แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ VN18 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ VN18 แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

Defense & Security 2023: Norinco จีนเสร็จสิ้นการส่งมอบรถถังหลัก VT4 แก่กองทัพบกไทย

Defense & Security 2023: Norinco completes VT-4 deliveries to Thai army







The Royal Thai Army has taken delivery of 60 Norinco VT-4 main battle tanks, a model of which is displayed at the Defense & Security 2023 show in Bangkok. (My Own Photos/Royal Thai Army)

China North Industries Corporation(Norinco) รัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เปิดเผยว่าตนได้เสร็จสิ้นการส่งมอบรถถังหลักแบบ๖๐ VT4 ทั้งหมด ๖๐คันที่ได้รับการสั่งจัดหาสำหรับกองทัพบกไทย(RTA: Royal Thai Army) แล้ว
โฆษกของ Norinco จีนกล่าวกับ Janes ณ งานนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ Defense & Security 2023 ที่อาคาร Challenger Hall 9-12 ศูนย์จัดแสดงสินค้า Impact เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖(2023) ว่า

รถถังหลัก VT4 ชุดสุดท้ายจำนวน ๑๒คันได้ถูกส่งมอบให้กับกองพันทหารม้าที่๖(6th Cavalry Battalion), กรมทหารม้าที่๖(6th Cavalry Regiment), กองพลทหารม้าที่๓(3rd Cavalry Division) ในจังหวัดขอนแก่นภาคอีสานของไทยในเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/VT4-12.html)
กองพันทหารม้าที่๒๑(21st Cavalry Battalion), กองพลทหารราบที่๖(6th Infantry Division) ในจังหวัดร้อยเอ็ดทางภาคอีสานของไทยเช่นกันยังได้รับมอบรถถังหลัก VT4 จำนวน ๕คันในเดือนกันยายน ๒๕๖๖(https://aagth1.blogspot.com/2023/10/vt4.html)

โฆษกของ Norinco ไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับโอกาสความเป็นไปได้สำหรับบริษัทที่จะได้รับการขายรถถังหลัก VT4 เพิ่มเติมแก่ไทย เป็นที่เข้าใจโดย Janes ว่ากองทัพบกไทยจะมีความต้องการจัดหารถถังหลักเพิ่มเติมอย่างน้อย ๑๐๐คัน
เพื่อทดแทนรถถังที่ผลิตโดยสหรัฐฯหลายแบบที่ปลดประจำการไปแล้วหรือมีอายุการใช้งานมานานรวมถึงรถถังเบา M41A3(https://aagth1.blogspot.com/2021/12/m41a3-v-150.html) และรถถังหลัก M60A1/M60A3

โฆษกกล่าวว่า Norinco จีนได้ดำเนินการโครงการการดำรงสภาพและการบำรุงรักษาที่ครอบคลุมสำหรับกำลังหน่วยรถถังหลัก VT4 ของกองทัพบกไทยแล้วแต่ไม่ได้ให้รายละเอียด(https://aagth1.blogspot.com/2021/03/vt4_19.html)
ก่อนหน้านี้ Norinco จีนมีข้อเสนอที่จะจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุง, ซ่อมแก้ และซ่อมใหญ่(MRO: Maintenance, Repair and Overhaul) ยานยนต์ทางทหารระดับภูมิภาคในประเทศไทย แต่ศูนย์ซ่อมบำรุงดังกล่าวนี้ยังไม่ได้ถูกจัดตั้งขึ้น

กองทัพบกไทยได้สั่งจัดหารถถังหลัก VT4 ผ่านการจัดหาหลายระยะตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๙(2016) อย่างไรก็ตามจำนวนของรถถังหลัก VT4 ที่ ๖๐คันตามที่เปิดเผยโดย Norinco นั้นมีการขยายเพิ่มขึ้นมากกว่าที่มีการรายงานก่อนหน้า
การจัดหารถถังหลัก VT4 ระยะที่๑ จำนวน ๒๘คัน เป็นวงเงินราว ๕,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท($141 million) และทำให้ไทยเป็นลูกค้าส่งออกต่างประเทศรายแรกสำหรับรถถังหลัก VT4(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/hard-sell.html)

ความเห็นวิเคราะห์
การจัดหารถถังหลัก VT4 ระยะที่๒ จำนวน ๑๐ คัน พร้อมรถซ่อมบำรุง ๑คัน มีขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๖๐(2017) ระยะที่๓ จำนวน ๑๔คัน ในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) และระยะที่๔ จำนวน ๑๐คัน ในปี พ.ศ.๒๕๖๒(2019) รวมทั้งหมด ๖๒คันได้ถูกรายงานไปก่อนหน้านี้แล้ว
ทำให้ กองพันทหารม้าที่๖ และ กองพันทหารม้าที่๒๑ น่าจะมีรถถังหลัก VT4 ในอัตราจัดกำลังกองพันละราว ๓๐คัน รวมถึงรถสายพานกู้ซ่อมแบบ VS43 ARV(Armoured Recovery Vehicle) ในแต่ละกองพันจำนวน ๑-๒คัน และรถในส่วนฝึกศึกษาของศูนย์การทหารม้า(Cavalry Center) อีกจำนวนหนึ่ง

