แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Ukraine แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Ukraine แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Embraer บราซิลส่งมอบเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium เครื่องแรกจาก 2เครื่องแก่อุซเบกิสถาน

Embraer delivers first C-390 Millennium to Uzbek Air Force





The first of two KC/C-390 Millennium tanker transport aircraft for the Uzbek Air Force was formally handed over on 25 September 2026. (Embraer)



บริษัท Embraer บราซิลได้ส่งมอบเครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-390 Millennium เครื่องแรกจาก 2เครื่องแก่กองทัพอากาศอุซเบกิสถาน(Uzbek Air Force) ที่สั่งจัดหาในปลายปี 2024
พิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการมีขึ้น ณ โรงงานอากาศของบริษัท Embraer ใน Gavião Peixoto บราซิลเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/c-390-2.html)

และพิธีส่งมอบเครื่องบินลำเลียง Embraer C-390 Millennium เครื่องแรกได้เชิญผู้บัญชาการกองทัพอากาศอุซเบกิสถาน พลอากาศตรี Akhmad Jamolovich Burkhonov เข้าร่วมพิธีด้วย
"การส่งมอบของเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium เครื่องแรกแสดงถึงก้าวย่างไปข้างหน้าที่สำคัญสำหรับการปรับปรุงความทันสมัยของกองทัพอากาศอุซเบกิสถาน" พล.อ.ต.Burkhonov กล่าวในพิธี

พิธีส่งมอบมีขึ้นหลายวันให้หลังจาก Embraer บราซิลได้เป็นตัวเครื่องบินลำเลียง C-390 เครื่องแรกสำหรับอุซเบกิสถาน ณ สถานที่เดียวกันเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 กำหนดเวลาการส่งมอบเครื่องที่สองยังไม่ถูกเปิดเผย
กองทัพอากาศอุซเบกิสถานจะใช้เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC/C-390 ในภารกิจการลำเลียงขนส่งและด้านมนุษยธรรมเป็นหลัก เป็นการเพิ่มพูดขีดความสามารถต่างๆของตนอย่างมีนัยสำคัญ

เครื่องบินลำเลียง C-390 จะทดแทนและ/หรือเสริมต่อฝูงเครื่องบินลำเลียงปีกนิ่งยุคอดีตสหภาพโซเวียตของกองทัพอากาศอุซเบกิสถานที่ประกอบด้วย เครื่องบินลำเลียง Antonov An-12 (NATO กำหนดรหัส 'Cub'),
เครื่องบินลำเลียง An-24 (NATO กำหนดรหัส 'Coke'), เครื่องบินลำเลียง An-26 (NATO กำหนดรหัส 'Curl') และเครื่องบินลำเลียง Ilyushin Il-76 (NATO กำหนดรหัส 'Candid') เช่นเดียวกับเครื่องบินลำเลียง Airbus C295W ของยุโรปที่ใหม่กว่า

อุซเบกิสถานได้เข้าร่วมกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องบินลำเลียง KC/C-390 ทั่วโลกรวมถึง บราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2025/04/embraer-c-390.html), โปรตุเกส(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/29n-super-tucano-12.html), ฮังการี(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/embraer-kc-390-2.html), 

สโลวาเกีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/c-390-millennium-3.html), ลิทัวเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/c-390-millennium-3.html), สาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/kc-390.html),
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c-390-millennium-10.html), และโคลอมเบีย(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/kc-390-millennium-2.html) โดยมียอดคำสั่งซื้อรวมทั้งหมดถึง 62เครื่องแล้วจนถึงขณะนี้ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/tai-embraer.html)

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569

นาวิกโยธินไทยจะจัดหารถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 จาก Chaiseri ไทยระยะที่๓ เพิ่ม ๗คันรวม ๒๑คัน

Thailand plans third batch of Chaiseri amphibious vehicles







The Royal Thai Marine Corps Chaiseri 8×8 AWAVs and AAV7A1s. The Royal Thai Navy is progressing the acquisition of additional vehicles. (Royal Thai Marine Corps/Royal Thai Navy)

กองทัพเรือไทย(RTN: Royal Thai Navy) วางแผนที่จะจัดหารถหุ้มเกราะล้อยางชนิดลำเลียงพล 8x8 แบบ AWAV(Armoured Wheeled Amphibious Vehicle) ระยะที่๓ จำนวน ๗คัน
จากบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd.) ไทย สำหรับนาวิกโยธินไทย(RTMC: Royal Thai Marine Corps) เป็นการเพิ่มจำนวนรถในประจำการที่สั่งจัดหาแล้วเป็นจำนวน ๒๑คัน

แผนการจัดซื้อจัดจ้างถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙(2025) ตามมาด้วยกำหนดร่างขอบเขตของงาน(TOR: Terms of Reference) ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙ ใน Website จัดซื้อจัดจ้างของกองทัพเรือไทย
สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ สยป.ทร.(NAMO: Naval Acquisition Management Office) กล่าวในเอกสารว่าคำสั่งซื้อใหม่มีมูลค่าราคากลาง(ราคาอ้างอิง)ที่วงเงิน ๕๐๓,๙๘๐,๐๐๐บาท หรือราว ๕๐๔,๐๐๐,๐๐๐บาท($15 million)

ตามการสั่งจัดหาสองระยะก่อนหน้าของรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 จำนวน ๗คัน ระยะที่๑ มีมูลค่าที่วงเงิน ๔๔๘,๐๐๐,๐๐๐บาท($13 million) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖(2023)(aagth1.blogspot.com/2023/08/chaiseri-8x8.html) 
โดยนาวิกโยธินไทยได้รับมอบเข้าประจำการในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๗(2024)(https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/09/awav-8x8-chaiseri.html)

