลองเรือหน้าท่า, และการทดลองเรือในทะเลจะตัดสินว่าอู่เรือ Sevmash สามารถจะทำได้ตรงตามกำหนดการส่งมอบเรือของตนหรือไม่
เมื่อถูกขึ้นระวางประจำการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน K-563 Ulyanovsk คาดว่าจะเสริมความแข็งแกร่งแก่กองเรือทะเลเหนือของกองทัพเรือรัสเซียในขีดความสามารถการโจมตีจากใต้ทะเลระยะไกลและการต่อต้านเรือดำน้ำในการเข้าถึงมหาสมุทร Arctic และมหาสมุทร North Atlantic ครับ

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

การทดสอบยิงขีปนาวุธใต้น้ำ SLBM จากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ SSBN ล่าสุดแสดงการป้องปรามทางนิวเคลียร์ในทะเลของจีน

Special Report: Chinese SLBM test underscores sea-based nuclear deterrent capability



China likely launched the SLBM it fired into the Pacific in July 2026 from one of its Type 094 nuclear submarines. (China Military)

ชุดภาพที่เผยแพร่โดยสื่อของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีขึ้นตามการทดสอบยิงขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ(SLBM: Submarine-Launched Ballistic Missile) ของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 
บ่งชี้ว่าอาวุธที่ถูกใช้ทดสอบยิงเป็นได้ทั้งขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ SLBM แบบ JL-2 หรือ JL-3 ภาพถ่ายยังตั้งข้อสังเกตว่าขีปนาวุธ SLBM อาจจะทำการยิงจากทะเลจีนใต้จากสภาพอากาศที่ปรากฎสอดคล้องกับชุดภาพเหล่านี้

เหตุการณ์เป็นเครื่องหมายถึงการเปิดเผยให้สาธารณชนรับรับเป็นครั้งแรกของการยิงขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์โดยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ(SSBN) ของจีนไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก
และมอบโอกาสที่หาได้ยากของการแสดงให้เห็นถึงศูนย์กลางขีดความสามารถการป้องปรามทางนิวเคลียร์(nuclear deterrent)ในทะเลของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนในนครหลวง Beijing

การยิงมีขึ้นในเวลา 1201h ตามเวลานครหลวง Beijing จีนเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 เมื่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ SSBN ของกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนทำการยิงขีปนาวุธ SLBM ที่ติดตั้วหัวรบจำลองไปยิงพื้นที่ตำบลกระสุนตกที่กำหนดไว้ในมหาสมุทรแปซิฟิก
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสื่อของรัฐบาลจีนหลังจากการยิงไม่นาน รัฐบาลจีนกล่าวว่าขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ SLBM ตกกระทบอย่างแม่นยำในพื้นที่ที่ตั้งใจไว้และอธิบายการยิงในฐานะการฝึกตามวงรอบ

รัฐบาลจีนยังกล่าวว่าประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยรอบได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าและการยิงเป็นไปตามกฎหมายและหลักปฏิบัติสากล ไม่มีรายละเอียดได้รับเปิดเผยเกี่ยวกับแบบของขีปนาวุธ, พื้นที่การยิง, เรือดำน้ำชั้นที่ทำการยิง หรือจุดที่ขีปนาวุธตกกระทบอย่างชัดเจน
การประเมินต่างๆช่วงแรกของการยิงมุ่งความสนใจที่แถลงการการณ์ที่ออกโดยรัฐบาลญี่ปุ่นและการแจ้งเตือนการเดินเรือที่ออกโดยหน่วยงานปกครองระดับมณฑลของจีน(https://aagth1.blogspot.com/2021/04/type-075-lhd-31-hainan-type-055-type-094.html)

แถลงการณ์ของญี่ปุ่นกล่าวว่าหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น(JCG: Japan Coast Guard) ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าจากจีนเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2026 ว่าพื้นที่อันตรายได้ถูกประกาศทางตอนใต้ของแหลม Shionomisaki
มีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าระบบที่ทำการยิงคือเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Type 094 SSBN(NATO กำหนดรหัสชั้นเรือ Jin) ซึ่งเป็นเรือดำน้ำทางยุทธศาสตร์ในประจำการกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนแบบเดียวที่เป็นที่รับทราบต่อสาธารณะ

