แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Democratic People's Republic of Korea แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Democratic People's Republic of Korea แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เกาหลีเหนือทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรก

North Korea commissions first Choe Hyon-class destroyer as Kim signals naval nuclearisation







Choe Hyon , seen here during its commissioning ceremony on 23 June 2026. (KCNA)



สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้ทำพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Choe Hyon ลำแรก เรือพิฆาต Choe Hyon (หมายเลขเรือ 51) โดยผู้นำสูงสุดของประเทศ Kim Jong‑un
ได้ใช้พิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาต Choe Hyon เพื่อส่งสัญญาการเข้าใกล้การเป็นกองกำลังนิวเคลียร์ของกองทัพเรือประชาชนเกาหลี(KPN: Korean People's Navy) และเปลี่ยนผ่านจากการวางตัวการป้องกันชายฝั่งเพียงอย่างเดียว

ในสุนทรพจน์ของเขา ณ พิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรก เรือพิฆาต Choe Hyon (51) ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un กล่าวว่า
กองทัพเรือประชาชนเกาหลีกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่กองกำลังที่ติดตั้งด้วยขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์ต่างๆ เน้นย้ำว่าโครงการที่จะติดอาวุธนิวเคลียร์แก่กองทัพเรือประชาชนเกาหลีกำลังมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน

Kim Jong-un ยังบ่งชี้ว่าบทบาทภารกิจของกองทัพเรือประชาชนเกาหลีจะขยายไปนอกเหนือการป้องกันชายฝั่ง ระบุว่ากองทัพเรือประชาชนเกาหลีจะได้รับภารกิจที่จะปฏิบัติการในน่านน้ำต่างๆที่ซึ่งทรัพยากรทางทหารต่างๆของฝ่ายตรงข้ามได้ถูกวางกำลัง
และเพื่อจะดำเนินภารกิจป้องกันล่วงหน้า(pre-emptive) ต่างๆ พิธีขึ้นระวางประจำการเป็นเครื่องหมายถึงจุดสูงสุดของกระบวนการการพัฒนาที่เรือพิฆาต Choe Hyon ได้เดินหน้าอย่างรวดเร็วจากการปล่อยเรือสู่การทดสอบการปฏิบัติการ

เรือพิฆาต Choe Hyon ได้ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนเมษายน 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/choe-hyon.html) แต่ในเดือนมีนาคม 2026 เรือได้แสดงขีดความสามารถภารกิจการโจมตีหลักของตน
โดยการดำเนินการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อนหลายนัดพร้อมกันอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/choe-hyon-2.html) ส่งสัญญาณว่าระบบการรบต่างๆและการบูรณาการระบบอาวุธต่างๆของเรือได้กำลังใกล้พร้อมปฏิบัติการ 

นอกเหนือจากพิธีขึ้นระวางประจำการเรือพิฆาต Choe Hyon เอง สุนทรพจน์ของ Kim Jong-un ได้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเข้าสู่ทิศทางของยุทธศาสตร์ทางทะเลของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี
Kim Jong-un ทราบดีว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีปัจจุบันขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับเรือรบขนาดใหญ่ อธิบายถึงการก่อสร้างของฐานทัพเรือสมัยใหม่ต่างๆในฐานะความต้องการเร่งด่วน

Kim Jong-un ยังตอกย้ำซ้ำถึงความทะเยอทะยานต่างๆที่จะขยายกองเรือของกองทัพเรือประชาชนเกาหลีด้วยเรือรบผิวน้ำขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงเรือลาดตระเวนขนาดระวางขับน้ำ 10,000tonne
และเขายังระบุว่าการปฏิบัติการทางเรือในอนาคตต่างๆจะถูกเพิ่มขยายไปนอกเหนือจากภูมิภาค(คาบสมุทรเกาหลี-เอเชียตะวันออกไกล)ด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/hero-kim-kun-ok-841.html)

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้เปิดเผยแผนการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศโครงการ Jangbogo N Project

