แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Oman แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Oman แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ตุรกีมองจะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon มือสองจากโอมานและกาตาร์

Türkiye seeks surplus Eurofighters from Oman and Qatar, says Erdogan







The Turkish president has said he is negotiating for the buy of Eurofighter combat aircraft from Oman and Qatar (pictured). (Janes/Gareth Jennings)





ตุรกีกำลังมองที่จะจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon ส่วนเกิน(surplus) จากทั้งโอมานและกาตาร์(https://aagth1.blogspot.com/2022/08/eurofighter-typhoon-4.html)
ประธานาธิบดีตุรกี Recep Tayyip Erdoğan กล่าวเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2025 ในการพูดคุยกับผู้สื่อข่าวต่างๆระหว่างการเดินทางเยือนภูมิภาคประเทศกลุ่มอ่าว persia

ประธานาธิบดีตุรกี Erdoğan กล่าวว่าการเจรจาต่างๆสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหลากหลายการเสริมสร้างขีดความสามารถการรบทางอากาศต่างๆของตุรกีกำลังมีความคืบหน้าด้วยดี
"เราได้หารือการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่กับฝ่ายกาตาร์และโอมานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเครื่องบินรบ Eurofighter การเจรจาในประเด็นทางเทคนิคนี้กำลังคืบหน้าในเชิงบวก" สำนักข่าว AP อ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีตุรกี

ความเห็นของประธานาธิบดีตุรกี Erdoğan มีขึ้นหลายเดือนให้หลังจากตุรกีและสหราชอาณาจักรลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) ในเดือนกรกฎาคม 2025 
ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/mou-eurofighter-typhoon.html) สำหรับกองทัพอากาศตุรกี(TurAF: Turkish Air Force, THK: Türk Hava Kuvvetleri)

ขณะที่ MOU ไม่ได้เปิดเผยจำนวนเครื่องที่เป็นไปได้ที่จะจัดหา กลุ่มกิจการค้าร่วม Eurofighter ยุโรป กล่าวก่อนหน้านี้ว่าตุรกีกำลังมองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 5 สร้างใหม่จำนวน 40เครื่อง
มีรายงานก่อนหน้าว่าก่อนการลงนามสัญญาสำหรับเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon สร้างใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/eurofighter-typhoon-warton.html

ตุรกีจะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 1 ที่ปัจจุบันปลดประจำการจากกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร(RAF: Royal Air Force) แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/eurofighter-typhoon-tranche-1.html)
เพื่อจะช่วยการจัดตั้งความชำนาญของกองทัพอากาศตุรกีในเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon และตรงต่อความต้องการเร่งด่วนของตนได้ สื่อตุรกีได้รายงานว่าความคืบหน้าของข้อตกลงที่คาดว่าจะมีขึ้นนี้ยังคงหยุดชะงัก 

และนั่นทำให้ขณะนี้ตุรกีกำลังมองที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon Tranche 3+ ของโอมานและกาตาร์แทนจำนวนรวมราว 24เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/eurofighter-typhoon.html
กองทัพอากาศโอมาน(Royal Air Force of Oman) มีเครื่องบินขับไล่ Typhoon ในประจำการจำนวน 12เครื่อง ขณะที่กองทัพอากาศกาตาร์(QEAF: Qatar Emiri Air Force) มีเครื่องบินขับไล่ Typhoon ในประจำการจำนวน 24เครื่อง 

กลุ่มกิจการค้าร่วม Eurofighter ไม่ได้ตอบสนองต่อการร้องขอการตั้งคำถามจาก Janes เกี่ยวกับความเป็นได้ที่ตุรกีจะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จากโอมานและกาตาร์ ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่
ล่าสุดตุรกีได้ลงนามสัญญากับสหราชอาณาจักรเป็นวงเงิน 8 billion British Pound($10.7 billion) สำหรับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Eurofighter Typhoon จำนวน 20เครื่องเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2025 รวมจำนวนที่คาดว่าจะจัดหาทั้งหมด 44เครื่องครับ(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/typhoon-tranche-5-eurofighter-ek-20.html)

วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568

Marsun ไทยทำพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกเรือยกพลขึ้นบกขนาดกลาง LCM ๔ลำสำหรับกองทัพเรือโอมานที่จะส่งมอบในปี ๒๕๗๐









Marsun Public Company and Ministry of Defence of Sultanate of Oman Hold Steel-Cutting Ceremony for New Landing Craft Mechanized Project
Samut Prakan, Thailand – April 25, 2025 – Marsun Public Company Limited holds the first steel-cutting ceremony marking the commencement of construction for four new Landing Craft Mechanized (LCM) vessels ordered by the Ministry of Defence of the Sultanate of Oman. 
The ceremony is presided over by H.E. Dr. Mohammed Al Zaabi, Secretary-General of Oman's Ministry of Defence.
This ceremony represents a pivotal milestone in the agreement signed on December 10, 2024, between Marsun and the Ministry of Defence of Oman. The contract covers the design, construction, and delivery of four advanced landing craft mechanized vessels aimed at significantly enhancing the operational capabilities of the Royal Navy of Oman (RNO). 
This initiative is part of Oman's broader military modernization program aimed at enhancing national security and maritime capabilities. Additionally, this project includes a localization program designed to promote technology transfer, skill development, and self-sufficiency within Oman's defense sector.
Distinguished guests attending the ceremony include Rear Admiral Saif bin Nasser AL Rahbi – Commander of the Royal Navy of Oman and senior representatives from the Ministry of Defence of Oman, H.E. Issa Abdulla bin Al Alawi, Ambassador of the Sultanate of Oman to the Kingdom of Thailand, 
and senior representatives from the Ministry of Defence and the Royal Navy of Oman. The delegates attended the ceremony from Thailand include Admiral Pasukree Wilairak, Representative of the Commander-in-Chief, Royal Thai Navy; General Wattana Chatrattanasaeng, 
Director of the Defence Industry and Energy Centre and Representative of the Office of The Permanent Secretary for Defence, Miss Sasirit Tangulrat, Director-General, Department of South Asian, Middle East and African Affairs, amongst other esteemed senior officials and delegates. 
This event underscores the robust bilateral relations between Thailand and Oman and highlights Marsun's dedication to providing world-class maritime solutions.
Founded in 1980, Marsun Public Company has successfully delivered over 355 vessels globally, including Fast Assault Boats, High-Speed Patrol Boats, Fast Attack Missile Crafts, Landing Craft Utility (LCU), Patrol Gun Boats, Crew Boats for Offshore Oil & Gas Exploration, Crew Transfer Vessels for Offshore Windfarms, Tug Boats, Sailing Yachts and many more. 
Strategically located near Bangkok at the mouth of the Chao Phraya River, Marsun efficiently serves international maritime clients with high-quality vessel construction and design.
Marsun has been accredited for many global certifications, including ISO 9001:2015 – Quality Management System, ISO 14001:2015 – Environmental Management System, and ISO 45001:2018 – Occupational Health and Safety Management System.
The company takes great pride in being Thailand’s top shipbuilder for specialized and high-performance vessels and being one of the top shipyards in the global arena. 
The proven track record and success demonstrate its capability to consistently meet or exceed contractual specifications, adhere to strict delivery schedules, and ensure that each vessel performs its mission with excellence.