กองทัพบกไทยยังได้จัดหายานเกราะล้อยาง VN1 8x8 ในรุ่นรถเกราะลำเลียงพล VN1 APC, รถเกราะติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิดหนักขนาด 120mm SM4A, รถเกราะกู้ซ่อม VS27 Recovery Vehicle, รถเกราะที่บังคับการ VE36, รถเกราะพยาบาล VN1 Ambulance 
จาก Norinco จีน ระยะที่๑ ๓๘คัน, ระยะที่๒ ๓๔คัน และระยะที่๓ ๓๙คัน รวมทุกรุ่น ๑๑๑คัน เข้าประจำการใน กองพันทหารม้าที่๑๐(10th Cavalry Battalion), กองพันทหารม้าที่๗(7th Cavalry Battalion) และกองพันทหารม้าที่๑๒(12th Cavalry Battalion) กรมทหารม้าที่๒(2nd Cavalry Regiment) กองพลทหารม้าที่๑(1st Cavalry Division) ทางภาคเหนือของไทยด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2022/05/dti-vn1-8x8.html)

ในการปรับอัตราจัดจากทหารม้าลาดตระเวนเป็นทหารม้าบรรทุกยานเกราะ รถเกราะล้อยาง V-150 4x4 รุ่นติดปืนใหญ่รถถังขนาด 90mm ใน พล.ม.๑ น่าจะถูกแทนที่ด้วยรถเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm แบบ ST-1 8x8 ซึ่งใช้รถแคร่ฐานร่วมกับรถเกราะล้อยาง VN1
Norinco จีนยังส่งมอบยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก(AAV: Amphibious Assault Vessel) แบบ VN16 จำนวน ๓คันแก่นาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) ในปี พ.ศ.๒๕๖๔(2021) ที่ยังมองจะจัดหาระยะที่๒ เพิ่มอีก ๖คันด้วยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/blue-strike-2023-open.html)

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2564

จีนประจำการเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Type 075 ลำแรก LHD-31 Hainan พร้อมเรือพิฆาต Type 055 และเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ Type 094

China Commissions a Type 055 DDG, a Type 075 LHD and a Type 094 SSBN in a Single Day



Type 075 LHD Hainan (31). Note the many Changhe Z-18 helicopters on deck.






From left to right: A Jin-class SSBN, a Type 055 DDG and a Type 075 LHD joining the PLAN fleet on the same day.





น่าจะเป็นครั้งแรกที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ขึ้นระวางประจำการเรือรบหลักสามชั้นสามลำสำหรับกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People’s Liberation Army Navy) ในวันเดียวกัน
คือเรืออู่ยกพลขึ้นบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Type 075(NATO รหัสชั้น Yushen) ลำแรก LHD-31 Hainan, เรือพิฆาตชั้น Type 055(NATO รหัสชั้น Renhai) ลำที่สาม DDG-105 Dalian, และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Type 094(NATO รหัสชั้น Jin) Long March 18 หมายเลข 421

พิธีขึ้นระวางประจำการเรือใหม่ทั้งสามลำมีขึ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2021 ณ ฐานทัพเรือใน Sanya เกาะ Hainan โดยมีประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน Xi Jinping เป็นประธาน
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เรือที่เข้าประจำการในวันเดียวกันมีระวางขับน้ำรวมกันมากกว่า 70,000 tonnes ตรงกับการครบรอบการก่อตั้งกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนปีที่72

เรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์(LHD: Landing Helicopter Dock) ชั้น Type 075 ลำแรก LHD-31 Hainan ถูกปล่อยลงน้ำเมื่อเดือนกันยายน 2019(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/type-075-lhd.html)
และเริ่มต้นการทดลองเรือในทะเลในเดือนสิงหาคม 2020(https://aagth1.blogspot.com/2020/08/type-075-lhd.html) อู่เรือ Hudong Zhonghua ในมหานคร Shanghai ได้ปล่อยเรือ LHD ชั้น Type 075 แล้ว 2ลำ

โดยเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Type 075 ลำที่สองถูกปล่อยลงน้ำในเดือนเมษายน 2020 และเริ่มต้นการทดลองเรือในทะเลในเดือนธันวาคม 2020
เรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Type 075 ลำที่สามถูกปล่อยลงน้ำในเดือนมกราคม 2021 นี้ นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าจีนสามารถปล่อยเรือชั้น Type 075 LHD ลงน้ำได้ที่อัตรา 1ลำทุกๆ 6เดือน

กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนระบุว่าได้เริ่มงานพัฒนาเรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Type 075 ในปี 2011 โดยถูกเรียกว่าโครงการเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ที่มีระวางขับน้ำมากว่า 30,000 tonnes
น่าจะมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเป้าที่การเพิ่มขีดความสามารถการยกพลขึ้นบกจู่โจม "ทางดิ่ง" ต่อพื้นที่ที่เป็นภูเขาจำนวนมากทางชายฝั่งตะวันออกของเกาะ Taiwan ในแนวคิด

เรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Type 075 LHD คาดว่าจะมีระวางขับน้ำที่ราว 36,000 tonnes สามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้ 28เครื่อง ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 16PC2-6B กำลัง 12,000kW
ระบบป้องกันระยะประชิด(CIWS: Close-In Weapon System) ปืนใหญ่กลสิบเอ็ดลำกล้องหมุน H/PJ-11 ขนาด 30mm สองแท่น, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้ HQ-10 สองแท่น

เรืออู่ยกพลขึ้นบกบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ชั้น Type 075 ลำแรกถูกสร้างเป็นไปตามกำหนดเวลา(นี่กลายเป็นบรรทัดฐานในปัจจุบันสำหรับการต่อเรือของจีนที่รวดเร็วมากที่หาผู้ใดเทียบได้)
Type 075 จำนวนรวม 8ลำถูกกล่าวว่าได้รับการสั่งจัดหาสำหรับกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน ขณะทีมีข่าวลือว่าเรือรุ่นขนาดใหญ่กว่าได้รับการวางแผนแล้ว(อาจจะชื่อชั้น Type 076)

เรือพิฆาต DDG-105 Dalian เป็นเรือพิฆาตชั้น Type 055 ลำที่สามของชั้น โดยเรือลำแรกของชั้นเรือพิฆาต DDG-101 Nanchang เข้าประจำการเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2020(https://aagth1.blogspot.com/2020/01/type-055-ddg-101-nanchang.html)
ขณะที่เรือพิฆาตชั้น Type 055 ลำที่สองเรือพิฆาต DDG-102 Lasa(หรือสะกดได้อีกว่า Lhasa) เข้าประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนเมื่อเดือนมีนาคม 2021

เรือพิฆาตชั้น Type 055 เป็นเรือรบผิวน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างในโลก โดยมีความยาวเรือ 180m, กว้าง 20m และกินน้ำลึก 6.6m มีระวางขับน้ำเต็มที่ราว 13,000 tonnes
เปรียบเทียบกับเรือลาดตระเวนชั้น Ticonderoga และเรือพิฆาตชั้น Arleigh Burke Flight III ของกองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ที่มีระวางขับน้ำราว 9,800 tonnes และเรือพิฆาตชั้น Type 45 กองทัพเรือสหราชอาณาจักร(RN: Royal Navy) ที่มีระวางขับน้ำราว 8,500 tonnes
กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนกำหนดแบบเรือพิฆาตชั้น Type 055 ของตนเป็น "เรือพิฆาตชั้น 10,000 tonnes" ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯได้เรียกเรือชั้นนี้ของจีนเป็น "เรือลาดตระเวน" ตั้งแต่ปี 2017

เรือพิฆาต DDG-101 Nanchang ลำแรกของชั้่นถูกปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2017 ที่อู่เรือ Jiangnan Changxing ในมหานคร Shanghai เรือพิฆาต DDG-102 Lasa ลำที่สองของชั้นถูกปล่อยลงน้ำในเดือนเมษายน 2018 ที่อู่เรือเดียวกัน
เรือพิฆาต DDG-105 Dalian ลำที่สามของชั้นถูกปล่อยลงน้ำที่อู่เรือ Dalian ในมณฑล Liaoning พร้อมกับเรือลำที่4 ในเดือนกรกฎาคม 2018, อีก 2ลำถูกปล่อยลงน้ำที่อู่เรือ Jiangnan และอู่เรือ Dalian ในเดือนกันยายน 2019 และธันวาคม 2019 ตามลำดับ
เรืออีก 2ลำถูกปล่อยลงน้ำในปี 2020 โดยลำล่าสุดถูกปล่อลงน้ำที่อู่เรือ Dalian ในเดือนสิงหาคม 2020 รวมมีเรือพิฆาตชั้น Type 055 ถูกสร้างปล่อยลงน้ำแล้วรวม 8ลำ

ระบบอาวุธปัจจุบันของเรือพิฆาตชั้น Type 055 รวมถึง ปืนเรือ H/PJ-38 ขนาด 130mm, แท่นยิงแนวดิ่ง VLS(Vertical Launch System) 112ท่อยิง, แท่นยิง Torpedo เบาปราบเรือดำน้ำ Yu-7 ขนาด 324mm
ระบบป้องกันระยะประชิดปืนใหญ่กลสิบเอ็ดลำกล้องหมุน H/PJ-11 30mm, อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยใกล้ HQ-10 แท่นยิง 24นัด และแท่นยิงเป้าลวงแบบต่างๆ

แท่นยิง VLS บนเรือพิฆาตชั้น Type 055 บนเรือถูกแบ่งเป็นชุด 64ท่อยิงที่ส่วนหน้าของเรือ และชุด 48ท่อยิงที่ส่วนท้ายของเรือหน้าโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ท้ายเรือซึ่งรองรับ ฮ.ได้ 2เครื่อง
แท่นยิง VLS เป็นแบบเดียวกับที่ติดในเรือพิฆาตชั้น Type 052D ที่รองรับการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีแบบ hot launch และ cold launch ด้วยแนวคิดแท่นยิงชุดบรรจุ Concentric Canister Launcher(CCL) 

กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนวางแผนที่จะติดตั้งเรือพิฆาตชั้น Type 055 ชุดแรกเพียงไม่กี่ลำด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ HHQ-9B ระยะยิง 200km อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ YJ-18A, 
อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศพิสัยกลางใหม่ และอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนโจมตีภาคพื้นดินใหม่ ในทางปฏิบัติระบบเหล่านี้ถูกพบติดตั้งกับเรือพิฆาตชั้น Type 052D แล้ว เรือพิฆาตชั้น Type 055 ยังน่าจะติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือดำน้ำ Yu-8A ใหม่ด้วย

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ(SSBN) ชั้น Type 094(ยังรู้จักในชื่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น ) ชื่อ Changzheng 18 (Long March 18) หมายเลขเรือ 421 น่าจะเป็นเรือลำที่6 หรือลำที่7 ของชั้นที่ประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน
เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Type 094 ควายาวเรือ 135m ลำแรกถูกนำเข้าประจำการในปี 2007 ติดตั้งขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ(SLBM: Submarine-Launched Ballistic Missile) แบบ JL-2 12นัด มีพิสัยยิงไกล 7,400km ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/04/type-094.html)

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๖๓-๖

Royal Thai Air Force's Dornier Alpha Jet A 231st Squadron, Wing 23 Udorn Thani.(Unknow Photo Source)

Royal Thai Air Force's Fairchild AU-23A Peacemaker 501st Squadron, Wing 5.(https://www.facebook.com/groups/441463545871708/permalink/4207262125958479/)

Royal Thai Air Force's Pilatus PC-9 Flying Training School Kamphaeng Saen, Nakhon Pathom province.(https://www.facebook.com/people/Krit-Surisukh/100004264301835)

Royal Thai Air Force's Aero Vodochody L-39ZA/ART Albatros 411th Squadron, Wing 41 Chiang Mai.(Unknow Photo Source)

Thailand is preparing to set up its first defence industry estate, with the aim to support local programmes such as the upgrade of Royal Thai Air Force Northrop F-5 fighter aircraft (pictured).(Thanawat Wongsaprom)

 

Clip: Royal Thai Air Force, Smart Air Force with Purchase and Development Technology.
Navaminda Kasatriyadhiraj Royal Thai Air Force Academy (NKRAFA) developing education and research defense weapons and equipments.
การพัฒนาระบบการศึกษาและการวิจัยยุทโธปกรณ์ของโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ New S-CURVE 11 เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรฐกิจ เป็นการค้นคว้าวิจัย เเละพัฒนาระบบโดยใช้บุคลากรจากในประเทศ เพื่อลดการพึงพาจากต่างประเทศ เเละยิ่งไปกว่านั้น การพัฒนาระบบการศึกษา พัฒนาคน เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายหรือ New S-CURVE 12

วิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ที่กองทัพอากาศไทยได้เผยแพร่ทางสื่อสังคม Online ของตนเมื่อต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓(2020) ได้เเปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการพัฒนา, ปรับปรุงความทันสมัย และจัดหาตามนโยบายจัดหาและพัฒนา Purchase and Development หลายโครงการ
นอกจากโครงการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๘ข/ค F-5E/F ฝูงบิน๒๑๑ กองบิน๒๑ อุบลราชธานีเป็นมาตรฐาน F-5TH Super Tigris และโครงการพัฒนาอากาศยานรบไร้คนขับ RTAF U1-M แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/f-5th-super-tigris-rtaf-u1-m-singapore.html)
ยังรวมถึงการปรับปรุงเครื่องบินโจมตี บ.จ.๗ Alpha Jet ฝูงบิน๒๓๑ กองบิน๒๓ อุดรธานี ๑๔เครื่อง และเครื่องบินโจมตีและธุรการ บ.จธ.๒ AU-23A ฝูงบิน๕๐๑ กองบิน๕ ประจวบคีรีขันธ์ ๑๔เครื่องด้วยระบบ Avionic ห้องนักบิน Glass Cockpit และ Datalink Link-T โดยบริษัท อาร์ RV Connex ไทย

ตามแผนสมุดปกขาว RTAF White Paper 2020(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/2020.html) ในปี ๒๕๖๓ นี้กองทัพอากาศจะเริ่มต้นโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกใหม่ ๑๒ เครื่องทดแทน บ.ฝ.๑๙ Pilatus PC-9 โรงเรียนการบินกำแพงแสนที่จะปลดประจำการในปี พ.ศ.๒๕๖๖(2023)
โดยมีสามบริษัทคือ บริษัท Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลีที่น่าจะเสนอเครื่องบินฝึก KT-1, บริษัท Pilatus Aircraft สวิตเซอร์แลนด์ที่น่าจะเสนอเครื่องบินฝึก PC-21 และบริษัท Textron Aviation Defense สหรัฐฯที่จะเสนอเครื่องบินฝึก Beechcraft T-6C Texan II
นอกจากที่จะต้องสนับสนุนการผลิตอากาศยานในไทยแล้ว เครื่องบินฝึกใหม่ยังจะต้องมีความเข้ากันได้ Common Fleet กับโครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีเบาใหม่ ๑๒เครื่องทดแทนเครื่องบินขับไล่และฝึก บ.ขฝ.๑ Aero Vodochody L-39ZA/ART Albatros ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ เชียงใหม่ ด้วยครับ

Thailand’s CHO THAVEE PLC (CTV CHO) and Defence Technology Institute (DTI) and Bangkok Dock have teamed up to offer the Philippines a 90 m offshore patrol vessel (OPV), with a design similar to the Royal Thai Navy’s HTMS Krabi.


