แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แมว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ภาพ Oplot-T ที่ยูเครนล่าสุด-๑๘







Oplot Main Battle Tanks for Royal Thai Army include complete platform No.45, welded Turret No.47, 48,50 and Chassis No.48 for Royal Thai Army at Malyshev Plant, Kharkiv, Ukraine,

The largest manufacturer of armored vehicles - the Kharkov Malyshev Plant - earned over 110 million US dollars over the past year. This is a record amount for the last 10 years.
This year the tank builders plan not to slow down and expect another order for the domestic army. For the time being, they fulfill export contracts.

รายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์ยูเครนภาคภาษารัสเซียที่ได้เยี่ยมชมโรงงาน Malyshev ที่ Kharkiv นี้แสดงถึงสายการผลิตและปรับปรุงรถถังหลักสำหรับกองทัพยูเครนและส่งออกต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
โดยรายงานระบุว่าแผนสายการผลิตรถถังในโรงงานจะไม่ถูกทำให้ช้าลง และคาดว่าจะได้รับการสั่งจัดหาจากกองทัพและกองกำลังความมั่นคงรัฐบาลยูเครนเพิ่มติม

สำหรับสายการผลิตรถถังหลัก Oplot-T สำหรับกองทัพบกไทย(Royal Thai Army) ในโรงงาน Malyshev จะเห็นว่ามีรถถังอย่างน้อย ๑คันที่ปนะกอบเสร็จเกือบสมบูรณ์แล้วทั้งคันคือคันที่๔๕(No.45)
ป้อมปืนเชื่อม No.47 ที่ประกอบปืนใหญ่รถถัง KBA-3 และอุปกรณ์เกือยสมบูรณ์แล้ว ป้อมปืน No.48 และ No.50 ที่รอการประกอบชิ้นส่วน และตัวถังรถแคร่ฐาน No.48 ที่รอการประกอบป้อมปืน No.48

กองทัพบกไทยได้สั่งจัดหารถถังหลัก Oplot-T จำนวน ๔๙คัน วงเงิน ๗,๒๐๐ล้านบาท($240 million) จาก Ukroboronprom รัฐวิสาหกิจด้านการจัดการอุตสาหกรรมความมั่นคงยูเครน ในปี พ.ศ.๒๕๕๔(2011)
อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014)ถึงปัจจุบัน(2018) ยูเครนได้ส่งมอบรถถังหลัก Oplot-T เข้าประจำการ กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ รวม ๓๖คันแล้วเท่านั้น

โดยมีรายงานว่ารถถังหลัก Oplot-T คันที่ ๓๗-๔๓(No.37-No.43) คณะกรรมการของไทยได้ตรวจรับมอบรถที่ยูเครนไปเมื่อปีที่แล้ว(2017) และน่าจะมีการส่งมอบในเร็วนี้
ส่วน ถ.หลัก Oplot-T คันที่ ๔๔-๔๙(No.44-No.49) กำลังอยู่ในสายการผลิตที่โรงงาน Malyshev ที่ Kharkiv ยูเครนตามภาพในข้างต้นล่าสุด(ในภาพข่าวจะสังเกตได้ว่ามีภาพแมวลายส้มกับแมวลายเทาเขียวได้สองตัวในโรงงาน Malyshev)

ทั้งนี้ตามได้รายงานจากงาน Defense and Security 2017 ว่า UkrOboronProm ยูเครนยืนยันว่าการส่งมอบรถถังหลัก  Oplot-T ให้กองทัพบกไทยนั้นจะเสร็จสิ้นครบตามจำนวนที่สัญญาไว้ภายในปี พ.ศ.๒๕๖๑(2018) นี้
จากผลกระทบที่รัสเซียผนวก Crimea และสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภาค Donbass ทำสงครามกับกองกำลังความมั่นคงรัฐบาลยูเครน ทำให้การผลิตรถให้กองทัพบกไทยมีความล่าช้ามาตลอดครับ(http://aagth1.blogspot.com/2017/11/btr-4e-oplot-t-2018.html)

วันอังคารที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ความคืบหน้าโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทยในปี ๒๕๖๐-๗


First batch of NORINCO VT4(MBT-3000) Main Battle Tank with Woodland camouflage for Royal Thai Army in Testing on terrain and firing range at Norinco factory to be delivery about end this year factory(https://www.youtube.com/watch?v=k3UTph867CI)

โครงการจัดหารถถังหลัก VT4(MBT-3000) จาก NORINCO สาธารณรัฐประชาชนจีนระยะที่๑ จำนวน ๒๘คัน วงเงิน ๔,๙๘๔ล้านบาทที่ลงนามสัญญาในปี พ.ศ.๒๕๕๙(2016) และระยะที่๒ อีก ๑๑คันในปี พ.ศ.๒๕๖๐(2017) วงเงินประมาณ ๒พันล้านบาทนั้นเป็นไปได้มากว่า
กองทัพบกไทยน่าจะได้รับมอบรถถังหลัก VT4 ชุดแรกภายในปลายปีนี้(2017) ซึ่งคาดว่าจะเข้าประจำการใน กองพันทหารม้าที่๖ กรมทหารม้าที่๖ กองพลทหารม้าที่๓ เป็นหน่วยแรก จากรายงานของสถานีโทรทัศน์ CCTV จีนล่าสุดที่แสดงสายการผลิตและทดสอบรถที่โรงงาน Norinco ในจีน(http://aagth1.blogspot.com/2017/07/vt4-norinco.html)
จากนั้นที่มีการโอนย้ายรถถังเบาแบบ๓๒ Stingray จาก ม.พัน.๖ ไป กองพันทหารม้าที่๙ กองพลทหารราบที่๔ แทน (กองพันทหารม้าที่๒๖ ยังคงใช้ ถ.เบา.๓๒ Stingray เช่นเดิม)

