แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MH-60R แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MH-60R แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569

ออสเตรเลียลงนามสัญญากับญี่ปุ่นเพื่อจัดหาเรือฟริเกตชั้น Mogami รุ่นปรับปรุง 3ลำแรก

Australia signs contract for first three Mogami-class frigates







A model of the Improved Mogami class on display at Indo Pacific 2025. (Commonwealth of Australia, Alex Luke)



ออสเตรเลียได้ลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการสำหรับเรือฟริเกตอเนกประสงค์(general purpose frigate) จำนวน 3ลำแรกของกองทัพเรือออสเตรเลีย(RAN: Royal Australian Navy)
เป็นเครื่องหมายถึงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในโครงการฟื้นฟูกำลังรบเรือรบผิวน้ำของกองทัพเรือออสเตรเลียจากการคัดเลือกแบบสู่การดำเนินการปฏิบัติ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/mogami.html)

ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2026 รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย Richard Marles และรัฐมนตรีอุตสาหกรรมกลาโหมออสเตรเลีย Pat Conroy กล่าวว่า
สัญญาต่างๆได้บรรลุผลเสร็จสิ้นกับบริษัท Mitsubishi Heavy Industries(MHI) ญี่ปุ่นสำหรับการส่งมอบเรือฟริเกตอเนกประสงค์จำนวน 3ลำแรก(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/mogami.html)

ซึ่งมีพื้นฐานเป็นรุ่นปรับปรุงของเรือฟริเกตชั้น Mogami ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น(JMSDF: Japan Maritime Self-Defense Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/mogami-ffm-12-yoshii.html)
การลงนามสัญญามีขึ้นตามการตัดสินใจของออสเตรเลียในเดือนสิงหาคม 2025 ที่เลือกแบบเรือฟริเกตชั้น Mogami รุ่นปรับปรุงในฐานะระบบที่พึ่งประสงค์สำหรับโครงการเรือฟริเกตอเนกประสงค์ของตน

ขณะที่การตัดสินใจก่อนหน้าได้ยืนยันแบบเรือที่ชนะ การประกาศในเดือนเมษายน 2026 ได้ยืนยันการจัดหาเรือระยะที่หนึ่งและความมุ่งมั่นอย่างเป็นทางการในโครงการที่จะเริ่มต้นการสร้างเรือ
ภายใต้รูปแบบข้อตกลง เรือฟริเกต 3ลำแรกจะถูกต่อในญี่ปุ่น โดยเรือฟริเกตลำต่อไปที่ตามมามีความตั้งใจที่จะถูกสร้างในรัฐ Western Australia ขึ้นกับการควบรวมเข้ากับนิคมอุตสาหกรรมทางเรือกลาโหม Henderson Defence Precinct

เรือฟริเกตอเนกประสงค์ของออสเตรเลียจะติดตั้งแท่นยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launch System) 32ท่อยิง เรือฟริเกตแต่ละลำจะยังติดตั้งอาวุธปล่อนำวิถีพื้นสู่อากาศ(SAM: Surface-to-Air Missile) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ(ASM: Anti-Ship Missile) 
และจะยังสามารถรองรับการปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Lockheed Martin/Sikorsky MH-60R Seahawk ของกองทัพเรือออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2021/10/mh-60r.html)

ไม่มีรายละเอียดที่ถูกมอบให้เกี่ยวกับแบบอาวุธปล่อยนำวิถีต่างๆ แต่ Janes รายงานในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่าเรือฟริเกตของออสเตรเลียจะถูกสร้างเพื่อรองรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้น Kongsberg Naval Strike Missile(NSM)
คุณลักษณะอื่นๆของเรือฟริเกตอเนกประสงค์ที่ถูกมอบให้ในแถลงการณ์ร่วมรวมถึงระยะการปฏิบัติการที่ราว 10,000nmi และกำลังพลประจำเรือที่ 92นายครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/nsm.html)

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

เกาหลีใต้เริ่มการวางกำลังปฏิบัติงานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R สหรัฐฯ 12เครื่อง

South Korea's navy begins operational deployment of MH-60R Seahawks







A Sikorsky MH-60R Seahawk deployed with the Republic of Korea Navy's 62 Maritime Helicopter Group at Jinhae. (DAPA)



กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ได้วางกำลังปฏิบัติงานเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลอเนกประสงค์ Sikorsky MH-60R Seahawk ของตนแล้ว
ตามพิธีตรวจรับเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่า

เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลอเนกประสงค์ MH-60R Seahawk ชุดแรกจำนวน 2เครื่องได้ถูกส่งมอบให้แก่กองบินเฮลิคอปเตอร์ทางทะเลที่62(62nd Maritime Helicopter Group) ณ Jinhae 
โดยเฮลิคอปเตอร์ MH-60R เครื่องที่เหลือจะทยอยเข้าประจำการตามมา พลเรือโท Kim Kyung-ryul ผู้บัญชาการกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(CNO: Chief of Naval Operations) กล่าวว่า

เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลอเนกประสงค์ MH-60R Seahawk ได้เริ่มต้นการปฏิบัติการต่างๆอย่างเต็มรูปแบบแล้วในวันเดียวกันมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 สำนักงานโครงการจัดหากลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี DAPA กล่าวว่า
เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R จะถูกใช้งานในภารกิจสงครามปราบเรือดำน้ำ(ASW: Anti‑Submarine Warfare), การต่อต้านเรือผิวน้ำ เช่นเดียวกับการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search-and-Rescue)

สาธารณรัฐเกาหลีได้สั่งจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลอเนกประสงค์ MH-60R Seahawk จำนวน 12เครื่องในเดือนธันวาคม 2020(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/mh-60r.html)
ภายใต้โครงการเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการทางทะเลที่หนึ่ง(MOH I: Maritime Operation Helicopter I) ผ่านรูปแบบการขาย Foreign Military Sales(FMS) ของรัฐบาลสหรัฐฯ

ภายในเดือนพฤศจิกายน 2025 กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเลอเนกประสงค์ MH-60R Seahawk แล้วจำนวน 6เครื่อง
บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวในเวลานั้นว่าการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R แก่กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีจะเสร็จสิ้นลงในไตรมาสแรกของปี 2026

ตามข้อมูลจาก DAPA เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60R มีระยะเวลาปฏิบัติการนาน 4ชั่วโมงเมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงเสริมและติดตั้งด้วยชุดระบบตรวจการณ์และลาดตระเวนต่างๆ
รวมถึง Radar ตรวจการณ์ทางทะเล, อุปกรณ์ตรวจจับกล้อง digital Electro-Optic/Infrared(EO/IR), และอุปกรณ์สงคราม electronic(ESM: Electronic Support Measures)

เมื่อมีเอกสารแจ้งต่อสภา Congress สหรัฐฯของข้อเสนอการขายในปี 2019 สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ (DSCA: Defense Security Cooperation Agency) กล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์ MH-60R จะติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆรวมถึง
ระบบกำหนดเป้าหมาย AN/AAS-44C(V) Multi-Spectral Targeting System, วิทยุพร้อมการสื่อสารรักษาความปลอดภัย(COMSEC: Communications Security) แบบ AN/ARC-210 RT-1990A(C), วิทยุความถี่สูง AN/ARC-220 High Frequency, และระบบพิสูจน์ฝ่าย AN/APX-123 IFF(Identification Friend or Foe) 

DSCA สหรัฐฯกล่าวว่าระบบหลักอื่นๆรวมถึงระบบนำร่องดาวเทียม EGI/INS(Embedded Global Positioning System/Inertial Navigation System) พร้อมระบบเข้ารหัสต่อต้านการปลอมแปลง SAASM(Selective Availability/Anti-Spoofing Module)
และระบบเครือข่าย daralink แบบ Link 16 MIDS-LVT(Multifunctional Information Distribution Systems-Low Volume Terminals) Block Upgrade Two Terminals รุ่นปรับปรุงใหม่ครับ

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569

สหรัฐฯอนุมัติการขายอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R Hellfire 100นัดแก่เดนมาร์ก

US approves Hellfire missiles for Denmark



A Royal Danish Air Force MH-60R helicopter. (Royal Danish Navy)


Seen being carried by US Navy MH-60R helicopters, the Hellfire has been approved for sale to Denmark for likely use aboard the same platform. (US Navy)

