แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Iran แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Iran แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รัฐบัญญัติ Maverick เพื่อฟื้นฟูเครื่องบินขับไล่ F-14D Tomcat ให้กลับมาบินได้ บอกใบ้ถึงการทำลายล้างฝูงบินสุดท้ายของอิหร่าน

US ‘Maverick Act' hints at final destruction of Iran's Tomcat fleet



A US government bill in April 2026 to restore a Tomcat (pictured) to flying status suggests that all of Iran's fleet had been destroyed by that time. (US Navy)



ร่างกฎหมายของรัฐบาลสหรัฐฯที่รู้จักในชื่อ "รัฐบัญญัติ Maverick"(Maverick Act) ที่ให้การอนุมัติการกลับมาทำการบินใหม่ของเครื่องบินขับไล่ Grumman F-14 Tomcat กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ที่ปลดประจำการไปแล้ว
บอกใบ้เป็นนัยถึงการทำลายล้างอย่างเบ็ดเสร็จของฝูงเครื่องบินขับไล่ F-14 Tomcat ในประจำการของกองทัพอากาศอิหร่าน(IRIAF: Islamic Republic of Iran Air Force) ทั้งหมด

ได้รับความเห็นชอบโดยคณะกรรมาธิการกิจการกองทัพวุฒิสภาสหรัฐฯ(US Senate Armed Services Committee) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 ก่อนหน้าการผ่านความเห็นชอบสุดท้ายตามที่คาดการณ์ไว้โดยสภา Congress สหรัฐฯ
รัฐบัญญัติ Maverick อนุมัติให้เครื่องบินขับไล่ F-14D Tomcat จำนวน 1เครื่องจะถูกฟื้นฟูสภาพให้กลับมาทำการบินได้ และอีก 2เครื่องที่จะอยู่ในสถานะไม่สามารถทำการบินได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดแสดงแก่สาธารณะ

"รัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐฯอาจจะส่งต่อโดยปราศจากการพิจารณาแก่คณะกรรมการศูนย์อวกาศและจรวดสหรัฐฯ(US Space and Rocket Center Commission) ใน Huntsville มลรัฐ Alabama
สิทธิ, กรรมสิทธิ์, และผลประโยชน์ทั้งหมดของสหรัฐฯในและต่อเครื่องบินขับไล่ F-14D Tomcat ส่วนเกินจำนวน 3เครื่อง(หมายเลข Bureau Number 164341, 164602, 159437) ซึ่งเกินความต้องการการปฏิบัติการของกองทัพเรือสหรัฐฯ"

ร่างกฎหมายรัฐบัญญัติ Maverick ซึ่งตั้งชื่อตามตัวละครหลักในภาพยนตร์ชุด Top Gun คือ นาวาเอก(Captain) Pete Mitchell นามรหัส(callsign) "Maverick"(ที่รับบทโดยนักแสดงชื่อดัง Tom Cruise)
กองทัพเรือสหรัฐฯได้ปลดประจำการเครื่องบินขับไล่ F-14A/B/D Tomcat เครื่องสุดท้ายของตนในปี 2006(https://aagth1.blogspot.com/2018/09/12-f-14-tomcat.html)

ปล่อยให้กองทัพอากาศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน(IRIAF)เป็นผู้ใช้งานรายเดียวและรายสุดท้ายของเครื่องบินขับไล่ F-14A Tomcat(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/fakour.html)
เครื่องบินขับไล่ F-14A Tomcat จำนวน 79เครื่องได้ถูกนำเข้าประจำการในอิหร่านในปลายปี 1970s เมื่อถูกส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศจักรวรรดิอิหร่าน(IIAF: Imperial Iranian Air Force) ของพระเจ้า Shah แห่งอิหร่าน

