แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ U209 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ U209 แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2568

จีนเสนอเรือดำน้ำชั้น Type 039A มือสอง 3ลำให้อินโดนีเซีย

Indo Defence 2025: China offers ex-PLAN Type 039 boats for Indonesia's interim submarine requirement





Indonesia is mulling an offer for ex-PLAN boats to temporarily fulfil gaps that have arisen due to the non-availability of submarines such as the Cakra (Type 209/1300) boat seen here. (TNI-AL)

จีนได้เสนอที่จะส่งมอบเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Type 039A (NATO กำหนดรหัสชั้น Yuan) จำนวน 3ลำที่เคยประจำการในกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy)
แก่กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)(https://aagth1.blogspot.com/2024/07/s26t-type-052d.html, https://aagth1.blogspot.com/2024/07/s26t.html)

ข้อเสนอได้มีขึ้นโดยคณะเจ้าหน้าที่จากบริษัท Poly Technologies Inc สาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างการเดินทางเยือนกองทัพเรืออินโดนีเซีย ณ Wisma Elang Laut ใน Central Jakarta เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2025
ก่อนหน้านิทรรศการและการประชุมการป้องกันประเทศ Indo Defence Expo and Forum 2025 ที่จัดขึ้นที่ศูนย์จัดแสดง Jakarta International Expo ณ นครหลวง Jakarta ระหว่างวันที่ 11-14 มิถุนายน 2025

Poly Technologies เป็นกิจการรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเพื่อดำเนินการนำเข้าและส่งออกระบบทางกลาโหมต่างๆภายในจีน
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับประเด็นนี้กล่าวกับ Janes ณ นิทรรศการและการประชุม Indo Defence 2025 ว่าภายใต้ข้อเสนอที่เสนอโดยบริษัท Poly Technologies Inc จีน

จีนจะส่งมอบเรือดำน้ำชั้น Type 039A Yuan มือสองจำนวน 3ลำเพื่อเติมเต็มความต้องการที่มีมายาวนานของกองทัพเรืออินโดนีเซียภายใต้โครงการเรือดำน้ำชั้นความพร้อมคั่นระยะ(IRSC: Interim Readiness Submarine Class)
ที่มองที่จะเติมช่องว่างชั่วคราวในขีดความสามารถสงครามใต้น้ำของกองทัพเรืออินโดนีเซียด้วยเรือดำน้ำมือสอง(https://aagth1.blogspot.com/2021/07/1.html)

ขณะที่กองทัพเรืออินโดนีเซียรอการส่งมอบเรือดำน้ำใหม่และร้องขอเรือดำน้ำชั้นใหม่ที่มีขนาดระวางขับน้ำระหว่าง 1,800-2,800tonnes(https://aagth1.blogspot.com/2023/05/aip.html)
อินโดนีเซียได้ลงนามสัญญาจัดหาเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า SSK แบบ Scorpene Evolved ที่ติดตั้งด้วยแหล่งกักเก็บพลังงานไฟฟ้า lithium-ion battery จำนวน 2ลำจากบริษัท Naval Group ฝรั่งเศสในปี 2024

อย่างไรก็ตามสัญญายังไม่มีผลบังคับใช้ในขณะนี้ แม้ว่าถ้าสัญญามีผลบังคับใช้ในปี 2025 นี้ เรือดำน้ำ Scorpene Evolved ลำแรกจะถูกส่งมอบให้อินโดนีเซียได้ในปี 2030 เป็นอย่างเร็วเท่านั้น(https://aagth1.blogspot.com/2024/04/naval-group-scorpene-evolved-2.html)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2025 PT PAL รัฐวิสาหกิจผู้สร้างเรืออินโดนีเซียและ Naval Group ฝรั่งเศสได้ลงนามข้อตกลงที่จัดหาเรือดำน้ำ Scorpene Evolved เพิ่มเติม 2ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2024/03/scorpene-evolved-2.html) และเรือฟริเกต FDI 1ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/06/fdi-hn-f601-hs-kimon.html)

ในการผลักดันโครงการเรือดำน้ำคั่นระยะ IRSC กระทรวงการคลังอินโดนีเซียได้อนุมัติแผนสำหรับประเทศที่จะขอรับสินเชื่อเงินกู้จากต่างประเทศถึง $600 million เพื่อจัดหาเรือดำน้ำมือสองอย่างน้อย 1ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/pt-pal-mro.html)
ซึ่งเป็นความต้องการขั้นต่ำในการทดแทนเรือดำน้ำชั้น Cakra(Type 209/1300) ที่สร้างโดยเยอรมนีที่เข้าประจำการตั้งแต่ปี 1981 จากเดิมที่มี 2ลำ โดยลำที่สอง KRI Nanggala(402) ได้สูญเสียจากการจมในปี 2021 เหลือเพียงลำแรก KRI Cakra(401) ที่ยังคงประจำการอยู่ครับ

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ตุรกีทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำเรือดำน้ำชั้น Reis ลำที่สาม S-332 TCG Muratreis

Turkish Navy launches 3rd Reis-class AIP submarine, TCG Muratreis



The future TCG Muratreis while meeting with the water (Turkish MoD picture)

กระทรวงกลาโหมตุรกีได้ประกาศว่าเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ติดตั้งระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion) ชั้น Type 214TN Reis ลำที่สาม เรือดำน้ำ S-332 TCG Muratreis สำหรับกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy)
ได้ถูกปล่อยลงน้ำแล้วเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2025 ณ อู่เรือ Gölcük Naval Shipyard กระทรวงกลาโหมตุรกีประกาศทางสื่อสังคม online ทางการของตน โดยเผยแพร่ภาพที่เรือดำน้ำ TCG Muratreis ถูกนำลงผิวน้ำที่อู่เรือ Gölcük ในวันเดียวกัน

