แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Taiwan แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Taiwan แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ไต้หวันรับมอบเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 สร้างใหม่สองเครื่องแรกจาก 66เครื่อง

Taiwan receives first F-16V Block 70 fighters on order







Taiwan has received the first two of 66 F-16V Block 70 fighter aircraft ordered from the US. Taiwan operates 137 F-16A/B Block 20 fighters upgraded to the F-16V standard between 2017 and 2024. (Military Link Magazine)



กองทัพอากาศไต้หวัน(RoCAF: Republic of China Air Force) ได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16V Block 70 Viper สองเครื่องแรกจาก 66เครื่องที่สั่งจัดหาจากสหรัฐฯแล้ว
กระทรวงกลาโหมไต้หวันประกาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2026 ว่าเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 จำนวน 2เครื่องได้ลงจอด ณ ฐานทัพอากาศ Zhihang ใน Taitung ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน

"กองทัพอากาศไต้หวันได้วางแผนการดำเนินการรับมอบและปรับขั้นตอนกระบวนการฝึกใหม่ และทยอยนำมาปฏิบัติใช้ในหลากหลายหน้าที่การซ่อมบำรุงเพื่อให้มั่นใจว่าขีดความสามารถการรบจะค่อยๆถูกจัดตั้งขึ้น" กระทรวงกลาโหมไต้หวันกล่าว
กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้เผยแพร่ความวีดิทัศน์และชุดภาพถ่ายเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2026 แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 สองเครื่องเป็นรุ่นที่นั่งเดียวและมีหมายเลขแพนหาง '6727' และ '6728'

กระทรวงกลาโหมไต้หวันเสริมว่ากองทัพอากาศไต้หวันได้จัดตั้งกองบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่7(7th Tactical Fighter Wing) ณ Taitung เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/f-16v.html)
เพื่อที่จะประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 Viper ใหม่และเสริมสร้างความแข็งแกร่งขีดความสามารถการป้องกันภัยทางอากาศต่างๆของกองทัพอากาศไต้หวัน

กองบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่7 มี "โครงสร้างอัตราจัดกำลังฝูงบินปฏิบัติการต่างๆของตนในสามระยะ และกำลังพลนักบินและช่างอากาศยานซ่อมบำรุงทางเทคนิคส่วนแยกในหลายชุดไปสหรัฐฯเพื่อเข้ารับการฝึกเปลี่ยนแบบ" กระทรวงกลาโหมไต้หวันกล่าว 
ไต้หวันกำลังจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 จำนวน 66เครื่องภายใต้โครงการ 'Peace Phoenix Soaring'(Fengxiang, 鳳翔 "หงส์เพลิงทะยานฟ้า") ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/lockheed-martin-f-16v-block-70-66.html)

เครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 Viper จะเสริมกำลังต่อฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-16A/B Block 20 Fighting Falcon จำนวน 137เครื่องของกองทัพอากาศไต้หวัน(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/f-16v.html)
ที่ได้รับการปรับปรุงเป็นมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ F-16V Viper ในระหว่างปี 2017-2024 ภายใต้โครงการ 'Peace Phoenix Rising'(Feng Zhan, 鳳展 "หงส์เพลิงผงาดฟ้า")

ไต้หวันได้อนุมัติงบประมาณวงเงิน TWD247.23 billion($7.7 billion) ภายใต้งบประมาณพิเศษครอบคลุมช่วงงบประมาณผูกผันปี 2020-2026 เพื่อจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 Viper จำนวน 66เครื่อง Janes ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า
การผสมผสานกันของปัญหาห่วงโซ่อุปทานและปัญหาทางเทคนิคกับระบบชุดคำสั่งควบคุมการบินของเครื่องบินได้มีผลต่อความล่าช้าต่างๆ บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 ไต้หวันเครื่องแรกในเดือนเมษายน 2025 ณ โรงงานอากาศ Greenville ของตนครับ

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เรือดำน้ำ SS-711 Hai Kun ไต้หวันทดสอบการยิง Torpedo ใต้ทะเล

Taiwan conducts torpedo test from indigenous submarine





Taiwan's donestically developed submarine seen here at its sea trials. (CSBC Corporation)



บริษัท CSBC Corporation ไต้หวันได้เผยแพร่วีดิทัศน์แสดงถึงการยิง torpedo อย่างน้อยสองนัดจากเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ของกองทัพเรือไต้หวัน(RoCN: Republic of China Navy)
ภาพเคลื่อนไหวได้ให้การบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดในปัจจุบันว่าเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ได้มีความคืบหน้าเข้าสู่ขั้นการบูรณาการและรับรองระบบการรบต่างๆแล้ว

ในวีดิทัศน์ที่เผยแพร่บนช่อง YouTube ทางการของบริษัท CSBC เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 อู่เรือ CSBC อธิบายการยิง torpedo จากเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun
ในฐานะส่วนหนึ่งของกระบวนการการยืนยันรับรองระบบอาวุธต่างๆของเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/ss-711-hai-kun.html)

ภาพเคลื่อนไหวแสดงถึงลำดับเหตุการณ์ต่างๆที่ต่อเนื่องกันด้วยการปล่อย torpedo จากเรือดำน้ำ รวมถึงภาพถ่ายใต้น้ำของ torpedo ที่ออกมาจากท่อยิงและทิ้งรอยพริ้วคลื่นไว้
CSBC ไต้หวันไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดต่างๆของ torpedo ที่ถูกใช้คือการตั้งค่ากำหนดการทดสอบ(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/ss-711-hai-kun.html)

