Safran and Thai Aviation Industries sign helicopter engine accord
Safran Helicopter Engines (Safran HE) has signed an agreement with Thai Aviation Industries (TAI) to support powerplants fitted onto helicopters operated by the Royal Thai Armed Forces.
http://www.janes.com/article/71608/safran-and-thai-aviation-industries-sign-helicopter-engine-accord
Airbus Helicopters EC725(H225M) 203 Squadron, Wing2, Royal Thai Air Force
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1081517148565858.1073742484.243966748987573
https://www.facebook.com/wing2RTAF/
Airbus Helicopters H145M Royal Thai Navy commissioning ceremony and Search and Rescue(SAR) demonstration, 10 November 2016
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=330149777357287&set=gm.1433634846654568
https://www.facebook.com/krit.swangnet
Airbus Helicopters H145(EC145 T2) 41st Aviation Battalion, Aviation Regiment, Army Aviation Center, Royal Thai Army
https://www.facebook.com/GeneralSupportAviationBattalion/videos/1330487587028649/
Royal Thai Police Aviation Division AS365 N3+ Dauphin Search and Rescue Helicopter
บริษัท Safran Helicopter Engines(Safran HE หรือ Turbomeca เดิม) ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับ บริษัทอุตสาหกรรมการบิน(TAI: Thai Aviation Industries) ไทยในการสนับสนุนเครื่องยนต์ที่ติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์ที่ประจำการในกองทัพไทย
ภายใต้บันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) ที่ลงนามเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายนที่ฝ่ายมาในงานแสดงการบิน Paris Air Show 2017 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๙-๒๕ มิถุนายนที่ฝรั่งเศส
ทั้งสองบริษัทจะร่วมงานกันในการให้บริการแบบGSP(Global Support Package)เพื่อการบำรุงรักษา, ซ่อมแซม และยกเครื่องใหม่ต่อระบบเฮลิคอปเตอร์ของบริษัท Airbus Helicopters ที่ใช้งานโดยกองทัพไทยและหน่วยงานของรัฐบาลไทยอื่นๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย
รูปแบบความร่วมมือในบันทึกความเข้าใจมีในการส่งมอบสายการบำรุงรักษาเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์, โรงซ่อม, การจัดการคลังวัสดุ และการสนับสนุนทางเทคนิค เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องยนต์ของ Safran HE จะมีความพร้อมใช้งานได้ในไทย
ปัจจุบันกองทัพไทยทั้งสามเหล่าทัพมีการจัดหาเฮลิคอปเตอร์จาก Airbus Helicopters ซึ่งใช้เครื่องยนต์ของ Safran HE เป็นจำนวนมากหลายแบบ เช่น
กองทัพบกไทยมี เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวน/ติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๕๕๐ AS550 C3(H125M), เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๗๒ UH-72A Lakota และ ฮ.ท.๑๔๕ EC145 T2(H145) ที่ใช้เครื่องยนต์ Turboshaft แบบ Arriel,
กองทัพเรือไทยมี เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง ฮ.ลล.๖ H145M(EC645 T2) และกองทัพอากาศไทยมี เฮลิคอปเตอร์แบบ๑๑ ฮ.๑๑ EC725(H225M) ที่ใช้เครื่องยนต์ Turboshaft แบบ Makila 2A1