"Muratreis เป็นเรือดำน้ำชั้น Reis ลำที่สามจาก 6ลำที่อยู่ภายใต้การสร้างที่กองบัญชาการอู่เรือ Gölcük ของกรมการอู่เรือของเราได้ถูกปล่อยลงน้ำในโอกาสครบรอบ 572ปีการพิชิต Istanbul" กระทรวงกลาโหมตุรกีกล่าวในบัญชี X(Twitter เดิม) ทางการของตน
เรือดำน้ำ TCG Muratreis ถูกนำเข้าอู่แห้งเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2024 เรือดำน้ำชั้น Reis ลำแรก เรือดำน้ำ S-330 TCG Pirireis ถูกทำพิธีขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2024(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/reis-s-330-tcg-pirireis.html)

เรือดำน้ำชั้น Reis ลำที่สอง เรือดำน้ำ S-331 TCG Hizirreis ปัจจุบันกำลังระหว่างการทดลองเรือในทะเล ตั้งแต่ปี 2025 นี้เป็นต้นไปเรือดำน้ำชั้น Reis หนึ่งลำจะถูกขึ้นระวางประจำการในทุกๆปี และเรือทั้ง 6ลำจะเข้าประจำการในกองทัพเรือตุรกีครบภายในปี 2028
สัญญาที่ลงนามในเดือนกรกฎาคม 2009 ระหว่างสำนักงานอุตสาหกรรมกลาโหมตุรกี(Secretariat of Defence Industries, SSB: Savunma Sanayii Başkanlığı) และบริษัท thyssenkrupp Marine Systems(tkMS) เยอรมนีเพื่อจะสร้างเรือดำน้ำจำนวน 6 ลำและนำเข้าประจำการในกองทัพเรือตุรกี

โครงการเรือดำน้ำชั้น Reis เป็นโครงการที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับกองทัพเรือตุรกี เรือดำน้ำเหล่านี้จะเพิ่มขยายความแข็งแกร่งของกองเรือดำน้ำในทะเลโดยรอบด้วยคุณลักษณะขีดความสามารถระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ AIP
ปัจจุบันกองทัพเรือตุรกีมีเรือดำน้ำในประจำการจำนวน 13ลำ ประกอบด้วยเรือดำน้ำชั้น Ay(Type 209/1200) จำนวน 4ลำ, เรือดำน้ำชั้น Preveze(Type 209T/1400) จำนวน 4ลำ, เรือดำน้ำชั้น Gür(Type 209T2/1400) จำนวน 4ลำ และเรือดำน้ำชั้น Reis จำนวน 1ลำ

เรือดำน้ำชั้น Ay, เรือดำน้ำชั้น Preveze, เรือดำน้ำชั้น Gür และเรือดำน้ำชั้น Reis ทั้งหมดเป็นเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้าพลังงานตามแบบ(conventionally-powered) ภายในปี 2028 กองทัพเรือตุรกีจะมีเรือดำน้ำชั้น Reis พร้อมระบบ AIP ประจำการ 6ลำ
เรือดำน้ำชั้น Reis จะเป็นประโยชน์ไม่เพียงแต่เฉพาะกับกองทัพเรือตุรกีแต่ยังกับพื้นฐานทางด้านวิทยาการและด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของตุรกีด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2024/10/stm-stm500.html)

องค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการเป็นแหล่งอ้างอิงที่แข็งแรงสำหรับโครงการพัฒนาเรือดำน้ำภายในประเทศของตุรกีที่รู้จักในชื่อโครงการเรือดำน้ำแห่งชาติ(National Submarine, MİLDEN: Milli Denizaltı) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นระยะการออกแบบและคาดว่าจะถูกสร้างในปี 2030s
โครงการยังมีผู้รับสัญญารองของตุรกีเป็นจำนวนมากรวมถึง บริษัท ASELSAN ตุรกี, บริษัท HAVELSAN ตุรกี, บริษัท MilSOFT ตุรกี, บริษัท STM ตุรกี, บริษัท Koç Information and Defense ตุรกี, สภาวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตุรกี(Scientific and Technological Research Council of Turkey, TÜBİTAK) และบริษัท AYESAŞ ตุรกี กำลังทำงานในระบะย่อยต่างๆของเรือดำน้ำชั้น Reis รวมถึงระบบนำร่องและการจัดการข้อมูล, data link ระบบระบบมาตรการต่อต้าน torpedo(TCM: Torpedo Countermeasures) และอื่นๆ

เรือดำน้ำชั้น Reis มีคุณลักษณะเรือดำน้ำตัวเรือเดี่ยว(single-hull), ออกแบบมีหนึ่งพื้นที่ภายใน(one-compartment) และระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ AIP แบบ fuel cell ของ Howaldswerke-Deutsche Werft(HDW) เยอรมนีที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
เรือดำน้ำชั้น Reis มีความยาวตัวเรือที่ 68.35m, เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกที่ 6.33m มีระวางขับน้ำที่ 1,850tons และมีความจุกำลังพลประจำเรือที่ 40นาย ระบบ AIP แบบวิทยาการ PEM Fuel Cell(กำลัง 120kw 2ระบบ) และ battery ความจุสูง(324หน่วย 2ชุด) ทำให้เรือมีระยะเวลาวางกำลังที่ยาวนานโดยปราศจากการใช้ท่อ snorkel 

