แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ F-14 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ F-14 แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รัฐบัญญัติ Maverick เพื่อฟื้นฟูเครื่องบินขับไล่ F-14D Tomcat ให้กลับมาบินได้ บอกใบ้ถึงการทำลายล้างฝูงบินสุดท้ายของอิหร่าน

US ‘Maverick Act' hints at final destruction of Iran's Tomcat fleet



A US government bill in April 2026 to restore a Tomcat (pictured) to flying status suggests that all of Iran's fleet had been destroyed by that time. (US Navy)



ร่างกฎหมายของรัฐบาลสหรัฐฯที่รู้จักในชื่อ "รัฐบัญญัติ Maverick"(Maverick Act) ที่ให้การอนุมัติการกลับมาทำการบินใหม่ของเครื่องบินขับไล่ Grumman F-14 Tomcat กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ที่ปลดประจำการไปแล้ว
บอกใบ้เป็นนัยถึงการทำลายล้างอย่างเบ็ดเสร็จของฝูงเครื่องบินขับไล่ F-14 Tomcat ในประจำการของกองทัพอากาศอิหร่าน(IRIAF: Islamic Republic of Iran Air Force) ทั้งหมด

ได้รับความเห็นชอบโดยคณะกรรมาธิการกิจการกองทัพวุฒิสภาสหรัฐฯ(US Senate Armed Services Committee) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 ก่อนหน้าการผ่านความเห็นชอบสุดท้ายตามที่คาดการณ์ไว้โดยสภา Congress สหรัฐฯ
รัฐบัญญัติ Maverick อนุมัติให้เครื่องบินขับไล่ F-14D Tomcat จำนวน 1เครื่องจะถูกฟื้นฟูสภาพให้กลับมาทำการบินได้ และอีก 2เครื่องที่จะอยู่ในสถานะไม่สามารถทำการบินได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดแสดงแก่สาธารณะ

"รัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯอาจจะส่งต่อโดยปราศจากการพิจารณาแก่คณะกรรมการศูนย์อวกาศและจรวดสหรัฐฯ(US Space and Rocket Center Commission) ใน Huntsville มลรัฐ Alabama
สิทธิ, กรรมสิทธิ์, และผลประโยชน์ทั้งหมดของสหรัฐฯในและต่อเครื่องบินขับไล่ F-14D Tomcat ส่วนเกินจำนวน 3เครื่อง(หมายเลข Bureau Number 164341, 164602, 159437) ซึ่งเกินความต้องการการปฏิบัติการของกองทัพเรือสหรัฐฯ"

ร่างกฎหมายรัฐบัญญัติ Maverick ซึ่งตั้งชื่อตามตัวละครหลักในภาพยนตร์ชุด Top Gun คือ นาวาเอก(Captain) Pete Mitchell นามรหัส(callsign) "Maverick"(ที่รับบทโดยนักแสดงชื่อดัง Tom Cruise)
กองทัพเรือสหรัฐฯได้ปลดประจำการเครื่องบินขับไล่ F-14A/B/D Tomcat เครื่องสุดท้ายของตนในปี 2006(https://aagth1.blogspot.com/2018/09/12-f-14-tomcat.html)

ปล่อยให้กองทัพอากาศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน(IRIAF)เป็นผู้ใช้งานรายเดียวและรายสุดท้ายของเครื่องบินขับไล่ F-14A Tomcat(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/fakour.html)
เครื่องบินขับไล่ F-14A Tomcat จำนวน 79เครื่องได้ถูกนำเข้าประจำการในอิหร่านในปลายปี 1970s เมื่อถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศจักรวรรดิอิหร่าน(IIAF: Imperial Iranian Air Force) ของพระเจ้า Shah แห่งอิหร่าน

อิหร่านในเวลานั้นได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-14A Tomcat จำนวน 80เครื่อง โดยทั้งหมดได้ถูกส่งมอบยกเว้น 1เครื่องที่ไม่ได้ถูกส่งมอบในเวลานั้นที่เป็นผลจากการปฏิวัติอิหร่านในปี 1979
กองทัพอากาศอิหร่านมีพยายามอย่างมากในการรักษาขีดความสามารถในการใช้งานเครื่องบินขับไล่ F-14A ของตนที่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรหลังการปฏิวัติปี 1979 และถูกใช้ในการรบกับอิรักระหว่างสงครามปี 1980-1988