รัฐบาลสหรัฐฯได้อนุมัติการขายอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Lockheed Martin AGM-114R Hellfire แก่เดนมาร์กเป็นวงเงินประมาณ $45 million ประกาศโดยสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency)
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2026 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายครอบคลุมอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R Hellfire จำนวน 100นัด เช่นเดียวกับอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, การฝึก, และการสนับสนุน

"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มพูนขีดความสามารถของเดนมาร์กเพื่อให้ตรงต่อภัยคุกคามในปัจจุบันและอนาคตต่างๆโดยการสร้างความมั่นใจการทำงานร่วมกันของกองกำลังทางอากาศต่างๆกับกองทัพสหรัฐฯและพันธมิตรอื่นๆ
เช่นเดียวกับขีดความสามารถของพวกมันที่จะมีส่วนช่วยต่อภารกิจของผลประโยชน์ร่วมกันต่างๆโดยการส่งมอบการสนับสนุนและการดำรงสภาพตามมา" สำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ DSCA กล่าว

"โดยการปฏิบัติการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R Hellfire เดนมาร์กมีส่วนร่วมเสริมความแข็งแกร่งต่อความพร้อมทั่วโลกและเพิ่มขยายขีดความสามารถสำหรับกองทัพสหรัฐฯในการปฏิบัติการทั่วโลกเคียงข้างกับพวกตน" DSCA สหรัฐฯเสริม
ขณะที่เอกสารประกาศแจ้งของ DSCA ไม่ได้เปิดเผยระบบสำหรับจะติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Hellfire พวกมันน่าจะติดตั้งกับอากาศยานที่ประจำการในกองทัพอากาศเดนมาร์ก(RDAF: Royal Danish Air Force, Flyvevåbnet)

ได้ทั้งเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Lockheed Martin MH-60R Seahawk(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/nh90-mh-60r.html) หรืออากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle)
แบบ General Atomics Aeronautical Systems Inc(GA-ASI) MQ-9B SeaGuardian(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/mq-9b-seaguardian-23.html) ซึ่งอากาศยานทั้งสองแบบกองทัพเดนมาร์กสั่งจัดหาจากสหรัฐฯ

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้นตระกูล Hellfire รุ่นล่าสุดที่พร้อมสำหรับส่งออก ซึ่งมีขีดความสามารถที่สามารถให้นักบินเลือกระดับการสังหารของอาวุธก่อนทำการยิง
ทำให้มีอำนาจการทำลายทางพลังงานจลน์(kinetic effect)ที่จะมีความเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายข้างเคียง(collateral damage) ให้น้อยที่สุด(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/boeing-ah-6i.html)

ข้อได้เปรียบเพิ่มเติมของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น Hellfire รุ่น 'Romeo' นั่นคือเมื่อทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่พื้น AGM-114R สามารถทำการบินไปยังพื้นที่ก่อนการจับเป้าหมายได้
ทำให้ระบบอากาศยานเพดานบินสูงสามารถที่จะโจมตีเป้าหมายต่างๆหนือพวกมันโดยปราศจากความจำเป็นสำหรับการเคลื่อนที่ดำเนินกลยุทธ์เพิ่มเติมครับ(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/boeing-ah-6i.html)

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

STM ตุรกีเปิดตัวแบบเรือสนับสนุนอเนกประสงค์ MRSS สำหรับกองทัพเรือมาเลเซีย

LIMA 2025: STM unveils new multirole support ship design







STM next-generation multirole support ship model displayed at LIMA 2025. (STM)



บริษัท STM ตุรกีด้านการสร้างเรือได้เปิดตัวแบบเรือสนับสนุนอเนกประสงค์ MRSS(Multirole Support Ship) ใหม่ที่จะตรงความต้องการที่มีมายาวนานของกองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut Diraja Malaysia)
แบบเรือ MRSS ของ STM ตุรกีถูดเปิดตัวในวันเปิดงานของนิทรรศการทางเรือและการบินนานาชาติ Langkawi International Maritime and Aerospace 2025(LIMA 2025) ในมาเลเซียเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2025