โดยกองทัพบกมีความต้องการในการจัดหารถถังหลักใหม่เพื่อทดแทนรถถังเบา M41A3 ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๕(1962) ที่ได้ปลดประจำการลงทั้งหมด ซึ่งมีบางส่วนได้ถูกนำไปอนุรักษ์เพื่อการตั้งจัดแสดงเป็นอนุสรณ์แล้ว
การทดแทนในส่วนกองพันรถถังประจำกองพลทหารราบ ยังมีแผนการโอนย้าย M48A5 ของ ม.พัน.๒ พล.ร.๒ รอ. ไป กองพันทหารม้าที่๘ กองพลทหารราบที่๓ และ กองพันทหารม้าทหารม้าที่๒๑ กองพลทหารราบที่๖ ไป กองพันทหารม้าที่๑๖ กองพลทหารราบที่๕ แทน ถ.เบา M41A3
ยังมีความต้องการอีกอย่างน้อยหนึ่งกองพันคือ กองพันทหารม้าที่๔ รักษาพระองค์ แทน M41A3 ยังไม่นับในส่วนของหน่วยขึ้นตรงของ ม.๓ ที่ต้องจัดหาใน พัน.ถ.ที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่อีกอย่างน้อยสองกองพันครับ

Oplot-T Main Battle Tanks of 2nd Cavalry Battalion, 2nd Infantry Division, Queen's Guard, Royal Thai Army on November 2016

Cats at Ukrainian Malyshev Plant Tank Factory(https://www.youtube.com/watch?v=wl-VEHqhw0I)

ทางด้านโครงการจัดหารถถังหลัก Oplot-T ของกองทัพบกไทยซึ่งมีความล่าช้ามากนั้น ทาง Ukroboronprom ก็แถลงมาหลายรอบว่าจะดำเนินการผลิตและส่งมอบรถให้ไทยได้ตามสัญญาในปี พ.ศ.๒๕๕๔(2011) ซึ่งการดำเนินการตามสัญญาที่ว่ายูเครนก็ผลัดผ่อนมาเรื่อยหลายปีแล้ว
แต่ในความเป็นจริงนั้นตั้งแต่การส่งมอบรถชุดแรกในปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014) ยูเครนจะสามารถส่งมอบรถให้ไทยได้เฉลี่ยเพียงปีละ ๑-๒ชุด ราว ๕-๑๐คันเท่านั้น ทางกองทัพบกไทยก็มีการตรวจรับมอบรถและจ่ายวงเงินตามที่มีจำนวนรถมาส่งให้
ทำให้จนถึงปัจจุบัน กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ มีรถถังหลัก Oplot ประจำการอยู่ ๒๕คัน ที่เหลืออีก ๒๔คันนั้นคาดว่าจะใช้เวลาส่งมอบจนกว่าจะครบไม่ต่ำกว่า ๒-๓ปี
ทั้งนี้ทางโรงงาน Malyshev ยูเครนเองก็มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานในโรงงานอีกร้อยละ๓๐ ซึ่งน่าจะทำให้สายการผลิตเร็วและดีขึ้นครับ(ก็ควรจะเป็นเช่นนั้นเพราะจากภาพพนักงานในโรงงานที่เป็น 'แมว' บางตัวไม่ค่อยจะกระตื้อรือร้นในการทำงาน วันๆเดินไปเดินมา)

โดยตามรายงานการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของยูเครนในปีที่แล้ว(2016) นั้น(http://dsecu.gov.ua/control/uk/publish/article?art_id=53195&cat_id=51343) มีจำนวนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ส่งมอบให้ไทยแล้วดังนั้นคือ
รถถังหลัก BM Oplot(Oplot-T) จำนวน ๑๐คัน
รถหุ้มเกราะล้อยางลำเลียงพล BTR-3E1 ๑๕คัน, รถหุ้มเกราะล้อยางที่บังคับการ BTR-3K ๕คัน, รถหุ้มเกราะล้อยางกู้ซ่อม BTR-3BR ๔คัน, รถหุ้มเกราะล้อยางพยาบาล BTR-3S ๒คัน,
รถหุ้มเกราะล้อยางติดเครื่องยิงลูกระเบิด 81mm BTR-3M1 ๗คัน และรถหุ้มเกราะล้อยางติดเครื่องยิงลูกระเบิด 120mm BTR-3M2 ๑คัน
จะเห็นได้ว่ามียูเครนมีการผลิตรถถังและยานเกราะล้อยางที่ล่าช้าและส่งมอบให้กองทัพบกไทยในจำนวนที่น้อยมากคือเพียงไม่กี่สิบคันในปี พ.ศ.๒๕๕๙(2016)ครับ