อู่ต่อเรือ บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) และ กระทรวงกลาโหมแห่งรัฐสุลต่านโอมาน ร่วมจัดพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกเรือ Landing Craft Mechanized 
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ได้จัดพิธีตัดเหล็กแผ่นแรก (First Steel-Cutting Ceremony) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเริ่มต้นโครงการต่อสร้างเรือยกพลขึ้นบกขนาดกลาง (Landing Craft Mechanized – LCM) จำนวน 4 ลำ ของกระทรวงกลาโหมแห่งรัฐสุลต่านโอมาน โดยมี H.E. Dr. Mohammed Al Zaabi (ปลัดกระทรวงกลาโหมแห่งรัฐสุลต่านโอมาน) ร่วมให้เกียรติเป็นประธานในพิธี
พิธีนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญภายใต้ข้อตกลงในสัญญาจ้างที่ลงนามเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ระหว่างบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) และกระทรวงกลาโหมแห่งรัฐสุลต่านโอมาน โดยสัญญาฯ ดังกล่าว ครอบคลุมการออกแบบ ต่อสร้าง และส่งมอบเรือที่มีความทันสมัย ตลอดจนแนวทางในการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และส่งเสริมศักยภาพการพึ่งพาตนเองในภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 
เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือของรัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งโครงการนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับปรุงขีดความสามารถทางการทหารของรัฐสุลต่านโอมาน ที่มุ่งยกระดับความมั่นคงแห่งชาติ และศักยภาพทางทะเลของประเทศอีกด้วย
ในงานนี้ ได้รับเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศเป็นอย่างดียิ่ง โดยมี Rear Admiral Saif bin Nasser AL Rahbi (ผู้บัญชาการกองทัพเรือของรัฐสุลต่านโอมาน) พร้อมด้วย ผู้แทนอาวุโสจากกระทรวงกลาโหม และ H.E. Issa Abdulla bin Al Alawi (เอกอัครราชฑูตโอมานประจำประเทศไทย) 
โดยผู้แทนจากประเทศไทยได้แก่ พลเรือเอกพาสุกรี วิลัยรักษ์ (ผู้แทนผู้บัญการทหารเรือ), พลเอกวัฒนา ฉัตรรัตนแสง (ผู้อำนวยการศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงาน) พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นางสาวศศิฤทธิ์ ตังกุลรัตน์ (อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) 
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูง และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ อย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ 
บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2523 ปัจจุบันส่งมอบเรือให้กับหน่ายงานภาครัฐ และเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาแล้วกว่า 355 ลำ โดยมีผลงานเรือที่สำคัญ ได้แก่ เรือตรวจการณ์ปืน, เรือตรวจการณ์ความเร็วสูง, เรือตรวจการณ์ติดอาวุธนำวิถี, เรือขจัดคราบน้ำมัน, เรือรับส่งลูกเรือและบริการแท่นขุดเจาะน้ำมัน, เรือรับส่งลูกเรือสำหรับกิจการกังหันลมในทะเล 
โดยทางบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพจากหน่วยงานในระดับสากล มากมาย เช่น ISO 9001:2015 – Quality Management System, ISO 14001:2015 – Environmental Management System และ ISO 45001:2018 – Occupational Health and Safety Management System 
บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับการยอมรับในฐานะผู้ต่อเรือที่มีมาตรฐานระดับโลก โดยจากผลงานที่ผ่านมา ล้วนเป็นที่ประจักษ์ว่า อู่ต่อเรือของคนไทยมีขีดความสามารถ และมีความพร้อมในฐานะผู้ต่อเรือในระดับสากล

การหารืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ไทย - โอมาน
กระทรวงกลาโหม โดย พลเรือเอก สุพพัต ยุทธวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พลเอกวัฒนา ฉัตรรัตนแสง ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ต้อนรับคณะ H.E. Dr. Mohammed Bin Nasser Bin Ali Al-Za’Abi ปลัดกระทรวงกลาโหมรัฐสุลต่านโอมาน และ H.E. Mr. Issa Al Alawi เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทยและคณะ 
ในการหารืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ไทย - โอมาน ในระหว่างการเยือนไทยเพื่อประกอบพิธีการตัดเหล็กแผ่นแรกของเรือระบายพลขนาดกลาง (Landing Craft Mechanized Vessel) ที่ว่าจ้าง บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ต่อเรือ จำนวน 4 ลำ ที่ต่อในประเทศและส่งมอบให้แก่ราชนาวีโอมาน ภายในปี 2570
การหารือได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการจำนวนมาก สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กลุ่มงานความมั่นคงระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ ในการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ ได้รับการบรรจุใช้ในกองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และส่วนราชการของไทย
อีกทั้งบางส่วนสามารถส่งไปยังต่างประเทศแล้ว โดยฝ่ายไทยได้เน้นย้ำถึงขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย ความต้องการที่จะทำงานร่วมกัน การส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการจัดซื้อ การลงทุน อีกทั้งกระทรวงกลาโหมยืนยันถึงมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งานโดยกองทัพ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันเป็นที่ประจักษ์ ทั้งนี้ หน่วยงานไทยพร้อมส่งเสริมการดำเนินโครงการตามนโยบาย offset ของทางโอมาน อาทิ
รถหุ้มเกราะ FirstWin 4x4 ของ บริษัทชัยเสรีเมทอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด ที่สามารถส่งออกไปยังภูฏาน(https://aagth1.blogspot.com/2024/05/first-win-4x4-atv-mi-47-mi-9.html) ปากีสถาน(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/chaiseri-hisaar-4x4.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/10/first-win-4x4-100.html) และมาเลเซีย รวมทั้งใช้ในกองทัพบก และกระทรวงยุติธรรม
นอกจากนี้ยังมีรถเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก แบบ AWAV 8x8 ให้แก่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/awav-8x8-cobra-gold-2025.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/12/awav-8x8.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8-chaiseri.html)
ปืนเล็กยาว 5.56 มม. และ 9 มม. ของศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธที่มีการใช้งานในกระทรวงกลาโหม กรมป่าไม้(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/nin9.html) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมการปกครอง 
นอกจากนี้ยังผลิตกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มม. และ 155 มม. และลูกระเบิดยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 60 - 120 มม.(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-m758-atmg-155mm.html) กระสุนปืนขนาดต่างๆ ตั้งแต่ .22 จนถึง 11 มม. และกระสุนปืนเล็กยาว NATO ทั้ง 5.56 มม. และ 7.62 มม. ของ บริษัท เนแรค อาร์มส อินดัสตรี จำกัด
การให้บริการซ่อมบำรุงระดับโรงงาน Modernization และ Upgrade อากาศยานและเฮลิคอปเตอร์ โดยบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด ที่ให้บริการทั้งสามเหล่าทัพ ส่วนราชการ และสายการบินต่างๆ จำนวนมาก(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/tai-saab-gripen-ef.html)
อากาศยานไร้นักบินตรวจการณ์ขนาดกลาง - ใหญ่ ที่มีสมรรถภาพสูงของบริษัท RV CONNEX ที่มีการใช้งานในกองทัพอากาศ(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-rv-connex-sky.html
และ UAV บรรทุกผู้ป่วยและส่งกลับสายการแพทย์ของ บริษัท Pulse Science ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาใช้งานของกรมแพทย์ทหารบก(https://aagth1.blogspot.com/2022/09/defense-security-2022-pulse-science.html)
ปลัดกระทรวงกลาโหมโอมาน ได้ขอบคุณฝ่ายไทยที่จัดการบรรยายขีดความสามารถของไทย และได้เชิญชวนให้ฝ่ายไทย เชิญชวนให้จัด Workshop ในโอมานโดยนำผู้ประกอบการเอกชนที่มีศักยภาพไปนำเสนอและสร้างความร่วมมือในการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี 
อีกทั้งเชิญชวนผู้ประกอบการลงทะเบียนเป็นคู่ค้ากับทางโอมาน และผลักดันให้จัดทำบันทึกความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกลาโหมทั้งสองประเทศต่อไป
การส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยกับโอมาน สามารถสร้างมูลค่าในปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท คาดว่าจะมีการขยายตัว คาดว่าจะยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี พร้อมทั้งขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมในทุกมิติเพิ่มมากขึ้นในอนาคต 

บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน)(Marsun Public Company Limited) ไทยได้ทำพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกของเรือยกพลขึ้นบกขนาดกลาง(LCM: Landing Craft Mechanized) จำนวน ๔ลำสำหรับกองทัพเรือโอมาน(RNO: Royal Navy of Oman) ภายใต้โครงการ Sawari Project ณ อู่ต่อเรือบริษัท Marsun ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๘(2025)
พิธีตัดเหล็กแผ่นแรกของเรือยกพลขึ้นบกขนาดกลาง LCM มีขึ้นตามมาให้หลังราว ๔เดือนหลังจากที่กระทรวงกลาโหมโอมานและบริษัท Marsun ไทยได้ลงนามสัญญาสร้างเรือ ณ กรุง Muscat รัฐสุลต่านโอมาน เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๗(2024) นับเป็นความสำเร็จในการส่งออกเรือแบบนี้เป็นครั้งแรกของไทยแก่ต่างประเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/marsun.html)