คำสั่งจัดหารถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ระยะที่๒ จำนวน ๗คันเช่นกันที่ประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ และประกาศผู้ชนะสัญญาคือบริษัท Chaiseri ไทยในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๖๙(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/awav-8x8-chaiseri.html) 
มีมูลค่าที่วงเงิน ๕๐๓,๙๘๐,๐๐๐บาท เช่นกัน จำนวนรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ที่จะจัดหาทั้งหมดเข้าใจโดย Janes ว่าจะอยู่ที่รวมจำนวน ๓๖คัน(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/rtn-27aug2026.html)

รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ถูกนำเข้าประจำการ ณ กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน พัน.รนบ.พล.นย.(Marine Assault Amphibian Vehicle Battalion, Marine Division) ที่มีที่ตั้งในตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก พัน.รนบ.นย. ยังมีประจำการด้วยรถสะเทินน้ำสะเทินบก รนบ.AAV7A1 สหรัฐฯ ที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยโดย Chaiseri ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/aavp7a1-d-tiger-4x4-dti.html)

ขณะที่ กองร้อยยานเกราะ กองพันรถถัง ร้อย ก.พัน.ถ.พล.นย.(RTMC Armored Company, Marine Tank Battalion) ยังมีประจำการด้วยรถเกราะล้อยาง BTR-3E1 8x8 ยูเครน(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/uvx-calfex.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/05/amphibex-raid.html)
Chaiseri ไทยเปิดตัวต้นแบบรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ครั้งแรก ณ นิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ Defense & Security 2023 ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-chaiseri-awav-8x8.html)

โดยได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือกับนาวิกโยธินไทย รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV เป็นยานยนต์ทางทหารล้อยาง 8x8 แบบแรกของ Chaiseri ไทย(https://aagth1.blogspot.com/2026/07/chaiseri-awav-8x8.html)
ตามข้อมูลจาก Chaiseri ไทย รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 มีมิติขนาดความยาว 9.2m, กว้าง 3.1m และสูง 3m โดยมีน้ำหนักรวม(gross weight) ของรถที่ประมาณ 25.7tonnes

รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ติดตั้งระบบขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเซลกำลังขับ 711hp ทำความเร็วสูงบนพื้นดินได้ที่ 105km/h และขณะลอยตัวในน้ำได้ที่ 10km/h และมีระยะปฏิบัติการได้ไกลที่ 600km
รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 สามารถบรรทุกกำลังพลทหารราบไปกับรถได้ ๑๑นาย เพิ่มเติมต่อพลประจำรถ ๓นาย ประกอบด้วย พลขับ, ผู้บังคับรถ และพลยิง

รูปแบบพื้นฐานของรถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8  มอบการป้องกันกระสุนที่ระดับ STANAG 4569 Level 3 และการป้องกันทุ่นระเบิดที่ระดับ Level 3a/3b(https://aagth1.blogspot.com/2025/11/chaiseri.html)
ในรูปแบบสำหรับนาวิกโยธินไทยติดตั้งระบบอาวุธคือป้อมปืน remote(RWS: Remote Weapon Station) แบบ Guardian 1.5 จากบริษัท Escribano Mechanical and Engineering(EM&E) สเปน พร้อมปืนกลหนักขนาด 12.7mm และเครื่องยิงลูกระเบิดควันขนาด 76mm ครับ

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569

อินเดียออกเอกสารขอข้อเสนอ RFP สำหรับโครงการจัดหาเครื่องบินลำเลียงอเนกประสงค์ MTA ใหม่ 60เครื่อง

India issues RFP for multirole transport aircraft programme





The Indian Air Force (IAF) seeks to replace its ageing Antonov An-32 transport fleet with a multirole transport aircraft capability. (Indian Air Force)

กระทรวงกลาโหมอินเดียได้เผยแพร่เอกสารขอข้อเสนอ(RFP: Request for Proposal) เพื่อจะจัดหาขีดความสามารถเครื่องบินลำเลียงอเนกประสงค์ MTA(Multirole Transport Aircraft) แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมยืนยันต่อ Janes
เอกสารขอข้อเสนอ RFP ที่ออกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 มองหาเครื่องบินลำเลียงใหม่จำนวน 60เครื่องที่วงเงินประมาณ 1 trillion Indian Rupee($10 billion) ตามที่ Janes เข้าใจ

เอกสารขอข้อเสนอ RFP มีขึ้นตามการออกเอกสารขอข้อมูล(RFI: Request for Information) ของกองทัพอากาศอินเดีย(IAF: Indian Air Force) ในเดือนกรกฎาคม 2023 สำหรับโครงการ
กองทัพอากาศอินเดียกำลังมองหาเครื่องบินลำเลียงใหม่ที่สามารถบรรทุกได้หนักถึง 18-30tonnes ตามเอกสารขอข้อมูล RFI การส่งมอบต้องมีขึ้นภายใน 36เดือนหลังลงนามสัญญา

ขณะที่รายละเอียดแบบเต็มรูปแบบเกี่ยวกับเอกสารขอข้อเสนอ RFP ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ สื่อท้องถิ่นของอินเดียรายงานว่าผู้เข้าแข่งขันในโครงการเครื่องบินลำเลียงอเนกประสงค์ MTA
มองเครื่องบินลำเลียงใหม่จำนวน 12เครื่องที่จะส่งมอบในสถานะพร้อมทำการบินทันที(fly-away condition) และจำนวน 48เครื่องจะถูกผลิตในอินเดีย(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/c295-2025.html)

เครื่องบินลำเลียงใหม่ที่ถูกจัดหาภายใต้โครงการ MTA มีจุดประสงค์ที่จะทดแทนฝูงเครื่องบินลำเลียง Antonov An-32 (NATO กำหนดรหัส 'Cline') ยุคอดีตสหภาพโซเวียตของกองทัพอากาศอินเดีย
บริษัท Airbus Defence and Space ยุโรป, บริษัท Embraer Defense and Security บราซิล, และบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้แสดงความสนใจก่อนหน้านี้ในการมีส่วนร่วมในโครงการ