Seoul unveils plan for indigenous nuclear-powered submarines







A visualisation of South Korea's future nuclear submarine seen in a video published by the MND. (South Korea MND)





รัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีในนครหลวง Seoul ได้ประกาศแผนที่จะสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศ โดยชุดภาพอย่างเป็นทางการที่ถูกเผยแพร่ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ชั้นใหม่จะทำหน้าที่ในหลายหลายมิติมากขึ้นของภารกิจโจมตี
มากกว่ากองเรือดำน้ำตามแบบที่มีในปัจจุบันของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy)(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/kss-ii-3.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/10/kss-iii-batch-ii-ss-087-roks-jang-yeong.html)

แผนต่างๆสำหรับโครงการได้ถูกประกาศโดยกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 โครงการได้รับการกำหนดชื่อว่า '‘Jangbogo N Project' สะท้อนถึงการวางตำแหน่งของตนในฐานะวิวัฒนาการยุคอนาคตของกองกำลังเรือดำน้ำของสาธารณรัฐเกาหลี
(เรือดำน้ำชั้น Jang Bogo(KSS-I, Type 209/1200) เป็นโครงการเรือดำน้ำแห่งชาติแบบแรกของสาธารณรัฐเกาหลี โดยเรือลำแรกจากทั้งหมด 12 ลำ เรือดำน้ำ SS-061 ROKS Jang Bogo ถูกปลดระวางประจำการไปเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2025 หลังขึ้นระวางประจำการมาตั้งแต่ปี 1992 หรือเกือบ 34ปี)

ในแถลงการณ์ของตนกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีอธิบายถึงเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในฐานะระบบที่จะมอบ "การเพิ่มพูนขีดความสามารถการปฏิบัติการต่างๆเป็นอย่างมาก" เมื่อเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/jang-bogo.html)
กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีระบุว่าขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในตอบสนองต่อภัยคุกคามทางนิวเคลียร์และขีปนาวุธบนเรือดำน้ำของกองทัพเรือประชาชนเกาหลีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/hero-kim-kun-ok-841.html)

ความต้องการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐเกาหลีเชื่อมโยงโดยตรงต่อพลวัตรด้านความมั่นคงที่วิวัฒนาการบนคาบสมุทรเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/choe-hyon-2.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/02/600mm.html)
เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ชั้นใหม่จะได้รับการพัฒนาในประเทศและจะนำประสบการณ์ของสาธารณรัฐเกาหลีในด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์และการต่อเรือมาใช้ กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีกล่าว

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลียังจะนำเชื้อเพลิง uranium เสริมสมรรถนะต่ำ(low-enriched) มาใช้ และจะถูกออกแบบให้มีวงรอบการปฏิบัติการที่ยาวนานเพื่อลดความต้องการในการเติมเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใหม่
โครงการจะได้รับการบริหารจัดการบนพื้นฐานตลอดอายุการใช้งานแบบเต็ม ครอบคลุมการออกแบบ, การสร้าง, การปฏิบัติการ, การซ่อมบำรุง, การจัดการเชื้อเพลิง, และการรื้อถอนเรือหลังปลดประจำการในท้ายที่สุด กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีกล่าว

กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดระดับรูปแบบต่างๆของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของตน อย่างไรก็ตามชุดภาพที่แสดงในวิดีทัศน์ที่กระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีแสดงถึงเรือดำน้ำขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงตัวเรือเพรียวบาง
ด้วยตัวเรือภายนอกที่เรียบ, หอเรือ(sail)ที่ติดตั้งแพนครีบ diving planes, และหางเสือรูปเครื่องหมายบวกท้ายเรือ ส่วนท้ายเรือได้ปรากฎการนำรูปแบบระบบขับเคลื่อน pump-jet ที่มีส่วนครอบห่อหุ้มไว้มาใช้มากกว่าจะเป็นใบจักรตามแบบครับ

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

ผู้นำเกาหลีเหนือสั่งการให้สร้างเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ใหม่ปีละ 2ลำ