โดยอิหร่านมีขีดความสามารถในการซ่อมบำรุง ปรับปรุง และผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ที่ขาดแคลน รวมถึงการพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศภายในประเทศสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-14A ของตนที่มีแผนจะยืดอายุการใช้งานไปจนถึงปี 2030
อย่างไรก็ตามการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านที่นำโดยสหรัฐฯและอิสราเอลที่เกิดขึ้นในปี 2025-2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35i-yak-130.html) บ่งชี้ความเป็นไปได้ว่าฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-14 ของอิหร่านที่เหลืออยู่น่าจะถูกทำลายลงทั้งหมดแล้วครับ

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562

ศาลาโกหก: เครื่องบินขับไล่แบบที่๒ บ.ขล.๒ข F-14D กองทัพเรือไทย

เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๒ (บ.ขล.๒ ก/ข) แบบเครื่อง F-14B "TOMCAT", F-14D "SUPER TOMCAT"

บริษัทผู้ผลิต GRUMMAN AEROSPACE CORPORATION ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มใช้งานครั้งแรกในโลก เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๔ โดยกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา
เป็นเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นความเร็วเหนือเสียง ๒ ที่นั่ง เคยปฏิบัติการรบในสงครามอ่าวเปอร์เซีย ฯ สงครามโคโซโว สงครามอัฟกานิสถาน และสงครามอิรัก
ประจำการในกองทัพเรือไทย ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๐ จำนวน ๖ เครื่อง สังกัด ฝูงบิน ๑๐๔ กองบิน ๑ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ

ภารกิจ - การบินสกัดกั้น การบินคุ้มกันกองเรือ การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด การโจมตีภาคพื้น การโจมตีเรือผิวน้ำ

หมายเลข  รุ่น          ประจำการ
1419        F-14B พ.ย.๒๕๕๐
1420        F-14B พ.ย.๒๕๕๐
1421        F-14D  เม.ย.๒๕๕๑
1422        F-14D  เม.ย.๒๕๕๑
1423        F-14D  ก.ย.๒๕๕๑
1424        F-14D ก.ย.๒๕๕๑

คุณลักษณะทั่วไป
ขนาด (ก x ย x ส): ๑๑.๕๘ (มุมปีกลู่สุด)- ๑๙.๕๕ (มุมปีกกางสุด)x ๑๙.๑x ๔.๘๘ ม.
น้ำหนักตัวเปล่า : ๔๓,๗๕๓ ปอนด์
น้ำหนักบรรทุกวิ่งขึ้นสูงสุด : ๗๔,๓๕๐ ปอนด์
เครื่องยนต์ : General Electric F110-GE-400 สองเครื่อง
ความจุ : นม.ชพ. JP-8 ๑๖,๒๐๐ ปอนด์ (ภายใน) ๒๐,๐๐๐ ปอนด์ (รวมสองถังเชื้อเพลิงภายนอกขนาด ๒๖๗ แกลลอน)
ความเร็ว : ๑,๕๖๐ ไมล์ทะเล ต่อ ชั่วโมง (๒.๓๔ เท่าความเร็วเสียง)
ระยะบิน : ไกลสุด ๑๖,๐๐๐ ไมล์ทะเล รัศมีปฏิบัติการ ๕๐๐ ไมล์ทะเล
เพดานบิน : ๕๐,๐๐๐ ฟุต

ระบบอาวุธ
จรวดนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-9 และ AIM-7
จรวดอากาศสู่พื้น ๕นิ้ว Zuni และ ๒.๗๕ นิ้ว FFAR
ลูกระเบิด Mk 81 ๒๕๐ ปอนด์, Mk 82 ๕๐๐ ปอนด์, Mk 83 ๑,๐๐๐ ปอนด์, Mk 84 ๒,๐๐๐ ปอนด์ และ Mk 20 Rockeye II
ลูกระเบิดนำวิถี Paveway II (GBU-12 ๕๐๐ ปอนด์, GBU-16 ๑,๐๐๐ ปอนด์ และ GBU-10 ๒,๐๐๐ ปอนด์)
ปืนกลอากาศ ๒๐ มม.
กระเปาะชี้เป้าหมาย LANTIRN