รวมถึง กองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยมี เฮลิคอปเตอร์ค้นหาและช่วยชีวิต AS365 N3+ Dauphin และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป EC155B-1(H155) ที่ใช้ ย.Turboshaft แบบ Arriel เป็นต้นครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ EC145 T2 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ EC145 T2 แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560
Safran ฝรั่งเศสและบริษัทอุตสาหกรรมการบิน TAI ไทยลงนามข้อตกลงเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพไทย
ป้ายกำกับ:
AS365,
AS550 C3,
EC145 T2,
EC645 T2,
EC725,
H145,
H155,
H225M,
Military Industry of France,
Military Industry of Thailand,
Royal Thai Air Force,
Royal Thai Army,
Royal Thai Navy,
Royal Thai Police,
UH-72A
วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๕๘-๑
ครั้งนี้จะมานำเสนอความคืบหน้าของโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ต่างๆของแต่ละเหล่าทัพเป็นบางส่วนหลังจากที่เคยนำเสนอไปแล้วเมื่อเดือนมกราคมครับ
โครงการจัดหารถถังหลัก Oplot จากยูเครนซึ่งมีการเผยแพร่ภาพการทดสอบรถถังชุดใหม่ ๕คันที่สนามทดสอบที่ Kharkiv ไปแล้วก่อนหน้านี้
โดยทาง UKROBORONPROM ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการส่งออกยุทโธปกรณ์ของยูเครน ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถถังหลัก Oplot ให้ไทยล่าสุดตามนี้
UKROBORONPROM CAN REARM THE ARMY OWNING TO EXPORT
http://www.ukroboronprom.com.ua/en/newsview/1/631
ใจความสำคัญของข่าวของคือ รถถังหลัก Oplot จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการส่งออกเป็นหลักไม่ได้สร้างเพื่อนำไปใช้เอง
โดยราคาต่อคันที่ $4.9 million นั้นยูเครนจะสามารถนำไปต่อยอดในการปรับปรุงรถถังหลัก T-64 และ T-72 ของกองทัพยูเครนได้อีกเป็นจำนวนมาก เช่น T-64B1M หรือ T-72UA1 เป็นต้น
ซึ่งปี 2015 นี้โรงงาน Malyshev จะทำการผลิต Oplot ให้ได้ ๔๐คัน ซึ่งควรจะเป็นจำนวนที่ครบตามที่กองทัพบกไทยสั่งจัดหาคือ ๔๙คันสำหรับเข้าประจำการใน กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ ด้วย
แต่ที่ว่าจะผลิต ถ.Oplot ให้ได้ในปีถัดๆไป ๑๐๐-๑๒๐คัน นี่ก็ไม่ทราบว่ายูเครนสามารถหาลูกค้าเพิ่มนอกจากไทยได้ตั้งแต่เมื่อไร
ตรงนี้ก็หวังว่ายูเครนจะสามารถจัดส่งรถถังหลัก Oplot-T ชุดใหม่หลังจากการตรวจรับมอบมาถึงไทยได้เสียทีครับ
อีกโครงการคือโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๑๓๙ AW139 เพิ่มเติมจำนวน ๖เครื่องวงเงิน ๒,๘๐๐ล้านบาท เพิ่มเติมจากชุดแรก ๓เครื่องที่เข้าประจำการใน กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (กบบ.ขส.ทบ.)
โดยคาดว่าการจัดหา ฮ.ท.๑๓๙ ใหม่นี้จะถูกนำเข้าประจำการในศูนย์การบินทหารบก(ศบบ.) เพื่อนำไปวางกำลังสนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพภาค
เช่นงานขนส่งบุคลสำคัญอย่างคณะนายทหารของกองทัพภาพที่เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยงานภาคสนามตามชายแดน และภารกิจธุรการอื่นๆ เช่น การส่งกำลังบำรุงให้หน่วยต่างๆตามชายแดน
ทั้งนี้รูปแบบการจัดระบบภายในเช่นห้องโดยสารของ ฮ.ท.๑๓๙ AW139 ๖เครื่องที่จัดหามาใหม่น่าจะเป็นแบบลำเลียงทั่วไปต่างจาก ฮ.ชุดแรก ๓เครื่องของ กบบ.ขส.ทบ. ที่เป็น ฮ.รับส่งบุคคลสำคัญ(เช่นไม่น่าจะมีเบาะหนัง)
หลังจากที่กองทัพบกนำ AW139 ชุดแรกเข้าประจำการมา ก็จะเห็นได้ว่า ฮ.ได้ถูกใช้งานในภารกิจการขนส่งบุคคลสำคัญบ่อยมากในช่วงหลังมานี้
