แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ F-22 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ F-22 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ออสเตรเลียประกาศจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM สหรัฐฯ

Australia announces AIM-260 acquisition



The RAAF F/A-18F Super Hornet aircrafts, seen here during the exercise Pitch Black 2026. (Commonwealth of Australia)

This infographic shows a rendering of the AIM-260 JATM, based on information of the classified missile that US Naval Air Systems Command (NAVAIR) published in March 2025. (NAVAIR/Janes)

รัฐบาลออสเตรเลียได้ประกาศการจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond Visual Range Air-to-Air Missile) พิสัยไกลแบบใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2025/02/aim-260-jatm.html)
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศทางยุทธวิธีขั้นก้าวหน้าร่วม Lockheed Martin AIM-260 Joint Advanced Tactical Missile(JATM) สหรัฐฯสำหรับกองทัพอากาศออสเตรเลีย(RAAF: Royal Australian Air Force)

การจัดซื้อจัดจ้างจะทำให้ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกนอกสหรัฐฯที่จะปฏิบัติการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียในนครหลวง Canberra กล่าวเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026
รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย Richard Marles ประกาศการจัดซื้อจัดจ้างนี้ ณ การฝึกผสมทางอากาศนานาชาติ Pitch Black 2026 ที่ฐานทัพอากาศ RAAF Base Darwin ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม-7 สิงหาคม 2026

ตามข้อมูลจากรัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย Marles งบประมาณวงเงิน A$736 million($518 million) จะถูกลงทุนเพื่อจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM ภายใต้กลไกการจัดหารูปแบบ Foreign Military Sales(FMS) ของสหรัฐฯ
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM ขั้นต้นจะถูกบูรณาการเข้ากับเครื่องบินขับไล่ Boeing F/A-18F Super Hornet ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/thai-boomerang-2025.html)

ตามมาด้วยเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II(https://aagth1.blogspot.com/2024/12/f-35a-72.html) และเครื่องบินโจมตีสงคราม Electronic แบบ Boeing EA-18G Growler
(https://aagth1.blogspot.com/2023/02/ea-18g-growler.html) ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียกล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2023/09/fa-18f.html)

"การจัดหาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM จะมอบระบบอากาศยานรบต่างๆของกองทัพอากาศออสเตรเลียด้วยการป้องปรามที่น่าเชื่อถือในการต่อต้านเป้าหมายทางอากาศต่างๆ
เสริมต่อขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศต่างๆที่มีอยู่ และขีดความสามารถอาวุธปล่อยนำวิถีภาคพื้นดินต่างๆทั่วทั้งกองทัพออสเตรเลีย(ADF: Australian Defence Force)" กระทรวงกลาโหมออสเตรเลียเสริม

AIM-260 เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา BVRAAM ยุคอนาคตที่ออกแบบเพื่อมอบขีดความสามารถที่เหนือกว่าอย่างมหาศาลกว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศต่างๆที่มีอยู่ของสหรัฐฯ แม้ว่ารายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับอาวุธเป็นความลับ 
โครงสร้างลำตัว(fuselage) ของ AIM-260 มีความคล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่กับอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลางตระกูล RTX AIM-120 AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile) แต่ขาดครีบช่วงกลางโครงสร้างลำตัวส่วนหลัง

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM คาดว่าจะมีความยาวที่ราว 4m และมีระยะยิงไกลเกิน 180km โดยยังถูกออกแบบเพื่อให้ติดตั้งได้พอดีในห้องเก็บอาวุธภายในลำตัวของเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-22 Raptor
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM ประกอบด้วยสี่ส่วนหลักคือ ส่วนระบบนำวิถี, ส่วนหัวรบระเบิดแรงสูงแตกสะเก็ด(high-explosive blast-fragmentation), ส่วนหน่วยควบคุม, และส่วนระบบขับเคลื่อนครับ

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568

กองทัพอากาศสหรัฐฯตั้งเป้าจะทำการบินครั้งแรกของเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต F-47 ในปี 2028

AFA 2025: USAF targets 2028 for first flight of F-47

A graphical representation of the Boeing F-47, announced as the winner of the USAF's NGAD contest in March 2025. The aircraft will have a range of over 1,000 n miles, according to USAF Chief of Staff General David Allvin. (USAF)




Boeing's F-47 is designed to replace the F-22 as the USAF's primary air superiority fighter. (USAF)

นายพลผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) กล่าวว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯกำลังวางแผนสำหรับการบินครั้งแรกของเครื่องบินขับไล่ Boeing F-47 ของตนที่จะมีขึ้นในปี 2028
สามปีให้หลังจากบริษัท Boeing สหรัฐฯได้รับการประกาศสัญญาการพัฒนาในเดือนมีนาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/boeing-f-47-ngad.html)

"มันใกล้จะถึงปี 2026 และทีมมุ่งมั่นที่จะให้เครื่องบินเครื่องแรกทำการบินในปี 2028 เราพร้อมที่จะไปให้เร็ว และเราต้องไปให้เร็ว" พลอากาศเอก David Allvin กล่าวเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2025
ณ งานสัมมนาอากาศ, อวกาศ, และ Cyber(Air, Space & Cyber) ของแหล่งสมาคมกองทัพอากาศและอวกาศสหรัฐฯ(AFA: Air and Space Forces Association) ใน National Harbor มลรัฐ Maryland