อย่างไรก็ตามหลักฐานภาพที่เห็นในวีดีทัศน์ตั้งข้อสังเกตุอย่างหนักแน่นว่า torpedo สองนัดที่ถูกยิงเป็นรุ่นลูกฝึกหรือลูกบันทึกข้อมูล telemetry ของ torpedo หนักแบบ Mk 48
การประเมินนี้มีพื้นฐานจากลวดลายที่ถูกนำมาใช้กับ torpedo ทั้งสองนัด และและข้อเท็จจริงที่ว่า torpedo ทั้งสองนัดได้ถูกเก็บขึ้นมาจากทะเลหลังจากที่ถูกปล่อยจากเรือดำน้ำแล้ว

เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun เป็นเรือดำน้ำลำแรกที่สร้างในประเทศของไต้หวัน และได้รับการพัฒนาโดย CSBC ไต้หวันภายใต้โครงการเรือดำน้ำกลาโหมภายในประเทศ(IDS: Indigenous Defence Submarine)
เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ถูกเปิดตัวในเดือนกันยายน 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/ss-711-hai-kun.html) และเป็นเรือลำแรกจากแผนที่จะสร้างเรือดำน้ำจำนวน 8ลำ

เพื่อปรับปรุงความทันสมัยการป้องปรามใต้ทะเลของไต้หวันท่ามกลางความตึงเครียดข้ามช่องแคบที่เพิ่มสูงขึ้นกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่นั้นมาเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ได้มีความคืบหน้าในการทดลองเรือหลายชุด
ในเดือนมกราคม 2026 บริษัท CSBC ยืนยันว่าเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ประสบความสำเร็จในการเสร็จสิ้นการทดลองเรือดำลงใต้น้ำครั้งแรกของตนเป็นเครื่องหมายถึงการอยู่ใต้น้ำครั้งแรกของเรือภายสภาวะการปฏิบัติการต่างๆ

แม้ว่ารายละเอียดคุณลักษณะของเรือดำน้ำชั้น Hai Kun ไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ถูกประมาณว่ามีความยาวเรือที่ราว 70m โดยมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes โดยประมาณ
ขณะที่ยังคงรูปทรงเรือหลักจากเรือดำน้ำชั้น Hai Lung จำนวน 2ลำของกองทัพเรือไต้หวัน(เรือดำน้ำ SS-793 ROCS Hai Lung และเรือดำน้ำ SS-794 ROCS Hai Hu) ที่จัดหาจากเนเธอร์แลนด์ในปี 1980s ซึ่งเก่ากว่า

เรือดำน้ำชั้น Hai Kun ที่ใหม่กว่ามีคุณลักษณะต่างๆที่ได้รับการเพิ่มขยายหลายประการในการออกแบบของเรือ รวมถึงหางเสือรูปทรงกากบาทเพื่อเพิ่มความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ในเขตน่านน้ำตื้น
เป็นที่คาดว่าเรือดำน้ำชั้น Hai Kun จะได้รับการติดตั้งระบบอาวุธด้วย torpedo หนักแบบ MK 48 Mod6 และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากเรือดำน้ำใต้น้ำ UGM‑84L Harpoon ที่ยิงจากท่อยิง torpedo ของสหรัฐฯครับ

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

ไต้หวันรับมอบรถถังหลัก M1A2T Abrams สหรัฐฯชุดสุดท้ายครบ 108คัน

Taiwan receives final batch of M1A2T Abrams tanks



Taiwan's M1A2T MBT, armed with 120 mm M256 smoothbore main gun. (Taiwan's Ministry of National Defence)



ไต้หวันได้รับมอบรถถังหลัก M1A2T Abrams MBT(Main Battle Tank) ชุดสุดท้ายจากสหรัฐฯแล้ว สำนักข่าว Central News Agency(CNA) ของรัฐบาลไต้หวันรายงานเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2026
ตามข้อมูลจากสำนักข่าว CNA รถถังหลัก M1A2T จำนวน 28คันได้ถูกส่งมอบให้แก่กองบัญชาการการฝึกยานเกราะทหารบก(Army Armor Training Command) ของกองทัพบกไต้หวัน(RoCA: Republic of China Army) ณ Hsinchu ทางตะวันตกเฉียงเหนือของไต้หวัน

รถถังหลัก M1A2T เหล่านี้จะถูกวางกำลังเข้าประจำการในกองทัพน้อยที่6(6th Army Corps) กองทัพบกไต้หวัน ที่มีฐานที่ตั้งใน Taoyuan และรับผิดชอบการปฏิบัติการในพื้นที่ตอนเหนือของไต้หวัน
"รถถังใหม่(M1A2T) เหล่านี้คาดว่าจเข้าสู่การทดสอบ รวมถึงการฝึกและการประเมินค่าความพร้อม กองที่กองทัพบกไต้หวันจะนำพวกมันเข้าสู่การประจำการปฏิบัติการเต็มรูปแบบ" สำนักข่าว CNA ไต้หวันรายงาน

การส่งมอบของรถถังหลัก M1A2T ชุดสุดท้ายจำนวน 28คันมีขึ้นตามการส่งมอบก่อนหน้า ซึ่งมีการส่งมอบรถถังชุดแรกในเดือนธันวาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/m1a2t-abrams-38-108.html)
และชุดที่สองในเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งกระทรวงกลาโหมไต้หวันได้ประกาศการนำรถถังหลัก M1A2T เข้าประจำการในกองทัพบกไต้หวันในเดือนตุลาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/m1a2t-abrams-108.html)

