แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Peru แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Military Industry of Peru แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568

สหรัฐฯอนุมัติข้อเสนอการขายเครื่องบินขับไล่ F-16 Block 70 แก่เปรู 12เครื่อง

US approves proposed F-16 sale to Peru







The Lockheed Martin-built F-16C fighter aircraft. (Lockheed Martin/US Air Force)

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้ให้การอนุมัติสำหรับข้อเสนอการขายรูปแบบ Foreign Military Sale(FMS) ของเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-16C/D Block 70 จำนวน 12เครื่องแก่เปรูเป็นวงเงินทั้งหมด $3.4 billion
เอกสารแจ้งอย่างเป็นทางการของสำนักงานความร่วมมือความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ(DSCA: Defense Security Cooperation Agency) ของกระทรวงการสงครามสหรัฐฯใน Pentagon ต่อสมาชิกสภา Congress สหรัฐฯ

ถึงการอนุมัติข้อตกลงข้อเสนอการขายเครื่องบินขับไล่ F-16C/D Block 70 แก่เปรู ซึ่ง DSCA สหรัฐฯให้เหตุผลพิจารณาว่า "จะไม่เปลี่ยนแปลงพื้นฐานสมดุลทางทหารในภูมิภาค" ตามแถลงการณ์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2025 
"ข้อเสนอการขายจะเพิ่มขยายขีดความสามารถของกองทัพอากาศเปรู(Peruvian Air Force, FAP: Fuerza Aérea del Perú) เพื่อควบคุมอธิปไตยทางน่านฟ้าของตน, ป้องกันชายแดนของตน"

"และดำเนินการปฏิบัติการโจมตีอากาศสู่พื้นความแม่นยำสูงในการสนับสนุนกองกำลังภาคพื้นดินในการปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติด(counter-narcotics) และการต่อต้านการก่อการร้าย(counter-terrorism)"
ขณะที่เพิ่มขยายความร่วมมือแบบทางทหารต่อทางทหารระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯใน Washington และรัฐบาลเปรูในนครหลวง Lima สำหรับ "หลักพื้นฐานระยะยาวที่ยั่งยืน" DSCA สหรัฐฯกล่าวในแถลงการณ์

ส่วนใหญ่ของข้อเสนอการขายรูปแบบ FMS แก่เปรูมีพื้นฐานอยู่ที่การขายเครื่องบินขับไล่ที่นั่งเดี่ยว F-16C Block 70 จำนวน 10เครื่องและเครื่องบินขับไล่สองที่นั่ง F-16D Block 70 จำนวน 2เครื่อง
ถ้าได้รับการเห็นชอบโดยทางการเปรู ข้อตกลงจะยังรวมเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ General Electric F110-GE-129 จำนวน 14เครื่อง ซึ่งรวมเครื่องยนต์อะไหล่ 2เครื่องสำหรับการซ่อมและบำรุงรักษา แถลงการณ์ระบุ

ในแง่ของระบบอาวุธต่างๆ ชุดข้อเสนอระบบอาวุธยังรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง RTX AIM-120C-8 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile) จำนวน 12นัด
และชุดนำวิถีอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศฝึก CATM(Captive Air Training Missile) ที่เกี่ยวข้อง(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/aim-120c-8-amraam.html)

ชุดข้อเสนอระบบอาวุธยังรวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ Raytheon AIM-9X Block II Sidewinder จำนวน 12นัด คู่กับลูกฝึก CATM และ "ชุดนำวิถีทางยุทธวิธี" ในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงด้วย 
ควบคู่ไปกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง AIM-120C-8 AMRAAM และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AIM-9X Block II Sidewinder เอกสารทางการของ DSCA ยัวรวมรางติดอาวุธนำวิถีแบบ LAU-129 จำนวน 52ราง

ในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลง รางติดอาวุธ LAU-129 จำนวน 48รางจะติดตั้งมาในเครื่องบินขับไล่ F-16C/D Block 70 จำนวน 12เครื่องได้โดยมีรางติดอาวุธอะไหล่ 4ราง แถลงการณ์ระบุ สิ่งที่ไม่ใช่ยุทโธปกรณ์หลัก(Non-MDE: Major Defense Equipment) 
ยังรวมถึง กระเปาะชี้เป้าหมายแบบ AN/AAQ-28 Litening, ระบบค้นหาและติดตามเป้าหมาย Infrared Search and Track(IRST) และระบบสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) แบบ AN/ALQ-254 Viper Shield หรือเทียบเท่าด้วย