ความเห็นของพลอากาศเอก Allvin มีขึ้นตามมาหลายเดือนหลังจากการเปิดเผยรายละเอียดของโครงการเครื่องบินขับไล่ F-47 ในสื่อสังคม online ในเดือนพฤษภาคม 2025(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/f-47.html)
ในเวลานั้นเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศสหรัฐฯและบริษัท Boeing กำลังวางแผนสำหรับการบินครั้งแรกของเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต F-47 NGAD จะมีขึ้นก่อนสิ้นปี 2029

โดยเครื่องบินขับไล่ F-47 จะเข้าสู่สถานะการพร้อมปฏิบัติการในระหว่างปี 2025 ถึง 2029 ตาม post ในสื่อสังคม online พลอากาศเอก Allvin ยังเน้นว่า post ว่าขนาดฝูงบินรวมของ F-47 จะประมาณอย่างน้อยจำนวน 185เครื่อง
ในแง่ขีดความสามารถที่ถูกเสนอ post อ้างว่า เครื่องบินขับไล่ F-47 จะมีรัศมีการรบที่เกิน 1,000nmi และความเร็วสูงสุดที่มากกว่า Mach 2 ภาพวาดยังเปิดเผยบางส่วนว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯตั้งใจจะปฏิบัติการ F-47 ที่ฝูงบินขนาดจำนวนอย่างน้อย 185เครื่อง

เครื่องบินขับไล่ F-47 ของ Boeing สหรัฐฯถูกเลือกให้เป็นผู้ชนะในการแข่งขันโครงการเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD(Next Generation Air Dominance) ในเดือนมีนาคม 2025
ซึ่งถูกออกแบบเพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-22 Raptor ในฐานะเครื่องบินขับไล่ครองอากาศหลักของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยเครื่องบินขับไล่ F-47 ถูกอธิบายว่ามีคุณลักษณะ 'ตรวจจับได้ยาก++' stealth++

เครื่องบินขับไล่ F-22 Raptor ถูกอธิบายว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ครองอากาศที่สามารถทำความเร็วได้ถึง Mach 2+ ด้วยรัศมีการรบที่ 590nmi และมีคุณลักษณะ 'ตรวจจับได้ยาก+' stealth+
ขณะที่เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II ถูกอธิบายว่าเป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจที่สามารถทำความเร็วได้ถึง Mach 1.6 ด้วยรัศมีการรบที่ 670nmi และมีคุณลักษณะ 'ตรวจจับได้ยาก' stealth ครับ

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568

Lockheed Martin สหรัฐฯเปิดตัวแนวคิดอากาศยานรบไร้คนขับ Vectis CCA

Lockheed Martin reveals Vectis 'loyal wingman' CCA







Vectis is designed to be an affordable yet capable Group 5 ‘loyal wingman' for manned combat aircraft. (Lockheed Martin)



บริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯได้เปิดตัวแนวคิดอากาศยานไร้คนขับ 'คู่บินภักดี'(loyal wingman) อากาศยานรบทำงานร่วมกัน(CCA: Collaborative Combat Aircraft) ที่เรียกว่า Vectis
เปิดตัวเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2025 อากาศยานรบไร้คนขับ Vectis CCA ได้รับการออกแบบโดย Skunk Works แผนกวิทยาการขั้นก้าวหน้าของบริษัท Lockheed Martin

อากาศยานรบไร้คนขับ Vectis CCA จะเป็น Group 5, ไม่เป็นทรัพยากรที่สามารถจำหน่าย(สูญเสีย)ได้(non-attritable), และถูกตรวจพบได้ต่ำ(stealth) ที่เป็นตัวทวีกำลัง(force multiplier) ต่ออากาศยานรบแบบมีนักบินบังคับ
"Vectis เป็นจุดสูงสุดของความเชี่ยวชาญของเราในการบูรณาการระบบต่างๆที่มีความซับซ้อน, การพัฒนาเครื่องบินขับไล่ขั้นก้าวหน้า และระบบอัตโนมัติ" กล่าวโดย OJ Sanchez รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของแผนก Lockheed Martin Skunk Works

โดยเป็นอากาศยานไร้คนขับ(UAV: Unmanned Aerial Vehicle) ประเภท Group 5 Vectis จะเป็นระบบอากาศยานไร้คนขับขนาดใหญ่, ระยะปฏิบัติการไกล, และความเร็วสูง(https://aagth1.blogspot.com/2025/05/f-47.html)
โดย Lockheed Martin สหรัฐฯเน้นว่า อากาศยานรบทำงานร่วมกัน Vectis CCA จะรวมระบบบอัตโนมัติต่างๆ และสถาปัตยกรรมภารกิจเปิดเข้าไว้ด้วยกัน(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/f-35-1.html)

และจะนำระบบอัตโนมัติแบบ MDCX ของบริษัท Lockheed Martin มาใช้ความเข้ากันได้ของการบัญชาการและควบคุมกับระบบอื่นๆที่เปรียบเทียบได้(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/boeing-mq-28a-ghost-bat.html)
ภารกิจของ Vectis CCA รวมถึงการโจมตีความแม่นยำสูง, สงคราม electronic(EW: Electronic Warfare), การต่อต้านทางอากาศเชิงรุก(OCA: Offensive Counter-Air) และการต่อต้านทางอากาศเชิงรับ(DCA: Defensive Counter-Air)