North Korean leader calls for two Choe Hyon destroyers annually







In this image released by North Korea's official Korean Central News Agency (KCNA) on 5 March 2026, Choe Hyon is seen launching a salvo of cruise missiles. (KCNA via KNS/AFP via Getty Image)



ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un ได้สั่งการให้มีการสร้างเรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Choe Hyon ให้ได้สองลำต่อปีตลอดช่วงระยะเวลา 5ปีใหม่ที่เริ่มต้นในปี 2026 นี้
ตามที่เรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรก เรือพิฆาต Choe Hyon (หมายเลขเรือ 51) ได้แสดงขีดความสามารถของเรือที่จะดำเนินการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นร่อนได้หลายนัดพร้อมๆกัน

คำสั่งการได้ถูกส่งมอบระหว่าการตรวจรับเรือพิฆาต Choe Hyon โดย Kim Jong-un เมื่อวันที่ 3-4 มีนาคม 2026 ซึ่งเขาได้กำกับการทดสอบการเดินเรือและเป็นสักขีพยานการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนหลายนัดพร้อมกันของเรือ
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว Korean Central News Agency(KCNA) สื่อในความควบคุมของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2026

Kim Jong-un ได้อธิบายเรือพิฆาต Choe Hyon ในฐานะสัญลักษณ์ของขีดความสามารถการป้องกันประเทศทางทะเลต่างๆของประเทศ และเสริมว่ากำหนดการการทดสอบต่างๆของระบบประจำเรือกำลังมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน
Kim Jong-un เน้นย้ำว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้ครอบครองขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และด้านอุตสาหกรรมที่เพียงพอที่จะบรรลุผลการสั่งการในการสร้างเรือพิฆาตใหม่ 2ลำต่อปี อ้างอิงจากเหล่านักวิจัยและอุตสาหกรรมการต่อเรือเป็นหลักฐาน

Kim Jong-un ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าแผนต่างๆที่จะติดตั้งกองทัพเรือประชาชนเกาหลี(KPN: Korean People's Navy) ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ต่างๆกำลังมีความคืบหน้าอย่างเป็นที่น่าพอใจ
และนั่นจะเป็นการประกอบขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในขีดความสามารถของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีที่จะปกป้องอธิปไตยทางทะเลของตน(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/hero-kim-kun-ok-841.html)

ชุดภาพที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว KCNA จากการตรวจรับเรือแสดงถึงเรือพิฆาต Choe Hyon ทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีหลายนัดภายในเวลาไม่กี่วินาทีในการยิงแต่ละครั้งบ่งชี้ว่าเป็นการยิงเกือบจะต่อเนื่องกัน
หรือเป็นการยิงแบบเป็นชุดหลายนัดต่อเนื่องที่ใกล้กันมากจากชุดแท่นยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launch System) กลางลำเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/choe-hyon.html)

เรือพิฆาต Choe Hyon เป็นเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำแรกจากสองลำและถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในเดือนเมษายน 2025 เรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำที่สอง เรือพิฆาต Kang Kon (หมายเลขเรือ 52)ได้ถูกทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำตามมาในเดือนมิถุนายน 2025
อย่างไรก็ตามจากภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันว่าเรือพิฆาต Kang Kon ได้ถูกปล่อยลงน้ำตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 แต่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงระหว่างการปล่อยเรือทำให้เรือจมน้ำหน้าอู่เรือและมีการกู้เรือขึ้นมาใหม่ 

เรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำที่สามกำลังถูกสร้างอยู่ที่อู่เรือ Nampo ซึ่งเป็นสถานที่สร้างเรือลำแรกเรือพิฆาต Choe Hyon คาดว่าเรือลำที่สามอาจจะถูกปล่อยเรือลงน้ำได้ในราวเดือนตุลาคม 2026
ขณะที่เรือลำที่สองเรือพิฆาต Kang Kon ได้ถูกสร้างที่อู่เรือ Hambuk ใน Chongjin คู่ขนานไปกับเรือลำแรก ทำให้เป็นไปได้มากว่าเรือพิฆาตชั้น Choe Hyon ลำที่สี่น่าจะถูกเริ่มการสร้างที่อู่เรือ Hambuk ครับ