บริษัท STM กล่าวว่าเรือสนับสนุนอเนกประสงค์ MRSS ที่สามารถรองรับเฮลิคอปเตอร์ได้ถูกออกแบบเพื่อดำเนินการปฏิบัติการโพ้นทะเล และมีขีดความสามารถการขนส่งกำลังพล, สิ่งอุปกรณ์ และยานพาหนะ
เรือสนับสนุนอเนกประสงค์ MRSS ยังสามารถที่จะถูกวางกำลังสำหรับการปฏิบัติการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง ใช้งานในฐานะเรืออพยพหรือเรือพยายบาล และดำเนินภารกิจค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search-and-Rescue)

ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท STM ตุรกี Özgür Güleryüz ยืนยันว่าแบบเรือจะถูกเสนอแก่กองทัพเรือมาเลเซียเพื่อให้ตรงความต้องการโครงการเรือสนับสนุนอเนกประสงค์ MRSS ของตน
"เรือได้ถูกออกแบบโดยเฉพาะเพื่อให้ตรงความต้องการการปฏิบัติการของกองทัพเรือมาเลเซีย" เขากล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/lunas-mou-pt-pal.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/07/pt-pal-mrss.html)

จากการพูดคุยกับ Janes ณ นิทรรศการทางเรือและการบินนานาชาติ LIMA 2025 โฆษกบริษัท STM กล่าวว่าการออกแบบเรือสนับสนุนอเนกประสงค์ MRSS ได้เสร็จสิ้นในระยะเวลาอันนสั้นแต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม
ตามข้อมูลจาก STM แนวคิดแบบเรือสนับสนุนอเนกประสงค์ MRSS มีระวางขับน้ำที่ 9,600tons, มีความยาวเรือรวมที่ 153m, ความกว้างเรือที่ 24m และความเร็วสูงสุดที่เกิน 18knots

เรือสนับสนุนอเนกประสงค์ MRSS ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซล Wartsila 9L32 กำลังขับ 5,200 kW สองเครื่องในรูปแบบ CODOE(Combine Diesel or Electric Motor) ขับสองเพลาใบจักร
และมีระยะปฏิบัติการที่มากกว่า 8,000nmi ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 14knots แบบเรือ MRSS สามารถรองรับกำลังพลประจำเรือที่จำนวน 150นาย และสามารถบรรทุกกำลังพลเพิ่มเติมได้ถึง 500นาย

STM กล่าวว่าเรือ MRSS มีขีดความสามารถการขนส่งเรือระบายพลขนาดใหญ่(LCU: Landing Craft Utility) ได้ 2ลำ, รถถังหลักจำนวน 14คัน, ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก(AAV: Amphibious Assault Vehicle) จำนวน 9คัน,
เรือยางท้องแข็ง(RHIB: Rigid Hull Inflatable Boat) 2ลำ, และเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลาง 15tons ได้ 2เครื่อง ระบบอาวุธประจำเรือรวมถึงปืนเรือขนาด 76mm หนึ่งแท่นยิงที่หัวเรือ และป้อมปืน remote ติดปืนกลหนัก 12.7mm สี่แท่นยิงครับ

วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568

รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 นาวิกโยธินไทยร่วมการฝึกผสม Cobra Gold 2025 เป็นครั้งแรก




























Our Cobra Gold members were working hard and demonstrating the awesome power of partnership and interoperability during an amphibious exercise in Hat Yao, Thailand, March 3, 2025. 
Participating countries in AMPHIBEX included the U.S., Thai, Republic of Korea, and Singaporean armed forces. Cobra Gold is the largest joint exercise in mainland Asia, taking place from Feb. 26 – Mar. 8, 2025. 
Cobra Gold highlights the strong partnership between Thailand and the United States while strengthening interoperability and enhancing readiness through field exercises, disaster simulations and humanitarian projects with allied and partnered nations and civilian agencies. (Photo: Royal Thai Marine Corps/Royal Thai Navy) 