อิหร่านในเวลานั้นได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-14A Tomcat จำนวน 80เครื่อง โดยทั้งหมดได้ถูกส่งมอบยกเว้น 1เครื่องที่ไม่ได้ถูกส่งมอบในเวลานั้นที่เป็นผลจากการปฏิวัติอิหร่านในปี 1979
กองทัพอากาศอิหร่านมีพยายามอย่างมากในการรักษาขีดความสามารถในการใช้งานเครื่องบินขับไล่ F-14A ของตนที่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรหลังการปฏิวัติปี 1979 และถูกใช้ในการรบกับอิรักระหว่างสงครามปี 1980-1988

โดยอิหร่านมีขีดความสามารถในการซ่อมบำรุง ปรับปรุง และผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ที่ขาดแคลน รวมถึงการพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศภายในประเทศสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-14A ของตนที่มีแผนจะยืดอายุการใช้งานไปจนถึงปี 2030
อย่างไรก็ตามการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านที่นำโดยสหรัฐฯและอิสราเอลที่เกิดขึ้นในปี 2025-2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/f-35i-yak-130.html) บ่งชี้ความเป็นไปได้ว่าฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-14 ของอิหร่านที่เหลืออยู่น่าจะถูกทำลายลงทั้งหมดแล้วครับ

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

ฝรั่งเศสดัดแปลงปืนใหญ่อากาศ 30mm ของเครื่องบินขับไล่ Rafale เพื่อใช้ต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ C-UAS

France modifies Rafale gun as part of wider enhancement of C-UAS capabilities





A file photo of a French Air and Space Forces Rafale combat aircraft. The DGA has contracted Dassault to update the aircraft's fire control system to enable its gun to be used for the C-UAS role. (French Armed Forces)

ฝรั่งเศสได้ดัดแปลงชุดคำสั่ง software ของปืนใหญ่อากาศ Giat DEFA 791B ขนาด 30mm ภายในลำตัวของเครื่องบินขับไล่ Dassault Rafale(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/dassault-rafale-2025.html)
ในฐานะส่วนหนึ่งของหลากหลายมาตรการต่างๆที่จะเพิ่มขยายขีดความสามารถการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ(C-UAS: Counter-Unmanned Aircraft System) ต่างๆของกองทัพฝรั่งเศส(French Armed Force, Forces armées françaises)

สำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส(Directorate General of Armament, DGA: Direction Générale de l'Armement) กล่าวต่อรัฐสภาฝรั่งเศส(National Assembly, Assemblée Nationale) เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2026 ว่า
ปืนใหญ่อากาศ 30mm ภายในลำตัวของเครื่องบินขับไล่ Rafale ได้รับการปรับแต่งที่จะสามารถทำให้ถูกใช้ในภารกิจต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ C-UAS โดยทั่วไป

และภารกิจต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) แบบโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว(OWA: One-Way Attack) รูปแบบอากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ Shahed ของอิหร่านโดยเฉพาะ
"เราได้ผ่านสัญญาที่จะดัดแปลงระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire Control System) ของเครื่องบินขับไล่ Rafale ที่จะทำให้สามารถโจมตีอากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว Shahed ในระยะใกล้ด้วยปืนใหญ่อากาศ 30mm"

"นี่เคยเป็นขีดความสามารถที่เป็นที่ต้องการโดยกองทัพฝรั่งเศส และเรามีการทำสัญญาอย่างรวดเร็วกับบริษัท Dassault ฝรั่งเศสเพื่อจะดัดแปลงระบบควบคุมการยิง" Patrick Pailloux หัวหน้าสำนักงานจัดหากลาโหมฝรั่งเศส DGA กล่าว
เมื่อเขาได้ทำการตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับการปรับปรุงล่าสุดต่อกฎหมายโครงการทางทหาร(Military Programming Law, LPM: Loi de programmation militaire) ปี 2024-2030 ของฝรั่งเศสที่เผยแพร่โดยรัฐสภาฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026

