แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Scorpene Class แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Scorpene Class แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569

PT PAL อินโดนีเซียและ Naval Group ฝรั่งเศสเตรียมลงนามสร้างเรือดำน้ำ Scorpène เพิ่ม 2ลำและเรือฟริเกต FDI ใหม่

PT PAL, Naval Group prepares for follow-on Scorpene order





First steel cutting ceremony of the Scorpene Evolved submarine for Indonesian Navy at PT PAL Indonesia's shipyard in Surabaya on 7 August 2026. (PT PAL/Naval Group)



PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซีย และบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสจะลงนามข้อตกลงความร่วมมือการสร้างเรือที่ครอบคลุมการสร้างเรือฟริเกต FDI(Frégate de Défense et d'Intervention)
และเรือดำน้ำ Scorpène Evolved เพิ่มเติม 2ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/scorpene-7-2026.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/07/pt-pal-scorpene-2026.html)

แหล่งข่าวหลายรายที่มีความใกล้ชิดกับเรื่องนี้ได้แจ้งข้อมูลให้ Janes ทราบว่าพิธีลงนามสัญญาข้อตกลงต่างๆเหล่านี้จะถูกจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ของ PT PAL อินโดนีเซียใน Surabaya เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026
ข้อตกลงต่างๆเหล่านี้จะจัดตั้งกรอบการทำงานสำหรับการทำงานร่วมกันที่จะทำให้อินโดนีเซียเดินหน้าแผนที่จะจัดหาเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ระยะที่สองเพิ่ม 2ลำรวมทั้งหมด 4ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/scorpene-2-2-4.html)

และเรือฟริเกต FDI จำนวนมากกว่าหนึ่งลำ(https://aagth1.blogspot.com/2026/09/fdi-lulea-4.html) แหล่งข่าวต่างๆกล่าว ข้อมูลเพิ่มเติมที่ถูกมอบให้แก่ Janes บ่งชี้ว่า ข้อตกลงต่างๆจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับการจัดรูปแบบการแบ่งปันการทำงาน,
การถ่ายทอดวิทยาการ, โอกสารการสร้างเรือภายในอินโดนีเซีย, และกลไกการมีส่วนร่วมด้านอุตสาหกรรมต่างๆที่สามารถจะนำมาปฏิบัติใช้ได้ถ้าโครงการการจัดซื้อจัดจ้างบรรลุผลเป็นรูปธรรม(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

โครงการเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ของอินโดนีเซียได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้สัญญาที่ลงนามในเดือนมีนาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/naval-group-scorpene-evolved-2.html)
ครอบคลุมการจัดหาเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) แบบ Scorpène Evolved จำนวน 2ลำสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)

โครงการได้บรรลุเหตุการณ์หลักที่สำคัญเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 เมื่อการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกอย่างเป็นทางการได้รับการดำเนินการขึ้นโดยพิธีตัดเหล็กแผ่นแรก ณ อู่เรือของ PT PAL Indonesia ใน Surabaya
ภายใต้โครงการเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ทั้งสองลำแรกกำลังถูกสร้างในอินโดนีเซียผ่านข้อตกลงการถ่ายทอดขีดความสามารถระหว่าง Naval Group ฝรั่งเศสและ PT PAL อินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

PT PAL อินโดนีเซียได้รับผิดชอบสำหรับกิจกรรมการสร้าง, การบูรณาการ, การทดสอบ, การประกอบขั้นสุดท้าย, และการส่งมอบ ขณะที่ Naval Group ฝรั่งเศสมอบความเชี่ยวชาญแบบเรือดำน้ำ, การสนับสนุนด้านวิศวกรรม, การถ่ายทอดวิทยาการ, ความช่วยเหลือทางเทคนิค 
เรือดำน้ำ Scorpène Evolved เป็นรุ่นล่าสุดของแบบเรือดำน้ำตามแบบสำหรับส่งออกของบริษัท Naval Group ได้รับการติดตั้ง lithium-ion battery ความจุสูงที่มีจุดประสงค์เพื่อมอบระยะเวลาการดำน้ำที่นานขึ้น ความยืดหยุ่นการปฏิบัติการอย่างมหาศาล และลดความต้องการการซ่อมบำรุง

แบบเรือดำน้ำ Scorpène Evolved มีระวางขับน้ำขณะดำลงใต้น้ำที่ประมาณ 2,000tonnes มีความยาวเรือรวมที่ราว 70m และมีกำลังพลประจำเรือโดยคราวๆที่ราว 40นาย(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/scorpene-evolved-2.html)
ระบบอาวุธติดตั้งด้วยท่อยิงขนาด 533mm จำนวนหกท่อยิง สามารถทำการยิง Torpedo หนัก(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/orka-torpedo-f21-mk-2.html) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ และจะติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ SUBTICS ของ Naval Group ฝรั่งเศสครับ