ในการตอบสนองต่อเอกสารขอข้อมูล RFI ที่ออกในปี 2023 บริษัท Airbus ยุโรปเสนอเครื่องบินลำเลียง A400M Atlas ของตน(https://aagth1.blogspot.com/2026/04/a400m-53.html, https://aagth1.blogspot.com/2026/02/airbus-a400m.html)
ขณะที่เครื่องบินลำเลียง A400M มีน้ำหนักบรรทุกที่ 37tonne เกินความต้องการโครงการ MTA บริษัท Airbus กล่าวกับ Janes ในปี 2023 ว่า A400M Atlas "สามารถเติมเต็มช่องว่างขีดความสามารถการลำเลียงของกองทัพอากาศอินเดีย" จากมุมมองการปฏิบัติการ

Lockheed Martin สหรัฐฯกล่าวในปี 2023 ว่าตนจะเสนอเครื่องบินลำเลียง C-130J Super Hercules เข้าแข่งขัน ซึ่งมีมีน้ำหนักบรรทุกที่ 19tonne(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/c-130j-10.html)
ในปี 2024 บริษัท Embraer บราซิล และบริษัท Mahindra Defence Systems อินเดียได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MoU: Memorandum of Understanding)  เพื่อที่จะ(https://aagth1.blogspot.com/2026/08/kc-390-millennium-2.html)

"ร่วมกันดำเนินการผลักดันโครงการเครื่องบินลำเลียงอเนกประสงค์ MTA" ด้วยเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/c-390-millennium-2.html)
ตามข้อมูลจาก Embraer บราซิลเครื่องบินลำเลียง C-390 Millennium สามารถบรรทุกสัมภาระได้ที่น้ำหนักที่ 26tonnes ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/c-390-millennium-10.html)

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ยูเครนลงนามจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E สวีเดน 16เครื่อง

Ukraine signs for 16 Saab Gripen E fighters, as Sweden advances C/D transfer plan



Ukraine's order for 16 Gripen Es is worth around $2.5 billion Source: Saab
Deliveries of new-build jets for Kyiv will start in 2029.

สวีเดนและยูเครนบรรลุผลข้อตกลงที่จะนำให้รัฐบาลยูเครนในนครหลวง Kyiv วางกำลังด้วยเครื่องบินขับไล่ Saab Gripen C/D ตั้งแต่ต้นปี 2027(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/gripen-c-2-18.html)
ก่อนที่จะยังตามมาต่อเนื่องด้วยการนำเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Saab Gripen E รุ่นล่าสุดเข้าประจำการในกองทัพอากาศยูเครน(Ukrainian Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/gripen-e.html)

ภายใต้สัญญาที่ได้รับการลงนามโดยบริษัท Saab สวีเดนผู้ผลิตอากาศยานและสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน(Defence Material Administration, FMV: Försvarets materielverk) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026
Saab สวีเดนจะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E สร้างใหม่จำนวน 16เครื่องแก่ยูเครนระหว่างปี 2029-2030 บริษัท Saab ให้มูลค่าของข้อตกลงที่ราววงเงิน 24.6 billion Swedish Krona($2.5 billion)

ด้วยข้อตกลงที่มีผลแล้วในขณะนี้สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV กล่าวว่าตน "สามารถเดินหน้าการเตรียมการที่จะบริจาคเครื่องบินขับไล่ Saab JAS 39 Gripen C/D (จำนวน 16เครื่อง)
ที่เคยประจำการในกองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet) ซึ่งรวมอยู่ในชุดสนับสนุน 22 ของรัฐบาลสวีเดน"(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/gripen-c-2-4-18.html)

"เป้าหมายคือเพื่อที่จะมีข้อตกลงที่มีผลบังคับใช้ในฤดูใบไม้ร่วง 2026 ที่จะสามารถส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D แก่ยูเครนได้ในต้นปี 2027" สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์กลาโหมสวีเดน FMV เสริม
"นี่จะเป็นก้าวย่างสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็วของกองทัพอากาศยูเครนและเตรียมการสำหรับการนำเครื่องบินขับไล่ Gripen E เข้าประจำการ" ผู้อำนวยการ FMV สวีเดน Mikael Granholm กล่าว

"ในฐานะก้าวแรก เราจะรับมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D จำนวน 16เครื่องในต้นปี 2027 ในฐานะความช่วยเหลือทางทหาร ขณะที่ข้อตกลงในวันนี้สำหรับรุ่นเครื่องบินขับไล่ Gripen E จะรักษาการครองอากาศ(air superiority) ในระยะยาวของเรา
"เครื่องบินขับไล่ Gripen เหล่านี้จะมีส่วนเสริมขีดความสามารถต่างๆของเราอย่างมีนัยสำคัญในการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ drone, อาวุธปล่อยนำวิถีร่อน, และอากาศยานข้าศึก การฝึกกำลังอยู่ในการดำเนินการแล้ว" รัฐมนตรีกลาโหมยูเครน Mykhailo Fedorov กล่าว

"เครื่องบินขับไล่ Gripen จะมาพร้อมกับชุดสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ความช่วยเหลือและการสนับสนุนทางเทคนิค ผมขอบคุณสวีเดนสำหรับความเป็นหุ้นส่วนที่มีความหมายอย่างยิ่งและสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่การเริ่มต้นการรุกรานของรัสเซีย(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/uav-fire-point.html) เรากำลังทำงานร่วมกันเพื่อความมั่นคงของยูเครนและยุโรปทั้งหมด" ประธานาธิบดียูเครน Volodymyr Zelensky กล่าว

หลังการหารือในเดือนพฤษภาคม 2026 มีการตั้งข้อสังเกตว่ายูเครนจะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D มือสองจำนวน 16เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/gripen-c-2-4-18.html) 
และเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F สร้างใหม่จำนวน 20เครื่อง เครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Saab Gripen F รุ่นใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2026/06/saab-gripen-f.html) ดูเหมือนจะจะถูกตัดออกไปจากแผนที่วางไว้ในระยะนี้

"ผมมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สวีเดนและบริษัท Saab ที่ตอนนี้สามารถจัดเตรียมการมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E แก่ยูเครน การนำเครื่องบินขับไล่ระดับโลกที่เปลี่ยนโครงสร้างขีดความสามารถของกองทัพอากาศยูเครน
นี่จะเสริมความแข็งแกร่งการป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนอย่างมีนัยสำคัญและช่วยการสร้างความมั่นใจแก่ยูเครนว่าสามารถจะป้องกันประชาชนของตนและรักษาอนาคตของตนได้" ผู้อำนวยการบริหาร Saab สวีเดน Micael Johansson กล่าว

บริษัท Saab อธิบายเครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยว Gripen ของตนในฐานะ "เครื่องบินขับไล่ขั้นก้าวหน้าและมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมที่ง่ายต่อการปฏิบัติการและบำรุงรักษา รวมถึงการการปฏิบัติการจากทางวิ่งที่สั้น, ทางวิ่งชั่วคราว หรือถนน การสนับสนุนการปฏิบัติการแบบกระจายตัวต่างๆ"
การนำเครื่องบินขับไล่ Gripen สวีเดนเข้าประจำการจะเสริมต่อกระบวนการการเปลี่ยนยุทโธปกรณ์ใหม่ซึ่งได้เห็นกองทัพอากาศยูเครนนำเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16AM/BM MLU และเครื่องบินขับไล่ Dassault Aviation Mirage 2000-5 ที่ได้รับบริจาคเข้าประจำการ(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/mirage-2000.html)

ระหว่างการเดินทางเยือนโรงงานสายการผลิตอากาศยานของบริษัท Saab ใน Linköping สวีเดนในเดือนตุลาคม 2025  ประธานาธิบดียูเครน Zelensky ประกาศว่ายูเครนมีความสนใจในการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F จำนวนถึง 100-150เครื่อง
ยูเครนได้กลายเป็นลูกค้าส่งออกล่าสุดของเครื่องบินขับไล่ Gripen E สวีเดนต่อจากบราซิล, กองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/saab-gripen-ef.html) และโคลอมเบีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/saab-gripen-ef-17.html) ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เอสโตเนียรับมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM เยอรมนีชุดแรก

Estonia receives first IRIS-T SLM air defence systems





The Estonian Air Defence Wing received its first IRIS-T SLM systems at Ämari Air Base on 22 June. (Diehl Defence)



กองบินป้องกันภัยทางอากาศเอสโตเนีย(Estonian Air Defence Wing) ได้รับมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM(Surface Launched Medium Range) หน่วยยิงแรกของตนแล้ว ณ ฐานทัพอากาศ Ämari เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026
ศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย(ECDI: Estonian Centre for Defence Investments, RKIK: Riigi Kaitseinvesteeringute Keskus) และบริษัท Diehl Defence เยอรมนีประกาศภายหลังในวันเดียวกัน

รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Hanno Pevkur กล่าวว่า "IRIS-T เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยกลางที่ได้รับการพิสูจน์ตนเองในยูเครนแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/iris-t-slm.html) และนำการป้องกันทางอากาศของเราไปสู่ระดับใหม่
ทำให้เรามีความสามารถที่จะโจมตีฝ่ายตรงข้ามจากระยะที่ไกลมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและที่เพดานบินที่สูงกว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยใกล้แบบต่างๆที่เรามีอยู่"(https://aagth1.blogspot.com/2025/07/iris-t-slm.html)

"สงครามในยูเครนได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการป้องกันภัยทางอากาศที่แข็งแกร่งเป็นส่วนศูนย์กลางของการป้องกันประเทศของชาติ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการปกป้องประชาชนของเรา, หน่วยกองกำลังป้องกันประเทศต่างๆของเรา, และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ"
ผู้บัญชาการกองทัพอากาศเอสโตเนีย(Estonian Air Force, Eesti Õhuvägi) พลอากาศจัตวา Riivo Valge กล่าวว่า "ความได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของระบบแท่นยิงนี้ซึ่งเราไม่เคยมีมาก่อนคือเพดานบินโจมตี ซึ่งป้องกันข้าศึกจากการบินเหนือเรา"

"เมื่อระบบนี้ถูกวางกำลังในภาคสนามข้าศึกจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้และค้นหาเส้นทางการบินโคจรทางเลือกอื่นๆ และเนื่องจากระบบนี้มีความว่องไวทางยุทธวิธี ข้าศึกจะต้องทำการตัดสินใจต่างๆเหล่านี้ภายใต้การกดดันของเวลา
สร้างเงื่อนไขต่างๆสำหรับความผิดพลาดต่างๆที่เราสามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้" พลอากาศจัตวา Valge คาดว่ามันจะใช้เวลาหลายเดือนเพื่อที่จะฝึกเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและวางกำลังระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM

รัฐบาลเอสโตเนียในนครหลวง Tallinn ได้ประกาศการลงนามสัญญาจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM จำนวน 3หน่วยยิงเป็นวงเงิน 400 million Euros($429.28 million) เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2023
เป็นการลงทุนทางกลาโหมด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีมูลค่าสูงที่สุดของเอสโตเนียในเวลานั้น เอสโตเนียจะได้รับมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM ที่เหลืออีก 2หน่วยยิงภายในปี 2027

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ IRIS-T SLM ถูกออกแบบเพื่อป้องกันต่อภัยคุกคามต่างๆ รวมถึงอากาศยานปีกนิ่งและอากาศยานปีกหมุน, อาวุธปล่อยนำวิถีร่อน, และอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ข้าศึกที่ระยะไกลถึง 40km และเพดานบินสูงถึง 20km 
ระบบประกอบด้วยแท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ 2แท่นยิง, รถ radar และระบบบัญชาการและควบคุมสำหรับการตรวจการณ์น่านฟ้าและชี้เป้าหมาย ตามข้อมูลจากบริษัท Diehl ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/iris-t-slm-arrow.html)