ตามการเน้นโดย Pailloux ปัญหาปรากฏการณ์ parallax ต่างๆ โดยที่ตำแหน่งหรือทิศทางของวัตถุที่ปรากฎจะแตกต่างออกไปเมื่อถูกมองจากตำแหน่งต่างๆที่แตกต่างกันได้ทำให้ก่อนหน้านี้ได้สร้างความยากลำบาก
ที่นักบินของเครื่องบินขับไล่ Rafale จะใช้ปืนใหญ่อากาศ 30mm เพื่อจะโจมตีเป้าหมายประเภทอากาศยานไร้คนขับต่างๆเหล่านี้ในระยะใกล้ เครื่องบินขับไล่ Rafale ติดตั้งปืนใหญ่อากาศ Giat DEFA 791B 30mm ความจุกระสุน 125นัดภายในลำตัว 

โดยระหว่างสงครามอิหร่านล่าสุดในช่วงเดือนมีนาคม 2026 กองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศส(French Air and Space Force, AAE: Armée de l'Air et de l'Espace) ได้วางกำลังเครื่องบินขับไล่ Rafale ของตนที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE: United Arab Emirates) 
และประสบความสำเร็จในการใช้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ MBDA MICA(Missile d'Interception, de Combat et d'Auto-défense) เพื่อสกัดกั้นทำลายอากาศยานไร้คนขับ UAV ของอิหร่านที่โจมตีชาติพันธมิตรของตนในประเทศกลุ่มอ่าว persia ตะวันออกกลางครับ

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569

เรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ SSN สหรัฐฯยิง torpedo จมเรือฟริเกต IRIS Dena อิหร่าน

Iran conflict 2026: US announces submarine torpedo strike on Iranian warship





Iranian Navy frigate IRIS Dena is shown during the Indian Navy International Fleet Review on 18 February 2026 near Visakhapatnam, India. (Indian Navy)



เรือดำน้ำโจมตีเร็วพลังงานนิวเคลียร์(SSN fast attack submarine) กองทัพเรือสหรัฐฯ(US Navy) ได้จมเรือรบผิวน้ำของกองทัพเรืออิหร่าน(IRIN: Islamic Republic of Iran Navy) ด้วย torpedo หนักแบบ Mk 48
ระหว่าง 100ชั่วโมงแรกของการโจมตีอิหร่านโดยกองกำลังผสมกองทัพสหรัฐฯและกองทัพอิสราเอล(IDF: Israel Defense Forces) กองทัพสหรัฐฯยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2026

การโจมตีเป็นเครื่องหมายถึงครั้งแรกตั้งแต่ปี 1945 ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่สองที่เรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Virginia SSN ของกองทัพเรือสหรัฐฯได้จมเรือรบข้าศึกด้วย torpedo เจ้าหน้าที่กระทรวงการสงครามสหรัฐฯ Pentagon กล่าว
เรือผิวน้ำที่แสดงในวีดิทัศน์เผยแพร่ของ Pentagon สหรัฐฯของการโจมตีด้วย torpedo จากเรือดำน้ำในมหาสมุทรอินเดีย เป็นไปได้สูงมากว่าน่าจะเป็นเรือฟริเกต IRIS Dena(75) ของกองทัพเรืออิหร่าน

เรือฟริเกต IRIS Dena กองทัพเรืออิหร่านได้มีส่วนร่วมในพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ International Fleet Review 2026 (IFR 2026) และการฝึกผสมทางทะเล MILAN 2026 ที่มีกองทัพเรืออินเดีย(IN: Indian Navy) เป็นเจ้าภาพ 
และได้ถูกบันทึกภพไว้ได้เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026 ระหว่างพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ IFR 2026 India ที่มีขึ้นใกล้กับ Visakhapatnam อินเดีย(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/blog-post.html)