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียเลื่อนพิธีตัดเหล็กสร้างเรือดำน้ำ Scorpene ลำแรกเป็น 7 สิงหาคม 2026

Indonesia postpones Scorpene steel-cutting milestone





An artist's visualisation of the Scorpene Evolved submarine in Indonesian waters. (Naval Group)

อินโดนีเซียได้เลื่อนการทำพิธีตัดเหล็กสำหรับเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกของกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) เป็นวันที่ 7 สิงหาคม 2026
แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียยืนยันกำหนดวันทำพิธีตัดเหล็กเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกของอินโดนีเซียในการตอบคำถามจาก Janes เกี่ยวกับความล่าช้าที่เห็นได้ชัดของเหตุการณ์สำคัญนี้

PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียกล่าวกล่าวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ว่าเหตุการณ์สำคัญการตัดเหล็กสำหรับโครงการเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ของอินโดนีเซีย
ได้มีการเลื่อนขึ้นมาให้เร็วขึ้นเป็นในเดือนกรกฎาคม 2026 จากก่อนหน้าที่ตั้งเป้าหมายในเดือนกันยายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/pt-pal-scorpene-2026.html)

แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียระบุว่าที่มาของความล่าช้ามาจากความพร้อมของผู้นำระดับสูงต่างๆในกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียและกองทัพอินโดนีเซีย(Indonesian Armed Forces, TNI: Tentara Nasional Indonesia)
รวมถึงรัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย Sjafrie Sjamsoeddin และผู้บัญชาการกองทัพเรืออินโดนีเซีย พลเรือเอก Muhammad Ali(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/scorpene-2-2-4.html)

พิธีตัดเหล็กจะเป็นเครื่องหมายถึงเหตุการณ์สำคัญของการเริ่มต้นการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกอย่างเป็นทางการและจะถูกจัดขึ้น ณ สถานที่การสร้างเรือดำน้ำของอู่เรือ PT PAL อินโดนีเซียใน Surabaya
โครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียได้มีขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้สัญญาที่ลงนามในเดือนมีนาคม 2024 ระหว่างกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย, บริษัท Naval Group ฝรั่งเศส, และ PT PAL อินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/naval-group-scorpene-evolved-2.html)

สัญญาครอบคลุมการจัดหาเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) แบบ Scorpène Evolved จำนวน 2ลำ และรวมถึงการมอบการถ่ายทอดวิทยาการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งขีดความสามารถการสร้างเรือดำน้ำในประเทศในอินโดนีเซีย
เรือดำน้ำ Scorpène Evolved ทั้งสองลำมีกำหนดที่ะถูกสร้างในสถานที่สร้างเรือดำน้ำโดยเฉพาะขอวอู่เรือ PT PAL ด้วยความช่วยเหลือทางเทคนิคจาก Naval Group ฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

โครงการนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะการริเริ่มความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่มีความทะเยอทะยานมากที่สุดที่ได้รับการดำเนินการโดยภาคส่วนทางเรือของอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)
เรือดำน้ำทั้งสองลำจะมีพื้นฐานจากแบบเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ของบริษัท Naval Group ซึ่งแทนที่การจัดวางรูปแบบระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion) ดั้งเดิมด้วย lithium-ion battery ความจุสูง

แบบเรือดำน้ำ Scorpène Evolved มีราวางขับน้ำขณะดำลงใต้น้ำที่ประมาณ 2,000tonnes มีความยาวเรือรวมที่ราว 70m และมีกำลังพลประจำเรือโดยคราวๆที่ราว 40นาย(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/scorpene-evolved-2.html)
ระบบอาวุธติดตั้งด้วยท่อยิงขนาด 533mm จำนวนหกท่อยิง สามารถทำการยิง Torpedo หนัก(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/orka-torpedo-f21-mk-2.html) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ และจะติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ SUBTICS ของ Naval Group ฝรั่งเศสครับ

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

PT PAL จะเริ่มการสร้างเรือดำน้ำ Scorpene ของอินโดนีเซียลำแรกในเดือนกรกฎาคม 2026

PT PAL brings forward steel cutting for Indonesia's Scorpene programme





A PT PAL employee conducts metal fabrication work as the company prepares to begin construction of Indonesia's first Scorpene submarine. (PT PAL)



PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซียได้เร่งพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกสำหรับโครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียให้เร็วขึ้น(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/scorpene-2-2-4.html)
PT PAL อินโดนีเซียกล่าวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ว่าการตัดเหล็กแผ่นแรกสำหรับเรือดำน้ำ Scorpène ลำแรกขณะนี้จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2026 จากก่อนหน้าที่ตั้งเป้าหมายในเดือนกันยายน 2026

ไม่มีการให้การระบุวันที่จะทำพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกของเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำแรกสำหรับสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)
แต่ PT PAL อินโดนีเซียกล่าวว่าความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความพร้อมของบุคลากรของตนที่จะดำเนินโครงการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

การประกาศมีขึ้นตามการเสร็จสิ้นขั้นระยะการรับรองของโครงการ เหตุการณ์สำคัญดังกล่าวมัวัตถุประสงค์ที่จะยืนยันการรับรองว่าบุคลากรของ PT PAL อินโดนีเซีย
สามารถที่จะทำการผลิตโครงสร้างต่างๆของเรือดำน้ำ Scorpène ที่สอดคล้องกับมาตรฐานต่างๆของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศส(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

ตามข้อมูลจาก PT PAL อินโดนีเซีย วิศวกรและช่างเทคนิคของอินโดนีเซียกำลังเข้ารับการฝึก ณ สถานที่ของบริษัท Naval Group ในฝรั่งเศสครอบคลุมการเชื่อม, การวิศวกรรมการสร้าง, ระบบเชิงกลต่างๆ, ระบบไฟฟ้าต่างๆ, และการรับประกันคุณภาพ
สัญญาสำหรับโครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียได้ถูกลงนามในเดือนมีนาคม 2024 ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย, รัฐมนตรีกระทรวงกองทัพและทหารผ่านศึกฝรั่งเศส, Naval Group ฝรั่งเศส และ PT PAL อินโดนีเซีย

เรือดำน้ำ Scorpène จำนวน 2ลำจะถูกสร้างในอินโดนีเซียที่สถานที่สร้างเรือดำน้ำเฉพาะของ PT PAL โดยการสนับสนุนการถ่ายทอดวิทยาการจาก Naval Group ฝรั่งเศสผู้สร้างเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/naval-group-scorpene-evolved-2.html)
เรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซียมีพื้นฐานจากแบบเรือดำน้ำ Evolved Scorpène ของบริษัท Naval Group ซึ่งมีการนำวิทยาการ lithium-ion battery มาใช้แทนที่ระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion) รุ่นก่อนหน้า

แบบเรือดำน้ำ Evolved Scorpène มีระวางขับน้ำขณะดำลงใต้น้ำที่ราว 2,000tonnes, ความยาวเรือรวมที่ประมาณ 70m และมีกำลังพลประจำเรือที่ราว 40นาย ระบบอาวุธติดตั้งด้วยท่อยิงขนาด 533mm จำนวนหกท่อยิง
สามารถทำการยิง Torpedo หนัก(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/orka-torpedo-f21-mk-2.html) และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ และจะติดตั้งระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ SUBTICS ของ Naval Group ฝรั่งเศสครับ

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อินโดนีเซียมองจะบูรณาการอาวุธปล่อยนำวิถีสำหรับเรือดำน้ำ Scorpene ที่จะจัดหาเพิ่ม 2ลำจากที่สั่งแล้ว 2ลำรวม 4ลำ

Indonesia eyes missile integration for follow-on Scorpene submarines





A Naval Group Scorpene submarine model on display on Naval Group's stand during Euronaval 2024, LAAD 2025, and Indo Defence 2025. (Naval Group, Dimitar Dilkoff / NurPhoto via Getty Images)

เรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำที่สามและลำที่สี่ที่คาดหวังไว้ในอนาคตของอินโดนีเซียอาจจะถูกส่งมอบด้วยการบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบสำหรับขีดความสามารถการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีจากท่อยิง torpedo ตั้งแต่เริ่มต้น
ได้รับการสนับสนุนโดยการขยายขีดความสามารถการบูรณาการะบบเรือดำน้ำต่างๆของ PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/pt-pal-scorpene-evolved.html)