AgustaWestland AW149 Royal Thai Army Delivered

กรณีกองทัพบกจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ฮ.ท.๑๓๙ AgustaWestland AW139 และ ฮ.ท.๑๔๙ AgustaWestland AW149 ก็ยังคงเป็นประเด็นที่มีการสร้างข่าวเท็จขึ้นมาโจมตีกองทัพบกอย่างต่อเนื่อง
โดยเมื่อสื่อไม่สามารถโจมตีประเด็นที่ว่า ฮ.ทั้งหมดไม่สามารถทำการบินได้เพราะไม่มีอะไหล่ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะกองทัพบกก็ได้ชี้แจงและมีหลักฐานชัดเจนว่า ฮ.ท.๑๓๙ AW139 ทุกเครื่องที่จัดหามาอยู่ในสภาพทำการบินได้
ก็มีการสร้างข่าวปลอมขึ้นมาใหม่ว่าการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ AW139 และ AW149 เป็นไปเพื่อการใช้งานส่วนตัวโดยบุคคลในรัฐบาลและกองทัพที่เป็นกระบวนการจัดหาที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายผลาญภาษีประชาชน
ซึ่งใช้วิธีการที่น่ารังเกียจมากคือนำภาพมาจาก Website ประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานนั้นๆ แต่ไม่ระบุแหล่งที่มาดั้งเดิม และมีการพิมพ์ข้อความทับภาพที่เป็นจงใจว่าภาพนี้เป็นของสำนักข่าวเอง พร้อมลงเนื้อหาโจมตีหน่วยงานที่ไม่ตรงกับเนื้อหาประกอบที่เป็นจริง

ทั้งที่ในความเป็นจริงเอกสารการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ทั้งหมดมีการเปิดเผยเผยแพร่ให้สามารถตรวจสอบได้ และการจัดหา ฮ.ท.๑๓๙ AW139 ชุดล่าสุดที่เข้าประจำการใน กองพันบินที่๑ กรมบิน ศูนย์การบินทหารบกนั้น ก็เพื่อทดแทน ฮ.ท.๑ UH-1H ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า๔๐ปี
ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดเจนว่าเจตนาของสื่อกระแสหลักเหล่านั้นไม่ได้ต้องการจะตีแผ่ความจริงให้สังคมรับทราบถึงความไม่ถูกต้องของการจัดหาอาวุธของกองทัพให้ประชาชนรับทราบ แต่มีเบื้องหลังจากกลุ่มที่ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองให้ทำลายความน่าเชื่อถือของกองทัพไทยทุกวิถีทาง
คำถามคือทำไมเราคนไทยต้องเชื่อสื่อปลอมพวกนี้ด้วย กรณีที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอดนี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความมั่นคงยุคใหม่ของไทย ที่กองทัพไทย-ตำรวจไทย และหน่วยงานด้านความมั่นคงไทยกำลังเผชิญหน้าและต้องแก้ไขให้ได้ครับ

Chaiseri metal & rubber Co. Ltd delivered First Win II 4x4 to Royal Thai Marine Corps Division Headquarters for 60days trial evaluation, 3 July 2017
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1361399860595273.1073742477.439080726160529
https://www.facebook.com/กองพลนาวิกโยธิน-439080726160529/

เรื่องที่น่าสนใจในด้านการพัฒนากำลังของ นาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย คือการที่บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด(Chaiseri metal & rubber Co. Ltd) ได้ส่งมอบรถหุ้มเกราะล้อยาง First Win II 4x4 รุ่นใหม่ให้ กองพลนาวิกโยธิน ทดลองใช้ ๖๐วันเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคมที่ผ่านมา
นอกจากการทดสอบประเมินค่ารถหุ้มเกราะล้อยาง HMV-150 4x4 โดยบริษัทพนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด(Panus Assembly Co Ltd. ซึ่งพัฒนาปรับปรุงจากรถหุ้มเกราะล้อยาง V-150 Commando 4x4 ที่ประจำการใน กองร้อยยานเกราะ กองพันรถถัง กองพลนาวิกโยธิน ๒๔คันแล้ว
ยังรวมถึงการจัดหารถหุ้มเกราะล้อยาง Phantom 380-X1 ของบริษัทพนัสเพิ่มเติมจากที่ นาวิกโยธิน กองทัพเรือไทยได้จัดหาไปทดลองใช้งานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ก่อนหน้านี้แล้ว ๒คัน(http://aagth1.blogspot.com/2017/07/hmv-150-first-win-ii.html)
โดยแผนการจัดหารถหุ้มเกราะล้อยาง 4x4 แบบต่างๆของกองทัพเรือไทยนี้ เป็นเพื่อเสริมขีดความสามารถในการป้องกันตนเองในภารกิจรักษาความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมความมั่นคงภายในประเทศด้วยครับ

มีข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าในส่วนอัตราจัดนาวิกโยธินกองทัพเรือไทยนั้นกำลังมีการเปลี่ยนแปลงอัตราโครงการสร้างใหม่หลายๆอย่าง เช่น ในส่วนกองร้อยปืนเล็กนาวิกโยธินมีการปรับอัตราจัดใหม่
จากเดิม หมู่ปืนเล็กนาวิกโยธินจะมี ๓พวกยิง พวกยิง๔นาย ประกอบด้วย นายพวกยิงใช้ปืนเล็กยาวM16ติดเครื่องยิงลูกระเบิด M203, พลปืนเล็กใช้ ปลย.M16, พลปืนเล็กกลใช้ปืนเล็กกล M249, พลผู้ช่วย ปลก.ใช้ M16+ผู้บังคับหมู่ ๑นายรวม ๑๓นาย
แต่ล่าสุดเห็นว่า หมู่ ปล.นย.ปรับอัตราจัดใหม่คือ หมู่ ปล.มี ๒พวกยิงพวกยิงละ ๕นาย ประกอบด้วย นายพวกยิง, พลปืนเล็ก, พลปืนเล็กกล, พลผู้ช่วย ปลก.(พล ปล.), พลเครื่องยิงลูกระเบิด+ ผบ.หมู่เป็น ๑๑นาย ซึ่งเป็นอัตราจัดรูปแบบเดียวกับหมู่ปืนเล็กกองทัพบกไทย
โดยในส่วนกองทัพบกไทยเองก็มีอัตราจัดในส่วนกองพลทหารราบเบา เช่น กองพลทหารราบที่๙ และกองพลทหารราบที่๑๑ ที่มีแผนจะแปรสภาพ ที่หมู่ปืนเล็กมีกำลังพล ๙นาย ประกอบด้วย ๒ชุดยิง ชุดยิงละ๔นาย(หัวหน้าชุดยิง, พล ปล., พล ค., พล ปลก.)+ผบ.หมู่ ๑นายครับ