ไต้หวันได้สั่งจัดหารถถังหลัก M1A2T Abrams จำนวน 108คันจากสหรัฐฯในปี 2019(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/8x8-m1a2.html) ในฐานะส่วนหนึ่งของหลากหลายข้อตกลงวงเงิน $2.22 billion
ที่ยังรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Block I-92F Stinger จำนวน 250นัด, รถเกราะกู้ซ่อม BAE Systems M88A2 ARV(Armoured Recovery Vehicle) และรถยนต์บรรทุกขนส่งยุทโธปกรณ์หนัก Oshkosh M1070A1

รถถังหลัก M1A2T เป็นรุ่นของรถถังหลักตระกูล M1 Abrams(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/m1e3-abrams.html) ที่ได้รับการติดตั้งด้วยปืนใหญ่รถถังลำกล้องเรียบขนาด 120mm และเครื่องยนต์ gas-turbine โดยเฉพาะ
รถถังหลัก M1A2T โดยรวมมีความคล้ายคลึงเป็นส่วนใหญ่กับมาตรฐาน Abrams System Enhancement Package version 3(SEPv3) โดยได้รับการดัดแปลงต่างๆเพื่อให้ตรงความต้องการของกองทัพบกไต้หวัน

การดัดแปลงต่างๆเหล่านี้รวมถึงการเปลี่ยนรูปแบบป้อมปืนใหม่ที่ไม่ได้รับการระบุเพื่อเพิ่มขยายการอยู่รอด, ดัดแปลงสถาปัตยกรรมทางไฟฟ้า,หน่วยกำเนิดพลังงานเสริม(APU: Auxiliary Power Unit) และเครือข่าย datalink กระสุนใหม่
รถถังหลัก M1A2T ใหม่จะทดแทนรถถังหลักเก่าที่มีอายุการใช้งานมานานรวมถึงรถถังหลัก CM11 ที่สร้างในไต้หวัน ขณะที่รถถังหลัก M60A3 กำลังได้รับการปรับปรุงความทันสมัยเพื่อเสริมการใช้งานต่อ ถ.หลัก Abrams ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/m60a3.html)

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ไต้หวันมองจะจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-130J ใหม่ 10เครื่อง

Taiwan favours acquisition of new C-130J aircraft





Taiwan operates a fleet of Lockheed Martin C-130H aircraft, which it inducted from 1986. (Sam Yeh/AFP via Getty Images)

ไต้หวันได้เก็บแผนที่จะปรับปรุงฝูงบินเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130H Hercules รุ่นเก่าของตนในความพอใจที่จะจัดหาเครื่องบินลำเลียง Lockheed Martin C-130J Super Hercules ใหม่ ตามรายงานสื่อของรัฐบาลไต้หวัน
กองทัพอากาศไต้หวัน(RoCAF: Republic of China Air Force) เดิมมีความตั้งใจที่จะปรับปรุงเครื่องบินลำเลียง C-130H ที่มีประจำการจำนวน 18เครื่องภายในโครงการที่เรียกว่า Taiwushan No 3(Taiwu Mountain III, "ภูเขา Taiwu" 太武山)

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 "กองทัพได้ประกาศว่าตนจะจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-130J จำนวน 10เครื่องจากสหรัฐฯ"(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/c-130j-30-hercules-2.html) 
เนื่องจากความกังวลว่าการปรับปรุงฝูงเครื่องบินลำเลียง C-130H รุ่นเก่าจะไม่มีความคุ้มค่าในแง่ประสิทธภาพต่อราคา(cost-effective) สำนักข่าว Central News Agency(CNA) ของรัฐบาลไต้หวันกล่าว

ตามรายงานของสำนักข่าว CNA ไต้หวัน การตัดสินใจที่จะจัดหาเครื่องบินลำเลียง C-130J ใหม่ของกองทัพอากาศไต้หวันมีพื้นฐานจากการประเมินภัยคุกคามและประเมินค่าความต้องการต่างๆ
กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้เริ่มต้นการเชิญชวนผู้เข้าแข่งขันรายต่างๆที่จะปรับปรุงฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130H ในเดือนธันวาคม 2024 โครงการ Taiwushan No 3 มีความตั้งใจที่จะเริ่มต้นในปี 2025 และเสร็จสิ้นในปี 2030

โครงการ Taiwushan No 3 ตั้งเป้าที่จะเพิ่มขยายขีดความสามารถการค้นหาและกู้ภัย(SAR: Search-and-Rescue) ทางทะเลต่างๆของฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130H ของกองทัพอากาศไต้หวัน
การปรับปรุงต่างๆรวมถึงห้องนักบินแบบ glass cockpit, ระบบนำร่องดาวเทียม GPS ใหม่, และระบบหลีกเลี่ยงการบินชนพื้น(GCAS: Ground-Collision Avoidance System) ตามข้อมูลจากสำนักข่าว CNA ไต้หวัน

อย่างไรก็ตามจากการประเมินของกองทัพอากาศไต้หวันได้ตัดสินใจว่าฝูงบินเครื่องบินลำเลียง C-130H ยังจำเป็นที่จะต้องได้รับการเสริมความแข็งแรงทางโครงสร้างนอกเหนือจากการปรับปรุงชุดคำสั่ง software และ avionic ต่างๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่างๆ
ขณะนี้กองทัพอากาศไต้หวันกำลังมองหาการมีส่วนร่วมภาคอุตสาหกรรมการบินต่างๆในไต้หวันใน "การปรับปรุงแบบพื้นฐาน" ของเครื่องบินลำเลียง C-130H สำนักข่าว CNA ไต้หวันกล่าว