"ในมหาสมุทรอินเดีย...เรือดำน้ำของอเมริกาได้จมเรือรบอิหร่านที่คิดว่าตนจะปลอดภัยในน่าน้ำสากล" รัฐมนตรีกระทรวงการสงครามสหรัฐฯ Pete Hegseth กล่าวเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2026 ระหว่างการบรรยายสรุปต่อสื่อ ณ อาคาร Pentagon สหรัฐฯ
"เราได้ทำลายเรือของกองทัพเรืออิหร่านมากกว่า 20ลำ และกวาดล้างอย่างมีประสิทธิภาพ ณ จุดนี้ในเวลนี้ต่อการแสดงตนในยุทธบริเวณของกำลังทางเรือหลักของอิหร่าน" พลอากาศเอก Dan Caine ประธานคณะเสนาธิการร่วม(JCS: Joint Chiefs of Staff) กล่าวระหว่างการบรรยายสรุปต่อสื่อ

เรือของอิหร่าน(พิสูจน์ทราบโดย Janes ว่าน่าจะเป็นเรือฟริเกต Dena) ถูกจมโดย torpedo หนัก Mk 48 หนึ่งลูก พลอากาศเอก Caine กล่าว วีดีทัศน์แสดงถึงภาพที่บันทึกจากกล้องตาเรือ(periscope) ของเรือดำน้ำขณะที่ torpedo พุ่งชนท้ายเรือและเกิดการระเบิดจนตัวเรือแตกและจมลง 
เรือฟริเกต IRIS Dena ถูกยิงจมห่างจากชายฝั่งทางตอนใต้ของเมือง Galle ในศรีลังการาว 20nmi กองทัพเรือศรีลังกา(SLN: Sri Lanka Navy) ได้ช่วยเหลือชีวิตลูกเรือกองทัพเรืออิหร่านได้ 32นายจากทั้งหมด 180นาย และพบศพผู้เสียชีวิตอีกราว 80ร่าง

เรือฟริเกต IRIS Dena เป็นเรือฟริเกตชั้น Mowj ลำที่สี่จาก 5ลำที่อิหร่านต่อในประเทศซึ่งถูกนำเข้าประจำการในช่วงปี 2010-2023 โดยเรือฟริเกต Dena ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2021
ติดตั้งอาวุธด้วยปืนเรือหลักขนาด 76mm หนึ่งแท่นยิงที่หัวเรือ, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Mehrab สองแท่นยิงหน้าสะพานเดินเรือ, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Qader สี่ท่อยิงสองแท่น 8นัดที่หลังปล่องไอเสีย และ torpedo เบาปราบเรือดำน้ำสามท่อยิงสองแท่นยิง

นอกจากเรือฟริเกต Dena และเรือฟริเกตชั้น Mowj ลำที่สองเรือฟริเกต IRIS Damavand(77) ที่จมลงระหว่างเกิดพายุในทะเล Caspian ในเดือนมกราคม 2018 โดยมีและเรือฟริเกตชั้น Mowj ลำที่ห้าเรือฟริเกต IRIS Deylaman(78) ทดแทน เรือฟริเกตชั้น Mowj ของกองทัพเรืออิหร่านในอ่าว Persia น่าจะถูกจมไปหมดแล้ว
ตั้งแต่ปฏิบัติการ Operation Epic Fury เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 คือเรือฟริเกตชั้น Mowj ลำแรกเรือฟริเกต IRIS Jamaran(76) และเรือฟริเกตชั้น Mowj ลำที่สามเรือฟริเกต IRIS Sahand(74), รวมถึงเรือข่าวกรองทางสัญญาณ SIGINT เรือ Zagros(313) ที่มีพื้นฐานตัวเรือร่วมกันครับ

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569

เครื่องบินขับไล่ F-35I อิสราเอลอ้างสังหารเครื่องบินฝึกไอพ่นโจมตีเบา Yak-130 อิหร่านในการรบครั้งแรก

Iran conflict 2026: Israeli F-35 claims type's first combat kill against manned aircraft





A file photo of an Israeli F-35I. One of the type has claimed the JSF's first combat kill against a manned aircraft. (Israeli Air Force)