เรือดำน้ำชั้น Reis จะติดตั้งด้วย torpedo หนักขนาด 533mm(MK48 Mod 6AT และ DM2A4), อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ(UGM-84 Sub-Harpoon) และทุ่นระเบิดทะเล torpedo หนักแบบ Akya และอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Atmaca ที่ตุรกีพัฒนาในประเทศ(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/atmaca.html)ถูกประกาศว่าจะได้รับการติดตั้งกับเรือ
เรือดำน้ำชั้น Reis จะสามารถดำเนินภารกิจต่างๆอย่างเช่นการปฏิบัติการน่านน้ำชายฝั่งไปจนถึงการลาดตระเวนในมหาสมุทร รวมถึงปฏฺิบัติการต่อต้านเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ, ข่าวกรอง ตรวจการณ์ และลาดตระเวน(ISR: Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance) และหน่วยรบพิเศษ โดยหลักต้องขอบคุณความลึกในการดำที่เพิ่มขึ้นและการผสมผสานระบบอาวุธและระบบตรวจจับแบบ modular ของเรือครับ

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

SIMA เปรูและ Hyundai HD HHI เกาหลีใต้ลงนามข้อตกลงการพัฒนาเรือดำน้ำ

Peru's SIMA and Korea's HHI sign agreement on submarine technology


As Peru looks to develop a new fleet of submarines, it is working on modernising its current Angamos-class boats, such as the one pictured here. (US Navy)



Peruvian shipyard SIMA and South Korea's HHI signed a memorandum of agreement (MOA) on 25 April will involve the design of the new HDS-1590 MGP submarine. (Peruvian Navy)

SIMA(Servicios Industriales de la Marina) อู่ต่อเรือของรัฐบาลเปรูและบริษัท HD Hyundai Heavy Industries(HHI) สาธารณรัฐเกาหลีได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOA: Memorandum of Agreement) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2025
ที่มุ่งเป้าไปที่ "โครงการต่างๆและการพัฒนาร่วมกันในอนาคต" ของวิทยาการเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/hanwha-ocean-hyundai-hd-hhi.html) อู่เรือ SIMA เปรูยืนยันในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ในวันนั้น

การลงนามที่มีขึ้นระหว่านิทรรศการกลาโหม SITDEF 2025 ซึ่งจัดขึ้น ณ กองบัญชาการกองทัพบกเปรู(Peruvian Army, EP: Ejército del Perú) ในนครหลวง Lima ระหว่างวันที่ 24-27 เมษายน 2025 ที่ผ่านมา
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOA เป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือระหว่าง SIMA เปรู และบริษัท HHI สาธารณรัฐเกาหลีสำหรับการผลิตเรือดำน้ำที่เป็นไปได้(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/hd-hhi.html)

ทั้ง SIMA เปรู และ HHI สาธารณรัฐเกาหลีได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) เกี่ยวกับวิทยาการเรือดำน้ำในเดือนพฤศจิกายน 2024
ระหว่างการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก APEC(Asia-Pacific Economic Cooperation) ในนครหลวง Lima ระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2024

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOA ใหม่ "เป็นการเพิ่มขยายบันทึกความเข้าใจ MOU" SIMA เปรูอธิบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อตกลงใหม่ "สร้างตารางเวลาสำหรับการปฏิบัติการร่วมต่างๆ"
อย่างเช่น "การออกแบบของขีดความสามารถเรือดำน้ำใหม่ ดังนั้นจึงเป็นการเปิดโอกาสความเป็นไปได้สำหรับโครงการการพัฒนาร่วมในอนาคตในภาคส่วนทางยุทธศาสตร์นั้น" อู่เรือ SIMA เปรูกล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2025

กองทัพเรือเปรู(Peruvian Navy, MGP: Marina de Guerra del Perú) มีประจำการด้วยเรือดำน้ำแบบ Type 209 จำนวน 6ลำที่สร้างโดยเยอรมนีตั้งแต่ปี 1970s 
อู่เรือ SIMA ได้ดำเนินการโครงการปรับปรุงความทันสมัยเพื่อยืดอายุการใช้งานของเรือดำน้ำชั้น Angamos(Type 209/1200) จำนวน 4ลำ คือเรือดำน้ำ SS-31 BAP Angamos, เรือดำน้ำ SS-32 BAP Antofagasta, เรือดำน้ำ SS-33 BAP Pisagua และเรือดำน้ำ SS-34 BAP Chipana

เรือดำน้ำที่มีอายุการใช้งานมากที่สุดของกองทัพเรือเปรูคือเรือดำน้ำชั้น Islay(Type 209/1100) จำนวน 2ลำ คือเรือดำน้ำ SS-35 BAP Islay และเรือดำน้ำ SS-36 BAP Arica
กองทัพเรือเปรูกล่าวว่า MOA จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ "การออกแบบของเรือดำน้ำ HDS-1590 MGP ใหม่" ใน post ที่เผยแพร่บนสื่อสังคม online ทั้ง Facebook และ X(Twitter เดิม) เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2025 ครับ

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568

Hanwha Ocean เกาหลีใต้ปรับปรุงข้อเสนอของตนสำหรับโครงการเรือดำน้ำ Orka โปแลนด์

Hanwha Ocean updates its offer for Polish submarine Orka programme



A scale model of the KSS-III Batch 2 submarine presented by Hanwha Ocean during the MSPO 2024 defence exhibition in Kielce, Poland. (Jakub Link-Lenczowski)


Hanwha is offering to lease the decommissioned Jang Bogo (KSS-I)-class submarine, expected to be decommissioned from the South Korean navy in 2027 for crew training. (Republic of Korea Navy)

บริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีได้เปิดเผยข้อเสนอที่ได้รับการปรับปรุงของตนสำหรับการส่งมอบเรือดำน้ำในอนาคตแก่กองทัพเรือโปแลนด์(Polish Navy) ภายใต้โครงการ Orka
Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีผู้สร้างเรือยินดีที่จะส่งมอบเรือดำน้ำ KSS-III Batch 2 แก่กองทัพเรือโปแลนด์(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/hanwha-ocean-kss-iii.html)