Royal Thai Air Force presentation Korea Aerospace Industries T-50TH program second batch to public press

สำหรับกองทัพอากาศไทยกับโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้นแบบ T-50TH ระยะที่๒ จำนวน ๘เครื่อง วงเงินประมาณ ๘,๘๐๐ล้านบาท($258 million) จาก Korea Aerospace Industries(KAI) สาธารณรัฐเกาหลี ที่คณะรัฐมนตรีรัฐบาลไทยอนุมัติไปเมื่อ ๑๑ กรกฎาคมนั้น
ก็เป็นโครงการต่อเนื่องจากการจัดหาเครื่องบินฝึก T-50TH ระยะที่๑ จำนวน ๔เครื่อง วงเงิน ๓,๗๐๐ล้านบาท($108 million) เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘(2015) ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งกองทัพอากาศถูกสื่อกระแสหลักและผู้ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองออกมาโจมตี

ในความเป็นจริงแล้วโครงการนี้เป็นความจำเป็นต่อเนื่องในการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่นแบบใหม่เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่๑ บ.ขฝ.๑ L-39ZA/ART ที่จัดหาจากสาธารณรัฐเชค ๓๖เครื่องในปี พ.ศ.๒๕๓๗(1994) 
ซึ่ง L-39ZA/ART นั้นแม้จะได้รับการปรับปรุงให้เป็นมาตรฐานตะวันตกโดย Elbit และ IAI อิสราเอลแล้วก็ตาม แต่โครงสร้างอากาศยานและเครื่องยนต์นั้นจะเป็นแบบเดิมที่ใช้ในรัสเซียและกลุ่มยุโรปตะวันออก ทำให้มีอายุการใช้งานจำกัดเพียงไม่เกิน ๒๐-๒๕ปี 
ตามแผนที่กองทัพอากาศไทยวางไว้ปัจจุบัน บ.ขฝ.๑ L-39ZA/ART ส่วนหนึ่งได้ถูกปลดประจำการจากฝูงบิน๔๐๑ กองบิน๔ ตาคลี แล้ว เครื่องที่ยังเหลือทั้งหมดจะยุบไปรวมฝูงที่ ฝูงบิน๔๑๑ กองบิน๔๑ เชียงใหม่ เป็นฝูงสุดท้ายก่อนปลดประจำการและแปรสภาพกองบิน๔๑ เป็นฐานบินส่วนหน้า

ดังนั้นการที่โครงการจัดหา บ.ฝึกขับไล่ T-50TH ถูกโจมตีว่าเป็นความสิ้นเปลืองภาษีประชาชนในราคาแพงเกินจริงโดยไม่มีความจำเป็นในภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้นจึงไม่ยุติธรรมต่อกองทัพอากาศมาก 
เพราะเป็นโครงการต่อเนื่องที่มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘(2015) แล้ว ที่มีความจำเป็นในการจักหาเครื่องบินฝึกใหม่ทดแทนในการฝึกนักบินขับไล่พร้อมรบของกองทัพอากาศไทย

Korea Aerospace Industries T-50TH(FA-50) model at Defense & Security 2015(MY OWN PHOTO)

เช่นที่เห็นได้จากชุดภาพประชาสัมพันธ์โครงการของกองทัพอากาศไทยที่เผยแพร่สู่สาธารณชนเพื่อทำความเข้าใจโครงการต่อประชาชน ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมส่วนหนึ่งของรูปแบบเครื่อง T-50TH ที่จัดหามามากขึ้น
เดิมเข้าใจว่า T-50TH ของไทยนั้นจะมีพื้นฐานจากเครื่องบินฝึกโจมตีเบา TA-50 โดยมีคุณสมบัติคือมีปืนใหญ่อากาศ A-50 สามลำกล้องหมุน 20mm ความจุ ๒๐๕นัด และติดตั้งอาวุธพื้นฐานเช่น AIM-9 Sidewinder, จรวด Hydra 2.75", ระเบิดธรรมดา Mk80s และ AGM-65 Maverick
โดยการสอบถามตัวแทนของ KAI เกาหลีใต้ในงาน Defense & Security 2015 ทางตัวแทนก็ไม่ได้เปิดเผยคุณสมบัติที่กองทัพอากาศไทยจะจัดหามาใช้กับ T-50TH มากนัก อกจากแบบจำลองที่จัดแสดงเป็นรุ่นเครื่องบินขับไล่โจมตีเบา FA-50 ที่มีสมรรถนะสูงสุดในรุ่น