Austal Philippine Navy OPV, a design delivering the required capability and flexibility to meet future operational needs of the Philippine Navy.

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาระบบบริหารโครงการต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง 
ระหว่าง พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และ คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) 
เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบบริหารโครงการต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง จำนวน 6 ลำ ของกองทัพเรือประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อน 1 ใน 8 โครงการนำร่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในปี 2563 
โดยมีพลเรือตรี เอก สารสาส กรรมการผู้จัดการบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี ณ ห้องประชุม สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เมื่อวันที่ 26 พ.ค.63

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือล่าสุดระหว่างสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สทป.(DTI: Defence Technology Institute) กับ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน)(CHO THAVEE PLC) ในการเสนอ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงกระบี่ แก่กองทัพเรือฟิลิปปินส์(PN: Philippine Navy) 
เป็นคืบหน้าล่าสุดหลังจากที่ DTI ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด(Bangkok Dock) ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๓(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/bangkok-dock-dti-opv.html) ที่เป็นการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงของไทย
แต่อย่างไรก็ตามโครงการจัดหาเรือ ตกก.ใหม่จำนวน ๖ลำของกองทัพเรือฟิลิปปินส์ แบบเรือ BAE Systems 90m OPV สหราชอาณาจักที่ไทยจะเสนอจะต้องแข่งกับแบบเรือของบริษัท Austal ออสเตรเลีย ที่มีประสบการณ์ในตลาดการสร้างเรือมากกว่าและถูกคาดว่าจะเป็นผู้ชนะโครงการครับ

The example of interchangeable barrel bullpup bolt-action sniper rifle in chambers .375 Cheyenne Tactical and .50 BMG cartridges include Desert Tech HTI (Hard Target Interdiction).
Naval Ordnance Department, Royal Thai Navy announced to acquire 15 interchangeable barrel .375 CheyTac and .50 BMG sniper rifles for RTN's Naval Special Warfare Command, Royal Thai Fleet.

โครงการจัดซื้อปืนซุ่มยิงแบบเปลี่ยนลำกล้อง ขนาด .375 Cheyenne Tactical(9.5x77mm) และขนาด .50 BMG(12.7x99mm) ในกระบอกเดียวกัน จำนวน ๑๕กระบอก สำหรับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ นสร.กร. โดย กรมสรรพาวุธทหารเรือ นั้น
เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาขีดความสามารถการปฏิบัติภารกิจการซุ่มยิงกับเป้าหมายบุคคลระยะใกล้ถึงเป้าหมายวัตถุระยะไกล และเตรียมกำลังสำหรับการปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ รวมทั้งปฏิบัติภารกิจในด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของกองทัพเรือ (หน่วยปฎิบัติการพิเศษกองทัพเรือ นปพ.ทร)
ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการจัดหาตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอน มีการเปิดเผยข้อมูลและโปร่งใส เพื่อจะได้ปืนซุ่มยิงสมรรถนะสูงที่มีคุณสมบัติตรงความความต้องการของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ(Royal Thai Navy SEALs)  มีปืนซุ่มยิงหลายแบบใช้งานในแต่ละภารกิจครับ

Chaiseri was displayed upgraded RTMC's AAVP7A1 at Defense and Security Thailand 2019.(My Own Photo)

NORINCO was displayed model of its wide range products include VN16 tracked amphibious assault vehicle and VN18 tracked infantry fighting vehicle at Defense and Security 2019 exibition in Thailand.(My Own Photo)

People's Liberation Army Navy Marine Corps's ZTD-05 amphibious light tank during exercise Blue Strike 2016 with Royal Thai Marine Corps, Royal Thau Navy in Thailand.