กระทรวงกลาโหมไต้หวันไม่ได้ออกการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในประเด็นนี้ ณ เวลาที่บทความนี้เผยแพร่ Janes ได้ทำการติดต่อกับกระทรวงกลาโหมไต้หวันสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
ถ้าเครื่องบินลำเลียง C-130J ได้รับการจัดหากองทัพอากาศไต้หวันจะวางกำลังเครื่องบินใหม่เหล่านี้ "ควบคู่ไปกับเครื่องบินลำเลียง C-130H รุ่นเก่ากว่าในรูปแบบผสม high-low mix" ตามรายงานของ CNA ไต้หวัน

ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces ปัจจุบันกองทัพอากาศไต้หวันมีประจำการด้วยเครื่องบินลำเลียง C-130H จำนวน 20เครื่องซึ่งได้รับมอบเครื่องแรกตั้งแต่ปี 1986
เครื่องบินลำเลียง C-130H ของกองทัพอากาศไต้หวันถูกวางกำลังในกลุ่มบินลำเลียงทางยุทธวิธีที่10(10th Tactical Airlift Group) กองบินผสมทางยุทธวิธีที่6(6th Tactical Mixed Wing) ที่มีที่ตั้ง ณ ฐานทัพอากาศ Pingtung ครับ

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

เรือดำน้ำ SS-711 Hai Kun ไต้หวันเสร็จสิ้นการทดลองเรือใต้น้ำครั้งแรก

Taiwan's first indigenous submarine completes maiden underwater trials







Taiwan's first indigenous submarine seen here during its sea trials in January 2026. (CSBC)



เรือดำน้ำลำแรกของไต้หวันที่สร้างเองในประเทศภายใต้โครงการเรือดำน้ำกลาโหมภายในประเทศ(IDS: Indigenous Defence Submarine) เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun 
ได้เสร็จสิ้นการทดลองเรือใต้น้ำครั้งแรกของตนแล้ว บริษัท CSBC Corporation ไต้หวันผู้สร้างเรือดำน้ำประกาศเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 ว่า(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/ss-711-hai-kun.html)

การทดลองเรือในทะเลต่างๆของเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ได้เสร็จสิ้นอย่างประสบความสำเร็จ แม้ว่าโครงการได้เผชิญหน้าความท้าทายต่างๆที่หลากหลายตั้งแต่ที่จุดเริ่มต้นของโครงการก็ตาม
ไม่มีการให้รายละเอียดอธิบายเกี่ยวกับความท้าทายต่างๆเหล่านี้ของโครงการเรือดำน้ำ IDS ของไต้หวันในการประกาศ บริษัท CSBC ไต้หวันประกาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2026 ว่า

อู่เรือ CSBC ไต้หวันกำลังเตรียมการเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun สำหรับการทดสอบเรือใต้น้ำต่างๆครั้งแรกของตนและการเตรียมการต่างๆเหล่านี้นั้นได้รับการดำเนินการภายใต้การกำกับของ
กองทัพเรือไต้หวัน(RoCN: Republic of China Navy) และที่ปรึกษาทางเทคนิคต่างประเทศ การทดลองเรือต่างๆของเรือดำน้ำ Hai Kun และระบบต่างๆของเรือจะเดินหน้าในความเป็นหุ้นส่วนกับผู้ถือหุ้นเหล่านี้ อู่เรือ CSBC เสริม

อู่เรือบริษัท CSBC ได้เปิดตัวเรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ครั้งแรกในเดือนกันยายน 2023(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/ss-711-hai-kun.html) โดยอธิบายถึงเรือดำน้ำในฐานะ
การบรรลุผลความสำเร็จด้านกลาโหมภายในประเทศที่สำคัญที่สุดของไต้หวันในรอบหลายทศวรรษ(https://aagth1.blogspot.com/2020/11/blog-post_26.html, https://aagth1.blogspot.com/2020/11/2020.html)

เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun เป็นเรือลำแรกของเรือดำน้ำชั้น Hai Kun ที่คาดว่าจะมีทั้งหมดรวม 8ลำที่มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงความทันสมัยการป้องปรามใต้น้ำของไต้หวัน
ณ เวลาที่ความตึงเครียดกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA: People's Liberation Army) ของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนในนครหลวง Beijing เพิ่มสูงขึ้น(https://aagth1.blogspot.com/2026/01/type-054b.html)

แม้ว่ารายละเอียดต่างๆของเรือจะยังไม่ได้รับการเปิดเผย เรือดำน้ำชั้น Hai Kun ถูกประเมินว่าจะมีความยาวตัวเรือที่ราว 70m และมีระวางขับน้ำที่ราว 2,500tonnes 
ขณะที่ที่ยังคงรูปทรงเรือหลักจากเรือดำน้ำชั้น Hai Lung จำนวน 2ลำของกองทัพเรือไต้หวัน(เรือดำน้ำ SS-793 ROCS Hai Lung และเรือดำน้ำ SS-794 ROCS Hai Hu) ที่จัดหาจากเนเธอร์แลนด์ในปี 1980s ซึ่งเก่ากว่า