ข้อมูลของกองทัพอากาศในสื่อประชาสัมพันธ์นั้นแสดงข้อมูลใหม่ๆหลายส่วนทั้ง ระบบฝึกการบินทางยุทธวิธี(ETTS: Embedded Tactical Training System), ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี(TDL: Tactical Data Link) แบบ Link 16, ระบบพิสูจน์ฝ่าย (IFF: Identification Friend or Foe)
ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์(EW: Electronic Warfare) ประกอบด้วย Radar Warning Receiver(RWR) และ Counter Measure Dispenser System(CMDS) รวมถึง Radar ควบคุมการยิงแบบ Elta EL/M-2032 จาก Israel Aerospace Industries อิสราเอล
ซึ่ง EL/M-2032 เป็น Pulse Dopper Radar เอนกประสงค์สมรรถนะสูงมีระยะตรวจจับอากาศยานที่มีภาคตัดขวาง Radar(RCS: Radar Cross Section) ขนาด 1 square meter ที่ 37-50nmi(70-100km) โดยตรวจจับเป้าหมายได้ไกลสุด 80nmi(150km)ใน Air-to-Air mode
มี Air-to-Ground mode สำหรับเป้าหมายตรึงประจำที่(GM Ground Map) และเป้าหมายเคลื่อนที่(GMT: Ground Moving Target) และ Air-to-Sea mode สามารถตรวจจับเป้าหมายเรือผิวน้ำได้ไกลถึง 160nmi(300km)

ถ้าเป็นความจริงนั่นจะทำให้ T-50TH กองทัพอากาศไทยติดตั้ง Radar ที่มีสมรรถนะสูงสุดในรุ่นส่งออก โดยขณะที่เครื่องรุ่นส่งออกทั้ง T-50I อินโดนีเซีย, FA-50PH ฟิลิปปินส์ และ T-50IQ อิรักส่วนใหญ่จะติด radar แบบ Lockheed Martin AN/APG-67(V)4 ที่มีสมรรถนะน้อยกว่า 
ทำให้มีความเป็นไปได้มากว่านอกจากอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AIM-9 Sidewinder แล้ว KAI T-50TH กองทัพอากาศไทยอาจจะสามารถปรับปรุงให้สามารถยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง AIM-120 AMRAAM ได้ถ้าต้องการ
หรือปรับปรุงให้สามารถยิงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง I-Derby ER ของ Rafael อิสราเอลที่จะถูกนำมาติดตั้งร่วมกับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ Python-5 ในโครงการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ บ.ข.๑๘ ข/ค F-5E/F Tigris ฝูงบิน๒๑๑ กองบิน๒๑ อุบลราชธานี

Royal Thai Air Force F-5E Tigris with Python-4

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๐(2017) กระทรวงกลาโหมมีการเสนอวาระเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในการอนุมัติโครงการปรับปรุงเครื่องบินขับไล่ F-5E/F Super Tigris ระยะที่๒ ๔เครื่องพร้อมระบบ Avionic, Radar และอาวุธใหม่จำนวน ๕รายการ วงเงิน ๓,๒๖๓ล้านบาท($98 million)
ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการปรับปรุง บ.ข.๑๘ ข/ค F-5E/F ระยะที่๑ จำนวน ๑๐เครื่อง วงเงิน ๒,๐๕๐ล้านบาท($62 million) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๗(2014) รวมวงเงินทั้งโครงการประมาณ ๕,๓๑๓ล้านบาท($160 million)
การปรับปรุง F-5E/F โดยบริษัท Elbit Systems อิสราเอลนี้นับว่าเป็นการปรับปรุงครั้งที่๓แล้ว นับตั้งปี ๒๕๓๐-๒๕๓๑(1987-1988) และปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖(2002-2003) ซึ่งจะทำให้กองทัพอากาศไทยประจำการ F-5E/F ทั้ง ๑๔เครื่องไปได้อีกราว ๑๕ปี

กรณีจำนวนเครื่องที่มีการปรับปรุงตั้งแต่ระดับ Pre-Mod เพียง ๑๐เครื่องนั้นน่าจะเป็นการคัดเลือกจากเครื่องที่อายุการใช้งานน้อยที่สุดในฝูง๒๑๑ ที่ปัจจุบันเป็นฝูงบิน F-5 ฝูงสุดท้ายของกองทัพอากาศไทย หลังจากรวม F-5E/F ฝูง๗๐๑ หลังการรับมอบ บ.ข.๒๐ Gripen ครบในปี ๒๕๕๗(2014)
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรุ่น F-5E/F Shark Nose ที่เป็นชุดสุดท้ายที่เริ่มจัดหาในช่วงปี พ.ศ.๒๕๒๔(1981) ประจำฝูงบิน๔๐๓ เป็นฝูงแรก และอาจจะมี F-5E/F Round Nose รุ่นแรกที่จัดหาในปี พ.ศ.๒๕๒๑(1978) ประจำฝูงบิน๑๐๒ เป็นฝูงแรกก่อนย้ายมาฝูงบิน๗๑๑ ที่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นฝูงบิน๗๐๑
ทั้งนี้กองทัพอากาศไทยอาจจะเป็นชาติ ASEAN ประเทศสุดท้ายที่มี F-5 ประจำการ หลังจากที่กองทัพอากาศมาเลเซียปลดประจำการไปแล้ว รวมถึงกองทัพอากาศอินโดนีเซียที่จะนำ Su-35 มาทดแทน และ F-5S/T กองทัพอากาศสิงคโปร์ที่จะปลดในอนาคตอันใกล้ครับ

ยังไม่นับรวมการถ่ายทอด Technology และตัวเลือกอื่นๆทั้ง ณ สาธารณรัฐเกาหลี ตามที่ได้รายงานไป รวมถึงเป็นโครงการที่มีกระบวนการจัดหาที่ถูกต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ เป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าสูงที่สุดแบบหนึ่งของกองทัพอากาศไทย
เช่นเดียวกับโครงการปรับปรุง F-5E/F ฝูงบิน๒๑๑ นั้นก็เป็นโครงกาที่ราคาประหยัดกว่าซื้อเครื่องบินขับไล่ใหม่จากโรงงานที่มีราคาแพง อีกทั้งมีประสิทธิภาพต่อราคาที่คุ้มค่ามาก และประหยัดงบประมาณรัฐที่มีจำกัด
ด้วยเหตุนี้การโจมตีโครงการจัดหา T-50TH และโครงการปรับปรุง F-5E/F ในสื่อต่างๆที่ผ่านจึงดูจะไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดค้านการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่ถูกต้อง แต่มีวัตถุประสงค์ร้ายเพื่อทำความน่าเชื่อถือของกองทัพไทยและบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติในระยะยาวครับ

วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ยูเครนจะยังคงทำการส่งมอบรถถังหลัก Oplot-T ให้ไทยอย่างต่อเนื่อง

Ukraine will continue to deliver T-84 Oplot tanks to Thailand according signed contract in 2011.
http://armyrecognition.com/july_2017_global_defense_security_news_industry/ukraine_will_continue_to_deliver_oplot_tank_to_thailand_11707171.html

fourth shipment of 5 Oplot-T Main Battle Tanks arrival from Sattahip Naval Base to 2nd Cavalry Battalion, 2nd Infantry Division, Queen's Guard, Royal Thai Army on November 2016
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10207380334866393&set=pcb.1926919010886113
https://www.facebook.com/oung.apicha

Cats at Ukrainian Malyshev Plant Tank Factory(https://www.youtube.com/watch?v=wl-VEHqhw0I)

สำนักข่าวยูเครน Interfax-Ukraine รายงานว่ายูเครนจะดำเนินการอย่างเต็มอัตราตามสัญญาที่ลงนามในปี พ.ศ.๒๕๕๔(2011) ในการส่งมอบรถถังหลัก Oplot-T ชุดใหม่ที่ผลิตที่โรงงาน Malyshev ใน Kharkiv ส่งมอบให้กองทัพบกไทยจนครบ ๔๙คัน
Roman Romanov ผู้อำนวยการทั่วไปของ Ukroboronprom รัฐวิสาหกิจกลุ่มอุตสาหกรรมความมั่นคงของรัฐบาลยูเครนแถลงว่า โรงงาน Malyshev ยังมีขีดความสามารถสายการผลิตเพียงพอที่จะเติมเต็มคำสั่งในการส่งมอบรถถังหลัก Oplot และการปรับปรุงรถถังอื่นๆให้กองทัพยูเครนด้วย

รถถังหลัก Oplot-M หรือ BM Oplot ได้รับการทดสอบยอมรับโดยกองทัพยูเครนในปี 2009 โดยมีลูกค้าส่งออกรายแรกคือกองทัพบกไทยในปี พ.ศ.๒๕๕๔(2011) สำหรับรถถังหลัก Oplot-T ๔๙คันวงเงิน ๗,๒๐๐ล้านบาท($240 million)
โรงงาน Malyshev ได้เริ่มสายการผลิตรถตามสัญญาในเดือนเมษายน ๒๕๕๕(2012) รถชุดแรก ๕คันส่งมอบให้ไทยในเดือนกุมพาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๗(2014) ชุดที่สอง ๕คันกลางปี ๒๕๕๘(2015) ชุดที่สาม ๑คันพฤษภาคม ๒๕๕๙(2016) และชุดที่๔ ๕คันในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๙(2016)

ความล่าช้าในการผลิตและส่งมอบรถถังหลัก Oplot ให้กองทัพบกไทยมีผลกระทบจากการที่รัสเซียผนวก Crimea และสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภาค Donbass ทำสงครามกับกองกำลังความมั่นคงรัฐบาลยูเครน ทำให้ยูเครนต้องให้ความสำคัญในการซ่อมปรับปรุงรถถังให้กองทัพตนเป็นหลัก
ปัจจุบันนี้ยูเครนได้ส่งมอบรถถังหลัก Oplot-T ให้กองทัพบกไทยเข้าประจำการใน กองพันทหารม้าที่๒ กองพลทหารราบที่๒ รักษาพระองค์ แล้ว ๒๕คัน ทำให้มีรถที่ต้องส่งมอบตามสัญญาอีก ๒๔คัน

ทั้งนี้ตามที่ได้รายงานชุดภาพสายการผลิตรถถังหลัก Oplot ที่โรงงาน Malyshev ที่ยูเครนล่าสุดนั้น คันที่ประกอบเกือบเสร็จสมบูรณ์เป็นรถคันที่ ๓๒, ๓๓, ๓๔(Tanks No.32,33,34) มีการผลิตป้อมปืนที่ประกอบเกือบเสร็จถึงคันที่๓๙ (Turret No.39) และรถแคร่ฐานถึงคันที่ ๔๑ (Hull No.41)
มีการหล่อและเชื่อมส่วนรถแคร่ฐานและป้อมปืนของคันที่ ๕๐(Hull No.50) ซึ่งน่าจะเป็นคันสุดท้ายแล้ว(http://aagth1.blogspot.com/2017/06/oplot-t.html)

VT4 picture show with poem at 6th Carvaly Battalion, 6th Carvaly Regiment Royal, 3rd Cavalry Division, Royal Thai Army