กองทัพอากาศอิสราเอล(IAF: Israeli Air Force) ได้อ้างการสังหารอากาศสู่อากาศครั้งแรกสำหรับเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II Joint Strike Fighter(JSF) ต่ออากาศยานแบบมีนักบินบังคับ 
ด้วยการประสบความสำเร็จในการโจมตีเครื่องบินรบไอพ่นของอิหร่านได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/lockheed-martin-f-35.html)

ตามข้อมูลจากกองทัพอากาศอิสราเอล เครื่องบินขับไล่ F-35I Adir(ภาษาฮีบรูแปลว่า "ผู้ทรงฤทธา" การกำหนดแบบและชื่อของเครื่องบินขับไล่ F-35A ในประจำการอิสราเอล)
ได้ยิงเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา Yakovlev Yak-130(NATO กำหนดรหัส 'Mitten') ของกองทัพอากาศอิหร่าน(IRIAF: Islamic Republic of Iran Air Force) ตกระหว่างเหตุการณ์รบ ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมถูกเปิดเผย

ข่าวการรบอากาศสู่อากาศมีขึ้นสองวันหลังจากกองทัพอากาศอิสราเอลประกาศการครองอากาศ(air superiority) เหนือนครหลวง Tehran เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2026(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/yak-130.html)
อ้างอิงภารกิจการทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศข้าศึก(DEAD: Destruction of Enemy Air Defence) และศูนย์บัญชาการต่างๆในเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่เข้าสู่ความขัดแย้งที่นำโดยสหรัฐฯกับอิหร่าน

สำหรับภารกิจอากาศสู่อากาศ เครื่องบินขับไล่ F-35I Adir กองทัพอากาศอิสราเอลสามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ Raytheon AIM-9X Sidewinder ที่นำวิถีด้วยความร้อน infrared 
และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง Raytheon AIM-120 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile) ที่นำวิถีด้วย active radar(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/aim-120-amraam.html)

อิสราเอลกำลังทำงานที่จะบูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศที่ตนพัฒนาในประเทศกับเครื่องบินขับไล่ F-35I Adir เช่นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ Rafael Python 5(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/f-16cd-python-5.html)
แต่งานการบูรณาการอาวุธที่พัฒนาในอิสราเอลเช่นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ Python 5 เข้าใจว่ายังไม่เสร็จสิ้น เครื่องบินขับไล่ F-35I ยังติดตั้งปืนใหญ่อากาศ GAU-22/A ขนาด 25mm ภายในลำตัวความจุกระสุน 182นัด

ขณะที่นี่เป็นการสังหารที่ได้รับการยืนยันครั้งแรกสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35 ไม่ว่าจะรุ่นใดก็ตามและไม่ว่าจะผู้ใช้งานรายใดก็ตามในการต่อต้านอากาศยานแบบมีนักบินบังคับ
ก่อนหน้านี้เครื่องบินขับไล่ F-35 ได้อ้างชัยชนะในการรบอากาศสู่อากาศหลายครั้งในประจำการของกองทัพนานาชาติต่ออากาศยานไร้คนขับ และกองทัพอากาศอิสราเอลได้ยิงอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนอย่างน้อยหนึ่งนัดโดยการใช้เครื่องบินขับไล่ยุคที่5 stealth ครับ

วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566

อิหร่านรับมอบเครื่องบินฝึกไอพ่นโจมตีเบา Yak-130 รัสเซีย

Iran receives Yak-130 advanced jet trainer, light attack aircraft



One of an undisclosed number of Yak-130 advanced jet trainer and light attack aircraft that Iran has recently received from Russia. (Fars News)