ซึ่งเป็นการลดภาระการนำ ฮ.ใช้งานทางยุทธวิธีอย่าง ฮ.ท.๖๐ UH-60 ไปใช้ในภารกิจขนส่งบุคคลสำคัญลงไปได้มาก
ตรงนี้จึงมองว่าถ้าจะมีการนำ ฮ.ใหม่ทั้ง ฮ.ท.๑๓๙ AW139 จำนวน ๖เครื่องที่จะจัดหาลงใน ศบบ. และ ฮ.ท.๑๔๕ EC145 T2 ที่มีข่าวว่าจะจัดหามา ๖ลำลงใน ศบบ.เป็น ฮ.VIP ด้วยนั้น
ส่วนตัวก็คาดเดาว่า ฮ.ใหม่ทั้งสองแบบน่าจะถูกนำมาใช้แทน ฮ.เก่าที่ใช้สนับสนุนภารกิจการขนส่งบุคคลสำคัญ และงานธุรการทั่วไปในระดับกองพล และกองทัพภาค
เช่น กองร้อยบินของกองพลทหารราบ และชุดปฏิบัติการบินสนับสนุนกองทัพภาคต่างๆ แทน ฮ.แบบเก่าที่ใช้มานานหลายสิบปี ทั้ง ฮ.ท.๑ UH-1H, ฮ.ท.๒๐๖ Bell 206A และ ฮ.ท.๒๑๒ Bell 212
แต่ตรงนี้ก็มีข้อสงสัยอยู่ครับว่า ฮ.ท.๒๑๒ ที่ประจำการอยู่ในส่วน กองทัพภาค นั้นถ้าถูกโอนกลับมาอยู่ในส่วนกลางคือ ศบบ.แล้ว ก็กองทัพมีการจะปรับโครงสร้างอัตราจัดอย่างไรต่อ
เช่น จะปรับปรุงเป็น ฮ.ใช้งานทางยุทธวิธี เช่น ฮ.ท.๒๑๒ Bell 212 EDA ที่ปรับปรุงใหม่ที่ประจำใน กองบินปีกหมุนที่๒ หรือไม่ครับ
โครงการจัดหารถถังหลัก Oplot จากยูเครนซึ่งมีการเผยแพร่ภาพการทดสอบรถถังชุดใหม่ ๕คันที่สนามทดสอบที่ Kharkiv ไปแล้วก่อนหน้านี้
โดยทาง UKROBORONPROM ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการส่งออกยุทโธปกรณ์ของยูเครน ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถถังหลัก Oplot ให้ไทยล่าสุดตามนี้
UKROBORONPROM CAN REARM THE ARMY OWNING TO EXPORT
http://www.ukroboronprom.com.ua/en/newsview/1/631
ใจความสำคัญของข่าวของคือ รถถังหลัก Oplot จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการส่งออกเป็นหลักไม่ได้สร้างเพื่อนำไปใช้เอง
โดยราคาต่อคันที่ $4.9 million นั้นยูเครนจะสามารถนำไปต่อยอดในการปรับปรุงรถถังหลัก T-64 และ T-72 ของกองทัพยูเครนได้อีกเป็นจำนวนมาก เช่น T-64B1M หรือ T-72UA1 เป็นต้น
ซึ่งปี 2015 นี้โรงงาน Malyshev จะทำการผลิต Oplot ให้ได้ ๔๐คัน ซึ่งควรจะเป็นจำนวนที่ครบตามที่กองทัพบกไทยสั่งจัดหาคือ ๔๙คันสำหรับเข้าประจำการใน กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ ด้วย
แต่ที่ว่าจะผลิต ถ.Oplot ให้ได้ในปีถัดๆไป ๑๐๐-๑๒๐คัน นี่ก็ไม่ทราบว่ายูเครนสามารถหาลูกค้าเพิ่มนอกจากไทยได้ตั้งแต่เมื่อไร
ตรงนี้ก็หวังว่ายูเครนจะสามารถจัดส่งรถถังหลัก Oplot-T ชุดใหม่หลังจากการตรวจรับมอบมาถึงไทยได้เสียทีครับ
อีกโครงการคือโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๑๓๙ AW139 เพิ่มเติมจำนวน ๖เครื่องวงเงิน ๒,๘๐๐ล้านบาท เพิ่มเติมจากชุดแรก ๓เครื่องที่เข้าประจำการใน กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (กบบ.ขส.ทบ.)
โดยคาดว่าการจัดหา ฮ.ท.๑๓๙ ใหม่นี้จะถูกนำเข้าประจำการในศูนย์การบินทหารบก(ศบบ.) เพื่อนำไปวางกำลังสนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพภาค
เช่นงานขนส่งบุคลสำคัญอย่างคณะนายทหารของกองทัพภาพที่เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยงานภาคสนามตามชายแดน และภารกิจธุรการอื่นๆ เช่น การส่งกำลังบำรุงให้หน่วยต่างๆตามชายแดน
ทั้งนี้รูปแบบการจัดระบบภายในเช่นห้องโดยสารของ ฮ.ท.๑๓๙ AW139 ๖เครื่องที่จัดหามาใหม่น่าจะเป็นแบบลำเลียงทั่วไปต่างจาก ฮ.ชุดแรก ๓เครื่องของ กบบ.ขส.ทบ. ที่เป็น ฮ.รับส่งบุคคลสำคัญ(เช่นไม่น่าจะมีเบาะหนัง)
หลังจากที่กองทัพบกนำ AW139 ชุดแรกเข้าประจำการมา ก็จะเห็นได้ว่า ฮ.ได้ถูกใช้งานในภารกิจการขนส่งบุคคลสำคัญบ่อยมากในช่วงหลังมานี้