เรือดำน้ำชั้น Hai Kun ที่ใหม่กว่ามีคุณลักษณะต่างๆที่ได้รับการเพิ่มขยายหลายประการในการออกแบบของเรือ รวมถึงหางเสือรูปทรงกากบาทเพื่อเพิ่มความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ในเขตน่านน้ำตื้น
เป็นที่คาดว่าเรือดำน้ำชั้น Hai Kun จะได้รับการติดตั้งด้วยระบบอาวุธ torpedo หนักแบบ MK 48 Mod6 และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากเรือดำน้ำใต้น้ำ UGM‑84L Harpoon ที่ยิงจากท่อยิง torpedo ของสหรัฐฯครับ

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ไต้หวันนำรถถังหลัก M1A2T Abrams สหรัฐฯชุดแรกจาก 108คันเข้าประจำการ

Taiwan inducts M1A2T Abrams into army





Taiwan's M1A2T is displayed at Taipei Aerospace & Defense Technology Exhibition 2025. (Taiwan's Ministry of National Defence)



กองทัพบกไต้หวัน(RoCA: Republic of China Army) ได้ประจำการรถถังหลัก M1A2T Abrams MBT(Main Battle Tank) ชุดแรกที่สร้างโดยสหรัฐฯแล้ว กระทรวงกลาโหมไต้หวันประกาศเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2025
กระทรวงกลาโหมไต้หวันกล่าวในสื่อสังคม online ของตนว่า รถถังหลัก M1A2T Abrams ใหม่จะประจำการในกองพันยานเกราะผสมที่3(3rd Combined Arms Battalion) กองพลน้อยยานเกราะที่584(584th Armor Brigade) ของกองทัพบกไต้หวัน

ซึ่งกองพันยานเกราะผสมที่3 มีที่ตั้งกองบัญชาการ ณ เมือง Hukou ในเทศมณฑล Hsinchu กระทรวงกลาโหมไต้หวันไม่ได้เปิดเผยจำนวนของรถถังหลัก M1A2T Abrams ที่ถูกนำเข้าประจำการ
ไต้หวันได้รับมอบรถถังหลัก M1A2T Abrams จำนวน 80คันแล้วจากทั้งหมดจำนวน 108คันที่สั่งจัดหาจากสหรัฐฯในปี 2019(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/8x8-m1a2.html)

อย่างไรก็ตามรถถังหลัก M1A2T Abrams ที่ถูกส่งมอบแล้วเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพบกไต้หวันก่อนการทำพิธีเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2025
รถถังหลัก M1A2T Abrams ชุดแรกได้ถูกส่งมอบมาถึงเกาะไต้หวันในเดือนธันวาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/m1a2t-abrams-38-108.html) รถที่เหลืออีกจำนวน 28คันมีกำหนดจะมาถึงไต้หวันภายในปี 2026

ตามข้อมูลจาก Janes Land Warfare Platforms: Armoured Fighting Vehicles รถถังหลัก M1A2T เป็นรุ่นของรถถังหลักตระกูล M1 Abrams ที่ได้รับการติดตั้งด้วยปืนใหญ่รถถังลำกล้องเรียบขนาด 120mm และเครื่องยนต์ gas-turbine โดยเฉพาะ
รถถังหลัก M1A2T Abrams MBT มีความเร็วบนถนนสูงสุดที่ 67.6km/h, ความเร็วขณะเร็วขณะเคลื่อนที่ในภูมิประเทศที่ 48km/h และมีระยะปฏิบัติการที่ 426km(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/m1a2-abrams-sepv3.html)

รถถังหลัก M1A2T Abrams MBT สามารถเร่งความเร็วจาก 0km/h เป็น 32km/h ในเวลา 7.2วินาที, สามารถไต่ทางลาดชันได้ 60% ได้ที่ความเร็ว 6.6km/h และลุยน้ำลึกที่ 1.2m ได้โดยไม่ต้องมีการเตรียมการ(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/m1a2-abrams-sepv3.html)
รถถังหลัก M1A2T ที่ถูกส่งมอบแก่ไต้หวันได้รับการปรับแต่งป้อมปืนด้วยการดัดแปลงต่างๆที่ไม่ได้รับการระบุเพื่อเพิ่มขยายการอยู่รอด, ดัดแปลงระบบไฟฟ้าและหน่วยกำเนิดพลังงานเสริม(APU: Auxiliary Power Unit) และเครือข่าย datalink กระสุนใหม่ 

รถถังหลัก M1A2T มีความคล้ายคลึงกับมาตรฐาน Abrams System Enhancement Package version 3(SEPv3) และคุณลักษณะหลักต่างๆของรถถังหลัก M1A2T เป็นเช่นเดียวกับรุ่นรถถังหลัก M1A2 Abrams ตามรายงานของ Janes ก่อนหน้า
รถถังหลัก M1A2T Abrams ใหม่จะทดแทนรถถังหลักเก่าที่มีอายุการใช้งานมานานของกองทัพบกไต้หวัน รวมถึงรถถังหลัก CM11 ที่สร้างในไต้หวันครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/m60a3.html)

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เรือดำน้ำ SS-711 Hai Kun ไต้หวันเสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเลครั้งแรก

Taiwan indigenous submarine complete first sea trial



Hai Kun (SS-711) during sea trials on June 17. CSBC picture.