อย่างไรก็ตามจากความล่าช้าในโครงการจัดหารถถังหลัก Oplot-T ดังกล่าว กองทัพบกไทยได้มีการสั่งจัดหารถถังหลัก VT4(MBT-3000) จาก NORINCO สาธารณรัฐประชาชนจีนชุดแรก ๒๘คัน วงเงิน ๔,๙๘๔ล้านบาท ในปี พ.ศ.๒๕๕๙(2016)
และชุดที่สอง ๑๑คัน วงเงินประมาณ ๒พันล้านบาท ในปี พ.ศ.๒๕๖๐(2017) คาดว่ารถถังหลัก VT4 ชุดแรกจะส่งมอบให้กองทัพบกไทยได้ในปลายปีนี้(2017) และน่าจะเข้าประจำการใน กองพันทหารม้าที่๖ กรมทหารม้าที่๖ กองพลทหารม้าที่๓ ครับ

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

หมู่เรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov รัสเซียเดินทางกลับถึงฐานหลังเสร็จสิ้นปฏิบัติการในซีเรีย โดยจะนำประสบการณ์ไปพัฒนายุทธวิธีใหม่

Russia’s naval task force back home after successful operation off Syria's coast

It was Russian Navy’s first-ever large-scale voyage to the Mediterranean in which naval aircraft were used in combat
http://tass.com/defense/929913



หมู่เรือเฉพาะกิจกองทัพเรือรัสเซียซึ่งมีเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov เป็นเรือธงและเรือลาดตระเวนประจัญบานพลังงานนิวเคลียร์ Pyotr Velikiy ประกอบกำลัง ได้เสร็จสิ้นความสำเร็จในปฏิบัติการที่ซีเรีย ทั้งในอากาศ, ทะเลหลวง และใต้น้ำ
ตามที่ผู้บัญชาการทหารเรือรัสเซีย พลเรือเอก Vladimir Korolyov กล่าวเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในพิธีต้อนรับหมู่เรือเข้าเทียบท่าที่ฐานทัพเรือ Severomorsk กองเรือทะเลเหนือ กองทัพเรือรัสเซีย

"ประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือเรือรัสเซียเป็นบันทึกประวัติแห่งชัยชนะที่ยาวนานทั้งใหญ่และเล็ก ผมมั่นใจว่าหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจของหมู่เรือเฉพาะกิจเรือบรรทุกเครื่องบินนี้จะเป็นบทพิเศษในหน้าประวัติศาสตร์การรบของกองทัพเรือรัสเซีย
ในปฏิบัติการต่อต้านผู้ก่อการร้ายคุณได้แสดงคือความเป็นเอกภาพ, ความกล้าหาญ, ความมุ่งมั่น และความจงรักภักดีต่อธง St. Andrew แต่ละไมล์ที่คุณที่ไว้เบื้องหลังได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิสูงสุด กำลังพลได้ปฏิบัติงานด้วยความสำเร็จในทุกสื่อ ในอากาศ, บนผิวน้ำทะเล และใต้น้ำ
เท่าที่ได้สร้างบาดแผลความสูญเสียร้ายแรงต่อศัตรู และประสบการณ์อันล้ำค่าที่นักบินกองทัพเรือได้เกี่ยวข้อง พวกเขาเป็นข้อโต้แย้งที่มีตัวตนในการตอบสนองความเคลือบแคลงที่ถูกกล่าวในคำถามถึงขีดความสามารถและความพร้อมรบของกองทัพเรือ
เราจะศึกษาบทเรียนที่ได้จากการปฏิบัติภารกิจนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ต้องสงสัยเราจะวิจารณ์แผนเราสำหรับปฏิการในอนาคตของหมู่เรือและกองเรือ และปรับนำไปใช้ในการฝึกที่ตามมา ผลสรุปของการเดินเรือจะถูกรวมในหลักสูตรหรือสถาบันการศึกษาของกองทัพเรือเรา"
นายพลเรือ Korolyov กล่าวในพิธีต้อนรับบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov

ขณะนี้เรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov เป็นเรือธงและเรือลาดตระเวนประจัญบานพลังงานนิวเคลียร์ Pyotr Velikiy ได้จอดทอดสมอที่ฐานทัพเรือ Severomorsk ในอ่าว Kola ซึ่งทั้งสองลำเดินทางมาถึงตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
นี่เป็นการเดินเรือของหมู่เรือขนาดใหญ่ครั้งแรกของกองทัพเรือรัสเซียในทะเล Mediterranean ซึ่งมีการนำอากาศยานมาใช้ในการรบ หมู่เรือเฉพาะกิจของจากเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov และเรือลาดตระเวนประจัญบานนิวเคลียร์ Pyotr Velikiy แล้ว
ยังประกอบด้วยเรือพิฆาตปราบเรือดำน้ำชั้น Udaloy 2ลำคือเรือพิฆาต Severomorsk และเรือพิฆาต Vice-Admiral Kulakov กับเรือช่วยรบ ซึ่งออกเดินทางไปทะเล Mediterranean ตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2016 ครับ

Russian aircraft carrier’s Syria voyage to help develop new tactics for Navy
The Russian naval task force led by the sole aircraft carrier Admiral Kuznetsov has returned to its home base in northwest Russia after its anti-terror operation in Syria
Admiral Kuznetsov aircraft carrier
Andrei Luzik/Russian Navy Northern Fleet Press Office/TASS
http://tass.com/defense/929968

รัสเซียจะใช้ประสบการณ์ที่ได้จากการเดินเรือหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินปฏิบัติการในซีเรียนำไปพัฒนายุทธวิธีใหม่เพื่อการวางกำลังกองกำลังทางเรือเฉพาะกิจในมหาสมุทรทั่วโลก
"ยุทธวิธีที่ใช้ในการเดินเรือจะถูกนำไว้วิเคราะห์โดยเรา เราจะพัฒนาแนวทางใหม่ในการวางกำลังกองกำลังทางเรือเฉพาะกิจในหลายส่วนของมหาสมุทรทั่วโลก"
พลเรือเอก Korolyov ผู้บัญชาการทหารเรือรัสเซียกล่าว ซึ่งกองบัญชาการกองทัพเรือรัสเซียจะวิเคราะห์ผลที่ได้ในเชิงบวกทั้งหมดจากการฝึกในทะเลครั้งแรก