การพูดคุยกับ Janes ระหว่างการให้สัมภาษณ์ล่าสุดในมหานคร Surabaya ผู้อำนวยการบริหารของ PT PAL อินโดนีเซีย Kaharuddin Djenod กล่าวว่านี่จะทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียใน Jakarta
มีตัวเลือกในการบูรณาการการใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีเข้ากับการสร้างและรูปแบบพื้นฐานของเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำต่อๆไปที่จะถูกสั่งจัดหาตามมาแทนที่จะเก็บมันไว้ในฐานะขีดความสามารถแฝงหรือเลื่อนออกไปก่อน

ขีดความสามารถดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตระกูลเรือดำน้ำ Scorpène ซึ่งได้รับการออกแบบมายาวนานที่จะวางกำลังใช้งานอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo ได้
อย่างเช่นอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากใต้น้ำ MBDA Exocet SM39(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/exocet-scorpene-kasturi-lekiu.html) เพิ่มเติมจาก torpedo หนักขนาด 533mm

อย่างไรก็ตามโครงการส่งออกต่างๆในปัจจุบันและในอดีตที่ผ่านมารวมถึงสัญญาเรือดำน้ำ Scorpène Evolved จำนวน 2ลำสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) 
ไม่ได้รวมการบูรณาการและการรับรองอย่างเต็มรูปแบบของอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo ใต้น้ำไว้ในสัญญาพื้นฐานเสมอไป(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

ใต้ฉากหลังนี้ความเห็นของ Djenod ได้ตั้งข้อสังเกตว่ากองทัพเรืออินโดนีเซียอาจจะมองที่จะสร้างความมั่นใจว่าเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ลำที่สามและลำที่สี่จะถูกส่งมอบด้วยการบูรณาการขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีอย่างเต็มรูปแบบ
เข้ากับสถาปัตยกรรมระบบการรบตั้งแต่ต้น รวมถึงระบบควบคุมการยิง, ชุดคำสั่ง software, และงานการรับรองที่จำเป็น Djenod กล่าวว่าขีดความสามารถการบูรณาการระบบต่างๆที่เติบโตขึ้นของ PT PAL อินโดนีเซียจะสนับสนุนการเข้าถึงนี้

PT PAL อินโดนีเซียได้สร้างความคืบหน้าการขยายบทบาทของตนในการบูรณาการระบบการรบ รวมถึงงานที่จะนำระบบ torpedo เบาพัฒนาในประเทศมาใช้งานกับระบบเรือดำน้ำไร้คนขับอัตโนมัติ(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/pt-pal-ksot.html)
สร้างบนพื้นฐานของขีดความสามารถต่างๆเหล่านี้ PT PAL อินโดนีเซียคาดที่จะเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติมของขีดความสามารถการบูรณาการต่างๆของตนภายใต้โครงการเรือดำน้ำต่างๆในอนาคต(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/type-039a-3.html)

ทำให้สร้างความเป็นไปได้ในความต้องการต่างๆในการบูรณาการระบบอาวุธที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นที่จะได้รับการดำเนินการภายในอินโดนีเซีย นี่จะทำให้เรือดำน้ำต่างๆในอนาคตสามารถที่จะวางกำลังด้วยขีดความสามารถต่างๆดังกล่าว
เมื่อถูกนำเข้าประจำการในกองทัพเรืออินโดนีเซีย มากกว่าที่จะต้องพึ่งพาการปรับปรุงต่างๆที่จะตามมาภายหลังหรือการตัดสินใจต่างๆต่อการจัดซื้อจัดจ้างระบบอาวุธต่างๆแยกออกไปต่างหาก Djenod เสริมครับ

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568

PT PAL อินโดนีเซียเสร็จสิ้นการตัดเหล็กของเรือดำน้ำ Scorpene Evolved

Indonesia Completes Scorpène Steel Cutting Qualification with Construction Set for June 2026


Scorpène Evolved Steel Cutting Qualification at PT PAL's shipyard in Surabaya. PT PAL picture.

PT PAL welder undergoing training in Cherbourg. Naval Group picture.

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2025 PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซีย และบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสได้ประสบความสำเร็จการรับรองส่วนการตัดเหล็กสำหรับเรือดำน้ำ Scorpène Evolved ณ อู่เรือของ PT PAL ในมหานคร Surabaya, East Java อินโดนีเซีย
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นระยะการฝึกการผลิตก่อนหน้าแผนการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène Evolved จำนวน 2ลำในอินโดนีเซียที่จะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน 2026(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