เรือดำน้ำลำแรกของไต้หวันที่สร้างเองในประเทศโครงการเรือดำน้ำกลาโหมภายในประเทศ(IDS: Indigenous Defence Submarine) เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun สำหรับกองทัพเรือไต้หวัน(RoCN: Republic of China Navy)
ได้เสร็จสิ้นการประสบความสำเร็จการทดลองเรือในทะเลครั้งแรกของตนเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2025 ตามข้อมูลจากบริษัท CSBC Corporation ไต้หวันผู้สร้างเรือ(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/ss-711-hai-kun.html)

เรือดำน้ำลำแรกในโครงการเรือดำน้ำ IDS เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun(海鯤) ที่ยังรู้จักในชื่อ Narwhal ได้ถูกพบเห็นกำลังปฏิบัติงานภายใต้กำลังขับเคลื่อนของตนเองในท่าเรือ Kaohsiung(高雄) ในสัปดาห์ที่สามของเดือนมิถุนายน 2025
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2025 เรือดำน้ำ Hai Kun ได้ถูกพบว่ากำลังออกเดินเรือจากอู่เรือบริษัท CSBC ผ่านใกล้กับเกาะ Cijin(旗津) ที่เจ้าหน้าที่ที่เป็นกำลังพลทางทหารหรือเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคมากกว่า 10คนยืนบนดาดฟ้าเรือนอกเหนือจากลูกเรือที่เห็นได้จากด้านบนของหอเรือ(sail)

แหล่งข่าวทางทหารนิรนามกล่าวกับสำนักข่าว CNA ของรัฐบาลไต้หวันว่า กองทัพเรือไต้หวันได้วางกำลังทรัพยากรหลายหลายแบบเพื่อควบคุมพื้นที่ระหว่างที่เรือดำน้ำ Hai Kun ทำการทดลองเรือในทะเล
ทรัพยากรต่างๆเหล่านี้รวมถึง เรือเร็วจู่โจม, เรือเร็วโจมตีติดอาวุธปล่อยนำวิถี, เรือฟริเกต และอากาศยานต่างๆเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและรักษาความลับของปฏิบัติการทดสอบต่างๆ

ตามข้อมูลจากผู้สร้างเรือบริษัท CSBC Corporation เรือดำน้ำ Hai Kun ได้เข้าสู่ชุดการทดสอบเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2025 ที่รวมถึงระบบขับเคลื่อน, การควบคุมทิศทางเดินเรือ, ระบบไฟฟ้า, การหมุนเวียนอากาศ(ventilation), การสื่อสาร และการนำร่อง
CSBC ไต้หวันระบุว่าการทดลองเรือในทะเลจะได้ถูกดำเนินการในสามระยะคือ การนำร่องที่ผิวน้ำ, การทดสอบดำลงใต้น้ำในระดับน้ำตื้น และการเพิ่มการดำที่ลึกขึ้น การปรับแต่งระบบจะมีขึ้นหลังจากผลการประเมินของแต่ละระยะการทดสอบก่อนเดินหน้าสู่ระยะต่อไป

ในการตอบสนองต่อการคาดเดาในสื่อสังคม online เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ตัวเรือเกิดการผิดรูปที่ถูกพบระหว่างการทดลองเรือขั้นต้น บริษัท CSBC ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ส่วนที่ยืนออกมาทางกราบซ้ายของหัวเรือของเรือดำน้ำ Hai Kun 
ไม่ใช่ข้อบกพร่องทางโครงสร้างแต่เป็นส่วนสำหรับติดตั้งระบบ sonar วัดระยะเชิงรับของเรือดำน้ำ บริษัท CSBC ได้เชิญชวนให้สาธารณชนที่จะสนับสนุนและภาคภูมิใจในความคืบหน้าของโครงการเรือดำน้ำกลาโหมภายในประเทศ IDS ของไต้หวัน

แม้ว่าจะมีความคืบหน้า แต่งบประมาณสำหรับเรือดำน้ำในโครงการ IDS ที่จะตามมาอีก 7ลำจากทั้งหมด 8ลำยังคงถูกระงับไว้บางส่วนประมาณร้อยละ50 เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านต่างๆในสภาไต้หวันที่โน้มเอียงไปทางที่สนับสนุนจีนแผ่นดินใหญ่
การให้ผ่านงบประมาณขึ้นอยู่กับการประสบความสำเร็จในการเสร็จสิ้นการทดลองเรือในทะเล(SAT: Sea Acceptance Test) ของเรือดำน้ำ Hai Kun และรายงานพิเศษกำลังถูกยื่นไปยังสภานิติบัญญัติไต้หวันเพื่อการอนุมัติ

แม้ว่าการทดลองเรือในทะเลได้ถูกดำเนินขึ้นล่าช้าหลังจากกำหนดการขั้นต้น หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพเรือไต้หวัน พลเรือโท Chiu Chun-jung(邱俊榮) กล่าวกับสำนักข่าว CNA ไต้หวันว่า
กำหนดระยะเวลาการส่งมอบของ เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยเรือดำน้ำยังคงถูกกำหนดที่จะส่งมอบให้แก่กองเรือไต้หวันในเดือนพฤศจิกายน 2025 ตามสัญญาเดิม

เรือดำน้ำ SS-711 ROCS Hai Kun เรือดำน้ำลำแรกภายใต้โครงการ IDS ถูกเปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน 2023 และถูกปล่อยเรือลงน้ำในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 นอกเหนือจากเรือดำน้ำ Hai Kun ที่ยังไม่ได้มีการส่งมอบ ปัจจุบันกองทัพเรือไต้หวันมีประจำการด้วยเรือดำน้ำ 4ลำ
เรือดำน้ำที่มีอายุการใช้งานนานที่สุด 2ลำจาก 4ลำคือ เรือดำน้ำ SS-791 ROCS Hai Shih(Sea Lion 'สิงโตทะเล') และเรือดำน้ำ SS-792 ROCS Hai Pao(Seal 'แมวน้ำ') ที่เดิมเป็นเรือดำน้ำชั้น Tench ยุคสงครามโลกครั้งที่สองที่สหรัฐฯมอบให้ในปี 1970s