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เกาหลีเหนือแสดงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรขนาด 600mm แบบใหม่

North Korea showcases 600 mm multiple rocket launchers







North Korean leader Kim Jong-un stands in front of the MRL system test-fired by the country's Missile Administration in January. (Photo by KCNA via KNS/AFP via Getty Images)



กระทรวงอุตสาหกรรมเครื่องกระสุน(MID: Munitions Industry Department) ของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้จัดแสดงระบบจรวดหลายลำกล้อง(MRL: Multiple Rocket Launcher) 'ขนาดลำกล้องใหญ่' 600mm ของตน
ณ พิธีส่งมอบที่มีขึ้นในนครหลวง Pyongyang สำนักข่าว Korean Central News Agency(KCNA) ของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีรายงานเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2026

ชุดภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว KCNA แสดงถึงระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยางขนาด 600mm จำนวนอย่างน้อย 50ระบบถูกจัดแสดงในส่งมอบซึ่งได้เชิญผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un ร่วมพิธี
สำนักข่าว KCNA กล่าวว่าระหว่างพิธีกระทรวงอุตสาหกรรมเครื่องกระสุนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้นำเสนอระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยางขนาด 600mm อย่างเป็นทางการ

ต่อการประชุมสภาครั้งที่เก้าของพรรคแรงงานเกาหลี(WPK: Workers' Party of Korea) ซึ่งจากนั้นได้ส่งมอบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรขนาด 600mm ให้แก่กองทัพประชาชนเกาหลี(KPA: Korean People's Army)
สำนักข่าว KCNA ยังรายงานว่า Kim Jong-un ได้นำเสนอจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยางขนาด 600mm แก่ผู้บัญชาการกองทัพประชาชนเกาหลี รองจอมพล(Vice Marshal) Ri Yong-gil

การวิเคราะห์ชุดภาพถ่ายของ Janes ตั้งข้อสังเกตว่าจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร MRL ที่ถูกนำเสนอใหม่ล่าสุดเป็นรุ่นปรับปรุงของระบบจรวดหลายลำกล้องขนาดใหญ่ของสำนักงานอาวุธนำวิถี(Missile Administration) ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี
ที่ทำการทดสอบยิงในเดือนมกราคม 2026 การทดสอบยิงนี้ถูกดำเนินการเพื่อ "รับรองความมีประสิทธิภาพของระบบจรวดหลายลำกล้องขนาดใหญ่ที่ได้รับการปรับปรุงด้วยวิทยาการใหม่" KCNA รายงานเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2026

สำนักข่าว KCNA กล่าว ณ เวลานั้นว่า "การยิงจรวดสี่นัดพุ่งชนเป้าหมายในน้ำในระยะยิง 358.5km ห่างออกไปจากจุดทำการยิง" อ้างอิงจาก Kim Jong-un ซึ่งปรากฎตนในการยิงทดสอบพร้อมกับบุตรสาวของเขา Kim Ju-ae
KCNA รายงาน ณ เวลานั้นว่าระบบจรวดหลายลำกล้องที่ได้รับการปรับปรุงมีคุณลักษณะ "ควบคุมทิศทางได้ด้วยตนเอง, ระบบควบคุมวิถีโคจรนำวิถีความแม่นยำสูง ซึ่งสามารถเพิกเฉยต่อการแทรกแซงภายนอกใดๆได้"