"แต่ละการเดินเรือที่ตามมาภายหลังของเรือรบหมายถึงการวิเคราะห์ และเราจะไม่วิเคราะห์เฉพาะปฏิบัติการของเรือรบในทะเลแต่ยังรวมถึงปัญหาระยะเวลาในการเตรียมการสำหรับการเดินเรือ เช่นเดียวกับขั้นตอนการวางกำลังเรือรบ
นี่จะยังถูกนำไปใช้กับอากาศยานประจำดาดฟ้าเรือ เรือรบ และเรืออื่นในหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินเฉพาะกิจ กองทัพเรือจะยังปรับบางแผนการวางกำลังที่รวมระดับยุทธวิธีเฉพาะเรือรบและหมู่เรือ
เราจะสร้างการปรับแต่งต่อหลักสูตรการฝึกของเราในสถาบันการศึกษาของกองทัพเรือ เริ่มต้นจากโรงเรียนและวิทยาลัยของเรา และแม้กระทั่งอาจจะโรงเรียนกองทัพเรือ Nakhimov และโรงเรียนนายเรือ และสถาบันของเรา" นายพลเรือ Korolyov กล่าว

รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย Sergei Shoigu ได้รายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2016 ว่าหมู่เรือเฉพาะกิจได้เดินทางถึงทะเล Mediterranean นับตั้งออกเดินทางจากรัสเซียตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2016
ตลอดระยะเวลาสองเดือนของการปฏิบัติการมีการปฏิบัติการบินจากดาดฟ้าอากาศยาน 420เที่ยวบิน ซึ่งร่วมถึงปฏิบัติการบินเวลากลางคืน 117เที่ยวบิน สามารถทำลายเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายได้ 1,000เป้าหมาย
กำลังอากาศยานประจำเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov ได้สูญเสียเครื่องบินขับไล่ MiG-26K และ Su-33 อย่างเครื่อง รวม2เครื่องระหว่างการลงจอด ซึ่งนักบินทั้งสองนายดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย

Russian Navy Aircraft Carrier's Admiral Kuznetsov Ship's Cat


โดยก่อนหน้าที่หมู่เรือเฉพาะกิจจะกลับเทียบท่าที่ฐานทัพเรือ Severomorsk กำลังอากาศยานประจำเรือทั้งเครื่องบินขับไล่ Su-33 และ MiG-29K เฮลิคอปเตอร์โจมตี Ka-52 เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ Ka-27 และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงจู่โจม Ka-29
ได้ทำการบินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov เพื่อเดินทางกลับไปลงจอดที่ฐานบินกองทัพเรือบนชายฝั่งที่ Severomorsk แล้ว ซึ่งนี่ถือว่าเป็นปฏิบัติการรบของกำลังอากาศนาวีกองทัพเรือรัสเซียที่ใหญ่ที่สุดครั้งแรกที่เคยมีมา
ทั้งนี้จากรายงานปฏิบัติการหมู่เรือเฉพาะกิจกองทัพเรือรัสเซียที่ซีเรียของสื่อ ที่พบแมวบนเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov ทำให้ดูเหมือนว่ากองทัพเรือรัสเซียจะยังคงมีอนุญาตให้มี 'แมวประจำเรือ' อยู่ ขณะที่กองทัพเรือชาติตะวันตกยกเลิกไปตั้งแต่ปี 1960s-1970s แล้วด้วยเหตุผลด้านสุขอนามัยครับ

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ภาพ Oplot-T ที่ยูเครนล่าสุด-๓














http://foto.vecherniy.kharkov.ua/gallery/268

รายงานภาพล่าสุดจากโรงงาน Malyshev และ KMBD ยูเครนครับ
ซึ่งจากภาพในโรงงานล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ จะเห็นรถถังหลัก Oplot จำนวนหนึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนประกอบหลายๆชิ้นส่วนทั้งป้อมปืนและรถแคร่ฐาน โดยมีอย่างน้อย ๑คันที่ประกอบเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ทาง Ukrspetsexport นั้นได้รับสัญญาจากกองทัพบกไทยในการจัดหารถถังหลัก Oplot ตั้งแต่ปี 2011
แต่จากปัญหาด้านการเงินของโรงงาน Malyshev ทำให้สายการผลิตมีความล่าช้า อย่างไรก็ตามทางยูเครนกล่าวว่าจะทำการผลิต ถ.หลัก Oplot ชุดใหม่อีก ๕คันส่งมอบให้ไทยได้อย่างเร็วภายในเดือนธันวาคมปีนี้
โดยจะสามารถทำการผลิตรถถังหลัก Oplot ที่เหลือส่งมอบได้ครบจำนวนตามสัญญาทั้งหมดได้ภายในปี 2016 ครับ
(แต่จากภาพสุดท้ายที่ชิ้นส่วนรถถังหลัก Oplot ที่กำลังอยู่ระหว่างการประกอบมีแมวอ้วนขาวส้มกำลังนั่งและกระโดดลงมาอยู่ รวมถึงแมวอ้วนขาวดำและอีกหลายๆตัวในโรงงานนี่ ทำให้สงสัยเหลือเกินว่าเมื่อไรรถถังเราจะเสร็จส่งมอบได้ครบเสียทีครับ)