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569

อากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ UAV และอาวุธปล่อยนำวิถีร่อนของ Fire Point ยูเครนถูกใช้ในการโจมตีรัสเซียเกือบทุกวัน

Eurosatory 2026: Fire Point's FP-1, FP-2, FP-5 UAVs used in near daily strikes on Russia





Fire Point's FP-5 Flamingo cruise missile, displayed at Eurosatory 2026. (Fire Point, Louis Duclos, Xavier Vavasseur)



อากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) แบบ FP-1 และ FP-2 ของบริษัท Fire Point ยูเครนได้ถูกใช้งานโดยกองทัพยูเครน(AFU: Armed Forces of Ukraine)
เพื่อดำเนินการปฏิบัติการโจมตีลึกเข้าไปภายในดินแดนของรัสเซียเกือบจะประจำทุกวัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/fpv-drone.html)  Iryna Terekh ผู้อำนวยการบริหาร Fire Point ยูเครนกล่าวกับ Janes

ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่ศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026
"ฉันอยากจะกล่าวว่า ณ ตอนนี้ระบบที่ทำงานในแนวทางดังกล่าวนั้นกำลังโจมตีทุกวัน มี 5 ถึง 20ของการโจมตีที่ทำโดยอากาศยานไร้คนขับ FP-1 และ FP-2 และบางครั้งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน FP-5 Flamingo" Terekh กล่าว

FP-1 เป็นอากาศยานไร้คนขับปีกนิ่งโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว(OWA: One-Way Attack) ที่มีระยะปฏิบัติการที่ไกลถึง 2,700km, มีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกสูงสุดถึง 60kg และระยะเวลาทำการบินนานสุดที่ 18ชั่วโมง
อากาศยานไร้คนขับปีกนิ่งโจมตีแบบพลีชีพทางเดียว FP-2 OWA UAV ที่มีระยะปฏิบัติการที่ไกลถึง 700km, มีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกสูงสุดถึง 200kg และระยะเวลาทำการบินนานสุดที่ 4ชั่วโมง

อาวุธปล่อยนำวิถีร่อน FP-5 Flamingo มีระยะปฏิบัติการยิงไกลถึง 3,000km, มีความเร็วสูงสุดที่ 950km/h, มีน้ำหนักภารกรรมบรรทุกเกือบ 1150kg และระยะเวลาทำการบินนานสุดที่ 4ชั่วโมง
ตามข้อมูลเอกสารคุณลักษณะต่างๆทั้งหมดของอากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ FP-1, อากาศยานไร้คนขับโจมตีแบบพลีชีพ FP-2 และอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน FP-5 Flamingo ที่ถูกส่งต่อให้แก่ Janes เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026

ในงานแสดง Eurosatory 2026 บริษัท Fire Point ยังได้จัดแสดงขีปนาวุธทางยุทธวิธี(TBM: Tactical Ballistic Missile) แบบ FP-7 และขีปนาวุธพิสัยใกล้(SRBM: Short-Range Ballistic Missile) แบบ FP-9 ใหม่ของตนด้วย
ขีปนาวุธทางยุทธวิธี FP-7 TBM มีระยะปฏิบัติการยิงไกลถึง 200km, มีความเร็วสูงสุดที่ 1,500m/s, มีน้ำหนักหัวรบที่ราว 150kg, และมีค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้(CEP: Circular Error Probable) ที่ราว 14m

ขีปนาวุธพิสัยใกล้ FP-9 SRBM มีระยะปฏิบัติการยิงไกลถึง 855km, มีความเร็วในแนวดิ่งสูงสุดที่ 2,200m/s, มีน้ำหนักหัวรบที่ราว 800kg สามารถทำเพดานบินได้สูงสุดที่ราว 70km, และมีค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ CEP ที่ราว 20m
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 บริษัท Hensoldt เยอรมนี และ Fire Point ยูเครนยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MoU: Memorandum of Understanding) ความร่วมมือในการผลิต, ทดสอบ และส่งมอบระบบ UAV และอาวุธนำวิถีเพื่อใช้พัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธ(BMD: Ballistic Missile Defence) ครับ

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

John Cockerill เบลเยียมและ Arquus ฝรั่งเศสเปิดตัวรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6

Eurosatory 2026: John Cockerill and Arquus debut Fenris fire support vehicle



John Cockerill and its subsidiary Arquus presented their Fenris AFV equipped with an unmanned-variant of Cockerill's 3105 turret. (Guillaume Baptiste / Bloomberg via Getty Images)

บริษัท John Cockeril เบลเยียม และบริษัทย่อยในเครือของตน บริษัท Arquus ฝรั่งเศสได้เปิดตัวรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6(FSV: Fire Support Vehicle) แบบใหม่ของพวกตน
ณ งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชาติ Eurosatory 2026 ที่จัดขึ้นศูนย์จัดแสดง Parc des Expositions de Paris Nord Villepinte ในนครหลวง Paris ฝรั่งเศสระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2026

รถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6 เป็นผลลัพธ์ของการบูรณาการป้อมปืนใหญ่รถถัง Cockerill 3105 เข้ากับระบบรถรบหุ้มเกราะล้อยาง Jaguar 6x6(AFV: Armoured Fighting Vehicle)
ระบบพื้นฐานยังคงโครงสร้างเช่นเดียวกับรถรบหุ้มเกราะ Jaguar 6x6 รวมถึงระบบส่งกำลัง(drivetrain) โดยมีเพียงการปรับปรุงความทันสมัยเพียงส่วนน้อยถูกนำมาใช้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อความสวยงามต่างๆอย่างเช่นชุดไฟหน้าใหม่