Marsun ไทยมีประสบการณ์ในการออกแบบและสร้างเรือระบายพลขนาดใหญ่ M55 Landing Craft Utility(LCU) ของตนที่ได้รับสัญญาจ้างสร้างจากกองทัพเรือ(RTN: Royal Thai Navy) ไทยภายใต้โครงการเรือส่งกำลังบำรุงขนาดเล็ก(small supply support vessel) เข้าประจำการในชื่อเรือระบายพลขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงมัตโพน จำนวน ๒ลำคือ ร.ล.มัตโพน และเรือหลวงราวี ในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓(2010)
เรือยกพลขึ้นบกขนาดกลาง LCM ที่อู่เรือ Marsun ไทยกำลังสร้างใหม่ ๔ลำน่าจะถูกนำมาทดแทนเรือประเภทเรือยกพลขึ้นบก เรือขนส่ง และเรือส่งกำลังบำรุงต่างๆของกองทัพเรือโอมานที่มีเพียง ๓ลำที่มีอายุการใช้งานมานานและบางลำก็ปลดประจำการไปแล้ว โดย Marsun ไทยมีกำหนดจะส่งมอบเรือ LCM ทั้ง ๔ลำแก่โอมานในปี พ.ศ.๒๕๗๐(2027) หรือราว ๒ปีข้างหน้า ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดและมูลค่าของโครงการ

Marsun ไทยยังเคยมีประสบการณ์การส่งออกแบบเรือรบของตนให้กองทัพต่างประเทศมาก่อนแล้วคือเรือเร็วโจมตีติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Jurrat ๒ลำ(M39) แก่กองทัพเรือปากีสถาน(PN: Pakistan Navy) ทั้งนี้ตามที่ H.E. Dr. Mohammed Bin Nasser Bin Ali Al-Za’Abi ปลัดกระทรวงกลาโหมโอมานได้เดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมพิธีตัดเหล็กแผ่นแรกของเรือยกพลขึ้นบกขนาดกลาง LCM ที่โอมานสั่งจัดหา 
ไทยยังได้มองที่จะขยายความร่วมมือและโอกาสเพิ่มเติมที่จะส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พัฒนาสร้างในไทยแก่ประเทศในกลุ่มชาติอ่าว Persia ตั้งแต่รถเกราะล้อยางตระกูล First Win 4x4 และรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ของบริษัท Chaiseri ไทยที่ผลิตส่งออกจริงเป็นจำนวนมาก อากาศยานไร้คนขับ UAV(Unmanned Aerial Vehicle) รูปแบบต่างๆ จนถึงการบริการซ่อมบำรุงอากาศยานครับ

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2567

กองทัพเรือโอมานลงนามสัญญาสร้างเรือระบายพล ๔ลำกับอู่เรือ Marsun ไทย





Models of Marsun products's M58 Patrol Gun Boat, PGB-561 HTMS Laemsing and M18 Fast Assault Boat, Por.51 Special Operations Craft of Royal Thai Navy (RTN); M25 Patrol Boat and M10 High Speed Patrol Boat (MKIII) of Marine Police, Royal Thai Police (RTP) at the Defense & Security 2023 show in Bangkok on 6-9 November 2023. (My Own Photos) 

On 10 December 2024, Mr. Ek-att Thitaram, Minister Counsellor, represented the Royal Thai Embassy in Muscat as witness in the signing ceremony of the contract between the Ministry of Defence of the Sultanate of Oman and Marsun Public Company Limited on Design, Build and Supply of Landing Craft Vessel for the Royal Navy of Oman. 
After the ceremony, the delegation including representatives of the Ministry of Defence of Thailand and the Royal Thai Navy met with H.E. Ms. Warunee Pan-krajang, Ambassador-Designate, to provide information on the company’s business operations and Thailand’s potential for defence industry.