ในการอ้างอิงต่อระบบควบคุมทิศทางได้ด้วยตนเองน่าจะบ่งชี้ว่าจรวดพื้นสู่พื้นขนาด 600mm น่าจะได้รับการติดตั้งด้วยระบบนำวิถีความแม่นยำสูงพื้นฐานระบบนำร่อง inertial navigation system(INS) พร้อมระบบควบคุมการบินโคจร 
"ดัชนีทั้งหมดได้รับการปรับปรุงเพื่อขีดความสามารถการโจมตีสูงสุดและความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่, ข่าวกรอง, และความแม่นยำการพุ่งชนของจรวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับการปรับปรุงอย่างน่าทึ่ง ความคล่องแคล่วของรถแท่นยิงที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยยังสมบูรณ์แบบ" Kim Jong-un กล่าวครับ

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

ภาพเปิดเผยเครื่องบินขับไล่ MiG-29 เกาหลีเหนือฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่

North Korea flexes new air-to-air missile at exercise







New air-to-air missile in service with the Korean People's Army Air Force. (Janes/Korean Central News Agency)

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้ดำเนินการแสดงขีดความสามารถการรบทางอากาศต่างๆล่าสุดของตนโดยการจัดแสดงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ที่ไม่เป็นที่ทราบก่อนหน้าว่ามีอยู่ในประจำการมาก่อน
ชุดภาพที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว Korean Central News Agency(KCNA) สื่อในความควบคุมของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2025 บ่งชี้ว่า

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ขณะนี้กำลังอยู่ในประจำการกับฝูงบินเครื่องบินขับไล่ MiG-29 (NATO กำหนดรหัส 'Fulcrum') ของกองทัพอากาศประชาชนเกาหลี(KPAF: Korean People's Army Air Force)
ชุดภาพยังบ่งชี้ว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ได้รับการทดสอบแล้วในการฝึกการรบทางอากาศที่มีผู้นำสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un เป็นสักขีพยาน

ชุดภาพถ่ายของการฝึกทางอากาศตั้งข้อสังเกตว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ถูกยิงจากเครื่องบินขับไล่ MiG-29 ก่อนพุ่งชนเป้าบิน target drone
ชุดภาพอีกชุดแสดงให้เห็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ถูกจัดแสดงภาคพื้นดินกับเครื่องบินขับไล่ MiG-29 หมายเลข 553 คู่ไปกับสิ่งที่จะเป็นระเบิดนำวิถีร่อนที่ติดตั้งระบบนำวิถีชี้เป้าหมายด้วย electro-optic

การวิเคราะห์ด้วยสายตาของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ที่ถูกนำมาแสดงตั้งข้อสังเกตว่ามีพื้นฐานจากอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond-Visual-Range Air-to-Air Missile) พิสัยกลางแบบ PL-12
ที่อยู่ในประจำการกับกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAAF: People's Liberation Army Air Force) แม้ว่าจะมีการดัดแปลงการออกแบบที่แตกต่างเล็กน้อย(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/falcon-strike-2024.html)

เมื่อเปรียบเทียบกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ PL-12 ครีบควบคุมกลางลำตัวของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ของกองทัพอากาศประชาชนเกาหลีอยู่ถัดออกไปจากด้านท้ายจรวดและครีบส่วนหางมีรูปทรงที่แตกต่าง
อย่างไรก็ตามอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ยังคงแบบแผนรูปทรงกระบอกและมีความยาวรวมที่ใกล้เคียงกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ PL-12 ของกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน

และนี่ยังมีข้อสังเกตว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ของกองทัพอากาศประชาชนเกาหลีได้สืบทอดระบบย่อยหลากหลายระบบเป็นส่วนใหญ่ที่เกี่ยวเนื่องกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ PL-12
สิ่งเหล่านี้รวมถึงส่วนทรงกรวยระบบค้นหาเป้าหมาย seeker ของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ ซึ่งน่าจะติดตั้งด้วยระบบหัวค้นหาเป้าหมายแบบ active radar

นอกเหนือจากสิ่งต่างๆเหล่านี้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่ปรากฏที่จะติดตั้งด้วยสายอากาศ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีส่วนติดต่อกับ radar และระบบควบคุมการยิง(FCS: Fire-Control System) ของเครื่องบินขับไล่ MiG-29
ตามการประเมินโดย Janes อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบใหม่น่าจะยังมีสมรรถนะที่ใกล้เคียงกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ PL-12 จีนคือมีระยะยิงที่ราว 90-110km ครับ