ตามข้อมูลจาก Janes World Air Forces กองทัพอากาศเปรูมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ MiG-29S(NATO กำหนดรหัส 'Fulcrum-C') จำนวน 6เครื่องจากเดิม 24เครื่อง ที่จัดหาจากเบลารุสและรัสเซียในปี 1997
และเครื่องบินขับไล่ Dassault Mirage 2000 ฝรั่งเศสจำนวน 11เครื่องที่จัดหามาตั้งแต่ปี 1984 รวมถึงเครื่องบินโจมตี Su-25(NATO กำหนดรหัส 'Frogfoot') จำนวน 5เครื่องจากเดิม 18เครื่อง และเครื่องบินโจมตี A-37 Dragonfly จำนวน 20เครื่องครับ 

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

SIMA เปรูและ Hyundai HD HHI เกาหลีใต้ลงนามข้อตกลงการพัฒนาเรือดำน้ำ

Peru's SIMA and Korea's HHI sign agreement on submarine technology


As Peru looks to develop a new fleet of submarines, it is working on modernising its current Angamos-class boats, such as the one pictured here. (US Navy)



Peruvian shipyard SIMA and South Korea's HHI signed a memorandum of agreement (MOA) on 25 April will involve the design of the new HDS-1590 MGP submarine. (Peruvian Navy)

SIMA(Servicios Industriales de la Marina) อู่ต่อเรือของรัฐบาลเปรูและบริษัท HD Hyundai Heavy Industries(HHI) สาธารณรัฐเกาหลีได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOA: Memorandum of Agreement) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2025
ที่มุ่งเป้าไปที่ "โครงการต่างๆและการพัฒนาร่วมกันในอนาคต" ของวิทยาการเรือดำน้ำ(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/hanwha-ocean-hyundai-hd-hhi.html) อู่เรือ SIMA เปรูยืนยันในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ในวันนั้น

การลงนามที่มีขึ้นระหว่านิทรรศการกลาโหม SITDEF 2025 ซึ่งจัดขึ้น ณ กองบัญชาการกองทัพบกเปรู(Peruvian Army, EP: Ejército del Perú) ในนครหลวง Lima ระหว่างวันที่ 24-27 เมษายน 2025 ที่ผ่านมา
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOA เป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือระหว่าง SIMA เปรู และบริษัท HHI สาธารณรัฐเกาหลีสำหรับการผลิตเรือดำน้ำที่เป็นไปได้(https://aagth1.blogspot.com/2023/12/hd-hhi.html)

ทั้ง SIMA เปรู และ HHI สาธารณรัฐเกาหลีได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU: Memorandum of Understanding) เกี่ยวกับวิทยาการเรือดำน้ำในเดือนพฤศจิกายน 2024
ระหว่างการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก APEC(Asia-Pacific Economic Cooperation) ในนครหลวง Lima ระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2024

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOA ใหม่ "เป็นการเพิ่มขยายบันทึกความเข้าใจ MOU" SIMA เปรูอธิบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อตกลงใหม่ "สร้างตารางเวลาสำหรับการปฏิบัติการร่วมต่างๆ"
อย่างเช่น "การออกแบบของขีดความสามารถเรือดำน้ำใหม่ ดังนั้นจึงเป็นการเปิดโอกาสความเป็นไปได้สำหรับโครงการการพัฒนาร่วมในอนาคตในภาคส่วนทางยุทธศาสตร์นั้น" อู่เรือ SIMA เปรูกล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2025

กองทัพเรือเปรู(Peruvian Navy, MGP: Marina de Guerra del Perú) มีประจำการด้วยเรือดำน้ำแบบ Type 209 จำนวน 6ลำที่สร้างโดยเยอรมนีตั้งแต่ปี 1970s 
อู่เรือ SIMA ได้ดำเนินการโครงการปรับปรุงความทันสมัยเพื่อยืดอายุการใช้งานของเรือดำน้ำชั้น Angamos(Type 209/1200) จำนวน 4ลำ คือเรือดำน้ำ SS-31 BAP Angamos, เรือดำน้ำ SS-32 BAP Antofagasta, เรือดำน้ำ SS-33 BAP Pisagua และเรือดำน้ำ SS-34 BAP Chipana