เช่นเดียวกับภารกิจข่าวกรอง, ตรวจการณ์, ตรวจจับเป้าหมาย, และลาดตระเวน(ISTAR: Intelligence, Surveillance, Target Acquisition, and Reconnaissance) ทั้งในฐานะทรัพยากรเดี่ยว standalone หรือเป็นคู่บินร่วมไปกับอากาศยานรบแบบมีนักบินบังคับ
"ระยะเวลาการปฏิบัติการ(ของ Vectis CCA) มีความเข้ากันได้กับยุทธบริเวณของหน่วยบัญชาการกองทัพสหรัฐภาคอินโด-แปซิฟิก(INDOPACOM: Indo-Pacific Command), ภาคพื้นยุโรป(EUCOM: European Command) และภาคกลาง(CENTCOM: Central Command)"

บริษัท Lockheed Martin กล่าวโดยเน้นว่าขณะที่เป็นทรัพยากรที่ไม่สามารถจำหน่ายได้ อากาศยานรบไร้คนขับ Vectis CCA เป็นถูกออกแบบให้มีค่าใช้จ่ายที่ประหยัด(https://aagth1.blogspot.com/2025/09/boeing-ghost-bat-f-15ex.html)
การพัฒนาของ Vectis CCA ขณะนี้กำลังอยู่ในการดำเนินการ โดยมีการสั่งซื้อชิ้นส่วนต่างๆและทีมดำเนินการประกอบตัวอากาศยานแล้ว Lockheed Martin สหรัฐฯตั้งเป้าที่ทำการบินอากาศยานไร้คนขับ Vectis UAV "ภายในสองปี" ครับ

วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

กองทัพอากาศสหรัฐฯเผยข้อมูลบางส่วนของเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต F-47

USAF chief of staff teases Boeing F-47 performance, fleet size



A graphical representation of the Boeing F-47, announced as winner of the USAF's NGAD contest in March 2025. The aircraft will have a range of over 1,000 n miles, according to USAF Chief of Staff General David Allvin. (USAF)


Anduril's YFQ-44A prototype in the hangar. Both CCA competitors are scheduled to conduct first flights in boreal summer 2025. (Anduril)

พลอากาศเอก David Allvin หัวหน้าคณะเสนาธิการกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ได้เผยแพร่ภาพวาดด้วย computer graphic บนสื่อสังคม online เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2025 อ้างว่า
เครื่องบินขับไล่ Boeing F-47 ที่ได้รับเลือกใหม่(https://aagth1.blogspot.com/2025/03/boeing-f-47-ngad.html) อ้างว่าจะมีรัศมีการรบที่เกิน 1,000nmi และความเร็วสูงสุดที่มากกว่า Mach 2

ภาพวาด computer graphic ยังได้เปิดเผยบางส่วนว่า กองทัพอากาศสหรัฐฯมีความตั้งใจที่จะนำเครื่องบินขับไล่ F-47 เข้าประจำการในฝูงบินรวมขนาดอย่างน้อยจำนวน 185เครื่อง
ภาพวาด computer graphic ยังอ้างว่าเครื่องบินขับไล่ F-47 จะเข้าประจำการในช่วงระหว่างปี 2025-2029(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/ngad.html) บริษัท Boeing สหรัฐฯได้กล่าวกับ Janes ก่อนหน้านี้ว่า

การทำการบินครั้งแรกของเครื่องบินขับไล่ F-47 จะถูกดำเนินการขึ้นก่อนปี 2029 ซึ่งเป็นปีที่สิ้นสุดวาระการบริหารงานของรัฐบาลประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump กองทัพอากาศสหรัฐฯยืนยันกับ Janes เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2025
ภาพวาด graphic แสดงความแตกต่างของเครื่องบินขับไล่ยุคที่สี่, เครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้า และเครื่องบินขับไล่ยุคที่หก ขนาดจำนวนเครื่องในประจำการ, ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ และคุณลักษณะการตรวจจับได้ยาก stealth แบบคราวๆ

ตัวอย่างเช่น เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II ถูกอธิบายว่าเป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจที่สามารถทำความเร็วได้ถึง Mach 1.6 ด้วยรัศมีการรบที่ 670nmi และมีคุณลักษณะ 'ตรวจจับได้ยาก' stealth
ขณะที่เครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-22 Raptor ถูกอธิบายว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ครองอากาศที่สามารถทำความเร็วได้ถึง Mach 2+ ด้วยรัศมีการรบที่ 590nmi และมีคุณลักษณะ 'ตรวจจับได้ยาก+' stealth+

อากาศยานรบไร้คนขับ General Atomics Aeronautical Systems(GA-ASI) YFQ-42A และอากาศยานรบไร้คนขับ Anduril YFQ-44A ยังมีรายชื่อในฐานะเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคที่หก
ด้วยรัศมีการรบที่ 700+nmi ความเร็วสูงสุดเป็นข้อมูลปกปิด และมีคุณลักษณะ 'ตรวจจับได้ยาก' stealth+ เหนือค่าสถิติอื่นเครื่องบินขับไล่ F-47 มีคุณลักษณะ 'ตรวจจับได้ยาก++' stealth++