Janes ประเมินว่าขณะที่ระบบรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6 น่าจะมีขนาดที่หนักกว่ารถเกราะล้อยาง Jaguar 6x6 ที่เป็นพื้นฐานเนื่องจากการติดตั้งอาวุธขนาดใหญ่ขึ้น รถน่าจะยังคงคุณลักษณะความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่เช่นเดียวกันเป็นส่วนใหญ่
ป้อมปืนที่ถูกนำมาใช้คือป้อมปืนใหญ่รถถัง John Cockerill 3105 ที่ติดตั้งปืนใหญ่รถถังขนาด 105mm ซึ่งมีพร้อมทั้งในรูปแบบมีกำลังพลประจำป้อมและแบบไร้กำลังพบประจำป้อม

การขาดช่องมอง, กล้องตาเรือ หรือฝาปิดเปิดเข้าออกตัวป้อมปืนของกำลังพลต่างๆที่พบเห็นได้บ่งชี้ว่าบริษัท John Cockeril ได้เลือกติดตั้งป้อมปืนในรูปแบบไร้พลประจำป้อมสำหรับรถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6 ที่จัดแสดงในงาน Eurosatory 2026
ณ การแถลงต่อสื่อที่จัดขึ้นระหว่างการเปิดตัว ผู้อำนวยการบริหาร John Cockeril เบลเยียม Jean‑Luc Maurange กล่าวว่าความขัดแย้งในยูเครนได้เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนต่างๆที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนารถเกราะล้อยางยิงสนับสนุน Fenris 6x6

Maurange เน้นย้ำความต้องการสำหรับระบบรถรบหุ้มเกราะที่มีความคล่องแคล่วในการดำเนินกลยุทธ์สูงด้วยความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ปฏิบัติการที่แข็งแกร่ง อย่างที่เห็นในรถรบหุ้มเกราะล้อยาง Jaguar 6x6
ผสมผสานกับขีดความสามารถอำนาจการยิงในการโจมตีเป้าหมายที่กำบังแข็งแรงและยานเกราะต่างๆในระยะยิง เขายังกล่าวว่าบริษัท John Cockeril มุ่งเป้าที่จะเสนอกรอบระยะเวลาการส่งมอบภายในระยะเวลา 16เดือนระหว่างการสั่งซื้อและการส่งมอบรถชุดแรก

ก่อนหน้านี้ John Cockeril เบลเยียมได้ทดสอบการติดตั้งป้อมปืนใหญ่รถถัง Cockerill 3105 เข้ากับระบบรถรบทหารราบสายพาน Lynx KF41 IFV(Infantry Fighting Vehicle)(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/lynx-ifv-4-21.html)
และเข้ากับระบบรถแคร่ฐานของรถถังหลัก Leopard 1 MBT(Main Battle Tank)(https://aagth1.blogspot.com/2020/04/blog-post_2.html) ในภาคสนามเพื่อนำเสนอแก่ยูเครนครับ

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Saab สวีเดนเปิดตัวเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Gripen F เครื่องแรกสำหรับบราซิล

Saab rolls out its first Gripen F fighter for Brazilian air force customer



Brazilian air force chief General Marcelo Kanitz Damasceno (left), with Gripen F and Saab Aeronautics head Lars Tossman. Source: Saab




Swedish-built aircraft already sports its Brazilian air force markings. Source: Saab



เครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Saab Gripen F เครื่องแรกได้ถูกเปิดตัวจากสายการประกอบขั้นสุดท้ายของโรงอากาศยานของบริษัท Saab สวีเดนใน Linköping เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา
โดยถูกพบในการทำเครื่องหมายและลวดลายของกองทัพอากาศบราซิล(Brazilian Air Force, FAB: Força Aérea Brasileira) ที่ได้รับการกำหนดแบบในประจำการกองทัพบราซิลเป็นเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-39F

เครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์ไอพ่นเดี่ยวสองที่นั่ง F-39F Gripen F หมายเลขแพนหาง 4000 เครื่องแรกสำหรับกองทัพอากาศบราซิลยังไม่ได้ทำการบินครั้งแรกของตน "เครื่องบินขับไล่ Gripen F จะถูกเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์ทดสอบการบินของบริษัท Saab ในสวีเดนที่ซึ่งเครื่องบินจะเริ่มการอุทิศการรณรงค์การบินทดสอบ" ก่อนหน้าที่จะส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศบราซิล Saab สวีเดนกล่าว
บริษัท Saab เน้นว่าเครื่องบินขับไล่ Gripen F รุ่นสองที่นั่ง "ได้รับการพัฒนาเพื่อให้ตรงความต้องการการฝึกและการปฏิบัติการต่างๆของกองทัพอากาศสมัยใหม่โดยผสมผสานขีดความสามารถการฝึกเปลี่ยนแบบและการรบในระบบเดียวกัน" กระบวนการดังกล่าวนั้นรวมงานการออกแบบร่วมอย่างเข้มงวดที่ดำเนินการหุ้นส่วนภาคอุตสาหกรรมของบราซิล บริษัท Embraer บราซิล

ถูกพัฒนาจากเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว Gripen E ที่อยู่ในประจำการกองทัพอากาศบราซิล(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/meteor-gripen-e.html) และกองทัพอากาศสวีเดน(SwAF: Swedish Air Force, Svenska flygvapnet) แล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2025/10/gripen-e-60.html)
เครื่องบินขับไล่ Gripen F มีคุณลักษณะที่บริษัท Saab อธิบายว่าเป็น "ห้องนักบินที่สองที่เป็นอิสระอย่างเต็มรูปแบบ ที่ทำให้ครูการบินชี้แนวทางภารกิจต่างๆในการปฏิบัติการเครื่องบินขับไล่เต็มรูปแบบ มอบสถานะภารกิจจริงที่สมจริงแก่เหล่าศิษย์การบิน"