การรับรองการตัดเหล็กมีจุดประสงค์เพื่อจะแสดงความพร้อมของ PT PAL อินโดนีเซียที่จะเข้าสู่ขั้นระยะการผลิตและยืนยันกระบวนการการผลิตของอู่เรือว่าสอดคล้องกับมาตรฐานของ Naval Group ฝรั่งเศส
การเข้าถึงการรับรองเช่นเดียวกันนี้ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ก่อนหน้านี้ในโครงการเรือดำน้ำชั้น Riachuelo(เรือดำน้ำ Scorpène) ของบราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/riachuelo-s43-almirante-karam.html) 

ก่อนหน้าการตัดเหล็ก ขั้นระยะการฝึกการผลิตยังประเมินขีดความสามารถการผลิตของต่างๆของ PT PAL อินโดนีเซียในภาคส่วนอื่นๆ เช่น การยิงระเบิด(blasting) เพื่อขัดพื้นผิว, การลงสี(painting), และการเตรียมการก่อนการติดตั้ง(pre-outfitting)
บริษัท Naval Group จะประเมินกระบวนการต่างๆเหล่านี้ในฐานะส่วนหนึ่งของการประเมินผลความพร้อมโดยรวมก่อนการสร้างเรือดำน้ำ Scorpène Evolved จะเริ่มต้นขึ้น(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/naval-group-scorpene-evolved-2.html)

ตามข้อมูลจาก PT PAL อินโดนีเซียการรับรองสะท้อนผลลัพธ์ของการฝึกที่บรรดาวิศวกรของตนได้รับซึ่งได้เสร็จสิ้นการฝึกที่เข้มงวดระยะเวลาสามเดือน ณ ศูนย์ฝึกการเชื่อม Cherbourg(Cherbourg Welding Training Centre) ของบริษัท Naval Group ในฝรั่งเศส
เป็นที่ทราบว่าก่อนหน้านี้ Naval Group ฝรั่งเศสได้ระบุว่าตนได้ทำการฝึกช่างเชื่อมอินโดนีเซีย 8คนในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการเรือดำน้ำ Scorpène และมีแผนที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญราว 50คนมายังอินโดนีเซียเพื่อฝึกวิศวกรอินโดนีเซียมากกว่า 400คนในการสร้างเรือดำน้ำ

ผู้อำนวยการเทคโนโลยีของ PT PAL อินโดนีเซีย Briljan Gazalba กล่าวว่าการรับรองส่วนเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการการถ่ายทอดวิทยาการที่จะสนับสนุนเป้าหมายในระยะยาวของอินโดนีเซียที่จะออกแบบ, สร้างและซ่อมบำรุงเรือดำน้ำได้เองอย่างอิสระในที่สุด ผ่านความร่วมมือกับ Naval Group ฝรั่งเศส
โครงการเรือดำน้ำ Scorpène Evolved จะยังสนับสนุนความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่กว่าของอินโดนีเซียที่จะกลายเป็นการพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในวิทยาการระบบใต้น้ำและการป้องกันประเทศ

ขณะเดียวกันผู้อำนวยการโครงการของ Naval Group ฝรั่งเศส Vincent Vimont ระบุว่าการรับรองการตัดเหล็กแสดงถึงการสนับสนุนของบริษัท Naval Group สำหรับการผลิตในประเทศอย่างเต็มรูปแบบของเรือดำน้ำ Scorpène
พิธีการรับรองการตัดเหล็กยังได้เชิญตัวแทนจากกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) และสถานทูตฝรั่งเศสประจำอินโดนีเซียเข้าร่วมด้วย

ระหว่างการประชุมระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมอินเดีย-อินโดนีเซียครั้งที่3 ที่จัดขึ้นในนครหลวง New Delhi อินเดียในเดือนพฤศจิกายน 2025 ทั้งสองฝ่ายได้หารือความร่วมมือเกี่ยวกับวิทยาการการป้องกันประเทศและขีดความสามารถเรือดำน้ำ
อินเดียกล่าวว่าประสบการณ์ของอินเดียในการพัฒนาเรือดำน้ำและการบริหารห่วงโซ่อุปทานรวมถึงผ่านโครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของตนได้รับการยอมรับในฐานะที่มีคุณค่าสูงสำหรับแผนในอนาคตของอินโดนีเซีย

ตามรายงานก่อนหน้านี้โดย Naval News หลายบริษัทของอินเดีย โดยเฉพาะอู่เรือบริษัท Mazagon Dock Shipbuilders Limited(MDL) อินเดียแสดงความสนใจในการมีส่วนร่วมในโครงการเรือดำน้ำ Scorpène ของอินโดนีเซีย
กองทัพเรืออินเดีย(IN: Indian Navy) มีประจำการด้วยเรือดำน้ำชั้น Kalvari(เรือดำน้ำ Scorpène) จำนวน 6ลำที่สร้างในประเทศและกำลังจัดหาเพิ่ม 3ลำครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/kalvari-3.html)