COBRA GOLD 2025 
เมื่อ ๓ มี.ค.๖๘ พลเรือเอก จิรพล  ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมตรวจเยี่ยมการฝึกการปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก(AMPHIBEX) ในการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ๒๐๒๕  โดยมี พลเรือตรี โยธิน ธนะมูล ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน ร่วมให้การต้อนรับ ณ สนามฝึก ทร.หมายเลข ๑๕ (หาดยาว) อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี 
โดยการปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกที่ดำเนินการฝึก ร่วม/ผสม เป็นรูปแบบของการโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ของกองกำลังทางเรือผสม ร่วมกับกองกำลังนาวิกโยธินผสม จาก ๔ ชาติ ที่เข้าร่วมการฝึก ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเกาหลี และ สาธารณรัฐสิงคโปร์ 
โดยกำหนดสถานการณ์ให้ปฏิบัติการยกพลขึ้นบก ณ หาดส้ม ประเทศแดง ในวัน ว. เวลา น. ทำการสถาปนาหัวหาด และเสริมสร้างกำลังรบขึ้นบนฝั่ง เพื่อสนับสนุนภารกิจ อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง โดยของ กองกำลังผสมนานาชาติ
โดยกำลังฝ่ายไทย ประกอบด้วย เรือยกพลขึ้นบกแบบอู่ลอยเรือหลวงอ่างทอง และเรือระบายพลขนาดใหญ่ เรือหลวงทองหลาง และ เรือหลวงวังใน 
กำลังรบยกพลขึ้นบก ๑ กองร้อย รถสะเทินน้ำสะเทินบกแบบ AAV จำนวน ๕ คัน รถสะเทินน้ำสะเทินบกล้อยางแบบ AWAV จำนวน ๗ คัน รถยานเกราะล้อยาง แบบ BTR-3E จำนวน ๒ คัน 
และกำลังอากาศนาวี ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์แบบ S-70B จำนวน ๑ เครื่อง เฮลิคอปเตอร์แบบ Super-Lnyx จำนวน ๑ เครื่อง และ อากาศยานไร้คนขับ จำนวน ๑ ระบบ บ.F-16 จากกองทัพอากาศไทย    
กำลังฝ่ายสหรัฐฯ ประกอบด้วย เรือโจมตีชายฝั่ง USS OMAHA พร้อมเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือ MH-60R จำนวน ๑ ลำ สนับสนุนด้วย การควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศด้วยอากาศยาน P-8 Poseidon และสนับสนุนการลำเลียงกำลังรบยกพลขึ้นบกโจมตีทางอากา ด้วยเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-60 Blackhawk และ AH-64 Apache จากกองทัพบกสหรัฐ นอกจากนี้ได้รับการสนับสนุนการโจมตีทางอากาศ บ.F-16 กองทัพอากาศสหรัฐ
กำลังฝ่ายสาธารณรัฐเกาหลี ประกอบด้วย เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ No Jeok  Bong กำลังรบยกพลขึ้นบก ๑ กองร้อย รถสะเทินน้ำสะเทินบกแบบ AAV ๖ คัน รถถังแบบ K-55 จำนวน ๑ คัน
กำลังฝ่ายสาธารณรัฐสิงคโปร์ ประกอบด้วย เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ RSS Endeavour เรือระบายพลขนาดกลางจำนวน ๑ ลำ พร้อมชุดปฏิบัติการชายหาด
รวมกำลังที่เข้าร่วมปฏิบัติการร่วม-ผสมในครั้งนี้ เรือรบจำนวน ๖ ลำ รถสะเทินน้ำสะเทินบกและรถถัง จำนวน ๒๑ คัน และ อากาศยานจำนวน ๖ เครื่อง กำลังพลทั้งสิ้น จำนวน ๘๔๒ นายประกอบเป็นคลื่นโจมตีทางผิวน้ำ จำนวน ๒ คลื่น ทางเฮลิคอปเตอร์ ๑ คลื่น คลื่นตามคำขอ ๒ คลื่น 
ทั้งนี้การฝึกการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบกฝึกเพื่อเสริมสร้างความพร้อมรบและพัฒนาขีดความสามารถทางทหารแล้ว ยังเป็นการแสดงศักยภาพทางทหารในการปฏิบัติการร่วมกันของกองทัพพันธมิตรเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือทางทหารระหว่างมิตรประเทศแล้วยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน 
เช่น เหตุการณ์ความไม่สงบหรือภัยพิบัติต่าง ๆ สามารถดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการบรรเทาสาธารณภัยด้วยยุทโธปกรณ์ที่นำมาจากเรือรบทางทะเล เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ประสบภัยอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ 

การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ(AMPHIBEX: Amphibious Exercise) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกผสมนานาชาติ Cobra Gold 2025 ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข๑๕ หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๘(2025) เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) นำยุทโธปกรณ์ใหม่ของตน
คือรถหุ้มเกราะล้อยางชนิดลำเลียงพล 8x8 แบบ AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) จำนวน ๗คัน ของ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) ที่ออกแบบและผลิตในประเทศโดยบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทยเข้าร่วม

ร่วมไปกับรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 RAM/RS ที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทยเช่นกัน และยานเกราะล้อยาง BTR-3E1 8x8 จำนวน ๒คัน กองร้อยยานเกราะ(armored company) และรถยนต์บรรทุก รยบ.HMMWV 4x4 ติดอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง TOW 2A RF กองร้อยต่อสู้รถถัง(anti-tank company) กองพันรถถัง กองพลนาวิกโยธิน พัน.ถ.พล.นย.(Marine Tank Battalion, Marine Division)
กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) ได้จัดกำลังทางเรือประกอบด้วยเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย(LPD: Landing Platform Dock) เรือหลวงอ่างทอง และเรือระบายพลขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงทองแก้ว ๒ลำ เรือหลวงทองหลาง และเรือหลวงวังใน(LCU: Landing Craft Utility) กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) นำเรือโจมตีชายฝั่ง(LCS: Littoral Combat Ship) ชั้น Independence เรือโจมตีชายฝั่ง LCS-12 USS Omaha,

กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) นำเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่(LST: Landing Ship Tank) ชั้น Cheon Wang Bong เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ LST-689 ROKS No Jeok  Bong และกองทัพเรือสิงคโปร์(RSN: Republic of Singapore Navy) นำเรือยกพลขึ้นบกอู่ลอยชั้น Endurance เรือยกพลขึ้นบกอู่ลอย RSS Endeavour (210) เข้าร่วมสนับสนุนกำลังทางบกและทางอากาศ
ประกอบด้วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ(USMC: US Marine Corps), นาวิกโยธินสาธารณรัฐเกาหลี(ROKMC: Republic of Korea Marine Corps) นำรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV จำนวน ๖คัน ปืนใหญ่อัตตาจรสายพาน K55 ๑คันเข้าร่วม, กำลังทางอากาศรวมถึงกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force) นำเครื่องบินขับไล่แบบที่๑๙ F-16AM EMLU ฝูงบิน๔๐๓ กองบิน๔ จำนวน ๒เครื่องเข้าร่วม

กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) นำเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16C/D เข้าร่วม, กองทัพเรือสหรัฐฯนำเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Boeing P-8A Poseidon และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ Sikorsky MH-60R Seahawk เข้าร่วม, กองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) นำเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Sikorsky UH-60M Black Hawk และเฮลิคอปเตอร์โจมตี Boeing AH-64E Apache
และกองการบินทหารเรือ กบร.(RTNAD: Royal Thai Naval Air Division) นำเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำแบบที่๑ ฮ.ปด.๑ SH-60B Seahawk จำนวน ๑เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ต่อต้านเรือผิวน้ำแบบที่๑ ฮ.ตผ.๑ Super Lynx 300 จำนวน ๑เครื่อง และอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) จำนวน ๑ระบบ สนับสนุนทางอากาศต่อกำลังยกพลขึ้นบก เป็นต้น

บริษัท Chaiseri ไทยได้เสร็จสิ้นการส่งมอบรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 จำนวน ๗คันในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๗(2024)(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/chaiseri-awav-8x8.html) ตามสัญญาที่ประกาศเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖(2023)(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8-chaiseri.html) ได้มีพิธีรับมอบวันเดียวกัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8.html)
นาวิกโยธินไทยได้มีนำรถหุ้มเกราะล้อยาง AWAV 8x8 ของตนเข้าร่วมการฝึกต่างๆอย่างต่อเนื่องทั้งการฝึกยุทธวิธีกองเรือร่วมประจำปี ๒๕๖๘(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/awav-8x8.html) และการฝึกกองทัพเรือประจำปี ๒๕๖๘(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/marcus-b.html) การฝึก Cobra Gold 2025 ล่าสุดนี้จึงเป็นการแสดงให้มิตรประเทศเห็นถึงขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยได้เป็นอย่างดีครับ