แม้ว่าเป็นที่เชื่อว่ากำลังพัฒนาและทดสอบเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Type 096 SSBN แบบใหม่ต่อจากเรือดำน้ำชั้น Type 094 SSBN ที่ยังไม่มีหลักฐานเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเรือดำน้ำชั้น Type 096 ถูกนำเข้าประจำการแล้วหรือไม่
เป็นที่ทราบว่ากองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนมีประจำการด้วยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Type 094 Jin SSBN จำนวน 6ลำ ซึ่งแต่ละลำสามารถบรรทุกขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ SLBM ได้จำนวน 12นัดครับ

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เกาหลีเหนือทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรก

North Korea commissions first Choe Hyon-class destroyer as Kim signals naval nuclearisation







Choe Hyon , seen here during its commissioning ceremony on 23 June 2026. (KCNA)



สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Choe Hyon ลำแรก เรือพิฆาต Choe Hyon (หมายเลขเรือ 51) โดยผู้นำสูงสุดของประเทศ Kim Jong‑un
ได้ใช้พิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาต Choe Hyon เพื่อส่งสัญญาการเข้าใกล้การเป็นกองกำลังนิวเคลียร์ของกองทัพเรือประชาชนเกาหลี(KPN: Korean People's Navy) และเปลี่ยนผ่านจากการวางตัวการป้องกันชายฝั่งเพียงอย่างเดียว

ในสุนทรพจน์ของเขา ณ พิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรก เรือพิฆาต Choe Hyon (51) ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un กล่าวว่า
กองทัพเรือประชาชนเกาหลีกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่กองกำลังที่ติดตั้งด้วยขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์ต่างๆ เน้นย้ำว่าโครงการที่จะติดอาวุธนิวเคลียร์แก่กองทัพเรือประชาชนเกาหลีกำลังมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน

Kim Jong-un ยังบ่งชี้ว่าบทบาทภารกิจของกองทัพเรือประชาชนเกาหลีจะขยายไปนอกเหนือการป้องกันชายฝั่ง ระบุว่ากองทัพเรือประชาชนเกาหลีจะได้รับภารกิจที่จะปฏิบัติการในน่านน้ำต่างๆที่ซึ่งทรัพยากรทางทหารต่างๆของฝ่ายตรงข้ามได้ถูกวางกำลัง
และเพื่อจะดำเนินภารกิจป้องกันล่วงหน้า(pre-emptive) ต่างๆ พิธีขึ้นระวางประจำการเป็นเครื่องหมายถึงจุดสูงสุดของกระบวนการการพัฒนาที่เรือพิฆาต Choe Hyon ได้เดินหน้าอย่างรวดเร็วจากการปล่อยเรือสู่การทดสอบการปฏิบัติการ

เรือพิฆาต Choe Hyon ได้ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/choe-hyon.html) แต่ในเดือนมีนาคม 2026 เรือได้แสดงขีดความสามารถภารกิจการโจมตีหลักของตน
โดยการดำเนินการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อนหลายนัดพร้อมกันอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/choe-hyon-2.html) ส่งสัญญาณว่าระบบการรบต่างๆและการบูรณาการระบบอาวุธต่างๆของเรือได้กำลังใกล้พร้อมปฏิบัติการ 

นอกเหนือจากพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาต Choe Hyon เอง สุนทรพจน์ของ Kim Jong-un ได้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเข้าสู่ทิศทางของยุทธศาสตร์ทางทะเลของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี
Kim Jong-un ทราบดีว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีปัจจุบันขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับเรือรบขนาดใหญ่ อธิบายถึงการก่อสร้างของฐานทัพเรือสมัยใหม่ต่างๆในฐานะความต้องการเร่งด่วน

Kim Jong-un ยังตอกย้ำซ้ำถึงความทะเยอทะยานต่างๆที่จะขยายกองเรือของกองทัพเรือประชาชนเกาหลีด้วยเรือรบผิวน้ำขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงเรือลาดตระเวนขนาดระวางขับน้ำ 10,000tonne
และเขายังระบุว่าการปฏิบัติการทางเรือในอนาคตต่างๆจะถูกเพิ่มขยายไปนอกเหนือจากภูมิภาค(คาบสมุทรเกาหลี-เอเชียตะวันออกไกล)ด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/hero-kim-kun-ok-841.html)