เรือดำน้ำที่มีอายุการใช้งานมากที่สุดของกองทัพเรือเปรูคือเรือดำน้ำชั้น Islay(Type 209/1100) จำนวน 2ลำ คือเรือดำน้ำ SS-35 BAP Islay และเรือดำน้ำ SS-36 BAP Arica
กองทัพเรือเปรูกล่าวว่า MOA จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ "การออกแบบของเรือดำน้ำ HDS-1590 MGP ใหม่" ใน post ที่เผยแพร่บนสื่อสังคม online ทั้ง Facebook และ X(Twitter เดิม) เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2025 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

อินโดนีเซียอนุมัติข้อเสนอที่จะจัดหาเรือคอร์เวตชั้น Pohang เกาหลีใต้มือสอง

Indonesia approves proposal to procure ex-South Korean corvettes



The Peruvian Navy Pohang-class corvette BAP Guise (CC-28). The vessel was previously in service with the Republic of Korea Navy. 
Indonesia is hoping to receive similar vessels from South Korea and has proposed to take on foreign loans to fund the possible acquisition. (US Coast Guard)

ในความชัดเจนของรอบนี้ กระทรวงการคลังอินโดนีเซียได้อนุมัติข้อเสนอที่ก่อนหน้าถูกปฏิเสธไปสำหรับการจัดซื้อเรือคอร์เวตชั้น Pohang ที่เคยประจำการในกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลี(RoKN: Republic of Korea Navy) ด้วยแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ
การอนุมัติถูกยืนยันโดยการออกเอกสารแจ้งโดยกระทรวงการคลังอินโดนีเซียต่อกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2022 สำเนาเอกสารแจ้งได้ถูกมอบให้ Janes โดยแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ในปลายเดือนมกราคม 2023

Janes ได้รายงานครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2022 ว่า กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้ร้องขอการจัดหาเรือคอร์เวตชั้น Pohang ที่เคยประจำการในกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีอย่างน้อย 1ลำ
ในฐานะมาตรการอุดช่องว่างสำหรับกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut)(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/babcock-arrowhead-140.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/06/fremm-6.html)

กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียยังได้เสนอว่าการจัดซื้อจัดจ้างจะใช้งบประมาณจากวงเงินที่ได้รับจากแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ ข้อเสนอนี้ถูกปฏิเสธจากกระทรวงการคลังอินโดนีเซียในเวลานั้นแต่ไม่ได้ให้เหตุผล
รายละเอียดที่ให้ไว้ในเอกสารแจ้งที่ได้รับเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2022 บ่งชี้ว่าข้อเสนอนี้ถูกยื่นเข้ามาใหม่โดยกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2022 ในการเพิ่มเติมต่อรายการข้อเสนอการจัดหาอื่นๆ เช่น เครื่องกระสุนประจำเรือ

ขณะนี้กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้รับการเห็นชอบจากกระทรวงการคลังอินโดนีเซียที่จะได้วงเงินถึง $21 million ในเงินกู้ต่างประเทศเพื่อเป็นงบประมาณการเสนอจัดหาเรือคอร์เวตชั้น Pohang ถึง 3ลำ
"การจัดหาสินค้าและบริการที่มีแหล่งที่มาจากต่างประเทศจะต้องคำนึงถึงการมาส่วนร่วมของบริษัทต่างๆในประเทศ และบริษัทในประเทศเหล่านี้สามารถส่งเสริมยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของอินโดนีเซียได้อย่างไร" เอกสารแจ้งกระทรวงการคลังอินโดนีเซียกำหนด

เรือคอร์เวตชั้น Pohang ทั้งหมด 24ลำถูกสร้างและเข้าประจำการในกองทัพเรือสาธารณรัฐเกาหลีใน 4 batch รุ่นย่อย ระหว่างปี 1984-1993 โดยขณะนี้ยังคงประจำการอยู่ 4-5ลำ
ขณะที่เรือคอร์เวตชั้น Pohang หลายลำที่ปลดประจำการแล้วได้ถูกส่งมอบให้แก่หลายประเทศรวมถึง โคลอมเบีย, อียิปต์, เปรู, ฟิลิปปินส์ และเวียดนามครับ(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/aumx-2019-asean.html)

วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

เรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD UMS Moattama ใหม่กองทัพเรือพม่าเยือน Vladivostok รัสเซียครั้งแรก

Myanmar Navy ship dock first visited Vladivostok (PHOTO)

















The latest Landing Platform Dock (LPD) UMS Moattama of Myanmar Navy arrived today, 2 November 2019, in Vladivostok Russia.
https://www.newsvl.ru/vlad/2019/11/02/185136/


เรืออู่ยกพลขึ้นบก (LPD: Landing Platform Dock) ใหม่ล่าสุดของกองทัพเรือพม่า(MN: Myanmar Navy, Tatmadaw Yei) UMS Moattama หมายเลขเรือ 1501 ได้เดินทางมาถึง Vladivostok รัสเซียเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2019 ที่ผ่านมา
นับเป็นครั้งแรกที่กองทัพเรือพม่าส่งเรือของตนได้มาเยือนฐานทัพเรือกองเรือแปซิฟิก ของกองทัพเรือรัสเซีย(Russian Navy) ซึ่งเป็นการแสดงถึงความมุ่งเน้นด้านความร่วมมือระหว่างกันที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ

เรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD-1501 UMS Moattama ถูกสร้างโดยอู่เรือบริษัท Daesun Shipbuilding & Engineering ใน Busan สาธารณรัฐเกาหลี โดยเข้าใจว่ามีการลงนามสัญญาสร้างเรือในราวต้นปี 2018
ต่อมามีการพบภาพถ่ายดาวเทียมและที่อู่เรือใน Busan เกาหลีใต้ว่าเรือถูกปล่อยลงน้ำในเดือนกรกฎาคม 2019 และถูกส่งมอบให้กองทัพเรือพม่าในเดือนกันยายน 2019(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/lpd-mottama.html)

UMS Moattama กองทัพเรือพม่ามีพื้นฐานแบบแผนเรือเช่นเดียวกับเรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Makassar กองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) 5ลำ,เรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Pisco กองทัพเรือเปรู(Peruvian Navy) 2ลำ
และเรืออู่ยกพลขึ้นบก SSV(Strategic Sealift Vessel) กองทัพเรือฟิลิปปินส์(Philippine Navy) คือ LD-601 BRP Tarlac และ LD-602 BRP Davao del Sur ที่เคยมาเยือน Vladivostok รัสเซียแล้วเมื่อราวสองปีก่อน รวมมีการสร้างเรือ LPD ภายใต้สิทธิบัตรจาก Daesun เกาหลีใต้แล้ว 10ลำ

พิธีต้อนรับเรืออู่ยกพลขึ้นบก UMS Moattama กองทัพเรือพม่าเข้าเทียบท่าฐานทัพเรือใน Vladivostok กองเรือแปซิฟิก กองทัพเรือรัสเซียได้ส่งเรือลากจูง พร้อมเรือคอร์เวตชั้น Project 20380 Steregushchiy ชื่อ Sovershennyy และเรือติดตามขีปนาวุธ Marshal Krylov มาต้อนรับ
UMS Moattama ได้ผ่านสะพานข้ามอ่าว Zolotoy Rog เมื่อเรือเข้าเทียบท่าวงดุริยางค์ผสมกองบัญชาการกองเรือแปซิฟิกรัสเซียได้บรรเลงเพลงชาติเมียนมาเพลงชาติรัสเซียและเพลงปลุกใจรัสเซีย รวมถึงการนำขนมปังและเกลือมาต้อนรับกำลังพลกองทัพเรือพม่าตามธรรมเนียมของรัสเซีย