ซึ่งเป็นการลดภาระการนำ ฮ.ใช้งานทางยุทธวิธีอย่าง ฮ.ท.๖๐ UH-60 ไปใช้ในภารกิจขนส่งบุคคลสำคัญลงไปได้มาก
ตรงนี้จึงมองว่าถ้าจะมีการนำ ฮ.ใหม่ทั้ง ฮ.ท.๑๓๙ AW139 จำนวน ๖เครื่องที่จะจัดหาลงใน ศบบ. และ ฮ.ท.๑๔๕ EC145 T2 ที่มีข่าวว่าจะจัดหามา ๖ลำลงใน ศบบ.เป็น ฮ.VIP ด้วยนั้น
ส่วนตัวก็คาดเดาว่า ฮ.ใหม่ทั้งสองแบบน่าจะถูกนำมาใช้แทน ฮ.เก่าที่ใช้สนับสนุนภารกิจการขนส่งบุคคลสำคัญ และงานธุรการทั่วไปในระดับกองพล และกองทัพภาค
เช่น กองร้อยบินของกองพลทหารราบ และชุดปฏิบัติการบินสนับสนุนกองทัพภาคต่างๆ แทน ฮ.แบบเก่าที่ใช้มานานหลายสิบปี ทั้ง ฮ.ท.๑ UH-1H, ฮ.ท.๒๐๖ Bell 206A และ ฮ.ท.๒๑๒ Bell 212
แต่ตรงนี้ก็มีข้อสงสัยอยู่ครับว่า ฮ.ท.๒๑๒ ที่ประจำการอยู่ในส่วน กองทัพภาค นั้นถ้าถูกโอนกลับมาอยู่ในส่วนกลางคือ ศบบ.แล้ว ก็กองทัพมีการจะปรับโครงสร้างอัตราจัดอย่างไรต่อ
เช่น จะปรับปรุงเป็น ฮ.ใช้งานทางยุทธวิธี เช่น ฮ.ท.๒๑๒ Bell 212 EDA ที่ปรับปรุงใหม่ที่ประจำใน กองบินปีกหมุนที่๒ หรือไม่ครับ
ในส่วนของกองทัพเรือนั้นโครงการสำคัญคือการผลักดันโครงการจัดหาเรือดำน้ำใหม่จำนวน ๒-๓ลำ ซึ่งก็มีการรายงานการนำเสนอแบบเรือของบริษัทต่างๆอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๘ มานี้ เช่น
บริษัท CSOC สาธารณรัฐประชาชนจีน เสนอข้อมูลเรือดำน้ำแบบ S26T
Rosoboronexport รัสเซีย เสนอข้อมูลเรือดำน้ำแบบ Project 636 Kilo และเรือดำน้ำแบบ Amur 1650
บริษัท TKMS เยอรมนี เสนอข้อมูลเรือดำน้ำแบบ U209/1400mod และ U210mod
บริษัท Hyundai Heavy Industries (HHI) สาธารณรัฐเกาหลี เสนอข้อมูลเรือดำน้ำแบบ HDS-500RTN
บริษัท Saab AB สวีเดน เสนอข้อมูลเรือดำน้ำแบบ A26
ขณะนี้ผู้บัญชาการทหารเรือและคณะกำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ ซึ่งภารกิจหนึ่งในการเยือนน่าจะร่วมการเยี่ยมชมข้อมูลเรือดำน้ำของประเทศต่างๆด้วย
เช่น จีน ซึ่งไปพร้อมคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และล่าสุดคือสวีเดนเป็นต้น
จีนนั้นมีความพยายามในการเสนอเรือดำน้ำให้กองทัพเรือไทยมาตลอดครับ ตั้งแต่เรือดำน้ำแบบ Type 039 Song เมื่อเกือบ ๑๐ปีก่อน
ซึ่งตอนนั้นจีนเสนอการให้เช่าเรือดำน้ำชั้น Song ที่ประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีนแก่กองทัพเรือเพื่อฝึกกำลังพลทำความคุ้นเคยด้วย แต่ตอนนั้นกองทัพเรือปฏิเสธไปเนื่องสองเหตุผลคือ
กองทัพเรือยังไม่มีงบประมาณเพียงพอโดยเฉพาะส่วนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการสนับสนุนปฏิบัติการของเรือ และจีนยังจำเป็นต้องคงจำนวนเรือดำน้ำ Type 039 Song ที่มีประจำการในกองเรือดำน้ำของตนอยู่
โดยความพยายามล่าสุดของจีนในการเสนอเรือดำน้ำให้ไทยคือเรือแบบ S26T ซึ่งพัฒนามาจาก Type 039A Yuan รุ่นล่าสุดตามที่มีการนำเสนอข้อมูลไปก่อนหน้านี้
ถ้ากองทัพเรือสนใจจะจัดหาเรือดำน้ำจากจีนจริง จีนก็ต้องทำสัญญาโครงการจัดหาในรูปแบบจัดตั้งระบบให้แบบครบวงจรครับ
ทั้งการจัดตั้งระบบที่ตั้งชายฝั่ง อู่เรือดำน้ำ และระบบสนับสนุนการซ่อมบำรุงเรือ ระบบการฝึกจำลองแบบสมบูรณ์
การเข้าถึงข้อมูลการผลิตอะไหล่การซ่อมบำรุงชิ้นส่วนอุปกรณ์และอาวุธประจำเรือ เช่น Battery, Torpedo อาจจะรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำด้วย เป็นต้น
กล่าวคือจีนควรจะต้องไม่ได้เสนอขายเฉพาะตัวเรือให้กองทัพเรือไทย แต่จีนจะต้องขายกองเรือดำน้ำให้กองทัพเรือไทยทั้งระบบครับ