อิหร่านได้รับมอบเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าและโจมตีเบา Yakovlev Yak-130(NATO กำหนดรหัส 'Mitten') ที่ไม่เปิดเผยจำนวนจากรัสเซีย ภาพวีดิทัศน์และภาพถ่ายที่เผยแพร่ทาง online เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2023 เปิดเผย
เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา Yak-130 อย่างน้อยหนึ่งเครื่องอยู่ในเครื่องหมายและลวดลายที่มองเห็นได้สูงของกองทัพอากาศอิหร่าน(IRIAF: Islamic Republic of Iran Air Force)

โดยมีหมายเลขเครื่อง 7-9701 เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา Yak-130 ของอิหร่านถูกบันทึกภาพการบินที่ฐานทัพอากาศทางยุทธวิธีที่8(8th Tactical Air Base) ในท่าอากาศนานาชาติ Isfahan
Fars News Agency สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่านได้รายงานคำกล่าวของรัฐบาลอิหร่านว่า เครื่องบิน Yak-130 ได้รับการจัดหาจากรัสเซียเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการฝึกและการรบของกองทัพอากาศอิหร่าน

ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวจำนวนเครื่องสุดท้าย, กำหนดตารางเวลาการส่งมอบ, ฝูงบินที่ปฏิบัติการ, ภารกิจต่างๆ หรือฐานที่ตั้งของเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา Yak-130 อิหร่านที่ถูกเปิดเผย
โดยมีรูปทรงที่ปรากฎเช่นเดียวกับเครื่องบินฝึกไอพ่น Leonardo M-346 Master อิตาลี(เครื่องบินทั้งสองแบบมีเส้นทางการพัฒนาร่วมกัน) และยังดูคล้ายคลึงกับเครื่องบินฝึกไอพ่น HAIG L-15 Lieying จีน

Yak-130 เป็นเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นก้าวหน้าสองเครื่องยนต์ไอพ่นสองที่นั่งเรียงกันโดยมีขีดความสามารถภารกิจรองเป็นเครื่องบินโจมตีเบา ตามที่เครื่องของกองทัพอากาศแสดงการติดตำบลอาวุธใต้ปีกและปลายปีกบ่งชี้ว่าเครื่องได้รองรับภารกิจที่สองนี้ 
ซึ่งเครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา Yak-130 มีตำบลอาวุธ 9จุดแข็งสำหรับกระเปาะจรวด, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น, ปืนกลอากาศ/ปืนใหญ่อากาศ และลูกระเบิดไม่นำวิถีและ/หรือระเบิดนำวิถี

เครื่องบินฝึกไอพ่นและโจมตีเบา Yak-130 มีน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด(MTOW: Maximum Take-Off Weight) ที่ 3,000kg, มีความเร็วสูงสุดที่ 572knots, ระยะทำการที่ 1,600km,
เพดานบินปฏิบัติการที่ 41,020feet และระยะเวลาทำการนาน 3ชั่วโมง(โดยติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรองภายนอก 2ถัง) เสริมด้วยตัวเลือกสำหรับท่อรับเชื้อเพลิงกลางอากาศ probe ที่ถอดออกได้

ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces ปัจจุบันกองทัพอากาศอิหร่านมีประจำการด้วยเครื่องบินฝึกใบพัดสองที่นั่ง Pilatus PC-7 จากสวิตเซอร์แลนด์จำนวน 34เครื่อง รวมถึงต้นแบบเครื่องบินฝึกไอพ่นสองที่นั่งที่พัฒนาในประเทศจำนวนหนึ่ง 
เป็นที่เข้าใจว่าการส่งมอบ Yak-130 แก่อิหร่านเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยของรัสเซีย ในการตอบแทนที่อิหร่านช่วยเหลือรัสเซียในการทำสงครามรุกรานยูเครนครับ(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/pantsir-s1-orlan-10e.html)

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2563

อิหร่านเปิดตัวรถถังหลัก T-72 รุ่นปรับปรุงใหม่ล่าสุด

Iran unveils T-72 upgrade












Iran’s T-72M1 upgrade. (Iranian Ministry of Defence and Armed Forces Logistics / Janes)