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ชาติหุ้นส่วน AUKUS มีความคืบหน้าโครงการเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ SSN และยานใต้น้ำไร้คนขับ UUV

AUKUS partners advance SSN and UUV programmes





A file image of the Virginia-class submarine USS Vermont, which underwent maintenance at HMAS Stirling in October-November 2025. (US Navy)

ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, และสหรัฐฯได้ประกาศร่วมกันถึงแผนต่างๆที่จะมีความคืบหน้าภายใต้การริ่เริมเสาหลัก1 และเสาหลัก2(Pillar 1 and Pillar 2) ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนไตรภาคี AUKUS
การประกาศต่างๆนี้มีขึ้นคู่ขนานไปกับการประชุมกลาโหมนานาชาติ Shangri-La Dialogue 2026 ในสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/bae-systems-asc-aukus.html)

ภายใต้เสาหลัก1(Pillar 1) ชาติหุ้นส่วน AUKUS ยืนยันการจัดวางรูปแบบสุดท้ายเพื่อจะทำการปฏิบัติการกองกำลังเรือดำน้ำหมุนเวียน-ตะวันตก(SRF-West: Submarine Rotational Force-West) ตั้งแต่สิ้นปี 2027
การสนับสนุนการส่งมอบเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Virginia SSN กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) มือสองจำนวน 3ลำแก่กองทัพเรือออสเตรเลีย(RAN: Royal Australian Navy)

ชาติหุ้นส่วน AUKUS ออสเตรเลีย-สหราชอาณาจักร-สหรัฐฯ ยังประกาศโครงการแรกของเสาหลัก2(Pillar 1) ที่มุ่งเป้าที่จะพัฒนา "ระบบภารกรรมบรรทุกและเปิดการใช้งาน"(payloads and enabling systems) ต่างๆ
สำหรับยานใต้น้ำไร้คนขับ(UUV: Unmanned Underwater Vehicle) โดยมีการส่งมอบระยะแรกตั้งแต่ปี 2027(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/xv-excalibur.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/11/anduril-ghost-shark-xl-auv.html)

กองกำลังเรือดำน้ำหมุนเวียน-ตะวันตก SRF-West จะเป็นการจัดตั้งการสับเปลี่ยนกำลังหมุนเวันการแสดงตนของเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Astute SSN กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy) จำนวน 1ลำ
และเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Virginia SSN กองทัพเรือสหรัฐฯจำนวนถึง 4ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/ssn-torpedo-iris-dena.html) ณ ฐานทัพเรือ HMAS Stirling ของกองทัพเรือออสเตรเลียในรัฐ Western Australia

ออสเตรเลียได้จัดสรรงบประมาณวงเงิน A$8 billion($5.7 billion) เพื่อปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงสำหรับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ณ ฐานทัพเรือ HMAS Stirling
ชาติหุ้นส่วน AUKUS กล่าวว่า SRF-West จะขยายสิ่งอำนวยความสะดวกการส่งกำลังบำรุงและการซ่อมบำรุงที่จำเป็นสำหรับการวางกำลังเรือดำน้ำ, เพิ่มขยายขีดความสามารถของออสเตรเลียที่จะปฏิบัติการและดำรงสภาพกองเรือดำน้ำชั้น Virginia ในอนาคตของตน

กองทัพเรือสหรัฐฯจะเริ่มต้นการวางกำลังกำลังพลไปยังฐานทัพเรือ HMAS Stirling ตั้งแต่ครึ่งแรกของปี 2026 เพื่อสนับสนุนการริเริ่ม กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าวก่อนหน้านี้ว่ากองทัพเรือออสเตรเลียมีกำหนดจะได้รับมอบเรือดำน้ำชั้น Virginia ลำแรกของตนในต้นปี 2030s
การพูดคุยเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย Richard Marles กล่าวว่าการตัดสินใจที่จะจัดหาเรือดำน้ำชั้น Virginia มือสอง 3ลำถูกผลักดันจากการพิจารณาค่าใช้จ่ายต่างๆและความพยายามที่จะให้การปฏิบัติการต่างๆของกองทัพเรือออสเตรเลียเรียบง่ายขึ้นครับ