ควบคู่ไปกับชุดการซ่อมบำรุง, ซ่อมแก้ และซ่อมทำใหญ่(MRO: Maintenance, Repair and Overhaul) ที่ได้รับการเพิ่มขยาย เช่นเดียวกับที่จะลงทุนในสถานที่อู่เรือของโปแลนด์ภายใต้สัญญา
ระหว่างการบรรยายสรุปที่จัดขึ้นในต้นเดือนเมษายน 2025 บริษัท Hanwha Ocean นำเสนอกรอบระยะเวลาที่ได้รับการปรับปรุงใหม่สำหรับการส่งมอบเรือดำน้ำจำนวน 3ลำสำหรับโปแลนด์

ตามข้อมูลจากตัวแทนของบริษัท Hanwha Ocean เรือดำน้ำ KSS-III Batch 2 ลำแรกจะถูกส่งมอบได้ภายใน 6ปีหลังจากการลงนามสัญญาและเรือดำน้ำทั้งหมด 3ลำจะถูกส่งมอบภายใน 8ปี 6เดือน
มากไปกว่านั้นบริษัท Hanwha กำลังเสนอที่จะให้เช่าเรือดำน้ำชั้น Jang Bogo(KSS-I, Type 209/1200) ที่ปลดประจำการในฐานะแนวทางแก้ไขปัญหาสะพานเชื่อมสำหรับการฝึกกำลังพลประจำเรือ

Janes ได้ทราบว่าเรือดำน้ำชั้น Jang Bogo เป็นที่คาดว่าจะถูกปลดประจำการจากกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ในปี 2027 และหลังจากการซ่อมบำรุงเล็ก(refit) เรือจะสามารถส่งมอบให้แก่โปแลนด์ได้
ตัวแทนบริษัท Hanwha กล่าวกับ Janes ว่าระบบบัญชาการบางส่วน ซึ่งจะมีความเข้ากันได้กับเรือดำน้ำ KSS-III Batch 2 อาจจะถูกติดตั้งบนเรือดำน้ำ KSS-I ด้วย(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/jang-bogo.html)

แนวทางดังกล่าวสามารถที่จะช่วยที่จะฝึกกำลังพลประจำเรือดำน้ำของกองทัพเรือโปแลนด์ก่อนการส่งมอบเรือดำน้ำ KSS-III Batch 2(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/hanwha-ocean-hyundai-hd-hhi.html)
การเช่าเรือดำน้ำ KSS-I จะได้รับการลงนามโดยรัฐบาลโปแลนด์และรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีกับบริษัท Hanwha Ocean(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/hanwha-ocean-1400-kss-iii.html)

โครงการเรือดำน้ำ Orka มีจุดประสงค์ที่จะทดแทนเรือดำน้ำชั้น Project 877E(NATO กำหนดรหัสชั้น Kilo) ที่มีลำเดียวของกองทัพเรือโปแลนด์ เรือดำน้ำ ORP Orzeł ที่มีอายุการใช้งานมานานโดยเข้าประจำการตั้งแต่ปี 1986
กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีปัจจุบันมีประจำการด้วยเรือดำน้ำ KSS-III Batch 1 ในชื่อเรือดำน้ำชั้น Dosan Ahn Changho แล้วจำนวน 3ลำ โดยอู่เรือของ Hanwha Ocean กำลังอยู่ระหว่างการสร้างเรือดำน้ำ KSS-III Batch 2 ใหม่หนึ่งลำ

เรือดำน้ำ KSS-III ที่พัฒนาโดย Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีมีคุณลักษณะระวางขับน้ำที่ผิวน้ำประมาณ 3,350tonne และมีความยาวเรือรวมที่ 83m(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/hd-hhi.html
ระบบอาวุธท่อยิงแนวดิ่ง(VLS: Vertical Launching System) 6ท่อยิงสำหรับขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ(SLBM: Submarine-Launched Ballistic Missile) และท่อยิง torpedo หนักขนาด 533mm 6ท่อยิง

เรือดำน้ำ KSS-III ยังมีคุณลักษณะติดตั้งแหล่งกักเก็บพลังงานไฟฟ้า lithium-ion battery ที่พัฒนาโดยบริษัท Hanwha Aerospace สาธารณรัฐเกาหลี, ระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion)
และระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) ที่พัฒนาโดยบริษัท Hanwha Systems สาธารณรัฐเกาหลีครับ(https://aagth1.blogspot.com/2023/11/defense-security-2023-marsun-tkms-meko.html)

วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568

กรีซจะปรับปรุงความทันสมัยเรือดำน้ำชั้น Type 214 และจัดหาเรือดำน้ำใหม่ 4ลำ

Greece announces submarine fleet recapitalisation



HS Papanikolis , the oldest of the Hellenic Navy's four Type 214 submarines set to be modernised. (Hellenic Navy)


Hellenic Navy to request bids for four new submarines to replace to replace its existing Type 209 submarines. (Hellenic Navy)