เรือดำน้ำ ROCS Hai Shih และเรือดำน้ำ ROCS Hai Pao ทั้งสองลำได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแบบภายใต้โครงการ GUPPY(Greater Underwater Propulsion Power Program) และถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่าเรือดำน้ำชั้น Guppy ในไต้หวัน พวกเธอยังคงประจำการอยู่และถูกกล่าวว่ามีขีดความสามารถในการรบ
เรือดำน้ำชั้น Hai Lung(หรือเรือดำน้ำชั้น Chien Lung) สองลำคือ เรือดำน้ำ SS-793 ROCS Hai Lung(Sea Dragon 'มังกรทะเล') และเรือดำน้ำ SS-794 ROCS Hai Hu(Sea Tiger 'เสือโคร่งทะเล') เป็นเรือที่ค่อนข้างใหม่และก้าวหน้ากว่า

เรือดำน้ำชั้น Hai Lung ทั้ง 2ลำเหล่านี้ถูกจัดซื้อจากเนเธอร์แลนด์ในปี 1980s และได้รับการติดตั้งด้วย Torpedo หนักแบบ AEG SUT 264 เยอรมนีที่จัดหาภายใต้สิทธิบัตรจากอินโดนีเซียในปี 1980s
อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำยิงจากเรือดำน้ำใต้น้ำ Boeing UGM-84 Harpoon ถูกจัดซื้อจากสหรัฐฯในปี 2008 และ Torpedo หนักแบบ MK 48 Mod6 Advanced Technology(AT) ถูกจัดหาจากสหรัฐฯในปี 2017 ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568

Lockheed Martin สหรัฐฯเปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 ไต้หวันที่สร้างใหม่เครื่องแรกจาก 66เครื่อง

Lockheed Martin unveils first F-16V fighter for Taiwan



Taiwan's representative to the US Alexander Yui speaks during the launch ceremony of the first of 66 Lockheed Martin F-16V Block 70 fighter aircraft on order by Taiwan, at Greenville, South Carolina, on 28 March 2025. (US Representative (R-SC) William Timmons)


The Taiwanese F-16V Block 20 shares the same outer mould-line of the standard Fighting Falcon, but features several advanced systems, including an active electronically scanned array radar. (Taiwan's Ministry of National Defence)

บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้เปิดตัวเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 Fighting Falcon เครื่องแรกจาก 66เครื่องที่ได้รับคำสั่งจัดหาสร้างใหม่แก่เจ้าหน้าที่ไต้หวันในสหรัฐฯ
ระหว่างพิธีที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2025 ณ โรงงานอากาศยานของบริษัท Lockheed Martin ที่ Greenville มลรัฐ South Carolina สหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/f-16-block-70-16.html)

เครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 เครื่องแรกรุ่นสองที่นั่งถูกส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ของไต้หวัน ชุดภาพที่เผยแพร่ทางสื่อสังคม online โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ William Timmons จากเขตที่4 มลรัฐ South Carolina
แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70 รุ่นสองที่นั่งมีหมายเลขเครื่อง 6831 และทำเครื่องหมายตราสัญลักษณ์(emblem) กองทัพอากาศไต้หวัน(RoCAF: Republic of China Air Force)

โฆษกของ Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2025 ว่าบริษัท "ยืนยันความมุ่งมั่นของตนอีกครั้งที่จะสนับสนุนวัตถุประสงค์ความร่วมมือด้านความมั่นคงของสหรัฐฯสำหรับไต้หวัน
ระหว่างการมาเยือนโรงงานสายการผลิตเครื่องบินขับไล่ F-16 ใน Greenville ของตนโดยตัวแทนของไต้หวันและสหรัฐฯ...สร้างความคืบหน้าในโครงการเครื่องบินขับไล่ F-16 Block 70"

ชุดภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ Timmons ยังแสดงว่า รองรัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน Po Horng-hui และตัวแทนของไต้หวันประจำสหรัฐฯ Alexander Yui ได้ปรากฎตัว ณ พิธีเปิดตัวด้วย
เครื่องบินขับไล่ F-16V ชุดแรกเหล่านี้ได้มีความพร้อมสำหรับการส่งมอบแก่ไต้หวันได้รับการเปิดเผยในขั้นแรกโดยรัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน Wellington Koo Li-hsiung(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/f-16v.html)

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2025 รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน Wellington กล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ F-16V เครื่องแรกกำลังได้รับการทดสอบ ตามหลังการเสร็จสิ้นของการประกอบสร้าง(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/f-16v.html)
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2025 เขาเสริมว่าหนึ่งในรองรัฐมนตรีกลาโหมไต้หวันมีกำหนดการที่จะเดินทางเยือนสหรัฐฯเพื่อร่วม "พิธีเปิดตัว" ของเครื่องบินขับไล่ F-16V ที่สั่งจัดหา ตามข้อมูลจาก Focus Taiwan องค์กรสื่อของรัฐบาลไต้หวัน