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้เปิดเผยแผนการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศโครงการ Jangbogo N Project

Seoul unveils plan for indigenous nuclear-powered submarines







A visualisation of South Korea's future nuclear submarine seen in a video published by the MND. (South Korea MND)





รัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีในนครหลวง Seoul ได้ประกาศแผนที่จะสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศ โดยชุดภาพอย่างเป็นทางการที่ถูกเผยแพร่ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ชั้นใหม่จะทำหน้าที่ในหลายหลายมิติมากขึ้นของภารกิจโจมตี
มากกว่ากองเรือดำน้ำตามแบบที่มีในปัจจุบันของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy)(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/kss-ii-3.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/10/kss-iii-batch-ii-ss-087-roks-jang-yeong.html)

แผนต่างๆสำหรับโครงการได้ถูกประกาศโดยกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 โครงการได้รับการกำหนดชื่อว่า '‘Jangbogo N Project' สะท้อนถึงการวางตำแหน่งของตนในฐานะวิวัฒนาการยุคอนาคตของกองกำลังเรือดำน้ำของสาธารณรัฐเกาหลี
(เรือดำน้ำชั้น Jang Bogo(KSS-I, Type 209/1200) เป็นโครงการเรือดำน้ำแห่งชาติแบบแรกของสาธารณรัฐเกาหลี โดยเรือลำแรกจากทั้งหมด 12 ลำ เรือดำน้ำ SS-061 ROKS Jang Bogo ถูกปลดระวางประจำการไปเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2025 หลังขึ้นระวางประจำการมาตั้งแต่ปี 1992 หรือเกือบ 34ปี)

ในแถลงการณ์ของตนกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีอธิบายถึงเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในฐานะระบบที่จะมอบ "การเพิ่มพูนขีดความสามารถการปฏิบัติการต่างๆเป็นอย่างมาก" เมื่อเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/jang-bogo.html)
กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีระบุว่าขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในตอบสนองต่อภัยคุกคามทางนิวเคลียร์และขีปนาวุธบนเรือดำน้ำของกองทัพเรือประชาชนเกาหลีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/hero-kim-kun-ok-841.html)

ความต้องการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐเกาหลีเชื่อมโยงโดยตรงต่อพลวัตรด้านความมั่นคงที่วิวัฒนาการบนคาบสมุทรเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/choe-hyon-2.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/02/600mm.html)
เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ชั้นใหม่จะได้รับการพัฒนาในประเทศและจะนำประสบการณ์ของสาธารณรัฐเกาหลีในด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์และการต่อเรือมาใช้ กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีกล่าว

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลียังจะนำเชื้อเพลิง uranium เสริมสมรรถนะต่ำ(low-enriched) มาใช้ และจะถูกออกแบบให้มีวงรอบการปฏิบัติการที่ยาวนานเพื่อลดความต้องการในการเติมเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใหม่
โครงการจะได้รับการบริหารจัดการบนพื้นฐานตลอดอายุการใช้งานแบบเต็ม ครอบคลุมการออกแบบ, การสร้าง, การปฏิบัติการ, การซ่อมบำรุง, การจัดการเชื้อเพลิง, และการรื้อถอนเรือหลังปลดประจำการในท้ายที่สุด กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีกล่าว

กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดระดับรูปแบบต่างๆของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของตน อย่างไรก็ตามชุดภาพที่แสดงในวิดีทัศน์ที่กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีแสดงถึงเรือดำน้ำขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงตัวเรือเพรียวบาง
ด้วยตัวเรือภายนอกที่เรียบ, หอเรือ(sail)ที่ติดตั้งแพนครีบ diving planes, และหางเสือรูปเครื่องหมายบวกท้ายเรือ ส่วนท้ายเรือได้ปรากฎการนำรูปแบบระบบขับเคลื่อน pump-jet ที่มีส่วนครอบห่อหุ้มไว้มาใช้มากกว่าจะเป็นใบจักรตามแบบครับ