อากาศยานรบไร้คนขับ YFQ-42A และอากาศยานรบไร้คนขับ YFQ-44A ถูกวางแผนที่จะจัดหาเข้าประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯเป็นจำนวนราวมากกว่า 1,000เครื่อง ในระหว่างปี 2025-2029 ตามข้อมูลใน infographic
กองทัพอากาศสหรัฐฯได้ประกาศเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2025 ว่าต้นแบบอากาศยานรบทำงานร่วมกัน(CCA: Collaborative Combat Aircraft) ทั้งสองแบบจะทำการบินครั้งแรกในฤดูร้อนปี 2025 นี้

และจะเข้าประจำการ ณ ฐานทัพอากาศ Beale Air Force Base(AFB) ในมลรัฐ California เป็นฐานบินปฏิบัติการแรกของอากาศยานรบทำงานร่วมกัน CCA บริษัท Anduril สหรัฐฯ และบริษัท GA-ASI สหรัฐฯได้ถูกเลือกสำหรับการสร้างต้นแบบในเดือนเมษายน 2024 
และทั้งสองแบบผ่านการทบทวนการออกแบบที่สำคัญ(CDR: Critical Design Review) ในเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยเครื่องต้นแบบได้ถูกเริ่มสร้างหลังจากนั้น การคัดเลือกแบบที่เป็นผู้ชนะมีกำหนดการในปีงบประมาณ 2026 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568

กองทัพอากาศสหรัฐฯเลือก Boeing เป็นผู้ชนะเพื่อสร้างเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต F-47 NGAD

USAF selects Boeing to build F-47 NGAD



An artistic impression of Boeing's proposed NGAD aircraft. (Boeing)


F-47 represents a significant advancement over the F-22 (pictured), which is currently the US Air Force's primary air superiority fighter. (US Air Force)



ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ประกาศเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2025 ว่า บริษัท Boeing สหรัฐฯจะสร้างเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD(Next Generation Air Dominance) สำหรับกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) 
ที่จะได้รับการกำหนดแบบเป็นเครื่องบินขับไล่ F-47 โดยจะมีคุณลักษณะความเร็วและความคล่องแคล่วการเคลื่อนที่ได้รับการเพิ่มขยาย, วิทยาการตรวจจับได้ยาก stealth ต่างๆ และการปฏิบัติการกับฝูงอากาศยานไร้คนขับ drone ได้หลายเครื่อง

ตามข้อมูลจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump ที่กล่าวระหว่างการประชุมสื่อของทำเนียบขาว White House ว่า รุ่นทดสอบของเครื่องบินขับไล่ Boeing F-47 NGAD ได้ทำการบินมาเป็นเกือบหน้าปีแล้ว มูลค่าของวงเงินสัญญาและราคาต่อหน่วยของเครื่องบินไม่ได้ถูกเปิดเผย
"เราเชื่อว่านี่มอบอำนาจการสังหารที่มากกว่า มันมอบ...ขีดความสามารถที่มีความทันสมัยมากกว่าในแนวทางที่ถูกสร้างเพื่อให้ปรับเปลี่ยนได้" พลอากาศเอก David Allvin ผู้บัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐฯกล่าวระหว่างการประชุมสื่อ

"นี่ควบคู่ไปกับอากาศยานรบทำงานร่วมกัน CCA(Collaborative Combat Aircraft) ของเรา...ทำให้เราสามารถที่จะมองไปยังอนาคตและและปลดล็อกเวทมนตร์นั่นคือการทำงานเป็นทีมระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร(human machine teaming) 
โดยที่เราใส่โครงการนี้ด้วยกันโดยใส่การควบคุมที่มากขึ้นในมือของรัฐบาลสหรัฐฯ ดังนั้นเราสามารถปรับปรุงและปรับเปลี่ยน...ตามความเร็วของวิทยาการได้" พลอากาศเอก Allvin กล่าว(https://aagth1.blogspot.com/2021/03/2029.html)

กองทัพอากาศสหรัฐฯได้เลื่อนการประกาศสัญญาโครงการเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD ในเดือนสิงหาคม 2024 เพื่อที่จะ "พิจารณาการออกแบบใหม่บนพื้นฐานของภัยคุกคามต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป" กองทัพอากาศสหรัฐฯกล่าวกับ Janes ณ เวลานั้น
จากนั้นรัฐมนตรีทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯ Frank Kendall ในขณะนั้นระบุว่าราคาต่อระบบของเครื่องบินขับไล่ NGAD จะมีวงเงินอยู่ที่หลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ(https://aagth1.blogspot.com/2024/08/ngad.html)

ในเดือนธันวาคม 2024 รัฐมนตรีทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯ Kendall ได้เลื่อนการตัดสินใจประกาศสัญญาโครงการเครื่องบินขับไล่ NGAD ออกไปอีก โดยเลื่อนให้เป็นการตัดสินใจของคณะบริหารของรัฐบาลประธานาธิบดีสหรัฐฯ Trump ที่เข้ามาใหม่
"รัฐมนตรีทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯจะเลื่อนโครงการ NGAD ออกไปให้เป็นการตัดสินใจของคณะบริหารชุดหน้า ทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯเดินหน้าการวิเคราะห์และดำเนินการปฏิบัติที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่การตัดสินใจยังคงอยู่สำหรับโครงการ" กองทัพอากาศสหรัฐฯกล่าว ณ เวลานั้น