"ด้วยเหตุนี้การเปลี่ยนแบบนักบินและการฝึกเตรียมพร้อมสามารถที่จะเร่งให้เร็วขึ้นได้อย่างมหาศาลเมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาตามแบบ ขณะที่เพิ่มขยายประสิทธิภาพการปฏิบัติการในสภาพแวดล้อมภัยคุกคามสูงต่างๆผ่านการแบ่งภาระงานและปรับปรุงการบัญชาการภารกิจ" Saab สวีเดนเสริม
"การเปิดตัวเครื่องบินขับไล่ Gripen F แสดงถึงการแบ่งปันการบรรลุความสำเร็จระหว่าง Saab สวีเดน, ภาคอุตสาหกรรมบราซิล และกองทัพอากาศบราซิล สะท้อนความเชื่อมั่นอันลึกซึ้งที่เราได้สร้างรวมกันเป็นเวลาหลายปี" Lars Tossman หัวหน้าแผนก Saab Aeronautics กล่าว

"มันแสดงถึงไม่เพียงเฉพาะเครื่องบินขับไล่ขีดความสามารถสูงสำหรับกองทัพอากาศบราซิล แต่ยังเป็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมของการพัฒนาร่วมที่ยั่งยืนและการแบ่งปันความทะเยอทะยานร่วมกันด้วย" Tossman เสริม เขาได้นำเสนอเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Gripen F เครื่องแรกแก่ผู้บัญชาการกองทัพอากาศบราซิล พลอากาศเอก Marcelo Kanitz Damasceno ระหว่างพิธีเปิดตัว
"ผ่านโครงการการถ่ายทอดทอดวิทยาการอย่างจริงจัง บราซิลได้ทำการฝึกวิศวกรและช่างเทคนิคมากกว่าร้อยคนแล้ว ขณะที่เสริมความแข็งแกร่งความเชี่ยวชาญการพัฒนาและออกแบบขั้นก้าวหน้าภายในพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมแห่งชาติของบราซิล" Saab สวีเดนเน้น

ภายใต้สัญญาที่ลงนามในปี 2014 กองทัพอากาศบราซิลจะรับมอบเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว F-39E Gripen E จำนวน 28เครื่อง และเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-39F Gripen F จำนวน 8เครื่อง รวมจำนวน 36เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2022/04/f-39e-gripen-e.html) 
Saab สวีเดนกล่าวว่าจนถึงขณะนี้กองทัพอากาศบราซิลได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E แล้วจำนวน 11เครื่อง ขณะเดียวกันเครื่องบินขับไล่ Gripen E เครื่องแรกที่ประกอบในบราซิลได้ถูกเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา(https://aagth1.blogspot.com/2026/03/gripen-e.html)

เครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง Gripen F สำหรับประเทศลูกค้าทุกเครื่องจะถูกประกอบสร้างที่โรงงานอากาศยาน Linköping ในสวีเดน บราซิลจะเป็นลูกค้ารายแรกจากสามชาติที่เป็นลูกค้าที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าจะจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen F
โดยกองทัพอากาศไทย(RTAF: Royal Thai Air Force)(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/saab-gripen-ef.html) และโคลอมเบีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/12/saab-gripen-ef-17.html) ได้ลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F แล้วในปี 2025

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพอากาศสวีเดนกำลังจัดหาเฉพาะเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดียว JAS-39E Gripen E เท่านั้นโดยสั่งจัดหาจำนวน 60เครื่อง ล่าสุดยูเครนยังมีความคืบหน้าความสนใจของตนในการจัดหาฝูงบินผสมเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F รุ่นใหม่ และเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D รุ่นก่อนหน้า
แผนที่ได้รับการเปิดเผยซึ่งจะนำให้รัฐบาลยูเครนในนครหลวง Kyiv จัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D มือสองจำนวน 16เครื่อง(https://aagth1.blogspot.com/2026/05/gripen-c-2-4-18.html) จากรัฐบาลสวีเดนในกรุง Stockholm ควบคู่ไปกับเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F สร้างใหม่จำนวน 20เครื่องครับ

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569

เอสโตเนียยกเลิกแผนจัดหารถรบทหารราบ CV90 MkIV สวีเดน และจัดหาจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS สหรัฐฯเพิ่ม 3ระบบ

Estonia cancels CV90 MkIV IFV procurement plans



Estonia plans to upgrade its existing CV90s (pictured) rather than buy CV90 MkIV new builds. (EDF)

Estonia procures more HIMARS



Estonia received its first six HIMARS MRLs on 30 April 2025. (Estonian Defence Forces (EDF)/Siim Verner Teder)

ศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย(ECDI: Estonian Centre for Defence Investments, RKIK: Riigi Kaitseinvesteeringute Keskus) ยืนยันกับ Janes เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 ว่า
เอสโตเนียได้ยกเลิกแผนที่จะจัดหารถรบทหารราบ CV90 MkIV IFV(Infantry Fighting Vehicle) ใหม่จากสวีเดนแล้ว(https://aagth1.blogspot.com/2026/02/cv90-mkiv-152.html, https://aagth1.blogspot.com/2025/09/cv90-mk-iv-246.html)

สื่อสาธารณะเอสโตเนีย(Estonian Public Broadcasting, ERR: Eesti Rahvusringhääling) รายงานเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 ที่ผ่านมาว่า รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Hanno Pevkur ได้กล่าวว่า
รัฐบาลเอสโตเนียในนครหลวง Tallinn ได้ยกเลิกโครงการจัดซื้อจัดจ้างรถรบทหารราบ CV90 MkIV วงเงิน 500 million Euros(เกือบ $590 million) ในความชื่นชอบต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบไร้คนขับต่างๆ

โฆษกศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย ECDI กล่าวกับ Janes ว่า "เอสโตเนียได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกการทดแทนรถรบทหารราบ CV90 ด้วยระบบรุ่นใหม่ โดยงบประมาณวงเงินราว 100 million Euros
จะได้รับการจัดสรรเพื่อที่จะปรับปรุงความทันสมัยรถรบทหารราบ CV90 IFV ที่มีอยู่ การวางแผนสำหรับการใช้งบประมาณที่เหลืออยู่ที่ได้รับการจัดสรรคแล้วขณะนี้กำลังอยู่ในการดำเนินการ"

"ข้อเสนอสำหรับการใช้งบประมาณเหล่านั้นจะถูกยื่นเรื่องโดยกองทัพเอสโตเนีย(EDF: Estonian Defence Forces, Eesti Kaitsevägi) ในฐานะการปรึกษาทางทหารจากผู้บัญชาการกองทัพเอสโตเนีย พลโท Andrus Merilo"
เอสโตเนียเคยเป็นหนึ่งในหกประเทศที่ลงนามข้อตกลงทางเทคนิคในเดือนพฤศจิกายน 2025 ในการจัดซื้อจัดจ้างที่ได้รับการดำเนินการผ่านการริเริ่ม CV90 MkIV กลุ่มชาติ Nordic ที่นำโดยสวีเดน

ประเทศอื่นที่ได้ลงนามข้อตกลงคือฟินแลนด์, นอร์เวย์, ลิทัวเนีย(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/leopard-2a8-44.html), และเนเธอร์แลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2021/02/cv9035nl.html)
ข้อตกลงทางเทคนิคกำหนดหลักการเฉพาะโครงการของความร่วมมือการทำงาน, ความต้องการทางเทคนิคต่างๆ, และแผนการปฏิบัติที่เห็นชอบจนกว่าจะมีการลงนามสัญญาหลัก ซึ่งเดิมวางแผนจะมีในกลางปี 2026

การส่งมอบรถรบทหารราบ CV90 MkIV IFV แก่ประเทศที่เข้าร่วมมีแผนในปี 2028 การสอบถามโดย Janes ว่ารถรบทหารราบ CV90 ของเอสโตเนียที่มีอยู่จะได้รับการปรับปรุงหรือไม่ โฆษก ECDI เอสโตเนียตอบกลับว่า
"เอสโตเนียได้ตัดสินใจว่า ณ ปัจจุบันมันสมเหตุสมผลกว่าที่จะปรับปรุงความทันสมัยรถรบทหารราบที่มีอยู่มากกว่าที่จะทดแทนพวกมัน การปรับปรุงความทันสมัยจะสร้างความมั่นใจการดำรงรักษาขีดความสามารถและประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรได้"

ศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย ECDI ยังประกาศในสื่อประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2026 ว่า ตนและบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ
ได้ลงนามสัญญาสำหรับการจัดหาระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS(High Mobility Artillery Rocket System) เพิ่มเติมจำนวน 3ระบบ(https://aagth1.blogspot.com/2025/08/m142-himars-4.html)

รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Pevkur กล่าวว่า "ระบบ HIMARS เพิ่มเติมจะสร้างความมั่นใจขีดความสามารถการโจมตีทางลึกที่จำเป็นโดยกองทัพเอสโตเนียและ NATO เสริมความแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญทั้งขีดความสามารถการป้องกันประเทศและการป้องปรามแห่งชาติของเรา"
ECDI เอสโตเนียเสริมว่าข้อตกลงรวมถึงการลงทุนวงเงินประมาณ $11 million ในภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเอสโตเนีย ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย Pevkur คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนทางการเงิน

Janari Kasemets ผู้จัดการการจัดประเภทระบบการรบของศูนย์การลงทุนด้านกลาโหมเอสโตเนีย ECDI กล่าวว่านอกจากการจัดซื้อจัดจากระบบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร HIMARS และเครื่องกระสุน องค์ประกอบขีดความสามารถการซ่อมบำรุงระบบที่มอบให้บริษัทต่างๆในเอสโตเนียจะถูกจัดตั้งขึ้น
เขาเสริมว่า "การลงทุน $11 million ในเอสโตเนียจะถูกผสมผสาน ณ การริเริ่มของ Lockheed Martin สหรัฐฯ ด้วยการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ เช่น ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, โปแลนด์, และฟินแลนด์ เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญในภูมภาคที่กว้างขวางและดำรงความพร้อมของการบริการต่างๆที่จำเป็นในประเทศ"

การสอบถามโดย Janes ว่ามีบริษัทต่างๆของเอสโตเนียรายใดบ้างที่จะได้รับมอบองค์ประกอบการซ่อมบำรุง โฆษก ECDI เอสโตเนียตอบกลับเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 ว่า "ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในขั้นการเจรจา"
เอสโตเนียได้รับมอบจรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง M142 HIMARS จำนวน 6ระบบแรกของตนเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2025 เมื่อระบบถูกขนส่งทางอากาศโดยเครื่องบินลำเลียง Antonov An-124 ยูเครนมายังฐานทัพอากาศ Ämari และส่งมอบให้แก่กองทัพเอสโตเนีย

โฆษก ECDI เอสโตเนีย กล่าวกับ Janes ว่า จรวดหลายลำกล้องอัตตาจรล้อยาง HIMARS หกระบบที่ถูกส่งมอบแล้วได้อยู่ในประจำการและทำการยิงด้วยกรนะสุนจริงครั้งแรกในกลางปี 2025 เขาคาดว่าจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร HIMARS เพิ่มเติมจำนวน 3ระบบจะถูกส่งมอบภายในสิ้นปี 2027
ปัจจุบันกองทัพบกเอสโตเนีย(Estonian Land Forces, Maavägi) มีรถรบทหารราบ CV9035EE ในประจำการจำนวน 44คัน ซึ่งเดิมเป็นรถรบทหารราบ CV9035NL ของเนเธอร์แลนด์ที่ถูกจัดหาในปี 2014(https://aagth1.blogspot.com/2014/10/cv90.html) และรับมอบครบในปี 2019ครับ