Defence Ministry Inks Contract to Purchase Vessels


Muscat, 10 Dec (ONA) --- A contract was signed today with Marsun Public Company of Thailand to purchase several vessels.
The move stems from the attention accorded by His Majesty Sultan Haitham bin Tarik, the Supreme Commander.
It also comes within the framework of development and modernization plans of the Ministry of Defence and the Sultan’s Armed Forces (SAF). It also aims to boost the capabilities of the Royal Navy of Oman (RNO). 
The purchase contract was signed by Dr. Mohammed Nasser Al Za’abi, Secretary General at the Ministry of Defence and Patrawin Chongvisal, CEO of Marsun Public Company.
The signing ceremony was attended by Rear Admiral Saif Nasser Al Rahbi, Commander of the RNO and several senior officers from the Ministry of Defence.
Purchasing these vessels targets enhancing the performance and capabilities of the RNO. This also contributes to the march of comprehensive development in the Sultanate of Oman during the prosperous reign of His Majesty the Sultan, the Supreme Commander.

สถานเอกอัครราชทูตร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาระหว่างกระทรวงกลาโหมโอมานกับบริษัทมาร์ซัน จำกัด (มหาชน)
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567 นายเอกอรรถ ทิตาราม อัครราชทูตที่ปรึกษา เป็นผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาระหว่างกระทรวงกลาโหมโอมานกับบริษัทมาร์ซัน จำกัด (มหาชน) จัดหาเรือ Landing Craft จำนวน 4 ลำ สำหรับกองทัพเรือโอมาน 
โดยบ่ายวันเดียวกันคณะบริษัทมาร์ซันและผู้แทนกระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือของไทยได้เข้าพบนางสาววารุณี ปั้นกระจ่าง เอกอัครราชทูต ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของบริษัท และศักยภาพของไทยด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

พิธีลงนามสัญญาจ้างสร้างเรือของกระทรวงกลาโหม รัฐสุลต่านโอมาน
เมื่อวันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหม รัฐสุลต่านโอมาน ลงนามในสัญญาจ้างสร้างเรือหลายลำกับบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) 
โดยโครงการดังกล่าว มาจากพระราชดำริของ His Majesty Sultan Haitham Bin Tarik, the Supreme Commander และแผนการพัฒนาของกระทรวงกลาโหม และกองทัพ (the Sultan’s Armed Forces: SAF) โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพเรือของรัฐสุลต่านโอมาน (RNO) ในการป้องกันประเทศ
ในพิธีลงนามฯ ได้รับเกียรติจาก Dr. Mohammed Nasser Al Za’abi ปลัดกระทรวงกลาโหม ลงนามในสัญญา ร่วมกับนายภัทรวิน จงวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน)
โดยสำนักข่าว Oman New Agency (ONA) รายงานว่า พิธีดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก Rear Admiral Saif Nasser Al Rahbi ผู้บัญชาการกองทัพเรือ รัฐสุลต่านโอมาน (RNO) และนายทหารอาวุโสจากกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีการจัดหาเรือครั้งนี้ 
มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถให้กับกองทัพเรือของรัฐสุลต่านโอมาน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศได้อย่างบูรณาการ ซึ่งสอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศของรัฐสุลต่านโอมาน 
บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ดำเนินกิจการต่อเรือ และซ่อมเรือ มาแล้วกว่า 45 ปี มีผลงานต่อสร้างเรือให้กับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มาแล้วกว่า 455 ลำ อาทิเช่น 
เรือตรวจการณ์ความเร็วสูง เรือตรวจการณ์ติดอาวุธนำวิถี เรือรับส่งลูกเรือและบริการแทนขุดเจาะน้ำมัน เรือสำราญ เรือขจัดคราบน้ำมัน และเรืออเนกประสงค์ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังให้บริการด้านการออกแบบ ซ่อม และให้คำปรึกษาตามรายละเอียดที่ลูกค้าต้องการ 
ซึ่งเรือทุกลำที่ต่อสร้างโดยมาร์ซันฯ นั้น ล้วนแต่เป็นเรือที่มีสมรรถนะดี ตรงตามข้อกำหนดของลูกค้าทุกประการ ผ่านการทดสอบทดลองสมรรถนะของเรือจากสมาคมจัดชั้นเรือระดับสากลที่เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก 
ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้พัฒนา และวิจัยอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างดียิ่ง ส่งผลให้ “มาร์ซัน” ได้รับการคัดเลือกให้ต่อสร้างเรือในโครงการดังกล่าว 
จึงนับเป็นหมุดหมายใหม่ของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมต่อเรือของไทย ที่บริษัทของคนไทยได้รับการยอมรับ และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