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561

12ปีการปลดประจำการเครื่องบินขับไล่ F-14 Tomcat ของกองทัพเรือสหรัฐฯ




mini review: Hobby Master 1/72 Air Power series Grumman F-14D Super Tomcat VF-31 Tomcatters BuNo 159600, Final Cruise "Christine", March 2006(HA5202)
U.S. Navy was retried last F-14 Tomcats in 22 September 2006 (My Own Photos)

วันที่ 22 กันยายน 2006 เป็นวันที่เครื่องบินขับไล่ Grumman F-14 Tomcat ชุดสุดท้ายถูกปลดประจำการจากกองทัพเรือสหรัฐฯ(US Navy) เป็นการปิดตำนานเครื่องบินขับไล่ปีกปรับมุมลู่(variable-sweep wing)ได้แบบสุดท้ายที่ประจำการในกองบินเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ
ซึ่งเครื่องบินขับไล่ F-14 นับเป็นเครื่องบินรบที่เป็นดาราประกอบฉากตัวเด่นในภาพยนตร์สงคราม Hollywood หลายเรื่องในอดีตเช่นตั้งแต่ Final Countdown(1980) ที่เครื่องบินขับไล่ F-14A ฝูงบินขับไล่นาวี VF-84 Jolly Rogers ยิง Mitsubishi A6M Zero กองทัพเรือญี่ปุ่น
และเรื่องที่ดังที่สุด Top Gun(1986) ที่นำแสดงโดย Tom Cruise ขับ F-14A ยิง MiG-28 ที่แสดงโดย F-5E ซึ่งทำให้หลังฉายในเวลานั้นยอดเด็กหนุ่มผู้สมัครเข้าเป็นนักบินนาวีสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ500 และในภาพยนตร์ต่อสู้/สงคราม/ระทึกขวัญอีกหลายๆเรื่องช่วงปี 1980s-1990s


ฝูงบินขับไล่นาวี VF-31 Tomcatters ที่มีสัญลักษณ์เป็นตัวการ์ตูนแมว Felix(เป็น Animation หนังเงียบฉายครั้งแรกปี 1919) เป็นหนึ่งในฝูงเครื่องบินขับไล่ F-14D ฝูงท้ายๆที่เปลี่ยนแบบใช้เครื่องบินขับไล่โจมตี Boeing F/A-18E Super Hornet ในปลายปี 2006(กำหนดนามฝูงใหม่เป็น VFA-31)
ฝูงบิน VF-84 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั้นถูกยุบฝูงไปตั้งแต่ปี 1995 โดยฝูงบินขับไล่นาวี VF-103 Jolly Rogers ได้รับชื่อเล่นนี้ต่อ และต่อมาได้เปลี่ยนแบบเครื่องบินขับไล่ F-14B เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตี F/A-18F Super Hornet ซึ่งกำหนดนามฝูงใหม่เป็น VFA-103 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2005
โดย F-14D Super Tomcat เป็นเครื่องบินขับไล่รุ่นสุดท้ายในตระกูลซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์ไอพ่น Turbofan General Electric F110-400 เช่นเดียวกับ F-14B ที่ติด ย.GE F110 แทน ย.Pratt & Whitney TF30 ที่มีปัญหามาก ซึ่งมี F-14D เพียง 37เครื่องเท่านั้นที่ถูกผลิตใหม่ในช่วงปี 1990-1992

F-14 Tomcat ถูกออกแบบมาเป็นเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นป้องกันกองเรือโดยมีอาวุธหลักคืออาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยไกล AIM-54 Phoenix ที่สามารถยิงโจมตีเป้าหมายอากาศยานต่อเนื่องพร้อมกันได้ 6นัด ซึ่งปลดประจำการจากกองทัพเรือสหรัฐฯในปี 2004
รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง AIM-7 Sparrow และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AIM-9 Sidewinder โดย F-14 นั้นถูกออกแบบมาทำภารกิจอากาศสู่อากาศเป็นหลักแม้ว่าจะติดตั้งระเบิดไม่นำวิถีตระกูล Mk80 ได้ก็ตามแต่ก็ไม่นิยมให้ทำภารกิจโจมตีภาคพื้นดิน
ต่อมากองทัพเรือสหรัฐฯได้ปรับปรุงขีดความสามารถการโจมตีภาคพื้นดินที่รู้จักในชื่อ F-14 Bombcat ด้วยการติดตั้งกระเปาะชี้เป้าหมาย LANTIRN และการใช้ระเบิดนำวิถี Laser ตระกูล Paveway II/III และระเบิดนำวิถีดาวเทียม JDAM ได้ แต่ก็มีข้อจำกัดในจำนวนที่ติดได้จากโครงสร้างตำบลอาวุธ