การคัดเลือกแบบเครื่องบินขับไล่ NGAD เป็นที่ทราบโดยกว้างขวางว่าเป็นการแข่งขันระหว่างบริษัท Boeing สหรัฐฯ และบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ ขณะที่บริษัท Northrop Grumman สหรัฐฯกล่าวว่าตนจะไม่เข้าแข่งขันในสัญญานี้(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/northrop-grumman-ngad.html)
ต่อมาในเดือนมกราคม 2025 กองทัพอากาศสหรัฐฯได้ประกาศสองการแก้ไขสัญญากับบริษัท General Electric(GE) สหรัฐฯ และบริษัท Pratt & Whitney(P&W) สหรัฐฯ สำหรับโครงการเครื่องยนต์ระบบขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนได้ยุคอนาคต NGAP(Next-Generation Adaptive Propulsion)

ระบบขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนได้ยุคอนาคต NGAP มีจุดประสงค์ที่จะเป็นเครื่องยนต์ของเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต F-47 NGAD แต่ก็เช่นเดียวกันรายละเอียดการพัฒนาส่วนใหญ่ของทั้งสองโครงการอยู่ในชั้นความลับ
ด้วยการประกาศสัญญาสำหรับการพัฒนาทางวิศวกรรมและการผลิต(EMD: Engineering and Manufacturing Development) เครื่องบินขับไล่ F-47 ที่พัฒนาโดย Boeing สหรัฐฯจะเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 แบบแรกของโลกที่จะทดแทนเครื่องบินขับไล่ยุคที่5 แบบ Lockheed Martin F-22 Raptor ของกองทัพอากาศสหรัฐฯในราวปี 2030 ครับ

วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

กองทัพเรือสหรัฐฯเปิดเผยภาพวาดอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM ใหม่

AIM-260A missile design unveiled by NAVAIR in new rendering

A F/A-18E Super Hornet VFA-113 and VFA-192 onboard CVN-70 USS Carl Vinson loaded with a CATM-174B, a captive training round of AIM-174B long-range air-to-air missile, during a ship tour for the exercise RIMPAC 2024. Credit: USN

The PMA-259 Program Office slide showcasing its family of missiles. Credit: NAVAIR

A U.S. Air Force F-22 Raptor firing a notional AIM-260A JATM, similar to the render released by NAVAIR. Credit: USAF

กองทัพเรือสหรัฐฯ(USN: US Navy) ได้เปิดเผยภาพวาดการออกแบบแรกของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยยิงนอกระยะสายตา(BVRAAM: Beyond-Visual-Range Air-to-Air Missile) ยุคอนาคต
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศทางยุทธวิธีขั้นก้าวหน้าร่วม Lockheed Martin AIM-260A Joint Advanced Tactical Missile(JATM) ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับกองทัพสหรัฐฯ ในภาพรวมผลงานของกองบัญชาการระบบอากาศนาวี(NAVAIR: Naval Air Systems Command) กองทัพเรือสหรัฐฯ

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260A JATM ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการการเข้าถึงพิเศษ(SAP: Special Access Program) ตั้งแต่ปี 2017 ในการตอบสนองต่อความก้าวหน้าของฝ่ายตรงข้ามในวิทยาการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260A JATM ได้ถูกเปิดเผยในที่สุดในภาพวาดสร้างจาก computer ในเอกสารเผยแพร่นำเสนอ PMA-259 โดยสำนักงานโครงการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ(Air-to-Air Missiles Program Office) กองทัพเรือสหรัฐฯ

การออกแบบที่แสดงในภาพวาดสร้างจาก computer ที่ถูกเผยแพร่ในรูปแบบแผ่นภาพนำเสนอโดยกองบัญชาการระบบอากาศนาวี NAVAIR ในการร่างเค้าโครงผลงานของตนในส่วนอาวุธปล่อยนำวิถีที่ได้รับการพัฒนาสำหรับกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้รวมถึงอาวุธปล่อยนำวิถีแบบอื่นๆ 
เช่น อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ RTX AIM-174B, อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยกลาง RTX AIM-120D AMRAAM(Advanced Medium-Range Air-to-Air Missile) และอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ RTX AIM-9X Sidewinder

ภาพวาดสร้างจาก computer ที่เผยแพร่โดยกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) ในปี 2022 แสดงอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM ทำการยิงจากเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-22 Raptor จากระยะไกล(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/f-22.html)
ภาพวาดที่เผยแพร่โดย NAVAIR เป็นภาพระยะใกล้แรกที่แสดงการออกแบบของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM และเป็นภาพแรกที่มีรายละเอียดมากกว่าภาพที่เผยแพร่ตั้งแต่ปี 2022 ของเหล่าทัพอื่น ด้วยรายละเอียดในส่วนภายนอกและหัวนำวิถีของจรวด

อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260 JATM เป็นที่คาดว่าจะยังคงมิติขนาดโดยทั่วไปของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120 AMRAAM เพื่อความเข้ากันได้กับเครื่องบินขับไล่ที่มีอยู่(https://aagth1.blogspot.com/2025/01/aim-120-amraam.html)
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ JATM ขาดพื้นผิวควบคุมส่วนลำตัวกลางที่พบในอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AMRAAM และน่าจะนำจรวดขับเคลื่อนเชื้อเพลิงแข็ง solid rocket motor แบบใหม่สำหรับระยะยิงที่ไกลขึ้น

แม้ว่าอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ JATM จะมอบข้อได้เปรียบเชิงคุณภาพแก่เหล่าผู้ใช้งาน แถลงการณ์ล่าสุดจากรองประธานฝ่ายความต้องการและขีดความสามารถบริษัท RTX Corporation สหรัฐฯ John Norman ในการให้สัมภาษณ์นิตยสาร Air and Space Forces บอกเป็นนัยว่า
อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-120D-3 AMRAAM รุ่นล่าสุดมีระยะยิงใกล้กับเกณฑ์ขั้นต่ำของโครงการอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260A ซึ่งกำหนดที่ 86.9nmi(100miles, 190km) แม้ว่า AIM-260 น่าจะมีระยะยิงไกลเกินเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้

การทดสอบการบินของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260A JATM ได้เริ่มต้นอย่างเร็วในปี 2020 ต่อการยิงเป้าบินอากาศยานไร้คนขับเครื่องบินขับไล่ QF-16 และดำเนินการคืบหน้าภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด
มีรายละเอียดต่างๆน้อยมากที่ถูกมอบให้โดยเหล่าทัพต่างๆเกี่ยวกับสถานะของระบบอาวุธตลอดช่วงต้นปี 2020s ตามข้อมูลจาก Frank Kendall อดีตรัฐมนตรีทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯ อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ JATM ถูกระบุว่าจะเริ่มต้นการผลิตในปี 2023 แม้ว่าสถานะที่แท้จริงยังคงไม่เป็นที่ทราบ

การพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260A JATM ได้เดินหน้าแม้ว่าจะเป็นความลับ และรายละเอียดเพิ่มเติมจากเหล่าทัพต่างๆจะถูกเผยแพร่ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากบรรดาผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ
Naval News ได้ติดต่อไปยังสำนักงานกิจการพลเรือนของกองทัพเรือสหรัฐฯสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับภาพวาดและความคืบหน้าในปัจจุบันของอาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-260A JATM ครับ

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2567

กองทัพอากาศสหรัฐฯปรับขอบเขตและเลื่อนโครงการเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD

US Air Force rescopes and delays NGAD programme




A Lockheed Martin NGAD concept image, initially published in 2020. The attributes the USAF now desires of NGAD are unclear. (Lockheed Martin)

กองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force) กำลังปรับขอบเขตโครงการเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD(Next Generation Air Dominance) ใหม่ และเลื่อนการประกาศสัญญาที่คาดว่าจะมีขึ้นในปลายปี 2024 ไม่มีกำหนดระยะเวลาที่ได้รับการแก้ไขสำหรับสัญญาที่ได้ถูกเผยแพร่
"เรากำลังหยุดการคัดเลือกแหล่งที่มาสำหรับระบบเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD ตามที่เราพิจารณาการออกแบบใหม่บนพื้นฐานภัยคุกคามต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปและความเหมาะสมในการจัดหา(affordability)" กองทัพอากาศสหรัฐฯกล่าวกับ Janes เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2024

"ตามหลังการคัดกรองปรับแต่งแนวคิด กองทัพอากาศสหรัฐฯกำลังวางแผนที่จะพัฒนาและจัดหาระบบเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD" กองทัพอากาศสหรัฐฯเสริม(https://aagth1.blogspot.com/2021/03/2029.html)
โครงการ NGAD มีจุดประสงค์ที่จะเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่6 เครื่องยนต์ไอพ่นแบบแรกของโลกที่จะเข้าประจำการในราวปี 2030 เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-22 Raptor ในฐานะเครื่องบินขับไล่แนวหน้าของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

แม้ว่าจะมีการเผยแพร่น้อยมากเกี่ยวกับสมรรถนะที่เป็นที่ต้องการของเครื่องบิน เป็นที่คาดการณ์อย่างกว้างขวางว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯจะต้องการเครื่องที่มีระยะทำการไกลกว่าเครื่องบินขับไล่ในปัจจุบัน, คุณลักษณะการถูกตรวจจับได้ยาก stealth ต่างๆขั้นสุดยอด, และขีดความสามารถระบบตรวจจับและสงคราม electronic ต่างๆขั้นล้ำยุค
รัฐมนตรีทบวงกองทัพอากาศสหรัฐฯ Frank Kendall ได้เคยอธิบายต่อสาธารณะถึงเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD ที่กองทัพอากาศสหรัฐฯต้องการว่ามีราคาต่อเครื่องที่ "หลายเท่าตัว" ของเครื่องบินขับไล่ F-35 ที่มีราคาต่อเครื่องประมาณ $80 million