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568

บราซิลทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือดำน้ำชั้น Riachuelo ลำที่สี่และลำสุดท้าย S43 Almirante Karam

Brazil reaches submarine programme milestones



The christening and launching ceremony of the fourth and final Riachuelo-class submarine, S Almirante Karam. (Brazilian Navy)




S Tonelero was recently commissioned. (Brazilian Navy)



โครงการพัฒนาเรือดำน้ำ PROSUB(Submarine Development Program, Programa de Desenvolvimento de Submarinos) ของกองทัพเรือบราซิล(Brazilian Navy, Marinha do Brasil) ได้เข้าสู่เหตุการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2025
ด้วยพิธีขึ้นระวางประจำการเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Riachuelo ลำที่สาม เรือดำน้ำ S42 S Tonelero และพิธีตั้งชื่อเรือและปล่อยเรือลงน้ำของเรือดำน้ำชั้น Riachuelo ลำที่สี่และลำสุดท้าย เรือดำน้ำ S43 S Almirante Karam 

เรือดำน้ำ S43 S Almirante Karam มีกำหนดที่จะถูกขึ้นระวางประจำการในปี 2026 โฆษกของกรมพัฒนาทางนิวเคลียร์และเทคโนโลยีทหารเรือ(Navy General Directorate of Nuclear and Technological Development, DGDNTM) 
กองทัพเรือบราซิลกล่าวกับ Janes เรือดำน้ำ S42 S Tonelero ได้เข้าประจำการในกองเรือดำน้ำโครงการ S-BR ของกองบัญชาการกองเรือดำน้ำ(Submarines Force Command) กองทัพเรือบราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/riachuelo-s42-tonelero.html)

ร่วมกับเรือดำน้ำชั้น Riachuelo ลำแรก เรือดำน้ำ S40 S Riachuelo ซึ่งถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนกันยายน 2022(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/naval-group-riachuelo.html),
และเรือดำน้ำชั้น Riachuelo ลำที่สอง เรือดำน้ำ S41 S Humaitá ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการในเดือนมกราคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/riachuelo-s41-humaita.html) ตามลำดับ

เรือดำน้ำชั้น Riachuelo มีพื้นฐานจากแบบเรือดำน้ำ Scorpène ของบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสได้ถูกสร้างโดยอู่เรือบริษัท Itaguaí Construções Navais(ICN) บราซิล(จัดตั้งโดย Naval Group ฝรั่งเศสและบริษัท Odebrecht Engenharia e Construção บราซิล)
และถูกวางกำลังจากฐานทัพเรือดำน้ำ Ilha da Madeira ซึ่งทั้งสองสถานที่ตั้งอยู่ในศูนย์อุตสาหกรรมทางเรือ Itaguaí Naval Complex(https://aagth1.blogspot.com/2020/12/scorpene-s41-humaita.html)

ด้วยความยาวตัวเรือที่ 71.6m และระวางขับน้ำที่ผิวน้ำที่ 1,870tonnes สำหรับการปฏิบัติการอย่างอิสระด้วยตนเองเป็นเวลา 70วัน เรือดำน้ำชั้น Riachuelo โครงการเรือดำน้ำ S-BR ของบราซิล
มีขนาดที่ใหญ่กว่าเรือดำน้ำชั้น Scorpène ที่ส่งออกให้แก่ชิลี, อินเดีย(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/kalvari-3.html), และมาเลเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/scorpene-torpedo.html)

บราซิลเลือกที่จะขยายตัวเรือของแบบเรือดำน้ำชั้น Scorpène เพื่อมอบการเพิ่มความจุการจัดเก็บสำหรับเชื้อเพลิง, เสบียงอาหาร, และสิ่งปัจจัยต่างๆ ดังนั้นจึงเป็นการเพิ่มระยะเวลาปฏิบัติการที่เป็นความต้องการสำคัญเมื่อพิจารณาถึงน่านน้ำอาณาเขตของบราซิล
เรือดำน้ำชั้น Riachuelo สามารถรองรับกำลังพลประจำเรือจำนวน 35นาย รวมนายทหาร 6นาย และสามารถดำได้ลึกสุดถึง 350m มีท่อยิง Torpedo ขนาด 533mm หกท่อยิง สามารถทำการยิง Torpedo หนักแบบ F21 และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากเรือดำน้ำใต้น้ำ MBDA Exocet SM39 Block 2 Mod 2 ได้ครับ