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

เกาหลีเหนือทดสอบระบบอาวุธเรือพิฆาต Choe Hyon ใหม่หลังพิธีปล่อยเรือลงน้ำ

North Korea carries out tests of new destroyer's weapons








North Korea's new destroyer Choe Hyon at its launch ceremony. (Korean Central News Agency)

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้เริ่มต้นการทดสอบยิงของระบบอาวุธต่างๆหลากหลายแบบที่ถูกนำมารวมเข้ากับเรือพิฆาตใหม่ขนาดระวางขับน้ำ 5,000 tonne ที่ถูกปล่อยลงน้ำของตน เรือพิฆาต Choe Hyon(หมายเลขเรือ 51)
ในรายงานเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2025 สำนักข่าว Korean Central News Agency(KCNA) ของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้อธิบายการยิงในฐานะ "การทดสอบการประยุกต์ใช้" ด้านสมรรถนะและการรบ

ตามรายละเอียดต่างๆที่ถูกมอบให้ในรายงานของสำนักข่าว KCNA การทดสอบยิงระบบอาวุธต่างๆเหล่านี้ถูกดำเนินขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2025 และวันที่ 29 เมษายน 2025
โดยผู้นำสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un ได้รับชมการยิงทดสอบระบบอาวุธของเรือพิฆาต Choe Hyon ใหม่ของกองทัพเรือประชาชนเกาหลี(KPN: Korean People's Navy) ในวันแรก

การยิงของ "อาวุธปล่อยนำวิถีร่อนความเร็วเหนือเสียง", "อาวุธปล่อยนำวิถีร่อนทางยุทธศาสตร์" "อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านอากาศยาน" และปืนเรือขนาด 127mm ของเรือพิฆาต Choe Hyon ได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2025
ตามมาโดยการทดสอบยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือ, อาวุธสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) ต่างๆ และ"ปืนกลอัตโนมัติ" ประจำเรือเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2025 รายงานกล่าว

"ปืนกล" น่าจะเป็นการอ้างอิงต่อป้อมปืนระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-in Weapon System) ปืนกลหลายลำกล้องหมุน Gatling แท่นคู่ที่คล้ายคลึงกับระบบปืนกล AK-630 ของรัสเซีย
ชุดภาพที่เผยแพร่โดย KCNA ตั้งข้อสังเกตว่า อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านอากาศยานน่าจะทำการยิงจากระบบป้องกันระยะประชิด CIWS ที่ติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีท้ายเรือที่น่าจะนำมาจากระบบ Pantsir-M ของรัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2017/07/pantsir-me.html)

หนึ่งในชุดภาพเหล่านี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าอาวุธที่ทำการยิงจากท่อยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launching System) ที่ติดตั้งด้านหน้าของเรือพิฆาต Choe Hyon ระหว่างการยิงทดสอบ
มีความคล้ายคลึงกันมากกับอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำความเร็วเหนือเสียงสูงมาก hypersonic ระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ scramjet แบบ 3M-22 Zircon ของรัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2020/10/admiral-gorshkov-hypersonic-tsirkon.html)

Janes ได้ดำเนินการตรวจสอบรับรองความถูกต้องทาง digital ของชุดภาพของ KCNA และโดยสายตาว่าภาพเหล่านี้น่าจะเป็นของจริง ในแถลงการณ์ที่ออกควบคู่กับการทดสอบต่างๆ
ผู้นำสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un เน้นย้ำความสำคัญของการเร่งขีดความสามารถเชิงรุกของประเทศ รวมถึงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถจะวางกำลังจากทรัพยากรทางเรือได้ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/hero-kim-kun-ok-841.html)

วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

เกาหลีเหนือยืนยันการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป Hwaseong-19 ใหม่