ดังนั้นประเด็นที่ว่ามีแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองให้กองทัพเรือเลือกจัดหาเรือดำน้ำจากจีนนั้น ก็เป็นที่เข้าใจได้ไม่ยากว่าบุคลากรในกองทัพเรือโดยเฉพาะกองเรือดำน้ำน่าจะค่อนข้างลำบากใจในเรื่องนี้
เพราะเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ได้ฝึกศึกษาวิทยาการด้านเรือดำน้ำเป็นหลักเป็นระบบตะวันตก โดยเฉพาะของเยอรมนี และประเทศอื่นเช่นเกาหลีใต้เป็นต้น
และระบบที่จัดตั้งมาที่กองบัญชาการกองเรือดำน้ำ เช่น ห้องฝึกจำลองศูนย์ยุทธการเรือดำน้ำนั้นก็เป็นระบบของเยอรมัน
กดน.จึงน่าจะมองตัวเลือกแบบเรือจากตะวันตกคือ เยอรมนี หรือสวีเดนเป็นแบบหลักอันดับต้นๆมากกว่า โดยมีระบบของเกาหลีใต้อันดับรองลงมา
และมองรัสเซียและจีนเป็นลำดับท้ายๆ เนื่องจากไม่มีความคุ้นเคยในระบบอาวุธรัสเซีย เช่นเดียวกับจีนทีมีข้อสงสัยด้านความน่าเชื่อถือของเรือดำน้ำจีน
เพราะก็ตามที่ทราบว่ากองทัพเรือนั้นมีประสบการณ์ที่ไม่น่าพอใจกับการจัดหา ใช้งาน และปรับปรุงเรือรบผิวน้ำชุดต่างๆที่จัดหามาจากจีนนัก เป็นที่มาในประเด็นความน่าเชื่อถือของเรือดำน้ำจีน
ซึ่งเรือดำน้ำจีนเองนั้นก็ตามที่ทราบว่าแทบจะไม่มีประเทศใดจัดหาไปใช้เลย นอกจากบังคลาเทศ คือ Type 035 Ming มือสอง และแบบ S20 ที่ปากีสถานกำลังเจรจากับจีน
แม้ว่าข้อเสนอของจีนในโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือก็อาจจะมีรูปแบบคล้ายคลึงกับการซ่อมบำรุงและปรับปรุงเรือจีนหลายๆแบบที่กองทัพเรือนำเข้าประจำการมา
คือถึงจะมีการถ่ายทอด Technology และจัดตั้งระบบสนับสนุนต่างให้กองทัพเรือแบบครบวงจรก็จริง แต่ในทางกลับกันก็จะเป็นว่ากองเรือดำน้ำจะต้องพึ่งพาและใช้ระบบต่างขึ้นอยู่กับจีนไปตลอด
อย่างน้อยจนกว่าจะสามารถเลือกและเปลี่ยนแบบระบบใหม่ไปเป็นของประเทศอื่นแทน เช่น ระบบเรือดำน้ำตะวันตก หรือรัสเซียได้ ซึ่งตรงนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่กองทัพเรือจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบ
จึงไม่น่าแปลกใจที่เจ้าหน้าที่ใน กดน.จะมีการตอบสนองต่อแรงกดดันการนำเสนอเรือดำน้ำแบบ S26T ในเชิงลบครับ
แต่ส่วนตัวมองในแง่ร้ายครับว่ากองทัพเรือมีทางเลือกจำกัดในตัดสินใจคือ ถ้าไม่เลือกจัดหาเรือดำน้ำจากจีนตามความต้องการของฝ่ายการเมืองแล้ว ก็คงต้องตัดสินใจยกเลิกโครงการจัดหาเรือดำน้ำไปโดยที่ยังไม่ได้ตั้งโครงการ
ตรงนี้ถ้าจะให้กล่าวตามตรงคือแนวโน้มคงจะกลับไปรูปแบบเดิมครับคือกองทัพเรืออาจจะต้องปฏิเสธความต้องการของฝ่ายการเมือง โดยยกเลิกโครงการจัดหาเรือดำน้ำที่ยังไม่มีการตั้งขึ้นมาเลยไปเสีย
โดยถ้ากองทัพเรือถูกฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงในการตัดสินใจในโครงการจัดหาเรือดำน้ำซึ่งยังไม่ได้ตั้งขึ้นมาแล้ว รูปแบบก็อาจจะใกล้เคียงกับกรณีที่เกิดกับโครงการจัดหาเรือดำน้ำ U206A จากเยอรมนีครับ
คือกองทัพเรือคงจะตัดสินใจระงับการจัดตั้งโครงการจัดหาเรือดำน้ำแล้วชะลอโครงการออกไปอีกนานจนกว่าจะมีโอกาสใหม่อำนวย
ทำให้ส่วนตัวมองว่าโครงการจัดหาเรือดำน้ำครั้งใหม่นี้มีแนวโน้มความเป็นเป็นไปได้อยู่ค่อนข้างมากว่า อาจจะไม่ประสบความสำเร็จเหมือนกับหลายๆกรณีที่ผ่านมาในอดีตครับ
และถ้ากองทัพเรือเลือกแนวทางที่จะปฏิเสธโครงการจัดหาเรือดำน้ำซึ่งเป็นความต้องการทางยุทธศาสตร์สำคัญของกองทัพเรือแล้ว ก็หมายความว่ากองเรือดำน้ำจะเป็นกองเรือที่ไม่มีเรือเข้าประจำการในกองเรือไปอีกนาน