การลงนามสัญญาสร้างเรือหลายลำ(น่าจะมากกว่า ๒ลำขึ้นไป)สำหรับกองทัพเรือโอมาน(RNO: Royal Navy of Oman) ระหว่างกระทรวงกลาโหมโอมาน และบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน)(Marsun Public Company Limited) ไทย เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๗(2024) ที่ผ่านมา ณ กรุง Muscat รัฐสุลต่านโอมาน นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ล่าสุดของภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมการต่อเรือของไทย 
บริษัท Marsun ไทยประกาศในบัญชีสื่อสังคม online ของตนตามมาเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๗ อย่างไรก็ตามทั้งโอมานและอู่เรือ Marsun ไทยไม่ได้เปิดเผยถึงมูลค่าวงเงินของสัญญา เนื้อหาข้อตกลง หรือกำหนดเวลาการส่งมอบเรือ และไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเป็นเรือแบบใด แต่จากประกาศของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุง Muscat ระบุว่าเป็น "เรือระบายพล"(Landing Craft) จำนวน ๔ลำสำหรับกองทัพเรือโอมาน

ผลิตภัณฑ์ของอู่เรือ Marsun ที่สร้างส่งมอบเข้าประจำการในกองเรือยุทธการ กร.(RTF: Royal Thai Fleet) กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) แล้วมีเป็นจำนวนมากตั้งแต่ เรือตรวจการณ์ปืนชุดเรือหลวงแหลมสิงห์(M58 Patrol Gun Boat) สังกัดกองเรือตรวจอ่าว กตอ.(PS: Patrol Squadron) ซึ่ง เรือ ตกป. ร.ล.แหลมสิงห์ เป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่อู่เรือ Marsun สร้างให้กองทัพเรือไทยจนถึงขณะนี้
กำลังรบหลักเกือบทั้งหมดของ กองเรือยามฝั่ง กยฝ.(CGS: Coast Guard Squadron) สร้างโดย Marsun ไทย คือ เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.111 ๓ลำ(เรือ ต.111, ต.112 และ ต.113) ,เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.114 ๒ลำ(เรือ ต.114 และ ต.115)(M36 Partrol Boat), เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.991 ๓ลำ(เรือ ต.991, ต.992 และ ต.993), เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.994 ๓ลำ(เรือ ต.994, ต.995 และ ต.996) 

และเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุดเรือ ต.997(เรือ ต.997 และ ต.998)(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/997-998.html), เรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.227 ๑ลำ(เรือ ต.227), เรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.228 ๓ลำ(เรือ ต.228, ต.229 และ ต.230), เรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.232 ๖ลำ(เรือ ต.232, ต.233, ต.234, ต.235, ต.236 และ ต.237), เรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.261 ๔ลำ(เรือ ต.261, ต.262, ต.263 และ ต.264), 
เรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.265 ๕ลำ(เรือ ต.265, ต.266, ต.267, ต.268 และ ต.269) และเรือตรวจการณ์ชายฝั่งชุดเรือ ต.270 ๕ลำ(เรือ ต.270, ต.271, ต.272, ต.273 และ ต.274)(M21 Partrol Boat) รวมถึงเรือเร็วปฏิบัติการพิเศษชุดเรือ พ.51(เรือ พ.51, พ.52, พ.53 และ พ.54)(M18 Fast Assault Boat) ของ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นสร.(NSWC: Naval Special Warfare Command/RTN SEALs)