North Korea confirms test launch of new Hwaseong-19 ICBM







North Korea launched its new Hwaseong-19 ICBM on 31 October using an 11-axle TEL, similar to the TELs from which it launched the Hwaseong-16 and Hwaseong-17 ICBMs in 2022 and 2023. (KCNA)



สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีได้ยืนยันว่าตนได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป(ICBM: Intercontinental Ballistic Missile) แบบใหม่เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2024 ที่รู้จักในชื่อ Hwaseongpho-19(หรือ Hwaseong-19)
สำนักข่าว Korean Central News Agency(KCNA) ของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีรายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2024 ว่า(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/hwaseong-16na-hypersonic.html)

ขีปนาวุธข้ามทวีป Hwaseong-19 ICBM ใหม่ได้ถูกยิงตามคำสั่งของผู้นำสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี Kim Jong-un ต่อสำนักงานขีปนาวุธ(Missile Administration) ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี
เพื่อดำเนิน "การทดสอบที่สำคัญตรงจุดเกิดเหตุ"(on the spot crucial test) ของขีปนาวุธข้ามทวีป Hwaseong-19 ICBM แบบใหม่ สำนักข่าว KCNA ไม่ได้เปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งของฐานยิงขีปนาวุธ

ชุดภาพของสำนักข่าว KCNA ของการทดสอบยิงแสดงให้เห็นว่าขีปนาวุธข้ามทวีป Hwaseong-19 ได้ถูกทำการยิงจากรถฐานแท่นยิงแบบยกตั้งอัตตาจร(TEL: Transporter-Erector-Launcher) แบบ 11เพลาล้อ
ชุดภาพยังได้ให้เห็นว่าขีปนาวุธข้ามทวีป Hwaseong-19 ICBM ได้บินโคจรพุ่งขึ้นลึกเข้าไปในอวกาศ ณ จุดไกลโลกที่สุด(Apogee) ก่อนจะกลับสู่โลกด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/hwaseong-17.html)

ในการทดสอบสำนักข่าว KCNA กล่าวว่าขีปนาวุธข้ามทวีป Hwaseong-19 ICBM ได้ทำเพดานบินเข้าถึงที่ความสูง 7,687.5km และบินไกลเป็นระยะทางที่ 1,001.2km
และบินโคจรเป็นเวลานาน 5,156วินาที(เกือบ 1ชั่วโมง 26นาที) "ก่อนจะลงพื้นโลกบนพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า(preset area)ในน่านน้ำเปิด" ของทะเลตะวันออก(ทะเลญี่ปุ่น)

ค่าสถิติต่างๆเหล่านี้มีความสอดคล้องเป็นส่วนใหญ่อย่างมากกับรายงานต่างๆโดยสาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2022/11/f-35a-gbu-12.html) และญี่ปุ่น
และยืนยันว่าขีปนาวุธข้ามทวีป Hwaseong-19 ใหม่ได้เข้าถึงจุดไกลโลกที่สุดสูงสุดที่มีการบันทึกไว้ ไม่เคยมีขีปนาวุธข้ามทวีป ICBM แบบอื่นของเกาหลีเหนือที่บินได้สูงเท่านี้มาก่อน(https://aagth1.blogspot.com/2021/01/kim-jong-un.html)

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวว่าขีปนาวุธข้ามทวีป Hwaseong-19 ICBM ได้ตกลงในทะเลนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ(EEZ: Exclusive Economic Zone) ราว 200km ทางตะวันตกของเกาะ Okushiri ซึ่งตั้งอยู่ราว 20km ทางตะวันตกของเกาะ Hokkaido เกาะหลักทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น
คณะเสนาธิการร่วม(JCS: Joint Chiefs of Staff) ของกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี(Republic of Korea Armed Forces) กล่าวว่าขีปนาวุธข้ามทวีป Hwaseong-19 ได้ถูกยิงที่มุมองศาโค้งชัน(lofted angle) ณ เวลาประมาณ 0710h ตามเวลาท้องถิ่นครับ