อิหร่านเปิดตัวการปรับปรุงความทันสมัยที่ดูเหมือนจะนำมาใช้กับรถถังหลัก T-72M1 ของตน เมื่อรัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน Amir Hatami ได้เข้าร่วมการเปิดสายผลิต ณ ศูนย์อุตสาหกรรมยานเกราะ Bani-Hashem ใกล้ Dorud เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2020
กระทรวงกลาโหมและการส่งกำลังบำรุงกองทัพอิหร่าน(MODAFL: Ministry of Defence and Armed Forces Logistics) ได้เผยแพร่ชุดภาพที่แสดงถึงรถถังหลัก T-72 ที่ได้รับการปรับปรุง

ที่ปรากฎว่าได้นำหลายส่วนประกอบมาจากรถถังหลัก Karrar ซึ่งถูกนำเสนอในฐานะรถถังหลักแบบใหม่เมื่อเปิดตัวในปี 2017 และรถถังหลัก T-72 ที่ได้รับการดัดแปลงที่ถูกจัดแสดงโดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน(IRCG: Islamic Revolution Guards Corps) ในเดือนมิถุนายน 2020

ชุดภาพถ่ายได้แสดงถึงรถถังหลักหลายคันกำลังได้รับการดำเนินการทำงาน เช่นเดียวกับรถถังหลัก T-72M1 ที่ได้รับการปรับปรุงกำลังได้รับการทดสอบ แต่ไม่ได้ให้ข้อบ่งชี้ว่ามีรถถังหลัก Karrar ที่ได้รับการผลิตหรือไม่
ในปี 2018 สำนักข่าวท้องถิ่นของอิหร่านรายงานว่ากองทัพอิหร่านจะได้รับมอบรถถังหลักที่ผลิตใหม่และปรับปรุงรถถังหลักที่มีอยู่เดิมถึง 800คัน

การปรับปรุงรถถังหลัก T-72M1 ที่ปรากฎได้รวมการนำการดัดแปลงอย่างมากหลายอย่างต่อป้อมปืนที่มีอยู่เดิมเพื่อให้เกราะด้านหน้ามีความหนามากขึ้น เกราะด้านข้างของป้อมปืนขณะนี้ได้มีลักษณะที่เป็นทรงแบนมากกว่าที่จะเป็นทรงโค้งมน
ป้อม, ปืนกล และฝาปิดเปิดของสถานีผู้บังคับรถได้ถูกถอดออกไป โดยภายหลังได้เปลี่ยนเป็นฝาปิดเปิดไปทางด้านหน้าแบบพื้นฐาน 

ขณะที่มีหลายคำถามผุดขึ้นเกี่ยวกับขีดความสามารถของรถถังในการตรวจจับเป้าหมายตามที่กล้องเล็งของสถานี ผบ.รถ แบบ TKN-3 ได้ถูกถอดออกจากป้อม ผบ.รถ
เป็นไปได้ที่ ผบ.รถ อาจจะปฏิบัติการใช้ป้อมปืน Remote ใหม่(RWS: Remote Weapon Station) ที่วางบนสิ่งที่น่าจะเป็นหน่วยกำเนิดพลังงานเสริม(APU: Auxiliary Power Unit) ที่ติดไปทางด้านหลังของป้อมปืน

โดยติดตั้งอาวุธปืนกลขนาด 7.62mm นี่น่าจะสันนิษฐานว่าป้อมปืน RWS มีระบบกล้องเล็ง electo-optical ในตนเอง แม้ว่าจะไม่สามารถเห็นได้ในชุดภาพก็ตาม
สถานีพลยิงยังได้รับการติดตั้งกล้องเล็งแบบใหม่แทนกล้องเล็งหลักแบบ TPD-K1 ป้อมปืนยังพบการติดตั้งเสาระบบตรวจวัดสภาพอากาศ รวมถึงระบบแจ้งเตือนการถูกตรวจจับด้วย Laser สถานีพลขับด้านหน้ารถแคร่ฐานยังพบการติดตั้งกล้องช่วยเพิ่มการมองเห็นด้วยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