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568

เรือดำน้ำ Scorpène มาเลเซียฝึกยิง torpedo ติดหัวรบจริงครั้งแรก

Update: Malaysia fires live torpedo from Scorpène submarine for the first time







One of the two submarines in the Royal Malaysian Navy Scorpène-class submarine, KD Tun Razak , carried out the class' first live firing of a torpedo in July 2025. (Royal Malaysian Navy)





กองทัพเรือมาเลเซีย(RMN: Royal Malaysian Navy, TLDM: Tentera Laut DiRaja Malaysia) ได้ทำการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงในการยิง Torpedo ติดหัวรบจริงจากเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Perdana Menteri(Scorpène) เป็นครั้งแรก
หลังจากที่เรือดำน้ำ Scorpène ทั้ง 2ลำ เรือดำน้ำ KD Tunku Abdul Rahman และเรือดำน้ำ KD Tun Abdul Razak เข้าประจำการในกองทัพเรือมาเลเซียมาแล้ว 16ปี(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/scorpene-evolved-2.html)

ในการตอบสนองต่อการร้องขอการชี้แจงต่างๆจาก Janes ตัวแทนจากกองทัพเรือมาเลเซียยืนยันเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2025 ว่าการฝึกการยิงด้วยกระสุนจริงครั้งแรกของ Torpedo จากเรือดำน้ำ Scorpène
มีขึ้นระหว่างการฝึกทางทะเลรหัส Taming Sari 23/25 ของกองทัพเรือมาเลเซีย ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 8-31 กรกฎาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2021/08/exocet-scorpene-kasturi-lekiu.html)

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2025 เพื่อเป็นเครื่องหมายถึงการเสร็จสิ้นความสำเร็จของการฝึก Taming Sari 23/25 ที่มีขึ้นนอกชายฝั่งฐานทัพเรือ Kota Kinabalu ในรัฐ Sabah
กองทัพเรือมาเลเซียกล่าวว่าเรือดำน้ำ KD Tun Abdul Razak ได้ทำการยิง Torpedo หนักแบบ Black Shark ที่อยู่ใน "รูปแบบสำหรับการรบในสงคราม" เป็นครั้งแรก

ก่อนหน้าการฝึกยิงด้วยกระสุนจริงเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2025 กองทัพเรือมาเลเซียได้ทำการยิง torpedo แบบ Black Shark จากเรือดำน้ำ Scorpène ในรูปแบบอื่นๆ
รวมถึงการฝึกทางทะเลในปี 2014 ที่ torpedo แบบ Black Shark ได้ถูกยิงออกจากท่อยิง torpedo ขนาด 533mm หนึ่งใน 6ท่อยิงของเรือดำน้ำ Scorpène โดยปราศจากการติดตั้งหัวรบจริง

นอกเหนือจากการยิง torpedo แบบ Black Shark ติดหัวรบจริงเป็นครั้งแรกแล้ว เรือดำน้ำ KD Tunku Abdul Rahman เรือพี่สาวของเรือดำน้ำ KD Tun Abdul Razak
ยังได้ทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีประสานงานกับเรือคอร์เวตชั้น Kasturi ลำที่สอง เรือคอร์เวต FSG26 KD Lekir และเรือฟริเกตชั้น Lekiu ลำแรก เรือฟริเกต FFG30 KD Lekiu ด้วย

ทั้งเรือคอร์เวต KD Lekir และเรือฟริเกต KD Lekiu แต่ละลำได้ทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ MBDA Exocet MM40(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/nsm-lekiu.html)
ขณะที่เรือดำน้ำ KD Tunku Abdul Rahman ทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต้านเรือผิวน้ำยิงจากท่อยิง torpedo ใต้น้ำ Exocet SM39 ระหว่างการฝึก Taming Sari 23/25 ที่มีขึ้นในทะเลจีนใต้

"ความสำเร็จของการยิงอาวุธต่างๆเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากองทัพเรือมาเลเซียมีความจริงจังในแง่ขีดความสามารถต่างๆและความมุ่งมั่นของเราในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพของพื้นที่ทางทะเลของมาเลเซีย" 
กองทัพเรือมาเลเซียกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2025 มาเลเซียได้สั่งจัดหาเรือดำน้ำ Scorpène จำนวน 2ลำจากฝรั่งเศสในปี 2002 และได้รับมอบขึ้นระวางประจำการในปี 2009 ครับ 