กองเรือดำน้ำของกองทัพเรือกรีซ(HN: Hellenic Navy) ได้ถูกกำหนดที่จะได้รับการปรับปรุงความทันสมัยในฐานะส่วนหนึ่งของงบประมาณกลาโหมหลักวงเงิน 25 billion Euros($27.43 billion)
เพื่อการปรับปรุงยกระดับครั้งใหญ่(overhaul) สำหรับกองทัพกรีซ(Hellenic Armed Forces) ที่ได้รับการประกาศโดยนายกรัฐมนตรีกรีซ Kyriakos Mitsotakis เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่กองทัพเรือกรีซกล่าวกับ Janes ว่าคณะเสนาธิการทหารเรือกรีซได้รับการอนุมัติทางการเมืองอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับการปรับปรุงความทันสมัยของเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Papanikolis ทั้ง 4ลำของตน
แบบเรือดำน้ำชั้น Type 214 ที่ติดตั้งด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air-Independent Propulsion) และการร้องขอการแข่งขันสำหรับเรือดำน้ำใหม่ 4ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2021/03/tkms-type-214.html)

การปรับปรุงของเรือดำน้ำชั้น Papanikolis จำนวน 4ลำคือ เรือดำน้ำ S-120 HS Papanikolis, เรือดำน้ำ S-121 HS Pipinos, เรือดำน้ำ S-122 HS Matrozos และเรือดำน้ำ S-123 HS Katsonis(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/reis-s-330-tcg-pirireis.html)
จะรวมถึงการทดแทน torpedo หนักแบบ AEG SUT Mod 0 ด้วย torpedo หนักแบบ Atlas Elektronik DM2A4 SeaHake Mod 4 ใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2022/01/tkms-type-214-type-209.html),

การปรับเปลี่ยนระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ ISUS-90 ของเรือดำน้ำชั้น Papanikolis(Type 214) เพื่อใช้งานระบบอาวุธใหม่ต่างๆเหล่านี้(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/hd-hhi.html), 
การจัดซื้อจัดจ้างของ battery ของ torpedo เพิ่มเติม, และการติดตั้งระบบมาตรการต่อต้าน torpedo(TCM: Torpedo Countermeasures)(https://aagth1.blogspot.com/2022/10/type-214.html)

torpedo หนักแบบ SeaHake นำวิถีด้วยสาย fibre-optic มีคุณลักษณะความยาว 6.22m และหนัก 1,530kg ติดตั้งหัวรบขนาด 260kg, ระบบ battery แบบ modular, motor ไฟฟ้า, ระบบตรวจจับเป้าหมาย sonar แบบ digital, 
และระบบต่อต้านมาตรการต่อต้าน electronic(ECCM: Electronic Counter-Countermeasures) เพื่อต่อต้านการก่อกวนแและหลบหลีกเป้าลวง(decoy) และระบบมาตรการต่อต้าน(countermeasure) สมัยใหม่ต่างๆ

torpedo หนัก SeaHake ถูกออกแบบให้มีความเร็วถึงที่ 50 knots ที่ระยะยิงเกิน 50km โดย torpedo เหล่านี้สามารถปฏิบัติการได้ทั้งระบบชี้เป้าหมายแบบเชิงรุกและเชิงรับ และสามารถใช้งานได้ได้จากหลากหลายระดับความลึกภายใต้สภาวะทะเลที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ
torpedo หนัก SeaHake ชุดแรกจำนวน 44นัดมีกำหนดที่จะถูกส่งมอบในราวกลางปี 2025 นี้ และชุดที่สองจะมีตามมาภายในสิ้นปี 2025(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/type-214.html)

กองทัพเรือกรีซยังมีความต้องการที่จะจัดหาเรือดำน้ำใหม่อย่างน้อย 4ลำเพื่อทดแทนเรือดำน้ำชั้น Glafkos(Type 209/1100) จำนวน 2ลำจากเดิม 4ลำที่ยังประจำการอยู่คือ เรือดำน้ำ S-111 HS Nirefs และเรือดำน้ำ S-112 HS Triton
และเรือดำน้ำชั้น Poseidon(Type 209/1200) จำนวน 3ลำจากเดิม 4ลำที่ยังประจำการอยู่คือ เรือดำน้ำ S-116 HS Poseidon, เรือดำน้ำ S-117 HS Amfitriti และเรือดำน้ำ S-119 HS Pontos ที่มีอายุการใช้งานมานานโดยเข้าประจำการมาตั้งแต่ปี 1970s ครับ

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568

ตุรกีประสบความสำเร็จการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Atmaca รุ่นยิงจากเรือดำน้ำ

Türkiye announces first successful test firing of submarine-launched Atmaca







The first test firing of the submarine-launched version of Türkiye's indigenously developed Atmaca anti-ship guided missile was carried out from TCG Preveze in the Eastern Mediterranean on 12 March. (Turkish MND)



กองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy) ได้ประสบความสำเร็จการทดสอบยิงรุ่นยิงจากเรือดำน้ำของอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ Atmaca ที่ตุรกีพัฒนาในประเทศเป็นครั้งแรก(https://aagth1.blogspot.com/2024/01/atmaca-45.html)
การยิงจริงซึ่งดำเนินการในทะเล Mediterranean ตะวันออกจากเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Preveze(เรือดำน้ำชั้น Type 209/1400) ลำแรก เรือดำน้ำ S-353 TCG Preveze(https://aagth1.blogspot.com/2019/04/type-209-type-214-nagapasa.html)

ได้ถูกประกาศโดย Haluk Görgün ประธานสำนักงานอุตสาหกรรมกลาโหมตุรกี(Defence Industry Agency/Secretariat of Defence Industries, SSB) บนบัญชี X(Twitter เดิม) ทางการเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2025
วีดีทัศน์ที่เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมตุรกีในวันเดียวกันแสดงถึงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Atmaca ในชุดบรรจุผนึกน้ำ(encapsulated) ถูกบรรจุเข้าสู่ท่อยิง torpedo ของเรือดำน้ำ TCG Preveze ณ ฐานทัพเรือ Aksaz