ไต้หวันได้สั่งจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 70/72 จำนวน 66เครื่องที่สร้างใหม่ คำสั่งจัดหาได้รับการดำเนินการโดยการอนุมัติของรัฐบาลสหรัฐฯเป็นข้อตกลงวงเงิน $8 billion ในเดือนสิงหาคม 2019(https://aagth1.blogspot.com/2019/08/f-16v.html)
กองทัพอากาศไต้หวันมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16A/B Block 20 จำนวน 141เครื่องที่กำลังได้รับการปรับปรุงเป็นมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ F-16V Block 20 ภายใต้โครงการ Peace Phoenix Rising วงเงิน $3.7 billion ที่เริ่มต้นในปี 2016 โดยได้รับมอบเครื่องในฝูงบินแรกในเดือนพฤศจิกายน 2021 ครับ

วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ไต้หวันรับมอบรถถังหลัก M1A2T Abrams สหรัฐฯชุดแรก 38คันจาก 108คัน

Taiwan receives first batch of M1A2T Abrams tanks







Taiwan's MND has announced the delivery of 38 M1A2T tanks, which resemble the Abrams M1A2 SEPv3. (Taiwan's Ministry of National Defence)



ไต้หวันได้รับมอบรถถังหลัก M1A2T Abrams MBT(Main Battle Tank) ชุดแรกจากสหรัฐฯแล้ว กระทรวงกลาโหมไต้หวันรายงานในช่องทางสื่อสังคม online ทางการของตนเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2024
กระทรวงกลาโหมไต้หวันแสดงชุดภาพของรถถังหลัก M1A2T Abrams กำลังได้รับการตรวจรับและเคลื่อนที่ขึ้นไปบนรถยนต์บรรทุกพ่วงชานต่ำเพื่อทำการขนส่ง อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมไต้หวันไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม

สำนักข่าว Central News Agency(CNA) ของรัฐบาลไต้หวันรายงานว่ารถถังหลัก M1A2T Abrams ชุดแรกจำนวน 38คันจากที่ได้รับการสั่งจัดหาจำนวน 108คัน(https://aagth1.blogspot.com/2018/07/8x8-m1a2.html) 
ได้ถูกส่งมอบให้กับกองบัญชาการการฝึกยานเกราะกองทัพบก(Army Armor Training Command) ของกองทัพบกไต้หวัน(RoCA: Republic of China Army) ที่มีที่ตั้ง Hsinchu ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะไต้หวัน

อ้างอิงจากกระทรวงกลาโหมไต้หวัน สำนักข่าว CNA ไต้หวันรายงานว่า รถถังหลัก M1A2T Abrams เพิ่มเติมจำนวน 42คันจะถูกส่งมอบในปี 2025 และที่เหลืออีกจำนวน 28คันจะมาถึงไต้หวันในปี 2026
ไต้หวันได้สั่งจัดหารถถังหลัก M1A2T จำนวน 108คันในปี 2019 ราคาอยู่ที่วงเงิน $2.22 billion และรวมอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ Block I-92F Stinger จำนวน 250นัด, รถเกราะกู้ซ่อม BAE Systems M88A2 ARV(Armoured Recovery Vehicle) และรถยนต์บรรทุกขนส่งยุทโธปกรณ์หนัก Oshkosh M1070A1

ตามข้อมูลจาก Janes Land Warfare Platforms: Armoured Fighting Vehicles รถถังหลัก M1A2T เป็นรุ่นของรถถังหลักตระกูล M1 Abrams ที่ได้รับการติดตั้งด้วยปืนใหญ่รถถังลำกล้องเรียบขนาด 120mm และเครื่องยนต์ gas-turbine โดยเฉพาะ
รถถังหลัก M1A2T มีความคล้ายคลึงกับมาตรฐาน Abrams System Enhancement Package version 3(SEPv3) และได้รับการออกแบบให้ตรงความต้องการของกองทัพบกไต้หวัน(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/m1a2-abrams-sepv3.html)

รถถังหลัก M1A2T ได้รับการปรับแต่งรูปแบบป้อมปืนใหม่ด้วยการดัดแปลงต่างๆที่ไม่ถูกระบุเพื่อความอยู่รอดของรถ, ระบบไฟฟ้าและหน่วยกำเนิดพลังงานเสริม(APU: Auxiliary Power Unit) ที่ได้รับการดัดแปลง, และเครือข่าย datalink กระสุนใหม่
คุณลักษณะหลักต่างๆของรถถังหลัก M1A2T เป็นเช่นเดียวกับรุ่นรถถังหลัก M1A2 Abrams(https://aagth1.blogspot.com/2024/11/m1a2-abrams-sepv3.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/10/m1a1-abrams-49.html) ตามรายงานของ Janes ก่อนหน้า 

ไต้หวันยังได้ลงนามสัญญากับสถาบันอเมริกาในไต้หวัน(AIT: American Institute in Taiwan) ซึ่งทำหน้าเป็นสถานทูตรัฐบาลสหรัฐฯใน Washington ในนครหลวง Taipei ไต้หวันโดยพฤตินัย สำหรับจัดหาเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS จำนวน 11ระบบพร้อมกระสุนจรวดและระบบที่เกี่ยวข้องในเดือนมิถุนายน 2021 และเพิ่มเติมอีก 18ระบบในเดือนพฤษภาคม 2023 ด้วย
เมื่อถูกนำเข้าประจำการเป็นที่คาดว่ารถถังหลัก M1A2T Abrams ใหม่จะทดแทนรถถังหลักเก่าที่มีอายุการใช้งานมานานของกองทัพบกไต้หวัน รวมถึงรถถังหลัก M60A3 สหรัฐฯ และรถถังหลัก CM11 ที่สร้างในไต้หวันครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/03/m60a3.html)