ทร.จะซื้อยานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบกจากจีน? ....มีข่าวเล็ดลอดมาว่ากองทัพเรือไทยจะได้รับงบประมาณราว 405 ล้านบาท เพื่อจัดหายานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก 3 คัน ในเร็วๆนี้ 
ได้มีการคาดหมายว่าจะเป็นงป.สำหรับการจัดหายานเกราะสายพานสะเทินน้ำสะเทินบกจากจีน ในตระกูล Type 05 ซึ่งเป็นรถเกราะสะเทินน้ำสะเทินบกจู่โจมติดปืนใหญ่ขนาด 105 มม. ZTD 05A และ รถเกราะสะเทินน้ำสะเทินบกรุ่นลำเลียงพลติดปืนกลอัตโนมัติขนาด 30 มม. ZBD 05 
ซึ่งทร.ให้ความสนใจมานานแล้ว อีกทั้งยังได้เห็นสมรรถนะและขีดความสามารถในการฝึก Blue Strike ในการฝึกกับทร.ไทยในปี 2559 และเป็นที่น่าสังเกตว่าในการฝึกทร.ในแต่ละปีจะมีรูปและข้อมูลของรถรุ่นนี้แสดงให้เห็นตลอดมา ...
ยังมีการคาดหมายว่าทร.จะจัดหา ZTD 05 ที่เปรียบเสมือนรถถังเบา มาทดแทนรถถัง แบบ 69-II ที่ปลดประจำการไปแล้ว และยังสามารถบรรทุกไปกับเรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Type 071 ที่สั่งต่อใหม่จากจีน เช่นเดียวกับ ZBD 05 สำหรับทหารนาวิกโยธิน 
โดยรถทั้ง 2 รุ่นนี้มีความเร็วในน้ำถึง 25 กม./ชม. ซึ่งนับว่าเร็วมาก สามารถปล่อยออกจากเรือยกพลขึ้นบกที่ลอยลำอยู่ในทะเลได้เป็นอย่างดี ...หรือว่าเรื่องนี้จะเป็นจริง ? 
แต่ถ้าดูงป. ก้อนนี้แล้วราคาจะพอๆกับยานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบกล้อยางแบบ R 600 8X8 ที่สร้างโดยบริษัทพนัส แอสเซมบลีย์จำกัด ถ้ามีการจัดหารถประเภทนี้จริงๆ น่าจะเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันระหว่างรถของต่างประเทศกับรถที่สร้างในประเทศ น่าจะดีไม่น้อย 
นอกจากนี้ยังมีรถ AAV-7A1 ซึ่งเป็นรถมือสองจากสหรัฐฯแล้วนำมาปรับปรุงใหม่ให้ได้พิจารณาอีกด้วย ...Photo Sompong Nondhasa

ตามที่ Website ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรมบัญชีกลาง มีการประกาศถึงโครงการซื้อยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ระยะที่๑ จำนวน ๓คัน โดย สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ กองทัพเรือไทย วงเงิน ๔๐๕,๐๐๐,๐๐๐บาท($13,064,516) ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓ นั้น
เป็นที่เข้าใจว่ายานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก(AAV: Amphibious Assault Vessel) จะถูกนำเข้าประจำการใน กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน ที่มีรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 ประจำการอยู่แล้วราว ๒๔คัน ซึ่งมี ๓คันที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทย
อย่างไรก็ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ๒๕๖๓ ที่ต้องการยาน AAV รวม ๖คัน ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดใดๆว่าจะเป็นการจัดหารถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 สหรัฐฯ หรือ KAAV สาธารณเกาหลี เสริมรถเดิม หรือเป็นยานเกราะสายพานสะเทินน้ำสะเทินบกจู่โจม VN16 จีนที่มีการคาดเดากัน

การพัฒนากองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการเพื่อสนับสนุนหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินของกองทัพเรือไทยยังรวมถึงโครงการจัดหาเรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Type 071E (LPD: Landing Platform Dock) ที่สมาคมจัดชั้นเรือ Lloyd's Register(LR) จะให้บริการการรับประกันและรับรอง
โดยสมาคมจัดชั้นเรือ Lloyd's Register สหราชอาณาจักรนั้นมีประวัติการก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1760 ตั้งแต่สมัยเรือใบ มีความน่าเชื่อถือได้รับการยอมรับในวงการทางเรือระดับโลกรวมถึงกองทัพเรือไทย(https://aagth1.blogspot.com/2020/06/lloyds-register-type-071e-lpd.html)
ซึ่งในนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ๒๕๖๓ ยังระบุถึงแผนการจัดหายานเบาะอากาศ(LCAC: Landing Craft Air Cushion) ๒ลำหรือยาน AAV ๖ยาน ที่ตามคุณสมบัติเรืออู่ยกพลขึ้นบก Type 071E รองรับยานเบาะอากาศ LCAC ในอู่ลอย(well-deck) ๔ลำด้วยครับ







Two of new three Sikorsky UH-60A Black Hawk (Refurbished) 9th Aviation Battalion, Aviation Regiment, Army Aviation Center, Royal Thai Army during exercise Lightning Forge 2020 in Thailand.



ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมากองทัพบกไทยได้มีการเผยแพร่ภาพของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ ฮ.ท.๖๐ Sikorsky UH-60A Black Hawk(Refurbished) กองพันบินที่๙ กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก ถูกแนะนำให้กำลังพลของกองทัพรับชมและเข้าร่วมสนับสนุนการฝึก Lightning Forge 2020
โดย ฮ.ท.๖๐ UH-60A หมายเลข 3451, 3688 และ 3740 เป็น ๓เครื่องที่ได้รับการปรับปรุงระบบเครื่องวัดที่มีการติดตั้งตามมาตรฐานกองทัพบกสหรัฐฯ(US Army) แล้ว ซึ่งจัดหามาตามโครงการแลกเปลี่ยนซากเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ ฮ.ล.๔๗ Boeing CH-47D Chinook จำนวน ๖เครื่อง
ฮ.ท.๖๐ UH-60A ในสีเขียวมะกอกอ่อนที่ยังไม่ได้ทำการเขียนอักษรหน่วยบินที่สังกัด น่าจะถูกนำมาเสริม ฮ.ท.๖๐ Sikorsky UH-60L จำนวน ๙เครื่อง และ ฮ.ท.๖๐ Sikorsky UH-60M จำนวน ๓เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องสร้างใหม่จากโรงงานรวม ๑๒เครื่อง รวมเป็น ๑๕เครื่องใน กองพันบินที่๙ ครับ





Royal Thai Army's M41A3 light tanks include from 9th Cavalry Battalion, 4th Infantry Division transport to reserved at RTA Cavalry Center for decommissioning plan.