ตามมาด้วยการยิงโจมตีเป้าหมายขณะที่เรือดำน้ำ TCG Preveze ดำอยู่ใต้น้ำ อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Atmaca ถูกยิงโดยใช้ระบบอำนวยการรบ(CMS: Combat Management System) แบบ Müren ใหม่
ซึ่งถูกบูรณาการติดตั้งบนเรือดำน้ำชั้น Preveze ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการการปรับปรุงครึ่งอายุ(MLU: Mid-Life Upgrade) ของเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/reis-s-330-tcg-pirireis.html)

อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Atmaca ได้ถูกเริ่มต้นการพัฒนาในปี 2009 โดยบริษัท Roketsan ตุรกีทำการพัฒนาส่วนโครงสร้างอากาศยาน(airframe) ของตัวอาวุธปล่อยนำวิถี
ขณะที่ส่วนหัวค้นหาเป้าหมายความถี่วิทยุ(RF: Radio Frequency) และระบบนำวิถีได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Aselsan ตุรกี และเครื่องยนต์จรวดได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Kale Arge ตุรกี

หลังเสร็จสิ้นการทดสอบยิงครั้งแรกจากฐานยิงบนชายฝั่งในปี 2017 อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Atmaca ได้ถูฏนำมาดำเนินการทดสอบยิงบนเรือครั้งแรกจากเรือคอร์เวตชั้น Ada(MILGEM) ลำที่สี่ เรือคอร์เวต F-514 TCG Kınalıada ของกองทัพเรือตุรกี
ในทะเลดำในเดือนพฤศจิกายน 2019 นี่ตามมาด้วยการทดสอบยิงครั้งแรกโดยติดหัวรบจริงจากเรือคอร์เวต TCG Kınalıada ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/mazepa-f212-hetman-ivan-vyhovskyi.html)

ในเดือนมิถุนายน 2021 อาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Atmaca ได้เสร็จสิ้นการทดสอบการรับรองหลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงหลายครั้ง ซึ่งนำไปสู่การเริ่มต้นสายผลิตจำนวนมาก(https://aagth1.blogspot.com/2024/06/lms-batch-2-stm-3.html
อาวุธปล่อยนำวิถี Atmaca แต่ละนัดมีน้ำหนัก 750kg, ความยาว 5.2m, ปีกกว้าง 1.4m และติดหัวรบระเบิดแรงสูงหนัก 220kg สามารถโจมตีเป้าหมายที่ระยะไกลเกิน 220km นำวิถีด้วยระบบนำวิถี INS(Inertial Navigation System) และดาวเทียม GPS(Global Positioning System) ขณะบินโคจร และพุ่งเข้าหาเป้าหมายโดยหัวค้นหา radar ครับ

วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2567

ตุรกีทำพิธีประจำการเรือดำน้ำชั้น Reis ลำแรก S-330 TCG Pirireis

Turkish Navy commissions first Reis-class submarine



The commissioning ceremony for TCG Pirireis , which took place at Aksaz Naval Base on 25 August 2024. (Turkish MND)



เรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ติดตั้งระบบขับเคลื่อนแบบไม่ใช้อากาศ(AIP: Air Independent Propulsion) ชั้น Type 214TN Reis ลำแรกจากทั้งหมด 6ลำที่ได้รับการสร้างสำหรับกองทัพเรือตุรกี(Turkish Navy) ได้ถูกนำเข้าประจำการแล้ว
เรือดำน้ำชั้น Reis ลำแรก เรือดำน้ำ S-330 TCG Pirireis ได้มีพิธีขึ้นระวางประจำการอย่างเป็นทางการในพิธีที่จัดขึ้น ณ ฐานทัพเรือ Aksaz ใน Marmaris ทางตะวันตกเฉียงใต้ของตุรกีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2024 กระทรวงกลาโหมตุรกียืนยันในวันเดียวกัน

พิธีขึ้นระวางประจำการเรือดำน้ำ TCG Pirireis ยังเป็นเครื่องหมายถึงเหตุการณ์สำคัญอื่นๆอีกหลายอย่างสำหรับโครงการเรือดำน้ำชั้น Reis(https://aagth1.blogspot.com/2019/04/type-209-type-214-nagapasa.html)
รวมถึงการทดลองเรือในทะเลระยะแรกของเรือดำน้ำชั้น Reis ลำที่สอง เรือดำน้ำ S-331 TCG Hizirreis ขณะที่เรือดำน้ำชั้น Reis ลำที่สาม เรือดำน้ำ S-332 TCG Muratreis ได้อยู่ที่อู่เรือเพื่อดำเนินการติดตั้งสิ่งอุปกรณ์

ตุรกีได้เลือกแบบเรือดำน้ำชั้น Type 214 AIP ของบริษัท thyssenkrupp Marine Systems(tkMS) เยอรมนีผู้สร้างเรือ(ขณะนั้นเป็นบริษัท Howaldtswerke-Deutsche Werft(HDW) เยอรมนี) ในปี 2008
ว่าตรงความต้องการของตนสำหรับเรือดำน้ำใหม่ในการทดแทนเรือดำน้ำชั้น Type 209 ที่มีอายุการใช้งานมานานของตน รวมถึงเรือดำน้ำชั้น Ay(Type 209/1200) จำนวน 6ลำ ซึ่งส่วนหนึ่งเริ่มทยอยปลดประจำการแล้ว