กองทัพอากาศสหรัฐฯได้เผยแพร่การเชิญชวนทางการวิศวกรรม การผลิต และการพัฒนา(EMD: Engineering, Manufacturing, and Development) สำหรับโครงการ NGAD ในเดือนพฤษภาคม 2023
บริษัท Boeing สหรัฐฯ และบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ ซึ่งทั้งสองบริษัทได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่าพวกตนกำลังหารือการออกแบบเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/ngad.html)

ทั้งบริษัท Boeing และบริษัท Lockheed Martin ได้ถูกพิจารณาอย่างแพร่หลายว่าเป็นผู้เข้าแข่งขันที่จะชิงชัยในสัญญาโครงการ ตามหลังที่บริษัท Northrop Grumman สหรัฐฯกล่าวว่าตนจะไม่เข้าแข่งขันในสัญญานี้(https://aagth1.blogspot.com/2023/08/northrop-grumman-ngad.html)
โครงการอื่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการ NGAD ยังได้รวมถึงเครื่องยนต์ระบบขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนได้ยุคอนาคต NGAP(Next-Generation Adaptive Propulsion) ที่ได้เข้าสู่การดำเนินกิจกรรมการออกแบบรายละเอียดในเดือนสิงหาคม 2023

ระบบขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนได้ยุคอนาคต NGAP มีจุดประสงค์ที่จะเป็นเครื่องยนต์ของเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD แต่ก็เช่นเดียวกันรายละเอียดการพัฒนาส่วนใหญ่ของทั้งสองโครงการอยู่ในชั้นความลับ
วิทยาการบางส่วนของเครื่องยนต์ NGAP น่าจะมาจากโครงการเปลี่ยนย้ายเครื่องยนต์ปรับเปลี่ยนได้ AETP(Adaptive Engine Transition Program) ที่เป็นการริเริ่มการสร้างเครื่องยนต์ใหม่สำหรับเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35 Lightning II ครับ(https://aagth1.blogspot.com/2022/02/f-35a.html)

วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566

สหรัฐฯอนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ F-35A ให้เกาหลีใต้เพิ่ม 25เครื่อง

US approves possible additional F-35 sale to South Korea





South Korea's original 2013 request to purchase Lockheed Martin F-35A Lightning IIs cited a figure of 60 aircraft. This number was curtailed to 40 due to budgetary reasons. 
The South Korean government backed a proposal to acquire an additional 20 F-35As in 2022. (South Korea Ministry of National Defense)

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายรูปแบบ Foreign Military Sales(FMS) ของเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A Lightning II จำนวน 25เครื่องแก่สาธารณรัฐเกาหลี
เครื่องบินขับไล่ F-35A Lightning II และสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมีมูลค่าสัญญาที่ประมาณ $5.06 billion นี่รวมถึงเครื่องยนต์ไอพ่น turbofan แบบ Pratt & Whitney F135-PW-100 จำนวน 26เครื่อง(ซึ่ง 1เครื่องจะเป็นอะไหล่),

อุปกรณ์จัดเก็บและรับส่งข้อมูลแบบเข้ารหัสแบบพกพา AN/PYQ-10 Simple Key Loader(SKL), อุปกรณ์พิสูจน์ฝ่ายเข้ารหัส KIV-78 Cryptographic Appliques และการสนับสนุนระบบสงคราม electronic(EW: Electronic Warfare) Reprogramming Lab
องค์ประกอบอื่นในความเป็นไปได้ในการขายรวมถึง อุปกรณ์รางดีดและดินขับเก้าอี้ดีดตัว Cartridge Actuated Device/Propellant Actuated Device(CAD/PAD), การส่งมอบและการสนับสนุนชุดคำสั่งที่เป็นความลับ, 

ผู้รับสัญญาการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง(CLS: Contractor Logistics Support), การสนับสนุนอากาศยานและอาวุธและสิ่งอุปกรณ์สนับสนุน, ชิ้นส่วนอะไหล่, วัสดุสิ้นเปลือง, ส่วนประกอบ, การสนับสนุนกการซ่อมทำ/ส่งคืน,
การสนับสนุนโครงการปรับปรุงชิ้นส่วนประกอบเครื่องยนต์อากาศยาน(CIP: Component Improvement Program), การสื่อสารเข้ารหัส, การนำร่องเที่ยงตรง, และอุปกรณ์เข้ารหัส cryptographic device

ข้อเสนอการขายยังรวมถึงการปรับปรุงมาตรฐานเครื่องบินขับไล่ F-35 Block 4 ประกอบด้วยการดัดแปลงหลัก, การบำรุงรักษา และการสนับสนุนการบำรุงรักษา(https://aagth1.blogspot.com/2022/11/f-35a-gbu-12.html)
การประกาศของสหรัฐฯมีขึ้นเกินหนึ่งปีหลังจากสำนักงานโครงการจัดหากลาโหม(DAPA: Defense Acquisition Program Administration) สาธารณรัฐเกาหลีประกาศในเดือนกรกฎาคม 2022 ที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A เพิ่มเติม 20เครื่อง

ในเดือนมีนาคม 2023 DAPA สาธารณรัฐเกาหลีกล่าวว่า วงเงินที่ได้รับการจัดสรรของเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 20เครื่องเหล่านี้อยู่ที่ 3.75 trillion Korean won($2.87 billion)
สาธารณรัฐเกาหลีมีความตั้งใจที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35A เพิ่มเติมระหว่างปี 2023-2028(https://aagth1.blogspot.com/2022/07/f-35a-60-2028.html, https://aagth1.blogspot.com/2022/07/f-35a-18.html)