"สวัสดี วันนี้เราได้เดินทางมาถึงรัสเซียและนี่เป็นการมาเยือนครั้งแรกของเรา เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่มาที่นี่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งความสัมพันธ์ของระหว่างประเทศและกองทัพของเราทั้งสอง ผมต้องขอกล่าวขอบคุณทุกๆท่าน!"
นาวาเอก Thein Htoo ผู้บัญชาการกองเรือที่2 กองทัพเรือพม่า นายทหารอาวุโสที่มาพร้อมกับเรือกล่าวต่อกำลังพลกองเรือแปซิฟิกรัสเซีย ระหว่างนี้ทหารเรือพม่าและรัสเซียจะมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมร่วมกัน โดย UMS Moattama จะออกจาก Vladivostok ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2019

เรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD-1501 UMS Moattama เป็นเรือที่มีขนาดใหญ๋ที่สุดของกองทัพเรือพม่าปัจจุบัน มีความยาวเรือราว 122m มีระวางขับน้ำปกติที่ 7,300tons และมีระวางขับน้ำเต็มที่ 11,300tons มีพิสัยทำการที่ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 8,600nmi มีระยะเวลาปฏิบัติการ 30วัน
เรือถูกออกแบบมาสำหรับภารกิจยกพลขึ้นบก, ขนส่งกำลังพล และกู้ภัยเรือที่ประสบภัย ท้ายเรือมีดาดฟ้าบินลานจอดเฮลิคอปเตอร์และโรงเก็บอากาศยานรองรับ ฮ.ได้ 2เครื่อง เช่นเดียวกับอู่ลอย(Well Deck) ท้ายเรือรองรับเรือระบายพลขนาดใหญ่ LCU(Landing Craft Utility) ขนาด 23m ได้ 2ลำ

มีข้อสังเกตจากชุดภาพว่าเรืออู่ยกพลขึ้นบก UMS Moattama กองทัพเรือพม่าที่เดินทางเยือน Vladivostok รัสเซียไม่มีการติดอาวุธใดๆเลย โดยชุดภาพก่อนหน้าที่ถ่ายที่อู่เรือบริษัท Daesun ที่ Busan เกาหลีใต้ซึ่งเป็นสถานที่ที่เรือออกเดินทางมาก็แสดงให้เห็นว่าเรือไม่มีการติดตั้งอาวุธใดๆเช่นกัน
เป็นที่เข้าใจว่าเรือ LPD ใหม่ของกองทัพเรือพม่านี้น่าจะได้รับการติดตั้งอาวุธภายหลังเมื่อเรือเดินทางมาถึงฐานทัพหลักที่พม่าแล้วซึ่งยังไม่มีข้อมูลว่าจะมีอาวุธแบบใดบ้าง รวมถึงความเป็นไปได้ในการปรับปรุงอู่เรือ Thilawa ทางใต้ใกล้ Yangon ให้รองรับการต่อเรือ LPD ในพม่าด้วยครับ

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2562

ภาพเปิดเผยเกาหลีใต้สร้างเรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD Mottama กองทัพเรือพม่า


Photos which claim that taken at Daesun Shipbuilding & Engineering shipyard in Busan, Republic of Korea have showed launched Makassar-class Landing Platform Dock (LPD) with Pennant 1501 and ship name plate "Mottama" for Myanmar Navy.
https://www.facebook.com/ROKArmedForces

ภาพที่เปิดเผยในสื่อสังคม Online ทางทหารได้แสดงภาพถึงเรืออู่ยกพลขึ้นบก (LPD: Landing Platform Dock) ชั้น Makassar หนึ่งลำที่อยู่ระหว่างการสร้างโดยถูกปล่อยลงน้ำแล้วที่ถูกอ้างว่าถูกถ่าย ณ อู่เรือบริษัท Daesun Shipbuilding & Engineering ใน Busan สาธารณรัฐเกาหลี
เรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD ชั้น Makassar ลำในภาพมีหมายเลขตัวเรือคือ 1501 และมีป้ายชื่อเรือที่ติดข้างกราบขวาของสะพานเดินเรือคือ "Mottama"(เมืองหรืออ่าวเมาะตะมะ, Gulf of Martaban) ถูกระบุว่าอ้างว่าเป็นเรือของกองทัพเรือพม่า(MN: Myanmar Navy, Tatmadaw Yei)