เรือระบายพลขนาดใหญ่ชุดเรือหลวงมัตโพน ๒ลำ ร.ล.มัตโพน และเรือหลวงราวี(M55 Landing Craft Utility) ของ กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กยพ.(ACSSS: Amphibious and Combat Support Service Squadron) และเรือตรวจการณ์ลำน้ำของ กองเรือลำน้ำ(RS: Riverine Squadron) หลายชุดเช่น เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำชุด เรือ ล.125 ๔ลำ(M10 Riverine Patrol Boat MKII)(https://aagth1.blogspot.com/2023/07/125.html)
อู่เรือ Marsun ยังสร้างเรือให้กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆของไทยเช่น ตำรวจน้ำ(Marine Police) สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย(RTP: Royal Thai Police)(M23 Catamaran, M25 Patrol Boat และ M10 High Speed Patrol Boat MKIII), กรมเจ้าท่า(Marine Department) กระทรวงคมนาคม(M39 Patrol Boat) และกรมศุลกากร(The Customs Department) กระทรวงการคลัง เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์อื่นๆของอู่เรือ Marsun ไทยยังรวมถึงเรือรับส่งบริการแท่นขุดเจาะน้ำมัน เรือสำราญ เรือขจัดคราบน้ำมัน และเรืออเนกประสงค์สำหรับพลเรือน Marsun ไทยยังเคยมีประสบการณ์การส่งออกแบบเรือรบของให้กองทัพต่างประเทศมาก่อนแล้วคือเรือเร็วโจมตีติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Jurrat ๒ลำ(M39) แก่กองทัพเรือปากีสถาน(PN: Pakistan Navy)(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/chaiseri-hisaar-4x4.html)
กองทัพเรือโอมานเป็นกองทัพเรือขนาดไม่ใหญ่มาก มีกำลังพลราว ๔,๒๐๐ นาย เรือรบหลักคือเรือคอร์เวตชั้น Khareef ๓ลำ(BAE Systems 99m Corvette) และเรือคอร์เวตชั้น Qahir ๓ลำซึ่งจัดหาจากสหราชอาณาจักร เรือตรวจการณ์และเรือฝึกรวม ๑๒ลำ และเรือยกพลขึ้นบกและส่งกำลังบำรุงต่างๆ ๓ลำซึ่งมีอายุการใช้งานมานาน และเรือสนับสนุนความเร็วสูง(HSSV: High Speed Support Vessel) ๒ลำจากสหรัฐฯ

เรือยกพลขึ้นบกและส่งกำลังบำรุงของกองทัพเรือโอมานเหล่านี้รวมถึงเช่น เรือลำเลียงพล L3 Al Dhaferah(เดิมชื่อ Fulk Al Salamah เปลี่ยนชื่อในปี 2016) สร้างโดยเยอรมนีเข้าประจำการในปี 1987 ที่เพิ่งจะปลดประจำการในปี 2024 และเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ L2 Nasr al Bahr สร้างโดยสหราชอาณาจักรเข้าประจำการในปี 1985 และเรือส่งกำลังบำรุง A2 Al Sultana สร้างโดยเนเธอร์แลนด์เข้าประจำการในปี 1975
เป็นที่เข้าใจว่าเรือระบายพลใหม่ ๔ลำที่จะถูกสร้างโดยอู่เรือ Marsun ไทยน่าจะถูกนำมาทดแทนเรือยกพลขึ้นบกและส่งกำลังบำรุงที่มีอายุการใช้งานมานานซึ่งส่วนหนึ่งได้ปลดประจำการไปแล้วตามความต้องการการขนส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์และการส่งกำลังบำรุงของกองทัพเรือโอมาน การที่โอมานเลือกจัดหาเรือกับไทยได้แสดงถึงความน่าเชื่อถือและขีดความสามารถอุตสาหกรรมการต่อเรือของไทยในระดับสากลครับ