แผนเดิมของสาธารณรัฐเกาหลีในปี 2013 ร้องของการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35A สำหรับกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี(RoKAF: Republic of Korea Air Force) เป็นจำนวน 60เครื่อง
จำนวนเครื่องเหล่านี้ถูกลดลงเป็น 40เครื่องด้วยเหตุผลด้านงบประมาณ(https://aagth1.blogspot.com/2022/03/f-35a-40.html) อย่างไรก็ตามรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีได้กลับมาเสนอที่จะจัดหาเพิ่มเติมอีก 20เครื่องให้ครบ 60เครื่องในปี 2022 ครับ

วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2566

Northrop Grumman ปฏิเสธที่จะเข้าแข่งขันโครงการเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD กองทัพอากาศสหรัฐฯ

Northrop Grumman declines to bid for US Air Force's NGAD programme



Northrop Grumman had earlier released this notional artist's conception of its NGAD bid but CEO Kathy Warden said on 27 July the company would not bid for NGAD. (Northrop Grumman)



บริษัท Northrop Grumman สหรัฐฯจะไม่ยื่นการเข้าแข่งขันที่จะสร้างเครื่องบินขับไล่ครองอากาศยุคอนาคต NGAD(Next Generation Air Dominance) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ(USAF: US Air Force)
Kathy Warden ผู้อำนวยการบริหารบริษัท Northrop Grumman กล่าวเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2023 ในการประชุมผู้ลงทุนกิจการ(investors call)(https://aagth1.blogspot.com/2021/09/f-35a.html, https://aagth1.blogspot.com/2021/03/2029.html)

"เราได้แจ้งกองทัพอากาศสหรัฐฯว่าเราไม่ได้วางแผนที่จะตอบสนองต่อ(เอกสารขอข้อเสนอ RFP: Request for Proposals) โครงการ NGAD ในฐานะ(ผู้รับสัญญา)หลัก เรากำลังตอบสนองต่อเอกสารขอข้อเสนอของผู้เข้าแข่งขันรายอื่นๆในฐานะผู้จัดส่ง(supplier)" Warden กล่าว 
"เรายังคงมีระเบียบปฏิบัติในการประเมินความถูกต้องของโครงการเพื่อจะติดตาม และนั่นที่ซึ่งเรารู้สึกว่าเราอยู่ในตำแหน่งที่ดีกับการเสนอที่สมบูรณ์พร้อมแล้ว" เธอเสริม(https://aagth1.blogspot.com/2020/09/ngad.html)

โครงการเครื่องบินขับไล่ NGAD มีวัตถุประสงค์ที่จะทดแทนเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-22 Raptor ในฐานะเครื่องบินขับไล่ระดับสูงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มีกำหนดที่จะเข้าประจำการในกรอบระยะเวลาปี 2030(https://aagth1.blogspot.com/2021/11/f-22.html)
กองทัพอากาศสหรัฐฯออกเอกสารขอข้อเสนอ RFP โครงการ NGAD เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2023 เชิญชวนบริษัทผู้ผลิตต่างๆเพื่อจะเข้าแข่งขันการสร้างเครื่องบินขับไล่ใหม่ เอกสารขอข้อเสนอ RFP เป็นความลับ(classified) 

ไม่มีบริษัทผู้ผลิตอากาศยานรายใดได้ยืนยันความตั้งใจของตนที่จะยื่นเรื่องเข้าแข่งขันในโครงการ แต่ในฐานะหนึ่งสามผู้รับสัญญาหลักภาคอุตสาหกรรมการบินรายหลักของสหรัฐฯ บริษัท Northrop Grumman เคยเป็นที่คาดไว้อย่างกว้างขวางว่าจะยื่นเข้าแข่งขัน
"เรารู้สึกว่าระเบียบปฏิบัติได้รับใช้เราเป็นอย่างดีในอดีตในการเลือกว่ามีความเสี่ยงมากแค่ไหนที่ต้องรับและมีอะไรที่จะต้องสร้างการติดตาม และเราได้เรียนรู้บทเรียนจากบางส่วนของประสบการณ์ของเราเองเช่นเดียวกันด้วย" Warden กล่าว

"ดังนั้นเรากำลังนำสิ่งเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ตามที่เราคิดเกี่ยวกับว่าอะไรที่จะเข้าแข่งขันและอะไรที่จะไม่ไปเข้าแข่งขันต่อไปข้างหน้า ระเบียบปฏิบัติและการสร้างความมั่นใจการแข่งขัน เราได้ผสมผสานอย่างถูกต้องของความเสี่ยงและผลรางวัลเป็นความสำคัญ" Warden เสริม
ตามที่บริษัท Northrop Grumman ประกาศว่าตนจะไม่เข้าแข่งขันในฐานะผู้รับสัญญาหลัก ผู้เข้าแข่งขันที่เป็นไปได้ที่เหลือสองรายสำหรับโครงการ NGAD คือบริษัท Lockheed Martin สหรัฐฯ และบริษัท Boeing สหรัฐฯครับ