ตามแผนการปรับโครงสร้างกำลังเหล่าทหารม้ากองทัพบกไทยล่าสุด ในช่วงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ได้มีการพบเห็นการเคลื่อนย้ายรถถังเบา M41A3 ที่ส่วนหนึ่งมาจาก กองพันทหารม้าที่๙ กองพลทหารราบที่๔ ทางรถไฟ และรถบรรทุกพ่วงชานต่ำบนถนน
เป็นไปตามแผนก่อนหน้าที่ ม.พัน.๙ จะได้รับมอบรถถังเบา ถ.เบา.๓๒ Stingray จากกองพันทหารม้าที่๖ กรมทหารม้าที่๖ กองพลทหารม้าที่๓ โดย ม.พัน.๖ กำลังได้รับมอบรถถังหลัก VT4 ขณะที่ กองพันทหารม้าที่๒๑ ม.๖ พล.ม.๓ กำลังได้รับมอบ ถ.หลัก VT4 แทนรถถังหลัก M48A5 เช่นกัน
ซึง กองพันทหารม้าที่๘ กรมทหารม้าที่๗ พล.ม.๓ ก็ได้รับมอบ ถ.หลัก M48A5 จาก กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ได้รับรถถังหลัก Oplot-T แทน ถ.เบา M41A3 ครบไปแล้วในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) เช่นกัน 

ทำให้เหลือ กองพันทหารม้าที่๑๖ กองพลทหารราบที่๕ ที่จะรับมอบ M48A5 จาก ม.พัน.๒๑ แทนที่ ถ.เบา M41A3 เป็นกองพันทหารม้ารถถังหน่วยสุดท้ายที่จะใช้งานรถถังเบา M41A3 ที่ประจำการมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๕(1962) รุ่นนี้(M41A3 ส่วนหนึ่งจาก ม.พัน.๙ จะโอนย้ายไปรวมที่ ม.พัน.๑๖)
โดย ถ.เบา M41A3 ส่วนหนึ่งได้ถูกนำมาเก็บสำรองสงครามไว้ที่ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร สระบุรี และ กองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ตามแผนการปลดประจำการที่จะมีในอนาคตอันใกล้ 
แต่อย่างไรก็ตามแผนการจัดหารถถังหลักใหม่ทดแทน ถ.เบา M41A3 จำนวน ๒๐๐คัน เช่นการจัดหารถถังหลัก VT4(https://aagth1.blogspot.com/2018/12/vt4.html) จะไม่ได้เป็นการแทนที่แบบ 1:1 เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณโดยเฉพาะการตัด งป.กลาโหมจาก COVID-19 ครับ




Royal Thai Army's Cadillac Gage V-100 Commando 4x4 armored car fitted new Kongsberg PROTECTOR Dual Remote Weapons Station (RWS) with M2 .50 caliber (12.7x99mm) heavy machine gun and FN MAG 7.62x51mm machine gun
trials live firing at Royal Thai Army Artillery Center Range involved by 1st Ammunition Depot, Ordnance Ammunition Depot Division, Ordnance Department, RTA and Defence Technology Institute (DTI).

การทดลองติดตั้งป้อมปืนอัตโนมัติ Protector Remote Weapon Station บนรถเกราะ V-100 แล้วดำเนินการทดสอบยิงอาวุธกลด้วยกระสุนจริง การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามกรอบระยะเวลา ตามที่ กองทัพบกกำหนด 
เกิดจากความสามัคคี ร่วมแรง ร่วมใจ เสียสละ ทุ่มเทของกำลังพล คลังแสง 1ฯ ทุกท่าน ขอเป็นกำลังใจให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนะครับ

จากวีดิทัศน์ประสัมพันธ์การทดลองติดตั้งป้อมปืนอัตโนมัติแบบ Kongsberg PROTECTOR Dual Remote Weapons Station (RWS) นอร์เวย์ บนรถเกราะล้อยาง Cadillac Gage V-100 Commando 4x4 กองทัพไทย
ที่มีการทดสอบการยิงปืนกล ปก.๓๘ FN MAG ขนาด 7.62mm ,ปืนกลหนัก ปก.๙๓ M2 .50cal(12.7x99) และเครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ STK 40 AGL ขนาด 40x53mm ณ สนามยิงปืนใหญ่ เขาพุโลน ศูนย์การทหารปืนใหญ่ลพบุรี ช่วงวันที่ ๒๒-๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๓
ดำเนินการโดย คลังแสงที่๑ กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สทป. DTI มีส่วนร่วมในโครงการด้วย การติดตั้ง ประกอบ และทดสอบยิงโดยคนไทยภายในไทยจะสร้างความชำนาญและนำไปประเมินค่าเพื่อไปติดตั้งกับยานเกราะล้อยาน Stryker ต่อไปครับ

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563

นาวิกโยธินไทยจะจัดหายานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ๓คัน

NORINCO was displayed model of its wide range products include VN16 tracked amphibious assault vehicle and VN18 tracked infantry fighting vehicle at Defense and Security 2019 exibition in Thailand.(My Own Photo)