อิหร่านประจำการเรือดำน้ำชั้น Fateh ที่พัฒนาในประเทศ

Iran commissions Fateh submarine




















Iran’s Fateh-class submarine seen out of the water at the Bostanu shipyard in a photograph released but not taken on 17 February. It is missing the foreplanes that were seen on its hull in previously released television footage. Source: Islamic Republic News Agency (IRNA)
https://www.janes.com/article/86533/iran-commissions-fateh-submarine


กองทัพเรือสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน(IRIN: Islamic Republic of Iran Navy) ได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการอย่างทางของเรือดำน้ำชั้น Fateh ลำแรกที่พัฒนาสร้างภายในประเทศเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019
พิธีได้จัดขึ้น ณ ฐานทัพเรือ Bandar Abbas และมีประธานาธิบดีอิหร่าน Hassan Rouhani ร่วมพิธี รัฐมนตรีกลาโหมอิหร่าน Amir Hatami กล่าวว่าเรือดำน้ำชั้น Fateh นี้มีระวางขับน้ำ 600tons และสามารถยิง Torpedo และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำได้
สื่อของอิหร่านยังได้รายงานว่าเรือดำน้ำชั้น Fateh สามารถดำได้ลึกที่ 200m และมีระยะทำการนาน 5สัปดาห์ ชุดภาพถ่ายและภาพวิดีทัศน์จากสถานีโทรทัศน์ของพิธีประจำการได้แสดงภาพตัวเรือขณะอยู่นอกผิวน้ำที่อู่เรือ Bostanu ทางตะวันตกของ Bandar Abbas

เรือดำน้ำชั้น Fateh มีท่อยิง Torpedo หนักขนาด 533mm จำนวน 4ท่อยิงที่หัวเรือ แต่ส่วนระบบขับเคลื่อนใบจักรได้รับการคลุมปกปิดไว้ ชุดภาพถ่ายที่ถูกเผยแพร่ยังแสดงให้เห็นถึงส่วนระบบตรวจจับที่เป็นเสายืดหดได้
เช่น เสากล้อง electro-optical และปรากฎถึงสิ่งที่น่าจะเป็นเสากล้องตาเรือเลนส์กระจก ส่วนอื่นอาจจะรวมถึง Radar และระบบตรวจจับข่าวกรองไฟฟ้า สำหรับเพื่อใช้ในการตรวจจับเป้าหมาย
การมีอยู่ของโครงการเรือดำน้ำชั้น Fateh ได้ถูกประกาศในเดือนกันยายน 2011 แม้ว่ามันอาจจะเป็นชื่อใหม่สำหรับโครงการเรือดำน้ำ Qaem ที่ประกาศในปี 2008 ก็ตาม

ภาพถ่ายจากดาวเทียมพาณิชย์เหนืออู่เรือ Bostanu เมื่อเดือนตุลาคม 2013 ยืนยันว่าเรือดำน้ำใหม่มีความยาวเรือมากว่า 40m ได้ถูกปล่อยเรือลงน้ำแล้ว
เรือได้ถูกพบเห็นว่ากำลังได้รับการปล่อยลงน้ำในการตัดต่อของสถานีโทรทัศน์อิหร่านเกี่ยวกับการเผยแพร่ผลงานการประสบความสำเร็จต่างๆของกองทัพอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ 2014
ในชุดภาพวิดีทัศน์นี้มีการพบเห็นแพนปีกที่ติดตั้งอยู่กับส่วนตัวเรือดำน้ำ ที่ต่อมาในชุดภาพปัจจุบันที่มีการเผยแพร่ล่าสุดไม่มีการพบแพนปีกดังกล่าวที่ตัวเรือแล้วครับ