โดยการกำหนดหมายเลขเรือ(15xx) สำหรับประเภทเรือ LPD นั้น สอดคล้องกับกลุ่มประเภทเรือยกพลขึ้นบกของกองทัพเรือพม่า เช่น เรือระบายพลขนาดใหญ่(LCU: Landing Craft Utility) ขนาด 56m(16xx) และเรือระบายพลขนาดกลาง(LCM: Landing Craft Mechanized) ขนาด 29m(17xx)
ที่พม่าสร้างเองในประเทศเป็นจำนวนมาก(https://aagth1.blogspot.com/2017/12/ums-inlay-opv.html, https://aagth1.blogspot.com/2016/12/stealth.html, https://aagth1.blogspot.com/2016/01/blog-post_25.html)

เรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Makassar เป็นแบบเรือ LPD สำหรับส่งออกของ Daesun สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีกองทัพเรืออินโดนีเซีย(Indonesian Navy, TNI-AL: Tentara Nasional Indonesia-Angkatan Laut) เป็นลูกค้าส่งออกรายแรกที่มีการลงนามสัญญาแรกวงเงินราว $150 ในเดือนธันวาคม 2004
เรือ LPD ชั้น Makassar กองทัพเรืออินโดนีเซีย 2ลำแรกคือ KRI Makassar(590) และ KRI Surabaya(591) ถูกสร้างที่อู่เรือ Daesun เกาหลีใต้ขณะที่เรือ 3ลำหลังคือ KRI Banjarmasin(592), KRI Banda Aceh(593) และ KRI Semarang(594) ถูกสร้างโดยอู่เรือ PT PAL ใน Surabaya อินโดนีเซีย

PT PAL รัฐวิสาหกิจอู่ต่อเรือของอินโดนีเซียยังประสบความสำเร็จในการสร้างเรืออู่ยกพลขึ้นบก SSV(Strategic Sealift Vessel) 2ลำแก่กองทัพเรือฟิลิปปินส์(Philippine Navy) คือ LD-601 BRP Tarlac และ LD-602 BRP Davao del Sur(https://aagth1.blogspot.com/2016/06/ssv-3.html)
Daesun สาธารณรัฐเกาหลียังได้ส่งออกแบบเรือ LPD ของตนแก่ SIMA รัฐวิสาหกิจอู่ต่อเรือขอเปรู โดยกองทัพเรือเปรู(Peruvian Navy) ได้สั่งจัดหาเรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Pisco 2ลำคือ AMP-156 BAP Pisco และ AMP-157 BAP Paita ที่สร้างโดยอู่เรือ SIMA ใน Callao เปรู

เรือ LPD ชั้น Makassar ที่แต่ละประเทศจัดหาจะมีคุณสมบัติแบบเรือแตกต่างกันตามความต้องการ โดยตัวเรือมีความยาว 122m, 123m หรือ 125m ระวางขับน้ำเต็มที่ราว 11,394-11,583tons ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล CODAD(Combined diesel and diesel) ทำความเร็วได้สูงสุด 16knots
เรือมีอู่ลอย(Well Deck) ท้ายเรือรองรับเรือ LCU หรือ LCM ได้ 2ลำ, มีหลัก Davits ข้างเรือรองรับเรือระบายพลขนาดเล็ก(LCVP: Landing Craft Vehicle Personnel) หรือเรือยางท้องแบน(RHIB) ได้ 2ลำ มีลานจอดและโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ท้ายเรือรองรับ ฮ.ขนาดกลางได้พร้อมกัน 2เครื่อง

ระบบอาวุธของเรือนั้นเรือ LPD ชั้น Makassar ของอินโดนีเซียและเรือ LPD ชั้น Pisco ของเปรูจะติดปืนใหญ่กล DARDO Bofors 40mm/L70 แฝดสอง ขณะที่เรือ SSV ชั้น Tarlac ของฟิลิปปินส์ติดปืนกลหนัก Browning M2 .50caliber รวม 6กระบอก
เรืออู่ยกพลขึ้นบกชั้น Mottama ซึ่งน่าจะเป็นเรือลำแรกที่กองทัพเรือพม่าจัดหาจากสาธารณรัฐเกาหลีนี้ ยังไม่มีข้อมูลใดๆปรากฎออกมาถึงรายละเอียดการลงนามสัญญาจัดหา เช่น วงเงิน คุณสมบัติเรือ ระบบอาวุธและอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง รวมถึงวันที่ปล่อยเรือลงน้ำและกำหนดส่งมอบเรือ