NORINCO has showcased Model of VN18 Tracked Amphibious Infantry Fighting Vehicle and VN16 Tracked Amphibious Assault Vehicle to offer Royal Thai Marine Corps, Royal Thai Navy at Defense and Security Thailand 2017.(My Own Photos)

Chaiseri was displayed upgraded RTMC's AAVP7A1 at Defense and Security Thailand 2019.(My Own Photo)

Royal Thai Navy to buy three Amphibious Assault Vehicles
ZTD-05, also named VN-16 in the export version (Picture source: Chinese MoD)

ตามข้อมูลจาก Defense Studies กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) โดย สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ(Naval Acquisition Management Office) จะได้รับงบประมาณ ๔๐๕,๐๐๐,๐๐๐บาท($13,064,516) ที่คาดว่าจะประกาศการจัดจัดจ้างในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓(2020)
สำหรับโครงการซื้อยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ระยะที่๑ ซึ่งจากข้อมูลที่เผยแพร่ใน Website ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ก่อนการแก้ไขเมื่อ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ ระบุว่าเป็นการจัดซื้อยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ระยะที่๑ จำนวน ๓คัน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกดังกล่าวไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นยานเกราะแบบใด แต่เป็นที่คาดว่าจะเป็นยานเกราะสายพานสะเทินน้ำสะเทินบกจู่โจม VN16 หรือรถรบทหารราบสะเทินน้ำสะเทินบกสายพาน VN18 ที่ผลิตโดย NORINCO รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตอาวุธของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ตามที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน(RTMC: Royal Thai Marine Corps) กองทัพเรือไทยแสดงความสนใจโดยมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปชมที่จีนมาแล้ว เช่นเดียวกับที่จีนจะสร้างเรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Type 071 LPD รุ่นส่งออกให้ไทยด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/type-071e-lpd.html)

ZTD-05 หรือในชื่อส่งออกว่า VN16 เป็นรถถังเบาสะเทินน้ำสะเทินบกที่ออกแบบและผลิตโดย NORINCO จีนสำหรับนาวิกโยธินกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAMC: People's Liberation Army Navy Marine Corps) โดยเฉพาะ
ซึ่งจีนได้ส่งออกรถถังเบาสะเทินน้ำสะเทินบก VN16 ให้กับนาวิกโยธินเวเนซุเอลา(Venezuelan Bolivarian Marine Corps) รวมกับ VN18 ซึ่งเป็นรุ่นส่งออกของรถรบทหารราบสะเทินน้ำสะเทินบก ZBD-05 ที่นาวิกโยธินจีนมีใช้งาน

รถถังเบาสะเทินน้ำสะเทินบก ZTD-05 ติดตั้งป้อมปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm พร้อมปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62mm และปืนกลหนักขนาด 12.7mm ที่หลังคาป้อมปืน 
ขณะที่รถรบทหารราบสะเทินน้ำสะเทินบก ZBD-05 ติดตั้งป้อมปืนใหญ่กลขนาด 30mm พร้อมปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62mm และอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง HJ-73C ที่ข้างป้อมปืนแต่ละด้านรวมสองนัด

ยานเกราะสายพานสะเทินน้ำสะเทินบกตระกูล Type 05 จีนเป็นรถสะเทินน้ำสะเทินบกขนาดกลางที่มีความเร็วขณะเคลื่อนที่ในน้ำสูงสุดถึง 45km/h และเป็นรถสะเทินน้ำสะเทินบกที่ก้าวหน้ามากที่สุดที่จีนออกแบบ
มีรายงานว่าจีนได้รับความช่วยเหลือจากสำนักออกแบบ Tula KBP รัสเซียโดยใช้ห้องการรบของรถรบทหารราบ BMP-3 เป็นจุดเริ่มต้น โรงงานสร้างเครื่องจักร Kurgan รัสเซียยังมีส่วนร่วมในการพัฒนารถทั้งหมดเช่นเดียวกับการเปิดสายการผลิตจำนวนมาก

ตัวเลือกอื่นยังรวมถึงรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1(Assault Amphibious Vehicle) สหรัฐฯที่พร้อมขายในรูปแบบนำรถมือสองที่เก็บสำรองไว้มาคืนสภาพใหม่(refurbished) ในราคาที่ได้เปรียบ เช่นที่ส่งออกให้ไต้หวัน(https://aagth1.blogspot.com/2018/06/bae-systems-aav7a1-36.html)
หรือรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV(Korean Amphibious Assault Vehicle) สาธารณรัฐเกาหลี เช่นที่ส่งออกให้ฟิลิปปินส์(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/kaav-ssv-tarlac.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/05/kaav-aw159.html)

กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibious Vehicle Battalion, Royal Thai Marine Corps Division) กองทัพเรือไทยมีรถสะเทินน้ำสะเทินบก AAV7A1 ประจำการอยู่แล้วราว ๒๔คัน
โดยมี ๓คันที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยโดยบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ประเทศไทยครับ(https://aagth1.blogspot.com/2020/02/blog-post_26.html, https://aagth1.blogspot.com/2019/09/aav7a1-chaiseri.html)