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

สัญญาสำหรับเรือดำน้ำ Scorpene Evolved ของอินโดนีเซีย 2ลำมีผลบังคับใช้แล้ว

Indonesia's contract for two Scorpene Evolved SSKs enters into force





Indonesia's contract with Naval Group for two Scorpene Evolved submarines, which derive its main design from the Scorpene SSK seen here at sea, has now come into force. (Naval Group/Royal Malaysian Navy)

สัญญาที่ได้รับการลงนามระหว่างบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสผู้สร้างเรือและกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียสำหรับเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) แบบ Scorpene Evolved จำนวน 2ลำในปี 2024

แถลงการณ์ที่ออกโดยบริษัท Naval Group ผู้สร้างเรือเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2025 เน้นว่าสัญญาได้มีผลบังคับใช้แล้วในวันเดียวกัน แม้ว่าไม่มีการให้การอธิบายว่าเหตุการณ์สำคัญนี้มีความหมายว่าอะไร
เหตุการณ์สำคัญที่เป็นเครื่องหมายถึงสัญญาได้มีผลบังคับใช้เป็นคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของการทำสัญญาต่างๆของอินโดนีเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/aip.html)

และโดยทั่วไปมีความหมายว่าผู้จัดซื้อได้ปฏิบัติตามภาระข้อผูกพันของตนแล้วและจะให้การชำระเงินล่วงหน้าการว่าจ้าง(down payment) ระยะแรกสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง Naval Group ฝรั่งเศสประกาศครั้งแรกในเดือนเมษายน 2024 ว่า
ตนได้รับสัญญาที่จะจัดส่งเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้าติดตั้งด้วย lithium-ion battery แบบ Scorpene Evolved แก่กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)

สัญญาจะได้รับการเติมเต็มผ่านการจัดเตรียมการถ่ายทอดวิทยาการกับ PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรือของอินโดนีเซีย และเรือดำน้ำ Scorpene Evolved ทั้ง 2ลำจะถูกสร้างอย่างเต็มรูปแบบที่อู่เรือของ PT PAL ใน Surabaya
ในแถลงการณ์ของตนที่ประกาศการมีผลบังคับใช้ของสัญญาบริษัท Naval Group กล่าวว่าตั้งแต่ที่สัญญาได้รับการลงนามตนได้มีส่วนร่วมกับกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียและกลุ่มกิจการค้าร่วมที่นำโดย PT PAL อินโดนีเซียในหลายๆกิจกรรม

รวมถึง การออกแบบ, การวางแผน(planification), และการจัดซื้อของวัสดุระยะเวลาดำเนินการยาวนาน(LLI: long-lead items) "ในอีกหลายสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง เหล่าช่างเชื่อม PT PAL อินโดนีเซียจะได้รับการต้อนรับในฝรั่งเศส
ที่จะตามมาด้วยการฝึกเฉพาะในงาน(specific on-job training) และผู้เชี่ยวชาญราว 50คนจะมีที่ตั้งในอินโดนีเซียเพื่อฝึกวิศวกรอินโดนีเซียมากกว่า 400คนในการสร้างเรือดำน้ำ" Naval Group ฝรั่งเศสเสริม

ตามที่สัญญาได้มีผลบังคับใช้แล้วในขณะนี้ อย่างไรก็ตามเรือดำน้ำ Scorpene Evolved ลำแรกคาดว่าจะถูกส่งมอบให้แก่กองทัพเรืออินโดนีเซียได้ภายในปี 2030 เป็นอย่างเร็ว
กองทัพเรืออินโดนีเซียยังมีโครงการเรือดำน้ำชั้นความพร้อมคั่นระยะ(IRSC: Interim Readiness Submarine Class) ที่มองที่จะเติมช่องว่างชั่วคราวในขีดความสามารถสงครามใต้น้ำของตนด้วยเรือดำน้ำมือสอง(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/type-039a-3.html)

กองทัพเรืออินโดนีเซียปัจจุบันมีประจำการด้วยเรือดำน้ำชั้น Nagapasa(DSME 209/1400) สามลำที่สร้างโดยสาธารณรัฐเกาหลี โดยลำที่สาม KRI Alugoro(405) ได้ถูกประกอบสร้างโดย PT PAL ในอินโดนีเซีย
และเรือดำน้ำชั้น Cakra(Type 209/1300) หนึ่งลำที่สร้างโดยเยอรมนี จากเดิมที่มี 2ลำ โดยเรือดำน้ำชั้น Cakra ลำที่สอง KRI Nanggala(402) ได้สูญเสียจากการจมในปี 2021 เหลือเพียงลำแรก KRI Cakra(401) ที่ยังคงประจำการครับ