สัญญามูลค่าวงเงินราว 2.5 billion Euros($3.96 billion ตามค่าเงินในเวลานั้น) ที่ได้รับการลงนามในปี 2009 ครอบคลุมการส่งมอบชุดของสิ่งวัสดุสำหรับเรือดำน้ำ 6ลำ ซึ่งกำลังได้รับการสร้างโดยอู่เรือ Gölcük Naval Shipyard ตุรกีโดยใช้เนื้อหาภายในประเทศระดับสูง
เรือดำน้ำ TCG Pirireis เริ่มการสร้างในปี 2015 และถูกนำลงน้ำในเดือนมีนาคม 2021 เรือดำน้ำชั้น Reis ลำแรกเดิมมีแผนที่จะถูกส่งมอบในปี 2022 แต่กำหนดเวลาได้ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์ระบาด Covid-19

ภายใต้แผนปัจจุบันเรือลำที่สอง เรือดำน้ำ S-331 TCG Hizirreis จะถูกขึ้นระวางประจำการในปี 2025 ตามมาด้วยเรือลำที่สาม เรือดำน้ำ S-332 TCG Muratreis ในปี 2026 เรือดำน้ำชั้น Reis ที่เหลืออยู่ในหลากหลายขั้นระยะของการสร้าง
เรือลำที่สี่ เรือดำน้ำ S-333 TCG Aydinreis ถูกวางกระดูกงูเรือในปี 2019 ตามมาด้วยเรือลำที่ห้า เรือดำน้ำ S-334 TCG Seydialireis ถูกวางกระดูกงูเรือในปี 2020 และเรือลำที่หก เรือดำน้ำ S-335 TCG Selmanreis ถูกวางกระดูกงูเรือในปี 2020 เรือทั้ง 6ลำวางแผนที่จะเข้าประจำการครบในปี 2029

เรือดำน้ำชั้น Reis มีความยาวเรือยาวมากกว่าเรือดำน้ำ Type 214 ที่ประจำการในกองทัพเรือชาติอื่นที่ 3.35m การเพิ่มความยาวเรือและน้ำหนักเรือมีเพื่อการแก้ไขปัญหาความเสถียรภาพของตัวเรือ โดยเฉพาะที่ความลึกระดับกล้องตาเรือที่ได้รับรายงานจากกองทัพเรือชาติอื่นๆ
เรือดำน้ำชั้น Reis มีความยาวเรือที่ 68.35m, กว้างที่ 6.3m มีระวางขับน้ำที่ผิวน้ำที่ 1,850tonnes และขณะดำใต้น้ำที่ 2,050tonnes มีกำลังพลประจำเรือเต็มที่ 40นาย น้อยลงกว่า 10นายจากเรือดำน้ำที่ประจำการในกองทัพเรือตุรกีปัจจุบัน บ่งชี้ถึงการนำระบบอัตโนมัติมาใช้งานในระดับสูงครับ

วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2567

เกาหลีใต้รับมอบเรือดำน้ำชั้น Jang Bogo ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพิ่มอีกลำ

South Korea receives another upgraded Jang Bogo submarine



An upgraded KSS-I submarine, Yi Eok-gi, which was handed over to the RoKN in 2019 (pictured). 


Its sister vessel, Jeong Un, has been similarly upgraded and was handed over to the service on 12 August 2024. (South Korean MND)

กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ได้รับมอบเรือดำน้่ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) ชั้น Jang Bogo(KSS-I) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่อีกลำ(https://aagth1.blogspot.com/2023/06/hanwha-ocean-1400-kss-iii.html)
สำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นหน่วยงานการจัดซื้อจัดจ้างทางทหารของสาธารณรัฐเกาหลีประกาศเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2024

เรือดำน้ำชั้น Jang Bogo เรือดำน้ำ SS-067 ROKS Jung Woon ได้ถูกส่งมอบในวันที่ 12 สิงหาคม 2024 วันเดียวกับที่มีการประกาศในพิธีที่เชิญนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีและตัวแทนจากผู้สร้างเรือบริษัท Hanwha Ocean สาธารณรัฐเกาหลีร่วมงาน DAPA เสริม
งานปรับปรุงของเรือดำน้ำ ROKS Jung Woon ได้เริ่มต้นในเดือนมีนาคม 2023 และจากนั้นเรือดำน้ำได้เสร็จสิ้นกระบวนการซ่อมปรับปรุงคืนสภาพใหม่(refurbishment) และการประเมินค่าต่างๆ

โดยอู่เรือบริษัท Hanwha Ocean(บริษัท Daewoo Shipbuilding and Marine Engineering, DSME เดิม) ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รับสัญญาหลักในโครงการปรับปรุงเรือดำน้ำชั้น Jang Bogo
"ด้วยการปรับปรุงและเพิ่มความสามารถ ความสามารถของเรือที่จะดำเนินการปฏิบัติการต่างๆ เช่น การตรวจจับ, พิสูจน์ทราบ, และสกัดกั้นต่อเรือข้าศึก ได้รับการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบดั้งเดิมของเรือ" DAPA กล่าว

"โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้รับระบบการรบแบบใหม่กว่าต่างๆที่ได้รับการพัฒนาภายในประเทศ การปฏิบัติการรบทางทหารต่างๆตอนนี้ได้ถูกเพิ่มขยายขึ้นอย่างมหาศาล มอบความพร้อมของการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงในประเทศ" DAPA เสริม
กองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีมีประจำการด้วยกองเรือดำน้ำชั้น KSS-I(มีพื้นฐานจากแบบเรือดำน้ำชั้น Type 209/1200) จำนวน 9ลำที่ถูกนำขึ้นระวางประจำการในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน 1993 ถึงเดือนธันวาคม 2001