เป็นที่เข้าใจว่ากองทัพเรือพม่ามีความต้องการจัดหาเรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD ใหม่อย่างน้อย 2ลำ เพื่อทดแทนเรือยกพลขึ้นบกเก่า เช่น เรือ LCU หมายเลข 603 จากสหรัฐฯที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 1960s เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการปฏิบัติการสะเทินสะเทินบกของกองทัพพม่า
แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการที่ไม่มีข้อมูลทางการใดๆออกมาจากทั้งพม่าและเกาหลีใต้ น่าจะมีเหตุผลเพราะรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ต้องการจะให้เกิดประเด็นข้อถกเถียงในการขายอาวุธแก่ประเทศที่มีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและมีความสัมพันธ์ทางทหารกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีครับ

วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557

รัสเซียจะขายรถถังหลัก T-90S ให้เปรู

Russia to Supply T-90S Tanks to Peru in Medium-Term: Rosoboronexport

Peru's Ministry of Defense announced the possibility of buying some 140 T-90S tanks in the future after receiving prototypes of the Russian battle tank for trials in May of 2013 in Lima
http://en.ria.ru/russia/20140920/193114964/Russia-to-Supply-T-90S-Tanks-to-Peru-in-Medium-Term.html

จากการให้สัมภาษณ์ของนาย Sergei Goreslavsky รองผู้อำนวยการทั่วไปของ Rosoboronexport องค์กรส่งออกอาวุธของรัสเซียว่า เปรูให้ความสนใจที่จะจัดหารถถังหลัก T-90S จากรัสเซีย
โดยรัฐมนตรีกลาโหมเปรูได้เปิดเผยว่าเป็นไปได้ที่จะจัดหา T-90S ราว 140คัน เป็นการจัดหาในระยะกลาง เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองของเปรูที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเร็วๆนี้
ซึ่งรัสเซียเคยส่ง T-90S มาแสดงสาธิตที่ Lima ในเดือนพฤษภาคม ปี 2013 มาแล้ว ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในการแสดงสมรรถนะให้กับผู้นำระดับสูงในรัฐบาลและกองทัพเปรู
ทั้งนี้เปรูยังให้ความสนใจที่จะจัดหารถถบรรทุก Kamaz มาผลิตในประเทศทั้งรุ่นทางทหารและรุ่นพลเรือนด้วย

กองทัพเปรูมีรถถังเบา AMX-13 ของฝรั่งเศสประจำการอยู่ 300คัน และ T-55 ของอดีตสหภาพโซเวียตอีก 300คัน แต่ปัจจุบันเหลือใช้งานได้ราว 35คัน และ 50คัน ซึ่งเก่าและล้าสมัยแล้ว
T-90S ที่รัสเซียจะส่งออกให้เปรูนั้นคาดว่าจะเป็นรุ่น T-90MS ล่าสุด ที่ใช้เครื่องยนต์ V-92S2F กำลัง 1130hp ทำความเร็วบนถนนสูงสุด 60km/h และบนภูมิประเทศ 45km/h
อาวุธหลักปืนใหญ่รถถัง 125mm 2A46M5 สามารถยิงอาวุธปล่อยนำวิถี 9M119M Refleks ได้ มีป้อมปืน Remote ขนาด 7.62mm เกราะ ERA รุ่นใหม่ และระบบป้องกัน นชค.
โดยรถถังหลัก T-90S จะทำการผลิตโดย Uralvagonzavod แต่ขณะนี้เปรูยังไม่ได้ลงนามสัญญาจัดหาอย่างเป็นทางการ

เคยมีข่าวว่ากองทัพเปรูให้ความสนใจจะจัดหารถถังหลักรุ่นใหม่โดยมีการพิจารณารถถังหลายแบบ
ทั้ง M1A1 Abrams สหรัฐฯ, Leopard2A4 สเปน Leopard2A6 เนเธอร์แลนด์, T-64E T-84 ยูเครน และ K2 เกาหลีใต้
แต่ทางเปรูอาจจะเลือก T-90S จากรัสเซียในที่สุด ซึ่งเปรูยังมีแผนจัดหารถรบจากรัสเซียอีกจำนวนมากเช่น BTR-80A และ BMP-3 ครับ