ปัจจุบันกองทัพอากาศอิหร่านเป็นประเทศเดียวในโลกที่ยังคงประจำการเครื่องบินขับไล่ F-14A Tomcat ซึ่งจัดหามาก่อนการปฏิวัติอิหร่านในปี 1979 โดยกองทัพอากาศอิหร่านประสบความสำเร็จในการใช้ F-14 ยิงอากาศยานอิรักตกเป็นจำนวนมากในช่วงสงครามอิรัก-อิหร่านปี 1980-1988
จากการที่สหรัฐฯตัดความสัมพันธ์กับอิหร่านซึ่งเป็นประเทศส่งออกรายเดียวของ F-14 ทำให้สหรัฐฯไม่มีการส่งมอบอะไหล่ การสนับสนุนการซ่อมบำรุง และอาวุธแก่อิหร่าน ทำให้อิหร่านต้องพึ่งพาตนเองในการบำรุงรักษาเครื่องบินขับไล่ F-14A ของตนให้สามารถปฏิบัติการต่อไปได้
ซึ่งความสามารถทางอุตสาหกรรมความมั่นคงของอิหร่านสามารถที่จะผลิตชิ้นส่วน ปรับปรุงความทันสมัยเป็นรุ่นเครื่องบินขับไล่ F-14AM และผลิตอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศทดแทนได้เอง โดยมีแผนจะยืดอายุการใช้งานไปจนถึงปี 2030(http://aagth1.blogspot.com/2018/07/fakour.html)

สำหรับผู้เขียนเอง แบบจำลองเครื่องบินขับไล่ F-14D เป็นเครื่องหนึ่งที่มีความต้องการส่วนตัวจะหามาสะสมมานาน ซึ่งปัจจุบันก็มี Model Kits ของ TAMIYA F-14D 1/48 ที่เพิ่งออกมาในปี 2018 ไม่นานนี้ แต่แบบจำลองขนาด 1/48 มีขนาดใหญ่เกินไปประกอบเสร็จแล้วหาที่วางแสดงลำบาก
ประกอบกับผู้เขียนมีประสบการณ์เลวร้ายส่วนตัวที่ไม่อยากทำประกอบ Model ลงสีติดรูปลอกเองแล้ว(ปีที่แล้ว Model หลายตัวที่ต่อมาเป็นสิบๆปีวางในตู้แสดงดีๆโดนทำหักเป็นชิ้นๆแล้วถูกบอกว่า "มันหลุดแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว" ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ซึ่งได้ซ่อมเท่าที่ทำได้แล้วแต่ทุกวันนี้ยังทำใจไม่ได้)
เลยมองหาการซื้อ Diecast Model ที่สร้างจากโลหะประกอบมาสำเร็จแล้ว โดยไปได้ Hobby Master F-14D VF-31 Tomcatters(HA5202) ตัวสุดท้ายของร้านซึ่งลดราคา 50% ในโอกาสร้านปิดกิจการ ซึ่งก็น่าเสียดายที่ถ้าจะซื้ออีกคงต้องสั่งจากร้านค้า Online ไม่ได้ไปจับมองของดูเองจริงๆ