นั่นก็คงเป็นที่น่าลำบากใจของกองทัพเรือมากครับว่า กองทัพเรือจะตัดสินใจให้กองเรือดำน้ำที่เพิ่งจัดตั้งมาใหม่เพียงไม่กี่ปี เป็นชนวนข้อขัดแย้งให้เกิดปัญหาผลกระทบกับหน่วยใช้กำลังหลัก
โดยเฉพาะกองเรือต่างๆในกองเรือยุทธการที่ต้องใช้การงบประมาณไปใช้ในโครงการของตนเช่นกันหรือไม่ ซึ่งก็จะเป็นคำถามตามมาถึงการมีอยู่ของ กดน.ต่อไปในอนาคตว่า
กองทัพเรือจะเลือกจัดหาเรือดำน้ำจีนเพื่อให้มีเรือดำน้ำเข้าประจำการเสียที หรือจะเลือกที่จะเป็นกองทัพเรือที่ไม่มีเรือดำน้ำประจำการต่อไปกันแน่?(หรือจะสู้กับแรงบีบบังคับเพื่อให้ได้แบบเรือที่กำลังพลต้องการจริงๆ)
แต่หวังว่าคราวนี้กองทัพเรือจะผ่านอุปสรรคนานานับประการจากที่เคยเจอมาไปได้เสียทีครับ
Thailand increases defence budget by 7%
ยังมีโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่บางโครงการที่ไม่ได้รายงาน เช่น โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกขั้นก้าวหน้าใหม่ทดแทน บ.ขฝ.๑ L-39ZA/ART ของกองทัพอากาศไทย ซึ่งยังไม่มีรายงานข่าวเพิ่มเติม
ตามรายงานของ Jane's นั้นงบประมาณกลาโหมประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ของไทยที่จะอนุมัติในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ อาจจะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ๗ หรืออยู่ที่ประมาณ ๒๐๗,๐๐๐ล้านบาท($6.3 billion)
มีอัตราส่วนเป็นร้อยละ๘ ของงบประมาณประเทศทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ๑.๕ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
ตรงนี้จะเห็นได้ว่าถึงจะดูเพิ่มขึ้นก็จริงแต่ก็เทียบไม่ได้กับหลายประเทศในกลุ่ม ASEAN เช่นอินโดนีเซียที่เพิ่มเกือบ $9 billion ในปี 2016 จะเพิ่มขึ้นเป็นถึง $15 billion ภายในปี 2020(แต่ทั้งนี้ก็เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นประเทศใหญ่ด้วย)
และพม่าซึ่งใช้งบประมาณกลาโหมถึงร้อยละ๔ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ แม้ว่าในภาพรวมจะยังเป็นเงินจำนวนไม่มากนัก แต่งบประมาณที่รัฐบาลพม่าเพิ่มให้กองทัพพม่าในปี 2015-2016 นั้นก็เพิ่มขึ้นจากเดิมราว $2.75 billion แล้ว
ก็น่าจะพอมองออกครับว่าประเทศในกลุ่ม ASEAN ส่วนใหญ่กำลังเริ่มเพิ่มงบประมาณกลาโหมและจัดหายุทโธปกรณ์ใหม่ๆมากขึ้น ซึ่งจะไม่ให้ไทยขยับตัวตามบ้างเลยคงไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติที่มีความจำเป็นล้วนๆครับ
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
กองทัพบกไทยลงนามจัดหาเฮลิคอปเตอร์ EC145 T2 สำหรับเป็น ฮ.รับส่งบุคคลสำคัญ
The Royal Thai Army acquires six Airbus Helicopters EC145 T2
The Royal Thai Army signed for six EC145 T2s with a VIP installation, under the Light Utility Helicopter Type II requirement, to be deployed principally on official passenger transport duties, with deliveries scheduled to begin in 2016.
http://www.airbushelicopters.com/site/en/press/The-Royal-Thai-Army-acquires-six-Airbus-Helicopters-EC145-T2_1256.html
ตามข่าวประชาสัมพันธ์ของAirbus Helicopters ลงข้อมูลว่ากองทัพบกไทยได้ลงนามจัดหา ฮ.EC145 T2 ๖เครื่องจาก Airbus Helicopters ที่ Marignane ฝรั่งเศสเมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา
นับเป็นโครงการจัดหา ฮ.ระหว่างกองทัพบกไทยและ Airbus Helicopters โดยตรงครั้งที่สองหลังจากโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๕๕๐ AS550 C3e ๘เครื่อง ที่เข้าประจำการในปี ๒๕๕๗