ยกเว้นเรือดำน้ำชั้น Jang Bogo ลำแรก เรือดำน้ำ SS-061 ROKS Jang Bogo(สะกดด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษได้อีกแบบว่า Chang Bogo) ซึ่งได้ถูกสร้างโดยอู่เรือบริษัท Howaldtswerke-Deutsche Werft(HDW) เยอรมนีใน Kiel
เรือดำน้ำ KSS-I ที่เหลือทั้ง 8ลำแต่ละลำถูกประกอบหรือสร้างโดยบริษัท Daewoo Shipbuilding and Marine Engineering(DSME) สาธารณรัฐเกาหลี ณ อู่เรือ Okpo ของตนภายใต้ข้อตกลงการถ่ายทอดวิทยาการ DSME ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและชื่อใหม่เป็น Hanwha Ocean

DSME สัญญาการปรับปรุงเรือดำน้ำ KSS-I สามลำวงเงิน 179 billion Korean Won($164 million) ในปี 2014 และสัญญาตามมาสำหรับการปรับปรุงเรือดำน้ำเพิ่มอีกสามลำวงเงิน 165 billion Korean Won($151 million) ในปี 2020
เรือดำน้ำ SS-063 ROKS Choi Moo Sun, เรือดำน้ำ SS-069 Na Dae Yong และเรือดำน้ำ SS-071 ROKS Lee Eok Gi ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วได้ถูกส่งมอบครบในปี 2019 เรือดำน้ำชั้น Jang Bogo มีความยาวเรือ 55.9m กว้าง 6.2m ครับ

วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

อินเดียพยายามอุดช่องว่างสงครามใต้น้ำโดยการปรับปรุงเรือดำน้ำชั้น Shishumar Type 209 เยอรมนีเพิ่มอีก

Outpaced underwater: India attempts to bridge submarine warfare gap with another Shishumar-class upgrade





An Indian Navy Shishumar-class submarine, seen here during a 2011 fleet review. The country has recently awarded a contract to upgrade its second Shishumar-class submarine. (Punit Paranjpe/AFP via Getty Images, ShipSpotting.com)

รัฐบาลอินเดียใน New Delhi ได้ดำเนินก้าวย่างอีกขั้นมุ่งสู่การเสริมสร้างขีดความสามารถสงครามใต้น้ำของตน ตามที่กองทัพเรืออินเดีย(IN:  Indian Navy) เผชิญความจำเป็นเร่งด่วน
ที่จะต้องวางตำแหน่งกองเรือดำน้ำโจมตีของตนที่มีอายุการใช้งานมานานอย่างรวดเร็วสำหรับการเพิ่มขึ้นของความต้องการด้านความมั่นคงในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย

อย่างไรก็ตามช่วงจังหวะที่อินเดียกำลังปรับปรุงความทันสมัยของกองเรือดำน้ำที่มีในประจำการของตน หมายความว่ากองทัพเรืออินเดียกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกคู่แข่งในภูมิภาคแซงหน้าเมื่อพวกเขามาพร้อมกับขีดความสามารถการต่อสู้ใต้น้ำ
รัฐบาลอินเดียได้ประกาศเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2023 ว่าตนได้ประกาศสัญญากับอู่เรือบริษัท Mazagon Dock Shipbuilders Limited(MDL) อินเดียวงเงิน 27.25 billion Indian Rupee(USD331 million)

เพื่อปรับปรุงเรือดำน้ำชั้น Shishumar(Type 209/1500) ลำที่สองของกองทัพเรืออินเดีย เรือดำน้ำ S45 INS Shankush สัญญาที่ถูกคาดไว้มายาวนานได้ถูกประกาศในฐานะส่วนหนึ่งของ
โครงการซ่อมบำรุงเล็กขนาดกลางและรับรองอายุการใช้งาน(MRLC: Medium Refit and Life Certification) ของเรือดำน้ำชั้น Shishumar ซึ่งมองที่จะเพิ่มขีดความสามารถการรบของกองเรือดำน้ำและยืดอายุการใช้งานของเรือแต่ละลำอีกอย่างน้อย 10ปี

การประกาศการปรับปรุงมีขึ้นตามมาขัดแย้งกับฉากหลังของสิ่งที่สามารถเห็นได้ว่าเป็นช่องว่างด้านขีดความสามารถสงครามใต้น้ำที่เกิดขึ้นระหว่างกองทัพเรืออินเดียและคู่แข่งของตน 
กองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน(PLAN: People's Liberation Army Navy) ซึ่งเรือดำน้ำของจีนได้มีการปฏิบัติการที่มีความถี่มากขึ้นในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาล่าสุด

กองทัพเรืออินเดียปัจจุบันมีประจำการด้วยกองเรือดำน้ำโจมตีดีเซล-ไฟฟ้า(SSK) จำนวน 16ลำ(https://aagth1.blogspot.com/2023/01/kalvari-ins-vagir.html) และเชื่อว่าจะประจำการด้วยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธ(SSBN) ชั้น Arihant จำนวน 2ลำ
แม้ว่าสถานะของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธชั้น Arihant ลำที่สองไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลอินเดียก็ตาม(https://aagth1.blogspot.com/2022/06/uav.html)

เรือดำน้ำชั้น Shishumar ทั้ง 4ลำของกองทัพเรืออินเดียเป็นเรือดำน้ำชั้น Type 209/1500 ที่ออกแบบโดย Howaldtswerke-Deutsche Werft(HDW) เยอรมนี ซึ่งอินเดียได้ลงนามจัดหาในปี 1981 
เรือสองลำแรก เรือดำน้ำ S44 INS Shishumar และเรือดำน้ำ S45 INS Shankush ถูกสร้างที่ kiel เยอรมนีเข้าประจำการในปี 1986 เรือสองลำหลัง เรือดำน้ำ S46 INS Shalki และเรือดำน้ำ S47 INS Shankul ถูกสร้างโดยอู่เรือ MDL อินเดียเข้าประจำการในปี 1992 และ 1994 ตามลำดับครับ