แบบจำลอง F-14D ขนาด 1/72 ของ Hobby Master ฮ่องกงตัวเครื่องทำจากโลหะที่แข็งแรงมี ปีกปรับมุมลู่ได้แต่ต้องออกแรงด้วยความระมัดระวัง แพนหางแนวนอนขยับได้ มีรายละเอียดสูงทั้งลายเส้นพื้นผิว ทำสีเครื่องหมาย สายอากาศเล็กๆ กลีบใบพัดเครื่องยนต์ และกระจกหน้าสีเขียวจากจอ HUD
แต่ในบางจุดเช่น ห้องนักบินเป็นเพียงการติดรูปลอกไว้เท่านั้นซึ่งก็ไม่ตรงกับเครื่องจริง หุ่นนักบินจำลองสองตัวมีรายละเอียดค่อนข้างหยาบ ตัวเครื่องบางจุดมีตำหนิเล็กน้อยเช่นแนวประกอบตรงโคนปีกมีรอยกาวประสานแตกออกมานิดหน่อย เครื่องยนต์มีรายละเอียดความลึกความนูนน้อยไป
อาวุธที่มีมาให้ทำจาก plastic มี 2xAIM-9M,1xAIM-7M, 1xAIM-54C, 2xGBU-24 Paveway III, LANTIRN pod และรางอาวุธ แต่การติดอาวุธเข้ากับเครื่องบางชิ้นก็คับไปติดยาก บางชิ้นก็หลวมหลุดง่ายไปต้องใช้วิธียัดกระดาษชิ้นเล็กๆให้คับพอดี ซึ่ง Model ตัวนี้เป็นรุ่นที่ออกในราวปี 2016 ครับ

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

อิหร่านเปิดสายการผลิตอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Fakour

Iran announces mass production of Fakour air-to-air missile





Six Fakour missiles are seen during the ceremony announcing that the type has entered mass production. Source: Defapress.ir
http://www.janes.com/article/81942/iran-announces-mass-production-of-fakour-air-to-air-missile


Iranian F-14A Tomcats armed with multiple missiles including AIM-9 Sidewinder, AIM-7 Sparrow, AIM-54 Phoenix and MIM-23 Hawk, 1986.(wikipedia.org)

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศนำวิถีด้วย Radar แบบ Fakour ขณะนี้ได้เข้าสู่สายการผลิตจำนวนมากแล้ว ตามที่กองทัพอิหร่านประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา
พิธีเปิดสายการผลิตที่จัดขึ้นโดยเชิญรัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน Amir Hatami ร่วมงานได้เป็นเครื่องหมายแสดงถึงการประกาศดังกล่าว

ในพิธีมีอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Fakour อย่างน้อย 6นัดถูกจัดแสดง เช่นเดียวกับชิ้นส่วนด้านหน้าของจรวดอีก 5นัด
รัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน Hatami กล่าวว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Fakour สามารถติดตั้งใช้งานได้กับอากาศยานหลายแบบ

เมื่อถูกเปิดตัวในชื่อ Fakour-90 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2013 อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบนี้ได้ถูกกล่าวว่า
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Fakour ถูกพัฒนาสำหรับใช้งานกับเครื่องบินขับไล่ Grumman F-14 Tomcat กองทัพอากาศอิหร่าน(IRIAF: Islamic Republic of Iran Air Force)

สื่ออิหร่านรายงานว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Fakour มีพิสัยการยิง 150km มีความเร็ว Mach 5 และมีระบบนำวิถีที่สามารถยิงถูกเป้าหมายได้อย่างอิสระจากระบบ Radar ของอากาศยานที่ทำการยิง
เป็นที่เชื่อว่า Fakour มีพื้นฐานการพัฒนาจากอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยไกล AIM-54 Phoenix สหรัฐฯซึ่งเป็นอาวุธเฉพาะของเครื่องบินขับไล่ F-14

กองทัพอากาศอิหร่านในฐานะประเทศเดียวที่สหรัฐฯส่งออกเครื่องบินขับไล่ F-14 ให้และเป็นผู้ใช้งานเครื่องบินขับไล่แบบนี้รายเดียวในปัจจุบัน
มีพยายามอย่างมากในการรักษาขีดความสามารถในการใช้งานเครื่องที่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตหลังการปฏิวัติอิสลามในปี 1979

เคยมีการพบเห็นว่ากองทัพอากาศอิหร่านได้นำอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ MIM-23 Hawk สหรัฐฯ และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง R-27 รัสเซียมาติดตั้งใช้กับ F-14 ของตนแต่ประสบความสำเร็จไม่มากนัก
โดยอิหร่านมีขีดความสามารถในการซ่อมบำรุง ปรับปรุง และผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ที่ขาดแคลนสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-14 ที่มีแผนจะยืดอายุการใช้งานประจำไปจนถึงปี 2030 ครับ