ถ้าไม่นับโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๗๒ UH-72A จำนวน ๑๕เครื่อง ซึ่งเป็นการจัดหาแบบ FMS(Foreign Military Sales) กับรัฐบาลสหรัฐฯ
โดยเครื่องชุดแรก ๖เครื่องที่สร้างโดย EADS North America ซึ่งลงนามจัดหาไปในปี ๒๕๕๖ จะมีกำหนดการณ์ส่งมอบในเดือนเมษายน ๒๕๕๘นี้ และชุดที่สอง ๙เครื่อง ลงนามจัดหาไปในปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา
ซึ่งนาย Philippe Monteux หัวหน้าส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกกล่าวว่านับเป็นความประสบความสำเร็จของ Airbus Helicopters ร่วมกับกองทัพบกไทยมาก
ตรงนี้มีการวิเคราะห์ว่าในการจัดหา ฮ.ใช้งานทั่วไปทดแทน ฮ.ท.๑ UH-1H ให้ครบจำนวนเพื่อตอบสนองตามความต้องการทางด้าน ฮ.ธุรการ ส่งกำลังบำรุง การบรรเทาสาธารณภัย และงานทั่วไปอื่นๆ
พร้อมๆกับ ฮ.ท.๖๐ UH-60 ซึ่งเป็น ฮ.ลำเลียงทางยุทธวิธีหลักนั้น กองทัพบกอาจจะเปลี่ยนแบบในการจัดหา ฮ.EC145 T2 แทนการจัดหา UH-72A เพิ่มเติม
เนื่องจากการจัดหาตามโครงการ FMS นั้น ฮ.ท.๗๒ UH-72A ที่กองทัพบกไทยสั่งจัดหาจะทำการผลิตพร้อมกับเครื่องที่จะส่งมอบให้กองทัพสหรัฐฯ
ซึ่งปัจจุบันสายการผลิตของ UH-72A ในอเมริกาเหนือที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2006 นั้นใกล้จะปิดแล้วเนื่องจากผลิตใกล้ครบจำนวนที่กองทัพสหรัฐฯต้องการแล้ว
โดย UH-72A ในกองทัพสหรัฐฯได้ถูกนำมาใช้ทดแทน UH-1 และ OH-58A/C ในภารกิจลำเลียงด้านธุรการ เช่นการส่งกำลังบำรุง การส่งกลับสายแพทย์ และการกู้ภัย ภายในแผ่นดินแม่สหรัฐฯเท่านั้น
(ไม่มีการส่งไปประจำการเพื่อทำการรบนอกประเทศ)
แต่จากข้อมูลในข่าวข้างต้นคือ ฮ.EC145 T2 ที่จะจัดหามา ๖เครื่องจะได้รับการติดตั้งอุปกรณ์และตกแต่งภายในให้เป็น ฮ.รับส่งบุคคลสำคัญ หรือ ฮ.VIP ครับ
นั่นอาจจะหมายความว่า ฮ.EC145 T2 จะเป็น ฮ.ใช้งานมาตรฐานพลเรือนโดยตรง ที่ต่างไปจาก EC645 T2 ที่กองทัพเรือสั่งจัดหา ๕เครื่อง ซึ่งเป็นรุ่นทางทหารโดยตรงและเป็นรุ่นใช้งานทางทะเล
ทำให้ดูเหมือนว่าการกำหนดแบบ ฮ.EC145 T2 ที่จัดหาใหม่จะเป็นเครื่องคนละแบบกับ ฮ.ท.๗๒ UH-72A ที่สั่งจัดหามาก่อน ซึ่งคาดว่าจะเข้าประจำการในส่วนกองร้อยบินประจำกองพลทหารราบ
และถ้าเป็นเช่นนั้นกองทัพบกอาจจะไม่ได้นำ EC145 T2 ๖เครื่องเข้าประจำการในศูนย์การบินทหารซึ่งเป็นหน่วยอากาศยานใช้กำลังรบหลัก
แต่อาจจะลงใน กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก เช่นเดียวกับ ฮ.ท.๑๓๙ AW139 ซึ่งเป็น ฮ.VIP เช่นกันนั้นหรือ? ตรงนี้ยังมีข้อสงสัยอยู่ครับ
(มีข่าวการปรับเปลี่ยนอัตราจัดและการจัดหาอากาศยานใหม่ของกองทัพบกไทยอีกมาก)
ทั้งนี้ ฮ.EC145 T2 ที่กองทัพบกไทยลงนามจัดหา ๖เครื่อง Airbus Helicopters กล่าวว่าจะเริ่มส่งมอบได้ภายในปี 2016 (๒๕๕๙)
โดยตามเอกสารของกรมการขนส่งทางบก งบประมาณที่ใช้ในโครงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปขนาดเบาแบบ EC145 T2 ๖เครื่องนี้มีวงเงินที่ ๙๙๙,๒๐๗,๔๓๖บาทครับ(ประมาณ $30.66 million)
http://www.matulee.com/cms/files/procurements/midprice/570501buy_helicopter_EC-145%20T2.pdf
The Royal Thai Army signed for six EC145 T2s with a VIP installation, under the Light Utility Helicopter Type II requirement, to be deployed principally on official passenger transport duties, with deliveries scheduled to begin in 2016.