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

นาวิกโยธินสหรัฐฯใกล้เสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านฝูงบินรบเป็นเครื่องบินขับไล่ F-35 ทั้งหมด

USMC tactical aviation transition plan nears finish line



An F-35C Lightning II assigned to Marine Fighter Attack Squadron (VMFA) 314 landing on USS Abraham Lincoln (CVN 72). (3rd Marine Aircraft Wing)




An F-35B Lightning II assigned to Marine Fighter Attack Squadron (VMFA) 121 takes off from USS Tripoli (LHA 7). (1st Marine Aircraft Wing)

นาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps) กำลังอยู่ในกระบวนการการเปลี่ยนผ่านโดยคราวๆราวสองในสามไปสู่ "ฝูงบินเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้าทั้งหมด" ที่ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II
ตามข้อมูลจาก พันเอก(USMC Colonel) Thomas Bolen หัวหน้ากองระบบสงครามทางอากาศการบินทางยุทธวิธี(AWS-TACAIR: Air Warfare Systems-Tactical Air) กองการบินนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMCA: US Marine Corps Aviation)

ฝูงบินทางยุทธวิธี TACAIR เก้าฝูงบินได้เข้าสู่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา(FOC: Full Operational Capability) กับเครื่องบินขับไล่  F-35 Lightning II แล้ว โดยเพิ่มเติมอีกสามฝูงบิน
"กำลังมุ่งไปสู่ความพร้อมการปฏิบัติการเต็มอัตรา FOC โดยเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า" พันเอก Bolen กล่าวเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 ระหว่างนิทรรศการสันนิตบาตนาวี Navy League Sea Air Space 2026

ในด้านระบบอากาศยานรบแบบก่อนหน้าต่างๆของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ฝูงบินเครื่องบินโจมตี McDonnell Douglas AV-8B Harrier II ถูกระบุว่า "ถึงเวลาอำลาการปลดประจำการในอีกสองสามเดือนข้างหน้า"(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/av-8b-harrier-ii-plus.html)
โดยยังมีเหลืออีกสามปีข้างหน้าสำหรับฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18 Hornet ในรุ่นเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว F/A-18A และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F/A-18D ก่อนที่เครื่องบินเหล่านี้จะถูกปลดประจำการ พันเอก Bolen กล่าว

อัตราจัดกำลังทางหมดของฝูงบินทางยุทธวิธี TACAIR นาวิกโยธินสหรัฐฯปัจจุบันมีอากาศยานในประจำการ 225เครื่อง โดยมีแผนที่จะเพิ่มเป็นทั้งหมด 250เครื่องภายในสิ้นปี 2026 นี้ ก่อนมุ่งไปสู่อัตรากำลังรบในอนาคตจำนวน 420เครื่อง
ประกอบด้วยฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35B รุ่นบินขึ้นระยะสั้นและลงจอดทางดิ่ง(STOVL: Short Take-Off and Vertical Landing)(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/lockheed-martin-f-35-191-2025.html)

และฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-35C รุ่นใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน(CV: Carrier Variant)(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/lockheed-martin-f-35-300.html) ตามข้อมูลที่ พันเอก Bolen กล่าว
"ตามที่เราเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระยะสุดท้ายของแผนการเปลี่ยนผ่านของเรา โดยพื้นฐานแล้วเรากำลังเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อจะสร้างความมั่นใจว่าเรากำลังสร้างสมดุลขีดความสามารถการตอบสนองภาวะวิกฤตด้วยความพยายามการปรับปรุงความทันสมัย" หัวหน้า TACAIR นาวิกโยธินสหรัฐฯกล่าว

เครื่องบินขับไล่ F-35B จะทดแทนหน้าที่เดิมของเครื่องบินโจมตี AV-8B ในการวางกำลังบนเรือยกพลขึ้นบกจู่โจมของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ทั้งเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์อู่ลอยชั้น Wasp และเรือยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์จู่โจมชั้น America
ขณะที่เครื่องบินขับไล่ F-35C จะทดแทนหน้าที่เดิมของเครื่องบินขับไล่ F/A-18 ในการวางกำลังบนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/laser-nimitz.html) และเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Ford ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ford-cvn-79-uss-john-f-kennedy.html)