http://www.airbushelicopters.com/site/en/press/The-Royal-Thai-Army-acquires-six-Airbus-Helicopters-EC145-T2_1256.html
ตามข่าวประชาสัมพันธ์ของAirbus Helicopters ลงข้อมูลว่ากองทัพบกไทยได้ลงนามจัดหา ฮ.EC145 T2 ๖เครื่องจาก Airbus Helicopters ที่ Marignane ฝรั่งเศสเมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา
นับเป็นโครงการจัดหา ฮ.ระหว่างกองทัพบกไทยและ Airbus Helicopters โดยตรงครั้งที่สองหลังจากโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ ฮ.ลว./อว.๕๕๐ AS550 C3e ๘เครื่อง ที่เข้าประจำการในปี ๒๕๕๗
ถ้าไม่นับโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๗๒ UH-72A จำนวน ๑๕เครื่อง ซึ่งเป็นการจัดหาแบบ FMS(Foreign Military Sales) กับรัฐบาลสหรัฐฯ
โดยเครื่องชุดแรก ๖เครื่องที่สร้างโดย EADS North America ซึ่งลงนามจัดหาไปในปี ๒๕๕๖ จะมีกำหนดการณ์ส่งมอบในเดือนเมษายน ๒๕๕๘นี้ และชุดที่สอง ๙เครื่อง ลงนามจัดหาไปในปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา
ซึ่งนาย Philippe Monteux หัวหน้าส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกกล่าวว่านับเป็นความประสบความสำเร็จของ Airbus Helicopters ร่วมกับกองทัพบกไทยมาก
ตรงนี้มีการวิเคราะห์ว่าในการจัดหา ฮ.ใช้งานทั่วไปทดแทน ฮ.ท.๑ UH-1H ให้ครบจำนวนเพื่อตอบสนองตามความต้องการทางด้าน ฮ.ธุรการ ส่งกำลังบำรุง การบรรเทาสาธารณภัย และงานทั่วไปอื่นๆ
พร้อมๆกับ ฮ.ท.๖๐ UH-60 ซึ่งเป็น ฮ.ลำเลียงทางยุทธวิธีหลักนั้น กองทัพบกอาจจะเปลี่ยนแบบในการจัดหา ฮ.EC145 T2 แทนการจัดหา UH-72A เพิ่มเติม
เนื่องจากการจัดหาตามโครงการ FMS นั้น ฮ.ท.๗๒ UH-72A ที่กองทัพบกไทยสั่งจัดหาจะทำการผลิตพร้อมกับเครื่องที่จะส่งมอบให้กองทัพสหรัฐฯ
ซึ่งปัจจุบันสายการผลิตของ UH-72A ในอเมริกาเหนือที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2006 นั้นใกล้จะปิดแล้วเนื่องจากผลิตใกล้ครบจำนวนที่กองทัพสหรัฐฯต้องการแล้ว
โดย UH-72A ในกองทัพสหรัฐฯได้ถูกนำมาใช้ทดแทน UH-1 และ OH-58A/C ในภารกิจลำเลียงด้านธุรการ เช่นการส่งกำลังบำรุง การส่งกลับสายแพทย์ และการกู้ภัย ภายในแผ่นดินแม่สหรัฐฯเท่านั้น
(ไม่มีการส่งไปประจำการเพื่อทำการรบนอกประเทศ)
แต่จากข้อมูลในข่าวข้างต้นคือ ฮ.EC145 T2 ที่จะจัดหามา ๖เครื่องจะได้รับการติดตั้งอุปกรณ์และตกแต่งภายในให้เป็น ฮ.รับส่งบุคคลสำคัญ หรือ ฮ.VIP ครับ
นั่นอาจจะหมายความว่า ฮ.EC145 T2 จะเป็น ฮ.ใช้งานมาตรฐานพลเรือนโดยตรง ที่ต่างไปจาก EC645 T2 ที่กองทัพเรือสั่งจัดหา ๕เครื่อง ซึ่งเป็นรุ่นทางทหารโดยตรงและเป็นรุ่นใช้งานทางทะเล
ทำให้ดูเหมือนว่าการกำหนดแบบ ฮ.EC145 T2 ที่จัดหาใหม่จะเป็นเครื่องคนละแบบกับ ฮ.ท.๗๒ UH-72A ที่สั่งจัดหามาก่อน ซึ่งคาดว่าจะเข้าประจำการในส่วนกองร้อยบินประจำกองพลทหารราบ
และถ้าเป็นเช่นนั้นกองทัพบกอาจจะไม่ได้นำ EC145 T2 ๖เครื่องเข้าประจำการในศูนย์การบินทหารซึ่งเป็นหน่วยอากาศยานใช้กำลังรบหลัก
แต่อาจจะลงใน กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก เช่นเดียวกับ ฮ.ท.๑๓๙ AW139 ซึ่งเป็น ฮ.VIP เช่นกันนั้นหรือ? ตรงนี้ยังมีข้อสงสัยอยู่ครับ
(มีข่าวการปรับเปลี่ยนอัตราจัดและการจัดหาอากาศยานใหม่ของกองทัพบกไทยอีกมาก)
ทั้งนี้ ฮ.EC145 T2 ที่กองทัพบกไทยลงนามจัดหา ๖เครื่อง Airbus Helicopters กล่าวว่าจะเริ่มส่งมอบได้ภายในปี 2016 (๒๕๕๙)
โดยตามเอกสารของกรมการขนส่งทางบก งบประมาณที่ใช้ในโครงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปขนาดเบาแบบ EC145 T2 ๖เครื่องนี้มีวงเงินที่ ๙๙๙,๒๐๗,๔๓๖บาทครับ(ประมาณ $30.66 million)
http://www.matulee.com/cms/files/procurements/midprice/570501buy_helicopter_EC-145%20T2.pdf
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











